[Yaoi] Secret of Magic Oracle มายาเคหาสน์ตุ๊กตา (จบแล้ว)

ตอนที่ 1 : บัตเลอร์? หา ว่าอะไรนะ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,984
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 26 ครั้ง
    15 ธ.ค. 60



E-book 
https://www.mebmarket.com/index.php?action=BookDetailsPublisher&publisher_id=636113&id=636113&name=Nabu%20Publishing&book_id=67670






แบบเล่มมีวางจำหน่ายแล้วที่
www.reading.co.th
ร้านนายอินทร์ 
บีทูเอส 
ANIMATE Bangkok MBK (099-782-0064)
Bookfriend สาขา ซีคอนสแควร์ ศรีนครินทร์ (0-2721-9365)
Bookfriend สาขา เซ็นจูรี่ เดอะมูฟวี่ พลาซ่า (0-2245-5274)
Kinokuniya สาขาเซ็นทรัลเวิลด์ (02-255-9898)
Kinokuniya สาขา The EmQuartier (02-003-6507)
Kinokuniya สาขาสยามพารากอน ( 02-610-9500 )
Readery (02-726-7340)
TOONZONE ร้านตูนโซน สาขาซีคอนแสควร์ (02-720-2779)
TOONZONE ร้านตูนโซน สาขาสยามสแควร์วัน (02-251-3334)
That's Y โรงภาพยนตร์ลิโด้ ชั้นสอง (081-801-5580)
ป่าการ์ตูน เดอะมอลล์บางกะปิ (02-734-1643)
ศูนย์หนังสือจุฬา สาขา จามจุรีสแควร์ (0-2160-5301)
ศูนย์หนังสือจุฬา สาขา สยามสแควร์ (0-2218-9881-2,0-2218-9875-6)
ศูนย์หนังสือจุฬา สาขา ศาลาพระเกี้ยว (0-2218-7001-5)
ศูนย์หนังสือจุฬา สาขา หัวหมาก (0-2374-1374-8)
ร้านการ์ตูนข้างเมเจอร์รัชโยธิน
---------------------------------------

จันทบุรี
โฆษิตวิทยา จันทบุรี( 081-634-3439, 039-311-929)
The reader (081-583-7152)
---------------------------------------

ชลบุรี
ร้านรัฐนาวิน (038-288-301)
ร้านหนังสือประณอม ชลบุรี (038 288 300)
ศูนย์หนังสือจุฬา สาขามหาวิทยาลัยบูรพา (0-3839-4855-9)
---------------------------------------

เชียงใหม่
การ์ตูนรถไฟ (053-246-876)
สุริวงศ์บุ๊ค (053-281-052)
---------------------------------------

ตรัง
ร้านมิตรสาสน์ (075-218-811)
---------------------------------------

นครนายก
ศูนย์หนังสือจุฬา สาขาโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า (รร.จปร.) (037-393-036)
---------------------------------------

นครปฐม
พลัสเมท (034-254-798)
---------------------------------------

นครราชสีมา
ศูนย์หนังสือจุฬา สาขามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี (044-216-131-3)
---------------------------------------

พะเยา
ศูนย์หนังสือจุฬา สาขามหาวิทยาลัยพะเยา (0-5446-6799,0-5446-6800)
---------------------------------------

พิษณุโลก 
เสียงทิพย์บุ๊คเซ็นเตอร์ (0-5525-8862)
ศูนย์หนังสือจุฬา สาขา มหาวิทยาลัยนเรศวร (055-260-163-4 )

 ---------------------------------------

สงขลา
เดอะแมกกาซีน สาขาสยามนครินทร์ และ สาขาสนามบินหาดใหญ่  (074-223-345)
---------------------------------------

สมุทรปราการ
Bookfriend สาขา เอแบค บางนา (0-2694-3042)
 
---------------------------------------

สุราษฎร์ธานี
ร้านสาทรบุ๊คเซ็นเตอร์ (077– 273-272)

---------------------------------------

สุรินทร์
เอเปิล บุ๊คพลาซ่า (044-535-231)

---------------------------------------

ออนไลน์อื่นๆ
สามเสนบุ๊ก
หมื่นทิพย์บุ๊ก

หาซื้อไม่ได้ อินบ็อกซ์มาถามนะจ๊ะ https://www.facebook.com/lingbahh/

ปกน่ารักงามแงะนี้ ฝีมือน้อง EnFer de Hell ขอบพระคุณมา ณ ที่นี้ด้วยค่ะ


================================





[Yaoi] Secret of Magic Oracle มายาเคหาสน์ตุ๊กตา

ผู้แต่ง : Lingbahh

 

(1)    บัตเลอร์? หา ว่าอะไรนะ

 

เต๋า 092-211-4411

จูน 088-811-1188

เพชร 081-324-3444 (ไม่อยู่ไทย เฟซไทม์+สไกป์เท่านั้น)

            ผมยืนมองแผ่นกระดาษโพสต์อิตสีสันสดใสที่แปะเรียงรายอยู่เต็มประตูช่องฟรีซตู้เย็นมิตซูบิชิสีเงินด้วยความรู้สึกสิ้นหวังสุดขีด ในมือมีโทรศัพท์ไอโฟนรุ่นใหม่ล่าสุดที่ส่งเสียงอัปมงคลเป็นข้อความว่า เลขหมายปลายทางที่ท่านเรียกไม่สามารถติดต่อได้ในขณะนี้... ผมเหลือบตามองหน้าจอสีสว่างของมันก่อนที่จะละสายตากลับมามองแผงกระดาษโพสต์อิตตรงหน้าอีกครั้ง สุดท้ายก็ทำได้แค่ก้มหน้ามองปลายเท้าตัวเองอย่างคนปลงตกจำใจรับชะตากรรมที่จะบังเกิดในอีกไม่กี่วันข้างหน้า

            หน้าจอโทรศัพท์ดับไปแล้ว แต่ก็สว่างวาบขึ้นมาใหม่พร้อมโปรแกรมแชตสีเขียว

จูนอยู่หลีเป๊ะ พาอาม่ามาเที่ยว กลับ 17 ค่ะ พี่อิมไม่โกรธจูนนะคะ - จูน           ไปไหนไม่ได้ครับ หมาป่วย มันรอผมดูใจก่อนตาย – เต๋า           

อ่านอีเมลรำพันชีวิตรันทดของมึงละนะ เขียนมายาวเหยียดมีใจความแค่ว่า หาคนช่วยงานด่วนหน่อย คราวหน้าเขียนสั้นๆ ก็ได้ เดี๋ยวกูช่วยหาให้ แล้วมึงยังจะเอาเบอร์ช่างภาพด้วยใช่ป่าว คนเก่งคิวยาวนะเว้ย สงกรานต์แบบนี้น่าจะรับงานหรือไม่ก็ไปเที่ยวกันหมดแล้ว ว่าแต่มึงทำงานเสร็จแล้วเหรอถึงจะจ้างตากล้องอะ อีกแป๊บเดี๋ยวกูโทรหา ซื้อตั๋วเข้ามิวเซียมก่อน - เพชร [GHEE1] 

            ผมกดปิดจออย่างห่อเหี่ยว มือไม้เย็นไปหมดเมื่อตระหนักได้ว่า งานที่จะต้องส่งลูกค้าในอีกสี่วันข้างหน้านี้ ผมไม่มีลูกมือช่วยแม้แต่คนเดียว

            สงกรานต์บัดซบ! อยู่ๆ คนที่มาช่วยทำงานแม่งก็หายหัวกันไปหมดชนิดตามหาเงาก็ยังไม่เจอ ผมกวาดตามองกองวัสดุที่วางอยู่เกลื่อนกลาดห้องทำงานซึ่งอดีตเคยเป็นห้องนั่งเล่น ห้องกินข้าว และห้องพระ สามห้องยุบรวมกันเหลือเพียงห้องทำงานรกๆ ที่มีแกนกลางจักรวาลเป็นโต๊ะขนาดเท่าโต๊ะบิลเลียดที่มีสวนจิ๋วในธีมลอร์ดออฟเดอะริงส์เสร็จแล้วครึ่งหนึ่ง ส่วนอีกครึ่งยังไม่เห็นแม้แต่เศษเสี้ยวของความเป็นไปได้ บนฝาผนังสีขาวสะอาดตรงข้ามโต๊ะทำงานเป็นพื้นที่ของจอแอลซีดีขนาดแปดสิบนิ้วที่ฉายภาพสวนฮอบบิทจากภาพยนตร์เรื่องเดียวกันอยู่

            แม่ง... สวนก็ยังไม่เสร็จ โฟรโดกูก็ต้องปั้นให้หล่อ ลูกมือก็ไม่พอ จ้างสุ่มสี่สุ่มห้าก็ไม่ได้อีก หนก่อนก็ทีหนึ่งแล้ว เห็นว่าคนรู้จักแนะนำเลยรับมาช่วยงาน งานหยาบไม่พอ ยังแอบถ่ายงานไปโพสต์ลงอินสตาแกรมทั้งที่ลูกค้าให้เก็บเป็นความลับ แถมยังแท็กชื่อลูกค้าเรียกแขกให้เสร็จสรรพ เล่นเอาลูกค้าโกรธเป็นฟืนเป็นไฟ ดีที่มีผู้ใหญ่ออกหน้าช่วยเคลียร์ให้ แต่ถึงอย่างนั้นชื่อเสียงผมก็เสียไปเรียบร้อยแล้ว[D2]  ผมคิดเรื่องนี้อย่างคับแค้นใจ สุดท้ายเลยระบายอารมณ์ด้วยการใช้มือกระแทกประตูตู้เย็นผู้ไม่รู้อีโหน่อีเหน่อะไรอย่างเดือดดาล ก่อนที่จะย้ายสังขารอันใกล้พังแหล่มิพังแหล่กลับมายังห้องทำงาน ทอดถอนลมหายใจออกอย่างท้อแท้แล้วเอามือถูหน้าตัวเองแรงๆ เพื่อเรียกสติให้กลับมาจดจ่อกับงานให้ได้

            ผิดหวัง โกรธ หงุดหงิด หิว บ้านแม่งก็รก ข้าวเขิ้วก็ไม่มีจะแดก บางทีอารมณ์ของผมที่แย่ลงเรื่อยๆ อาจจะเป็นเพราะเรื่องนี้ก็ได้ หิวจนแทบแดกหมาหน้าเซเว่นได้ แต่ไม่มีปัญญาจะจับมันมากิน ผมเดินย้อนกลับไปที่ตู้เย็นเพื่อจะพบความว่างเปล่าดุจวาระสุดท้ายของโลกมาถึงแล้ว

            มึงก็โทรสั่งข้าวจากไลน์แมนสิ... ผมบอกตัวเองให้ใจเย็นลง เปิดมือถือแล้วจิ้มแอพพลิเคชันสีเขียวๆ ที่น้องจูนผู้ช่วยคนสวยแสนประเสริฐอุตส่าห์โหลดไว้ให้เพราะกลัวผมหิวตายในช่วงวันหยุดยาว นี่ผู้ช่วยหรือน้องจูนญาณทิพย์ เพราะตอนนี้ผมใกล้จะลงไปชักดิ้นชักงอแล้วจริงๆ รีบสั่ง รีบแดก จะได้มีแรงกลับมาทำงานไวๆ แผนที่ในนี้ใช้ยังไงวะเนี่ย ผมไม่เข้าใจแผนที่ ไม่เข้าใจระบบนาวิเกเตอร์ ไอโฟนของผมมีไว้รับสายเข้า โทรออก ถ่ายรูปส่งให้ลูกค้าทางเฟซไทม์หรือสไกป์ แค่นั้น แค่นั้นจริงๆ

            ห่า ใช้ยากใช้เย็น กูขับรถออกไปซ--- รถซ่อมอยู่ที่ศูนย์... โอเค... ไอ้อิม มึงหมดทางเลือกแล้ว นอกจากพยายามสั่งข้าวให้ได้

            ทำไมวะ ทำไมผมถึงเป็นคนไม่ได้เรื่องแบบนี้ ทำห่าอะไรก็ไม่เป็น คุยกับคนก็ไม่ค่อยเก่ง ถูกหมาหน้าเซเว่นจ้องตาอย่างข่มขืนใจผมก็ยื่นไส้กรอกให้มันแล้วอะ อย่าว่าอย่างงั้นอย่างงี้เลย ก็เพราะความไม่ได้เรื่องไปทุกกระเบียดนิ้วนี่ไม่ใช่เหรอที่ทำให้ผมต้องมาตกระกำลำบากอยู่ในตอนนี้

            ผมกดสั่งอาหารจนได้ เอาวะ ได้เห็นเมนูแล้วใจชื้นขึ้นมาหน่อยนึง อย่างน้อยกรุงเทพฯ ในวันสงกรานต์ก็ยังไม่ใช่เมืองร้างหลังฝูงซอมบี้บุกหรือถูกห่าลงจนคนตายหมดเมือง  ไม่ว่ายังไงวันนี้ผมต้องได้กินข้าว แอพพลิเคชันส่งข้อความมาว่าได้รับออร์เดอร์ของผมแล้ว รอดตายแล้วโว้ย!

            เหรอวะ?

            พี่ๆ นี่พี่ตั้งใจสั่งจริงๆ หรือเปล่า ร้านที่สั่งนี่อยู่รังสิตเลยนะครับ แล้วพี่จะให้ผมขี่รถกลับมาส่งที่ซอยต้นสนเนี่ยนะ”

            ผมอึ้งไปเมื่อได้รับฟังคำประท้วงของพี่ไลน์แมนที่เห็นถึงความไม่สมเหตุสมผลของสิ่งที่ผมสั่งกับระยะทางที่ต้องเดินทาง... พี่เขาฉลาดว่ะ ทำไมเรื่องนี้กูคิดไม่ได้

            พี่ๆ เอางี้นะ พี่กดสั่งใหม่ เอาแถวๆ ชิดลม หลังสวน เพลินจิต จะได้เร็วๆ”

            ผมตอบรับแล้วลองพยายามใหม่อีกครั้ง คราวนี้พี่คนเดิมโทรกลับมาถามว่า ผมจะบ้าหรือเปล่าที่สั่งหม้อไฟ... ผมร้องอย่างท้อแท้แล้วโวยวายว่า จะไปรู้ได้ไง มันดูน่ากิน ช่างแม่ง เอาอะไรมาให้กูกินก็ได้ หิวจนจะลงไปตายตรงนี้อยู่แล้ว

            ปลายสายถอนหายใจยาวเหยียด “เห็นแก่สงกรานต์ พี่เตรียมแบงก์ย่อยไว้สองร้อยห้าสิบนะ เดี๋ยวจะพยายามหาอะไรไปให้กิน”

            ฟังแล้วโคตรซึ้งใจ พี่ไลน์แมนพนักงานดีเด่น ผมควรจะเขียนจดหมายไปชื่นชมกับทางบริษัทของพี่เขาไหมนะ เรียนผู้จัดการฝ่ายบริการลูกค้าที่เคารพ...

            อยู่ๆ โทรศัพท์ในมือก็ดังขึ้นพร้อมกับหมายเลขบนหน้าจอที่ขึ้นต้นด้วย +33 1 ตามมาด้วยตัวเลขยาวเป็นพืดอีกแปดหลัก[3]  จากประสบการณ์ในชีวิต เดาเอาเองว่าน่าจะเป็นสายโทรศัพท์ก่อกวนจากเว็บไซต์ในต่างประเทศ รับสายเมื่อไหร่ สำเนียงอินเดียอีนี่จ๋า บังโทรมาหาแล้ว~ แต่ว่าด้วยความซวย มือผมดันกดปัดหน้าจอรับอัตโนมัติ

            ไอ้อิม มึงได้ยินหรือเปล่า”

            ทำไมสำเนียงไม่แขกล่ะ...

            นี่เพชรนะ มึงหาผู้ช่วยได้หรือยัง”

            ผมประมวลผลอยู่ครู่ใหญ่ๆ นี่เพชรนะ แต่ไอ้เพชรตอนนี้ทำงานอยู่ที่ปารีสนี่หว่า

            เพชรโทรมา นี่กูฝันอยู่เหรอ” ผมถามไปหยิกหน้าตัวเองไปด้วย ถ้าเพื่อนขี้ตืดอย่างไอ้เพชรโทรมา รับรองได้ว่าเรื่องนี้ไม่ได้เกิดขึ้นจริง

            ไอ้อิม! มึง! สติ! เดี๋ยวกูด่าให้ตื่นเลย!” เสียงแสลงรูหูของไอ้แสบที่ดังข้ามทวีปมาจากปารีสเล่นเอาตื่นเต็มตา แทบจะลืมไปว่าหิว “มึง มีนักเรียนศิลปะคนนึงว่างอยู่ ถ่ายรูปได้ จัดอาร์ต จัดไฟ แต่งรูป ทำกับข้าว ซักผ้า ถูบ้าน...”

            โห คุณสมบัติครบเครื่องว่ะ เป็นเมียกูด้วยได้ไหม”

            ปลายสายมีเสียงหัวเราะลั่นอย่างสาแก่ใจ ผมชักรู้สึกตงิดๆ ทะแม่งๆ คันยุบยิบในหัวใจ “เมื่อกี้กูล้อเล่น มึงไม่ได้คิดจริงจังใช่เปล่า

            ไว้มึงไปถามเขาเองแล้วกันว่าใครจะเป็นเมียใคร” ไอ้เพชรตอบทีเล่นทีจริง “เรื่องนี้ตกลงกันเองบนเตียง” พอมีผัวแล้วพูดเรื่องแบบนี้คล่องปากเชียวนะมึง แต่ก่อนล่ะกระมิดกระเมี้ยนเหนียมอาย ไปร้านห่านพะโล้อีกเมื่อไหร่ กูจะฟ้องป๊ามึงว่าไปอยู่กับปั๋วฝรั่งแล้วเสียผู้เสียคนกว่าเดิม

            พูดจาเพ้อเจ้อไปกันใหญ่ละ เข้าเรื่อง มึงแน่ใจนะว่าคนนี้ช่วยกูได้จริงๆ ไม่ใช่มาแล้วพังข้าวของ”

            ไอ้อิม... ตามที่กูเข้าใจนะ ไม่มีมนุษย์คนไหนบนโลกนี้ที่จะช่วยมึงทำไอ้สวนจิ๋วสเกลหนึ่งต่อหมื่น หรือว่าปราสาทนอยชวานชไตน์ขนาดเท่าสองฝ่ามืออย่างที่มึงทำอยู่ได้ ใครหน้าไหนก็ช่วยมึงไม่ได้ทั้งนั้น สิ่งที่มึงต้องทำคือพึ่งตัวเองแล้วให้คนอื่นจัดการเรื่องที่มึงทำไม่ได้เรื่องโว้ย”

            กูดูแลตัวกูเองได้หรอก” ผมเถียงอย่างโง่ๆ สายตามองดูจานชามที่เรียงอยู่ในอ่างล้างจานต่อสูงขึ้นไปแถมล้นไปข้างๆ ขนาดเท่าเทือกเขาตะนาวศรี ถัดไปเป็นกองเสื้อผ้าไม่ได้ซักมหาศาลสูงเท่าเขาคิชฌกูฏ ผมแก้ปัญหาเรื่องไม่ซักผ้าด้วยการให้คนซื้อเสื้อผ้าใหม่มาให้เรื่อยๆ ซึ่งนั่นส่งผลกรรมให้ตู้เสื้อผ้าอยู่ในสภาพอัดแน่นจวนเจียนจะระเบิด ไม่ว่าจะซื้อตู้อิเกียมาประกอบอีกกี่ตู้ก็ยังไม่พอที่จะยัดมันลงไปได้ (แล้วคิดเหรอว่าผมจะประกอบตู้เองได้ ไม่มีทาง! จ้างเอาสิ มีเงินก็จ่ายไป กูรวย) โชคดีจริงๆ ที่คนเราไม่ต้องซักรองเท้าเพราะนั่นคงเป็นเรื่องใหญ่มากๆ เนื่องจากผมใส่รองเท้าเบอร์ 8.5 เท่านั้น ถือเป็นผู้ชายเท้าเล็ก เคยมีเพื่อนถามว่าสมัยเด็กๆ ที่บ้านจับผมมัดเท้าให้เล็กเท่ากลีบบัวแบบธรรมเนียมจีนโบราณหรือเปล่า ผมเลยประชดมันกลับว่า ไหนๆ ก็จะมัดให้พิการแล้ว แล้วไหนล่ะเสลี่ยงของผม ตอนนั้นไม่น่าต่อปากต่อคำเลย กลายเป็นว่านอกจากเพื่อนจะสังเกตว่าผมตีนเล็กแล้ว มันยังพาลสำรวจไปทั่วอีก หูเล็ก มือเล็ก นิ้วเล็กมั่ง (ขอบใจที่ยังไม่มีใครพยายามมาวัดขนาดเป้ากางเกงของผม) คนเราเนอะ ก็เรียนชีววิทยามาแล้ว น่าจะเข้าใจว่าร่างกายมนุษย์แต่ละคนออกแบบมาให้พอดิบพอดีกับตัวมันเอง ถ้าผมสูงสองเมตรแล้วใส่รองเท้าเบอร์ 39 ค่อยมาสนใจ (เรียกแบบสุภาพว่า เสือก) แล้วผมสูงเท่าไหร่เหรอ เออน่า ช่างแม่งเหอะ ไม่ต้องสนใจหรอก เอาเป็นว่าผมสูงกว่าไอ้เพชรก็แล้วกัน ขานั้นเตี้ยตะแหมะแขะ

            เออ แล้วเขาจะมาได้เมื่อไหร่”

            กูยังไม่ได้พูดสักคำแล้วมึงรู้ได้ไงว่าเป็นผู้ชาย” ไอ้เพชรทำเสียงฉงน ผมนึกถึงควายน้อยฉงนกับฉงายในรายการเจ้าขุนทองขึ้นมาตงิดๆ แววตาไอ้เพชรเวลางงก็แบบนี้เลย ซื่อใสไร้สติ “แต่ก็ผู้ชายอะนะ กูไม่รู้จักสาวเอ๊าะๆ มาหลายปีแล้ว มองไปทางไหนก็มีแต่ฝรั่งตัวเท่าควายอยู่รอบตัว”

            ตกลงไอ้เพชรโทรมาบ่นใช่ไหม มันจะบ่นให้ได้อะไร เป็นผู้ชายอยู่ดีๆ ก็มีผู้ชายมากินตับ (หล่อวัวตายควายล้ม ไอ้เพชรไม่เอาก็ต้องเรียกว่ามีตาหามีแววไม่ แม้ต้องแลกกับการเสียอธิปไตยความเป็นชายก็เหอะ) แถมยังสมยอมหอบผ้าหอบผ่อนข้ามน้ำข้ามทะเลไปอยู่กับเขา เห็นตอนมาลาว่าจะไปแป๊บๆ ไปๆ มาๆ ก็อยู่มาแล้วเกือบสามปีแถมไม่มีทีท่าจะกลับ ถึงขนาดนี้มึงยังมีหน้ามาพูดถึงผู้หญิงอีกเหรอ ผมอยากจะถามมันนักแต่ตอนนี้ไม่ใช่เวลา เรื่องของผมต้องมาก่อนภาวะหดหู่เหี่ยวแห้งไร้ชะนีตกถึงท้องของมัน

            มึงจะตอบกูมาได้หรือยังว่าเขาจะมาได้เมื่อไหร่”

            เอ่อ... ไม่ชัวร์ว่ะ ไม่แน่ใจว่าตอนนี้อยู่เซี่ยงไฮ้หรือมะนิลา”

            นี่มึงโทรมากวนตีนกูใช่ไหมไอ้เพชร กูต้องการผู้ช่วยวันนี้ เดี๋ยวนี้ ไม่ใช่รอนักเรียนโรงเรียนศิลปะที่กำลังเอ้อระเหยอยู่ที่ไหนก็ไม่รู้”

            ไอ้เพชรหัวเราะร่า “เออ คุ้มค่าการรอแน่นอนนา”

            ไว้ใจได้แน่นะเว้ย”

            “อย่างงั้นมั้ง”

            กูซีเรียสนะเว้ย มึงก็รู้...”

            มึงใจเย็นๆ กูคิดว่าเขาจะช่วยงานมึงได้โดยที่มึงยังโอเค” ไอ้เพชรปลอบด้วยน้ำเสียงอ่อนลงเล็กน้อย “หายใจเข้าลึกๆ อย่าแพนิก มึงคิดว่ากูจะใจร้ายขนาดส่งคนมาป่วนชีวิตที่วุ่นวายโคตรๆ ของมึงหรือไง กูออกจะเป็นเพื่อนแสนประเสริฐซะขนาดนี้”

            เออ ดี เลิศ ประเสริฐ แค่สติไม่ค่อยเต็ม”

            ขอบใจนะไอ้อิม สรุปมึงจะเอาผู้ช่วยหรือไม่เอา”

            เอาสิ มึงอย่ามากลับกลอก”

            ดี! ถ้ามึงกล้าปฏิเสธน้ำใจจากกูที่อดตาหลับขับตานอนมาช่วยมึงหาคนทำงานทั้งๆ ที่อยู่ไกลครึ่งโลกละก็...” ไอ้เพชร ลูกชายอาแปะร้านห่านพะโล้ข้างๆ บ้านผมทำเสียงสะบัดสะบิ้ง ตอแหลจริงอะไรจริง

            เดี๋ยวนี้กล้าขู่กูเหรอ มึงจะทำไมกู”

            ไม่ทำไมหรอกครับคุณอชิตะ คุณทำงานของคุณไปเรื่อยๆ ใจเย็นๆ เดี๋ยวก็เสร็จเองครับ” เวลาถูกเพื่อนกระแนะกระแหนด้วยคำพูดสุภาพเกินจำเป็น ผมอยากจะเอามือล้วงไปในโทรศัพท์แล้วฉีกเนื้อปากมันออกมา โชคร้ายหน่อยที่เรายังไม่สามารถวาร์ปสสารในลักษณะนั้นได้ แต่เพชรพูดถูก ผมกังวลเกินไปกับเรื่องเล็กๆ น้อยๆ มันก็รู้จักผมดีพอที่จะรู้จักเล่น รู้จักเลิก ไม่งั้นเราคงด่ากันและเลิกคบกันไปนานแล้ว

            แปลกดีที่เพื่อนบ้านอย่างผมกับมันที่ห่างหายกันไปเป็นสิบปีนับตั้งแต่ผมย้ายโรงเรียนช่วงมัธยมปลาย อยู่ๆ ก็หวนมาสนิทกันอีกครั้งในวัยยี่สิบเก้าสามสิบ

            “เดี๋ยวกูต้องไปแล้ว จะติดต่อไม่ได้ประมาณสามอาทิตย์นะ กูจะไปแอฟริกา ยังไงมึงก็ดูแลตัวเองด้วย แค่นี้นะ รถมารับแล้ว” แล้วมันก็วางสายไป ผมเกาหัวงงๆ แม้ว่าจะไม่แน่ใจกับผู้ช่วยที่เพื่อนหามาให้ แต่กลับรู้สึกมีความหวังขึ้นมาบ้าง เอาวะ ผมต้องรอดตายสิ เดี๋ยวผมจะทำงานเสร็จ แค่ไม่ว่อกแว่ก อีกเดี๋ยวไลน์แมนก็จะมาส่งกับข้าว ซึ่งผมก็หิวเสียจน... ไม่รับรู้อะไรอีกต่อไปแม้แต่เสียงออดแสบแก้วหูจากหน้าประตูบ้าน เพราะตอนนี้ผมลงไปนอนกองอยู่กับพื้นแบบไม่เหลือเรี่ยวแรงแม้แต่จะกระดิกตัวเสียแล้ว

 

ผมตื่นขึ้นมาเพราะเสียงสับหมูที่ดังก้องมาจากห้องใดห้องหนึ่งในบ้าน ผมกะพริบตาปริบๆ พบว่าโลกทั้งใบหมุนกลับหัวกลับหางไปหมด แล้วบนหน้าผากก็มีของหนักๆ วางอยู่ด้วย พอลองเอามือไปลูบๆ คลำๆ ดูก็เห็นว่าเป็นถุงเจลประคบร้อน-เย็นยี่ห้อสามเอ็มที่แช่แข็งอยู่ในช่องฟรีซตู้เย็นมาตั้งแต่ยุคหิน (นั่นหมายถึงว่าผมไม่รู้ว่ามันโผล่มาได้ยังไง ใครเนรมิตมันขึ้นมา) ถุงเจลยังเย็นมากอยู่ ผมปล่อยให้มันอยู่บนหัวต่อไปพร้อมกับความรู้สึกหวิวๆ และกระเพาะอาหารที่บิดร้องครวญครางอย่างทุกข์ทรมาน ร่างกายสั่งให้ผมลุกขึ้นมาแล้วกินอะไรก็ได้ลงท้องไปเดี๋ยวนี้ มิฉะนั้นมิแคล้วจะต้องลงไปนอนกองรวมกับผ้าขี้ริ้วอีกแน่ๆ

            เสียงสับหมูเงียบไปแล้ว จากนั้นก็ตามด้วยเสียงปิดเครื่องดูดควันและเสียงฝีเท้า ผมฝืนร่างกายลุกขึ้นมานั่งพิงโซฟาหนังหรูหราที่นำเข้ามาจากอิตาลีแล้วส่งเสียงถามออกไปเนือยๆ[D4]  “ใครมาน่ะ ป้าต้อยเหรอครับ”

            ป้าต้อยคือแม่บ้านของผมที่เพิ่งขอลาออกไปเมื่อสามอาทิตย์ก่อนด้วยเหตุผลว่าทำงานบ้านในกรุงเทพฯ จนเบื่อแล้ว จะย้ายกลับภูมิลำเนาไปทำงานช่วยเหลือชาวบ้าน[D5] ในชุมชน ทำตัวให้มีประโยชน์กับสังคมก่อนตาย ผมงี้ได้แต่อนุโมทนาสาธุในความตั้งใจจริงของป้าต้อยแล้วปล่อยให้แกลาออกไปโดยไม่เหนี่ยวรั้งไว้ โธ่ คนอย่างผมเหรอ... ร้ายกาจได้แค่เรื่องงานในมือของตัวเองเท่านั้น เรื่องอื่นๆ ผมไม่หือไม่อือ ปล่อยไปตามเวรตามกรรมทั้งนั้น และเพราะไอ้นิสัยแบบนี้นี่แหละถึงได้นำพาเรื่องวุ่นวายเข้ามาในชีวิตได้ไม่รู้จักจบสิ้น บอกแล้ว... แม้แต่กับหมาหน้าเซเว่นผมยังไม่กล้าหือเลย

            อันที่จริงผมไม่ใช่คนแบบนี้ บางทีก็รู้สึกว่าตัวเองมีสองบุคลิกที่แตกต่างกันโดยสิ้นเชิงอยู่ในตัวคนเดียวกัน กับไอ้เพชรทำไมผมเป็นตัวของตัวเองได้ แต่กับคนอื่นผมทำไม่ได้แม้แต่จะพูดความคิดของตัวเองออกไป (ทั้งๆ ที่ในหัวนี่ด่ากราด แต่พออ้าปากกลับเป็นภาษาดอกไม้)

            Oh Great. You woke up finally. Good afternoon, sir.”

            เสียงทักทายด้วยภาษาอังกฤษสำเนียงพอชที่แสนจะแยงรูหูและคันจมูกทำให้ผมรีบเปิดตาขึ้นมาทันควัน แล้วก็ต้องตกตะลึงกับชายหนุ่มผมบลอนด์หวีเป๋ในชุดแจ็กเก็ตคอวีทับด้วยผ้ากันเปื้อนผ้าลินินสีดำสนิท ในมือมีถาดใส่อะไรสักอย่างที่ส่งกลิ่นหอมเย้ายวนจนผมน้ำลายสอท่วมปาก

            คนแปลกหน้าร่างหนากล้ามแน่นเดินมาใกล้ผม ก่อนที่จะโค้งนิดๆ แล้วนั่งคุกเข่าลงตรงโต๊ะหน้าโซฟาท่ามกลางความงุนงงและตกใจจนอ้าปากค้าง

            จิบน้ำหวานสักหน่อยนะครับ คุณจะได้รู้สึกดีขึ้น” ภาษาอังกฤษของเขาสำเนียงขึ้นจมูกผู้ดิบผู้ดี ชนิดที่ว่ามองหน้าแล้วก็เดาว่าคงจบมาจากอีตัน[1]ที่สุดแสนจะเก่าแก่และโด่งดัง

            ผมรู้สึกสับสนและงุนงงจนตัวสั่น รู้หรอกว่าคนบุคลิกอย่างนี้ไม่ใช่คนที่จะงัดบ้านใคร แต่ในเมื่อที่นี่เป็นบ้านผม ก็ไม่ควรจะมีคนแปลกหน้ามาเดินว่อนไปมาพร้อมกับสับหมูและชงเครื่องดื่มให้เจ้าของบ้านด้วยหรือเปล่าวะ

            คุณตัวสั่นมากเลย รู้สึกไม่สบายตรงไหนหรือเปล่า” ดวงตาสีฟ้าอมเขียวใสอย่างกับลูกแก้วจ้องมองผมแล้วทำท่าจะพูดอะไรต่อ ผมยื่นมือสั่นๆ ของตัวเองไปตรงหน้าเพื่อรับน้ำมาจิบโดยไม่พูดอะไร แล้วก็พบว่ารสชาติหวานในปากเป็นรสของน้ำเก๊กฮวยที่ผมเห็นอยู่ในซอกตู้กับข้าว แต่พอเห็นปริมาณน้ำตาลที่ระบุอยู่หลังซองแล้วคิดว่าอาจจะทำให้เป็นเบาหวานตายได้ในสักวัน จึงไม่เคยแตะต้องมัน ทว่าน้ำเก๊กฮวยในปากของผมกลับไม่มีรสหวานน้ำตาล และยังพอดิบพอดีไปหมด ทั้งอุณหภูมิและความหวานที่ทำให้สดชื่นขึ้นมาอย่างทันทีทันใด

            และพอสมองสดชื่นแล้ว ก็ได้แต่ก่นด่าไอ้เพชรอย่างแค้นเคืองว่า ผู้ช่วยห่าอะไรนี่ มึงจะส่งมาช่วยกูหรือแกล้งกูกันแน่

            ดีขึ้นบ้างไหมครับ”

            มะ... มะ... ไม่ สบายดี ช่วยเขยิบไปหน่อย” ชิ่วๆ เขาถอยหลังไปนิดแต่ก็แค่ฟุตเดียว ผมทำมือทำไม้ให้ห่างไปอีก เขาทำหน้าสับสนแต่ก็ยอมถอยไป ผมถอนใจยาว

            ไอ้เพชร ไอ้เลว! รู้ว่ากูไม่ชอบยังส่งมาได้ ทำกันได้ลงคอ กูขอตัดเพื่อนกับมึงนับตั้งแต่นาทีนี้เลย!

            “เคยไปอยู่ที่แมนเชสเตอร์เหรอ”

            มันใช่เวลาที่จะมาถามเรื่องสำเนียงภาษาอังกฤษของผมไหมเนี่ย ผมถลึงตาใส่ แต่เขากลับยิ้มน้อยๆ

            อ้อ หิว เลยยังไม่อยากคุย”

            ไม่ใช่! คืออยากพูดว่า เ -ือก ต่างหาก!

            ฝรั่งตัวหนาตาสีฟ้ากล้ามเท่าท่อนซุงบรรจงเลื่อนถาดมาตรงหน้าผมในท่าคุกเข่า ใครเห็นคงคิดว่าผมนี่มันศักดินาเต็มขั้น เจ้ายศเจ้าอย่าง ใครจะเข้าหาต้องคลานเข่าหมอบกราบ แต่ไม่ใช่แบบนั้นนะ อย่าเข้าใจผิด ผมแค่ไม่โอเคกับคนพวกนี้เท่านั้นเอง (อย่าเพิ่งถามแล้วกันว่าแล้วภาษาอังกฤษสำเนียงแมนเชสเตอร์มาจากไหน) ตรงหน้าผมเป็นข้าวต้มขาหมูโรยหน้าด้วยผักชี หน้าตาดีราวกับสวรรค์เสกมาให้ กลิ่นหอมกำจายฟุ้งไปจนท้องไส้ปั่นป่วน บ้านผมมีของวิเศษเลิศเลออะไรแบบนี้ด้วยเหรอ

            ขอโทษด้วยที่ต้องเอาอาหารแช่แข็งมาให้กิน ผมปรุงรสเพิ่มให้แล้ว แต่ถ้ายังจืดไปต้องขอโทษด้วยครับ”

            ผมไม่พูดพร่ำทำเพลง แค่พูดว่าขอบคุณออกมาเบาๆ แล้วซัดอาหารทิพย์ตรงหน้ารวดเดียวไม่มีพัก โอ๊ย อร่อยจนไม่อยากจะเชื่อว่าเป็นอาหารแช่แข็งที่อยู่ในตู้เย็น ผมนึกว่ามันแข็งเป็นฟอสซิลจนกินไม่ได้แล้วเสียอีก ที่ไหนได้ รสชาติเลิศเลอทิพยรสเทพเนรมิตสถิต ณ ปลายลิ้นไอ้อิม

            ผมวางช้อนลงในที่สุดพร้อมกับชามอันว่างเปล่า เหลือผักชีอยู่ครบถ้วนทั้งห้าใบตามประสาสมาคมคนไม่นิยมผักชี มือของผมยื่นไปตรงหน้า แก้วน้ำเก๊กฮวยเย็นฉ่ำก็ลอยมาใส่มือทันใด โอ้โฮ เดี๋ยวนี้ข้าวของลอยได้ด้วย แอ๊กซิโอ[2]... น้ำเก๊กฮวยจงมา

            นี่มันใช่เรื่องแฮร์รี่ พอตเตอร์ที่ไหนเล่า! ผิดแล้ว น้ำเย็นจะมาจากไหนได้ถ้าไม่ใช่ฝรั่งกล้ามใหญ่ตรงหน้าประเคนมาให้ ผมรีบๆ กลืนน้ำลงคอก็ถูกขัดว่า ค่อยๆ จิบดีกว่า เดี๋ยวจะสำลัก

            แล้วพี่เป็นใครครับ โผล่มาบ้านคนอื่นแล้วเจ้ากี้เจ้าการกับเจ้าของบ้านเนี่ย

            สีหน้าของผมคงถามออกไป เขาส่งรอยยิ้มบางๆ มาให้แล้วเดินไปหยิบเก้าอี้มานั่ง พึมพำพูดว่า ขออนุญาตนั่งนะครับ แล้วก็บรรจงนั่งด้วยท่าทางที่ เอ่อ... ต้องพูดว่าสุภาพเรียบร้อยราวกับนี่คือการนั่งคุยธุรกิจ ไขว่ห้างและประสานมือไว้บนหัวเข่าของตัวเอง สายตาของผมกวาดไปดูมือและเล็บ...

            สะอาดเกินไป นักศึกษาศิลปะไม่มีทางมีเล็บสีชมพูสุขภาพดีโดยไม่มีเศษสีเปื้อนอย่างเด็ดขาด

            ผมตวัดสายตาจ้องกับดวงตาสีฟ้าอมเขียวของเขา อีกฝ่ายทำตาหยีเล็กน้อย

            จับได้ซะแล้ว”

            ผมหน้าตึง รู้สึกเหมือนตัวเองตกเป็นของเล่นให้ไอ้เพชรและไอ้ฝรั่งนี่ปั่นหัว ไม่ใช่ว่าผมไม่คิดถึงบุญคุณข้าวแดงแกงขาหมูเมื่อกี้หรอกนะ แต่ว่าบ้านของผมก็ย่อมมีกฎของตัวเอง

            “ขอบคุณสำหรับอาหาร แปลว่าคุณไม่ใช่คนที่ผมหาอยู่ ทางออกอยู่ตรงประตู รบกวนล็อกบ้านให้ด้วย”

            เขาขยับปากจะแย้ง แต่กลับถูกขัดขึ้นด้วยเสียงของเครื่องซักผ้าเสียก่อน คนแปลกหน้าตรงหน้ากระแอมสั้นๆ ในคอ

            ผมซักชุดชั้นในและชุดนอนของคุณเสร็จหมดแล้ว ถ้าคุณไม่ว่าอะไรช่วยพาผมไปดูที่ตากผ้าหน่อย ผมจะตากผ้าและซักเสื้อผ้าอื่นๆ ให้คุณจนกว่าจะหมด สภาพอากาศแบบนี้ ผมคิดว่าคืนนี้คุณน่าจะมีชุดนอนที่หอมกลิ่นแดดใส่นอน”

            ผมกะพริบตาปริบๆ นึกภาพกางเกงในจำนวนหนึ่งโหลของตัวเองที่ซุกตัวอยู่ในเขาไกรลาศของกองเสื้อผ้าใช้แล้ว จากนั้นก็มีใบหน้าและดวงตาวิบๆ ของคนแปลกหน้าซ้อนขึ้นมา นี่ไม่ใช่แค่บุกบ้าน แต่อาจหาญขนาดรื้อกางเกงในใช้แล้ว! บ้านนี้มีคนโรคจิตคนเดียวก็พอแล้วโว้ย ไม่ต้องมีถึงสองคน

            เขายื่นมือมาตรงหน้า “ขออภัยที่แนะนำตัวช้า ผมชื่อ เลนนี่ ผมจะมาเป็นบัตเลอร์ประจำตัวคุณนับตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป หวังว่าเราจะเข้ากันได้ดีนะครับ คุณอชิตะ”

            ผมอ้าปากค้าง คำพูดจุกอยู่ที่ปากจนพูดไม่ออก บัตเลอร์? บัตเลอร์เนี่ยนะ? บัตเลอร์คืออะไร เหมือนชาร์ลี คาร์สัน ในซีรีส์ดาวน์ตันแอบบี้ หรือพ่อบ้านแฟรงเกนสไตน์แบบเลิร์ช จากเรื่องดิ อาดัมส์แฟมิลี่ ตระกูลนี้ผียังหลบ หรือเปล่า หรือว่าเป็นแบบอัลเฟร็ดของมหาเศรษฐีบรูซเวย์นที่กลางคืนกลายเป็นแบตแมนน่ะเหรอ แล้วทำไมผมถึงต้องการบัตเลอร์ด้วย

            เดี๋ยวพรุ่งนี้ไม่มีกางเกงในใส่นะครับ ถ้าคุณไม่อนุญาตให้ผมไปตากผ้าละก็...”

            คิดภาพตัวเองโล่งโจ้งโทงเทงโดยปราศจากกางเกงในในวันพรุ่งนี้แล้วออกจะเป็นฝันร้ายเกินไปสักหน่อย ผมยื่นมือให้เขาจับอย่างสิ้นหวังทั้งๆ ที่แสยงฝรั่งจนขนลุกไปทั้งตัว เขาจับมือผมอย่างกระชับแล้วเขย่าอย่างเป็นงานเป็นการ ไม่รู้สิ วินาทีนั้นผมรู้สึกว่าชีวิตช่างอับจนหมดสิ้นหนทางจนอยากลงไปตายซะเดี๋ยวนี้เลย ไอ้เพชรนะไอ้เพชร ไว้เคลียร์งานบ้านฮอบบิทนี่ได้เมื่อไหร่ กูจะบินไปแหกอกมึงถึงปารีสเลย คอยดู!

           

                       

           



[1]วิทยาลัยอีตัน (Eton College) - โรงเรียนมัธยมชายล้วนที่ได้ชื่อว่า เป็นโรงเรียนที่ผู้ดีที่สุดในโลก ศิษย์เก่าที่เป็นที่รู้จักก็อย่างเช่น เจ้าชายวิลเลียม, เจ้าชายแฮร์รี่, เอ็ดดี้ เรดเมย์น, ทอม ฮิดเดิลสตัน ฯลฯ

[2]แอ๊กซิโอ (Accio) - คาถาเรียกสิ่งของในแฮร์รี่ พอตเตอร์

 




        


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 26 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

206 ความคิดเห็น

  1. #187 sunmarine (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 23 เมษายน 2561 / 08:38
    55555 มีความป่วงตั้งแต่เริ่ม
    #187
    0
  2. #179 fumio101 (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 10 มีนาคม 2561 / 16:46
    คุณอิมเกรียนไม่น้อย สมละที่เปนเพื่อนลิงเพชร 555555555
    #179
    0
  3. #124 polar Co., Ltd. (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 18 กันยายน 2560 / 03:42
    มีแววว่าคุณอิมจะมีหลัวเด็ก
    #124
    0
  4. #59 yinling (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 14 กรกฎาคม 2560 / 16:00
    แค่ตอนแรกก็สนุกแล้ว คุณอชิตะโชคดีมากนะคะ ที่เพชรส่งหนุ่มฝรั่งแสนดีมาให้ เพราะถ้ากลายเป็น1 ในเหล่าชายชุดดำของคุณท่านละก็.....หึหึหึ....
    #59
    0
  5. #47 ♡リンダ (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 10 กรกฎาคม 2560 / 13:16
    ตีแผ่ชีวิตคุณอิมเกือบจะหมดเปลือกแล้ว55555
    #47
    0
  6. #22 oilllalita (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 28 มิถุนายน 2560 / 18:29
    เย่ๆ มาต่อเร็วๆนะไรท์ คิดถึงมว๊ากกกกก สอบ กพ. วันอาทิตย์นี้เสร็จเมื่อไหร่จะมาปักหมุด เฝ้าทุกวันเลย
    #22
    0
  7. #21 Nuttanun (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 28 มิถุนายน 2560 / 13:57
    Welcome back นะค้า ดีใจมากๆ ที่ได้อ่านผลงานใหม่ค่ะ
    #21
    0
  8. #20 lulutia (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 25 มิถุนายน 2560 / 17:16
    รู้สึกว่าคุณอิมคล้ายชิวาว่า//////แอร้ย 
    ติดตามค่า
    #20
    0
  9. #18 earnly (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 25 มิถุนายน 2560 / 15:00
    ชอบบบบบบบ
    ตลกอ่ะ55555
    เรื่องไหนมีเพชรมาเอี่ยวเรื่องนั้นมักมีเสียงหัวเราะเสมอ ????
    #18
    0
  10. #17 Mslcur (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 25 มิถุนายน 2560 / 12:41
    ชอบบบบบ
    มีเพชรมาเอี่ยวมีแต่เรื่องบอกเลยยย 5555?5
    #17
    0
  11. #16 HAAKI (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 25 มิถุนายน 2560 / 10:53
    น่ารักดีค่ะ 55555
    #16
    0
  12. #15 Himawari_eieiei (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 25 มิถุนายน 2560 / 01:33
    เกรียนไม่น้อยหน้าลิงเพชรเลย พอลิงเพชรโผล่มาก็คิดถึงคุณท่านขึ้นมาด้วยเลยค่ะ
    #15
    0
  13. #14 Ezizen (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 25 มิถุนายน 2560 / 00:20
    สมที่เค้าเป็นเพื่อนกันเลยนะคะ ชนิดที่ว่าต้องมีคนมาช่วยมาดูแลไรเงี้ยะะะะ
    #14
    0
  14. #13 AKATNIG (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 25 มิถุนายน 2560 / 00:07
    กรี้ดดดดดด ไรท์คลอดลูกออกมาแล้วอีกแล้วววว
    #13
    0
  15. #12 Freedom (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 24 มิถุนายน 2560 / 23:21
    โอ๊ยยยยคิดถึงไรท์ ไรท์กลับมาพร้อมกับนิยายเรื่องใหม่แล้ว TUT พี่อิมน่ารักมากอ่า รอตอนต่อไปค่ะ!
    #12
    0
  16. #10 mook'yaaa (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 24 มิถุนายน 2560 / 20:56
    สนุกกกก
    #10
    0
  17. #9 iceteagirl (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 24 มิถุนายน 2560 / 19:29
    รออ่านต่อนต่อไป หนุกมากค่ะ
    #9
    0
  18. #8 padang (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 24 มิถุนายน 2560 / 19:05
    เกรียบ เกรียน เกรียนดีค่ะ
    #8
    0
  19. #7 Pandan_s (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 24 มิถุนายน 2560 / 18:39
    เปิดมาตอนแรกงงนิดนึง เห้ยยยย นิยายหรอ หรือฝากกเบอร์ไว้เฉยๆ อ่อๆ นิยาย ฮาาาา ว่าแต่ โทรไปจะติดม๊ะ ฮาาาา
    #7
    0
  20. #6 นักเก็ต (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 24 มิถุนายน 2560 / 18:14
     ชอบๆๆๆๆ อิมน่ารักมากกก
    รอติดตามตอนต่อไปค่า
    //ลิงเพชรโผล่มาให้หายคิดถึงด้วยย 
    #6
    0
  21. #5 Zwolf T.D. (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 24 มิถุนายน 2560 / 18:13
    555 อะไรเนี่ยลิงเพชร ส่งให้มาให้หนูอิมเนี้ย แล้วไอรองเท้าเบอร์39 นี่แกก็ตัวเล็กมากนะหนูอิม แน่ใจนะว่าสูงกว่าลิงเพชรมันน่ะ ว่าแต่พ่อบัตเลอร์หน้าหล่อนี่มายังไงล่ะนั่น555 รอตอนต่อไปค่ะ^^
    #5
    0
  22. #4 Duckiie Cassiopeia (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 24 มิถุนายน 2560 / 18:04
    ป๊าดดดดดดดดดดด มาต่อเลยค่ะพี่กี้ มาต่อออออออออออ // อีลิงงงงง ชั้นคิดถึงแกร๊
    #4
    0
  23. #3 ปัทมา (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 24 มิถุนายน 2560 / 17:56
    ไม่มหวายแย้วอ่านไปอย่างฮา ฮามาก มาลุ้นว่าจะเป็นใคร
    #3
    0
  24. #2 Power (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 24 มิถุนายน 2560 / 17:52
    รอตอนต่อไปนะคะะ
    /คิดถึงลิงเพชรเบาๆ TvT
    #2
    0