[Yaoi] The Wills พินัยกรรมป่วนรัก by Lingbahh

ตอนที่ 6 : บทที่ 6 (Re-write)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,863
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 51 ครั้ง
    6 ก.ย. 57

 

 

 

บทที่ 6

 

 

 

 

 

ก่อนที่จะเปิดประตูเข้าไปในห้องพักหรูชั้นสิบเก้า พระนายมีแบบจำลองสถานการณ์มากมายที่อยู่ในหัวพร้อมการประเมินความเป็นไปได้ต่างๆ ที่อาจจะต้องรับมือ เช่น เจ้าหมีเท็ดดี้เมีย (ผัว) พี่ชายกำลังงอนอาละวาดอย่างบ้าคลั่งอยู่ในห้อง หรือไม่ก็เล่นบทคุณชายแสนงอนประกาศทำสงครามเย็นไม่พูดไม่จาซึ่งน่ารำคาญที่สุด ดวงตาสีเขียวแสนงอนคู่นั้นก็คงจะมองเขาอย่างกล่าวโทษเป็นแน่ เด็กเท็ดดี้นั่นจะเอาอะไรมาถือดีกันนะ หมอนั่นรู้หรือเปล่าว่าพระนายไม่ได้สนใจเรื่องเงินมรดกเลยสักแดงเดียว 

 

ยังคิดไม่ทันจบแต่มือสอดการ์ดไปเปิดประตูเสียแล้ว ภาพที่เห็นตรงหน้าทำให้เขาต้องชะงักฝีเท้าด้วยความงุนงง เมื่อพบว่าห้องรับแขกที่เคยเต็มไปด้วยความสงบสุขจนถึงแปดโมงเช้าวันนี้ถูกทำลายลงอย่างราบคาบด้วยฝีมือของเหล่าแก๊งนักศึกษาทโมนสี่ชีวิตที่บุกเข้ามายึดห้องรับแขกเป็นอาณานิคม เริ่มจากเจ้าหนุ่มหัวทองผมสีบลอนด์สว่างที่กำลังสุมหัวตัวติดกันกับลูกครึ่งญี่ปุ่นชื่อจิระซึ่งกำลังมุงกองข้อสอบที่พระนายตรวจค้างไว้ 

 

โหย เท็ดได้คะแนนสูงชะมัดเลย... อ้าว ข้อนี้ต้องตอบแบบนี้หรอกเหรอ แบบนี้ฉันก็ตีโจทย์ผิดไปคนละทางเลยอะดิ เนี่ย แก้ข้อสอบตอนนี้ ’จารย์จะจับได้ไหม

 

"พวกเธอมาทำอะไรที่นี่กันเนี่ย" พระนายส่งเสียงเข้มทันเวลาก่อนที่นายจิระจะทันจรดปากกาลงเติมคำตอบในกระดาษข้อสอบของตัวเอง สองหนุ่มสะดุ้งโหยง รีบหันมาตามเสียงพร้อมกับทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้ที่ดูเนียนพอๆ กับเด็กสามขวบแอบสวาปามช็อกโกแลตแต่ลืมเช็ดปาก

 

“อ้าวอาจารย์ หวัดดีครับ” ยกมือไหว้ด้วยท่าทีลนลานแล้วหันไปซุบซิบกับเพื่อนผมทองที่ชื่อโนอาห์ พระนายปิดประตูห้องแล้วรีบเดินเข้ามาดึงคอเสื้อของหนุ่มๆ ทั้งสองคนให้แยกย้ายออกไปคนละทาง

 

"จิระ! วางข้อสอบลงก่อนที่ผมจะแจกศูนย์”

 

“กลับมาเร็วเกินไปแล้ว" หนุ่มลูกครึ่งญี่ปุ่นโอดโอยพร้อมทำแก้มป่อง มีใครเคยบอกเขาไหมว่าเห็นแล้วน่ามันเขี้ยวสุดขีด อย่าไปบอกเชียวล่ะ เดี๋ยวได้ใจ พระนายไม่รับประกันความปลอดภัยให้หรอกนะ จรรยาบรรณสูงส่งก็ใช่ แต่ขนมหวานใกล้มือใครจะไม่อยากกิน? 

 

จิระทำเสียงอ้อน “ไหนเท็ดดี้บอกว่าคืนนี้ ‘จารย์จะไม่กลับแล้วไงล่ะ"

 

"ลางสังหรณ์มันบอกน่ะสิว่าจะต้องมีเรื่องที่นี่" พระนายบ่นพึมพำ "จิระ จะคืนกระดาษคำตอบที่ซ่อนอยู่ในมือให้ผมได้หรือยัง”

 

"โหยย ‘จารย์อ้ะ ทำไมไม่บอกว่าตอบข้อสอบเป็นภาษาอังกฤษได้ ผมจะได้ส่งเหมือนเท็ดดี้บ้าง ออกข้อสอบยากจะตายแล้วยังจะบังคับให้เขียนภาษาไทยอีกใครจะไปทำทัน" จิระอิดออด แต่ก็ยอมส่งกระดาษคำตอบที่เต็มไปด้วยภาษาไทยโย้เย้คืนเขา

 

พระนายรีบคว้ามาแล้วรวบกองข้อสอบไว้แนบอก ขยับแว่นทำสีหน้าจริงจังเสียงดุ “แล้วมาทำอะไรกันที่นี่"

 

จิระอ้าปากจะตอบ แต่เสียงปริศนาของใครบางคนก็ชิงตอบขึ้นมาเสียก่อน เสียงนั้นดังมาจากห้องนอนพร้อมกับร่างขาวสว่างราวกับติดสปอตไลท์ 

 

"เท็ดดดดดด หิวจะตายแล้ว ลาซานญ่าเนื้อของฉันล่ะ"  พระนายหันไปมองพบหนุ่มน้อยหน้าหวานหยาดเยิ้มกับผมจุกเหมือนสุนัขชิห์สุยืนพิงกำแพงห้องหาวน้ำหูน้ำตาไหล

 

“อ้าว เชสเตอร์ ตื่นแล้วเหรอ” จิระทัก “แต่งตัวให้เรียบร้อยหน่อยสิ อาจารย์กลับมาแล้ว” 

 

เจ้าตัวขยี้ตาแรงๆ ท่าทางเบลอ พอเห็นพระนายก็สะดุ้ง รีบยกมือไหว้อาจารย์หนุ่มอย่างเร็วๆ และรีบมือสองข้างกลัดกระดุมเสื้อนักศึกษาที่หลุดลุ่ยจนเรียบร้อย พระนายรับไหว้แล้วรีบเบือนสายตาหนีเพราะเชสเตอร์ทั้งขาวทั้งเนียนชวนมองเหลือเกิน

 

แต่ว่ามันก็ดูแปลกๆ ...เมื่อตัดเรื่องเชสเตอร์ดูน่ารักน่าขย้ำออกไป เขาเริ่มสงสัยว่า ทำไมเดินมาจากห้องนอนมาสเตอร์เบดรูมที่มีหลักฐานชี้ชัดว่าเด็กเท็ดดี้ใช้ชีวิตร่วมกับพี่ณิช!?! แล้วเจ้าหมีน้อยไม่ได้เป็นแฟนกับจิระหรอกเหรอ ความสัมพันธ์ทำไมซับซ้อนเช่นนี้

 

“มองเชสเตอร์ไม่วางตาแบบนี้ผมน้อยใจน้า” จิระงอแงอย่างกับเป็นเด็กอนุบาลหวงแฟน 

 

ฟังแล้วเอ็นดูปนหมั่นไส้ เด็ก มหา’ลัย เดี๋ยวนี้นี่มันชอบทำตัวล่อเสือล่อตะเข้เสียจริง ถูกรุกจีบมากๆ เข้า เดี๋ยวจับกินให้สมใจอยากซะเลย “ ’จารย์กลับมาเหนื่อยๆ นั่งก่อนสิครับ รับรองว่าผมจะไม่ยุ่งแล้ว"

 

ปากน่ะไม่ยุ่ง แต่มือไม่หยุด ฉับพลันก็รู้สึกถึงบรรยากาศกดดันที่คืบคลานมาจากมุมใดมุมหนึ่งของห้อง พระนายทำไม่รู้ไม่ชี้แล้วพับแขนเสื้อขึ้น พยายามทำตัวให้ผ่อนคลาย ทั้งๆ ที่ยังรู้สึกสับสนกับหลายเรื่องอยู่ 

 

“แล้วทำไมเรามาอยู่ที่นี่ล่ะจิระ”

 

“ก็ผม ไม่สิ เราทุกคนมาอยู่ที่นี่เป็นปกติอยู่แล้ว ถ้าไม่ได้ไปปั่นจักรยานหรือไปเที่ยวไหนกันก็อยู่ที่คอนโดนี่แหละครับ” จิระตอบด้วยท่าทีสบายๆ

 

“แต่ตอนที่อาจารย์มาที่ห้องนี้เมื่อวันศุกร์ไม่ยักมีร่องรอยของพวกเธอสักนิด” หางตาเห็นเงาคนแวบๆ จากด้านหลัง พอจะเดาได้ว่าใครคอยฟังอยู่ 

 

“อ้าว อย่างนั้นเหรอครับ” จิระตอบแล้วยิ้มอ้อน “ถ้ารู้ว่าอาจารย์จะมาที่นี่ ผมจะได้อยู่รอต้อนรับ”

 

ลูกเต้าเหล่าใครช่างปากหวานนัก 

 

“ผมไม่พบใครเลย ในห้องมีแค่ข้าวของของบางคนกับพี่ชายของอาจารย์ ใครอยากช่วยอธิบายเรื่องนี้บ้างหือ?”

 

สามหนุ่มมองหน้ากัน เชสเตอร์เผลอสบตาเขาแล้วก็เบือนหน้าไปทางอื่นเหมือนชิห์สุตัวน้อยแกล้งทำไม่รู้ไม่เห็นตอนเจ้าของถามว่าใครแอบกินไส้กรอก โนอาห์แกล้งเดินหนีไปในครัว จิระทำเป็นไม่ได้ยิน เห็นอาการของแต่ละคนแล้วก็เป็นที่แน่นอนว่าพวกเขาทุกคนรู้เรื่องที่เกิดขึ้นทั้งหมดและยังช่วยกันปกปิดอีกต่างหาก

 

“ถ้าตอนแรกทำท่าตกใจที่เห็นผมที่นี่ก็ว่าจะไม่ถามหรอกนะ” พระนายรุกถาม

 

“แหม อาจารย์ก้อ...” จิระแกล้งยิ้มหวานกลบเกลื่อน “กินข้าวด้วยกันก่อนสิครับ เดี๋ยวค่อยๆ เล่า—“

 

“จะรับแขกทั้งทีก็ต้องเก็บกวาดบ้านให้สะอาดสักหน่อย คุณจะคาดคั้นทำไมล่ะ” น้ำเสียงรำคาญนิดๆ หงุดหงิดหน่อยๆ เป็นผู้ให้คำตอบ “ใครจะไปรู้ล่ะว่าอยู่ๆ จะผลุนผลันโผล่มาเลย”

 

“เราหมายถึงวันศุกร์?” พระนายทวนคำ “งั้นรู้จากไหนว่าอาจารย์ เอ๊ย พี่จะเข้ามา”

 

ธีโอดอร์ไม่ตอบ เปลี่ยนคำถามหน้าตาเฉย “ช่างเรื่องวันศุกร์เถอะ อาจารย์อิ่มมาแล้วใช่ไหมล่ะ”

 

พระนายรู้สึกแปลกหูกับคำพูดประชดนั้น เขาไม่ชอบให้ใครมาพูดแบบนี้ ถ้าปกติคงต้องมีการลับฝีปากกันเป็นแน่ แต่เสี้ยววินาทีก่อนที่จะหลุดออกจากปากไปเขาก็เปลี่ยนใจเสียก่อน จึงชายตามองผู้พูดแล้วเบือนหน้าไปทางอื่น

 

“ถามว่าด้วยคำว่า พี่ แต่ตอบด้วยคำว่า อาจารย์... แบบนี้มันหมายความว่ายังไงกันนะ”

 

ไร้คำตอบจากสวรรค์ แต่ดูเหมือนว่าพระนายจะได้สิ่งที่ต้องการกลับมาในทันที ธีโอดอร์ขมวดคิ้วหน้าบึ้ง

 

“พี่ก็พี่ จู้จี้จริง!”

 

อยากจะหลุดยิ้มออกมาเสียตอนนี้ แต่เดี๋ยวจะเสียภาพลักษณ์คุณพี่สุดเฮี้ยบ พระนายตีหน้านิ่งมองธีโอดอร์ที่ยืนหน้าตึงเต็มๆ ตา เห็นรอยแดงๆ ที่พาดผ่านแก้มผอมๆ ทั้งสอง เขาเกือบจะหลุดยิ้มออกมาอีกรอบ

 

“มีใครบางคนมารอที่รถ ถามพี่ว่าจะกินข้าวเย็นด้วยกันไหม พอกลับมาถึงบ้านกลับหาว่าอิ่มมาแล้ว เลยไม่รู้จะเอาใจยังไงถูก” 

 

เขาจงใจเหน็บแนมแล้วหันไปมองจิระที่ตีสีหน้าประหลาดอยู่ใกล้ๆ 

 

“จิระมีอะไรให้อาจารย์กินบ้างล่ะ ไม่งั้นสงสัยต้องพึ่งพาข้าวกล่องเซเว่นซะแล้ว”

 

“ก็บอกว่าจะไม่กลับใครจะเตรียมไว้ให้” คนเสียงดุชิงพูดตัดหน้าเพื่อนมาก่อน 

 

“พี่พูดอย่างนั้นเหรอ จำไม่เห็นได้” พระนายตีบทความจำเสื่อมเสียอย่างนั้น “ตกลงมีอะไรให้กินบ้าง หิวจะแย่”

 

ฝรั่งขบเผาะตรงหน้าสูดหายใจเข้าลึกๆ ราวกับกำลังข่มกลั้นอารมณ์ 

 

“นึกว่าอิ่มทิพย์ไปแล้วนี่ ตอนนี้มีเหลือแค่ซุปกระป๋องเท่านั้นแหละ”

 

ไอ้เด็กเวรนี่... เกือบหลุดออกมาแล้ว แต่พระนายยังคงเชิดสู้ 

 

“เป็นคนชวนแท้ๆ แต่กลับให้คนหิ้วท้องรอต้องกินอาหารสำเร็จรูป ถ้ารู้อย่างนี้ล่ะก็...”

 

“เท็ด…ไม่เอาน่า” ชิห์สุเชสเตอร์เอ่ยปรามเพื่อน ธีโอดอร์ทำสีหน้าเหมือนอยากพูดอะไรสักอย่าง แต่ก็เม้มปากไว้ไม่พูดสิ่งที่คิดไว้ออกมา “กินของง่ายๆ แล้วกัน” มีแต่ประโยคสั้นๆ ตัดบท จากนั้นร่างสูงหันหลังกลับไปในครัว

 

นึกว่าจะแน่...

 

พระนายมองร่างสูงใหญ่เดินกลับไปในห้องครัวแล้วตัดสินใจลุกตามไปด้วย ท่ามกลางสายตาไม่สบายใจของหนุ่มๆ อีกสามคน เขาเดาว่าเท็ดดี้คงจะโมโหโทโสน่าดูทีเดียวที่เป็นฝ่ายพ่ายแพ้แถมยังโดนเหน็บอีกหลายคำ แต่ดูเหมือนจะไม่ใช่แบบนั้นเสียทีเดียว จากนอกประตูครัวที่แอบดูอยู่ เขาเห็นเด็กหนุ่มยืนเกาคางอยู่หน้าตู้เย็น ผมสีน้ำตาลที่ค่อนข้างยาวถูกขมวดเป็นเป็นมวยอย่างขี้เกียจจะใส่ใจ แขนอีกข้างประคองถ้วยเล็กๆ ที่ใส่ผักจำพวกมะเขือเทศ แครอท มันฝรั่ง ที่หั่นไว้แล้ว มือที่เกาคางเปลี่ยนไปหยิบก้อนชีสออกมาจากตู้เย็น จากนั้นก็วางบนเคาน์เตอร์เตรียมอาหารที่ถูกทำความสะอาดเสียเรี่ยมเร้ ร่างสูงใหญ่คับห้องครัวตั้งน้ำเพื่อลวกเส้นสปาเก็ตตี้ในขณะที่เปิดเตาอีกฝั่งเพื่อเตรียมน้ำซอส มือทั้งสองข้างจับนั่นทำนี่ว่องไวอย่างคนที่ทำอาหารมาแล้วอย่างโชกโชน

 

พระนายมองรูปการแล้วจึงเข้าใจว่าเท็ดดี้ไม่ได้พูดประชดหรอก แต่คงคิดว่าเขาจะไม่กลับมากินข้าวเย็นด้วยจริงๆ ต่างหาก จึงไม่ได้เตรียมอะไรเผื่อเลย ส่วนเรื่องปากร้ายนั่นเป็นอีกเรื่องหนึ่ง

 

เมื่อร่างสูงหันมาสายตาสบกันไม่ยักพบความดื้อดึงจะเอาชนะแต่อย่างใด ตรงกันข้ามกลับเหมือนมีเรื่องมากมายที่อยากถ่ายทอดออกมาแต่ต้องสะกดกลั้นไว้

 

“มีอะไรจะพูดก็พูดมาสิ พี่รอฟังอยู่” เขาเป็นฝ่ายเปิดบทสนทนาก่อน 

 

ธีโอดอร์เพียงแค่เลิกคิ้วสูงแล้วหันกลับไปดูกระทะที่ตั้งไฟไว้ หลีกเลี่ยงการเผชิญหน้า พระนายไม่อยากยอมแพ้ และเขาก็ไม่ต้องการให้บรรยากาศอึมครึมนี้ยืดเยื้อต่อไป จึงตัดสินใจเดินตามไปยืนใกล้ ๆ เคาน์เตอร์เตรียมอาหารที่เด็กหนุ่มกำลังง่วนทำงานอยู่ เท็ดดี้ตั้งใจทำอาหารให้เขาจริงๆ และก็ดูจะไม่ได้โกรธเคืองอะไรนักหนา แต่จงใจแกล้งเสไม่ยอมสบตาให้พระนายอึดอัดใจเล่นเท่านั้น

 

“เท็ดดี้... วันแรกของเราเริ่มต้นไม่ดีเลยใช่ไหม แต่อยากจะให้เป็นอย่างนี้ต่อไปเหรอ?” ชายหนุ่มตัดสินใจเปิดบทสนทนาก่อน เขาคิดว่าเขาเริ่มต้นไม่ค่อยดีเท่าไรแต่หากรีบปรับความเข้าใจกันเสียแต่ตอนนี้น่าจะพอลดความตึงเครียดลงไปได้บ้าง

 

คู่สนทนาเหลือบมองกระทะตรงหน้าแล้วหันมาสบตากับเขาตรงๆ ดวงตาคู่สวยดูคล้ายกับกำลังผิดหวังมากกว่าตะโกรธเคือง

 

ผิดหวังงั้นหรือ?...ผิดหวังเรื่องอะไร?

 

ธีโอดอร์คาดหวังอะไรกับตัวแทนพี่ณิชจึงแสดงความรู้สึกผ่านดวงตาแบบนี้

 

แต่พระนายไม่มีโอกาสถาม เขารู้สึกได้ด้วยตนเองว่าเด็กหนุ่มไม่อยากจะพูดอะไรมากนักจึงไม่เซ้าซี้เรื่องเดิมต่อ

 

“ชอบทำอาหารเหรอ”

 

เด็กหนุ่มพยักหน้าแทนคำตอบ

 

“พี่ขออยู่ดูได้ไหม”

 

เมื่อเท็ดดี้พยักหน้าอีกครั้ง พระนายรู้ว่านี่เป็นสัญญาณที่ดี หากไม่ชอบใจเจ้าตัวคงตะเพิดเขาออกไปแล้ว เขาจึงย้ายตัวเองไปยืนพิงผนังแล้วดูเงียบๆ อันที่จริงเขาไม่ได้สนใจนักว่าเด็กหนุ่มจะทำอะไร แต่อยากคอยดูเพื่อสังเกตสีหน้าท่าทางมากกว่า 

 

ธีโอดอร์หน้าตาดีมากจริงๆ อย่างที่บีมพูด  ยิ่งมองยิ่งเพลินตา แม้ว่าจะทำสีหน้าเฉยเมยก็ยังน่าดู พระนายลอบสังเกตอยู่ครู่หนึ่งก็เห็นรอยยิ้มจางปรากฏขึ้นบนใบหน้าในตอนที่เด็กหนุ่มใช้ช้อนสเตนเลสคันเล็กๆ ตักซอสขึ้นมาชิม

 

…อร่อย… แม้พระนายจะไม่รู้รส แต่สายตาของพ่อครัวบ่งบอกเช่นนั้น

 

อันที่จริงแค่กระแทกจานลงบนโต๊ะแล้วเสือกไสมาให้ก็ได้แท้ๆ แต่คนรักของพี่ชายกลับทำอาหารให้เขาอย่างตั้งอกตั้งใจ 

พระนายเผลอมองตามมือคู่ใหญ่ที่บรรจงปรุงและแต่งจานอาหารให้เขาดูน่ารับประทาน มองแล้วนึกชื่นชมอยู่ในใจ

 

“เผ็ดนะ ใส่พริกไทยหนักมือไปหน่อย”

 

ชายหนุ่มพยักหน้า สถานการณ์ก็ดูดีขึ้นแล้วนี่นะ เขาควรจะพูดอะไรออกไปสักหน่อยไหม อย่างเช่นคำขอบคุณ

 

“ผมไม่ได้โกรธอะไรหรอกนะ อย่าเข้าใจผิด”

 

“ก็ดีแล้ว เราก็โตแล้ว ไม่น่าจะโกรธด้วยเรื่อง---“ 

 

เขากำลังจะพูดคำว่า ‘เรื่องเล็กแค่นี้’ แต่ดีแล้วที่คำนั้นไม่หลุดออกไป เพราะประโยคที่ตามมาทำให้พระนายต้องประหลาดใจ

 

“ผมก็แค่อยากใช้เวลากับพี่นายในมื้อเย็นของวันแรกของเรา... ก็เท่านั้น”

 

แค่ได้ฟังก็รู้สึกอย่างกับว่าถูกช็อตด้วยไฟฟ้าจนหัวใจกระตุก อะไรบางอย่างที่จี๊ดๆ ในใจบอกเขาว่านี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เขาเคยพบกับเด็กคนนี้ และในเมื่อคำพูดออดอ้อนประสมกับดวงตาที่เหมือนกับเรียกร้องขอความรักช่างทรงพลังเสียขนาดนั้น คำพูดจาร้ายๆ ของธีโอดอร์ก่อนหน้านี้จึงเป็นเรื่องที่ให้อภัยได้ไม่ยากเลย

 

ธีโอดอร์ส่งจานสปาเก็ตตี้ให้เขา ถามเรียบๆ 

 

“พรุ่งนี้พี่นายจะกลับมากินข้าวที่บ้านไหม”

 

ทั้งๆ ที่ตัวใหญ่กว่า หน้าดุกว่า ปากร้ายกว่า แต่บรรยากาศรอบข้างกลับชวนให้เอื้อมมือไปลูบหัวแล้วโอ๋ให้หายเศร้าเสียอย่างนั้น พระนายเจอคนขี้งอนหรือคนที่ชอบเรียกร้องความสนใจมาก็มาก แต่นี่เป็นคนแรกและครั้งแรกที่แวบหนึ่งเขานึกอยากลองตามใจดู เพียงความรู้สึกเสี้ยววินาทีเดียวเท่านั้น

 

ไม่รู้เหตุผลอะไรที่พระนายตอบออกไปว่า ‘กลับสิ’ โดยไม่ต้องคิด จะเป็นเพราะกลิ่นอาหารที่เย้ายวน รสชาติของสปาเก็ตตี้ที่ถูกปากถูกลิ้น สายตาออดอ้อนของอีกฝ่าย หรือจะเพราะท่าทางตั้งอกตั้งใจทำอาหารสุดฝีมือที่ทำให้เขาใจอ่อนขึ้นมา

 

พระนายผู้ให้เหตุผลกับทุกการกระทำ... บัดนี้ตอบตัวเองไม่ได้

 

แต่เขาก็ยอมรับเรื่องหนึ่งว่ารู้สึกดีใจที่เห็นรอยยิ้มในดวงตาสีเขียวสวยซึ้งคู่นั้น

 

 

 

:;:;:;:;:;:;:;:;:;:;:;:;:;:;:;

 

 

 

พอทั้งออกกลับออกมาที่โต๊ะอาหารก็พบว่าลาซานญ่าและอาหารอย่างอื่นที่เท็ดดี้เตรียมไว้ได้อันตรธานไปอยู่ในท้องของเพื่อนทโมนแทบไม่เหลือซาก ดีหน่อยที่ยังมีคนแบ่งของไว้ให้พ่อครัว ธีโอดอร์จึงไม่ต้องหิวท้องกิ่ว พระนายไม่แน่ใจว่าตัวเองควรจะร่วมโต๊ะกับพวกเด็กๆ ดีหรือเปล่า แต่จิระก็เป็นคนดึงแขนของเขาให้มานั่งด้วยกัน พระนายจึงนั่งลงแล้วกันและกินสปาเก็ตตี้เงียบๆ โดยที่ไม่พูดอะไร เงี่ยหูฟังเด็กๆ คุยกันโดยไม่เก็บอะไรมาใส่ใจ สายตาของเขาเลื่อนมองไปยังแม่น้ำเจ้าพระยายามค่ำคืนนอกกระจก พลางนึกสงสัยว่าหลังจากนี้จะเป็นอย่างไรนะ...

 

“มื้อนี้อร่อยเนอะ” เชสเตอร์เอ่ยขึ้นมาเป็นภาษาอังกฤษ ซึ่งดูเหมือนว่าพวกเขาทั้งห้าคนรวมพระนายด้วยตกลงว่าจะใช้เป็นภาษากลางในการสื่อสารกัน จิระเป็นลูกครึ่งญี่ปุ่นที่มาจากแครนเบอร์ราเช่นเดียวกับโนอาห์หนุ่มผมบลอนด์สั้นเกรียน ส่วนเชสเตอร์หนุ่มน้อยหน้าหวานเกลี้ยงหมดจดดูเหมือนลูกครึ่งเอเชียทั่วไปแต่กลับพูดด้วยสำเนียงออสเตรเลียนลิ้นพันกันงึมงำ พระนายชอบมองเด็กคนนี้เป็นพิเศษ เพราะเมื่อศีรษะของเขาขยับ ผมจุกชิห์สุบนหัวก็ขยับตามไปด้วย ดูไปดูมาก็เพลินดี

 

“อื้อ” จิระตอบรับในคอขณะที่อ่านนิตยสารแฟชั่นสำหรับผู้ชายอยู่ เด็กๆ นั่งกินอาหารเย็นด้วยกันจึงไม่เคร่งครัดมารยาทบนโต๊ะอาหารมากนัก “วันนี้อร่อยเป็นพิเศษ”

 

“นายหิวจนจะล้มหมูได้ทั้งตัวมากกว่ามั้ง” โนอาห์เรียกเสียงหัวเราะครืน

 

จิระทำหน้าตูม “มีคนพิเศษมากินด้วยต่างหาก เลยอร่อยเป็นพิเศษ”

 

“อันที่จริงแกควรจะชมคนทำว่าวันนี้เขาตั้งใจทำเป็นพิเศษ ไม่ใช่ชมคนกิน” เชสเตอร์แซวแล้วก็ปรายตามองเท็ดดี้ มุมปากของคนสวยกำลังยิ้มจนแก้มตุ่ย

 

“พูดมากน่ะเชส”

 

“อาจารย์เผลอรับปากว่าจะกลับมากินข้าวกับเท็ดทุกวันแล้วใช่มะ” จิระจู่โจมพระนายด้วยคำถามซึ่งทำให้เขาไม่มีสิทธิ์จะตอบอย่างอื่นได้เลยนอกจากคำว่าใช่ หนุ่มลูกครึ่งญี่ปุ่นฟังแล้วยิ้มกรุ้มกริ่ม 

 

“อาจารย์ทำสัญญากับปีศาจไปซะแล้ว รู้ตัวหรือเปล่าครับเนี่ย”

 

“ปีศาจอะไร”

 

ธีโอดอร์กระแอม แต่จิระกลับทำไม่รู้ไม่ชี้ “หมอนี่น่ะขี้เหงาที่สุดในโลก ไม่ยอมกินข้าวเย็นคนเดียวเด็ดขาด และจะอ้อนให้อาจารย์กลับมากินข้าวด้วยทุกวัน”

 

“แต่…”

 

“แรกๆ อาจารย์ก็คงรำคาญแหละ  คนอะไรตื๊ออยู่ได้ก็ยอมๆ กินเพื่อตัดปัญหาแล้วก็จะพบว่าอาหารทุกๆ มื้อที่เท็ดดี้ทำให้กินจะอร่อยขึ้นทุกวัน มีแต่ของที่ชอบ รสที่โปรดปราน แม้แต่ผักที่เกลียดที่สุดก็ทำให้ยอมกินได้ง่ายๆ สุดท้ายอาจารย์จะไปกินที่ไหนก็ไม่อร่อยแล้ว — ที่สำคัญ... อาจารย์ต้องระวังไว้มากๆ นะครับ”

 

“จี!” คนถูกเผาซึ่งหน้าโวยเสียงแข็ง แถมยังหน้าแดงราวกับลูกเชอร์รี่

 

“อยู่กับมันแล้วอ้วน เท็ดมันเป็นปีศาจคอเลสเตอรอล อยู่ด้วยกันนานๆ แล้วไขมันอุดตันเส้นเลือดได้ง่ายๆ นะครับ เห็นผมตัวเท่านี้ยังต้องเคยลดน้ำหนักเพราะเขา ถ้าโนอาห์กับเชสไม่ชวนไปปั่นจักรยาน ป่านนี้ผมคงตัวใหญ่เท่าฮิปโปแล้ว”

 

เมื่อจิระเฉลยคำว่าปีศาจ แล้วทั้งโต๊ะก็ระเบิดเสียงหัวเราะออกมา แม้กระทั่งพระนายที่ตั้งใจฟังอย่างจดจ่อก็พลอยหัวเราะตามออกมาด้วย

 

“ทำไมไม่ขอให้เขาเปลี่ยนเมนูสิ”

 

“โอ๊ย มันไม่สนใจหรอกครับ ขอแค่มานั่งกินข้าวเย็นกับมันก็พอใจแล้ว” หนุ่มน้อยหน้าขาวพูดกลั้วหัวเราะ เมื่อพระนายหันไปมองธีโอดอร์ก็พบว่ารอยสีแดงจางๆ บนแก้มนั้น ตอนนี้พาดยาวไปถึงใบหูและลำคอแล้ว

 

พ่อแก้วแม่แก้วเอ๊ย... คนหล่อเขินนี่มันน่าหยิกน่าฟัดน่า... โอเค พอ หยุดเพ้อ นี่ผัวเด็กของพี่ณิช คำนี้คำเดียวเป็นเหมือนคาถาสะกดวิญญาณร้ายในตัวเอง หาไม่แล้วพระนายต้องล้ำเส้นเข้าสักวัน

 

จิระรินเบียร์ให้อาจารย์หนุ่มแล้วฉวยโอกาสโอบเอวของเขาจากด้านหลัง ซึ่งคนถูกโอบก็แกล้งหยิกแรงๆ เป็นการเตือน คนมือไวทำท่าไม่รู้ไม่ชี้แล้วหดมือกลับไป 

 

พระนายมองเด็กหนุ่มที่ยอมล่าถอยอย่างพอใจ เป็นกระต่ายน้อยอย่าริให้ท่าหมาป่า สักวันจะถูกจับกิน

 

“แล้วถ้าวันไหนพี่ไม่ว่างกลับมากินด้วยจริงๆ เขาจะทำยังไง”

 

เขาเอ่ยถามจิระ แต่มีเจตนาส่งคำถามถึงคนที่นั่งหน้าแดงหูแดงอยู่ต่างหาก

 

“เดี๋ยว ’จารย์จะต้องหิ้วท้องกลับมากินกับมันในที่สุด เอาหัวเป็นประกันเลย เหมือนที่พวกผมทุกคนโดนกันมาหมดแล้ว นี่แม่ก็บ่นเหมือนกันว่าไม่ค่อยกลับมากินข้าวบ้าน นึกว่าผมไปติดพันลูกชายบ้านไหนให้พ่อแม่เขาลำบากใจซะอีก ต้องคอยย้ำแล้วย้ำอีกว่าต้องมากินข้าวกับเท็ด แม่ก็ยังไม่ค่อยจะเชื่อ” จิระตอบคำถามและฟ้องไปด้วย

 

คำว่า ‘ติดพันลูกชายบ้านไหน’ ก็เข้าทางพระนายสิ หยุดๆๆ นี่นักศึกษา! 

 

“จิระอยู่กับพ่อแม่เหรอ”

 

“อาจารย์เรียกผมว่าจีก็ได้ครับ  ผมอยู่กับพ่อแม่  ไว้มีโอกาสจะเชิญอาจารย์ไปทานข้าวด้วยกันแล้วรีบพากลับมาส่ง บ้านผมไม่ไกลหรอก อยู่ข้างโรงพยาบาล...นี่เอง” เมื่อเอ่ยชื่อโรงพยาบาลชื่อดังย่านสุขุมวิทก็พบว่าเป็นโรงพยาบาลที่พี่ณิชไปรักษาตัวนั่นเอง “แต่เราไม่ค่อยอยู่บ้านกันหรอก ออกจาก ม’หาลัย ก็ไปเที่ยวปั่นจักรยานกันตลอด พ่อแม่จะลืมหน้าแล้ว”

 

เวลาพูดแล้วเอียงคอไปด้วยเหมือนหมาปั๊กที่ยิ่งดูยิ่งน่ารัก จิระปั๊กน้อย

 

ความคิดก็สะดุดลงตรงนั้นเมื่อหนุ่มน้อยโน้มตัวกระซิบข้างหู 

 

“ว่าแต่อาจารย์ตกปากรับคำกับเท็ดไปแค่อย่างเดียวใช่หรือเปล่า หรือพลาดสัญญาเรื่องที่สองไปแล้ว”

 

“สัญญาเรื่องที่สอง?”

 

“ก็นอกจากไม่กินข้าวเย็นคนเดียว เท็ดดี้ก็ไม่นอนคนเดียวด้วย" หนุ่มจุกชิห์สุพูดเสริมขึ้นมา

 

"แล้วมีชีวิตอยู่มาได้ยังไง อย่าบอกนะว่าตอนนอนต้องไม่ปิดไฟด้วย” 

 

พระนายถามแดกดันและรอคอยคำตอบ ถ้าใช่จะลดจากนักศึกษาเป็นอนุบาลสาม 

 

เชสเตอร์มองหน้าชายหนุ่มแล้วอมยิ้มเจ้าเล่ห์ แก้มแดงขึ้นมานิดๆ 

 

"อันนั้นอาจารย์รอพิสูจน์เองก็ได้ครับว่าจะให้เป็นเตรียมอนุบาลหรือปริญญาเอก ทดสอบคืนเดียวก็รู้เรื่องแล้ว — ว่าแต่ว่ายังไม่ได้พลาดตกปากรับคำไปใช่ไหม”

ประโยคเมื่อครู่ฟังเผินๆ เหมือนไม่มีอะไร แต่ในเมื่อจู่ๆ โนอาห์ร้องขึ้นมาว่าเลือดกำเดาของเชสเตอร์ไหล แล้วก็กุลีกุจอหากระดาษทิชชูมาซับเลือดกันใหญ่ พระนายก็เกิดพุทธิปัญญา รู้ทันทีว่าวุฒิการศึกษาที่ถูกกล่าวถึงก่อนหน้านี้ต้องว่าด้วยประเด็นที่ต่ำกว่าเข็มขัดสูงกว่าหัวเข่าอย่างแน่นอน พลอยรู้สึกขัดเขินตามไปด้วย โดยเฉพาะเมื่อเผอิญสบตากับคนที่ถูกเผาจนเกรียม ใบหน้าคมคายออกจะหงิกจนดุ แต่ก็ดูออกว่าเขินจนทำอะไรไม่ถูกแล้ว ร่างสูงลุกพรวดดึงแก้วเบียร์ออกจากมือเพื่อนทุกคน แล้วกระชากคอเสื้อของจิระจากด้านหลังแทบจะเหวี่ยงไปหน้าห้องราวกับว่าเพื่อนเป็นเห็บเหา

“พูดเพ้อเจ้อ พวกแกกลับบ้านไปได้แล้ว” 

 

หลังจากนั้นก็เต็มไปด้วยความชุลมุน เชสเตอร์อิดออดไม่ยอมกลับ โนอาห์อ้างว่าทำความสะอาดจักรยานค้างอยู่ จิระบอกว่าอยากอยู่กับพระนายอีกนานๆ (เหตุผลสุดท้ายนี่เองที่ทำให้จิระถูกอัญเชิญออกไปนอกห้องเป็นคนแรก)

สุดท้ายเมื่อความวุ่นวายสงบลงก็เหลือแค่พวกเขาเพียงสองคน  ต่างคนต่างมองหน้ากันโดยที่ไม่พูดอะไรก่อให้เกิดความรู้สึกอึดอัดขึ้นมาอีกครั้ง ในเมื่อไม่มีอะไรจะพูดก็ถือว่าได้เวลาแยกย้ายเข้าพื้นที่ส่วนตัว อาจารย์หนุ่มเดินหนีเข้าห้องไพรเวทเบดรูมเพื่อเปลี่ยนเสื้อผ้า  ก็จึงนึกขึ้นได้ว่ายังไม่ได้ตกลงเรื่องห้องนอนกัน 

 

คำพูดปริศนาของเชสเตอร์ลอยเข้ามาในความคิดของพระนาย เท็ดดี้ไม่นอนคนเดียวนั้นหมายความว่าอย่างไรกันนะ เมื่อคิดว่าเด็กหนุ่ม ไม่สิ ชายหนุ่มกับพี่ณิชเป็นคนรักกัน (รักอย่างไรก็ไม่แน่ใจ แต่รักมากพอที่จะให้เงินเดือนละแสนห้า) ก็พอจะเข้าใจได้ แต่พี่ชายของเขาก็ลาโลกไปแล้วกว่าสามเดือน หากเป็นเช่นที่ว่าจริง ระหว่างนี้เจ้าหมีขี้เหงานี่นอนกับใคร และทำไมถึงนอนคนเดียวไม่ได้ เด็กๆ ทั้งสามคนถึงพูดเรื่องนี้เป็นเรื่องปกติสามัญ ทั้งๆ ที่ต่างรับรู้และเข้าใจความสัมพันธ์ระหว่างพี่ณิชและเท็ดดี้เป็นอย่างดี ไม่ใช่ว่าทุกคนเข้าใจผิดว่าการเข้ามาอยู่ที่นี่ของพระนายจะทำให้ตัวเขากลายเป็นตัวแทนของพี่ณิชสำหรับเด็กคนนี้หรอกนะ

ไม่เลย! และจะไม่มีวันเป็นแบบนั้นเด็ดขาด!

พระนายรู้ตัวเสมอว่าตัวเองเป็นใคร กำลังทำอะไร อะไรถูกอะไรผิด ชีวิตของเขาไม่เคยมีสีเทา และเขารู้ว่าเขาจะไม่แตะต้องเท็ดดี้ (เขาไม่เถียงเรื่องตรงสเปกหรอกนะ) แต่ทว่าข้อสงสัยที่สะกิดยิกๆ อยู่ในใจทำเอานอนไม่หลับ  สุดท้ายจึงต้องหาทางออกด้วยการผุดลุกขึ้นมากลางดึกเพื่อตรวจข้อสอบให้ง่วงด้วยหลักการเดียวกับการนับแกะให้หลับ พอเริ่มมีสมาธิกับการตรวจข้อสอบ เขาก็คลายสงสัยเรื่องเท็ดดี้ลงเพราะได้ค้บพบปริศนาใหม่ยิ่งกว่าที่ว่านักศึกษาในชั้นเรียนของเขามีอะไรบรรจุอยู่ในสมองบ้าง ถามเรื่อง GDP กลับตอบเกี่ยวกับอุปสงค์และอุปทาน  พอให้แจกแจงจุดเด่นของระบบเศรษฐศาสตร์จุลภาคกับมหภาคก็อยากจะตอบเรื่องทุนนิยม พระนายไม่รู้จริงๆ ว่ามันผิดพลาดที่การสอนของเขาหรือเซลล์สมองของเด็กพวกนี้กันแน่

ทำไมไม่มีนักศึกษาอย่างเท็ดดี้อีกซักสามสิบคน การตรวจข้อสอบจะได้รื่นรมย์ขึ้นมาบ้าง...

 

“ยังตรวจข้อสอบอีกเหรอ ดึกแล้วนะ”

อาจารย์คนขยันถึงกับสะดุ้งที่จู่ๆ โผล่มาไม่ให้สุ้มให้เสียง เขาเหลียวมองจึงพบร่างสูงใหญ่ยืนอยู่ข้างหลังตัวเอง ในระยะใกล้ชิดจนกลิ่นสบู่จาง

 

“นอนไม่หลับ”

 

“ทำไมล่ะ”

 

เขามองดวงตาสีเขียวที่จ้องมาอย่างขบขันนั้นก็พอจะรู้ว่าเท็ดดี้เดาออกเรื่องที่เขากังวลกับคำพูดของเชสเตอร์จนข่มตาหลับไม่ลง

พระนายไม่ชอบการถูกปั่นหัวแบบนี้เลย จึงตัดสินใจถามตรงๆ 

 

“เราน่ะจะนอนห้องใหญ่หรือห้องเล็ก พี่ให้เท็ดเลือกเพราะเราอยู่มาก่อน”

“ผมยังไม่นอนหรอก จะดูหนังสักเรื่อง พี่อยากนอนห้องไหนก็เลือกเอา”

นั่นไม่ได้ตอบคำถาม... พระนายนึกอยากจะพูดดักคอว่า ห้องไหนก็ได้แต่นอนห้องเดียวกันไม่เอานะ แต่เงียบไว้ก่อนดีกว่า เขาไม่อยากถูกจับได้ว่ากำลังร้อนรน  จึงตัดสินใจจะอดทนรอดูสักหน่อยว่าจะเกิดอะไรขึ้นในคืนนี้

และก็เป็นตามที่จิระพูดไม่มีผิดเพี้ยน เท็ดดี้ไม่นอนคนเดียว!

TBC

 

 

 

 

 

 

TALK : สวัสดีค่า สัปดาห์นี้ใจดีจัดๆ ลงให้พร้อมกันตอนที่ 5 และ 6 เลย จะได้อ่านกันยาวหน่อยเพราะว่าตอนที่ 5 นั้นสั้นมากๆ ขอบคุณทุกคอมเมนต์ในทุกช่องทางค่ะ นอกเหนือจากในเด็กดีแล้ว ยังมีให้อ่านในบอร์ดนาบู http://nabu.gooboards.com  และบอร์ดลัสเซียส http://luscious.thai-forum.net/ ด้วยนะคะ บอร์ดนาบูกำลังอยู่ระหว่างการทบทวนเปลี่ยนวิธีรับสมัครสมาชิกอยู่ ส่วนบอร์ดลัสเซียสเป็นไปตามกฏของบอร์ดค่ะ

 

เมื่อกี้มีอะไรอยากคุยนะ รู้สึกเหมือนจะลืมไปแล้ว ความจำสั้นจริงๆ ยิ่งช่วงนี้ดูบอลนะ สมงสมองไม่ทำงานกันเลย เอะอะจะดูหุ่นนักฟุตบอลกันอย่างเดียว โถ.....กีกี้  เข้าเรื่องดีกว่า  ตามประสากีกี้คือ...ตัวละครเยอะมากค่ะ มันเป็นนิสัยอันแก้ไม่หาย  ตัวประกอบที่จะมีบทไปตลอดเรื่องนี้คือสามหนุ่ม จิระ เชสเตอร์ โนอาห์ ที่ยิ่งเขียนยิ่งชอบแต่ให้บทมากไม่ได้ จำนวนหน้าจำกัด  ขอสปอยไว้ก่อนว่า จิระปั้กน้อยอ้อล้อทุกคนทุกหนทุกแห่งให้พระนายเคืองบ้าง เท็ดดี้งอนบ้าง ส่วนเชสเตอร์เป็นคนสวยใจโฉด จะโฉดอย่างไรติดตามกันต่อไป ส่วนโนอาห์....เงียบๆ ค่ะ เกิดมาเพื่อเป็นช่างซ่อมจักรยานเท่านั้น หน้าที่อื่นไม่ค่อยมีเท่าไร หนุ่มๆ กลุ่มนี้มีกิจกรรมเฉพาะตัวที่มั่นใจว่าสาวๆ ไทยไม่ยอมทำด้วยแน่นอนคือการตื่นนอนเช้ามากไปปั่นจักรยานก่อนไปเรียน ใช่มะ แค่คิดก็ร้อนแล้ว ฮา แต่หนุ่มๆ ก็อย่างนี้ล่ะน้า ใครสนใจอยากพบเจอพวกนางไปรอได้แถวท่าน้ำ !?! 

 

วกกลับมาที่พระนายค่ะ... น่าหยิกจมูกแรงๆ ให้ร้องโอดโอยเลยนะคนนี้  คนนั้นก็ดี คนนี้ก็กิ๊ก  เด็กอ้อนก็ปลื้ม เจ้าชู้แบบนี้มันน่า....นัก   ค่อยๆ ทำความรู้จักทุกคนในเรื่องนี้ไปด้วยกันนะคะ :)  

 

สุดท้ายขอขอบคุณผู้มีอุปการคุณรอบทิศค่ะ สำหรับกำลังใจ คอมเมนต์ในทุกที่ และหากใครมีไอดีเด็กดี ช่วยกดโหวตด้วยจะขอบคุณมากๆ เลยน้า  เลิฟยู จุ๊บๆ พบกันพุธหน้า สวัสดีค่ะ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 51 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

474 ความคิดเห็น

  1. #387 aey (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 27 พฤศจิกายน 2557 / 11:09
    อ่านจบตอน 7 แล้วก็ย้อนกลับไปอ่านตอน 4 ใหม่ ตอนนี้บรรลุแล้วค่ะ เพิ่งเข้าใจว่า..3 ปีก่อน ที่เท็ดเจอพี่นายตอนอายุ 18 นั่นมันเป็นช่วงที่ "ป๋า" เสีย ไม่ใช่ "พี่ณิช" เสีย



    หลังจากอ่านฟิคของคุณลิงไปหลายเรื่อง เป็นที่เข้าใจเองว่า ควรจะมีช็อตโน๊ต ไว้จนบันทึกช่วงเวลาและความสัมพันธ์ตัวละครให้ดี มิฉะนั้นจะมึนงงมากกก 555
    #387
    0
  2. #385 aey (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 27 พฤศจิกายน 2557 / 09:51
    งงกับ timeline เหมือนที่คุณ Baitong ว่าเลย ตอนที่ผ่านมา รู้สึกว่าเท็ดดี้ (อายุ 18 ?) ตอนที่เจอพระนายครั้งแรก (พี่ณิชตายแล้ว) แล้วเท็ดดี้ก็หายหน้าไป 3 ปี อ่านอีกทีบอกว่าพี่ณิชเพิ่งตายไป 3 เดือน แต่ตอนนี้เท็ดดี้อายุ 21 ปี นี่ฉันแก่และหลงเรื่องเวลา หรืออ่านข้ามอะไร ยังไงกันแน่หว่า #เกาหัวแกร๊กๆ
    #385
    0
  3. #345 YuNNuTJae LoVe (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 12 พฤศจิกายน 2557 / 23:53
    รู้สึกว่านายเอกของเรา(รึเปล่าหว่า ยังไม่ค่อยแน่ใจ)จะเจ้าชู้ไป๊ ระวังเท็ดดี้จัดครอสปริญญาเอกให้น้า อร๊ายๆๆๆๆ
    #345
    0
  4. #279 Ma-i (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 10 กันยายน 2557 / 14:43
    เง๊อ คอมเม้นต์มะคืน หายไปไหน 

    เพื่อนๆของหมีเท็ด น่ารักทั้งนั้นเลย น้องหมาชิสุ น้องหมาบั๊ก (หน้าจิระ เหมือนบั๊ก จริงเหรอ รึว่านิสัยบั๊ก 555)
    ผัวพี่ณิช นี่ขาดความอบอุ่นเนาะ ต้องมีคนกินข้าว นอนคนเดียวไม่ได้

    แต่แอบอ่านเห็น พี่พระนาย ใจระทึก เมื่อ มโน ว่านอนกับน้องหมี 
    หม่ำๆๆๆ
    #279
    0
  5. #276 Ma-i (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 9 กันยายน 2557 / 22:43
    โห มาเป็น แท๊กทีม แต่ละคน เด่นๆทั้งนั้น 
    แต่เจ้าหมีเท็ด น่ารักสุดละ มีทั้งหน้าแดง หน้าเขียว 
    อ่อน อ่อย อ้อน สุดๆ ทุกรูปแบบ 
    แล้วคืนนี้จะยังไงน๊า
    พี่ชาย ยิ่งหวั่นไหว เป็นโรคใจง่ายอยู่นะ
    #276
    0
  6. #265 BaiTong23 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 6 กันยายน 2557 / 21:05
    อ่านแล้วงงๆกับเรื่องเวลา ตอนที่แล้วบอกดรอปเรียน3ปี แต่ตอนนี้บอกพี่นิชพึ่งตาย3เดือน คืองงๆ
    #265
    0
  7. #147 Pi[ran]ya faravel (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 24 กรกฎาคม 2557 / 11:59
    รู้สึกอีกทีไรเตอร์ก็มาลงมาหลายตอนแล้ว ต้องรีบมาอ่าน...



    อ่า ตอนนี้อบอุ่นนะ เจ้าหมีก็ทั้งขี้งอนทั้งขี้โมโห พระนายก็ตีซี้บ่อยๆ นะ อิอิ



    ประโยคสุดท้ายหมายความว่าไงน่ะ นอนคนเดียวไม่ได้แล้วจะนอนยังไงล่ะฮึ
    #147
    0
  8. #90 soneffiez (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 3 กรกฎาคม 2557 / 17:17
    อ่านมาถึงตอนนี้ เห็นชัดเลยว่า เท็ด ตั้งใจยั่วพระนายอยู่หลายครั้ง ทั้งยั่วโมโห ยั่วให้หลง ยั่วให้ใจสั่นเล่นเบาๆ อิอิอิ คิดว่านะ พระนายอาจจะเแ็นรักแรกของเท็ดดี้ตั้งแต่เจอกันครั้งนู้นนนนน และดูเหมือนเท็ดดี้ก็พยายามจะทำให้พระนายค่อยระลึกชาติจำได้เสียที หลายคนที่สงสัยมาตั้งแต่ต้นเรื่อง ใครบนใครล่าง ตอนนี้คงรู้แล้วสินะ อย่างที่พี่กี้บอกว่า พระนายไม่เคยตกเป็นเบี้ยล่างของใคร อิอิอิ มาสองตอนรวดอย่างนี้ใจดีจริงๆเลยพี่กี้ พุธหน้าเอาอีกนะคะ คึคึ แต่คิดว่านิยายจองพี่กี้คงไม่ให้แค่มาคลายปมแค่ความรักในวัยเด็กหรอก ต้องมีเรื่องอื่นๆ ตามมาอีกมากแน่นอน



    เพื่อนๆทโมนทั้ง3 ของเท็ด มีสีสันดีนะ จิระปั้กน้อย ขิสุเชสเตอร์ โนอาห์นักซ่อมจักรยาน 55 แต่ละคน อยากให้สักคนในนี้เจอพี่บีมเพื่อนพระนาย คงจะมันส์น่าดู แน่ใจหรือคะพี่กี้ว่าเรื่องนี้จะมีแค่คู่เดียว?



    ขอบคุณนะคะ^^ สู้ๆ
    #90
    0
  9. #87 Teatimes (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 2 กรกฎาคม 2557 / 22:50
    โอ้~ อ่านแล้วงง ความจริงอ่านบทที่สี่มาตั้งแต่สัปดาห์ที่แล้วแล้วแต่ไม่ได้เม้นท์ คราวนี้คุณกี้ใจดีมาสองตอนรวดเลยต้องกลับไปอ่านตั้งแต่บทที่หนึ่งใหม่กันงง แล้วพออ่านไปอ่านมาถึงได้รู้ว่า โอ้แม่เจ้า เท็ดดี้กับพระนายเคยเจอกันมาก่อนตอนเด็ก(ซึ่งคนอื่นคงรู้แล้ว แต่เราเพิ่งรู้นึกว่าเคยเจอกันแค่เมื่อสามปีก่อน) แล้วยิ่งตอนที่อ่านซ้ำยิ่งอยากรู้ว่าเท็ดดี้เก็บความลับอะไรเอาไว้แน่ และความลับนั่นน่าจะเกี่ยวกับพระนายโดยเฉพาะหรือเปล่า ความจริงแล้วอ่านๆไปรู้สึกเหมือนปมของพระนายจะเยอะมากนะ(ไม่รู้เดาถูกหรือเปล่า) เพราะเหมือนเท็ดดี้มีอะไรอยากบอกพระนายอยู่ตลอดเวลา(แบบที่ไม่ใช่เรื่องที่เคยเจอกันน่ะ)



    แล้วพอมาอ่านตอนที่หก อืม...แอบสงสัยอยู่นิดๆว่าพี่ณิชจะเป็นเมียเท็ดดี้จริงๆหรือเปล่า เพราะเรา(เดา)ว่าอาจจะไม่ใช่นา เพราะเหมือนเพื่อนของเท็ดดี้จะรู้เรื่องอะไรบางอย่างบ้างด้วย (เท็ดดี้อาจบอกเพื่อนๆ) โดยเฉพาะจิระคาดว่าน่าจะเพื่อนที่เท็ดดี้คอยให้ามดูพระนายแทนตัวเองหรืแเปล่า(เดาอีกแล้ว) สรุปคือ อ่านไปก็ได้แต่เดามั่วไปเรื่อยๆ แต่ก็สนุกดีค่ะ อ่านแล้วได้คิดตาม เพราะถึงจะมาแต่ละตอนสั้นๆแต่ถ้าอ่านพลาดอาจตายได้^^



    ว่าแต่ เชสเตอร์คนสวนใจโฉดนี่คงไม่ใช่ เพื่อนที่นอนกับเท็ดดี้แก้เหงาใช่ไหม เห็นบอกว่าลองคืนเดียวก็รู้นี่คงไม่ใช่ว่ากินกันไปแล้วหรอกนะ(เค้าไม่ยอม //ประท้วงแทนพระนาย)



    แต่สุดท้าย(ท้ายสุดอีกนิด) เราว่าเท็ดดี้กับพระนายน่าจะเป็นคู่ที่เข้ากันได้ดีนะ เพราะคนหนึ่งขี้เหงาขี้งอน ส่วนอีกคนก็อยากได้ความรัก ถ้าได้รักกันแล้วต้องสนุกและน่ารักดีมากแน่ๆ (เค้าชอบคนกินเด็ก^O^)





    ขอบคุณที่เอามาลงสองตอนรวดนะคะ สนุกมากเลย~



    #87
    0
  10. #85 KAIxDO's (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 2 กรกฎาคม 2557 / 21:02
    ท่าทางพระนายจะสอนงงแน่ๆเลย นศตอบมั่วขนาดนั้น #เราคือนศเราต้องเข้าข้างพวกเดียวกัน 5555
    #85
    0
  11. #84 uknowvry (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 2 กรกฎาคม 2557 / 19:02
    อ่านครบ 6 ตอน สรุปได้ว่า พระนายเป็นเกย์แบบ โบท รุกรับได้หมดงี้? ... ซาช่าอวตารชัดๆ !!! สนุกครับ สุดยอด บรรยายตัวละครได้มีสีสันขั้นเทพ
    #84
    0
  12. #83 uknowvry (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 2 กรกฎาคม 2557 / 19:02
    อ่านครบ 6 ตอน สรุปได้ว่า พระนายเป็นเกย์แบบ โบท รุกรับได้หมดงี้? ... ซาช่าอวตารชัดๆ !!! สนุกครับ สุดยอด บรรยายตัวละครได้มีสีสันขั้นเทพ
    #83
    0
  13. #82 shikyu (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 2 กรกฎาคม 2557 / 18:11
    มีให้เลือกเยอะเหลือเกินนะพระนาย
    #82
    0
  14. #79 Que (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 2 กรกฎาคม 2557 / 13:54
    โอ๊ยยยยยยย มันค้างคามากเลยค่ะ

    ให้ตายเถอะ หนูหลงรักหมีขี้อ้อนแล้วอ่าา >'''
    #79
    0