[Yaoi] The Wills พินัยกรรมป่วนรัก by Lingbahh

ตอนที่ 3 : บทที่ 3 (Re-write)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4,410
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 56 ครั้ง
    16 ส.ค. 57


 






บทที่ 3

 

 

 

 

 

 

กรุงเทพมหานครหลังเวลาหนึ่งนาฬิกาเป็นช่วงที่พระนายโปรดปรานที่สุด เขาชอบความเงียบสงบใต้ผืนฟ้าสีน้ำเงินอมเทาที่กว้างสุดลูกหูลูกตาและสายลมเย็นที่โชยมายามที่เมืองทั้งเมืองหลับใหล เมื่อเทียบกับเมืองใหญ่ๆ ที่มีบทบาทระดับโลกซึ่งเขาเคยใช้ชีวิตอยู่อย่างชิคาโกแล้ว กรุงเทพก็ดูจะมีขนาดเพียงแค่หยิบมือเดียว รถยนต์คันโปรดของเขามุ่งหน้าสู่สะพานสาทรที่มีไฟสีส้มสวยงามประดับอยู่ตลอดเส้นทางแสงสีนวลตาสะท้อนไปตามระลอกคลื่นแผ่วบางบนพื้นผิวน้ำราวกับว่าแม้แต่แม่น้ำในเวลานี้ก็ยังหยุดความวุ่นวายลง และได้พักผ่อนอยู่ในความสงบนิ่งไม่ต่างจากวิถีของปุถุชนชาวกรุงทั่วไป 


พระนายมองภาพของเหล่าอาคารสูงของโรงแรมและคอนโดที่ผุดเรียงรายประชันโฉมกันอยู่ริมฝั่งแม่น้ำริมฝีปากก็เผลอระบายยิ้มออกมาไม่รู้ตัว แต่ไม่ใช่ว่าจะเป็นรอยยิ้มอิ่มเอมใจเสียทีเดียวคอนโดหนึ่งในสามที่อวดความโดดเด่นเหนือกว่าตึกอื่นๆนั้นเป็นผลของวิสัยทัศน์อันชาญฉลาดและกว้างไกลของพี่พณิชย์ที่ไม่จำกัดตัวเองอยู่กับการขายอสังหาริมทรัพย์ที่เป็นตัวตึกเท่านั้น แต่ได้เข้าใจและเข้าถึงผู้บริโภคอย่างลึกซึ้งจนสามารถสร้างที่พักอาศัยหรูหราที่ตอบสนองความต้องการทางใจได้ด้วย


เพียงรู้ว่าบริษัทของตัวเองเป็นผู้สร้างผลงานอันโดดเด่นและสง่างามเหล่านี้ขึ้นมาพระนายก็ภูมิใจกับสิ่งที่ได้เห็นมากเพียงพอแล้ว แม้จะรู้ตัวว่าไม่เคยมีส่วนใดๆ ในการสร้างมันขึ้นมาเลยก็ตาม แม้แต่อิฐสักก้อนหนึ่งเขาก็ไม่เคยรู้ว่ามันมาจากไหน


ในพี่น้องสี่คนมีเพียงแต่พี่ณิชเท่านั้นที่สามารถจัดการกับกิจการอันใหญ่โตนี้ได้อย่างเรียบร้อย ส่วนเขาเองได้แต่มองพี่ชายแล้วกระเสือกกระสนแยกตัวออกมาเพื่อแสวงหาจุดยืนและหนทางอื่นๆ เพื่อให้ได้การยอมรับจากครอบครัว


พระนายขยับแว่นสายตาที่ตกลงมาเล็กน้อยถ้าแม่ไม่ได้ไปขอป๋าเอาไว้ให้ลูกอีกสามคนได้ประกอบอาชีพที่ตัวเองรักได้ ก็ไม่รู้ว่าเขาจะต้องอยู่ใต้เงาพี่ชายไปจนชั่วชีวิตหรือไม่การตัดสินใจเลือกเป็นอาจารย์มหาวิทยาลัยตามความฝันของแม่ที่อยากเรียนสูงๆ แต่ไม่มีโอกาสได้เรียนถือเป็นการตัดสินใจถูกต้องที่สุดครั้งหนึ่งของพระนาย  เขามีความสุขกับอาชีพนี้มากกว่าที่ตัวเองเคยคิดไว้เสียอีก ส่วนแม่ของเขาก็ใช้ชีวิตแบบสะใภ้ก้นครัวและมีความสุขกับชีวิตเช่นนั้นตราบถึงวันสุดท้ายของชีวิต บางทีพระนายอาจจะใช้เรื่องแม่เป็นข้ออ้างในการวิ่งหนีจากความจริงที่เขาเองก็รู้ตัวว่าจะมาถึงสักวันก็ได้


การรับช่วงต่อกิจการของบริษัทมาถึงแล้วในเวลาอันไม่คาดคิดและไม่พร้อมเลย เมื่อคิดถึงภาระอันใหญ่หลวงที่กำลังจะตามมาในสามเดือนข้างหน้าแล้ว พระนายก็มีแต่ความหนักใจจนต้องรีบสลัดความคิดนั้นออกไป ตอนนี้เขาควรรีบเคลียร์งานและจัดการเรื่องที่รับปากไว้ให้ดีที่สุดจะดีกว่า


พินัยกรรมของพี่ณิชได้เปิดเผยสิ่งที่เขาปิดบังเอาไว้ ทว่าชายหนุ่มเองกลับมีลางสังหรณ์ลึกๆ ว่าตัวมันเองก็กำลังปกปิดอะไรบางอย่างไว้อีกชั้นหนึ่งเช่นกัน จะเป็นของขวัญตลกร้ายอีกชิ้นหนึ่งหรือไม่ก็สุดจะคาดเดา 


พระนายชะลอความเร็วลงและจอดริมถนนใหญ่  เช็คชื่อโครงการอีกครั้งให้แน่ใจ  ทั้งๆที่ครอบครัวถิรสวัสดิ์มีคอนโดริมแม่น้ำที่ชื่อเสียงในความหรูหรา  แต่พี่ชายของเขากลับเลือกที่จะซื้อคอนโดของบริษัทคู่แข่งเอาไว้เลี้ยงเด็ก! ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าช่างทำอะไรไม่รู้จักระมัดระวังตัวบ้าง  แต่ถึงขั้นนี้แล้วจะทำอะไรได้พระนายตัดสินใจวนรถเข้าในบริเวณที่จอดภายในโครงการคอนโดหรูหราแห่งนั้น ระหว่างที่กำลังเล็งหาที่จอด เจ้าหน้าที่ของพื้นที่จอดรถก็เดินมาแจ้งว่าเขามีที่จอดรถส่วนตัวเรียบร้อยแล้ว  ความหงุดหงิดค่อยบรรเทาลงหน่อย 


เขาเอ่ยขอบคุณและขับช้าๆ ตามไปยังที่จอดรถของตนเอง  พี่ทัศนีย์ผู้เป็นเลขานุการส่วนตัวของป๋าและพี่ณิชคงจะติดต่อมาจัดการให้ล่วงหน้าแล้ว  เธอเป็นเลขานุการอาวุโสที่เป็นที่โปรดปรานของป๋ามาตั้งแต่พระนายยังเล็กและยังทำหน้าที่ได้ดีเสมอมา บางทีในวันพรุ่งนี้เขาน่าจะโทรศัพท์ไปขอบคุณเธอสักหน่อยสำหรับการทำหน้าที่อย่างไม่เคยขาดตกบกพร่อง


เขาดึงคีย์การ์ดเรียบหรูในกระเป๋าสตางค์ขึ้นมาจดจ้อง ไม่รู้จริงๆ ว่าจะเกิดอะไรขึ้นมาเมื่อประตูแห่งความลับถูกเปิดออก


“มีแต่เรื่องบ้าๆ...”


พระนายสาวเท้าให้เร็วขึ้นเพื่อให้ถึงห้องแฟมิลีสวีทริมสุดของชั้นสิบเก้า เขาเสียบคีย์การ์ดเข้าไปและรอคอยเสียงกริ๊กเบาๆ ที่จะเปิดประตูแห่งความลับที่พี่ณิชปกปิดไว้มาตลอด วันนี้ทั้งวันเขาใช้เวลาในการครุ่นคิดถึงสถานการณ์และสิ่งที่อาจจะพบเจอ รวมถึงวิธีการที่จะรับมือกับสถานการณ์เหล่านั้น


ยกเว้นเรื่องเดียว... คือเรื่องที่ว่าอาจจะไม่ได้มีใครอยู่ที่นั่นสักคนเดียว






:;:;:;:;:;:;:;:;:;:;:;:;:;:;:








 

ตีสามครึ่ง... พระนายรู้ตัวดีว่าหากนอนดึกไปกว่านี้ พรุ่งนี้เขาต้องตรวจข้อสอบไม่เสร็จอย่างแน่นอนแต่ว่าข้าวของพวกนี้มันคืออะไร? ห้องแฟมิลีสวีทมูลค่ายี่สิบแปดล้านบาทริมน้ำเจ้าพระยาแห่งนี้มีสองห้องนอน สองห้องน้ำ หนึ่งห้องนั่งเล่น หนึ่งห้องทำงาน และยังมีห้องชั้นสองสไตล์ลอฟต์ที่ถูกใช้เป็นห้องทำงานของใครสักคนที่ไม่ใช่พี่ชายของเขา  พระนายกวาดตาดูผ่านๆ ก็เห็นข้าวของของเด็กวัยรุ่นจัดวางไว้อย่างเป็นระเบียบ วิธีจัดห้องแบบเด็กฝรั่งทั่วไปจะแปลกตาหน่อยก็ตรงที่มีหนังสือทำอาหารวางอยู่ทุกซอกทุกมุม แต่นั่นไม่ใช่ปัญหาของพระนายในตอนนี้


สิ่งที่รบกวนจิตใจมากที่สุดก็คือ คอนโดนี้มีห้องนอนสองห้องคือมาสเตอร์เบดรูมกับไพรเวทเบดรูม แต่ห้องไพรเวทเบดรูมว่างเปล่า ไม่มีแม้แต่หมอนสักใบเดียว ในขณะที่ห้องมาสเตอร์เบดรูมเต็มไปด้วยกลิ่นอายของการใช้ชีวิตคู่! เขารู้สึกอย่างกับถูกเตะมาอยู่ท่ามกลางชีวิตแต่งงานของใครสักคน ข้าวของส่วนตัวของทั้งสองคนวางปะปนกันอยู่ในแทบทุกตารางนิ้ว ในตู้เสื้อผ้ายังมีเสื้อผ้าของพี่ณิชที่เสียไปแล้วแขวนอยู่แบบพร้อมไปทำงาน ส่วนอีกข้างหนึ่งของตู้เป็นเสื้อผ้าของเด็กวัยรุ่นและชุดนักศึกษา แค่นี้พระนายก็ขมวดคิ้วแล้วไม่รู้กี่ครั้งต่อกี่ครั้ง 


เมื่อเปิดลิ้นชักออกมายังมีเนกไทของพี่ชายของเขาจัดอยู่อย่างเป็นระเบียบข้างๆ เนกไทนักศึกษาสีกรมท่าและกล่องเล็กๆ เก็บเข็มกลัดตรามหาวิทยาลัย  พระนายทำหน้าเหยเกเมื่อเปิดขึ้นมาแล้วพบว่าเป็นสถาบันที่เขาสอนอยู่  ข้าวของอื่นๆ ของพี่ณิชก็ยังใส่อยู่ในลังที่ตั้งเรียงไว้อย่างเป็นระเบียบที่มุมหนึ่งของห้อง คล้ายกับว่าพี่ชายแค่เดินทางไปต่างจังหวัดนานๆ และพร้อมจะกลับมาที่บ้านวันไหนก็ได้


เมื่อเดินเข้าไปในห้องน้ำ  หน้าอ่างล้างมือมีแปรงสีฟันสองด้ามวางในแก้วน้ำสองใบและขวดอาฟเตอร์เชฟยี่ห้อที่เขาเห็นจนชินตาในห้องน้ำของบ้านใหญ่ ใกล้ๆ กันมีนาฬิกาข้อมือแบบสปอร์ตของพี่ชายที่เจ้าตัวสวมติดมือเวลาไปฟิตเนสวางอยู่ใกล้ๆ ขวดน้ำหอมผู้ชายที่ไม่คุ้นตา


เขาจะอธิบายเรื่องนี้ได้อย่างไร ระหว่างความเป็นไปได้ที่หนึ่ง เด็กของพี่ณิชทั้งเกียจคร้านและดูดายเกินกว่าจะเก็บรวบรวมข้าวของของผู้ที่จากไปแล้วส่งคืนบ้านใหญ่ หรือกรณีที่สองซึ่งฟังดูหดหู่มากขึ้นเล็กน้อย คือ เมียเก็บพี่ชายโศกเศร้าเกินกว่าจะรับการตายไหว จึงจงใจปล่อยข้าวของทิ้งไว้ในสภาพเดิมจนกว่าจะทำใจได้


อืม คิดในแง่ไหนก็ไม่ดีทั้งนั้น รอเมียเด็กของพี่ณิชกลับบ้านแล้วค่อยคุยกัน เขาได้แต่หวังว่าจะมีหนทางดีๆ ในการเจรจากับบุคคลปริศนาคนนั้น




:;:;:;:;:;:;:;:;:;:;:;:;:;:;:






 

เวลาเจ็ดโมงเช้าไม่ใช่เวลาที่ใครจะตื่นนอนในวันเสาร์ กระนั้นพระนายก็จำใจต้องงัวเงียขึ้นมาจากโซฟาหน้าโทรทัศน์ แล้วลากสังขารอันไม่สมประกอบดีของตัวเองไปยังหน้าประตูห้อง เสียงกริ่งหน้าห้องครั้งที่สามทำให้เขารู้สึกฉุนกับความไม่มีมารยาทของผู้มาเยือน ทว่าเมื่อเปิดประตูออกไปก็ต้องประหลาดใจเมื่อพบการ์ดสีน้ำตาลวางอยู่ ข้อความบนการ์ดถูกพิมพ์จากเครื่องพิมพ์แบบอิงค์เจ็ตที่หาได้ทั่วไป ไม่มีลายมือชื่อผู้ส่ง

 



คุณจะไม่ได้อะไรก็ตามที่คุณต้องการ

อย่ามายุ่งกับผม




 

การ์ดเพิ่งถูกวางหน้าห้องสดๆ ร้อนๆ เขายังสัมผัสไออุ่นจากมือคนได้ แต่โถงทางเดินกลับว่างเปล่า พระนายลงทุนเดินออกไปจนถึงบันไดหนีไฟแต่ก็ไม่พบใครสักคนเดียว จึงจำใจต้องเดินกลับมาในห้องพร้อมกับความงุนงงและสงสัยเต็มเปี่ยม แต่ครั้นจะมัวใส่ใจกับเรื่องเล็กน้องพรรค์นี้คงไม่ต้องทำอะไรกันพอดี ชายหนุ่มตัดสินใจวางการ์ดลึกลับลงหน้าโทรทัศน์แอลซีดีจอยักษ์ เข้าห้องน้ำในไพรเวทเบดรูมที่ไม่มีร่องรอยการใช้งานมานานหลายเดือนเสียจนแม้แต่การเปิดก๊อกน้ำยังต้องใช้เวลารอให้มันส่งเสียงคร่อกๆ อยู่หลายวินาที กว่าที่น้ำผสมเศษขี้สนิมค้างท่อจะไหลตามออกมา 


พระนายส่ายหัวแล้วถอดแว่นสายตาออกวางหน้ากระจกพลางจ้องมองเงาที่สะท้อนอยู่ในนั้น เขารู้ว่าตัวเองเป็นคนหน้าตาดี แต่งตัวดี บุคลิกดี เขามีสีผมและขนคิ้วค่อนข้างอ่อน ดวงตาก็เป็นสีน้ำตาลอ่อน จมูกโด่ง ริมฝีปากสีจาง ทั้งๆ ที่ไม่มีเชื้อลูกครึ่งอะไรมาจากไหนแม้แต่น้อย ป๋ายังเคยเล่าให้ฟังขำๆ ว่าตอนที่เขายังเล็กนั้น ใครๆ ก็เอาแม่ไปซุบซิบนินทาว่าแอบมีชู้ โดยไม่คำนึงถึงข้อเท็จจริงที่ว่า แม่แทบไม่ได้ออกไปไหนไกลกว่าตลาดเลย ถ้าจะมีชู้ก็คงท้องกับพระเอกจากหนังฝรั่งในโทรทัศน์แล้วล่ะ ป๋าเลยแก้ปัญหาด้วยการไล่ทุกคนที่พูดจาถึงแม่เสียๆ หายๆ ออกจากบริษัทไปให้หมด ตั้งแต่นั้นจึงไม่มีใครอาจหาญจาบจ้วงแม่อีก พระนายเองตอนที่โตแล้วก็ยังแอบคิดในใจว่าทีพี่พุฒิที่สูงถึงร้อยเก้าสิบเซนติเมตร ตัวเท่านักกล้ามนั่นล่ะ ตอนเล็กๆ ไม่มีใครคิดว่าเป็นลูกฝรั่งบ้างหรืออย่างไร


เมียเก็บพี่ณิชคนนั้นจะเป็นคนแบบไหนกันนะ คงไม่พ้นนักศึกษามหาวิทยาลัยหน้าเงินที่ให้เสี่ยเลี้ยงล่ะสิ เขาเป็นอาจารย์สอนปริญญาตรีใช่ว่าจะไม่เคยรู้เห็นเรื่องแบบนี้ เป็นนักศึกษามหาวิทยาลัยเดียวกับที่เขาสอนเสียด้วย  ไม่รู้จักละอายใจบ้าง! คิดแล้วก็รำคาญใจแม้จะยอมรับว่าสมัยนี้เรื่องพรรค์อย่างที่ว่ามันแทบจะเป็นเรื่องธรรมดาไปเสียแล้ว แล้วเด็กคนนั้นมีปฏิกิริยาอย่างไรล่ะเมื่อเห็นเขา? เด็กนั่นชอบผู้ชาย โอเค เขาก็ชอบผู้ชาย พวกนั้นชอบพูดว่าอะไรนะ ‘ผีเห็นผี’ ซึ่งถ้าจะให้ยอมรับมันก็จริงหรอก คนที่มีรสนิยมแบบเดียวกันสบตากันก็ดูออกแล้วนี่ ไม่ใช่ว่ามาเจอเขาซึ่งเป็นน้องชายของพี่ณิชแล้วจะมายื่นใบสมัครเป็นเมียเด็กของเขาอีกคนด้วยการไปนอนรออยู่บนเตียงหรอกนะ


คิดไปก็อาบน้ำไปและตัดสินใจว่าจะโทรศัพท์คุยกับพี่สิษฐ์สักหน่อย อย่างน้อยสมมติฐานข้อแรกก็ได้รับการพิสูจน์แล้วว่าน่าจะจริง... พี่ชายของเขาอยู่กินกับนักศึกษาชายฉันคนรัก





:;:;:;:;:;:;:;:;:;:;:;:;:;:;:






 

สิบเอ็ดโมงเช้าเข้าไปแล้ว สุดท้ายพระนายก็ยังไม่ได้เริ่มตรวจข้อสอบตามที่ตั้งใจไว้ เพราะมัวแต่เคลียร์ห้องไพรเวทเบดรูมให้อยู่ในสภาพพร้อมนอน ไม่ใครก็ใครนี่ล่ะที่จะต้องย้ายมาอยู่ที่นี่ ต่อให้เมียเด็กของพี่ณิชจะน่ากินน่าฟัดแค่ไหนเขาก็ไม่มีวันร่วมเตียงกับคนของพี่ชายเด็ดขาด ดังนั้นการลงทุนลงแรงรื้อห้องนอนจะต้องไม่เสียเปล่า เขาเองก็ต้องรอของบางอย่างที่ขอจากพี่ทัศนีย์เลขาของพี่ณิชไว้ด้วย


“คุณพระนายจะขอดูอัลบั้มภาพถ่ายจากงานศพคุณณิชไปทำไมกันคะ” พี่ทัศนีย์ถามอย่างแปลกใจตอนที่เขาโทรศัพท์ไปหา ขอโทษที่รบกวนในเช้าวันเสาร์ ว่าเขามีเรื่องด่วนอยากจะขอรบกวน


เมื่อถูกถามซักเขาชั่งใจอยู่พักใหญ่ก่อนจะตัดสินใจเปิดเผยเนื้อความเจ้าปัญหาในพินัยกรรมพิลึกพิลั่นฉบับนั้น เนื่องจากพี่ทัศนีย์เองก็นับได้ว่าเป็นคนใกล้ชิดที่ทำงานกับครอบครัวเขามาแล้วเกือบสามสิบปี แทนที่ทัศนีย์จะร้องอุ๊ยตายเหมือนปกติที่เคยทำ หล่อนกลับถอนใจ “อ๋อเรื่องนั้นนี่เอง”


“เอ๋ พี่ทัศนีย์ก็รู้เรื่องเด็กของพี่ณิชเหรอครับ? แล้วปิดไว้ทำไม” พระนายถามอย่างโกรธๆ ทางโทรศัพท์ “พวกผมสามคนสิ พากันหัวปั่นไปจนหมด”


“คุณณิชขอให้ดิฉันเงียบไว้จนกว่าพวกคุณสามคนจะตกลงกันได้และให้ดิฉันช่วยเหลือตามสมควรค่ะ” ปลายสายพูดช้าๆ แต่หนักแน่น 


พระนายจิ๊ปากแสดงออกว่าหงุดหงิด ทว่าเลขาอาวุโสก็ไม่ได้พูดอะไร ยังคงพูดด้วยน้ำเสียงปกติ
“คุณพระนายได้เจอเท็ดดี้แล้วหรือยังคะ”


“เท็ดดี้? ชื่อเด็กคนนั้นเหรอ?”แทบไม่เชื่อหูตัวเอง เด็กไทยชื่อเท็ดดี้ ทั้งๆ ที่เขาเคยคิดว่ารสนิยมการเลือกชื่อเล่นให้เด็กของพ่อแม่สมัยนี้ช่างเห่ยสิ้นดี แต่ก็ไม่คิดว่าจะมาเจอกับตัว


พี่ทัศนีย์ทำเสียงเหมือนหลุดปาก แล้วก็หัวเราะกลบเกลื่อน “ว้า ดิฉันเปิดเผยความลับเสียแล้ว ใช่ค่ะ เท็ดดี้เป็นเด็กดีมากนะคะ คุณณิชเอ็นดูเขามาก ว่าแต่คุณพระนายจะเอารูปถ่ายจากงานศพไปทำอะไรกันคะ”


“คือว่าผมคิดว่า เด็กคนนั้นน่าจะมาร่วมงานศพด้วย จึงอยากเห็นหน้า เพราะรู้สึกมันคาใจยังไงชอบกล”


“เดี๋ยวก็ได้เจอกันอยู่แล้วนี่คะ  ไม่ทราบว่าคุณพระนายได้ไปที่คอนโดหรือยังคะ น้องน่าจะอยู่ที่นั่น”


พระนายจึงอธิบายว่าเขาไม่อยู่ พี่ทัศนีย์ตอบมาว่า ถ้าเช่นนั้นเจ้าตัวอาจจะออกไปทริปปั่นจักรยานกับเพื่อนๆ เขาจึงได้รู้ว่า หมอนี่ติดเพื่อนเสียด้วย


“ผมคิดว่าผมอาจจะเคยเจอเด็กคนนั้นก็ได้”


“ถ้าเคยเจอต้องจำได้สิคะ”


“อันที่จริงแล้วความสามารถในการจำใบหน้าคนของผมแย่มากครับ พี่ผมแค่คิดว่าเด็กคนนั้นน่าจะไปงานศพด้วย อาจจะปะปนอยู่กับพวกเพื่อนๆ ของเจ้าภูมิ์ก็ได้ เด็กนั่น — เอ้อเด็กตุ๊กตาหมีน้อยสินะ ก็คงไม่ใจจืดขนาดไม่ไปงานศพของคนที่ใช้ชีวิตด้วยกันมาเป็นปีๆ หรอกใช่ไหม”


“เขาเสียใจมากค่ะ เท่าที่ดิฉันทราบมาเขารักคุณณิชมากจริงๆ”


แม้กระทั่งเลขายังรู้เห็นเป็นใจ เด็กบ้านี่ชักจะอันตรายขึ้นเสียแล้ว บ้าจริง! เรื่องคนอายุสี่สิบเอ็ดคบกับเด็กนักศึกษาอายุยี่สิบเอ็ดนี่ก็ควรห้ามปรามกันบ้างไม่ใช่หรือยังไง หือ? 


“พี่ทัศนีย์” เขากระแอมทีหนึ่งแล้วทำเสียงเรียบ “ผมว่าจริงๆ เรื่องนี้ก็ไม่ค่อยโรแมนติกเท่าไรหรอกนะครับ — งั้นพี่เคยพบเขาบ้างไหม”


“อุ๊ย ไม่หรอกค่ะ คุณณิชหวงอย่างกะไข่ในหิน ขนาดตอนรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาลก็สวนกันไปสวนกันมาตลอด จะรู้แค่ว่าเท็ดดี้มาหาก็ตอนที่บังเอิญเห็นหนังสือประเภทที่คุณณิชไม่อ่านวางลืมไว้เท่านั้นล่ะค่ะ”


หนังสือ!


พระนายตัวเย็นวาบ  ไม่เคยเจอตัวก็จริงแต่ถ้าเป็นหนังสือเขาต้องเคยเห็นแน่นอน


พี่ณิชรู้ตัวว่าเป็นมะเร็งลำไส้เอาก็ตอนที่โรคเข้าถึงระยะสุดท้ายเกินจะเยียวยาแล้ว ซึ่งทำให้ทุกคนในครอบครัวถิรสวัสดิ์เป็นกังวลอย่างมาก แต่พี่ชายของเขาก็ยังใช้ชีวิตอย่างปกติ เพียงแค่เปลี่ยนที่ทำงานจากออฟฟิศหรูบนชั้นสี่สิบสี่ มันเป็นห้องพักพิเศษในโรงพยาบาลเอกชนก็เพียงเท่านั้น  ยังมีเลขาและผู้บริหารแวะเวียนมาปรึกษาเรื่องงานและถามไถ่สารทุกข์สุขดิบมิได้ขาด พระนายเองก็ไปเยี่ยมบ่อยๆ ตามแต่โอกาสจะอำนวย


หากว่าเท็ดดี้เป็นหนึ่งในคนที่มาเยี่ยมพี่ณิชแล้ว คงจะต้องจงใจเลือกเวลามาเยี่ยมไม่ให้พบเจอกับพระนาย พี่พุฒิและพี่สิษฐ์เป็นแน่  เพราะพวกเขาทั้งสามมั่นใจอย่างมากว่าไม่เคยพบเจอคนชื่อเท็ดดี้มาก่อนเลย


ในความทรงจำของพระนายนั้น เด็กวัยรุ่นที่ได้พบที่โรงพยาบาลบ่อยที่สุดคือ จิระและเพื่อนแก๊งนักศึกษาภาคอินเตอร์สี่หน่อเท่านั้น  เมื่อได้ทักทายกันอยู่บ้าง จิระก็บอกว่ามีพ่อเป็นผู้บริหารโรงพยาบาลจึงมานั่งเล่นที่ทำงานพ่อ พระนายไม่ได้เชื่อหรอก เด็กลูกครึ่งปีสองปีสามจะมานั่งรอพ่อกลับบ้านด้วยกันเป็นเรื่องที่หาได้ยากพอๆ กับการพบสัตว์ป่าสงวนในป่าคอนกรีต พระนายไม่ได้เชื่อคำพูดของจิระแต่อย่างใดเพราะเขาสงสัยว่าเจ้าหนุ่มลูกครึ่งญี่ปุ่นช่างตื๊อนั้นมาคอยตามจีบเขามากกว่า จีบทั้งๆ ที่มากับแฟนหนุ่มตาสีเขียวนั่นแหล่ะ 


นอกเหนือจากกลุ่มนักศึกษาลูกครึ่งพวกนั้นแล้ว เขาก็มักจะเจอหลานชายมานั่งอ่านหนังสือเตรียมสอบเข้ามหาวิทยาลัยอยู่เสมอ ส่วนหนังสือแปลกๆ ชนิดที่พี่ณิชไม่อ่านนั่นต้องเป็นหนังสือพวกนั้นแน่ๆ เขาเองก็เคยเห็นวางอยู่ในห้องพักของพี่ณิชแต่ไม่เคยถามอะไรเพราะมัวแต่ใส่ใจเรื่องอื่นมากกว่า ชายหนุ่มแนบโทรศัพท์ไว้กับคอแล้วเดินเข้าไปในห้องมาสเตอร์เบดรูมที่มีหนังสือหลากหลายประเภทตั้งเรียงรายไว้อยู่ เขาเอียงคออ่านชื่อบนสันก็เข้าใจทันทีว่าหนังสือ ‘ประเภทที่คุณณิชไม่อ่าน’ คืออะไร


“เอ่อ พี่ทัศนีย์ หนังสือพวกนั้นคือจำพวกหนังสือท่องเที่ยวปั่นจักรยานอะไรแบบนั้นหรือเปล่าครับ”


“อ๊ะ ใช่ๆ ทำนองนั่นล่ะค่ะ ดิฉันยังเคยถามคุณณิชเลยว่าคุณณิชอยากไปเที่ยวเวียดนามเหนือเหรอ ถึงซื้อหนังสือเที่ยวมาอ่าน คุณเขายังยักคิ้วแล้วพูดเล่นว่าเดี๋ยวจะจัดทัวร์ให้ไปเที่ยวกัน” น้ำเสียงของพี่ทัศนีย์ฟังดูตื่นเต้นจึงพูดเร็วขึ้นในประโยคต่อๆ มา “น้องภูมิ์เองก็ยังหูผึ่งรีบมาบอกคุณณิชว่าห้ามกำหนดวันไปเที่ยวจนกว่าตารางสอบของน้องภูมิ์จะออก พูดง่ายๆ ว่าน้องภูมิ์ยังนึกว่าเป็นหนังสือของคุณณิชที่เอามาอ่านแก้เบื่อเลยค่ะ”


นั่นปะไร! 


“แล้วเจ้าภูมิ์รู้เรื่องนี้ไหมครับ เด็กเท็ดดี้อะไรเนี่ย”


“อู๊ย ไม่มีทางทราบได้หรอกค่ะ ไม่แม้แต่จะระแคะระคาย เรื่องนี้ขอให้คุณพระนายกับคุณพุฒิแล้วก็คุณสิษฐ์ต้องปิดเป็นความลับด้วยนะคะ เกิดน้องภูมิ์รู้เข้าคงน้อยใจแย่เลย คงคิดว่าถูกแย่งความรัก”


“เจ้าภูมิ์จะโกรธทำไม ก็รักเมียเด็กกับรักลูกมันคนละแบบกัน ถึงแม้ว่าจะอายุห่างกันแค่สามปีก็เถอะ” พระนายสวนกลับฉุนๆ นึกเห็นใจลูกกำพร้าอย่างภูมิ์ขึ้นมาครามครัน แต่ถึงอย่างไรเขาก็ควรจะไปกำชับพี่ชายสองคนให้รูดซิปปากเงียบสนิทในเรื่องนี้เอาไว้ก่อน


พี่ทัศนีย์ชะงักไป แล้วก็หัวเราะเบาๆ “ดิฉันเจอดีวีดีไฟล์ภาพถ่ายงานศพคุณณิชแล้วค่ะ เดี๋ยวให้เมสเซนเจอร์ของบริษัทนำไปส่งคุณพระนายที่คอนโดจะดีกว่า เล่นเกมจับผิดภาพให้สนุกนะคะ”


พระนายวางสายโทรศัพท์แล้วนิ่งคิดอะไรครู่หนึ่ง ก่อนจะเดินไปหากาแฟดื่มแล้วรีบแกะซองข้อสอบออกมาวางเรียงเป็นตั้งเพื่อสงบจิตใจระหว่างรอรูปถ่ายจากงานศพตามที่ขอไว้ เริ่มจากกระดาษคำตอบจากนักศึกษาผู้มาเยือนยามวิกาลเป็นคนแรก


Theodore T. Student ID 54012012 เขาพบว่านักศึกษาคนนี้ทำข้อสอบได้ดีจนตัวเองหายหงุดหงิดเป็นปลิดทิ้ง แถมยังรู้สึกเอ็นดูกับลายมือภาษาไทยโย้เย้ในข้อสอบข้อแรกว่าด้วยการอธิบายความเหมือนความต่างระหว่างเศรษฐศาสตร์จุลภาคและเศรษฐศาสตร์มหภาค และความเกี่ยวข้องกับการบริหารองค์กร พยายามได้ดี แต่ทักษะภาษาไทยระดับไม่เกินประถมหกแบบนี้ไม่รู้ว่าจะมาลงเรียนวิชาของเขาให้ได้ F ไปสะสมเล่นทำไม


เขาเขียนตัวเลข 29 / 30 ลงไปพร้อมโน้ตเล็กๆ ว่า ครั้งหน้าถ้าจะเขียนภาษาไทย ขอยาพาราเซตามอลมาด้วยสองแผง :) 


แต่พอคิดถึงดวงตาสีเขียวขี้งอนนั่นก็ยิ่งรู้สึกเอ็นดูจนจรดปากกาเขียนเติมไปอีกนิดว่า

 


‘หรือจะมาหัดเขียนภาษาไทยที่ห้องก็ไม่ว่า ผมพอจะสอนได้’



 

อย่าให้รู้ถึงหูไอ้บีมเชียวล่ะ รับรองล้อไปถึงชาติหน้า





:;:;:;:;:;:;:;:;:;:;:;:;:;:;:




 

เกมโฟโต้ฮันท์ไม่สนุกอย่างที่คาดไว้ เหตุผลก็คือช่างภาพที่จ้างมาถ่ายรูปงานศพของพี่ณิชขยันทำงานมากเสียจนมีรูปเยอะราวกับอัลบั้มภาพแต่งงาน  พระนายรู้สึกตาลายไปหมดกับใบหน้าของผู้คนนับร้อยนับพันที่มาร่วมไว้อาลัยให้กับพี่ชายผู้เป็นที่รักของทุกคน แม้ว่าตัวเขาจะพยายามสโคปกลุ่มเป้าหมายให้เหลือแค่ผู้มาร่วมงานศพเพศชายอายุระหว่างสิบแปดถึงยี่สิบสองปีก็ตาม แต่ดูเหมือนการจัดการตามระเบียบวิธีวิจัยดูจะไม่ได้ผล เพราะว่าถึงจะจำกัดขอบเขตการค้นหาอย่างเข้มงวดแล้ว ก็ไม่เห็นว่าจะมีใครเข้าเค้ากับชื่อเท็ดดี้แม้แต่คนเดียว 


จะมีแปลกหน่อยก็ภาพที่ 189 ซึ่งเป็นภาพถ่ายของแขกจากบริษัทคู่ค้าที่กำลังสนทนากับภูมิ์ ด้านหลังของหลานชายปรากฏใบหน้าซีกซ้ายของเด็กหนุ่มคนหนึ่ง  แม้จะเห็นไม่ชัดเจนพอที่จะระบุตัวได้แต่พระนายกลับรู้สึกคุ้นตาอย่างบอกไม่ถูก 


อาจจะเป็นคนที่ติดสอยห้อยตามผู้มาร่วมงานคนใดก็ได้ เขาคิด 


จะว่าไปแล้วผู้มาร่วมงานศพหลายคนก็เป็นคนที่เขาไม่ได้พบเสียนานและเสียมารยาทไม่ได้เข้าไปต้อนรับอีกด้วย เมื่อย้อนมองไปแล้วเขาก็น่าจะเอาใจใส่ผู้มาร่วมงานศพมากกว่านี้ อย่างเช่น ในภาพที่ 370 เดอร์ริกกับโซอี้ สองสามีภรรยาเชฟระดับโรงแรมห้าดาวที่อุตส่าห์บินจากบอสตันเพื่อมาร่วมพิธีศพถึงวันฝัง  ส่วนภาพที่ 378 ก็เป็นเดอร์ริกกับโซอี้กับเด็กหนุ่มวัยรุ่นคนหนึ่งที่เห็นหน้าไม่ชัด น่าจะเป็นลูกชาย...เด็กคนนั้น โตขนาดนี้แล้วเหรอ ตอนนั้นยังแค่แปดขวบเอง กำลังน่ารัก  ชายหนุ่มมองคนในภาพอยู่นาน พยายามอย่างไรก็นึกชื่อไม่ออกทั้งๆที่เคยสนิทกันมากแท้ๆ น่าเสียดายที่เขาเองไม่ได้มีโอกาสทักทายครอบครัวธอมัสเซ่นเลยสักคำเดียว


พระนายคลิกดูภาพเร็วๆ พยายามเคาน์ดาวน์ให้ถึงภาพสุดท้ายของอัลบั้มเร็วๆเพื่อจะได้กลับไปตรวจข้อสอบที่ค้างไว้ต่อ เขานึกรำคาญตัวเองขึ้นมาที่เอาเวลาวันเสาร์อาทิตย์อันเร่งรีบมานั่งทำเรื่องแบบนี้ แต่ในเมื่อการโทรถามพี่ทัศนีย์ไม่ได้ช่วยอะไร พี่พุฒิหนีไปเที่ยวหลวงพระบาง พี่สิษฐ์ก็ติดงานไปออดิตบริษัทลูกค้าที่ภูเก็ต ก็เหลือเพียงตัวเขาคนเดียวที่จะต้องเอาชนะความอยากรู้อยากเห็นนี้ไปให้ได้


ในภาพที่ 388 เป็นรูปของเด็กหนุ่มคนที่ยืนอยู่ด้านหลังเจ้าภูมิ์ในภาพก่อนหน้า  พระนายถึงกับสะดุ้งเมื่อพบว่าตัวเองรู้จักเด็กหนุ่มในภาพผู้กำลังถือกลีบดอกไม้เตรียมโปรยลงหลุมศพของพี่ณิชแทนคำลาครั้งสุดท้าย  เขาจำดวงตาสีเขียวซีดและใบหน้าคมสันใต้เรือนผมสีเข้มนั่นได้แม่นยิ่งกว่าแม่น


“ธีโอดอร์ !?!”


หนุ่มลูกครึ่งนักศึกษาในคลาสคนนั้นเหตุใดจึงมาปรากฏตัวในงานศพ พระนายรู้สึกราวกับถูกตั๊นหน้าจนเซ มองแล้วมองอีก เขม้นแล้วเขม้นอีก ดูอย่างไรก็เป็นธีโอดอร์เพื่อนสนิทของจิระไม่มีทางผิดฝาผิดตัวเป็นอันขาด ดังนั้นคำตอบจึงมีเพียงสิ่งเดียว... ขอให้ไม่จริงเถอะ! 


ไม่ผิดแน่ เป็นไปไม่ได้ที่นักศึกษาที่เขาไม่รู้จักมักจี่อะไรด้วยจะไปร่วมงานศพของพี่ณิช จนกระทั่งถึงวันฝังศพที่จะมีเพียงครอบครัวและผู้ใกล้ชิดไปเท่านั้น พระนายพยายามทบทวนความจำว่าในวันฝังพี่ณิชมีครอบครัวอื่นอยู่ใกล้ๆ บ้างหรือไม่ เขาถึงกับโทรศัพท์ไปสอบถามที่สำนักงานบริหารจัดการของวัดในเรื่องนี้ แต่ได้รับคำตอบที่น่าตกใจว่าในวันนั้นมีเพียงครอบครัวถิรสวัสดิ์ของเขาเท่านั้น


จู่ๆ อะไรบางอย่างก็แล่นปราดเข้ามาแทรกแซงความคิด พระนายถึงกับเอามือปิดปากตัวเองไม่ให้หลุดคำสบถหยาบคายอะไรออกมา...


เท็ดดี้เป็นชื่อเล่นที่เรียกกันทั่วไปของคนชื่อ ธีโอดอร์ หรือ เอ็ดเวิร์ด  อาจารย์หนุ่มพบเจอคนที่ชื่อเดียวกันนี้มาตั้งมากมายระหว่างที่เรียนอยู่ในสหรัฐฯ แต่กลับลืมเรื่องนี้ไปได้ พระนายรู้สึกหมดเรี่ยวแรงขึ้นมาจนต้องย้ายตัวเองลงไปนอนกับโซฟาตัวใหญ่ นอนมองเพดานหมดอาลัยตายอยาก เมื่อสถานการณ์เป็นเช่นนี้ เท็ดดี้ของพี่ณิช หรือ ธีโอดอร์ นักศึกษาคนเก่งของเขาก็คงเป็นคนเดียวกันแน่แล้ว ชายหนุ่มพลิกตัวนอนตะแคงจ้องไปยังกองข้อสอบที่เพิ่งตรวจได้เพียงฉบับเดียวอย่างห่อเหี่ยวใจ


…คนน่ารักเขาไม่ใจร้ายกัน...


เที่ยวอ่อยชาวบ้านเขา แล้วก็มาเสยปลายคางหมัดเดียวชนะน็อก เจ็บใจชะมัด! หนำซ้ำยังรู้สึกพ่ายแพ้หมดรูปเพราะโดนโกงหน้าด้านๆ




 

ถึงอย่างไรก็ต้องบอกพี่ชายทั้งสองคน พระนายจำได้ว่าตัวเองหยิบโทรศัพท์ไอโฟนขึ้นมาแบบเนือยๆ ถอนหายใจสี่รอบก่อนโทรหาพี่ชายสองคนแบบประชุมสายกัน แน่นอนว่าทำเอาแตกตื่นทั้งคู่


“พี่สิษฐ์ พี่พุฒิ... เอ่อผมว่า... พี่ณิชไม่ได้มีเมียเด็กแล้วล่ะ”


สองคนปลายสายพร้อมใจกันถอนหายใจอย่างโล่งอก 


“งั้น?”


“พี่ณิชน่าจะมีผัวหนุ่มแทน”


เสียงที่ดังมาจากปลายสายทางฝั่งลาวและฝั่งอันดามันฟังดูโหยหวนพิลึก



โอเค… เขาคิดว่าน่าจะถึงเวลากินยาพาราเซตามอลสองเม็ด ดื่มน้ำตามมากๆ แล้วนอนให้ตื่นจากความฝันบ้าบอนี่สักที เราต้องเห็นดีกันแน่ ไอ้เด็กหมี

 

 

 

TALK : 
 

สวัสดีทุกคนค่ะ ทั้งผู้อ่านหน้าเก่าหน้าใหม่ค่ะ ขอบคุณที่ติดตาม The wills ค่ะ  ขอทอล์คนอกเรื่องกันสักนิด อาทิตย์ที่ผ่านมานี่กี้ตั้งใจว่าจะเขียนให้จบเรื่อง ส่งงานไปที่บก. ให้ได้แต่ยุ่งแสนสาหัสจริงๆ เลี้ยงลูกสนุกมากนะคะ  นั่งหัวเราะเล่นกับลูกทั้งวี่ทั้งวัน  กว่าจะได้เริ่มเขียนจริงๆ ห้าทุ่มทุกวัน เล่นเอาตาโบ๋เลย  แถมบอลโลกก็ยังมาอีกนะ หนุ่มๆ น่ากินวิ่งกันเต็มสนามไปหมด จะเอาสมงสมองที่ไหนไปปั่นงาน (สรุปนี่โทษบอลโลก) ฮ่าๆ   เข้าเรื่องดีกว่าค่ะ

ตอนนี้น่าจะพอจับทางได้แล้วว่า....กี้ไม่ค่อยจะเขียนอะไรตรงๆ กับเขาหรอก ตัวละครลีลาเยอะค่ะ (ไม่ใช่ลีลาแบบนั้นนะ เขิน) อาจารย์พระนายยังตามหาเด็กไม่เจอเลยคนอ่านจะไปเจอได้ยังไง หึหึ ค่อยๆ หาไปด้วยกันค่ะ สนุกดีออกเนอะ  บอกไว้ให้ทราบตรงนี้เลยว่า ไม่ใช่คนที่เขียนนิยายแนว กูรักมึงว่ะ เป็นปั๋วกูนะ นอนกันแล้วเป็นเมียเราละกัน คบกันแล้วยุ่งกับคนเก่าทำไม  คือ ระบบความคิดของกี้เขียนงานแบบนั้นไม่ได้ค่ะ บอกตรงๆ เลย อ่านงานกี้จะยุ่งยากสักหน่อย  ข้อมูลเยอะ ตัวละครเป็นตับ วอร์มอัพกันไปสัปดาห์ละครั้งเดี๋ยวก็ชินเอง 

 

ส่วนประเด็นว่าอาจารย์จะเป็นฝ่ายรุกฝ่ายรับฝ่ายไหนๆ ขอตอบแค่ว่า พระนายไม่เคยเป็นเบี้ยล่างของใครค่ะ #ยืดอกภาคภูมิใจ บางทีก็น่าหมั่นไส้ บางทีไอ้นิสัยแบบนี้ก็น่าหยิกนะคะ  เอาล่ะ....ลูกสาวในเปลนางอยากจะเข้านอนละ ไปก่อนนะคะ พบกันพุธหน้าค่ะ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 56 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

474 ความคิดเห็น

  1. #450 Midories (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 7 ตุลาคม 2561 / 21:39
    โอ้ยยย ขำก๊ากกเลย-เด็กหมี เห็นภาพพระนายกำมือแน่นแล้วชกหมัดใส่มืออีกข้างที่ว่าง เดินเรื่องแบบนี้สนุกดีนะคะ เราชอบค่ะ ได้คิดตามไปกับตัวละครในเรื่องด้วย
    #450
    0
  2. #440 Np.Mamai (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 19 เมษายน 2560 / 19:34
    มีผัวหนุ่ม55555
    #440
    0
  3. #361 braben (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 15 พฤศจิกายน 2557 / 17:41
    อรั้ยยยยย ทิ้งต้อยไว้ให้ต้องไปกราบงามๆนะจะพระนายทกรี้ดดดเจอกันแล้ววว ฟินนน #หมีก็เขินน่ารัก อย่าดุนักสิลูกกกก
    #361
    0
  4. #360 braben (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 15 พฤศจิกายน 2557 / 17:25
    แล้วกระดาษที่มาวางหน้าห้องนั่นจากใครไม่สงสัยสักหน่อยเลอะพระนาย?
    #360
    0
  5. #302 1111 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 29 กันยายน 2557 / 12:42
    อา~* เสียงโหยหวนจากมนุษย์ผู้ตกตะลึง

    ช่างทำให้เรา

































    ฮามาก
    #302
    0
  6. #298 carecarrot (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 26 กันยายน 2557 / 03:06
    พระนายไม่เคยยอมให้ใคร มีแววon top มาแต่ไกลแล้วนะคะนั้น
    #298
    0
  7. #295 oDeeo (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 24 กันยายน 2557 / 20:04
    โอ๊ยยยยย เด็กกกหมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมี
    #295
    0
  8. #273 Ma-i (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 9 กันยายน 2557 / 19:38
    คลำไปเจอ ของดีเข้าซะแล้ว พี่พระนาย 
    น้องเขาเป็นลูกศิษย์ด้วย เป็นปั๋วพี่ชายด้วย 5555 
    #273
    0
  9. #109 tea (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 14 กรกฎาคม 2557 / 16:49
    พระนายไม่เคยเป็นเบี้ยล่างใคร เพราะพระนายออนท๊อป //จบนะ



    55+
    #109
    0
  10. #64 Peridot_Garnet (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 23 มิถุนายน 2557 / 02:19
    ลุ้นตาม ยิ้มตาม พลางคิดในใจว่าให้เจ๊มาช่วยพี่กี้เขียนเลยดีกว่า ฮ่าๆๆๆ หลงรักอาจารย์มากมาย และอยากอ่านตอนอาจารย์กับเด็กป๊ะกัน (อดใจรอๆ) สุดท้ายนี้ อยากจะนอกเรื่องว่าบอลโลกนี่สูบพลังมากมาย ทั้งหนุ่มๆในสนามและภาพประทับใจของมิตรภาพลูกผู้ชาย ฮาาาาา ตาโหลไปตามๆกัน
    #64
    0
  11. #61 soneffiez (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 22 มิถุนายน 2557 / 23:09
    ฮาาาาาาาาาาา

    อาจาร์ยพระนายคะ คุณก็คิดได้เนาะ "พี่ณิชคงมีผัวหนุ่ม.." พี่ชายอีกสองคนคงเงิบน่าดู 555 คนอ่านก็เงิบค่ะ เพราะเธอแอบเสียดาย เท็ดดี้ช่ะ รู้หรอกน่าว่าแอบชอบเท็ดดี้แน่ๆ อย่างที่บีมบอก แบบนี้สไตล์พระนายเลย เชียร์ให้พระนายเป็นเมะ เพราะชอบผู้ชายขี้สงสัย อิอิ เจอกันเคะแบบเท็ดดี้ที่น่าค้นหา พร้อมกับปริศนาที่เต็มไปหมด อู้ยยย ไม่อยากจะคิด มันส์ เชื่อสิ เรื่องนี้ต้องมีใครเข้าใจผิด! ฟันธง !!! อยากให้ถึงวันพุธหน้าเร็ว อยากให้สองคนนี้เจอกัน อยากรู้ปริศนาที่พี่กี้ซ่อนไว้ อยากรุ้ๆๆๆ
    #61
    0
  12. #60 Dryad (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 22 มิถุนายน 2557 / 20:22
    ชอบเวลาสามพี่น้องมารวมตัวคุยกัน รีแอ๊คชั่นของแต่ละคนนี่ฮาค่ะ
    #60
    0
  13. #57 uknowvry (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 21 มิถุนายน 2557 / 18:30
    อะไร คือ... ไม่เคยเป็นเบี้ยล่างใคร

    หมายความว่าคุณพระนายออนท็อปตลอด!!!

    โอ้!ช่างน่าตกใจะไรเยี่ยงนี้
    #57
    0
  14. #55 เทพเจ้าแห่งกาลเวลา (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 20 มิถุนายน 2557 / 20:33
    กรี๊ดด จากเมียเด็ก กลายเป็นผัวหนุ่มแทน 5555
    ตะหงิดๆ ใจตั้งแต่เท็ดดี้แล้ว ว่าน่าจะเป็น ธีโอดอร์ ใช่จริงๆ ด้วย อิอิ
    ปล. อยากให้พระนายรับจริงๆ คิคิคิคิ

    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 20 มิถุนายน 2557 / 20:36
    #55
    0
  15. #53 Akifusa (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 19 มิถุนายน 2557 / 15:08
    ฮาตรงฉากคุยโทรศัพท์ของสามพี่น้องอ่ะ ไม่ได้มีเมียเด็ก กรั่กๆๆๆๆ อะเร๊ะ พระนายไม่เคยเป็นเบี้ยล่างใครเหรอคะ รึจะเป็น...เคะon top...//ผิดมหันต์
    #53
    0
  16. #52 Acacha (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 18 มิถุนายน 2557 / 22:40
    เพิ่งมาอ่านค่ะ
    ตัวละครน่ารักดีทุกคนเลย
    ฉากสุดท้ายของตอนที่3นี่เล่นเอาฮาก้ากแทบลงไปทุบโต๊ะ 555
    #52
    0
  17. #51 KAIxDO's (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 18 มิถุนายน 2557 / 20:41
    พระนายจะออนท็อปหรอคะ 55555
    #51
    0
  18. #50 Pi[ran]ya faravel (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 18 มิถุนายน 2557 / 20:28
    กรี๊ดดด พระนายคะ ตรวจข้อสอบเด็กก็ไม่ว่าอะไรหรอกค่ะ แต่เชิญมาสอนภาษาไทยนี่ เอ๊ะ ยังไงคะ? อิอิ ประเด็นคือ'ที่ห้อง' ป๊าดดด เดี๋ยวได้มีปิดประตูตีแมวล่ะ



    เอาแล้วไง ตาเด็กเท็ดดี้ นายจะไปปั่นจักรยานหรือปีนภูเขาอยู่หรืออะไรก็ตาม ช่วยกลับมาก่อนได้มั้ยยยย มาเคลียร์กันก่อน~~~ สรุปแล้วจะยังไง นายจะเป็นเมียเด็กหรือเป็นผัวคนแก่กันแน่อ่ะ เอ๊ะ รู้สึกจะไม่ใช่ประเด็นแหะ



    คือพระนายเหมือนจะยอมรับนิดๆ ว่าเริ่มหลงตาเด็กลูกครึ่งนั่นซะแล้ว มีแอบเจ็บใจซะด้วย



    ว่าแต่ใครส่งจดหมายนั่นมาอ่ะ ไม่อยากยุ่งกับพระนายหรอ แต่พระนายสวยนะ (หลงประเด็นอีกล่ะ 555)



    ที่ไรเดอร์บอกว่าพระนายไม่เคยเป็นเบี้ยล่างใคร โอเคค่ะ พระนายจะ'ออนท็อป' สินะ อุกรี๊ดดด เคะไม่จำเป็นต้องอยู่ข้างล่างนิเนอะ 555



    สู้ๆ นะค่า เป็นกำลังใจให้จ้าาา
    #50
    0
  19. #49 เมเปิ้ลสีชาด (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 18 มิถุนายน 2557 / 17:51
    คนแบบพระนายเป็นรับแล้วน่ารักนะคะ! //นี่คือเชียร์ 555


    เพิ่งเห็นและเพิ่งอ่านจบตอนที่สามนี่กรี๊ดเลยค่ะ 55 โอ๊ยมันซับซ้อนแบบก๊าวใจ ชอบการแต่งของพี่กี้จังค่ะ (; v ;)b


    ก็เดาบ้างแล้วว่าธีโอดอร์นี่น่าจะมีบทบาทอะไรแต่ไม่คิดว่าจะ...แอร๊ยยย 
    สรุปตอนนี้เหมือนเกมส์วิ่งไล่จับสินะคะ อยากอ่านตอนเท็ดดี้รู้ความจริงว่าพระนายเป็นอะไรกับพี่ณิชจัง 


    รอตอนต่อไปอย่างใจจดใจจ่อค่ะ 555 สู้ๆนะคะ
    #49
    0
  20. #48 serene (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 18 มิถุนายน 2557 / 16:50
    กร๊ากกกก หนุ่มร่างยักษ์ชื่อเท็ดดี้มุ้งมิ้งเหลือเกิ้นนนนน 555



    แอบเห็นด้วยว่าเคะไม่ต้องเป็นเบี้ยล่างก็ได้นะคะ ลองปรึกษาลิงเพชรดูก็ได้ อุ๊บ...
    #48
    0
  21. #47 shikyu (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 18 มิถุนายน 2557 / 16:48


    ซับซ้อนน่าดู

    #47
    0
  22. #46 Cougar Official Supporter (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 18 มิถุนายน 2557 / 16:22
    อาจารย์พระนายคะ.... เคะไม่จำเป็นต้องอยู่ล่างค่ะ #แค่อยากลองพูดดูเฉยๆ

    เดาบทบาทไม่ออกจริงๆ ล่ะค่ะ รอลุ้นตอนต่อๆ ไป



    ปล.ทำไมรู้สึกเรื่องนี้มันซับซ้อนยิ่งกว่า The Goat Howling ระบบสมองเราไปกันใหญ่แล้ว
    #46
    0
  23. #44 Teatimes (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 18 มิถุนายน 2557 / 16:17
    อ่านแล้วฮาปนปวดหัว ขอพาราอีกซักสองแผงตามพระนายดีกว่า



    โธ่พี่ณิชเอ๋ย มีเมียเด็กไม่ชอบ ชอบปั๋วเด็กชะงั้น เอ... แบบนี้เรื่องที่เขาอยู่ด้วยกันก็เป็นความจริงสินะ เพราะเล่นอยู่ห้องเดียวกันแบบนี้มัน.... งื้อ สงสารพระนายอ่ะ ท่าทางจะต้องปวดหัวอีกนาน แถมดูหนูเท็ดดี้ก็ท่าทางจะไม่ชอบพระนายเพราะไม่รู้ว่าพระนายคือพระนายด้วย(งงไหม) แถมบริบทที่ว่า "คุณจะไม่ได้อะไรก็ตามที่คุณต้องการ " นี่ มันสื่อถึงอะไรหรือเปล่า หรือพี่ณิชแอบฝากความลับไว้กับหนูเท็ดดี้ปกป้องไว้



    ลุ้นอ่ะลุ้น พออ่านหนึ่งบทก็โลภมากอยากอ่านตอนต่อไปอีก (แต่ต้องรออาทิตย์หน้าสินะ T^T)



    สุดท้าย เรื่องพระนายเป็นรุกหรือรับ คุณกี้บอกว่า พระนาย" ไม่เคย" เป็นเบี้ยล่าง แบบนี้แสดงว่าพระนายอาจมีสิทธ์เป็นเคะสินะ~ (เค้าแอบเชียร์ให้พระนายสมยอมนะเออ ^O^)
    #44
    0