[Yaoi] The Wills พินัยกรรมป่วนรัก by Lingbahh

ตอนที่ 28 : #Lovewins [Cross Universe กับเรื่อง Carta Visa] Ep.4

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 888
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 18 ครั้ง
    30 ส.ค. 59

 

พระนายปัดมือเขาที่จับแขนอยู่ออก แววตาน้อยใจอย่างเห็นได้ชัด "มีเหตุผลอะไรที่ไม่รับโทรศัพท์ของพี่"

"คือผม...ผมผิดเองน่ะ ผมแค่คิดอะไรเด็กๆ พระนายคือว่า..."

"เมื่อวานซืนมีใครบางคนรับสายแทนเรา แล้วบอกพี่ว่าเท็ดไม่ว่างรับสายใคร แล้วบังเอิญคนคนนั้นเสียงเหมือนเขาไม่มีผิด พี่ก็อยากจะรู้ว่า คืนนั้นน่ะ...สุดเหวี่ยงดีไหม"

ธีโอดอร์ค่อยแปลความหมายอย่างเชื่องช้า ทำไมวันนี้ฟังภาษาไทยแล้วไม่เข้าใจก็ไม่รู้

"พี่นายพูดเรื่องอะไรกัน" มือของพระนายกำหมัดแน่น อีกฝ่ายก็รีบคว้าไว้ก่อนที่จะปล่อยให้มันมาฟาดเข้ากับหน้าของตัวเอง "นั่นคือลอยด์ เป็นเพื่อนที่ทำงาน เขาคงจะช่วยรับโทรศัพท์แทนผมนั่นแหละ เมื่อคืนในร้านเสียงดังมากๆ ผมแทบไม่ได้ยินเสียงของตัวเองด้วยซ้ำ เขาทำอะไรให้พระนายโกรธเหรอครับ...เล่าให้ผมฟังก่อน"

พระนายทำท่าจะเดินหนี แต่ธีโอดอร์ก็รั้งเอาไว้ด้วยการกอด ร่างกายของพระนายสั่นด้วยความโกรธ

"อย่ามายุ่ง"

ข้อศอกกระแทกเข้าที่คางของเขาดังปั้กจนเหมือนกระดูกจะแตก แต่เขาก็ยังยื้อเอาไว้อย่างดื้อรั้น เมื่อดึงมาได้ก็กอดไว้ด้วยแรงทั้งหมดที่มี และด้วยสัมผัสที่คุ้นเคยและโหยหานี่เองที่ทำให้เขารู้ว่าการที่มีคนคนนี้อยู่ข้างๆ มันสำคัญยิ่งกว่าอะไร

"ได้โปรดเถอะ อย่าไปไหนเลย ผมรู้ว่าผมงี่เง่าหลายอย่าง ผมพูดอะไรไม่ดูตาม้าตาเรือ ผมโกรธอย่างไม่มีเหตุผล ผมไม่รับโทรศัพท์ ผมเอาเวลาที่ต้องใช้กับพระนายไปทำงาน ผมบอกยกเลิกการเจอกันทั้งๆ ที่พระนายตั้งหน้าตั้งตารอมาเป็นเดือน ผมสนใจแต่กับตัวเอง...แถมยังพูดอะไรโง่ๆ ออกไปโดยไม่คิดถึงใจพระนายด้วย ผมขอโทษ ผมเสียใจจริงๆ"

พระนายเงียบ ไม่มองหน้า ไม่สบตา ธีโอดอร์รู้ว่าพระนายพร้อมที่จะซัดเขาให้คว่ำได้ทุกเมื่อจึงกอดแน่นขึ้น ซุกปลายจมูกของตัวเองลงกับลำคอ จูบเบาๆ ที่ซอกคอ มือที่รัดร่างกายไว้ค่อยๆ เลื่อนลงไปแตะมือขาวเนียนที่เลอะเทอะของคนรักไว้แทน

"ถ้าไม่อยากพูดเรื่องของเรา อย่างน้อยก็เล่าให้ผมฟังได้ไหมว่าเกิดอะไรขึ้น ทำไมตำรวจมาส่งถึงนี่"

ดวงตาสีน้ำตาลอ่อนตวัดมองเขา แล้วฉวยโอกาสกระแทกศอกซ้ำเข้าใส่ชนิดไม่ให้อีกฝ่ายได้ทันตั้งตัว พอคนในอ้อมกอดเป็นอิสระก็หันหลังเดินดุ่มๆ หนีไปยังถนนเบื้องหน้าที่มีรถราขวักไขว่ ธีโอดอร์ตั้งตัวได้จึงรีบวิ่งตามไปอย่างไม่ลดละ แต่ยิ่งวิ่งก็เหมือนยิ่งไกล

ร่างสูงเพรียวเดินจ้ำไปจนถึงสถานีน็อตติงฮิลล์เกท เลาะเลี้ยวไปยังบริเวณที่มีตู้ล็อคเกอร์สำหรับฝากกระเป๋าเดินทาง แล้วลากกระเป๋าแซมโซไนท์สีเลือดหมูขนาดยี่สิบสี่นิ้วออกมา เขารีบเข้าไปแย่งมาถือ แต่กลับถูกปัดมือออกอย่างไม่ไยดี

"ทำไมล่ะ..."

"ทำไมล่ะ..." พระนายทวนคำช้าๆ ด้วยน้ำเสียงเหน็บแนม...ที่ฟังแล้วเจ็บปวดเหมือนถูกกรีดหัวใจ "...ทำไมคนที่เป็นฝ่ายบังคับให้คนอื่นแต่งงานด้วยกลับแนะนำฉันในฐานะพี่ชาย ขอนับถือในความหน้าด้านเลย อะไรที่ได้ประโยชน์ เท็ดก็เลือกแบบนั้นโดยที่ไม่เคยคิดถึงใจคนอื่นเลย"

เขาตกใจที่ถูกต่อว่ารุนแรง จริงอยู่ที่เจ้าตัวเป็นคนปากร้าย แต่ข้อกล่าวหานี้มัน...

"พูดออกมาเองใช่ไหมว่าฉันเห็นแก่ตำแหน่งซีอีโอจนปฏิเสธคำขอแต่งงานนั่น แล้วตอนนี้ใครกันที่เห็นแก่ตัว เท็ดหรือพี่?"

"ผมไม่ได้หมายความแบบนั้น ผมแค่ไม่ชอบที่พี่นายเอาเรื่องงานมาอ้าง"

"แล้วที่เท็ดบอกใครๆ ว่าพี่เป็นพี่ชาย ไม่ใช่เพราะกลัวมีปัญหากับที่ทำงานเหรอ? คิดออกหรือยังล่ะว่าทำไมพี่ถึงรับปากอะไรพล่อยๆ กับเราไม่ได้ เห็นโลกจริงๆ หรือยังล่ะว่ามันไม่ได้ง่าย! ตาสว่างได้หรือยัง" น้ำเสียงของคนรักของเขาเย้ยหยัน หากสีหน้าและแววตาที่เดือดดาลกลับแฝงไปด้วยความเศร้าสร้อย "เชิญไปแต่งงานกับพวกอเมริกันด้วยกันเถอะ จะได้ไม่ต้องบอกใครๆ ว่าคนคนนี้เป็นพี่ชาย"

แก้มของพระนายแดงจัดเช่นเดียวกับดวงตา ธีโอดอร์กลัวเหลือเกินว่าพระนายจะร้องไห้ออกมา...เพราะตัวเขา ที่ทำผิดซ้ำแล้วซ้ำอีก

"พระนาย ได้โปรดเถอะ มันไม่ใช่แบบนี้ ไม่ใช่แบบไหนทั้งนั้น ผมแค่รักพี่ ผมแค่อยากให้อยู่ด้วย อยากให้พี่เป็นส่วนหนึ่งของชีวิตผมในทางกฎหมาย ผมไม่ได้ตั้งใจทำให้พี่เสียใจ" เขารู้ว่าพระนายกำลังโกรธมาก ถูกปัดมือซ้ำแล้วซ้ำอีกแต่ก็ไม่ได้เดินหนีไปไหน เขายื่นมือไปสัมผัสใบหน้าที่เขารัก ใช้นิ้วโป้งเกลี่ยเบาๆ ด้วยความรู้สึกโหยหา อยากจะสัมผัสมากกว่านี้ แต่ก็กลัวจะทำให้อีกฝ่ายยิ่งเตลิดหนีไปอีก

"อย่าไล่ให้ไปหาคนอื่น อย่าบอกให้ผมไปอยู่กับใคร รู้ไม่ใช่เหรอว่าผมมีแค่พี่มาทั้งชีวิต..." ไม่รู้จะแก้ตัวอย่างไรแล้ว ยิ่งพูดยิ่งรู้สึกโง่ แม้แต่ความรู้สึกของคนรักก็รักษาไว้ไม่ได้

พระนายถอยหนีไม่ให้เขาแตะตัว อากาศที่เคลื่อนผ่านเขาสองคนเป็นเหมือนกำแพงที่มองไม่เห็น กั้นกลางและขัดขวางความรู้สึกเอาไว้ไม่ให้สื่อถึงกัน เขามองพระนายลุกขึ้นเดิน ยกกระเป๋าเดินทางขึ้นบันไดหลายขั้นด้วยความรู้สึกเจ็บปวด...เจ็บปวดที่แม้แต่คำขอโทษของเขาก็ไม่อาจรั้งพระนายเอาไว้ได้

คนรักของเขาโบกเรียกแท็กซี่ ธีโอดอร์จะทัดทานอย่างไรก็ไม่ฟัง โชคดีที่ไม่มีแท็กซี่ว่างเลย ทว่าจู่ๆ ก็มีรถสปอร์ตหรูหรางามวับโผล่มาจอดเทียบพร้อมกับชายแปลกหน้าผมบลอนด์ ผู้มีดวงตาสีฟ้าบนใบหน้าหล่อเหลา หล่อและยิ้มหวานจนธีโอดอร์รู้สึกหงุดหงิด

"โอ้โห บังเอิญเจอกันอีกแล้วนะครับอาจารย์ " พอได้ฟังภาษาไทยชัดแจ๋วของชายแปลกหน้าในรถเบนท์ลีย์ เท็ดดี้ก็รู้สึกตัวเกร็งด้วยความระแวง

ร่างสูงใหญ่นั้นก้าวลงจากรถ ดึงเอากระเป๋าเดินทางที่พระนายไม่ยอมให้เขาได้แตะต้องไปถือแล้ววางไว้เบาะหลัง ในขณะเดียวกัน เล็กซัสสีดำอีกคันก็มาจอดเทียบ ตามด้วยผู้ชายในชุดสูทดำที่กรูกันออกมายืนคล้ายควบคุมสถานการณ์เอาไว้

"เฮ้ คุณเป็นใครน่ะ" ธีโอดอร์ท้วง จะกระชากคนรักกลับคืนมาจากมือของชายผมบลอนด์ แต่ว่ายังไม่ทันถึงตัว ผู้ชายชุดดำที่มาใหม่สองสามคนนั้นก็ก้าวเข้ามาขวางไว้ไม่ให้เขาเข้าถึงตัวอักฝ่าย

"ไอ้หนุ่มนี่ใครกันครับอาจารย์พระนาย" ลอยหน้าลอยตาถาม ท่าทางกวนโมโหชะมัด

"น้องชาย" พระนายพูดเท่านั้นแล้วก็สอดตัวลงกับเบนท์ลีย์คันงามโดยที่ไม่แม้แต่จะชายตามอง เขาได้แต่ยืนอึ้งพูดไม่ออก

ชายแปลกหน้าสบตากับเขาแล้วยักไหล่มองหน้ากวนๆ "เป็นคำตอบที่ฟังแล้วเจ็บพิลึกเนอะ"

ความอดทนขาดผึงอยู่ตรงนั้นเอง เขาจำได้ว่าตัวเองกระโจนเข้าใส่ชายแปลกหน้าด้วยความโกรธจัด แต่ว่าเจ้าตัวหลบไปได้อย่างเฉียดฉิว พร้อมกับร่างชายชุดดำคนหนึ่งพุ่งเข้าหาและผลักเขาลงไปนอกกอดปล้ำอยู่บนพื้นฟุตปาธเฉอะแฉะ เขาน่ะไม่ถนัดสู้กับคนเท่าไรนัก พอเจอหมัดขวาตรงที่แข็งแกร่งก็รู้สึกราวกับถูกฟาดด้วยท่อเหล็กจนมึนไปชั่วขณะ คนพวกนี้แข็งแรงมากกว่าที่คิด และที่แน่ๆ แรงของเด็กหนุ่มอย่างเขาไม่มีทางที่จะสู้ไหว เขาตอบโต้เท่าที่ตัวเองจะทำได้ ทั้งที่มั่นใจว่าแต่ละหมัดจะต้องโดนเป้าหมาย แต่อีกฝ่ายกลับปัดป้องไว้ได้ทุกหมัด โดยที่ธีโอดอร์ไม่สามารถสร้างรอยเปื้อนสักจุดบนสูทสีดำตัวนั้น

แวบหนึ่งที่ได้สบตา เขาพบว่าดวงตาของคู่ต่อสู้เป็นสีฟ้าซีด เป็นดวงตาของคนมีอายุและผ่านอะไรมามากมายแล้ว

"เลิกทำอะไรงี่เง่าได้แล้ว หยุดๆ หยุดเดี๋ยวนี้"

"วลาด พอ!"

ชายแปลกหน้าออกคำสั่งเสียงเฉียบ ทันเวลาอย่างฉิวเฉียด ก่อนที่ธีโอดอร์จะถูกอัดดั้งจมูกซ้ำเป็นครั้งที่สอง จากหมัดเลยกลายเป็นแค่ตบสั่งสอนแบบที่รุนแรงจนหน้าสะบัดไปอีกทาง

เสียงรถตำรวจดังมาแต่ไกลพร้อมกับเสียงโวยวายของเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของสถานีรถไฟน็อตติงฮิลล์ เขารีบหยัดตัวเองขึ้นยืน รู้สึกปวดไปทั้งตัวอย่างกับว่ากระดูกหักเป็นชิ้นๆ พระนายเองก็ตกใจมากจนพูดอะไรไม่ออก ได้แต่ลนลานกลับออกมาจากรถเบนท์ลีย์ กำลังจะเข้ามาหาเขาให้แยกออกจากผู้ชายชุดดำ สีหน้าของพระนายซีดเผือดไร้สีเลือด คงนึกไม่ถึงว่าจะบายปลายเป็นการชกต่อยกัน  

เสียงไซเรนดังเข้ามาใกล้แล้ว นาทีนั้นเขาไม่รู้หรอกว่าตัวเองอยากให้ตำรวจมายุ่งเรื่องนี้หรือไม่ ที่น่าตกใจยิ่งกว่านั้นคือ ชายชุดดำอีกนั่นแหละที่ดึงเอาทั้งธีโอดอร์และพระนายไปที่ประตูรถเล็กซัส พลางกดหัวพร้อมทั้งผลักร่างของทั้งคู่เข้าไปในนั้น ก่อนจะเดินไปประจำยังที่นั่งคนขับ เข้าเกียร์ เหยียบคันเร่งจนเครื่องยนต์เสียงดังกระหึ่ม แล้วพาเล็กซัสคันงามพุ่งไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว ทิ้งเสียงไซเรนรถตำรวจให้เลือนหายไปทางด้านหลัง

 

เมื่อหายตกใจ ธีโอดอร์เอนตัวลงกับเบาะ หอบหายใจแรงๆ แล้วดึงมือพระนายมาจับไว้

"นี่ผมทำอะไรลงไปเนี่ยพี่นาย"

พระนายหน้างอ ชายคนขับรถโยนกล่องกระดาษทิชชูมาให้ เฉียดหัวพระนายไปนิดเดียว ทีแรกเขาก็งงจนกระทั่งรู้สึกถึงรสเค็มปร่าของเลือดที่ไหลเข้าปากนั่นแหละถึงเข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น

"เลือดกำเดาไหลไม่หยุดเลย แหงนหน้าเข้าไว้สิ"

พระนายพูดเสียงแข็ง แต่ก็ม้วนกระดาษมายัดรูจมูกซ้ายให้เขา

"เคยคิดก่อนทำอะไรบ้างไหม"

"ก็เพราะรักพระนายไง"

"..." เห็นได้ชัดว่าพระนายยังไม่พร้อมจะคืนดีด้วย เจ้าตัวเฉไฉด้วยการหันไปพูดกับคนขับ "ขอโทษครับ เรากำลังจะไปไหนกัน"

"คลินิก" ชายที่ชื่อวลาดตอบสั้นๆ "เชฟน่ะคิ้วแตกอยู่ ต้องให้หมอเย็บให้ ไม่งั้นจะเป็นแผลเป็น"

ทั้งสองคนกลอกตามองไปทางเดียวกัน แล้วธีโอดอร์ก็ร้องโอ๊ยขึ้นมาอย่างลืมตัวด้วยความแสบในจังหวะที่เลือดจากบาดแผลบนหน้าปากทะลักไหลย้อยเข้าไปในตาข้างหนึ่ง จนภาพเมืองลอนดอนกลายเป็นสีแดงพร่าไปชั่วขณะ

เขาได้ยินพระนายบ่นพึมพำว่า เห็นทำงานสถานทูตกับนั่งเบนท์ลีย์ ไม่คิดว่าจะมีลูกน้องร้ายกาจขนาดนี้ บ่นไปก็เช็ดเลือดให้เขาไป

เล็กซัสคันงามวิ่งออกไปทางทิศใต้ของลอนดอน ผ่านอาคารสูงต่ำทั้งเก่าและใหม่ ยิ่งวิ่งไกลขึ้นเท่าไรแสงไฟก็ยิ่งน้อยลงเท่านั้น บรรยากาศรอบตัวดูวังเวงราวกับป่าช้าทั้งๆ ที่ห่างลอนดอนออกไปเพียงแค่สิบห้านาทีเท่านั้นเอง

ธีโอดอร์ใช้โอกาสนี้ในการจับมือนิ่มของผู้บริหารหนุ่มขึ้นมากุมไว้ เมื่อเห็นไม่ว่าอะไรก็กอดเอวอ้อน ซุกหน้าของตัวเองลงกับบ่า ภาพที่เห็นถ้าจะให้เปรียบเทียบก็คงเหมือนกับหมาตัวโตๆ กำลังสำนึกผิดกับเจ้านาย

"ที่รัก...พระนายครับ"

"อะไร"

"เจ็บหัวจัง" รู้หรอกว่าสภาพที่มีทิชชูยัดจมูกอยู่เนี่ยมันไม่ค่อยน่าดูเท่าไร แต่ก็ยังอยากจะใช้เวลานี้ได้ปรับความเข้าใจกัน

ดวงตาสีน้ำตาลลอดมองผ่านแว่นสายตา อาการโกรธลดลงมากแล้ว แต่อารมณ์ก็ยังตึงๆ อยู่ หากกวนใจมากอีกนิดก็คงได้เห็นดี

"ก็ทำตัวเอง"

"ก็อยู่ๆ พระนายจะไปขึ้นเบนท์ลีย์ของใครก็ไม่รู้นี่" เขาประท้วงเสียงหงุงหงิง "จะไม่ดูคิ้วให้ผมหน่อยเหรอ"

"ฉันไม่ใช่หมอ"

"พี่สิครับ ไม่ใช่ฉัน พระนายไม่เห็นต้องทำเสียงห่างเหินแบบนั้นเลย"

คราวนี้เจ้าตัวไม่ตอบ เขารู้สึกท้อใจกับการงอนง้อ แต่ก็รู้ว่าถ้าหากไม่ทำ คนที่เสียใจยิ่งกว่าก็คือพระนาย นี่เรื่องเก่าที่สะสมจนเป็นดินพอกหางหมูมา เขายังแก้ตัวไม่ได้ นับประสาอะไรกับเรื่องใหม่ คดีต่อยพ่อรูปหล่อเจ้าของเบนท์ลีย์ล่ะ

ทิชชูแผ่นใหม่โปะลงบนคิ้วที่ยังคงมีเลือดซึมอยู่ พระนายบรรจงเช็ดเลือดให้โดยไม่พูดอะไร ไม่หยอก ไม่ว่า ไม่แซว ไม่มีอะไรทั้งสิ้น แบบนี้แย่กว่าเวลาที่ถูกโกรธเสียอีก เขาเชยคางของอีกฝ่ายเป็นเชิงบังคับให้สบตากันก่อนที่จะบรรจงจูบแผ่วเบาบนริมฝีปากสีจาง อีกฝ่ายไม่จูบตอบ แต่เขาก็ไม่แปลกใจสักเท่าไร พระนายโกรธง่าย แต่เวลาจะง้อให้หายโกรธกลับยากเสียยิ่งกว่าอะไร

ในความเงียบภายในรถคันงามกับคนรักที่ปั้นปึ่งไม่ยอมรับคำขอโทษ ธีโอดอร์หวนคิดถึงคำพูดของเพื่อนๆ จิระพูดถึงความรักในแง่มุมของสายใยในครอบครัว โนอาห์พูดถึงความผูกพันทางกฎหมาย แล้วเขาสองคนทะเลาะกันด้วยเรื่องอะไรนะ ไม่ใช่ทั้งในแง่มุมของจิระและโนอาห์ แต่เป็นเรื่องอื่นต่างหาก เขาไม่ได้ทะเลาะกันเพราะความรัก แต่เพราะความเห็นแก่ตัวต่างหาก...

และความเห็นแก่ตัวนั่นก็ไม่ใช่ของใคร แต่เป็นของตัวเขาเอง... ธีโอดอร์ ผู้มัวเมากับสิทธิและเสรีภาพจนลืมความรู้สึกของคนที่เขารักที่สุดไป

"ผมไม่ได้มีอะไรกับลอยด์นะ เรื่องที่เขารับโทรศัพท์ของพี่นายผมก็ไม่รู้เรื่อง" เขาพูดขึ้นแทรกเงียบงันขึ้นมา "ผมรู้ว่าพี่นายไม่สบายใจเรื่องนั้นแล้วก็อีกหลายๆ เรื่องที่ทำลงไป ผมจะไม่อ้างหรอกว่าเพราะพี่ แต่เป็นเพราะผมต่างหากที่คิดถึงแต่ความรู้สึกของตัวเอง แม้แต่เรื่องที่เรียกพี่นายว่าพี่ชาย นั่นก็เป็นเพราะว่ากลัวจะทำให้ทำงานลำบาก พี่นายเองก็คงจะคิดเหมือนกันใช่ไหม"

พระนายเหลียวมองเขา ริมฝีปากเม้มเป็นเส้นตรง

"ผมมันโลกสวยเอง ที่คิดว่าอะไรๆ จะดีดังใจไปหมด แต่มันไม่ใช่เลย" เขาสารภาพบาปด้วยเสียงเบาราวกับจะกระซิบ "ผมนึกว่าผมโตแล้ว โตพอที่จะได้เคียงคู่กัน แต่ก็ไม่ใช่ โลกของผมไม่ได้ใหญ่ไปกว่าห้องครัวเลย และตอนนี้ผมก็รู้แล้วว่าผมเองก็ไม่พร้อมสำหรับการรับผิดชอบชีวิตคู่เช่นกัน ผมในวันนี้ยังแบ่งเบาภาระ แบ่งเบาความทุกข์ความสุขของพระนายก็ไม่ได้ แล้วยังจะเรียกร้องเอาแต่ใจจากพระนายอีก”

พระนายนิ่งไม่โต้ตอบ ธีโอดอร์มองซีกหน้านั้นด้วยความรู้สึกทรมานใจ เขาจับมือของพระนายไว้แล้วบีบแน่น อยากจะถ่ายทอดความรู้สึกส่งผ่านไปถึงใจของอีกฝ่าย

"ผมรู้ตัวว่าผิด ผมเสียใจ แต่ได้โปรดเถอะ ให้โอกาสผมได้โตกว่านี้เถอะ ให้อภัยผมสำหรับทุกๆ สิ่งที่ทำให้วันนี้ เพื่อที่ว่าเรายังคงก้าวไปข้างหน้าด้วยกันได้"

ไม่มีคำตอบจากปาก เขาเกือบจะถอดใจแล้ว แต่แรงบีบกลับเล็กๆ ก็ทำให้ใจชื้นขึ้น วินาทีที่ได้รับการตอบรับนั้น เขาโล่งใจอย่างที่สุด

รัก รัก รัก รักพระนายเหลือเกิน แค่พระนายไม่มองหน้าก็แทบจะอยู่ไม่ได้แล้ว...

"พูดว่าให้อภัยผมได้ไหม...ให้โอกาสผมอีกครั้ง เพื่อที่ว่าในวันหนึ่งผมจะได้กลับมาแล้วพูดว่า แต่งงานกันเถอะ ได้อย่างสมศักดิ์ศรีในฐานะผู้ชายคนหนึ่งที่จะรักคุณ ดูแลคุณ ทุกข์สุขร่วมกับคุณไปทั้งชีวิตที่เหลือ"

"รัก...เหมือนกัน" พระนายกระซิบเบาๆ ไม่มีการกอดหรือจูบ พวกเขาเพียงแค่จับมือกันไว้

ธีโอดอร์ยิ้มกับตัวเอง บางทีสิ่งที่ได้รับในนาทีนี้ก็ดีมากพอแล้ว

ผู้ชายสูทดำเหลือบมองเขาทั้งสองคนจากกระจกมองหลัง ไม่พูดอะไรสักคำ

 

รถค่อยๆ ชะลอจอดริมถนนที่เวิ้งว้างใกล้สถานีรถไฟเก่าที่ปิดให้บริการไปแล้ว ในมุมหนึ่งมีแสงไฟสีนวลลอดออกมาจากหน้าต่างบานเล็กๆ ที่ถูกปกคลุมด้วยผ้าม่านลายดอกไฮเดรนเยีย ชายวัยกลางคนท่าทางซอมซ่อคนหนึ่งโผล่ออกมาจากบ้านในชุดนอน เมื่อเห็นหน้าชัดๆ ยิ่งรู้สึกหวาดระแวงจากรอยแผลเป็นมากมายนั้น พระนายเองก็ทำท่าลังเล แต่คนขับเล็กซัสกลับพูดอย่างสุภาพว่ารับรองในความปลอดภัย แต่ลองธีโอดอร์เองก็ยังโดนอีกฝ่ายซ้อมจนระบมไปทั้งตัวได้อย่างนี้ ก็ไม่รู้แล้วล่ะว่าอะไรที่จะเรียกว่าปลอดภัยได้อีก

พอผ่านเข้าประตูไปแล้ว จะเปลี่ยนใจก็ไม่ได้แล้ว ผู้ชายคนนั้นชี้ให้เขาไปนั่งที่เก้าอี้ไม้แข็งๆ บนโต๊ะอาหารที่เต็มไปด้วยอุปกรณ์การแพทย์ เย็บแผลให้จนเรียบร้อยและเขียนใบสั่งยาให้ไปหาซื้อเองจากร้านค้าในเมืองในวันพรุ่งนี้ จากนั้นก็เตะเขาสองคนออกมาจากบ้าน

เล็กซัสคันหรูหายไปแล้ว แต่มีแท็กซี่คันหนึ่งโผล่มาถามหาคนชื่อ พระนาย เพื่อจะรับกลับไปโรงแรมที่พัก ซึ่งถูกเปลี่ยนจากโรงแรมระดับโฮสเทลเป็นโรงแรมอินเตอร์คอนติเนนทัลลอนดอนพาร์คเลน ในย่านเวสต์มินสเตอร์ แน่นอนว่ามีคนจ่ายค่าโรงแรมพร้อมลีมูซีนไปส่งที่สนามบินและตั๋วดูโอเปราสองใบ

ธีโอดอร์ไม่สนใจดูโอเปรา เขาใช้ข้ออ้างว่าถูกต่อยจนตาปูด ไม่อยากใช้สายตา พระนายก็ยอมตามใจ

ตลอดการหยุดวันชาติในครั้งนี้ เขาทั้งสองคนจึงยกเลิกการไปดีซี และใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับการทำแผลที่คิ้ว ประคบเย็น ทำอาหารด้วยกัน และมีเซ็กซ์อย่างถึงพริกถึงขิงให้สมกับที่ไม่ได้พบกันมานานกว่าสองเดือน คุยกันด้วยภาษากายนี่ง่ายกว่าภาษาไทยเยอะ

 

"แล้วเรื่องที่มึงเล่ามาทั้งหมดมันเกี่ยวข้องอะไรกับวันนี้วะพระนาย มึงไม่ต้องแต่งงานแล้ว เลยสบายใจจนประสาทกลับหรือไง"

"ไม่นี่ กูแค่อารมณ์ดี"

"กูจะฟ้องพี่ชายนักบัญชีของมึงว่ามึงหลงผู้ชายจนใช้เงินสะบั้นหั่นแหลก"

พระนายยักไหล่ ลากบีมที่ทำหน้าหงิกหน้างอให้เดินวนไปรอบๆ โชว์รูมหรูที่มีแอร์เย็นฉ่ำ พนักงานทุกคนล้วนพยายามนำเสนอสินค้าอย่างสุดความสามารถ

พระนายดูแค็ตตาล็อกและฟังสรรพคุณรถเพียงผ่านหูเท่านั้น เขามีเป้าหมายในใจอยู่แล้ว

"เท็ดดี้รู้เรื่องนี้หรือยัง"

"ไม่เห็นต้องรู้นี่"

"มึงนี่ซุกกิ๊ก"

"กิ๊กเวรอะไร กลับไทยมาตั้งนานแล้ว ไม่ได้เจอกันเลย"

บทสนทนาถูกคั่นจังหวะด้วยพนักงานสาวสวยเดินมาพร้อมกับรอยยิ้มหวานหยาดเยิ้ม พูดกับพระนายอย่างนอบน้อม "คุณพระนายคะ เตรียมพร้อมแล้วค่ะ ขอเรียนเชิญไปลองกันได้เลย" ว่าแล้วเธอก็ส่งกุญแจรีโมทหรูหราให้ พระนายขยิบตาให้บีมกวนๆ ก่อนที่จะกึ่งจูงกึ่งลากไปยืนหน้ารถเบนท์ลีย์คอนติเน็นทัลจีที ปี 2014 อย่างภาคภูมิใจ

บีมดูใบเสนอราคาและรายการอะไหล่แล้วทำหน้าเบ้ “ลดแล้วเหลือสิบเก้าล้านสี่แสน...? มึงแน่ใจนะไอ้นาย"

"แน่ใจสิ มึงลองขับสิแล้วจะรู้ว่ารถมันดีจริงๆ"

ตอนที่พนักงานสาวเดินห่างออกไป ไอ้บีมหันมาเขม่นใส่เขา "มึงอยากขึ้นไปขี่ฝรั่งตาสีฟ้าคนนั้นมากกว่ารถคันนี้เห็นๆ มึงตกหลุมรักผู้ชายสถานทูตคนนั้นเข้าแล้วก็สารภาพมาดีๆ เถอะ"

"เปล่าซะหน่อย" เขารีบปฏิเสธเสียงสูง ไม่สนใจหรอกว่าบีมจะเชื่อหรือไม่ "มันเป็นแค่อนุสรณ์เตือนใจว่า ความรักดีๆ น่ะยังมีจริงแบบโลกไม่สวยของกูนี่เอง ต้องขอบคุณซาช่านะ ที่เขาแนะนำให้กูอดทนและพยายามผ่านไปให้ได้ด้วยเหตุผล ถึงแม้ว่ากูจะใช้น้อยหน่อยในกรณีนี้ก็เถอะ"

บีมทำหน้าเหมือนอยากเอาเท้าก่ายหน้าผาก ส่วนเขาก็ย้ายตัวเองลงไปนั่งหลังพวงมาลัย สตาร์ทรถแล้วฟังเสียงเครื่องยนต์ที่ดังกระหึ่มอย่างพออกพอใจ เขาซื้อรถหรูเพราะความประทับใจล้วนๆ

ซาช่าก็พูดถูกแล้ว...ความรักจะพาคุณเดินบนถนนเส้นที่ดีที่สุดสำหรับทั้งสองคนเสมอ คุณอาจจะเดินออกจากอุโมงค์โดยปราศจากแหวนหรือทะเบียนสมรส แต่คุณจะมีเขาและเขาจะมีคุณ...

วันนี้อาจจะยังไม่ถึงเวลาที่เหมาะสมของเราทั้งสองคน แต่มันจะต้องมีสักวันแน่ๆ ที่ ความรักชนะทุกสิ่งทุกอย่างและเดินไปข้างหน้าเคียงคู่กัน

 

#LoveWins

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 18 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

474 ความคิดเห็น

  1. #431 ข้าวหอม (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 19 กันยายน 2559 / 00:03
    และแล้วความรักก็พาพระนายเดินออกจากอุโมงค์ โดยไม่จำเป็นต้องแต่งงาน พร้อมเบนท์ลีย์ 19 ล้าน 5555 จริงๆแล้วระดับพระนายจะขี่เฟอร์รารี่ขนหน้าแข้งไม่ร่วงหรอกมั้ง

    ซาช่าโคตรพระเอกจริงๆ โผล่มาเรื่องคนอื่นกลบพระเอกตัวจริงอย่างเท็ดดี้จนอับแสงเลย
    #431
    0
  2. #425 N เอ็น (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 31 สิงหาคม 2559 / 00:17
    ของเตือนใจแบบวิถีคนรวย... //นั่งหารูปรถมองตาปริบๆ
    #425
    1
    • #425-1 Lingbahh สนพ.นาบู(จากตอนที่ 28)
      31 สิงหาคม 2559 / 15:20
      แม้แต่พระเอกของเรื่องนี้นัวไม่มีปัญญาซื้อรถ กิ๊กรูปหล่อสุดป๋ามีซะงั้น....
      #425-1