[Yaoi] The Wills พินัยกรรมป่วนรัก by Lingbahh

ตอนที่ 27 : #Lovewins [Cross Universe กับเรื่อง Carta Visa] Ep.3

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 827
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 16 ครั้ง
    30 ส.ค. 59

 

ได้ยินเปล่าๆๆ มายเท็ดดี้แบร์! ฮัลโหล เทสต์"

ได้ยินแล้ว"

โหลลลลลลลลล โหลลลลลลลลลลลลลลลลลลลลลลลลลลล ทำไมฝั่งแกเสียงดังจังเลย"

แกน่ะสิ เลิกตะโกนใส่ไอโฟนเสียที ฉันได้ยินชัดแล้ว"

ธีโอดอร์เดินหนีจากงานปาร์ตี้บริเวณจัดเลี้ยงขึ้นไปจนถึงระเบียงชั้นสองฝั่งติดริมถนน เขาวนหาที่ที่สัญญาณไวไฟแรงที่สุดก่อนที่จะบรรจงตั้งไอโฟนของตัวเองไว้ตรงหน้าแล้วขยับเก้าอี้นั่งให้ได้ระยะพอดีๆ “ฉันยังอยู่ในเวลางาน แกมีอะไรก็รีบๆ พูดมาเลย ถ้าโทรมาฝอยเฉยๆ จะด่าให้"

จอของฝั่งตรงข้ามเป็นใบหน้ากวนๆ น่าเอ็นดูของเจ้าหมาจี แต่แล้วเขาก็ต้องแปลกใจเมื่อเห็นหน้าหวานๆ ของเชสเตอร์ที่ผิวกลายเป็นสีแทน กับโนอาห์ คนรักของเชสเตอร์อยู่ข้างๆ กัน โบกไม้โบกมือให้ด้วยใบหน้าร่าเริงสุดขีด หน้าแดงจัดทั้งแก้มและปากจนกลายเป็นสีเชอร์รี 

เอ๊ะ ทำไมอยู่ด้วยกันล่ะ"

ก็...เพื่อนลูกครึ่งญี่ปุ่นยิ้มแฉ่ง หนีร้อนมาพึ่งเย็น...ที่กรุงเทพฯ อากาศร้อนอย่างกับนรก ก็เลยมาหาเชสที่ฮวอกเบอร์รีด้วยกันกับโนอาห์  มีความสุขมาก อากาศก็ดี เหล้าก็ดี เพื่อนก็มี ใครกันน้าที่ทำงานหัวเดียวกระเทียมลีบอยู่ที่ลอนดอน"

ฮึ่ม! ได้ไปเที่ยวแล้วยังจะโทรมาอวดให้เจ็บใจเล่นอีก ฉันกำลังอารมณ์ไม่ดี พวกแกโทรมาวันหลังก็แล้วกัน"

ใจเย็นๆ น่า อาทิตย์หน้าแกได้หยุดวันชาติไม่ใช่เหรอ พ่อหนุ่มอเมริกัน ทำไมไม่บินมาเจอพวกเราที่นี่ล่ะโนอาห์ยอมสงบศึกให้อย่างนิ่มๆ เชสเตอร์คิดถึงแกจะแย่แล้ว"

ฉันก็คิดถึงพวกแก แต่ว่า"

เชสเตอร์ยักคิ้วให้กวนๆ เท็ดดี้แบร์เดอะเชฟ ยอมรับมาเถอะว่าคิดถึงฉันใบหน้าสวยหวานดูแดงๆ พิกล ท่าทางจะเมาเพียบมาจากข้างนอกแล้ว

ธีโอดอร์ยิ้มให้เพื่อนทั้งสามที่อยู่ห่างกันอีกซีกโลกหนึ่ง ที่จริงการได้เที่ยวดื่มกินกับบรรดาเพื่อนๆ ของเขา มันเป็นความสุขที่ธีโอดอร์ยังจดจำอยู่เสมอในหัวใจ

อือ คิดถึงสิ ฉันอยากเจอทุกคน"

เสียงคนร้องเพลงจากชั้นหนึ่งดังลอดขึ้นมาจนถึงหน้าระเบียง จนเพื่อนๆ ของเขาต่างสงสัยกันว่าทำไมร้านถึงเสียงดังขนาดนี้ เขาจึงอธิบายว่าลูกค้าปิดร้านฉลองกันหลังคำตัดสินที่โด่งดังกระฉ่อนโลกเมื่อวานซืนนี้ ทั้งสามคนร้องอ๋อเสียงยาว แล้วก็วิพากษ์วิจารณ์อย่างสนุกปาก แน่ล่ะว่าที่ออสเตรเลียยังไม่ผ่านกฎหมายนี้

งั้นต้องฉลอง!” เชสเตอร์ว่างั้น แล้วเดินหายไปจากจอ กลับมาพร้อมขวดเหล้ายินยี่ห้อดังและขวดน้ำผลไม้ เพื่อนตัวแสบของเขาผสมเหล้าอย่างรวดเร็ว ล็อกคอจิระจากข้างหลังแล้วจับกรอก จากนั้นก็หันไปหาโนอาห์ บรรจงจูบอ้อน ขอดื่มอีกแก้วนะ"

ไม่เอาน่า ดื่มเยอะแล้ว เดี๋ยวพรุ่งนี้ถ้าแฮงค์จะไปดูม้าไม่ไหวเอานะโนอาห์ดุแล้วดึงขวดยินออกจากมือ สลับเอาแก้วใส่น้ำผลไม้สีแดงมาให้แทน ฉลองกันด้วยน้ำผลไม้นี่แหละ เชส...เชส...” เสียงของโนอาห์ดุขึ้นเมื่อเชสเตอร์ทำท่าจะจูบหนักข้อขึ้น จิระผลักทั้งสองคนออกไปจากจอแล้วยึดไอโฟนมาถือไว้แทน

ว่าแต่ว่าแกขอพี่นายแต่งงานหรือยังล่ะ"

ธีโอดอร์ที่ไม่ทันตั้งตัวว่าจะเจอคำถามนี้ถึงกับนิ่งไป ความรู้สึกดีอกดีใจที่เพื่อนโทรมาหาเหือดหายไปหมด

เอ่อ แกเมาเหรอ ที่นั่นก็น่าจะตีหนึ่งกว่าแล้ว ไปนอนดีไหมจี"

อย่ามาเปลี่ยนเรื่องเลย เท็ดดี้แบร์จิระไม่ยอมแพ้ มันก็เมาจริงๆ นั่นแหละ หน้าขาวๆ กลายเป็นสีชมพู นี่ก็คงดื่มมามากพอดู แกกล้าขอเขาแต่งงานไหม ลงไปนั่งคุกเขา สวมแหวน แล้วถามว่าแต่งงานด้วยกันไหมครับ โฮ่ โรแมนติกสุดยอด ฉันจองตำแหน่งเพื่อนเจ้าบ่าวนะ"

"แต่งงงแต่งงานอะไร ไม่มีเสียหรอก"

"ถ้าพี่นายยอมแต่งกับแก เขาคงประสาทกลับไปแล้ว" จิระว่าอย่างนั้นแล้วจุดบุหรี่สูบ นี่เมาจริงๆ ด้วย ปกติเพื่อนเขาจะไม่สูบบุหรี่นอกเวลาไปผับ "อย่าบอกนะว่าขอไปแล้วแต่เขาไม่เอาด้วย"

ถามอย่างนี้เหมือนถูกเอาบุหรี่ขยี้ลงบนแผลสด

อะฮ่า!"

ธีโอดอร์รู้สึกขุ่นใจที่เพื่อนทำน้ำเสียงเยาะเย้ยแบบเห็นใจเขาเลย ให้มันเป็นปัญหาของฉันเถอะ"

แกรู้ไหม พ่อกับแม่ของโนอาห์กำลังจะหย่ากันแล้ว"

หา?”

แม่ของโนอาห์มีคนใหม่ ผู้ชายคนนั้นอายุแค่ยี่สิบหกเอง แก่กว่าพวกเราแค่ไม่กี่ปี"

จิระยกบุหรี่ขึ้นสูบแล้วปล่อยควันสีเทาจางๆ ออกมา โนอาห์กลุ้มใจมาก เขาอยากให้ทั้งพ่อและแม่กลับมาอยู่ด้วยกันแต่ก็รู้ว่ามันไม่มีประโยชน์แล้ว เราคุยโทรศัพท์กันทั้งคืนจนพ่อฉันสงสัยว่าทำไมฉันดูเครียดๆ ไป พอเล่าให้ฟัง พ่อก็บอกว่าการกระทำอย่างนี้มันเป็นการกระทำที่เห็นแก่ตัวและขาดความรับผิดชอบสิ้นดี มันไม่แปลกที่ใครๆ ก็อยากมีความสุข แต่มีความสุขทั้งๆ ที่มันตั้งอยู่บนความทุกข์ของครอบครัวนี่น่ะเหรอ เพราะต่อให้ปิดไม่ให้ลูกรู้ แต่คนที่ตัวเองแต่งงานเป็นคู่ชีวิตกันมาตั้งนานก็ต้องทุกข์ใจ ฉันก็เลยถามพ่อว่าสำหรับพ่อแล้วการแต่งงานคืออะไร"

แล้วพ่อของแกว่ายังไง"

สำหรับพ่อของฉัน การแต่งงานมาพร้อมหน้าที่ ความรับผิดชอบ และความเสียสละ เราไม่สามารถมีความสุขอยู่คนเดียวได้ เพราะเราต้องแบ่งทุกข์แบ่งสุขด้วยกัน เวลาที่ชีวิตเป็นขาขึ้นก็ต้องช่วยดูแลและเตือนสติกัน เวลาที่ชีวิตมาถึงขาลงก็ต้องเป็นกำลังใจ ช่วยกันประคับประคองและฉุดดึงให้ชีวิตกลับอยู่ในจุดที่ดีเหมือนเดิมจิระอัดบุหรี่เข้าปอดอีกครั้งแล้วทิ้งลงกับพื้น ฟังทีแรกฉันก็ไม่เข้าใจหรอก แต่พอนึกย้อนถึงเรื่องของพ่อกับแม่ ก็รู้ว่าชีวิตของพวกท่านเป็นตัวอย่างที่ดีสำหรับฉันอยู่แล้ว"

“…แล้วแกกับพี่บีมล่ะ"

ตอนนี้มันยังไม่ถึงจุดนั้น แต่หากว่าวันหนึ่งชีวิตขึ้นหรือลง ฉันก็คาดหวังที่จะให้พี่บีมคอยอยู่เคียงข้างกัน แบบที่พ่อและแม่เป็นนั่นแหละ อ้อ เผื่อแกไม่รู้ พ่อแม่ฉันเพิ่งจดทะเบียนสมรสกันเมื่อปีที่แล้วนี่เอง ฉันได้ไปเซ็นเป็นพยานด้วยนะ"

ทำไมอยู่กินกันมาจะยี่สิบปีแล้วเพิ่งจะมาจดทะเบียนกันล่ะวะ"

ก็มันเรื่องเงินๆ ทองๆ ไม่ลงตัวมาตลอดนี่นา ฉันว่าดีออก กับการที่เราได้เห็นพ่อแม่ของเราที่รักกัน ใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันมาเกือบทั้งชีวิตมาจดทะเบียนต่อหน้าเราเอง ฉันคิดว่าไม่มีช่วงเวลาไหนที่มันจะศักดิ์สิทธิ์ไปกว่านาทีที่ได้เป็นพยานความรักของคนที่ให้กำเนิดเรามาอีกแล้วล่ะ”  

ธีโอดอร์หุบปากสนิท รู้สึกจุกในอกด้วยความรู้สึกผิดที่ถาโถมเข้ามาห้วงความคิด เขาเข้าใจแล้วว่าทำไมจู่ๆ จิระถึงยกเรื่องของครอบครัวของโนอาห์มาเล่าเปรียบเทียบกับครอบครัวของตัวเองให้เขาฟัง

เพราะแม้แต่การแต่งงานของชายหญิงแท้ๆ ที่มีทั้งสิทธิและเสรีภาพตามกฎหมายอย่างสมบูรณ์ ก็ยังไม่สามารถวัดได้ถึงความสำเร็จในการมีชีวิตคู่ ความรัก ความเข้าใจ และความผูกพันต่างหากที่สำคัญยิ่งกว่าสิ่งใด

สรุปคือพี่นายไม่ยอมตกลงเรื่องจดทะเบียนสมรสกับแก แกเลยโมโหเขาเอาสินะ ไอ้หมีเพี้ยนเอ๊ย"

หา ไรนะๆ ขอพี่นายแต่งงานแล้วเหรอ โห ทำหน้าแบบนี้แสดงว่าแห้วมาล่ะเซ่เชสเตอร์โผล่เข้ามาในจอทำเสียงดัง เดี๋ยวฉันช่วยดื่มฉลองความโสด"

ไม่ได้เลิกโว้ย! แค่ทะเลาะกันนิดหน่อยธีโอดอร์เถียง แต่ฉันจะไปขอโทษเขา"

ไม่ทันไรโนอาห์ก็ยิ้ม โผล่มาอีกคนพอดี เขาคงคิดดีแล้วล่ะมั้ง เท็ดดี้"

พวกแกทุกคนดูสะใจมากเลยนะที่ฉันโดนปฏิเสธคำขอแต่งงานนี่น่ะ ขอบใจนะสำหรับทุกๆ ถ้อยคำถากถาง"

เฮ้ย เปล่านะ ฉันคิดอีกมุมหนึ่งต่างหาก” โนอาห์รีบแก้ตัว “แกลืมไปหรือเปล่าว่าพระนายน่ะเป็นนักเศรษฐศาสตร์แล้วก็ยังเป็นนักธุรกิจด้วยนะ เวลาคิดอะไรเขาจะมองหน้ามองหลัง ระมัดระวังผลเสียกับข้อดีอย่างละเอียดก่อนจะตัดสินใจ เขาน่ะมีสมบัติหลายพันล้านจริง แต่การมีบริษัทมันก็หมายถึงภาระและความรับผิดชอบด้วย บริษัททุกแห่ง ยิ่งใหญ่โต มีสินทรัพย์มากเท่าไร มูลค่าการลงทุนในแต่ละโครงการก็สูงและมีความเสี่ยงตามไปด้วยโนอาห์หยุดพูดตรงนี้เพื่อให้เขาคิด ธีโอดอร์ฟังแล้วก็เริ่มเข้าใจถึงเรื่องที่เพื่อนเขาต้องการจะบอก

 เขาลืมคิดเรื่องนี้ไปเลย

ในการลงทุนโครงการขนาดใหญ่ บริษัทก็จำเป็นต้องกู้เงินจากธนาคารมาลงทุนเป็นจำนวนมหาศาล แล้วการผ่อนชำระก็ย่อมจะใช้ระยะเวลายาวนาน อาจจะเป็นสิบ ยี่สิบ หรือสามสิบปี อย่างล่าสุดที่ไปลงทุนโปรเจกต์ท่าเรือน้ำลึกทวายนั่นต้องใช้เงินเท่าไร สามพันล้านบาทจะพอหรือเปล่าก็ไม่รู้ แล้วตอนนี้ตลาดอสังหาฯ ในประเทศก็เริ่มนิ่ง สภาพเงินทุนหมุนเวียนในแต่ละบริษัทก็ไม่คล่องมือเหมือนเดิม เจ้าของธุรกิจใหญ่ๆ อย่างพระนายก็หลีกเลี่ยงปัญหาพวกนี้ไม่ได้หรอก แล้วถ้าเขามีหนี้สิน คิดว่าเขาจะอยากเอาภาระพวกนี้ผลักไปให้คนที่ตัวรักหรอก"

เขาตั้งใจฟัง นึกเถียงในใจว่ากฎหมายของประเทศไทยไม่ได้รองรับความเป็นสามีภรรยาของคนเพศเดียวกันสักหน่อย ต่อให้พระนายยอมแต่งงานกับเขาซึ่งถือสัญชาติอเมริกันได้ที่ประเทศอเมริกา แต่เขาก็ไม่มีภาระผูกพันกับการร่วมรับผิดชอบหนี้สินของพระนายสักหน่อย

แต่แน่ล่ะว่าเขาจะต้องพลอยกลัดกลุ้มไปด้วยแน่ๆ  

"เท็ด ทุกครั้งที่เศรษฐกิจเป็นขาลง ตลาดอสังหาริมทรัพย์จะเป็นธุรกิจแรกที่ได้รับผลกระทบเสมอ คิดในมุมของเขาบ้างสิ เขาน่ะอาจจะปฏิเสธแกโดยที่ไม่ได้คิดถึงข้อนี้ก็จริง แต่สัญชาตญาณของพระนายอาจจะต้องการปกป้องแกอยู่ตลอดเวลาก็ได้ แกก็น่าจะรู้ดีนี่ว่าเขารักแกมากแค่ไหน แล้วจะมีเหตุผลอะไรอีกที่จะไม่ยอมแต่งงานกับแก"

พอได้ฟังการวิเคราะห์จากโนอาห์ ธีโอดอร์ก็รู้สึกเหมือนถูกตบหน้าซ้ำๆ ก่อนหน้านี้เขาเองก็รู้สึกผิดที่ทำตัวเหมือนเด็กนิสัยเสีย พอไม่ได้อะไรอย่างใจแล้วก็พาล ที่ผ่านมาพระนายปล่อยให้เขาได้มีชีวิตของตัวเองโดยที่ไม่ต้องคิดถึงอย่างอื่น เขาเลยลืมคิดถึงความรู้สึกของอีกฝ่ายไปเสียหมด มิหนำซ้ำยังผลักความรู้สึกผิดให้ททางโน้นแบกรับไว้คนเดียวอีกต่างหาก

ธีโอดอร์รู้จักธุรกิจของทีแอลพีดีเป็นอย่างดี แต่กลับลืมหยิบเรื่องนั้นมาคิด มัวแต่ดึงดันเอาแต่ใจ แล้วผู้ชายอย่างนี้น่ะหรือ ที่คิดอยากจะปกป้องดูแลคนรัก

เฮ้ เท็ดดี้ฉันไม่ได้ตั้งใจจะพูดให้แกเสียใจหรอกนะ ฉันแค่อยากให้แกลองคิดในมุมอื่นๆ ดู"

มายเท็ดดี้แบร์ ถ้าแกไม่เชื่อโนอาห์ แกลองไปแต่งงานกับคนอื่นทดสอบดูก่อนก็ได้นะฟังคำแนะนำของเชสเตอร์แล้วปวดหัวจริงๆ กลับดีซีรอบนี้ ลองสักคนก่อน เลือกเอาที่ดุๆ โหดๆ เขี้ยวๆ แบบพี่นายเลยนะ เป็นการจำลองสถานการณ์จริง"

ใครจะไปทำอะไรเพี้ยนๆ อย่างแก หือ เชส แกนี่คงอยู่กับม้ามากไปแล้ว"

ฉันมีตัวโปรดด้วยนะ เป็นม้าสีดำปลอด ชื่อไนท์วอร์ริเออร์ ม้าของฉันสวยที่สุดในฝูงเชสเตอร์รีบอวด ฉันได้ไลเซนซ์แข่งม้าอาชีพมาแล้วด้วย"

ดีใจด้วย"

ครูฝึกอย่างหล่อ อย่างแซบ เพิ่งเลิกกับเมียสาวด้วย ฉันถึงได้มีแรงจูงใจในการพาม้าไปฝึกทุกวันเลยว่าแล้วก็หันไปหอมแก้มโนอาห์ที่อยู่ข้างๆ ไว้แข่งม้าจนรวยจะมาขอโนอาห์ไปเป็นเจ้าสาว"

ว่าที่เจ้าสาวตบหัวเบาๆ เป็นการเอาคืน อือ คู่นี้ก็รักกันดีเหมือนเดิมนะ

 

ก๊อกๆ

เพื่อนร่วมงานเคาะกระจกเรียก ธีโอดอร์รีบดูนาฬิกาข้อมือจึงเห็นว่าตัวเองปลีกตัวจากงานมานานกว่าครึ่งชั่วโมงแล้ว เขากำลังจะลาเพื่อนๆ ในจอไอโฟน แต่คนที่มาเรียกขัดขึ้นเสียก่อน

มีคนฝากโน้ตไว้ให้นายแน่ะเท็ดดี้"

เขารับซองจดหมายที่มีตราโรงแรมที่คุ้นเคยดู ใครน่ะปากไวกว่าสมอง แต่เขาก็รู้อยู่แล้วว่าใคร

ผู้ชาย คนเอเชีย ใส่แว่นสายตาแบบนี้ทำมือเป็นรูปทรงแว่น

เขาเอ่ยขอบคุณเพื่อนแล้วคลี่กระดาษออกดู ใจหายวูบ เขาสังหรณ์อยู่แล้วว่าพระนายอาจจะไม่ฟังเรื่องที่เขาบอกว่าต้องทำงานแล้วบินตามมา รายนี้ดื้อใช่ย่อยเสียทีไหน แต่เขาเองก็ผิดเหมือนกันที่คิดแบบตัวเองเป็นศูนย์กลางของโลก

 

ถ้าต้องทำงานก็ไม่เป็นไร

ถ้าเลือกที่จะทำสิ่งที่มีความสุข ก็ถือว่าเลือกถูกต้องแล้ว

แค่ออกมาเจอกันหน่อยก็แล้วกัน

เรื่องบางเรื่องก็ไม่สมควรพูดทางโทรศัพท์

 

ข้อความที่เขียนด้วยลายมือที่คุ้นตาเป็นประโยคคำสั่งเหมือนเคย สถานที่นัดของพระนายเป็นสวนสาธารณะที่ไม่ไกลจากร้าน แต่เขาเองไม่รู้จักเพราะไม่คุ้นเคยกับลอนดอน จึงถามเพื่อนร่วมงานชาวอังกฤษคนหนึ่งในร้าน เจ้าตัวอธิบาย ยิ่งพูดยิ่งงง สุดท้ายเพื่อนร่วมงานก็เป็นฝ่ายจับมือเขาลากไปเอง ถึงตอนนี้ก็ยังไม่ปล่อยมือ

การทำงานที่ลอนดอนสนุกมากจนถึงเมื่อวานซืนที่ทะเลาะกัน หลังจากนั้นเขาเองก็รู้สึกได้ว่าอะไรๆ ก็เปลี่ยนไป เขาควรจะเอ็นจอยกับสิ่งที่ชาวอเมริกันครึ่งค่อนประเทศกำลังเฉลิมฉลองกัน แต่กลับไม่ค่อยรู้สึกรื่นเริงเท่าไร ธีโอดอร์พบคนที่คุยถูกคออยู่ในงาน เพียงเพราะอีกฝ่ายบอกเขาว่ากำลังจะแต่งงาน แต่กลายเป็นว่าผู้ชายคนนั้นกลับพยายามที่จะเชิญชวนให้เขาขึ้นเตียงด้วย นี่มันอะไรกัน อีกทั้งข้อความแจ้งเตือนสายเรียกเข้าจากประเทศไทยยิ่งทำให้เขารู้สึกแย่ พระนายโทรมาหลายครั้ง เขาถือทิฐิไม่ยอมรับสายเอง แต่ครั้งสุดท้าย เขาพบว่ามีการสนทนา คงมีคนรับสายพระนายแทนเขาแน่ๆ แต่ว่าใครล่ะ

ธีโอดอร์เดินใจลอยเอาตัวเองไปขวางรถพยาบาลจนโดนรถบีบแตรไล่ทั้งถนน

ในที่สุดก็มาถึงจนได้ ตรงหน้าของเขาและลอยด์ (เพื่อนร่วมงานที่อุตส่าห์จูงมือพามาถึงนี่) เป็นสวนสาธารณะขนาดใหญ่ที่มีครอบครัวหลายๆ ครอบครัวใช้เป็นที่พักผ่อนหย่อนใจเต็มไปหมด เขายอมรับว่าจนปัญญาจะหาพระนายให้เจอได้จริงๆ เขาลองพาลอยด์ไปดูที่แผงขายหนังสือพิมพ์ ตู้โทรศัพท์สาธารณะ ม้านั่ง หรือแม้กระทั่งพื้นที่สูบบุหรี่ แต่ก็ไม่มีแม้เงา

เด็กผู้ชายสองคนวิ่งไล่จับกันจนมาล้มอยู่ตรงหน้าเขา พ่อของทั้งคู่วิ่งตามมา ใช้มือฟาดก้นคนละทีแล้วก็อุ้มออกไป ฝ่ายคนเป็นแม่ก็อุ้มเจ้าตัวเล็กอีกคนพาดบ่าอยู่

เขาเดินหารอบสวนสาธารณะ เห็นคู่ชายหญิงยืนจูบกันอย่างดูดดื่มหลายคู่ เห็นคู่สามีภรรยาทะเลาะกัน เห็นผู้หญิงเลี้ยงลูกคนเดียวป้อนอาหารลูกเล็กๆ วัยรุ่นกลุ่มใหญ่จับกลุ่มคุยกันเรื่องสัปดนบนเตียง คนไร้บ้าน คนต่างชาติ หรือผู้หญิงเอเชียที่ยืนคุยโทรศัพท์ไปร้องห่มร้องไห้ไป

พระนายเรียกเขามาที่นี่ อาจจะต้องการบอกว่า โลกของเราไม่ได้มีกันแค่สองคน

ลอยด์ชวนให้เขานั่งรอที่ม้านั่งริมถนน เขาร้อนใจแต่ก็ทำอะไรไม่ได้มากไปกว่านี้ เขาลองวิดีโอคอลล์เรียกพระนายดู อีกฝ่ายกดรับแล้วก็วางสายไปเสียเฉยๆ เขารู้สึกไม่ดีเลย

"ตกลงนี่มาพบใครกันเหรอ นายยังไม่บอกฉันเลย"

ธีโอดอร์ไม่รู้จริงๆ ว่าในสถานการณ์อย่างนี้เขาควรพูดไหมว่ากำลังรอคนรักซึ่งเป็นเพศเดียวกันอยู่ ไม่ล่ะ...ไม่บอกดีกว่า

"พี่ชายน่ะ เขามาจากเมืองไทย แต่ติดต่อไม่ได้"

"พี่ชาย?"

"อือ แก่กว่าสิบปี"

"นึกว่ามาตามแฟน" ลอยด์พูดยิ้มๆ แล้วเอียงหัวมาซบไหล่เขา "วันนี้เหนื่อยชะมัดเลย ขอพักหน่อย"

"แฟนเหรอ ไม่ใช่อย่างนั้นหรอก"

อีกฝ่ายครางอืมในคอ เท็ดดี้เห็นลอยด์อมยิ้ม "ว่าแต่พรุ่งนี้จะกลับดีซีแล้วใช่ไหม"

"คิดว่าอย่างนั้น" เขาตอบส่งๆ ไป

“จะติดต่อกลับมาไหม”

ธีโอดอร์ไม่มีกระจิตกระใจจะตอบ

พวกเขาใช้เวลารอมาแล้วเกือบชั่วโมงจนเกือบถอดใจ ลอยด์อยากกลับแล้ว แต่ธีโอดอร์ยังอยากรอ  เขาลองโทรหาพระนายกี่ครั้งเจ้าตัวก็ไม่รับสาย เขาโทรหาโรงแรม แผนกต้อนรับก็แจ้งว่ามีคนมาขอเช็คอินห้องของเขาแต่ทางโรงแรมไม่อนุญาต เขายิ่งร้อนรน นึกก่นด่าตัวเองว่าไม่รู้จักคิดอะไรเผื่อไว้บ้างเลย เขาลองโทรไปที่โรงแรมที่พระนายชอบพัก คราวนี้ทางนั้นแจ้งว่าแขกเช็คเอาท์ออกไปตั้งแต่ช่วงบ่ายๆ แล้ว

แล้วจะไปอยู่ที่ไหน ไหนจะกระเป๋าเดินทางอีก ธีโอดอร์คิดอย่างกังวลใจ

เขามองฟ้าที่มืดลงอย่างไม่สบายใจ หาคนไม่เจอนี่แจ้งตำรวจได้ไหมนะ ขณะที่คิดเพลินๆ ตรงหน้าเขาก็มีรถตำรวจมาจอดเทียบ ธีโอดอร์และลอยด์มองตามอย่างสนใจ แต่แล้วเขาก็ตกใจแทบตายเมื่อเห็นหนุ่มไทยร่างสูงที่คุ้นเคยเดินลงมาจากรถตำรวจ ท่าทางอ่อนล้า

ดวงตาสีน้ำตาลหลังแว่นจ้องเขม็งมาทางเขา สีหน้าเย็นชาและเย่อหยิ่ง

"พระนาย เกิดอะไรขึ้น"

“คนนี้เหรอ พี่ชายที่ว่ามาหา ว่าแต่นั่นเขาโอเคไหม"

ธีโอดอร์เห็นว่าพระนายเหลือบมองดูลอยด์ ริมฝีปากเม้มเข้าหากันนิดหน่อย ดูสีหน้าก็รู้แล้วว่าไม่พอใจ ไม่สิ ราวกับจะกินเลือดกินเนื้อเลยต่างหาก

เขารีบเปลี่ยนมาพูดภาษาไทย อย่างน้อยถ้าเอาน้ำเย็นเข้าลูบก็คงจะดีขึ้นล่ะมั้ง "พระนายครับ...ไปทำอะไรมา"

เจ้าของชื่อไม่สนใจเขา หันไปคุยกับตำรวจแล้วให้นามบัตรตำรวจไป

"เฮ้ นี่สองพี่น้องโกรธอะไรกันอยู่ ฉันควรกลับร้านไปก่อนดีไหม" ลอยด์ว่าอย่างนั้น ธีโอดอร์รีบตอบว่าดี เขาสังหรณ์ใจไม่ค่อยดีเท่าไร พระนายผู้มีมารยาทดีไม่คิดจะทักทายกับเพื่อนร่วมงานของเขาแบบนี้ คงต้องมีอะไรแน่ๆ

ชายหนุ่มรอจนเพื่อนเดินลับตาไปแล้วจึงจับมือของคนรักมาจูงไว้ "พระนายครับ ทำไมไม่พูดอะไรสักคำล่ะ...พูดกับผมเถอะ"

"พาเขามาด้วยทำไม"

"หา?"


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 16 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

474 ความคิดเห็น