[Yaoi] The Wills พินัยกรรมป่วนรัก by Lingbahh

ตอนที่ 22 : พูดไม่คิด Ep. 5 (พี่บีม VS หมาจี) จบ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,574
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 19 ครั้ง
    19 พ.ย. 57



พูดไม่คิด Ep.5 (Finale Episode)



บีมตักสลัดเข้าปากด้วยความรู้สึกผิดที่ไปดุ 'แฟน' ตั้งแต่นาทีแรกที่สบตากัน สลัดอะโวคาโดกับสมูตตี้มะม่วงที่เจ้าตัวแสบทำให้อร่อยชิบหายให้ตายเถอะ

"ไม่อร่อยเหรอ"

เขาส่ายหน้า ไม่ใช่ไม่อร่อยแต่อาการปวดท้องของเขาทำให้ร่างกายรู้สึกปั่นป่วนขึ้นมา บีมรู้สึกพะอืดพะอมแปลกๆ เขาอาจจะกินอาหารเช้าช้าเกินไปทำให้กระเพาะอาหารประท้วง  แต่นั่นล่ะ....การที่เขาไม่อธิบายก็ทำให้ดวงตาสีดำขลับก็หม่นเศร้าลง

"งั้นทิ้งก็ได้พี่ เดี๋ยวปวดท้องไปกันใหญ่"

"ไม่ใช่ว่าไม่อร่อย" เขารีบแก้ตัว คงน้อยใจไปถึงไหนแล้ว เด็กคนนี้นี่นะ!  "แต่พี่ไม่ชอบอะโวคาโดนี่.... ถึงจะปรุงได้ดีมากๆ ก็เถอะ"

คนฟังทำหน้าปุเลี่ยน "อ้าว ก็ไม่รู้อะ เห็นมันอยู่ในตู้เย็น นึกว่ากินได้แล้ว"

“นั่นมันเป็นของพี่นที ติดมากับถุงซื้อของฟู้ดแลนด์"

"อ่อ....พี่นที"

บีมต้องพูดอะไรผิดไปแน่ๆ สีหน้าของจิระไม่ดีขึ้นเลย

"ก็แค่ไปซื้อของด้วยกัน แล้วของมันสลับถุงนิดหน่อย จะเอาไปคืนที่ออฟฟิศก็กระไร"

ไม่ได้จำเป็นหรอกแต่เขากลับรู้สึกว่าอยากจะทำให้เคลียร์ไปว่าเขากับพี่นทีไม่ได้มีอะไรลึกซึ้งมากไปกว่าเพื่อนร่วมงานคนตรงหน้าฟังเขาแล้วพยักหน้ารับ ในใจคงคิดอะไรอยู่เป็นแน่จึงเผลอหยิบช้อนส้อมสลับกัน จนบีมต้องเอ่ยปากทัก สุดท้ายก็เป็นเขาเองที่ทนไม่ได้กับสีหน้าสายตาแบบนั้น จึงตัดสินใจลุกจากโต๊ะอาหารทำทีเหมือนจะเก็บจานไปล้างแต่เขาเลือกที่จะวางจานไว้ข้างๆ คนตัวเล็กกว่าแล้วกอดจากด้านหลัง

“พี่ชมว่าปรุงได้ดี ไม่ยักทำหน้าดีใจเหมือนเคย คิดอะไรอยู่”

“ชมว่าปรุงได้ดี แต่ไม่ได้ชมว่าอร่อยนี่”

พูดจาอย่างนี้มันน่าหยิกไหมล่ะ เขาส่ายหน้าระอาใจ “ก็...อร่อย...อร่อยกว่าที่เตรียมใจไว้นิดหนึ่ง” 

เพราะประโยคนี้นี่เองที่ทำให้คนในอ้อมกอดก็หัวเราะออกมาจนได้ แค่ได้เห็นรอยยิ้มหัวใจที่หนักอึ้งเหมือนถูกปลดปล่อยออกมา บีมเลื่อนมือไปวางบนหลังมือเนียนละเอียดนั้น นิ้วของเขาประสานกันรู้สึกหัวใจชุ่มชื่นเหมือนต้นไม้กลางทะเลทรายได้ได้น้ำฝน

“อร่อย...เพราะคนทำ”

แก้มขาวกลายเป็นสีเรื่อจากเลือดฝาด บีมรู้ว่าเจ้าตัวเขินแทบม้วนแต่ก็ยังมีมาดไม่ยอมจำนนง่ายๆ “ถ้าอ้อนวอนให้มาทำให้ทุกวัน ผมก็จะลองคิดดูแต่อย่าหวังมากนะ คิวเต็ม”

ห้านาทีที่แล้วยังทำท่าเหมือนหมาน้อยขอความรัก ตอนนี้กลายเป็นผู้สูงศักดิ์ไปเสียแล้ว  เด็กมันก็น่าเอ็นดูอย่างนี้ล่ะน้า  เขาจูบที่ขมับเบาๆ แล้วผละออกไปล้างจาน  สายตามองออกไปยังท้องฟ้าด้านนอก นี่พ้นฤดูฝนมาหลายเดือนแล้วแต่อากาศในกรุงเทพฯ กลับยังแปรปรวน เขามองเมฆฝนที่ตั้งเค้าดำทะมึนมาแต่ไกลแล้วเหลียวไปมองด้านหลัง  พบว่าจิระหันไปคว้านิตยสารภาษาอังกฤษเกี่ยวกับการเงินการธนาคารที่เขาอ่านค้างไว้ตั้งแต่เมื่อคืนไปกลิ้งอ่านบนโซฟาหน้าโทรทัศน์เสียแล้ว ฉบับนี้มีเรื่องเกี่ยวกับกองทุนรวมของธนาคารที่เขาทำงานอยู่ด้วย พอบีมไปนั่งใกล้ ร่างหอมๆ นั่นก็เอนหลังมาพิงกับอกแทนการออดอ้อน พลางพลิกหน้ากระดาษอ่านเงียบๆ  สุดท้าย ขยับท่านั่งกันไปมาสองสามที เจ้าหมาน้อยก็ขึ้นมานอนเอนหลังพิงกับไหล่ของเขาโดยสมบูรณ์

"ทำงานกับพี่นทีเป็นยังไงบ้าง ไม่อยากเล่าให้ฟังบ้างเหรอ" บีมเปิดบทสนทนาเมื่อเห็นรูปเพื่อนร่วมงานให้สัมภาษณ์ในหน้ากระดาษที่อ่านอยู่ด้วยกัน

ดวงตาโตนั้นช้อนมอง "ก็ดี...."

"แค่นั้น?"

"ทำงานเก่ง พูดน้อย ด่าเจ็บ สายตาเซ็กซี่ แล้วก็..." พูดค้างไว้เท่านั้น สีหน้าลังเลขึ้นมา

"หือ ทำไม?"

"พี่นทีเค้าก็รักพี่บีมดี" หางเสียงเบาลง "พอๆ กับที่พี่รู้สึกกับพี่นทีนั่นแหล่ะ"

เอ๋? นี่เขาหูฝาดหรือเปล่า หรือว่าเจ้านี่ตีความความสัมพันธ์ไปถึงไหนต่อไหนแล้ว?

"พูดเป็นเล่น" บีมรีบแก้ตัว "คนทำงานด้วยกันเขาไม่คิดอะไรเกินเลยหรอก " 

เห็นได้ชัดว่าประโยคข้างต้นไม่เป็นจริง เจ้าของร้านอาหารยังฟาดเด็กเสิร์ฟได้เลย นับประสาอะไรกับเพื่อนร่วมงาน จะทำอะไรไม่มีใครถือกันหรอก แค่ไม่ทำให้บรรยากาศการทำงานเสียไปก็พอ

คนที่ตั้งใจอ่านหนังสือเมื่อครู่ไม่ต่อความยาวสาวความยืด ซึ่งทำให้บีมโล่งใจ แต่ก็คาใจอยู่ในที

เขา...รู้สึกเครียดขึ้นมาจนปวดท้องจากความรู้สึกในห้องที่กดดันขึ้นมากะทันหัน หรือว่าเขาจะรู้สึกไปคนเดียวกันแน่นะ เพราะคนที่ทำหน้าสลดเรื่องพี่นที ตอนนี้พลิกไปยังหน้าโฆษณาท่องเที่ยวภาคเหนือของประเทศไทย ตั้งอกตั้งใจอ่านแล้วหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาถ่ายรูปเพื่อเป็นข้อมูล ปากก็พึมพำว่าเท็ดดี้คงไม่ไป แต่โนอาห์จะว่างไปด้วยกันไหมนะ

"แล้วถ้าโนอาห์ไม่ว่างล่ะ" บีมนึกสงสัยขึ้นมา เขาจะเป็นตัวเลือกหนึ่งไหม

"งั้นก็ชวนฌอนพี่ชายของโนอาห์" ตอบมาซื่อๆ "แต่ผมไม่ชอบแบมบี้ เมียของเขา แม่นั่นขี้บ่นเป็นยายแก่ ผมต้องบอกให้ฌอนเก็บเป็นความลับ ไม่งั้นล่ะแม่เอ๊ย ทริปจะได้ล่มเพราะคนที่แยกป้ายจราจรไม่ออกด้วยซ้ำ"

พอบีมลองถามไล่ไป ก็พบว่านอกจากพี่ชายของโนอาห์แล้ว ยังมีคนอื่นอีกเป็นร้อย เคิร์ด ดิกกี้ เจที ไบรอันกับเจสันฯลฯ 

"ไม่ต้องห่วงหรอกว่าผมจะไปกวนใคร นี่เลือกแล้วว่าเป็นพวกมีเวลาเยอะแยะและไม่มีพันธะ"

นั่นมันใช่ประเด็นที่ไหนเล่า!

“พี่ไม่ได้กลัวถูกก่อกวนหรอก ไม่ว่าสักคำ แค่สงสัยว่าคนทั่วไปเขาต้องเลือกคนที่ชอบที่สุดไปด้วยกันไม่ใช่เหรอ"

"อ๋อ ผมชอบเท็ดดี้ที่สุดแล้ว เลยคิดถึงเขาคนแรกเสมอ”

บีมอึ้งไป เขาน่าจะรู้อยู่แล้วนี่นา แม่ง ปวดท้องตุบๆ รำคาญชิบเป๋ง

“ไม่กล้าชวนพี่บีมหรอก”

“ทำไม คนอื่นยังชวนได้เลย”

“กลัวมั้ง ยิ่งพี่ใจดี ผมยิ่งกลัว”

เจ้าหมาน้อยเงียบแล้วพลิกตัวเข้าหาด้านในของโซฟา เห็นได้ชัดว่าไม่อยากตอบ  บีมผ่อนเสียงลง ในขณะที่เขากลับปวดท้องมากยิ่งขึ้น

“กลัวอะไร” เขาคาดคั้น เผลอตัวทำเสียงแข็งด้วยความรู้สึกน้อยใจเล็กๆ กลัวอะไรล่ะ! “เป็นพี่ไม่ได้หรือไง”

เด็กหนุ่มฟังเขาแล้วนิ่งไป สีหน้าสับสนจนบีมรู้สึกเครียดขึ้นมาอีก

“พี่บีมพูดแบบนี้เพราะอยากให้ผมรู้สึกดี...หรือพูดจากใจกันแน่ครับ”

….อ้าว ทำไมพูดอย่างนี้แหล่ะ

“พี่บีมใจดีเกินไปแล้วรู้ไหม...พี่บีมทำให้ผมเผลอดีใจ  ทั้งๆ ที่ผมมีเส้นตายเหลือแค่ไม่กี่ชั่วโมงวันนี้ก็จะจบลง...”  คนที่เอนตัวนอนถอนใจแล้วลุกขึ้นมานั่งเผชิญหน้ากัน ดวงตาคู่นั้นเศร้าจนน่าสงสาร “ถ้าจะกรุณากับผม ผมอยากให้พี่เป็นอย่างที่พี่เป็น ไม่ต้องเอาใจ ไม่ต้องทำตัวดีๆ กับผมก็ได้ถ้าพี่ไม่ต้องการ มันเป็นแค่วันวันหนึ่ง...และเป็นแค่วันสุดท้ายที่ผมจะได้มีโอกาสมาเหยียบที่นี่"

เด็กหนุ่มเม้มปากแล้วหลุบตาลงต่ำ ไม่ยอมสบตากับเขา บีมไม่ชอบสิ่งที่เกิดขึ้นเลย เขาคว้าแขนมาจับไว้ อยากปลอบให้หายเศร้าแต่...สีหน้าของจิระทำให้เขาลำบากใจ ชายหนุ่มทำอะไรไม่ถูกและไม่รู้ด้วยว่าควรจะต้องทำอะไร ตั้งใจฟัง ปลอบใจ หรือ แค่นิ่งเฉยก็พอ

สิ่งที่ควรทำ กับ สิ่งที่ใจอยากจะทำคืออะไร เขาเองก็ยังไม่เข้าใจตัวเองเลย แต่ตอนนี้บีมแค่ไม่อยากเห็นเด็กคนนี้ต้องเสียใจมากกว่าที่เป็นอยู่

“พี่รู้ไหม...ผมเสียใจมากนะสำหรับเรื่องที่เกิดขึ้นระหว่างเรา แต่ผมไม่เคยขอโทษพี่เลย ไม่รู้สิ มันก็เป็นแค่ทิฐิโง่ๆ ที่อยากจะเอาชนะ แต่แล้วเป็นไงล่ะ... ไม่มีใครเลยที่ชนะ และเป็นผมที่เสียทุกอย่าง  แม้กระทั่งโอกาสที่จะแก้ตัว ผมน่ะ ไม่ยอมพูดคำว่าขอโทษ  เพราะรู้แก่ใจว่าจะพูดอีกกี่ครั้งมันก็ไม่พอและคิดเสมอว่ายังไงเสียมันก็คงไม่มีประโยชน์อะไรกับพี่อีกต่อไปแล้ว ไม่ว่าผมจะพยายามปรับปรุงตัวยังไง จะแก้ตัวด้วยวิธีไหน มันก็ชดเชยสิ่งที่ทำลงไปแล้วไม่ได้” 

เสียงของเด็กหนุ่มที่เปล่งออกมาฟังดูขมขื่นอย่างที่บีมไม่เคยคาดคิดว่าจะได้ฟังมาก่อน  เขารู้สึกทั้งตกใจและเจ็บตามไปด้วย “เพิ่งจะมาคิดได้ก็ตอนที่เวลาผ่านล่วงเลยมานาน นานจนพี่คงไม่แคร์ว่าผมจะทำอะไร แต่...ผมขอโทษ  ขอโทษ ขอโทษ ขอโทษ ขอโทษได้ยินไหม ถ้าย้อนเวลากลับไปได้  ผมคงไม่ทำเรื่องโง่ๆ แบบนั้น ไม่ทำให้เราต้องทะเลาะกันใหญ่โตจนกลายเป็นแบบวันนี้”

ชายหนุ่มไม่ได้เตรียมตัวมาเพื่อเจอเรื่องนี้ คำพูดแบบนี้ เขายื่นมือไปตรงหน้าหมายจะดึงมากอดไว้แล้วบอกว่าไม่เป็นไร  แต่เด็กหนุ่มกลับเป็นฝ่ายจับมือของเขาแล้วบรรจงว่าการ์ดพลาสติกเย็นเฉียบไว้บนฝ่ามือ คีย์การ์ดของห้องเขาที่บีมคิดว่าน่าจะถูกโยนทิ้งไปเสียนานแล้ว

“ขอโทษที่เก็บไว้กับตัวเสียนาน ผม...หวังมาตลอดว่าจะได้ใช้อีกครั้ง วันนี้ก็คงเป็นครั้งสุดท้ายแล้ว เพราะงั้น...ขอคืนให้นะ” มือของอีกฝ่ายวางทาบ กึ่งบังคับให้บีมจับแผ่นพลาสติกนั้นไว้ให้แน่น  ชายหนุ่มรู้สึกถึงมือที่สั่นระริกและร่างกายที่เย็นเฉียบ “ผมไม่เคยเห็นความสำคัญของการได้เป็นคนๆเดียวที่พี่บีมยกคีย์การ์ดให้ถือ เป็นคนเดียวที่พี่เอาใจใส่ ทุ่มเทความรู้สึกให้มาอย่างท่วมท้นทั้งๆ ที่เราคบกันแค่ช่วงสั้นๆ ผมมันโง่เอง...ที่ไม่รู้ว่าของในมือสำคัญแค่ไหน”

กระเพาะของเขาบีบแน่นจนปวดท้องไปหมด บีมภาวนาให้มันคลายลงเร็วๆ เขาอยากดูแลเด็กคนนี้  อยากใช้เวลาปรับความเข้าใจกันก่อน  มันไม่ใช่อย่างที่เข้าใจ...

“พี่บีม....” จู่ๆ แววตาของคนตรงนั้นก็เปลี่ยนไป หัวคิ้วขมวดมุ่นด้วยท่าทีเป็นกังวล “พี่ตัวร้อนจี๋เลย พี่เป็นอะไรหรือเปล่า”

“เราต่างหากที่ตัวเย็น ดูมือสิ”

“ไม่ใช่ ผมไม่ได้ตัวเย็น พี่ต่างหากที่ตัวร้อนมาก พี่บีมไม่สบายหนักทำไมไม่บอกเล่า!” เด็กหนุ่มยกแขนขึ้นมาแล้วผุดขึ้นนั่ง บีมยังงงๆ ว่าเกิดอะไรขึ้น เขาไม่ได้เป็นอะไรนี่ ไม่เอาล่ะ ต้องเคลียร์ตอนนี้ให้ได้ ก่อนที่เรื่องราวจะบานปลายมากไปกว่านี้   ชายหนุ่มลุกขึ้นบ้างแล้วรวบเอวของอีกฝ่ายมากอดพอดีกับความรู้สึกพะอืดพะอมที่พุ่งขึ้นมาถึงคอหอย  เขารีบผลักอีกฝ่ายออกแล้ววิ่งไปอาเจียนที่อ่างล้างหน้า  ท้องไส้ปั่นป่วนไปหมดพอๆ กับความรู้สึกขมคอขึ้นมาอีกครั้ง  เขาจำได้ว่าตัวเองลุกขึ้นมาเอาน้ำล้างปากแล้วท้องก็เจ็บแปล๊บราวกับมีคนมีบิดลำไส้แล้วกระชากจนขาด

ตึง!!! 

“พี่บีม!!!!!!!!!”

::::::::::::::::::::::::::::::::::::


จิระรู้สึกเหมือนจะขาดใจตอนที่นั่งรออยู่หน้าห้องฉุกเฉิน  ในใจนึกก่นด่าตัวเองที่มัวแต่พูดพล่ามไร้สาระโดยไม่ทันสังเกตอาการป่วยของบีมเลย  รีโมตกุญแจรถโตโยต้าคัมรี่ในมือของเขาถูกกำจนชื้นไปด้วยเหงื่อจากมือ แต่นี่น่าจะเป็นสิ่งเดียวที่เขาสามารถใช้ระบายความกังวลที่สุมแน่นอยู่ในอกได้ 

ทำไมเขาถึงขอร้องอะไรโง่ๆ อย่างขอเป็นแฟนนะ... เขาเพียงแต่คิดว่าอยากจะยืดเวลาอยู่ด้วยกันไปอีกสักยี่สิบสี่ชั่วโมง... ขอเวลาทำใจอีกแค่วันเดียว เพื่อที่วันพรุ่งนี้จะได้ตัดใจเสียที แต่ความใจดีและอ่อนโยนของอีกฝ่ายทำให้เขาสับสนหนัก  ไม่รู้เป็นความรู้สึกจริงหรือเป็นแค่การถนอมน้ำใจกันแน่

แต่ถ้าเขารู้....ถ้ารู้ว่าพี่บีมไม่สบายหนัก....ถ้าเขาเอะใจสักนิดว่า อาการปวดท้องนั่นยังไม่หายขาด เขาจะยอมสละเวลาทุกนาทีที่ใช้ไปด้วยกัน บีบบังคับให้อีกฝ่ายมาโรงพยาบาล  ได้ใช้เวลาเพื่อตัวเองแทนที่จะ...จะ...จะไปใช้เพื่อถนอมน้ำใจคนที่ไม่มีความสำคัญอะไรอย่างเขา

พยาบาลอาวุโสคนหนึ่งเดินเข้ามาและยกมือไหว้จิระก่อน เขารีบไหว้กลับ ไม่ใช่เรื่องแปลกหรอก ก็คุณพ่อของเขาเป็นผู้บริหารโรงพยาบาลนี่  พี่พยาบาลเชิญให้เขาไปนั่งรอที่ห้องรับรองแทนที่จะมานั่งหน้าห้องฉุกเฉิน เขาพยักหน้ารับ ขอให้อีกฝ่ายเตรียมห้องไว้ รวมไปถึงห้องพิเศษด้วย  แต่นั่นแหละ สุดท้ายตัวเขาเองก็อดรนทนไม่ได้แล้วย้อนกลับมานั่งบนบนเก้าอี้แข็งๆ นั่งไม่สบายที่เดิม

แพทย์ห้องฉุกเฉินแจ้งว่า คนรักของเขาตอนนี้มีไข้สูงมากและอยู่ระหว่างรอผลการตรวจเลือด  แต่เบื้องต้นสันนิษฐานก่อนว่าเป็นไส้ติ่งอักเสบชนิดรุนแรง  หากว่าผลเลือดเป็นไปตามเกณฑ์และเจ้าตัวเซ็นยินยอม  การผ่าตัดจะเริ่มได้ภายในไม่กี่ชั่วโมงงข้างหน้านี้

จิระชะโงกเข้าไปดูแล้วเอ่ยถามเสียงเบาว่าเขาจะเข้าไปนั่งเป็นเพื่อนได้ไหม  คุณหมอทำหน้าไม่เห็นด้วย แต่คงด้วยความเป็นลูกชายผู้บริหาร จิระจึงถูกสั่งให้ไปเปลี่ยนเสื้อผ้าล้างมือล้างไม้ให้สะอาดก่อนที่จะเข้าไปนั่งข้างๆ เตียงและทำอะไรที่ดีกว่านั้นไม่ได้ทั้งนั้น  เขาดึงมือของอีกฝ่ายมากุมไว้  ไม่รู้จะชวนคุยอะไรให้สบายใจขึ้น ดังนั้นเขาจึงเลือกที่จะเงียบ

“ออกไปรอข้างนอกเถอะ”

“แต่ว่า....ผมเป็นห่วงนี่”

“ให้หมอกับพยาบาลเป็นห่วงก็พอแล้ว ออกไปรอข้างนอกสบายๆ เถอะ” พี่บีมพูดเสียงแข็ง ไม่รู้ว่าเพราะรำคาญเขาหรือเพราะปวดท้อง กระนั้นเขาเลือกที่จะไม่ต่อล้อต่อเถียงอะไร ยอมๆ ไปให้คนไข้สบายใจก็พอ ไหนๆ หนึ่งวันมันก็จะหมดลงในไม่ช้านี้อยู่แล้ว ขอให้ทุกนาทีพี่บีมสบายใจก็พอ

ทีมแพทย์วินิจฉัยว่าควรเข้ารับการผ่าตัดเพราะมีโอกาสเสี่ยงที่ไส้ติ่งจะแตกได้  แม้ตอนนี้ยังโชคดีแต่วางใจไม่ได้  แต่สำหรับจิระแล้ว นั่นไม่ใช่ข่าวดีอะไรเลย  พี่บีมถูกสั่งให้งดน้ำงดอาหารเป็นเวลาราว 6 ชั่วโมงและเข็นไปยังห้องพักผู้ป่วยวีไอพีที่เลขาของคุณพ่อจัดการให้

“เราน่ะกลับไปเถอะ” น้ำเสียงนั้นออกจะห้วนด้วยความหงุดหงิด “ไม่ต้องรอพี่”

เขาที่ยืนอยู่ข้างเตียงรู้สึกใจหาย  พี่บีมทำสีหน้าหงุดหงิด

“ก็พูดเองไม่ใช่เหรอว่าพี่ไม่ต้องเอาใจเราก็ได้ ช่วยกลับไปก่อนแล้วกัน เรื่องที่คุยกันค้างไว้ เดี๋ยวยกยอดไว้ก่อน”

จิระได้แต่ยืนมองหน้าอย่างอับจนคำพูด

“ผม....”

เสียงเคาะประตูห้องพักดังขึ้นพร้อมกับพยาบาลที่เข้ามาสอบถามเกี่ยวกับสิทธิ์ประกันสุขภาพและการเบิกจ่ายต่างๆ เขาแกล้งทำเป็นไม่ได้ยินคำพูดขับไสนั้นแล้วคอยหาเอกสารต่างๆ ให้ จากนั้นก็หลบไปนั่งอีกมุมหนึ่งของห้องไม่ให้รำคาญสายตาด้วยความรู้สึกเจ็บในใจ

เขาเข้าใจนะ....เข้าใจว่าพี่บีมหงุดหงิดเพราะกำลังป่วย และก็เข้าใจด้วยว่านี่ไม่ใช่เวลาจะมาถนอมน้ำใจด้วยการโอ๋เขา

เข้าใจ...แต่ยังทำใจไม่ได้ที่ต้องไป

พี่บีมหลับไปด้วยพิษไข้หลังจากนั้นไม่นาน  มีแต่จิระที่คอยดูแลอยู่ข้างๆ พอเห็นว่าทำท่าจะตื่นเขาก็หลบ  ในหัวไม่คิดอะไรเลยนอกจากเรื่องที่ว่าเขายังทำอะไรให้ได้บ้างหรือเปล่า ตอนนี้ที่จิระยังทำได้ คงเป็นการโทรบอกอาจารย์พระนายล่ะมั้ง แล้วก็...พวกที่ทำงานล่ะ พี่บีมคงต้องรักษาตัวที่โรงพยาบาลอีกหลายวัน ยังไงก็ควรจะต้องบอกพี่ฮิม และเลขาของพี่บีมไว้ สายตาของเด็กหนุ่มมองไปยังโทรศัพท์มือถือพลางชั่งใจว่าเขาสามารถทำได้แค่ไหนจึงจะไม่เป็นการก้าวก่ายกัน

แล้วพี่นทีล่ะ... ถ้าพี่บีมมีอะไรคงบอกพี่นทีเป็นแน่ ก็ออกจะสนิทกันขนาดนั้น ยิ่งคิดก็เหมือนยิ่งฟุ้งซ่าน เขาตัดสินใจออกจากห้อง ตรงไปยังห้องทำงานของคุณพ่อ  หยิบหนังสือเล่มที่อ่านค้างอยู่หนีบออกมาแล้วกลับมานั่งที่เดิม

และรอคอยผลการผ่าตัด  เขารู้ว่านี่ไม่ใช่เรื่องใหญ่โตอะไรแต่ก็ยังอดกังวลไม่ได้...




ตอนที่พี่บีมถูกเข็นกลับมาในสภาพที่ยังชาจากการถูกบล็อกหลังจนต้องนอนนิ่งๆ ทำอะไรไม่ได้อยู่บนเตียง  เจ้าตัวหันมามองหน้าเขาแล้วถอนใจ

“ทำไมยังไม่กลับไปอีก”

“ก็รอพี่อยู่”

“จะเอาแต่ใจไปถึงไหน มันใช่เวลาเหรอ พี่บอกให้กลับก็กลับไปก่อนเถอะน่า"

“เดี๋ยวอาจารย์พระนายมาถึงก่อนแล้วค่อยกลับ”

“เรียกคนอื่นมาทำไม เฮ้อ วุ่นวายน่า”

เสียงเคาะประตูดังขึ้นพร้อมกับคุณหมอและพยาบาลอีกหลายคน  จิระหลบฉากไปห่างจากเตียง แต่หูยังเงี่ยฟังอย่างตั้งใจถึงการตรวจรักษาและแนวทางการดูแลหลังจากนั้น  เมื่อคุณหมอและพยาบาลออกจากห้องไป จิระรีบหาข้ออ้างเพื่อมานอนเฝ้าแม้จะถูกไล่กลับอย่างไม่ไยดี ทว่า...

“บีม!” 

ร่างสูงของพี่นทีผลุนผลันเข้ามาในห้องพักอย่างรีบร้อน จิระถึงกับตัวแข็งทื่ออย่างตกใจ  หลบก็ไม่ทัน ซ่อนก็ไม่ได้  ดวงตาสีอ่อนหลังแว่นสายตามองเขาอย่างแปลกใจแล้วหันไปมองพี่บีม  พี่บีมหน้าหงิกจนเขาใจเสีย

“ผ่าตัดเสร็จแล้วหรือยัง เป็นอะไรมากหรือเปล่า” พี่นทีตรงไปที่เตียง มองคนที่ยังเซียวจากการผ่าตัดอย่างห่วงใย “เป็นไงบ้าง”

“พี่นทีมาได้ไง”

“มาได้ไงก็ช่างพี่เถอะน่า” คนอายุมากกว่าเอ่ยตัดบทแล้วหันมาทางจิระที่ยังตกใจอยู่ “จี...มานานหรือยัง อยู่เป็นเพื่อนเจ้านี่ตลอดเลยเหรอ”

“กลับบ้านเสีย แล้วค่อยว่ากันทีหลัง”

คำพูดที่ได้ฟังบาดลึกในความรู้สึกราวกับว่าถูกกรีดเป็นริ้วๆ เขาควรกลับบ้านเสียที ตัดใจเสียที เวลาของวันนี้...หมดแล้ว

จิระมือสั่นตอนที่หยิบกระเป๋าของตัวเองขึ้นมาสะพายพาดไหล่ เขาต้องพยายาม พยายามอย่างยิ่งที่จะคุมเสียงไม่ให้สั่น  ไม่อยากให้ใครเห็นน้ำตา  ไม่อยากให้ใครรู้ว่ารู้สึกอ้างว้างแค่ไหน

“งั้นกลับก่อนนะครับ พี่นทีสวัสดีครับ”

“อ้าวจี....บีม ทำไมไล่น้องแบบนั้นล่ะ น้องคอยดูมาตลอดไม่ใช่เหรอ”

“ไม่เป็นไรหรอกพี่ พี่บีมเขาแค่เหนื่อยน่ะ ไม่อยากให้ผมกวนให้รำคาญใจ” เขาฝืนยิ้มแล้วหันหลัง มือคว้าลูกบิดประตูเปิดออก  เหลียวหันไปมองคนรักเป็นครั้งสุดท้าย

พี่บีมขยับตัวบนเตียงอย่างอึดอัด น้ำเสียงอ่อนลง “กลับถึงบ้านแล้วโทรมาบอกพี่ด้วยนะจี”


.


.


.


.


.


.


.

จี?

จิระนิ่งงัน นึกว่าหูฝาดกับคำสั้นๆ คำนั้นที่เขาไม่เคยได้ยินมันหลุดออกจากปากมานานนับเดือน เขาหันไปมองหน้า “เมื่อกี้พี่ว่าอะไรนะครับ” 

บีมขมวดคิ้วหน้าบูดบึ้ง ขยับตัวช้าๆ ไปคว้ากุญแจรถคัมรีของตัวเองที่จิระวางไว้ให้บนโต๊ะหัวเตียงแล้วพยักเพยิดฝากพี่นทีส่งกุญแจต่อมาให้ถึงมือของเขา

“เอ๋? ให้เลื่อนรถเหรอ? ผมจอดไว้ที่ที่จอดรถวีไอพีชั้น 2A เสา 1 หาไม่ยากหรอกพี่”

“ไม่ได้จะให้เลื่อนรถ” พี่บีมทำเสียงรำคาญ คงจะเพราะหงุดหงิดแผลผ่าตัดเต็มแก่ นี่ขนาดที่ยาชายังออกฤทธิ์อยู่ยังเหวี่ยงขนาดนี้ ตอนหมดฤทธิ์แล้วจะอาละวาดขนาดไหนนะ “ก็นี่มันดึกแล้ว จีไม่ต้องกลับไปเอาจักรยานที่คอนโดพี่หรอก ขับคันนี้กลับบ้านไปนั่นแหละ”

จี ครั้งที่สองแล้ว นี่เขาไม่ได้ละเมอเพ้อพกไปจริงนะ! แถมจะให้ขับรถกลับบ้านด้วย?

“พี่บีม....ยอมเรียกชื่อของผมแล้วเหรอ”

“ก็ใช่น่ะสิ”

ดีใจน่ะก็ใช่ แปลกใจก็ด้วย สงสัยก็มาก  พี่บีมคงรู้แล้วว่าเขากำลังคิดอะไร จึงเอ่ยสารภาพออกมา “แกล้งหนักไปหน่อย พี่เองก็ขอโทษเหมือนกัน”

“ยั่นไม่เรียกแกล้งแล้ว เรียกว่า ลงทัณฑ์”

“จะเรียกว่าอะไรก็ไม่เห็นเป็นไรนี่ เดินมานี่... จี อย่าให้ต้องเรียกซ้ำน่ะ พูดมากเจ็บแผล"

บีมขมวดคิ้วแล้วกวักมือเรียกเขาให้เดินไปใกล้ จิระกล้าๆ กลัวๆ แต่ความอยากรู้มีมากกว่าจึงกลับไปยืนข้างเตียง  คนป่วยหน้ามุ่ยแต่พยายามคุมน้ำเสียงของตัวเองให้อ่อนโยนลงกว่าเดิม

“กลับไปพักผ่อนเสีย วันนี้ดูแลพี่มาเหนื่อยแล้ว” มือใหญ่ที่นิ่มนุ่มอย่างคนที่ไม่ต้องทำงานหนักลูบบนแก้มอย่างแผ่วเบา “ถ้าพรุ่งนี้ว่างก็ค่อยมา”

“แต่ว่าวันนี้....เป็นวันสุดท้ายของเรา”

“เป็นวันสุดท้ายสำหรับทุกอย่างที่ผ่านมา” พี่บีมน่าจะเจ็บแผลน่าดู แต่ยังกัดฟันพูดไหว จิระรู้สึกซาบซึ้งน้ำใจของผู้ชายคนนี้จริงๆ ที่ไม่ว่าอย่างไรก็อดทนเพื่อเขาได้เสมอ “จีไม่ต้องขอโทษพี่อีกแล้ว พี่รับรู้ความรู้สึกแล้ว และถึงแม้พี่อาจจะทำท่าเฉยๆ ก็ขอให้รู้ไว้ว่าพี่จะให้อภัย ซึ่งต้องใช้เวลา...ถ้าจีรอไหว...ถ้า...”

“ถ้า...เราเริ่มต้นกันใหม่ได้ไหม” จิระหลุดปากออกไป จะคว้าคำพูดคืนก็ไม่ทันเสียแล้ว ได้แต่เอ่ยแก้เก้อ “หรือเมื่อไรก็ได้ที่พี่บีมพร้อม ผมจะรอ...ขอโทษครับ ผมพูดอะไรไม่คิดอีกแล้ว”

พี่บีมถอนใจแล้วส่ายหน้าช้าๆ ดูจากปากที่ร้องซี้ดแล้วคิดว่าคงเริ่มปวดแผลแทบแย่ 

“ก็เป็นซะอย่างนี้...” จิระนึกว่าจะโดนดุแต่พี่บีมกลับดึงมือของเขามาจับแล้วตบที่หลังมือเบาๆ ใบหน้ามีรอยยิ้มบาง  แววตาที่มองมาไม่ได้เหมือนเดิมทุกประการ แต่อย่างน้อยเขาก็รู้...ว่า ณ จุดไหนที่ตัวเองได้มีตัวตนในสายตาของคนรัก...

“พรุ่งนี้...พรุ่งนี้เราทั้งสองคนจะเริ่มต้นกันใหม่สำหรับทุกๆ อย่างและพี่คิดว่า...มันน่าจะไปได้ดี อย่างน้อยก็คงดีกว่าไอ้แผลผ่าตัดนี่แน่ๆ”  คนป่วยตบหลังมือของเขาเบาๆ “กลับบ้านนอนให้เต็มอิ่ม แล้วพรุ่งนี้เตรียมตัวมาดูแลคนไข้เอาแต่ใจที่นี่ด้วย”

จิระค่อยๆ ประมวลทุกถ้อยคำที่ได้ฟังก่อนที่จะยิ้มออกมาอย่างโล่งอกเป็นครั้งแรกในรอบสามเดือน  เขามองหน้าคนรักแล้วโบกมือลา ก่อนที่จะยกมือไหว้พี่นทีที่อยู่เป็นสักขีพยานแทนคำลา

...พรุ่งนี้ที่ไม่รู้ว่าจะเป็นอย่างไร  แต่อย่างน้อยที่สุด...จิระมั่นใจว่าจะเป็นก้าวเดินใหม่ที่สดใสสำหรับเราทั้งสองคน...




END
















ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 19 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

474 ความคิดเห็น

  1. #384 vitz (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 21 พฤศจิกายน 2557 / 09:23
    น่ารักนิ พี่บีมแกล้งน้องจนนาทีสุดท้าย คู่นี้ไม่เข้าใจกันมาตั้งนาน คนอ่านปาดน้ำตาไปเป็นถัง แถมลุ้นอีกว่าจะจบยังงัย ดีใจที่แฮปปี้เอ็นดิ้ง ....จบแล้ว แต่จะโลภไปไหมหากจะมีบทส่งท้าย อยากเห็นบทมุ้งมิ้งกระดิ่งแมวของทั้งคู่ ขอบคุณค่า
    #384
    0
  2. #383 pim (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 20 พฤศจิกายน 2557 / 23:36
    อยากอ่านคู่โนอาร์ด้วย!!!!! >
    #383
    0
  3. #382 Fah Kamenashi (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 19 พฤศจิกายน 2557 / 11:23
    ต่อตอนหวานๆด้วยค่ะ รีเควส
    #382
    0
  4. #381 aqv (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 19 พฤศจิกายน 2557 / 10:17
    โอ๊ย คู่นี้จบได้น่ารักจริงๆ=.= ยังดีว่ายังมีโอกาสที่สองให้แก้ตัวได้ทัน ว่าแต่คนที่จีโทรไปถามนี่ใครกันคะ



    ปล.คิดถึงคู่พี่นทีด้วย ทำตัวแบบนี้ทาสชั้น32ไม่ว่าเหรอ 555555
    #381
    0
  5. #380 miwora (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 19 พฤศจิกายน 2557 / 09:19
    คู่นี้น่ารักอ่ะ5555 happy endingสินะ
    #380
    0
  6. #379 Mizaki_Rorin (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 19 พฤศจิกายน 2557 / 08:51
    แอร๊ยยยยยยยย /////// ต่อไปอย่าปากแข็งอีกนะจี -3-
    #379
    0
  7. #378 ladyangle (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 19 พฤศจิกายน 2557 / 03:49
    อย่างน้อยก็จบแบบ happy ending??????  ใช่มั้ยนะ......  ทิ้งทวนแบบให้ไปมโนกันเอาเองอีกแล้ว 55
    #378
    0