[Yaoi] The Wills พินัยกรรมป่วนรัก by Lingbahh

ตอนที่ 20 : พูดไม่คิด Ep.3 (พี่บีม VS หมาจี) และ Ep.3.5

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,656
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 21 ครั้ง
    13 พ.ย. 57

พูดไม่คิด Ep.3 และ 3.5




 
“ใจลอยจังนะ” พี่นทีเปรยด้วยใบหน้ายิ้มๆ ขณะที่ผมเผลอมองแผ่นหลังของพี่บีมจนไม่ได้สนใจอย่างอื่น ผมรีบหันมาทำหน้าตั้งใจทำงาน แต่ดูเหมือนจะไม่ทันเสียแล้ว ดวงตาคมใต้แว่นสายตานั้นมองผมปลงๆ “อย่าตอบคำถามลูกค้าผิดก็เป็นใช้ได้  ส่วนพี่บีมน่ะ อยากคุยกับเขาก็...”
 
“ก็?” ผมถามเสียงสูงทีเดียว พี่นทีหลุดยิ้มออกมาทันที
 
“นึกว่าจะไม่อยากรู้ ที่ไหนได้ ตาโตเชียว... บีมนี่มันเสน่ห์แรงไม่ใช่เล่นๆ”
 
ผมไม่ได้ตอบ ยกแก้วน้ำขึ้นจิบแก้อาการคอแห้ง
 
“จึงน่าจะเอามาเป็นของพี่ให้ได้ไวๆ”
 
พรวด! เกือบสำลักน้ำ! ดีนะกลืนลงคอได้ทัน ไม่พุ่งออกมาเสียก่อน
 
“พี่นทีนี่รุกจริงจังนะครับ”
 
“อะไรที่เป็นของพี่ก็คือของพี่” สาบานนะว่านี่หัวหน้าทีม... ไปอยู่แบงค์อื่นเขาจะรับได้ไหม
 
ที่ดูๆเหมือนพูดมาก อันที่จริงแล้วพี่นทีเป็นคนค่อนข้างที่จะพูดน้อย ชอบใช้สายตาในการสั่งงาน (ซึ่งเป็นเรื่องที่แปลกมาก แต่ทุกคนกลับทำงานตามได้ไม่ผิดเสียด้วย) ที่เขาพูดเล่นกับผมมากหน่อย อาจจะเป็นเพราะมันมีงานเอกสารจุกจิกชนิดที่เจ้าตัวไม่อยากจะทำ และเหมาะกับมันสมองเด็กฝึกงานสุดๆ แกเลยมาคุยกับผมบ่อยมากพอที่จะพูดอะไรเล่นๆ ได้  เล่นแบบถึงเนื้อถึงตัวจนผมกลัวใจ...
 
ที่เล่นกันขนาดนี้ได้ เพราะพี่นทีสนิทกับพี่บีม....มาก...มากมาก...มากมากมาก... มีใครบางคนกระซิบบอกมาว่า พี่นทีซี้กับพี่บีมมากกว่าซี้กับคุณ “ชั้นสามสิบสอง” เสียอีก
 
จะบรรยายสรรพคุณให้ตรงคือ พี่นทีมีคุณ “ชั้นสามสิบสอง” เป็นทาส แต่ผมก็ไม่ยักเคยเห็นสักครั้ง ลูกน้องเหรอ? ผมถึงกับไปดูบอร์ดรายชื่อบริษัทที่มาเช่าอาคารสำนักงานแห่งนี้ พื้นที่ครึ่งหนึ่งของธนาคารใช่เป็นสำนักงานใหญ่ มีแผนกต่างๆ นับร้อยๆ ยูนิต จะผู้เช่าภายนอกอยู่บ้างก็ตั้งแต่ชั้น 27 - 32 เป็นต้นไป
 
งั้นคุณ “ชั้นสามสิบสอง” ก็คงไม่ใช่ลูกน้องล่ะ หรือว่า....แฟนตัวจริงกันหนอ?
 
แต่ผมก็ไม่ได้สนใจอะไรนัก งานเยอะพอตัวทีเดียว หากพอมีเวลาอยู่บ้างผมก็พยายามทำให้ตัวเองหัวโล่งๆ ไม่ฟุ้งซ่านด้วยการชวนเท็ดดี้กับโนอาห์ไปปั่นจักรยานบ้าง แต่เดี๋ยวเท็ดก็จะกลับไปเรียนที่ดีซีแล้ว ผมเศร้าจัง เจ้าเชสเตอร์ก็บินหนีกลับบ้านไปตั้งนานแล้ว เห็นส่งข่าวมาทีไรมันก็ขลุกอยู่กับฟาร์มม้า  โนอาห์ไม่พูดอะไรเลย ทำท่าเหมือนอยากตามไปแต่ยังเกรงใจพ่อแม่อยู่  สงสัยอีกไม่นานคงเหลือผมแค่คนเดียวแน่ๆ ผมไปอ้อนป๋าขอไปเรียนที่ดีซีบ้างได้ไหม อยู่กับม้าคงไม่ไหว อยู่กับหมี  ผมชิลๆ
 
คนในทีมมาชวนผมออกไปกินข้าวด้วยกันที่ร้านอาหารหรูแห่งหนึ่งเนื่องจากเกิดเหตุแจ็คพอตแตกอยู่ๆ ก็ทำยอดขายได้ทะลุเป้าไปถึง 23% ดีใจกันใหญ่ เห็นได้ยินแว่วๆ ว่าถ้าได้โบนัสห้าเดือนพี่บีมไม่ยอมลาออกตามพี่นทีแหงๆ...
ดังนั้น อย่าแปลกใจที่การไล่ต้อนพี่บีมจะดำเนินไปอย่างรุนแรงกว่าเดิม ถ้าปล้ำได้ก็คงปล้ำแล้ว แล้วเจ้าตัวมันเดือดร้อนไหมล่ะ ยังคงยิ้มตาหวานใส่พี่นทีอยู่ได้ มีการส่งซิกสายตากันด้วยนะ ผมมองบนพื้นพรมพบกองทัพมดกำลังยาตราทัพผลัดสวนสนามกันอย่างเมามัน
 
ผมรับปากจะออกไปด้วยกัน พวกเราเฮโลกันไปที่ร้านขนมจีน (คุณควรรู้ว่าในย่านสำนักงานหรูหรานั้น ร้านขนมจีนอร่อยเลิศเป็นสิ่งที่หายากพอๆ กับโบนัสห้าเดือน) ผมบังเอิญได้นั่งอยู่ข้างๆ พี่บีม พ่อเจนเทิลแมนก็ทำตัวไม่ค่อยเหมือนผู้จัดการกองทุนรวมเท่าไร แต่ดูเหมือนผู้จัดการร้านอาหารเต็มตัว (ก็ใช่น่ะนะ) มื้อเที่ยงของวันนี้จึงเป็นการฉลองที่ครื้นเครงและเต็มไปด้วยความสุข หากถามว่าผมไม่ชอบอะไรก็คงเป็นเรื่องที่ทั้งสองทีมนี้สูบบุหรี่กันจัดมาก มองผ่านๆ คงเหมือนโรงงานยาสูบมาตั้งสำนักงานสาขาที่ร้านขนมจีน
 
“มองหาอะไรน่ะ” พี่นทีที่คีบบุหรี่อยู่ในมือถามขึ้น ผมมองสีแดงแวบวับที่ปลายมวนแล้วเลื่อนสายตาไปมองพี่บีม  เจ้าคนยิ้มเก่งทำหน้าเขิน
 
“ผมลืมเอามา” แล้วก็ถอนใจ “ที่จริงพยายามเลิกอยู่นะ เลยไม่พกติดตัว”
 
พี่นทีฟังแล้วยื่นซองบุหรี่ให้พร้อมไฟแช็ค แต่แทนที่จะรับไว้ พี่บีมกลับจับข้อมือของอีกฝ่ายให้เลื่อนมาทางตัวเอง แล้วยิ้มอ้อน “ไม่เอาล่ะ ถ้าเริ่มจุดก็จะหยุดไม่ได้”
 
ดวงตาสีอ่อนของพี่นทีมองผ่านเลนส์แว่นตาอย่างแปลกใจ ก่อนที่จะหรี่มองอย่างเซ็กซี่ เป็นประกายตาวิบๆ วับๆ
 
“ถ้างั้น?”
 
“ขอเฮือกเดียว” จับมือเอาไว้ เหมือนกับจะแย่งบุหรี่มา เดี๋ยว! นี่สูบบุหรี่ตัวเดียวกันได้? หา?
 
“ทะลึ่งเหอะ จะเลิกก็ไม่ต้องมาขอ” พี่นทีค้อนใส่แล้วดึงมือตัวเองกลับ  ผมมองมือขาวๆ ที่ยื้อกลับแทบไม่เชื่อสายตา  เฮ้ย นี่กลางร้านขนมจีน
 
พี่นทีตกใจไม่แพ้กัน “อะไร?”
 
นึกว่าจะแย่งบุหรี่ แต่ทว่าหน้าขาวนั้นก้มลงดมไปที่ข้อมือ ก่อนที่จะเงยหน้าขึ้นมาทำตาหวาน
 
“น้ำหอม…ได้กลิ่นแล้วสบายใจจัง”
 
คราวนี้เป็นพี่นทีที่เขินขึ้นมาเสียเอง... ใบหน้านิ่งๆ แก้มกลับดูเรื่อขึ้นมา “มาดมอะไรกันที่นี่”
 
“แปลว่าถ้าผมตามพี่ไป จะขอดมอีกเมื่อไรก็ได้ใช่เปล่า”
 
ผมฟังแล้วกำช้อนแน่น  อุตส่าห์พยายามแล้วนะ... อุตส่าห์เข้าข้างตัวเองมาตลอดว่าอดีตคนรักของผมไม่ได้คิดอะไร  มีแต่พี่นทีรุกไล่อยู่ฝ่ายเดียว  แต่ที่ไหนได้...ปรบมือข้างเดียวไม่ดังอยู่แล้ว ผมควรรู้เรื่องนี้
 
และผม...ไม่มีที่ยืนสำหรับคนๆ นี้อีกแล้ว
 
โอเค้! ผมเป็นคนพูดเองนี่ว่านอนด้วยกันไม่กี่ครั้งอย่ามาเรียกว่าแฟน  สำรอกอะไรออกมาก็ต้องกลืนกลับลงคอไป
 
"อย่าไปแกล้งเด็กมันน่าบีม" พี่นทีถอนใจแลเวพูดประโยคแปลกๆ นั้นออกมา "แกล้งน้องมันมาเป็นเดือนแล้ว สงสารเหอะ หน้าซีดเป็นปลาตายแล้ว"
 
พี่บีมหันไปมองหน้าพี่นที ลดเสียงลง "พี่นทีหมายถึงอะไรครับ"
 
ดวงตาเจ้าชู้หลังแว่นสายตาเหล่มองเขาที พี่บีมที แล้วส่ายหน้า
 
"ถ้าสาวๆ ฝ่ายประชาสัมพันธ์เขามีความจำดีน้อยกว่านี้ก็คงไม่ใช่ปัญหา แต่ว่าไอ้หนุ่มลูกครึ่งที่เอาเนคไทกับกล่อง'ไอ้นั่น' มาคืนกันถึงที่ทำงานคงมีไม่กี่คนหรอกใช่ไหม" พี่นทีพูดเสียงเบามาก แต่สำหรับผมมันดังก้องในโสตประสาทราวกับเสียงของปีศาจที่ตัวใหญ่คับฟ้า "ถ้าจะโกรธกันเกลียดกันก็เลือกสักอย่างเถอะ มาทำตาละห้อยมองกันไปมองกันมาแบบนี้ บรรยากาศการทำงานมันไม่ดี พี่ไปสูบบุหรี่ก่อนนะ"
 
วางระเบิดไว้กลางทุ่ง ปล่อยให้หุ่นไล่กาอย่างผมถูกต้อนด้วยสายตาดุดันที่เต็มไปด้วยคำถาม นาทีนี้เองที่พี่บีมไม่ได้ทำท่าว่าไม่รู้จักผมอีกต่อไป 
"ผมไม่ได้ฟ้องพี่นทีนะ บอกไว้ก่อนเลย" ผมชิงออกตัวก่อน พี่บีมจะถือโทษผมด้วยเรื่องไหนก็ได้แต่ไม่ใช่เรื่องนี้ เห็นสีหน้าของอีกคนแล้วความอดทนที่ยึดมานานเริ่มสั่นคลอน พี่บีมไม่พูด เอาแต่จ้องด้วยสายตาเหมือนจะกินเลือดกินเนื้อ เนื้อของผมไม่อร่อยหรอก เน่าเฟะ เหมือนกับนิสัยนั่นแหละ ที่ไหนจะดีเท่าใครๆ รอบตัวพี่บีมได้
 
"ขอตัว" ผมควักแบงค์พันออกมาวางข้างจานขนมจีนของตัวเองแล้วกลั้นใจเดินหนี มือที่เคยกุมมือของผมไว้ มือที่เคยกอดกล่อมนอนกระชากมือของผมแทบล้ม
 
"เราต้องคุยกัน"
 
"แน่ใจเหรอว่าอยากคุย"
 
พี่บีมกัดฟัน ผมรู้สึกเศร้ายิ่งกว่าเดิมเสียอีก
 
"งั้นจะพูดทำไมถ้าอยากให้ผมหายไปจากโลกของพี่ พูดสิ่งที่คิดสิ ไม่ต้องถนอมน้ำใจก็ได้"
 
"คืนนี้มาที่ร้านด้วย"
 
"ถ้าไปแล้วจะมีอะไรดีขึ้นหรือเปล่า"
 
"โตแล้วก็ควรคิดได้ว่าอะไรควรทำ ปัญหาอะไรควรสะสาง"
 
ปัญหา = ผม สินะ....
 
"ไม่ลองโน้มน้าวสักหน่อยล่ะครับ พี่บีมเป็นคนอยากให้ไปนี่"
 
"ต้องการอะไร คำขอโทษอีกรอบเหรอ? มันหมดแล้ว พี่ไม่มีให้ อย่างอื่นอาจจะเป็นไปได้"
 
ผมกัดริมฝีปากแล้วเดินหนี แต่อีกฝ่ายกลับมาดักไว้ ขี้ตื๊อ.... นิสัยไม่เปลี่ยนเลย  ผมหนี เขาดัก โอบล้อมผมไว้ด้วยสายตากดดัน ผมไม่เคยรู้เลยว่าเขาเองก็ดื้อดึงเอาแต่ใจไม่แพ้กัน 
 
ผมยังไม่ทันรู้จักพี่บีมเลย เรื่องของเราก็จบลงเสียแล้ว หากจะมีเวลา หากจะมีโอกาสอีกครั้ง....
 
หากจะย้อนอดีตได้แค่วันเดียว...
 
"งั้นขอกลับไปเป็นแฟนพี่ก็แล้วกัน" ผมพูดออกไปในที่สุด สีหน้าคนฟังทั้งประหลาดใจและโกรธไปพร้อมๆ กัน "ขอแค่วันเดียวเท่านั้น....แค่วันเดียว"
 
ใบหน้าหล่อเหลาแดงขึ้นด้วยความโกรธ "ยังจะกล้าพูด ต่อหน้าพูดว่าอย่างนี้ ลับหลังพูดอะไรออกไป จำได้หรือเปล่าล่ะ"
 
"จำได้" ผมเค้นเสียงตอบ "ไม่ต้องสนใจคำขอโง่ๆ นี่หรอก...." 
 
พี่บีมคิดนาน นานทีเดียว เป็นสามนาทีที่นานราวกับเป็นชาติ ก่อนที่เขาจะพยักหน้า
 
แต่ผมรู้ว่านั่นเป็นจุดเริ่มต้นของจุดจบ....ปลายทางที่ไม่มีคำว่าเราอีกต่อไป
 
:::::::::::::::::::


 
นี่เขายังมีสติดีอยู่ไหมนะ ที่ตัดสินใจพยักหน้าออกไป...
หาเหาใส่หัวชัดๆ ไอ้บีม...
เรื่องราวก็ผ่านมาถึงจุดนี้แล้ว  ต่างคนต่างไปก็น่าจะดีอยู่ ทำไมเขาถึงยอมใจอ่อนกับสายตาแบบนั้น คำพูดแบบนั้น  เด็กเวรนั่นก็ที่ทำเขาไว้อย่างเจ็บแสบอยู่ๆ จะมาขอคบกันอีกครั้งคงมีจุดประสงค์อะไรสักอย่างที่ไม่ได้จริงใจนัก
 
อย่างนั้นเขาก็ไม่หลุดถามออกไป ว่าเด็กคนนั้นต้องการคู่นอนหรือแค่เกลียดการถูกเมิน สงสัยจะเป็นทั้งสองอย่าง...
 
...ผมไม่ชอบกลิ่นบุหรี่  พี่บีมเลิกเหอะ...
...จูบแล้วขมๆ เลิกนะ ถ้าเลิกได้จะจูบทั้งวันทั้งคืนเลย...
 
เสือกคิดถึงเรื่องนั้นขึ้นมาได้ ไม่มีทางล่ะ... ถ้ามันจะเป็นความทรงจำอีกครั้งหนึ่ง บีมจะไม่ปล่อยให้ตัวเองต้องเจ็บซ้ำเพียงเพราะว่าถ่านไฟเก่าคุเลยเถิดถึงขั้นขึ้นเตียงแน่นอน  ระดับเขาแล้ว อยากได้ใครก็ไม่เคยพลาดหวังสักครั้ง  ดังนั้นจะหาใครมาแทนเด็กนั่นอีกกี่คนก็ได้  เขายอมให้ตัวเองโง่ครั้งเดียวก็มากเกินพอ
 
แต่เป็นช่วงเวลาที่มีความสุขมากเหลือเกินสำหรับคนโง่ๆ 
 
โหยหาทำไมวะ... เขาไม่อยากยอมรับเลยว่ากำลังรอคอย 'หนึ่งวัน' ที่จะได้เป็นแฟนกันอีกครั้ง  เด็กนั่นคิดอะไรอยู่กันแน่นะ
 
เขามองนาฬิกาเตรียมเข้าไปปิดร้าน ตอนนี้เวลา 0.35 น.ของเช้าวันเสาร์ เด็กนั่นบอกว่า 8 โมงเช้าจะมาหาที่คอนโด
 
กล้าฉิบ...บ้ามากด้วย
 
ตอนที่บีมยืนยืนคิดอะไรเงียบๆ อยู่คนเดียวบริเวณด้านหลังของร้านโดยที่เล่นไฟแช็คไปด้วย รถซูเปอร์คาร์คันหรูใหม่เอี่ยมอ่องของเพื่อนสนิทผู้ดำรงตำแหน่งซีอีโอบริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ก็เคลื่อนเข้ามาจอดด้านหน้า  พระนายเพิ่งเข้าทำงานเต็มตัวเมื่อไม่นานมานี้ จู่ๆ ก็มีผู้จัดการโชว์รูมรถหรูแห่งหนึ่งนำรถคันสวยมาให้ขับเล่นโดยที่เจ้าตัวมิได้ร้องขอ ดูเหมือนโชคเข้าข้างพอดีที่บีเอ็มดับเบิลยูคันเดิมของพระนายจำเป็นต้องเข้าศูนย์ซ่อมช่วงล่างทั้งคัน เพื่อนของเขาจึงรับมาใช้อย่างเกรงใจ (แต่ใช้ซะคุ้ม)  บีมรู้ว่าพระนายจะซื้อแน่ๆ...แต่...อย่าให้พี่สิษฐ์รู้เชียว  เพื่อนซี้ของเขาคงโดนด่าหูชา  ข้อหาใช้เงินไม่รู้จักคิด
 
ร่างสูงสง่าของพระนายในเสื้อเชิ้ตเนี้ยบกริบโผล่ออกมาจากที่นั่งคนขับ วันนี้มันใส่เสื้อสีดำเนคไทสีชมพูซีดและกางเกงสแล็กส์สีเทา อืม…ดูดีทีเดียว ก็บีมเลือกเนคไทให้พระนายนี่นา คนเลือกเก่ง คนใส่ใส่ยังไงก็ดูดี
 
อดีตอาจารย์ยืนเกาะประตูรถจ้องมาทางเขาอย่างอารมณ์ดี “เป็นไงมึง”
 
“ดี”
 
“ไปหาหมอหรือยัง ที่ว่าปวดท้องน่ะ”
 
“หายแล้ว” ไม่จริง มันแค่ปวดๆ หายๆ บีมคิดว่าเขาเป็นโรคกระเพาะอาหาร จะว่าไปอาทิตย์นี้กลับมาปวดอีกแล้ว
 
พระนายขยับแว่นสายตา ยกยิ้มมุมปาก “งั้นมายืนทำอะไรคนเดียวมืดๆ”
 
บีมยักไหล่
 
ผู้บริหารหนุ่มล้วงบุหรี่ออกมาจากซองที่เก็บอยู่ในรถ แต่ไม่คิดจะหาไฟแช็ค  บีมต้องเป็นคนเดินไปจุดไฟให้เอง  เขายืนพิงรถ ลูบไล้ตัวถังอย่างพออกพอใจ  พระนายเคยให้บีมลองขับรถหรูคันนี้แล้ว เขาก็ปลื้มอกปลื้มใจแทบเอาไปฝันถึง เพื่อนซี้เองก็บ่นว่า ยิ่งขับยิ่งชอบ ถ้าถึงเวลาต้องคืนรถคงทำใจลำบาก  รถหรูราคาเจ็ดล้านบาทคันเก่ายังไงก็สู้รถราคายี่สิบสองล้านไม่ได้จริงๆ พอเขาแซวว่ารู้ทั้งรู้ว่านี่เป็นกลยุทธ์การตลาด ทำไมยังรับมาขับ พระนายก็แก้ตัวหงุงหงิงว่าปล่อยให้ตัวเองเป็นเหยื่อมาร์เก็ตติ้งเสียบ้าง ชีวิตจะเป็นสุข
 
เออครับ พ่อคุณเงินถุงเงินถัง ทำเป็นบ่นไปงั้น มันคงอยากได้ใจจะขาด สงสัยที่ยังไม่ยอมซื้อคงไม่ใช่แค่เพราะพี่สิษฐ์แต่เกรงใจพ่อหมีเท็ดดี้ด้วยเป็นแน่ ได้ข่าวว่าจำนวนเงินเท่ากับที่เจ้าหมีน้อยใจบุญจะยกให้สถานรับเลี้ยงเด็กกำพร้าเลยไม่ใช่เรอะ
 
บีมมองพระนายพ่นควันบุหรี่สีเงินออกมาเป็นปุยเหมือนก้อนเมฆจิ๋วๆ นึกอยากสูบแต่กัดฟันไว้ ในเมื่อปีนี้มันมีแต่เรื่องห่วยๆ อย่างน้อยขอให้เขาเลิกบุหรี่สำเร็จสักเรื่องเถอะ
 
ถึงแม้จะไม่มีใครคอยบ่นว่าไม่ชอบกลิ่นบุหรี่แล้วก็ตาม
 
“เจ้าจีไปฝึกงานที่ออฟฟิศมึงไม่ใช่เหรอ  ทำไมยังทำหน้าทำตาแบบนั้นอีกวะ” พระนายถามขึ้นตอนที่บุหรี่สีขาวเหลือครึ่งมวน  ดวงตาสีอ่อนเหล่มองเขาผ่านแว่น  ริมฝีปากจุดยิ้มบาง
 
ใครได้เห็นพระนายก็ล้วนแต่แอบมากระซิบว่า เพื่อนสนิทของเขาเวลายิ้มแบบนี้แล้วเซ็กซี่นัก  บีมก็ว่างั้น
 
“เขาฝึกงานก็ฝึกงานสิ”
 
“นึกว่าดีกันแล้ว เจอหน้ากันทุกวันไม่คิดอยากคืนดีเหรอ”
 
บีมส่ายหน้า “ก่อนหน้านี้เขาไม่ยอมเจอหน้า บล็อกไลน์ บล็อกทุกช่องทาง โทรศัพท์ก็ไม่รับสาย เขาไม่พูดกับกูมาตั้งนานแล้ว... กูคิดว่ากูพยายามที่สุดแล้ว แต่ถ้ามันจะจบแบบนี้ก็...เออ โอเคก็ได้ จบแล้วให้จบไป”
 
“แล้วไงต่อ ตกลงมึงหรือเขากันแน่ที่ไม่อยากคืนดี”
 
“มันเลยจุดนั้นมาแล้ว อยากหรือไม่อยากก็ไม่สำคัญเท่าจะทำไปเพื่ออะไร”
 
“ใช่มึงหรือเปล่าวะที่บอกว่าหักอกนักศึกษาได้ไม่บาปเท่าไร เพราะเด็กพวกนั้นเจ็บง่ายหายไว เดี๋ยวก็หาคนใหม่ได้เอง"
 
"เออ กูเอง" ยืดอกรับแมนๆ นี่แหละจะได้ไม่โดนพระนายมันล้อมากนัก
 
"ว่าแต่เขาอิเหนาเป็นเองนะคนเรา... ดูเหมือนคนที่ช้ำหนักเพราะนักศึกษาน่าจะเป็นคนแถวๆนี้ นะ นี่กูต้องปลอบใจมึงด้วยไหม หือ คุณบุริศร์ช้ำรัก”
 
“หาเด็กใหม่ให้กูเลย เฉาจะตายห่าอยู่แล้ว อีกไม่นานกูคงใช้การไม่ได้เพราะไม่ได้ใช้มานานเกินไป”
 
“เด็กฝึกงานที่ออฟฟิศมึงมันต้องมีบ้างล่ะน่า หรือไม่ก็...พี่คนนั้น คนที่ช่วงนี้ตัวติดกับมึงไง น่ากินดีออก”
 
“กูไม่นอนกับเพื่อนร่วมงาน” บีมแก้ตัว “เขาชื่อพี่นที”
 
“เคมีดูเข้ากับมึงดีนี่”
 
“ก็ดี”
 
“แล้ว?”
 
“ไม่มีอะไรหรอกน่า” แปลกจริง ปกติพระนายไม่ซักไซ้เรื่องส่วนตัว “หรือถ้ามีแล้วยังไง”
 
พระนายแกล้งทำมึนไม่สบตา เขารีบกระตุกเสื้อของมันแรงๆ “อมพะนำอยู่ได้”
 
“แววตาของมึงกับพี่เขา ดูเหมือนจีบกันมาแล้วเป็นปี แต่กลับมาทำหน้าเหมือนหมาอกหัก กูก็แค่สับสนนิดหน่อยเท่านั้น" พระนายแดกดัน แต่แล้วก็ใช้น้ำเสียงอ่อนโยนขึ้น "ไม่เอาน่าบีม อย่าทำงี้ กูเป็นห่วง”
 
ไม่รู้ว่าดีใจอะไรที่ได้ยินแต่ก็ดีใจที่พระนายคนปากแข็งพูดประโยคนั้นออกมา
 
“พี่นทีก็...อืม...ไนซ์ดี ทำงานเก่ง พูดง่าย ฉลาด มองเกมขาดทุกอย่าง ดีอะ...สายตาก็เซ็กซี่...ผิวก็เนียน...ก้นก็น่าจับ ไม่อยากจะเชื่อว่าอายุจะสี่สิบแล้ว”
 
“มองไปมองมาก็น่าชวนไปต่อให้จบไม่ค้างคา พูดให้จบสิ"
 
“นั่นมึงพูดเองนะพระนายไม่ใช่กู” เขากลั้นหัวเราะ  รู้สึกอารมณ์ปลอดโปร่งขึ้นมาทันตา "ไว้กูจะบอกเขาให้  ว่าแต่พ่อเท็ดดี้แบร์เขาอนุญาตให้มึงมองคนอื่นตั้งแต่เมื่อไร เดี๋ยวก็งอนกันอีกหรอก”
 
พระนายอัดบุหรี่เข้าปอดแล้วแกล้งเขวี้ยงใส่เขา  บีมโวยเสียงดังทั้งๆ ที่รู้ว่าหลบพ้น ก็แค่อยากทำบรรยากาศให้รื่นเริงขึ้นมาเท่านั้นล่ะ  พระนายก็เหมือนบีม  ชอบใครก็นัวเนียไปเรื่อย แต่จะตกร่องปล่องชิ้นกับใครง่ายๆ เป็นไม่มี  อีกอย่างตั้งแต่คบหากับเท็ดดี้ผู้มีอายุอ่อนกว่าถึงสิบปี  เพื่อนของเขาไม่มีอาการวอกแวกไปมองใครเลยแม้แต่น้อย พยายามทุ่มเทเวลาให้กันและกันอย่างดีที่สุดเท่าที่จะทำได้  แม้ว่างานจะยุ่งมากแต่พระนายก็พยายามมารับคนรักที่ร้าน ทั้งสองคนดูกระหนุงกระหนิงรักกันดี แม้ว่าหลายครั้งที่เพื่อนเขาเป็นฝ่ายเอาแต่ใจแต่เท็ดดี้ก็เป็นคนง้องอนเรื่อยมา ก็...สมกันล่ะน่า
 
เพื่อนมหาเศรษฐีของเขาเดินมาโอบไหล่แล้วชวนไปเดินเล่นห่างจากตัวร้าน แสงไฟสลัวสีส้มที่โครงการคอนโดด้านหลังไม่สว่างนักทำให้บรรยากาศโดยรอบรู้สึกเหงามากขึ้นไปอีก  แต่เพราะมีพระนายอยู่ด้วยกระมัง  บีมจึงรู้สึกดีขึ้นเป็นลำดับ อาจจะเป็นเพราะว่าพระนายมีความสุข  สิ่งนั้นเลยเผื่อแผ่มาถึงเขาด้วย จากปลายนิ้วของมันที่วางอยู่บนไหล่ของเขา หรือเพราะน้ำหอมจางๆ ที่ผสมกับกลิ่นบุหรี่ เขารู้สึกสบายใจ
 
ความรักล้มเหลวกี่ครั้งๆ พระนายก็อยู่ข้างๆ เสมอ มันไม่เคยปลอบหรอก เพราะบีมไม่ค่อยแสดงความรู้สึกอะไร เขารู้ตัวว่าตัวเองเป็นคนยิ้มเก่ง ยิ้มง่าย  แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าเขาไม่รับรู้ถึงความเจ็บปวด พระนายรู้ดีจึงแค่เพียงคอยอยู่ข้างๆ
 
…แค่นอนด้วยกันไม่กี่ครั้งไม่ได้เรียกว่าคบกัน...
 
เขาได้ยินประโยคนี้เต็มสองหูตอนที่เท็ดดี้พยายามเกลี้ยกล่อมให้จิระยอมคุยกับเขาบ้าง (หลังจากที่สองคนนั้นตัดสินใจคบกันแล้ว กลายเป็นว่าเขาทั้งสองกลับไม่สามารถย้อนความสัมพันธ์คืนได้)
 
สิ่งที่ได้ยินทำให้เขาตัดสินใจก้าวถอยหลังแล้วปล่อยมือ
 
เข็มกลัดของมหาวิทยาลัย เนคไท และชุดนักศึกษาที่ทิ้งไว้ในห้องของเขา บีมรอแล้วรอเล่าแต่ก็ไม่มีวี่แววจะติดต่อมา เขาได้แต่ปลงว่าเจ้าตัวคงไม่มาเอาคืนเพราะไม่อยากจะเหยียบที่นั่น  จึงจัดการใส่ห่อไว้อย่างเรียบร้อยแล้วเก็บใส่ลิ้นชักชั้นบนสุดของตู้
 
แบบเดียวกับที่เขาเก็บความทรงจำเกี่ยวกับเด็กนั่นไว้ในความรู้สึกจนไม่ให้หลุดออกมานั่นแหละ เก็บให้ลึก  ล็อกมันไว้และเฝ้าภาวนาไม่ให้มีใครฉกฉวยออกไป...และทำลายลง
 
เขาไม่เข้าใจเลยที่จิระทำสายตาตัดพ้อต่อว่าทุกครั้งที่เขาเรียกจีรพัส  ไม่เข้าใจแววตาโกรธเคืองเวลาที่พี่นทีมาแหย่เล่น  โอ๊ย อย่างเขาน่ะ พี่นทีไม่เอาหรอก นี่คิดไปไกลแล้วหรือเปล่า ถ้าพี่นทีจะชวนเขาขึ้นเตียงด้วย ไม่รอมาพูดแกล้งให้จิระได้ยินหรอก
 
ไฮยีน่าหน้าสวยนั้นดันรู้เรื่องของเขากับจิระต่างหาก คงรู้มาสักพักแล้ว ที่จริงที่บีมทำท่ากิ๊กกั๊กๆ กับพี่นทีนั่นเป็นไปตามธรรมชาติของคนที่เคมีตรงกัน เขารู้สึกดีกับพี่นที พี่นทีก็คงเช่นเดียวกันแต่มันมีเส้นบางอย่างที่ไม่กล้าข้ามผ่าน จะว่าไปพี่เขาคงรู้เรื่องนี้มาสักพักแล้ว มิน่าท่าทางถึงเปลี่ยนไป  เวลาจีบเวลาต้อนเขาถึงดูจริงจังอย่างบอกไม่ถูก ซึ่งบีมก็เล่นตามน้ำไป  ก็อย่างที่บอก...บางทีเขาอาจจะเป็นฝ่ายที่ ‘เอาจริง’  เพราะความเหงาก็ได้  ไม่คิดเลยว่าสุดท้าย ทั้งตัวเขาและเด็กนั่นกลับตกเป็นเบี้ยให้พี่นทีแกล้งเล่นเอาได้เป็นเดือน 
 
เจ้าเล่ห์นักนะ  แต่ก็โกรธไม่ลง
 
แต่สำหรับเด็กนี่ พูดกันตรงๆ แล้วเขาอึดอัดกับสถานการณ์นี้แทบแย่  แกล้งทำเป็นมองไม่เห็นทั้งๆ ที่ยืนอยู่ตรงหน้า  จงใจไม่เรียกชื่อ แต่กลับเคืองทุกคนในแผนกที่เอาแต่เรียก ‘น้องจี’ จำต้องเมินเฉยไม่สบตา แม้จะรู้ว่าดวงตาออดอ้อนคู่นั้นเรียกร้องเขาอยู่ทุกวินาที  ทุกครั้งที่ชิดใกล้ต้องเป็นฝ่ายขยับออกห่างให้อยู่ในระยะของคนแปลกหน้า ทั้งๆ ที่เขารู้ว่าภายใต้เสื้อเชิ้ตนักศึกษาสีขาว บนแผ่นหลังเนียนละเอียดจะมีปานสีน้ำตาลรูปทรงเหมือนหยดน้ำอยู่ เขาชอบจูบตรงนั้น แล้วเด็กคนนั้นก็จะหัวเราะ บอกว่าจั้กจี้
 
เขาไม่ให้คู่นอนขึ้นมาคอนโดมานานมากแล้ว... มีแค่จิระคนเดียวที่ได้ขึ้นมาที่นี่ ใช้เวลาด้วยกัน มีเซ็กซ์ด้วยกันเป็นวันๆ แล้วหลับเหมือนตาย ก่อนที่ตื่นเช้าแล้วจะรีบตาลีตาเหลือกแยกย้ายไปทำงานและมหาวิทยาลัย แต่ยังไม่วายส่งข้อความคุยกันตลอดทั้งวัน
 
…ถ้าไม่คิดจะกลับคืนมา จิระควรจะคืนคีย์การ์ดให้เขาแล้วจากไปตามทางที่ตัวเองต้องการสิ…ทำหายไปแล้วมั้ง…
 
เขาเผลอเหม่อไปนานทีเดียว พอรู้ตัวก็พบว่าพระนายกำลังลูบหัวเขาแรงๆ อย่างเพลิดเพลิน “เฮ้ย ผมยุ่งหมด”
 
“ทำหน้าเหมอนกันเด๊ะ ทั้งสองคน”
 
“หน้ายังไง”
 
“หน้าเหมือนกินกบเข้าไป” พระนายพูดตลก เขาหลุดยิ้มออกมาจนได้
 
“เจ้าจีซึมเหมือนหมาโดนยาเบื่อเลย เพราะมึงไม่พูดกับเขา”
 
“เขาต่างหากไม่พูดกับกู เขาไปหามึงเหรอ”
 
“เมื่อเช้านี้เขาไปหาเท็ดที่คอนโด  งอแงใหญ่เลยให้เท็ดดี้ปลอบ  ทั้งกอด ทั้งหอม ทั้งโอ๋ หมั่นไส้จนน่าดีดตกคอนโด”
 
มึงก็ขี้หึง แต่ปั๋วเด็กของมึงก็ใจดีไปเปล่า!?! “แล้วไงต่อ”
 
พระนายยักไหล่แล้วยื่นหมากฝรั่งให้ “กูเลยบอกว่ามึงขอคีย์การ์ด ว่างๆ ให้เอาไปคืนด้วย”
 
“เชี่ย ไอ้นาย!”
 
“อย่าเพิ่งโวยวายน่า ถ้าเขาเอามาปาใส่หน้ามึงค่อยมาโวยวายกับกู”
 
สาบานสิว่านี่ผู้บริหารบริษัทผู้ต้องใช้ทุกมันสมองในการหาเงิน! สาบานสิว่ามันเคยเป็นอาจารย์น่านับถือ! สาบานสิว่ามันเป็นคนที่ใครๆ ก็ชมว่าแสนเซ็กซี่น่าฟันน่าฟัดจนมีหมีเด็กมาหลงใหลได้ปลื้ม! ภาพลักษณ์ลวงโลกโกหกทั้งเพ
 
“เดี๋ยวจีได้แล่นไปหามึงแน่นอน แต่มึงจะมีปัญญาจับไว้หรือเปล่านี่อีกเรื่อง  มัวพึ่งโชคชะตาไม่ได้แล้วนะ อยากได้เด็กคืนต้องทำเอง”
 
บีมกัดปาก คนไม่เคยถูกทิ้งอย่างพระนายย่อมไม่มีวันเข้าใจเขาเลย ไม่มีวัน! ไอ้เพื่อนเวรเอ๊ย!
 
“เขามาขอกูคบใหม่”
 
พระนายเลิกคิ้วขึ้นสูง “แล้วทำไมยังมาทำหน้าเหมือนกินกบอีก”
 
“กูแค่คิดว่าเขาหวงก้างที่กูเล่นหัวกับคนอื่นๆ แล้วไม่สนใจเขา”
 
เพื่อนสนิทเงียบไปอึดใจหนึ่ง
 
“แต่ตอนที่เท็ดดี้เมินกู... ทั้งๆ ที่รู้ว่าเขารักแต่กูกลับยืนอยู่ตรงหน้าไม่ได้ ชีวิตมันบัดซบมากนะบีม  มึงคิดว่าต้องใช้ความกล้าแค่ไหนวะที่จะขอคบคนที่ตัวเองเป็นฝ่ายทิ้งไปแล้วอีกครั้ง”
 
“คงต้องประมาณนึง ต้องบ้าด้วย” บีมเล่าเรื่องคร่าวๆ ให้ฟัง โดยจงใจไม่พูดถึงการที่ตัวเขาเองจงใจไม่พูดกับเด็กคนนั้นให้พระนายรับรู้  มันคงเดาได้แหละ อยู่ด้วยกันมานานขนาดนี้แล้ว “เขามาขอกูคบ...เขาขอเวลาแค่วันเดียวเท่านั้น”
 
พระนายพยักหน้า ร้องอืมในคอ
 
“งั้นกูว่ากูเข้าใจสาเหตุแล้ว”
 
“สาเหตุเรื่อง”
 
มันมองหน้าเขาแล้วยิ้มกวน “มึงจะรู้ไปทำไมล่ะ ก็จะเป็นแฟนกันอีกแค่วันเดียวนี่นา  เขาจะมีชีวิตที่เหลือยังไงก็คงไม่ทำให้มึงเดือดร้อนหรือสุขสบายอะไรหรอก”
 
“ไอ้เชี่ยนาย มึงอย่ามาเล่นลิ้น”
 
คงไม่ใช่มุกน้ำเน่าอย่างต้องกลับแครนเบอร์รา พ่อป่วย แม่ตาย หมาหัวใจวายอะไรงี้หรอกนะ บีมเดาไว้  พระนายเล่นตัวอยู่สักสองนาทีก็เป็นฝ่ายดึงเขาไปกอด
 
“มึงพูดออกมาดีๆ ซิว่าตกลงจะเอาไงกับเด็กคนนี้”
 
บีมยืนนิ่งอยู่สักนาทีหนึ่งก่อนที่จะกอดตอบ เขาชอบน้ำหอมของพระนาย  ชอบความผูกพันที่เขากับมันมีให้กัน และชอบที่รู้ว่าตัวเองสามารถอ่อนแอสับสนได้ต่อหน้าเพื่อนคนนี้
 
“คำพูดที่เขาทิ้งไว้...มันร้ายแรงว่ะนาย และเวลามันไม่ไหลย้อนกลับแล้วด้วย”
 
พระนายกอดเขาแน่นขึ้น แว่นของมันเย็นๆ เมื่อสัมผัสกับผิวของบีม
 
“กูไม่ขอให้มึงกลับไปคบกับจีหรอกบีม ไม่ต้องห่วง ถ้ากูจะเลือกสักฝั่ง กูเลือกข้างมึงเสมอ เหมือนที่มึงเลือกข้างกู” เพื่อนสนิทตอบมาอย่างนั้น  บีมรู้สึกตื้อในใจ  ความอบอุ่นแบบนี้จะมีเพื่อนกี่ร้อยคนก็เติมเต็มความรู้สึกได้ไม่เท่าการมีพระนายแค่คนเดียวในชีวิต “แต่รู้ไหม ทุกคนก็เคยเลือกสิ่งที่ผิดพลาดทั้งนั้น  ณ จุดที่ทุกอย่างบีบคั้นเราเลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้ตัวเองเสมอ และเมื่อเรารู้ว่ามันไม่ใช่ล่ะ เราก็พยายามจะแก้ไขมัน บางคนรู้ตัวช้า บางคนรู้ตัวเร็ว บางคนมีโอกาส บางคนไม่”
 
บีมเงียบ
 
“ถ้ามึงไม่สามารถให้ความรักกับเขาได้... มึงไม่ต้องให้ ไม่ต้องให้ความรัก ไม่ต้องให้ความหวัง แต่อย่างน้อยแค่ให้โอกาสเขาที่จะชดเชยความผิดพลาดนั้น ให้...ใจ...ให้ข้างในนี้รู้สึกสมดุลขึ้นมาได้ ทุกคนแม่งก็ต้องการโอกาสกันทั้งนั้น มึงก็ด้วยใช่ไหม”
 
พระนายตบหลังเขาอย่างอ่อนโยน มันรักเขามาก และบีมก็รักคนๆ นี้มาก มากพอที่จะรับฟังทุกเรื่องเสมอมา
 
“ขอให้เป็นโอกาสหนึ่งวันของจีเถอะ แค่ไม่กี่ชั่วโมงเท่านั้น”
 
“มึงยังไม่บอกกูเรื่อง สาเหตุอะไรนั่น”
 
“คุณแม่ของจิระมาตามลูกชายที่บ้านกู"
 
"บ้านมึง?"
 
"ใช่ บ้านใหญ่เลย เจ้าหมาน้อยนั่นไม่ยอมกลับบ้านมาสักพักแล้ว แม่เขาเป็นห่วงมาก โทรหาทุกวันแต่ไม่ยอมกลับบ้าน เท็ดดี้กับโนอาห์เกลี้ยกล่อมยังไงก็ไม่ยอมกลับ มีวันนึงโนอาห์ลากกลับบ้าน มันฟันหลังเดินไปเช็คอินจะนอนโรงแรมเฉยเลย ทั้งๆ ที่อยู่ตรงข้ามถนนกัน วันต่อมาก็หายไป กูนึกสงสัยเลยตามไปดู เจ้าจีกำลังไปหาหอพักอยู่คนเดียว” พระนายเฉลย “เห็นท่าไม่ดีล่ะ จึงเรียกเด็กคนนั้นมาซัก แรกๆก็ปากแข็งบอกว่า อายุสิบเก้าแล้ว แค่ออกไปอยู่คนเดียวไม่เห็นจะเป็นอะไร ที่ออสใครๆ ก็ทำกันทั้งนั้น อยากอยู่คนเดียวโดยไม่ต้องพึ่งใครให้ได้ แล้วก็ทำงานพิเศษอย่างอื่นไปด้วย กูกล่อมไปกล่อมมาสุดท้ายก็สารภาพว่า...”
 
“ว่า...”
 
“บีม...มึงเคยไปค้างที่บ้านเขาใช่ไหม”
 
บีมสะอึก สีหน้าเขาคงบอกคำตอบออกไปแล้ว
 
“จีทนคิดถึงมึงไม่ได้  ฝึกงานก็เจอหน้ามึง  กลับบ้านก็มีแต่ความทรงจำของมึง เด็กมันกลัว... กลัวตัวเองจะฟิวส์ขาดไปสักวันก็เลยไปหางานทำจนถึงดึกๆ แล้วค่อยกลับ ที่มาขลุกอยู่บ้านกูก็เพราะแบบนี้ ขอแค่มีคนอยู่ด้วย ไม่ต้องรับฟังปัญหาก็ได้ แต่นั่นแหละเด็กสามคนนั้นมันก็ประเสิรฐเหลือเกิน แทนที่จะห้ามปรามกลับช่วยกันหาที่อยู่ให้เจ้าจี คือมันก็ไม่ใช่วิธีแก้ปัญหาหรือเปล่าวะ"
 
"เก่งแต่หนี ดีแต่ปาก"
 
"ตอนแรกกูก็คิดเหมือนมึงนะ แต่มาคิดในอีกมุมนึง คิดแบบเจ้าจีว่าทำไมต้องทำงั้น เด็กมันพูดถูกแล้วว่ามันจะอยู่ด้วยตัวเองให้ได้ เพราะมึงเคยไปสอนมันไง ว่าคนเราสุดท้ายก็ต้องพึ่งตัวเอง ดูแลตัวเอง มีวันที่ดี ก็มีวันที่เลว --- วันนี้จีมันคิดว่ามันไม่เหลืออะไรมันก็ต้องพึ่งตัวเองจะรบกวนกู เท็ดดี้หรือโนอาห์นานกว่านี้ก็ไม่ได้แล้ว"
 
บีมคิดว่า เด็กนี่บ้าแล้ว ปรากฏว่า ความจริงบ้ากว่าที่คิดมาก
 
"ไอ้สองคนนั้นก็รักเพื่อน.... เห็นเพื่อนเศร้าก็ใช่ แต่ก็เคารพการตัดสินใจ ก็เลยช่วยหาหอพักเสียดิบดี กลัวไปเจออันตราย นี่ถ้าไม่เค้นคอก็คงปิดความลับเงียบกริบ จะว่ามันก็กระไร...เด็กพวกนี้มันก็ถูกเลี้ยงมาไม่เหมือนกัน วิธีคิดก็เลยไม่เหมือนกัน กูเลยน้ำท่วมปาก ด่าไม่ลง" เป็นคนกลางมันลำบากใจ บีมเข้าใจดีอยู่
 
"ออกจากบ้านไปแบบนั้นทำไมจะว่าไม่ได้"
 
"มองในแบบผู้ปกครองน่ะใช่ เด็กมันทำไม่ถูก แต่มองแบบเด็กสิ มันกำลังหาทางแก้ปัญหาชีวิตอยู่ ถ้าไม่เกิดเรื่องนี้ขึ้น กูก็ไม่คิดว่าการที่จีจะออกจากบ้านกลางคัน แล้วบอกว่า เอาล่ะ เป็นผู้ใหญ่แล้ว จะดูแลตัวเองแล้ว มันผิดปกติตรงไหน"
 
ก็จริงของพระนาย การเป็นครูมันก็ทำให้มีมุมมองต่อเด็กที่น่าสนใจดี
 
"กูบอกแล้วว่าทุกคนเลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้ตัวเอง กูคาดว่า  สิ่งที่จีทำก็ด้วยหวังดีกลัวว่าอยู่บ้านแล้วเกิดทำอะไรบ้าบิ่นลงไป คุณแม่คุณพ่อก็จะพลอยเป็นห่วงไปด้วย  บีม มึงไม่ได้ทำผิดอะไรในเรื่องนี้ ดังนั้นมึงไม่ต้องโทษตัวเอง เด็กมันแค่พยายามที่จะเติบโตในแบบที่เขาคิดว่าควรทำ”
 
“นั่นมันเรียกว่าหนีความจริง” บีมยังอดบ่นไม่ได้ เขาไม่เคยรู้จักจิระในแง่มุมนี้เลย พยายามที่จะเติบโตน่ะหรือ?
 
“ทุกคนมีวิธีโตในแบบตัวเองไม่ใช่เหรอบีม คิดถึงตอนที่มึงอกหักครั้งแรกสิ นานมากแล้วแต่คงไม่ต่างกันเท่าไรใช่ไหม จิระเป็นแค่เด็กวัยรุ่นคนหนึ่งที่ไม่เคยเจอเรื่องราวซับซ้อน ไม่เคยถูกทำให้เสียใจ ไม่เคยทำให้ใครเสียใจจนกระทั่งครั้งนี้  เขาก็ได้เรียนรู้อะไรพอควรและเขาก็พยายามหาทางออกให้ดีที่สุดสำหรับตัวเอง...แล้วก็ครอบครัวด้วย เขาทำให้มึงเสียใจคนเดียวก็พอแล้วบีม เขารู้ตัวหรอกว่าเขาผิด”
 
แต่ไม่เห็นจะมาขอโทษกับเขาเลยนี่นา นี่พยายามทำอะไรอยู่ เรียกร้องความสนใจจากพระนาย หาพวกเหรอ?
 
"มึงเข้าใจเรื่อง การเป็นแฟนกันหนึ่งวันว่ายังไง"
 
บีมไม่กล้าตอบ... เขาไม่กล้าเดาใจเด็กคนนั้น เขากลัวผิดหวังซ้ำสอง
 
"งั้นเอาไปคิดเป็นการบ้าน"
 
อย่างไรก็ตามคำถามของอาจารย์พระนาย.... ไม่มีเฉลยข้อที่ถูกต้องไว้ให้ จะต้องแก้โจทย์และรอคอยผลลัพธ์ด้วยตัวเอง
 



TBC
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 21 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

474 ความคิดเห็น

  1. #342 Hazel_nut (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 11 พฤศจิกายน 2557 / 02:15
    เราอยู่สองทีมนะ แบบพี่บีมก็น่าสงสารอ่ะ คือตอนนั้นไม่รู้นิว่าเท็ดจำเป็น และบีมก็รักพระนายมากด้วย พอมีคนมาทำให้เพื่อนเสียใจก็ต้องปกป้องดิ ส่วนหมาจีก็รักเท็ดมากเหมือนกัน พอมันเห็นเท็ดเสียใจ มันก็ยอมไม่ได้ไง แต่ถามว่าจีผิดไหม ก็ผิดแหล่ะ พี่บีมก็เหนื่อยที่จะง้อแล้ว พอจีมารู้สึกผิดทีหลังก็ค่อนข้างจะสายไปเล็กน้อยอ่ะนะ แต่เด็กมันก็รู้ตัวแล้วไง เพราะงั้นก็น่าสงสารทั้งคู่อ่ะ U_U รีบๆ คืนดีกันเถอะน้าาา เค้ารอฉากหวานๆ อยู่
    #342
    0
  2. #341 Y_ying_Y (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 11 พฤศจิกายน 2557 / 00:13
    กลัวอ่ะ...เห็นพี่บีมบ่นปวดท้องเป็นๆหายๆ กลัวว่าจะเป็นมะเร็ง สาธุ ขอให้เป็นแค่โรคกระเพาะทีเถิ๊ด

    ส่วนเรื่องหมาจี...ขอให้เจ้าลูกหมาง้อพี่บีมสำเร็จเถอะ จะได้กลับมารักกันจุบุๆเหมือนเดิม(จะได้ไม่ไปอ้อนหมีน้อยให้พี่นายรู้สึกหมั่นไส้อีก อิอิ)
    #341
    0
  3. #340 vitz (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 10 พฤศจิกายน 2557 / 18:28
    ต้องร้องโอ๊ยๆ กับคู่พี่บีม น้องจี...แต่ยังดีที่มีความรักระหว่างเพื่อนมาปลอบใจ ดีใจแทนหนุ่มๆ ในเรื่องนี้จริงๆ ที่มีเพื่อนดีๆ

    อยู่ข้างๆ กันตลอด ซาบซึ้งๆ



    ขอบคุณนะคะที่มาลง ep3.5 ให้ได้อ่านต่อกัน







    #340
    0
  4. #339 September Rain (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 10 พฤศจิกายน 2557 / 10:31
    จบแบบนี้ ให้เค้าไปคิดคำตอบของการบ้านด้วยเลยม๊ายยย
    อ๊ากกก สงสารพี่บีม แล้วก็สงสารน้องจีด้วย
    หลายใจอ่ะ เชียร์สองฝ่ายเลย
    เข้าใจกันเร็วๆนะคะ (ฮือๆ ปาดน้ำตา)
    #339
    0
  5. #338 หนองโพยานๆ (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 10 พฤศจิกายน 2557 / 10:28
    เห้ออออออออ จะดิ่งถึงเมื่อไหร่ ใจข่อยจะสลาย :(
    #338
    0
  6. #337 Zaccharitz (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 9 พฤศจิกายน 2557 / 13:50
    #ทีมพี่บีม พี่บีมง้อขอโทษมามากพอแล้ว ไม่เอาอีกแล้วนะ จีรู้สึกผิดเสียใจ แต่ก็ไม่เห็นเคยพูดออกมานิ
    #337
    0
  7. #336 vitz (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 9 พฤศจิกายน 2557 / 11:53
    เย้ย...ตัดจบงี้....เม้นท์ไม่เป็นเอาเลย 555
    #336
    0
  8. #335 หนองโพยานๆ (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 9 พฤศจิกายน 2557 / 08:38
    อ้ากกกก ใจบ้ายยยยย
    #335
    0
  9. #332 คาราเมลเกลือ (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 8 พฤศจิกายน 2557 / 22:59
    น้องหมาาาา น่าสงสาร ตอนนั้นหนูดันหน้ามืดด่าพี่เขาไป เสียใจไหมลูกกกกก พี่นทีกลับไปหาคุณชั้น32ของพี่แหละ อย่าแกล้งหมาจี สงสารน้อง5555555555 มีแอบรู้เรื่องของหมาน้อยกับพี่จี แหม่ๆ
    #332
    0
  10. #331 fukumoji (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 8 พฤศจิกายน 2557 / 22:08
    #ทีมหมาจี รายงานตัวค่ะ


    เรายังเข้าข้างหมาจีเสมอ  ใครให้บีมไล่น้องเท็ดก่อนล่ะ!!
    #331
    0