[Yaoi] The Wills พินัยกรรมป่วนรัก by Lingbahh

ตอนที่ 18 : ตอนพิเศษไม่มีในเล่ม : พูดไม่คิด Ep.1 (พี่บีม VS หมาจี)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,817
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 17 ครั้ง
    13 พ.ย. 57



ก่อนอ่าน

1. ใครมีเล่มอยู่ในเมือ แนะนำให้อ่านจบก่อน ถึงจะเก็ทว่าเกิดอะไรขึ้นกับพี่บีมและหมาจี

2. ชามมาม่าเตรียมให้พร้อม

3. รู้จักพี่นทีและพี่โอมได้จากซีรีส์ขนาดสั้น The Office Rhyme นางเอ็กซ์มาก 
http://writer.dek-d.com/nabu-palace/writer/view.php?id=1070461

4. เนื่องจากเรื่องเป็นสิ่งที่สกิปไม่เขียนในเล่ม the wills ดังนั้นจึงมีรายละเอียดอื่นๆ งอกขึ้นมามากมายจ้ะ

5. เม้นก็ดี ไม่เม้นก็ได้ ส่ง inbox หรือไปโพสต์หน้า Timeline คุยกันก็ยินดีค่ะ เขียนสนองนี้ดให้ Blackbunny แห่งอาณาจักรไททัน >> 
http://writer.dek-d.com/sigel/story/view.php?id=819584










The Wills Special Chapter : พูดไม่คิด Ep.1











“เถอะน่า ลุง…นะนะ ขอผมเข้าทำงานที่ร้านนะครับ นะนะนะ”
 
          “สัญญาครับ สัญญาว่าจะไม่ก่อเรื่อง จะตั้งใจทำงาน จะเป็นพนักงานที่ดี
 
“เอ๋…ชวนผมไปดื่มเหรอ ผมคนเดียวด้วย?...อือ ไปก็ได้ ถ้าลุงพาผมไปส่งที่บ้าน"

          “ลุงก็อย่าทำตัวแก่สิ ทำแต่งานพักไปเที่ยวกับผมมั่งไม่เห็นเป็นไร  หุ้นตกไม่ตายหรอกน่า”

“เรียกลุงไม่ได้เหรอ...โห ไม่ได้หรอก อาจารย์พี่นายน่ารักจะตาย ใครจะไปเรียกลุง แต่ลุงก็คือลุง”

          “ลุงบีม เฮ้ อย่าบอกนะว่าโกรธที่เรียกแบบนี้ ไม่เอาน่าทำตัวเป็นเด็กไปได้”
 
"ลุง...ซุปนี่อร่อยจังเลย ลุงทำกับข้าวเก่งผิดหน้าตานะเนี่ย"
 
          "ไม่ชอบผัก แต่ชอบแครอท ชอบฟักทอง ชอบแตงกวา ไม่ชอบหมูติดมันแต่ชอบเบคอน....ลุงทำข้าวผัดให้กินหน่อย"

“ครับๆ พี่บีมก็พี่บีมครับ — เหย อะไรกัน อุตส่าห์เรียกพี่บีมแล้ว ยังจะมาไม่อยากให้ผมไปอ้อนพี่นายอีกเหรอ ขอเยอะไปแล้ว แฟนเฟินก็ไม่ใช่”

          “หือ เป็นแฟนเหรอ...สำคัญมากหรือเปล่า คบกันไปอย่างนี้ไม่เห็นเป็นไรนี่”

“คีย์การ์ดที่ห้อง? ให้ผมเก็บไว้เหรอ เอาจริงอะ (ยิ้ม)”
 
          “ตาลุง...หื่นชะมัด (ก้มหน้างุดๆ) อย่าทิ้งรอยไว้นะ เดี๋ยวคนอื่นเห็น พวกสามคนนั่นล้อตายเลย"

“พี่บีม...เอ่อ...ผมเก็บชุดนักศึกษาไว้ที่ห้องชุดนึงคงไม่ว่าไรใช่ไหม  บางทีกลับเข้าบ้านมาตอนเช้าแล้ว...เกรงใจแม่น่ะ”

          “ทำไมไปค้างด้วยไม่ได้ล่ะ...ทริปของบริษัทหรอกเหรอ ไม่เห็นบอกสักคำ”
 
"ผมไม่ชอบกลิ่นบุหรี่  พี่บีมเลิกเหอะ"
 
          "จูบแล้วขมๆ เลิกนะ ถ้าเลิกได้จะจูบทั้งวันทั้งคืนเลย"

“วันนี้ไม่อยากกลับบ้าน ไปหานะ...อื้อ...มีเรื่องไม่ค่อยดี...ยังไม่เล่าให้ฟังหรอก มากอดก่อนสิเดี๋ยวเล่า”

          “มีคนที่ผับมาชวนคุยล่ะ...หือ...ก็ไม่มีไรคุยด้วย เขาเลี้ยงเหล้า  อ้าว…หน้างอทำไมอะ ก็ยืนอยู่นี่ไง ไม่ได้ตามเขาไป”

“ก็ผม...ผมไม่มีสิทธิ์คุยกับคนอื่นเหรอ ทีพี่บีมยังคุยกุ๊กกิ๊กกับสาวๆ ที่ออฟฟิศได้เลย พูดจาแบบนี้ไม่ต้องมาให้เห็นหน้าเลย”
 
          “อย่าเพิ่งไปทำงานได้ไหม อยู่ด้วยกันอีกแป๊บนึง”
 
“ไม่ไปหาละนะ เชสเตอร์ชวนไปภูกระดึง”
 
          “ขอโทษครับๆ ลืมไปว่ารับปากกับพวกนั้นไว้แล้วว่าจะไปด้วยกัน...พี่บีมชวนพี่นายไปเที่ยวดิ พักผ่อนมั่ง"

“พี่นายน่ารักเนอะ... พี่ไม่คิดงั้นเหรอ เป็นเพื่อนกันมาตั้งนาน เท็ดมันโชคดีชะมัด”

          “วันนี้ไม่ต้องเฝ้าร้าน งั้นไปด้วยกันได้ไหม...ไม่ได้ไปไหนด้วยกันนานแล้ว...อื้อ...ครับ...อยากเจอ”

“คิดถึง  วันนี้ไปค้างนะ”
 
          “วันอาทิตย์ของผมหายไปไหนนะ...ให้ตายสิ! เพราะพี่คนเดียวเลย ยังจะมาอ้อนอีก ตาแก่นี่"

“พี่บีมๆ เห็นเข็มกลัดเนคไทผมบ้างไหม ไม่รู้ตกไปไหน  น่าจะอยู่ห้องพี่นะ...”
 
          “จะเลิกโทรมาได้ยัง”
 
“รำคาญ”
 
          “ถ้าว่าเท็ดดี้ก็ไม่ต้องมาคุยกัน  ผมไม่คุยด้วย”
 
“ไม่ต้องมาหาที่บ้านหรอก เสียเวลา  ผมไม่คิดจะคุยกับพี่อีก"

             “ไปค้างด้วยสองสามครั้งไม่เรียกว่าคบกันหรอก"
 
 
เขาสะดุ้งลืมตาโพลงขึ้นมาที่สิ้นสุดประโยคนั้น เขาพบความจริงสองสิ่ง
 
1. สิ่งที่ไม่เคยเป็นของเขา มันย่อมไม่เป็นของเขา แม้กระทั่งความทรงจำก็ไม่ได้เป็นของเขา
2. เขาควรรีบไปทำงาน วันนี้วันศุกร์สิ้นเดือน
 
อ้อ มีข้อสามด้วย
 
3. ดาวน์โจนส์ตก แนสแด็กร่วง ดัชนีหั่งเส็งแดงติดกันมาสามวันแล้ว ข่าวร้ายเต็มไปหมด.... วันนี้หุ้นตกแน่นอน
 

:::::::::::::::::::::::::


16.15 น. เย็นวันศุกร์แห่งชาติ....

พายุฝนรุนแรงสาดเข้ากับกระจกอาคารสูงเสียดฟ้าจนได้ยินเสียงกระจกสั่นสะเทือนดังกึกๆ  เครื่องปรับอากาศแบบท่อที่มีสายลมเย็นพวยพุ่งออกมาจากฝ้าเพดานยิ่งทำให้บรรยากาศในห้องทำงานกว้างที่เต็มไปด้วยพนักงานแผนกกองทุนรวมกว่าสี่สิบชีวิตแทบแข็งตาย

กระนั้นดูเหมือนน้อยคนนักจะสนใจความเยือกเย็นภายในห้องที่ทำให้ผมต้องกอดอกตัวเองแน่น  รู้สึกหนาวจนไม่อยากจะเดินออกไปไหน  แฟ้มเอกสารที่ถูกสั่งให้นำมาส่งให้กับใครคนหนึ่งยังอยู่ในอ้อมกอดของผมที่ยืนมองทุกคนเงียบๆ สายตาของทุกคนในแผนกกองทุนรวมจับจ้องไปยังหน้าจอ LCD ขนาด 32 นิ้ว จำนวนแปดตัวที่แขวนไว้เหนือประตูห้องประชุม 1 ด้วยบรรยากาศโศกสลดกับกราฟสีแดงแสบตาของหน้าจอแสดงผลตลาดหุ้นไทยของวันนี้

“แย่ชะมัดเลย” เสียงที่คุ้นเคยบ่นออกมาอย่างหงุดหงิด  พลางถีบตัวเองขึ้นไปนั่งบนโต๊ะทำงานตัวที่อยู่ใกล้ ทั้งๆที่เจ้าของโต๊ะยังนั่งอยู่ ดวงตาคมกริบใต้แว่นสายตาเหล่มองแล้วจุดรอยยิ้มบางให้

“อ้าวบ่นอะไรครับคุณบุริศร์ เมื่อวานคุณช้อนถัวไปจนได้ราคาดีแล้วไม่ใช่เหรอ”

เจ้าของชื่อถอนใจแล้วลดเสียงลงจนแทบเป็นกระซิบ “กอง DIV ติดลบห้าอยู่พี่ โคตรซวยอะ ถึงลบแปดเมื่อไรสงสัยต้องปิดโต๊ะ  พี่ฮิมเอาผมตายแน่”  ว่าแล้วก็ทำตาเศร้า ดูน่าสงสารน้อยเสียเมื่อไร “พี่นทีสิ พอร์ตพุ่งทะลุเป้าทุกกองได้ข่าวแจกปันผลแทบจะเท่าราคา IPO แล้ว”

“ก็บอกให้มาอยู่ด้วยกันก็ไม่เชื่อ  ดื้อนักมักตกยาก” คนยิ้มสวยก็ยังยิ้มอยู่นั่น  ร่างสูงเพรียวใต้เชิ้ตทำงานเข้ารูปดูดีทุกองศาลุกจากเก้าอี้มายืนพิงโต๊ะของตัวเอง เอนตัวเข้าไปใกล้แล้วจงใจพูดอยู่ข้างหู  ปลายจมูกเกือบจะเฉียดเกือบสัมผัสแก้มขาวๆ ของพี่บีมไปนิดเดียว  “เปลี่ยนใจยังทันนะ พี่รอบีมอยู่”

…ผมมองภาพนั้นด้วยความรู้สึกปั่นป่วนในท้อง

เจ้าของรอยยิ้มแก้มบุ๋มเหล่มองคู่สนทนาแล้วเอียงคอให้หัวโขกกันดังโป๊ก “อย่ามากล่อมเสียให้ยาก พี่นทีเนี่ย...ได้ผมแล้วทิ้งแน่ๆ”

“ตอนนี้ยังไม่ได้ ก็อย่ารีบตีโพยตีพายน่า”

“ถ้ายอมให้แล้วเอาจริงปะ”

“คิดดีๆ อยู่กับพี่มีแต่ได้ พรุ่งนี้ขึ้นอยู่กับการวางแผนของวันนี้”

“พี่นที ผมขอร้องอย่ามาใช้คำพูดชักชวนซื้อกองทุนกับผม หุ้นตกจนตัวแห้งหมดแล้วครับ”

ทั้งสองคนมองตากันแล้วหัวเราะร่วน บทสนทนาเสไปคุยเรื่องอื่นแต่หูของผมไม่ได้ยิน...

ในสมองมีเสียงหวึ่งๆ เหมือนมีแมลงวันสักฝูงบินวนอยู่ในกะโหลก พูดเกินไปหน่อยสินะ ผมคิดว่ากำลังหูอื้ออยู่ต่างหาก  แค่เห็นพี่บีมยกมือไปปัดเศษผงที่ร่วงบนบ่ากว้างของคู่สนทนาแล้วก็จับเนคไทที่โผล่แพลมออกมาจากใต้ปกเสื้อให้ด้วย

พี่บีมยิ้มจนตาหยี ส่วนพี่นทีก็มองราวกับเชิญชวน... กระซิบกระซาบกันด้วยถ้อยคำหวานแล้วส่งยิ้มที่รู้กันเพียงสองคน  จีบกันท่ามกลางสายตาประชาชนแผนกกองทุนรวมครึ่งร้อยเนี่ยนะ ไม่รู้จักอายฟ้าดินกันบ้าง

พี่นทีขยับแว่นสายตาพูดช้าๆ แต่ชัดถ้อยชัดคำ “ลงทุนกับพี่ ปันผลดีระยะยาว มีกินจนตาย ก็น่าจะรู้ไม่ใช่เหรอคุณบุริศร์”

ผมแทบยั้งปากตัวเองไม่อยู่ ยังดีที่งับไว้ทันก่อนที่จะพูดอะไรออกไป

ลงทุนกับพี่ ปันผลดีระยะยาว! อยู่กับพี่มีแต่ได้! พี่รอบีมอยู่! คนหล่อๆ ตาคมๆ มาป้อแบบนี้ ขนาดผมเห็นแค่สามวันยังหวั่นใจแล้วพี่บีมถูกหว่านมานานแค่ไหนแล้ว...  ผมยิ่งคิดยิ่งร้อนใจ

“ผมขอเวลาคิดอีกหน่อยน่า...พี่นทีรอผมอีกหน่อยได้ไหม” คุณบุริศร์ของพี่นทีถามเสียงอ้อน สายตาวิบๆ แบบนั้นที่มองแล้วเขินจนแทบดิ้นตาย 

พี่นทีเหล่มองอย่างไว้ตัว ทำท่าครุ่นคิด ปลายนิ้วเรียวสวยเคาะกับโต๊ะราวกับดีดลูกคิด
 
“ถ้าอุตส่าห์ขอร้อง จะรอจนนาทีสุดท้ายก็ได้  แต่ถ้ายังไม่ตัดสินใจจะรวบหัวรวบหางแล้วนะ”  ผมฟังคำตอบพร้อมกับอาการปวดหัวจี๊ดขึ้นมา

กัดปากตัวเองไว้อีกครั้ง... ผมมันไม่มีสิทธิ์พูดอะไร

เฮ้อ…พี่นทีเล่นรุกเอาๆ ด้วยตาหวานๆ ยิ้มน้อยๆ ปรายตามองเชิญชวน คำพูดสองแง่สองง่ามที่มีให้พี่บีมคนเดียว  ถ้าพี่บีมเผลอจะถูกจับปล้ำไหมนะ...

พี่บีมก็อีกคน…นี่คุยกับใครอยู่ไม่รู้ตัวหรือยังไง สายตาระยับแพรวพราวที่ซ่อนอยู่ใต้แว่นนั้นมันพร้อมจะขย้ำอยู่ทุกวินาที  ถอยออกมาเร็วๆสิ! ทำไมต้องทำให้ผมเป็นห่วงขนาดนี้ด้วยนะ!  นี่ถ้ารู้มาก่อนว่าสามเดือนที่หายไป พี่บีมต้องมาเผชิญกับหมาป่าดุร้ายกระหายเลือดจะไม่ทิ้งไว้หรอก

พี่บีมอมยิ้มจนเห็นลักยิ้มบุ๋มที่แก้ม ยิ้มแล้วหล่อนัก ทำงานก็เก่งไม่แพ้ใคร แต่จะให้ดี ช่วยหัดระวังตัวจากพวกไฮยีน่าหน้าสวยแถวๆ นี้บ้างสิ! พี่นทีเค้าจะจับพี่บีมกินแกล้มเบียร์แล้วนะ นี่ไม่รู้อะไรบ้างเลยหรืออยากจะแกล้งให้ผมเป็นบ้ากันแน่

ถ้ารู้อย่างนี้...

“สองคนนี้แอบมายืนจีบกันอีกแล้ว  วีคลีพอร์ตพร้อมหรือยัง ห้าโมงครึ่งพี่ฮิมเรียกพบทุกคน” อยู่ๆ ก็มีคนโผล่มาจากด้านหลังเล่นเอาสะดุ้ง ผมหันไปมองเห็นว่าเป็นพี่โอม ผู้จัดการกองทุนอีกคนหนึ่งที่ผมไปทำงานด้วยมาสามวัน  ตาคนนี้มีนิสัยเสียคือมือไม้รุ่มร่ามจนใครๆ ก็รู้กัน แต่เห็นจะไวที่สุดก็เวลาโอบเอวพี่นทีนั่นล่ะ เห็นโดนด่าด้วยสายตากี่ครั้งๆ ก็ไม่มีท่าทีจะหลาบจำ  ผมสงสัยว่าสองคนนี้คงมีซัมติงอะไรกันมานานแต่กาลก่อนเป็นแน่

แต่เรื่องพี่โอมชอบแตะๆ จับๆ พี่นทีมันจะไปสำคัญกว่าการที่พี่นทีชอบมาทั้งหว่าน ทั้งจีบ ทั้งอ้อนพี่บีมได้ยังไงล่ะ คนเขารู้กันทั้งฟลอร์แล้วว่าคุณนทีกำลังคั่วคุณบุริศร์อยู่

นี่ขนาดผมเพิ่งเข้ามาทำงานที่ออฟฟิศนี้ได้แค่สามวันนะ ยังรู้เลยว่าเกิดอะไรขึ้นกับชั้นสามสิบสามนี้   ถ้าไม่เห็นกับตาก็คงไม่รู้เลยว่า...ข่าวลือนั่นจืดชืดกว่าของจริงเยอะ

“เราน่ะ มายืนแอบอะไรอยู่ตรงนี้  พี่ฝากเอกสารนี้ให้พี่น้ำตั้งนานแล้ว ยังกอดอยู่อีก” พี่โอมหันมาดุผมแล้วดึงออกมาจากหลังเสา....

ตอนนั้นเองที่สายตาของเราได้ประสานกัน พี่บีมมีสีหน้าอึ้งๆ ส่วนพี่นทีเลิกคิ้วสูง “หือ เด็กฝึกงานเหรอพี่โอม”

“เอ่อ ฝ่ายบุคคลเขาฝากเด็กมาฝึกงานคนนึง จะให้ลงที่ไหน ทีมของน้ำ---“

“นที!”

“โอเค ทีมของนที หรือ ทีมของบีม”

ผมกลืนน้ำลายเอื้อก แล้วยกมือไหว้ทั้งสองคนด้วยรู้มารยาททั้งๆ ที่ความจริงอยากเอากำปั้นเหวี่ยงใส่ตาแว่นเคี้ยวหญ้าอ่อนนี่ให้แว่นหัก!

“สวัสดีครับ ชื่อ…จิระ ครับ”

“หน้าตาน่าเอ็นดูเชียวแฮะ  ลูกครึ่งเหรอ”

ผมพยักหน้า “ครับ” ครึ่งอะไรก็ไม่น่าสนเท่านิสัยครึ่งคนครึ่งปอบอย่างพี่นทีแน่ๆ คนอะไร! เอะอะจะกินตับเพื่อนร่วมงาน

เมื่อเลื่อนสายตามา  ผมพบว่าพี่โอมมองเราอยู่ ผมทำไม่รู้ไม่ชี้พี่โอมจึงพูดต่อ “คนนี้ พี่บีม บุริศร์  ส่วนทางนี้ พี่น---นที”

คุณบุริศร์...พี่บีมรับไหว้ผมด้วยสีหน้าลำบากใจ  ผมรู้สึกอยากหายตัวไปเสียจากตรงนี้จริงๆ เมื่อเจอสายตากระอักกระอ่วนใจแบบนี้  ก็จริงอยู่นะว่าผมเป็นฝ่ายทิ้งเขาก่อน...แต่ไม่เห็นจะต้องทำหน้าแบบนี้นี่หว่า!
 
ทว่า พี่บีมกลับปรับสีหน้าเร็วเกินคาด นั่นน่าจะเป็นครั้งเดียวเท่านั้นที่เขาสบตากับผม  หลังจากนั้นสายตาวิบๆ วับๆ ที่เคยมีให้แต่ผมก็มองผ่านเลยไปราวกับผมไม่ได้ยืนอยู่ตรงนั้น

“ปกติแผนกกองทุนไม่ค่อยมีเด็กฝึกงานตกมาถึงมือนี่ครับ ทำไมปีนี้ HR ใจดีจัง” พี่บีมถามพี่โอม  น้ำเสียงปกติ  มือของพี่บีมอยู่ห่างจากมือของพี่นที...สองนิ้วกับห้ามิลลิเมตร

“อ๋อคือมีเรื่องผิดพลาดนิดหน่อย ทาง HR เขารับเด็กฝึกงานมาเกิน ช่วงที่พี่หนิงลาคลอดกับที่พี่จุ๊มารับช่วงต่อแทน เอกสารของเด็กคนแรกหาย พี่จุ๊เลยไม่รู้ รับจิระมาเพิ่ม  พอมาจ๊ะเอ๋กันที่ออฟฟิศ เขาเลยส่งเด็กคนแรกไปช่วยที่ชั้นหนึ่ง ตรงแผนกแลกเปลี่ยนเงินต่างประเทศ   ส่วนจิระเลยให้มาอยู่ที่นี่แทน  แต่ทางพี่มีเด็กแล้วน่ะ ช่วยกันหน่อยสิ นทีมีงานเยอะมากเลยนี่ช่วงนี้ รับน้องไปช่วยหน่อยดีไหม”  พี่โอมตอบสบายๆ ตบไหล่ของผมหนักๆ พี่นทีกอดอกท่าทางครุ่นคิด

ตาแว่นนี่ หน้าตาดีก็จริงแต่ให้ความรู้สึกเหมือนอาจารย์พระนายเวอร์ชั่นเขี้ยวเล็บเยอะกว่าเจ็ดสิบเท่าและน่ารักน้อยกว่า 50%

“ว่าไง จี ถ้าเจ้าสองคนนี้ไม่เลือก งั้นเราเลือกแทนก็ได้”

“แล้วแต่ละทีมต่างกันยังไงล่ะครับ” ผมถาม ตอนนี้รู้แค่ว่าทั้งสองคนเป็นผู้จัดการกองทุน ที่ทำงานคนละทีม  

“ความแตกต่างก็คือ ถ้าอยู่ทีมพี่บีม ทางซ้ายคนนี้...ใจดี ใจกว้าง ไม่จุกจิก ไม่เรื่องมาก อยู่ด้วยกันพี่ๆ น้องๆ แต่อาจจะลำบากหน่อย เพราะชอบมีคนมาวอแวไม่เลือกเวลา” ว่าแต่ก็ปรายตามองคนที่ว่านั่นอย่างกวนๆ “ส่วนถ้าอยู่ทีมพี่นที ทำงานเป็นเป็นไก่ ชีวิตถูกจิกยิกหาความสงบมิได้ งานเยอะไม่พอยังมีหน้าที่ต้องลงไปซื้อสตาร์บัคส์ให้ด้วยทุกวันด้วย”

พี่นทีค้อนขวับด้วยสายตา  “พี่โอม ไม่พูดก็ไม่ตายนะเนี่ย”

ผมใจไม่ดี พยายามยืนนิ่งๆ เจี๋ยมเจี้ยมที่สุดแล้ว  อยากอยู่ใกล้ก็ใช่ ไม่อยากอยู่ใกล้ก็ใช่ พี่บีมจะคิดยังไงในเมื่อ... เฮ้อ ผมมันปากแข็ง ทั้งๆ ที่คิดถึงอยู่ทุกเมื่อเชื่อวันแต่กลับไม่กล้ายกเลิกการบล็อคโปรแกรมแชท ที่บล็อกพี่บีมไว้คนเดียว
 
พูดตรงๆ คือ ตอนที่รู้ว่าได้ฝึกงานที่ธนาคารนี้น่ะไม่เท่าไร แต่พอได้เห็นหน้าใกล้ๆ อีกครั้งแล้ว...ผมไม่ปฏิเสธหรอกว่าอยากให้พี่บีมเลือกใจจะขาด

“พี่โอม คือว่าทีมผมมีเด็กฝึกงานแล้วอะพี่ น้องมันก็ขยันดีด้วย”

“อ้าว! ปีนี้เด็กฝึกงานเยอะชิบ”

พี่บีมทำหน้าพยักเพยิดไปยังนักศึกษาหนุ่มรุ่นราวคราวเดียวกับผมที่ง่วนอยู่กับเครื่องถ่ายเอกสารด้านนอกห้องกระจก ผมมองตาม... โห หน้าตาดีด้วย แก้มป่อง จมูกเชิด ตาโต  
 
“เด็กคนนั้นชื่อ จีรพัส   จีเป็นลูกชายของกรรมการบอร์ด พี่สุเมธน่ะ  มาทำกับทีมผมได้อาทิตย์กว่าแล้ว มหาวิทยาลัยของเขาปิดเร็ว น้องมันขยันมากเลยนะ มาเช้า กลับช้า ตั้งใจทำงานมากด้วย ช่วยได้เยอะเลย  งั้นคนนี้ยกให้พี่นทีไปดีกว่า คงได้เรียนรู้อะไรบ้างล่ะ ในทีมมีแต่คนเก่งๆ”
 
ผมเหวอ  ทำหน้าไม่ถูกเลยที่ถูกเจ้าตัวเขี่ยออก ราวกับเป็นลูกฟุตบอลส่วนเกินของสนาม

“จีรพัสชื่อเล่นว่า จี เหรอ เจ้านี่ก็ชื่อ จี”

ผมหน้าเสีย  ลูกชายกรรมการบอร์ดธนาคาร  คงใช้เส้นเข้ามาฝึกงานสินะ..เออ...มีเงินใส่นาฬิกาโอเมก้าสปีดมาสเตอร์ด้วย

ราวกับจะรู้ตัวว่าตกเป็นเป้าของการสนทนาอยู่ หมอนั่นหันมามองหน้าพี่บีมแล้วยิ้มให้ผ่านกระจก.... เป็นคนไทยแท้ๆ ที่หน้าตาดีไม่ใช่เล่นเลย  ปากนิดจมูกหน่อยยิ้มง่ายแบบนี้พี่บีมชอบนักล่ะ 
ผมก็เคยเป็นแบบนั้น...แต่ไม่ได้อยู่ตรงนั้นอีกแล้ว

พี่นทีมองผม ผมคงทำท่าเหมือนหมาหลงมั้ง จึงสีหน้าอ่อนโยนขึ้น “งั้นจิระมาช่วยงานทีมพี่ก็แล้วกัน ขอแรงหน่อยนะ”

“แล้วไปช่วยพี่นที ผมต้องทำอะไรบ้างครับ”

หัวหน้าทีมกอดอก ทำท่าคิดหนัก “ทำให้พี่บีมเป็นของพี่ให้ได้”

ผมขอสารภาพว่า นาทีนั้น....รู้สึกอยากโดดออกนอกหน้าต่างชั้นสามสิบสามแล้วโหม่งโลกเสียเดี๋ยวนั้นเลย

พี่นทีกับพี่โอมคงรู้ทันกัน ทั้งสองคนหัวเราะให้กันอย่างมีเลศนัยแต่ผมก็ถูกหัวหน้าทีมคนใหม่ลูบหัวปลอบใจ  “ล้อเล่นน่า ใครจะให้ไปทำอะไรแบบนั้น ทีมพี่มีอะไรให้อยากสอนตั้งเยอะแยะ”

“เช่น แท็กติกการช้อนผู้จัดการของกองอื่น”

“ไม่ใช่แล้ว ของแบบนั้นมันขึ้นกับเทคนิคส่วนบุคคล พี่โอมรีบกลับไปทำงานเถอะครับ พี่ฮิมรอแย่แล้ว”

บทสนทนาพาเราไปที่อื่น แล้วพี่นทีก็พาผมไปแนะนำกับคนอื่นๆ ในแผนก สาวๆ กรี๊ดกร๊าดกันใหญ่กับหน้าตาลูกครึ่งญี่ปุ่นดูน่ารักน่าชังของผม

แต่คนที่ผมอยากให้กลับมาสบตากันเต็มๆ ตาอีกครั้งกลับไม่แม้แต่จะแล... น่าเศร้าชะมัดยาด

อ้อ อย่างน้อยวันนี้ก็ยังมีเรื่องดี  คือผมได้มารู้ทีหลังว่า จริงๆ แล้วพี่นทีกำลังจะย้ายไปทำงานที่ธนาคารอื่น (เป็นความลับที่ปิดกันให้แซด) และกำลังมุ่งมั่นที่จะ “ได้” พี่บีมมาร่วมทีม ไม่ได้หมายความอะไรลึกซึ้งน่าหวาดเสียวไปกว่านั้น ผมค่อยหายใจหายคอโล่งหน่อย

แต่ว่า...สายตาวิบๆ วับๆ ใต้แว่นสายตานั่นก็ยังวางใจไม่ได้อยู่ดี ถึงเวลาแล้วสินะที่ผมต้องทำอะไรสักอย่างเพื่อป้องกันพี่บีมให้พ้นคมเขี้ยวไฮยีน่าที่ชื่อนทีให้ได้!


 :::::::::::::::::::: TBC 



TALK : มุมมองของหมาจีนี่.....พี่นทีเป็นไฮยีน่าเลย

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 17 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

474 ความคิดเห็น

  1. #433 ติ่งฮาร์ดคอ (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 19 พฤศจิกายน 2559 / 21:31
    ตลกจี ทำไมน่ารัก5555555555
    #433
    0
  2. #412 AreeYong (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 20 ธันวาคม 2557 / 23:39
    แอบฮาตรง ครึ่งคนครึ่งปอป อ้ะ 555555
    คิดได้ไงย้า 
    #412
    0
  3. #316 อุ้ม (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 2 พฤศจิกายน 2557 / 01:34
    ฮือๆๆๆ คุณกี้จ๋าา กราบกรานรีบกลับมาแต่งต่อเร็วๆนะคะ ชอบมากกกกก ❤️❤️❤️👍👍👍
    #316
    0
  4. #315 uknowvry (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 30 ตุลาคม 2557 / 19:34
    น้องจี...ไฮยีน่าไม่ถูกนะ....เสือดาวป่าวค้าบ เสือดาวชัดๆ
    #315
    0
  5. #314 Oum Pawinee (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 30 ตุลาคม 2557 / 07:10
    คิดถึงพี่นที~ ลุ้นพี่บีมกะน้องจี ปล. ขอตอนพิเศษของพี่น้ำด้วยได้ไหมค่ะ คิดถึง~
    #314
    0
  6. #313 pote16 (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 29 ตุลาคม 2557 / 22:32
    ตอนอ่านในเล่มจบคาใจคู่นี้มากค่ะ กำลังรออยู่เลย
    ทีแรกโกรธจีแทนพี่บีมนะ จีรักเพื่อน เข้าข้างเพื่อนได แต่พอพี่บีมทำบ้าง กลายเป็นว่าผิดมหันต์ 
    แต่ความจริงแล้วจีก็คงรู้สึกผิดกับพี่บีมสินะ แค่ปากแข็ง ทำเป็นโกรธ
    ใจนึงก็เชียร์ให้พี่บีมไปมีจีคนใหม่ อีกใจก็เชียร์ให้กลับมาดีกัน เพราะชอบความอ้อล้อของหมาจีมาก
    และคิดว่าพี่บีมก็น่าจะยังรักจีอยู่ เอาเป็นว่าลุ้นให้คืนดีกันนะคะ ลุงบีม x จี
     
    ปล.เวลาจีอ้อนลุงบีมโคตรน่ารักเลย โดยเฉพาะตอนบอกให้เลิกบุหรี่ เพราะจูบแล้วขม เลิกได้จะให้จูบทั้งวันเลย
    อ่านประโยคนี้แล้วเขินแทนเลย
    #313
    0
  7. #311 Mslcur (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 29 ตุลาคม 2557 / 19:13
    ว้าย ว้าย ว้าย

    คววามคิดจีน่ากลัวมากกกกก 55555555555555
    #311
    0
  8. #310 Hazel_nut (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 29 ตุลาคม 2557 / 16:01
    แอ๊ก!!! นึกว่าจะทิ้งให้พี่บีมกับหมาจีไม่คืนดีกันเสียอีก ปริ่มค่ะที่มีตอนพิเศษแบบนี้ จะรอน้าาา
    #310
    0
  9. #309 หนองโพยานๆ (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 29 ตุลาคม 2557 / 11:44
    ปั๊กจีปากแข็งอ่าาาาาาาา
    บอกไปเลยยย กรี้ด   หุหุหุ
    #309
    0
  10. #308 fukumoji (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 29 ตุลาคม 2557 / 11:20
    คุณนทีของอิชั้น เริ่ดเช่นเคย

    สมน้ำหน้าบีมจริงๆนะ ทำตัวเป็นเด็ก เพื่อนเราเกลียดใครทะเลาะกับใครเราเกลียดด้วย
    แทนที่จะมีเหตุผลให้สมเป็นผู้ใหญ่

    เหอๆ ให้คุณนทีสอนวิธีปั่นหัวให้น้องจีหน่อยได้มั้ยค่ะ
    #308
    0
  11. #307 shikyu (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 29 ตุลาคม 2557 / 11:15
    รีเทิร์น!!
    #307
    0