เล่ห์รักซาตาน

ตอนที่ 3 : ตอนที่ 3 ซาตานเจ้าเล่ห์(100%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 17,499
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 100 ครั้ง
    10 มี.ค. 58

 

ตอนที่ 3

ซาตานเจ้าเล่ห์

 

เมื่อหายจากอาการอึ้งแล้วทั้งสองคนก็อุทานออกมาเป็นเสียงเดียวกัน

“ป้านิ่มคะ // ป้านิ่มครับ” ในขณะที่ป้านิ่มเดินอยู่ด้านล่างนั้นก็ได้ยินเสียงเอะอะโวยวายเหมือนคนทะเลาะกันดังมาจากข้างบน จึงรีบเดินขึ้นมาดู และสังเกตเห็นว่าเสียงมันดังออกมาจากห้องคุณหนูของเธอ ป้านิ่มจึงรีบเปิดประตูห้องตรงหน้าเข้าไปทันทีโดยไม่ได้เคาะให้จังหวะเหมือนอย่างเคย เมื่อเปิดประตูเข้าไปแล้วเห็นภาพตรงหน้า เธอก็ต้องอึ้ง เพราะภาพที่เธอเห็นคือ คุณหนูของเธอนุ่งกางเกงในเพียงตัวเดียว มีหนูดาอยู่ในอ้อมแขนในสภาพที่ไม่แต่งต่างกัน คือหัวหูกระเซอะกระเซิง ปากบวมเจ่อ ไม่ต้องบอกก็รู้ว่า ทั้งสองคนทำอะไรกันมา

“เอ่อ ป้านิ่มคะ มันไม่ใช่อย่างที่ป้านิ่มคิดนะคะ” นาฏลดารีบเอ่ยปากบอกป้านิ่ม เมื่อเห็นสายตาสงสัยของหญิงสูงวัย แต่ป้านิ่มก็ไม่ได้สนใจเสียงเรียกของเธอ ตอนนี้สายตาของป้านิ่มจับจ้องไปที่ร่างของชายที่ยืนอยู่ข้างๆ เธอ เธอสังเกตเห็นว่าน้ำตาของป้านิ่มมันรื้นขึ้นมาขังคลออยู่ในหน่วยตา เตรียมจะหยดแหล่มิหยอดแหล่ สักพักเธอก็ได้ยินเสียงป้านิ่มเอ่ยกับชายคนนั้นออกไปว่า…

“คุณหนู คุณหนูของนิ่ม กลับมาตั้งแต่เมื่อไรคะเนี่ย ชอบทำให้คนอื่นตกใจอยู่เรื่อยเลย กลับมาก็ไม่บอกไม่กล่าวอีกแล้ว” ไม่พูดเปล่าป้านิ่มยังเดินเข้าไป สวมกอดชายตรงหน้า พร้อมๆ กับน้ำตาที่รินไหลออกมาอาบแก้มทั้งสองด้วยความดีใจ ภาพดังกล่าวทำให้นาฏลดาถึงกับอึ้งซ้ำสอง

“คุณหนู ป้านิ่มเรียกคนโรคจิตคนนี้ว่าคุณหนูหรือคะ นี่อย่าบอกนะว่า...นายคือ” นาฏลาดเกิดอาการอึ้งตะลึงงัน หันไปส่งสายตาเป็นคำถามให้ป้านิ่ม แต่คนที่ตอบกลับมากลับเป็นปริเยศแทน

“ใช่ ฉันนี่แหละ คุณหนูหรือนายน้อยของบ้านหลังนี้ เธอทำฉันแสบนักนะ เธอเจอดีแน่ แม่ตัวแสบ”

“เฮ้ย นี่มันอะไรกันเนี่ย ป้านิ่มคะหนูดางงไปหมดแล้ว ก็ไหนบอกว่าคุณหนูจะกลับมาอีกสองอาทิตย์ไงคะ แต่เนี่ย”

“ทำไมฉันอยากจะกลับมาก่อนกำหนด แล้วมันหนักหัวเธอรึยังไง ยัยตัวแสบ”

“กล้าดียังไงมาเรียกฉันว่ายายตัวแสบ นายก็เหมือนกันแหละ ไอ้คนโรคจิต ชอบแต๊ะอั๋งผู้หญิง ฉันเกลียดคนอย่างนายที่สุด”

“ฮึ แต่ฉันชักชอบเธอชึ้นมาซะแล้วสิ ปากอย่างนี้ มันน่า...อีกสักทีดีไหม”

“เชอะ อย่าหวังว่าฉันจะยอมนายอีกต่อไป ฉันจะไม่ยอมให้นายมาทำกับฉันแบบนั้นอีกแน่ๆ”

“ฮึ แล้วฉันจะคอยดู ยัยตัวแสบ”

“เชอะ นายโรคจิต” ทั้งสองคนยังคงยืนเถียงกันไปมา จนป้านิ่มที่ยืนอยู่ตรงกลาง ถึงกับสงสัยขึ้นมาทันที มันเกิดอะไรขึ้นในห้องนี้ และทั้งสองคนรู้จักกันแล้วเหรอ ไม่รอช้าป้านิ่มก็เอ่ยถามออกไปเพื่อหาความกระจ่างให้ตัวเอง

“เอ่อ คุณหนูคะ หนูดา นี่ทั้งสองคนรู้จักกันแล้วเหรอคะ”

“ไม่ค่ะ // ไม่ครับ” ทั้งสองคนตอบออกมาพร้อมๆ กัน และต่างฝ่ายต่างก็ขยันส่งสายตากินเลือดกินเนื้อให้แก่กัน

“อ้าว สรุปว่ามันยังไงกันแน่คะเนี่ย เอ่อ แต่ตอนนี้ ป้านิ่มว่า คุณหนูไปใส่เสื้อผ้าให้เรียบร้อยก่อนดีไหมคะ นิ่มเห็นแล้วยังอายแทนเลย” ป้านิ่มรีบเอ่ยเตือนปริเยศเมื่อเห็นสภาพของชายหนุ่มตรงหน้า ที่ทำเอาสาวแก่อย่างเธอถึงกับอายแทน เมื่อปริเยศได้ฟังคำพูดของป้านิ่มเขาก็ก้มลงดูตนเอง แล้วก็ร้องออกมาอย่างตกใจ

“เฮ้ยยย ขอโทษครับป้า ปาล์มจะไปเปลี่ยนชุดเดี๋ยวนี้ล่ะครับ” แต่ในระหว่างที่เขาก้าวเท้ากลับหลังหัน ก็รู้สึกเจ็บและจุกบริเวณท้องขึ้นมาอีกครั้ง จนเผลอสูดปากออกมาด้วยความเจ็บ

“โอ๊ยยย” เมื่อป้านิ่มได้ยินเสียงที่ร้องด้วยความเจ็บปวดของคุณหนูของเธอ ก็ตกใจรีบถลาเข้าไปประคองตัวของคุณหนู และเอ่ยถามออกไปด้วยความเป็นห่วง

“คุณหนูของนิ่มเป็นอะไรคะ เจ็บตรงไหนหรือเปล่า ตายแล้ว ใครทำคุณหนูแบบนี้คะเนี่ย ดูสิตาบวมปูดเชียว นี่ถ้าคุณผู้หญิงรู้ละก็แย่แน่ๆ เลย” เมื่อนาฏลดาได้ฟังคำพูดของป้านิ่มก็หน้าเสียขึ้นมาทันที เพราะเธอเองที่เป็นสาเหตุของรอยฟกช้ำบนใบหน้าของคุณหนู

ก็นายนั่น อยากมาแต๊ะอั๋งเธอก่อนทำไมล่ะ เจอแค่นี่มันยังน้อยไป ฮึเมื่อปริเยศเห็นว่ามีคนเข้าข้าง เขาก็รีบเอ่ยปากออดอ้อนพี่เลี้ยงของตนเองโดยเร็ว

“นั่นสิครับป้านิ่ม เนี่ย ปาล์มเจ็บมากเลยครับ เดินก็เกือบจะเดินไม่ไหวแล้ว  ปาล์มอ่ะนอนของปาล์มอยู่ดีๆ บนเตียง แต่มีใครก็ไม่รู้เดินเข้ามาในห้อง ปาล์มก็แค่จะเข้าไปถามว่าเธอเป็นใคร เข้ามาในห้องปาล์มได้ยังไง แต่ยังไม่ทันเอ่ยถามเลยครับป้านิ่ม ยัยนี่ก็ต่อยปาล์มทันทีเลยครับ เท่านั้นยังไม่พอ ยังมากระแทกกล่องดวงใจของปาล์มอีกนะครับ ไม่รู้ป่านนี้ มันจะเป็นยังไงบ้าง คงจะเขียวช้ำน่าดู ฮืออ ปาล์มเจ็บครับป้านิ่ม ป้านิ่มต้องจัดการให้ปาล์มนะครับ ไม่งั้นปาล์มไม่ยอมด้วย ปาล์มจะฟ้องแม่หนูภาเลย คอยดูสิ” ปริเยศยังคงพร่ำต่อไป และพยายามบีบน้ำตาออกมาให้ดูน่าสงสารที่สุด ซึ่งมันก็ได้ผลจริงๆ เพราะป้านิ่มเป็นคนรักคุณหนูของเธอมาก เมื่อรู้ว่าคุณหนูเจ็บเธอก็รู้สึกเจ็บตามขึ้นมาทันที เธอจึงเอื้อมมือเข้าไปดึงตัวของปริเยศเข้ามากอดและเอ่ยปลอบ เหมือนเมื่อสมัยที่คุณหนูของเธอยังคงเป็นเด็กชายตัวน้อยๆ อยู่

“โอ๋ๆๆ คุณหนูของนิ่มอย่าร้องนะคะ ใครคะ ใครมันบังอาจมาทำร้ายคุณหนูคะ เดี๋ยวนิ่มจัดการให้เองค่ะ ไม่ต้องให้ถึงมือคุณผู้หญิงหรอกค่ะ ใครคะคุณหนูบอกนิ่มมาสิคะ”

“ก็...” ปริเยศเหลือบสายตาไปมองทางที่นาฏลดายืนอยู่ เมื่อป้านิ่มเห็นดังนั้นก็มองตาม เมื่อเธอเห็นว่าใครเป็นตัวการทำให้คุณหนูของเธอเจ็บ เธอก็ร้องออกมาอย่างตกใจ

“ห๋า หนูดาเนี่ยนะเหรอคะที่ทำคุณหนู เอ่อ เป็นไปไม่ได้ค่ะ มันต้องมีอะไรเข้าใจผิดกันแน่ๆ เลยค่ะ ใช่ไหมจ๊ะหนูดา”

“เอ่อคือว่า...” นาฏลดายังพูดไม่ทันจบ ปริเยศก็พูดแทรกขึ้นมาซะก่อน

“ฮืออ ปาล์มเจ็บครับป้านิ่ม นี่ไม่รู้ว่าจะเดินไหวหรือเปล่าป้านิ่มต้องช่วยปาล์มนะครับ นอกจากพ่ออเล็กส์ แม่หนูภาแล้ว ปาล์มก็มีป้านิ่มคนเดียวนี่ล่ะครับ ที่ยังรักปาล์มอยู่” ปริเยศยังใช้น้ำเสียงออดอ้อนป้านิ่มของเขาไม่เลิก นาฏลดาได้ฟังถึงกับเบ้ปากออกมาอย่างหมั่นไส้ ป้านิ่มก็อีกคน ไปหลงคารมนายนั่นได้ยังไง โกหกกันชัดๆ

“เอ่อ ไม่เป็นไรนะคะคุณหนู หนูดาแกคงเข้าใจผิดอะไรนิดหน่อยน่ะค่ะ เดี๋ยวป้านิ่มดุให้เองค่ะ คุณหนูอย่าไปโกรธแกเลยนะคะ”

“แต่ว่า ป้านิ่มครับ...” ปริเยศเตรียมจะพูดหาเรื่องนาฏลดาต่อ นาฏลดาทนฟังไม่ไหว จึงเอ่ยแทรกขึ้นมา

“ป้านิ่มคะ หนูดาว่าหนูดาขอตัวลงไปด้านล่างก่อนดีกว่าค่ะ ไม่อยากอยู่แถวนี้นานๆ รู้สึกอยากจะอ๊วกขึ้นมาซะให้ได้” นาฏลดาเบ้ปากอย่างหมั่นไส้ส่งไปให้ปริเยศ และทำท่าเหมือนจะอาเจียนออกมาจริงๆ ส่วนปริเยศเมื่อเห็นท่าทาง ของหญิงสาวก็หน้าตึง แต่สักพักเขาก็ยิ้มเยาะเย้ยส่งกลับไปให้นาฏลดาทันที

“อ้าวหนูดาจะไปไหนล่ะจ๊ะ ทำความสะอาดห้องเสร็จแล้วเหรอ”

“ก็เสร็จแล้วล่ะค่ะ เหลืออีกนิดหน่อยเดี๋ยวค่อยมาทำวันหลังก็ได้ค่ะ วันนี้คงไม่สะดวกแล้ว อีกอย่างหนูดาจะได้ลงไปบอกคุณป้าหนูภาด้วยไงคะ ว่าคุณหนูกลับมาแล้ว” กลับมาพร้อมกับความเจ้าเล่ห์เต็มเปี่ยม อันหลังนาฏลดาแอบคิดกับตัวเองในใจ เมื่อร่างบางกำลังจะเดินออกไปจากห้อง ปริเยศก็ร้องโอดโอยขึ้นมาอีกครั้ง

“โอ๊ยยย ป้านิ่มครับ ปาล์มไม่ไหวแล้วครับ เจ็บปวดไปทั้งตัวเลยครับ”

“ตายแล้ว คุณหนูเจ็บตรงไหนบ้างคะ ไหนคะ บอกนิ่มมาสิคะ เดี๋ยวนิ่มดูให้ เอาอย่างนี้แล้วกัน หนูดาจ๊ะ หนูดามาช่วยคุณหนูแต่งตัวก่อนนะจ๊ะ เดี๋ยวค่อยลงไป เดี๋ยวป้าจะลงไปบอกคุณผู้หญิงก่อน จะได้ให้ท่านขึ้นมาดูคุณหนู บางทีอาจจะต้องพาไปโรงพยาบาลก็ได้ เฮ้อ คุณหนูนะคุณหนูมาวันแรก ก็เกิดเรื่องซะแล้ว คุณหนูใจเย็นๆ นะคะ อย่าเพิ่งร้องค่ะ เดี๋ยวนิ่มจะลงไปบอกคุณผู้หญิงเดี๋ยวนี้แหละค่ะ ให้หนูดาอยู่เป็นเพื่อนก่อนนะคะ” เมื่อป้านิ่มพูดจบ เธอก็เปิดประตูออกไปในทันที ทิ้งให้นาฏลดาอยู่ตามลำพังกับปริเยศอีกครั้ง

 เมื่อป้านิ่มเดินออกไปปริเยศก็เดินไปที่ตู้เสื้อผ้าและหาผ้าขนหนูมาพันกายส่วนล่างไว้โดยเร็ว นาฏลดาเห็นดังนั้น ก็รีบกลับหลังหันเพื่อจะเดินหลบออกไปจากห้องนี้ให้เร็วที่สุด แต่ทุกอย่างก็ไม่ได้เป็นดั่งใจคิด เพราะปริเยศตะโกนเรียกเธอไว้ซะก่อน

“เดี๋ยว เธอยังไปไหนไม่ได้ ไม่ได้ยินที่ป้านิ่มสั่งรึไง ว่าให้อยู่เป็นเพื่อนฉัน และให้ช่วยฉันแต่งตัวด้วย ไม่เข้าใจรึไง” เมื่อได้ฟังคำพูดของปริเยศ นาฏลดาก็หันกลับมา และแสดงสีหน้าไม่พอใจส่งไปให้ชายหนุ่มทันที

“อะไรกัน นายก็ไม่เห็นจะเจ็บตรงไหนรุนแรงเลย สำออยน่ะสิไม่ว่า แต่งตัวเองก็แล้วกัน ฉันไปล่ะ” นาฏลดากำลังจะผละออกไปอีกครั้ง แต่ปริเยศก็รีบเดินไปคว้าตัวเธอให้กลับเข้ามาข้างในอีกครั้งเช่นเดียวกัน

“ปล่อยสิ จะมาจับฉันไว้ทำไมเนี่ย ปล่อยเดี๋ยวนี้เลยนะ”

“ไม่ปล่อย มีอะไรไหม จนกว่าเธอจะไปช่วยฉันแต่งตัวเดี๋ยวนี้”

“ไม่ ฉันไม่ทำ นายมีมือมีเท้านี่นา ก็ทำไปเองสิ ตัวโตจะตายอยู่แล้วยังต้องให้คนอื่นช่วยเหมือนเด็กๆ ไปได้”

“ทำไม ถึงฉันมีมือมีเท้า แต่ฉันไม่อยากทำเอง มีอะไรไหม ไหนๆ เธอก็ไม่มีอะไรทำแล้วนี่ เธอก็จงมารับผิดชอบการกระทำของเธอซะ ดูนี่” ปริเยศใช้นิ้วชี้ตรงบริเวณเบ้าตาข้างที่ถูกนาฏลดาต่อยจนมันบวมปูดขึ้นมา

“อะไร รับผิดชอบอะไร ฉันไปทำอะไรให้นาย นายนั่นแหละ ควรจะมาขอโทษฉัน ที่นายมา...อึ๋ย” นาฏลดาไม่กล้าพูดคำว่าจูบออกมา เพราะเธอรู้สึกขยะแขยงจนขนลุกไปหมดทั้งตัว ส่วนปริเยศที่เห็นท่าทางของสาวเจ้าทำท่าขนลุกขนพอง ก็เอ่ยแซวขึ้นมาบ้าง

“อะไร ที่ฉันอะไร ทำไมไม่พูดให้จบล่ะยัยตัวแสบ แล้วที่ทำท่าแบบนั้นเนี่ยอย่าบอกนะว่าติดใจและก็ซาบซึ้งในรสจูบของฉัน แหมแล้วก็ไม่บอก พี่ปาล์มจะได้สนองให้อีกครั้งหนึ่ง ของชอบเลยล่ะ” พูดจบปริเยศก็ก้าวเดินเข้าไปหานาฏลดาอีกครั้ง ฝ่ายนาฏลดาเห็นท่าไม่ดีก็ก้าวถอยหลัง เดินหนีปริเยศไปเรื่อยๆ จนหลังของเธอแนบชิดติดกำแพงในที่สุด

“อย่า อย่า เข้ามานะ นายปาล์ม ไม่อย่างนั้น ฉันฟ้องคุณป้าหนูภาแน่ๆ อย่าเข้ามานะ” เธอพยายามร้องห้ามปริเยศ แต่เขาก็หาฟังเธอไม่ กลับก้าวเท้าเข้าไปหาเธอเรื่อยๆ จนไปถึงที่ที่นาฏลดายืนหลบอยู่ เขาเอาแขนทั้งสองข้างยันกำแพงไว้ โอบล้อมนาฏลดาให้อยู่ในวงแขนของเขา ร่างสูงก้มลงมองหน้านาฏลดา มองเลยไปยังริมฝีปากบางสีชมพู และมองต่ำลงไปเรื่อยๆจนไปหยุดลงที่หน้าอกอวบอิ่มของนาฏลดา ที่ถูกซ่อนอยู่ในเสื้อยืดสีชมพูซึ่งค่อนข้างพอดีตัวของเธอ ตอนนี้นาฏลดารู้สึกเหมือนถูกกักขัง และถูกลวนลามด้วยสายตาขึ้นมาอีกครั้งหนึ่ง เมื่อเห็นว่าสายตาของชายตรงหน้าหยุดอยู่ตรงจุดใด เธอก็รีบยกแขนขึ้นมากอดอกไว้ เพื่อปิดบังเจ้าสิ่งนั้น ให้พ้นจากสายตาหื่นกามของเขา เมื่อปริเยศถูกบดบังของสวยๆ งามๆ เขาก็นิ่วหน้า และมองสบสายตาของนาฏลดาด้วยความไม่พอใจ

“จะปิดทำไม มีของสวยงามอยู่กับตัว มันก็ต้องโชว์กันบ้างสิ” นาฏลดาได้ฟังคำพูดของชายหนุ่มก็ตวาดแหวออกมาอย่างเหลืออด

“ฉันไม่ได้หน้าด้านหน้าทนเหมือนนายนะนายโรคจิต ที่ชอบแก้ผ้าต่อหน้าสาวๆ น่ะ”

“เธอว่าใครโรคจิตฮ้า ยายตัวแสบ”

“ก็ใครล่ะ ที่ยืนแก้ผ้าอยู่ตรงหน้าฉันนี่ แถมนุ่งกางเกงในตัวเดียวอีก คิดว่าคนอื่นอยากจะดูหุ่นนายนักรึไง นายไม่อายผีสางเทวดาบ้างรึไง”

“ฮึ จะอายทำไม หุ่นเพอร์เฟ็คขนาดนี้ มีแต่คนชอบ และอยากดูล่ะสิไม่ว่า”ปริเยศพยายามโอ้อวดรูปร่างตัวเองเต็มที่

“แหวะ นอกจากบ้ากามแล้วยังหลงตัวเองอีก ฉันไม่อยากจะเชื่อเลย ว่านายจะเป็นลูกของคุณลุงอเล็กส์กับคุณป้าหนูภาจริงๆ ท่านทั้งสองออกจะเป็นคนดี แต่นายเนี่ย เฮ้อ…ฉันไม่อยากจะพูดเลย”

“อะไร ฉันทำไม พูดให้จบสิยายตัวแสบ แล้วเธอเป็นใคร มาอยู่ในบ้านฉันได้ยังไง แถมยังเรียกพ่อกับแม่ฉันว่าลุงกับป้าอีก ฮึ เธอเป็นใครกันแน่ยายตัวแสบ ฉันจำได้ ว่าฉันไม่มีญาติพี่น้องที่ขี้เหร่แบบเธอแน่นอน”

“ทำไมฉันจะเป็นใครมันไม่สำคัญ แล้วนายก็จะรู้เอง ตอนนี้ปล่อยฉันได้แล้ว ปล่อยเซ่” นาฏลดาพยายามผลักตัวปริเยศออกไป แต่ก็ไม่เป็นผลอยู่ดี

“ไม่ เธอเข้ามายั่วฉันถึงในห้องแล้ว แล้วคิดหรือว่าจะเหลือรอดกลับไป ห๋า แม่ตัวดี ฮ่าๆๆ” นาฏลดาได้ยินคำพูดของปริเยศก็โมโหขึ้นมาทันที

“นายปาล์ม!” นาฏลดาเตรียมง้างมือขึ้นมาจะตบหน้าของปริเยศ แต่ชายหนุ่มก็เอ่ยดักคอเธอขึ้นมาซะก่อน

“อ๊ะๆ อย่าคิดที่จะตบฉันเชียวนะ ฉันไม่ยอมให้เธอมาตบง่ายๆ หรอก เอาสิ หนึ่งตบแลกกับหนึ่งจูบ ถ้าเธอตกลงล่ะก็เชิญตบได้เลย” ปริเยศท้าทายนาฏลดาโดยการยื่นหน้าเข้าไปให้เธอ เตรียมพร้อมรองรับฝ่ามือของเธอเต็มที่ ฝ่ายนาฏลดาเมื่อได้ยินคำขู่ของปริเยศ เธอก็อึ้ง และลดมือลงวางข้างลำตัวทันที

“อ๊ะๆ ไม่แน่จริงนี่นายายตัวแสบ ฮ่าๆๆ” ปริเยศพูดพร้อมกับรวบตัวนาฏลดาเข้ามาในวงแขนของตัวเองและกอดไว้แน่นกว่าเดิม จนเธอไม่สามารถขยับตัวหนีไปไหนได้

“ปล่อยฉันเดี๋ยวนี้นะนายปาล์ม ฉันบอกให้ปล่อยเดี๋ยวนี้” นาฏลดาพยายามส่งสายตาจะกินเลือดกินเนื้อไปให้ปริเยศ แต่ปริเยศก็ส่งยิ้มเจ้าเล่ห์ตอบกลับมาให้เธอ

“ไม่ ฉันเปลี่ยนใจแล้ว ถึงเธอไม่ตบ แต่ฉันก็อยากจูบเธออยู่ดี”

“อ๊ายยย นายอย่าทำอะไรบ้าๆ นะ นายจะทำอะไรของนาย ไม่ ม.อุ๊ก อุ๊บ...” เสียงปฏิเสธของนาฏลดาเงียบหายไปในทันที กลายเป็นเสียงอึกอักขลุกขลักในลำคอมาแทนที่ ปริเยศไม่รอให้ฝ่ายหญิงปฏิเสธ เขาก้มหน้าลงไปประกบริมฝีปากของเขาเข้ากับริมฝีปากของเธอโดยเร็ว นาฏลดาพยายามอ้าปากจะร้องประท้วงให้เขาปล่อยเธอ แต่การกระทำดังกล่าว กลับเป็นการช่วยเปิดทางให้ปริเยศสามารถสอดแทรกลิ้นอันอ่อนนุ่มของเขาเข้าไปชิมความหวานในโพรงปากของเธอได้ง่ายดายยิ่งขึ้น เมื่อนาฏลดารู้สึกเหมือนมีอะไรยื่นเข้ามาในปาก เธอก็ตกใจ เผลอกัดลิ้นของปริเยศเข้าไปเต็มแรง จนปริเยศถึงกับสะดุ้งด้วยความเจ็บ และเผลอปล่อยปากนาฏลดาให้เป็นอิสระจนได้ เมื่อนาฏลดาถูกปล่อยเป็นอิสระแล้ว เธอก็ยกมือฟาดไปที่ซีกแก้มด้านหนึ่งของปริเยศเต็มแรง พร้อมๆ กับน้ำตาที่เริ่มเอ่อคลอขึ้นมาในหน่วยตา เมื่อร่างสูงถูกผู้หญิงตบหน้า เขาก็รู้สึกเสียหน้ามาก เขารีบเอ่ยรอดไรฟันออกไปในทันที

“ฉันบอกแล้วไงว่า หนึ่งตบแลกหนึ่งจูบ” พูดจบก็คว้าตัวนาฏลดาเข้ามาในอ้อมแขน และเอ่ยกระซิบชิดริมฝีปากของนาฏลดาว่า…

“และอย่าคิดที่จะกัดลิ้นฉันเป็นครั้งที่สองอีกเด็ดขาด ถ้าเธอคิดทำขึ้นมาล่ะก็ คราวนี้เธอไม่โดนแค่จูบแน่ ถ้าอยากลองดีก็ลองดู” เมื่อสิ้นคำพูดของตัวเอง  ปริเยศก็ก้มลงจูบนาฏลดาอีกครั้ง










 

จูบครั้งนี้เป็นไปด้วยความดุดัน หาความอ่อนโยนไม่มีเลย เขาตั้งใจจะจูบลงโทษนาฏลดาที่เธอกล้ามาตบหน้าเขา ปริเยศยังคงบดจูบนาฏลดาต่อไปเรื่อยๆ จนเวลาผ่านไปสักพัก จูบที่มันดูดุดันในตอนแรก มันกลับกลายเป็นจูบที่อ่อนหวาน นุ่มนวล จูบที่เรียกร้องการตอบสนองจากอีกฝ่าย   

เมื่อนาฏลดาถูกจูบในตอนแรกๆ เธอก็พยายามต่อต้านเขา แต่เมื่อถูกจูบไปนานๆ เข้า เธอก็เริ่มอ่อนระทวยอยู่ในวงแขนของปริเยศ และหลงเคลิ้บเคลิ้มอยู่ในรสจูบอันแสนหวานของเขา เธอเผลอตอบสนองเขาไปด้วยจูบที่ไม่ประสีประสา เมื่อปริเยศได้รับการจูบตอบจากนาฏลดา เขาก็ครางออกมาอย่างพอใจ ตอนนี้ อารมณ์ของเขาเริ่มเตลิดไปไกล มือไม้ตอนแรกที่โอบหลังของนาฏลดาไว้ ตอนนี้ มันเริ่มที่จะขยับสอดเข้าไปในเสื้อของฝ่ายหญิง เขาสอดฝ่ามือเข้าไปลูบไล้ผิวเนื้ออันเนียนนุ่มเกลี้ยงเกลาทางด้านหลังของนาฏลดา เมื่อได้สัมผัสกับความเนียนนุ่มแล้ว เขาก็รู้สึกว่ามันยังไม่พอ เขาอยากสัมผัสเธอให้มากกว่านี้ อารมณ์ของเขาตอนนี้มันเริ่มกู่ไม่กลับซะแล้ว ในขณะที่มือยังทำการลูบไล้อยู่ ริมฝีปากก็ทำหน้าที่ของมันประสานกันเป็นอย่างดี เขาเฝ้าเลาะเล็มจูบไล้นาฏลดาไปทั่วทั้งใบหน้า จูบระเรื่อยไปที่เปลือกตา แก้มทั้งสองข้าง จูบซับไปเรื่อยๆ จนในที่สุดก็วกกลับมาที่ริมฝีปากอวบอิ่มอีกครั้งหนึ่ง เขาจูบไล้ลงไปที่ซอกคอหอมละมุนของเธอ ซึ่งนาฏลดาก็เอียงหน้าเปิดทางให้เขาอย่างเต็มที่ด้วยความเผลอไผล และสติที่ไม่อยู่กับเนื้อกับตัว ปริเยศยังคงจูบต่ำลง ต่ำลงไปเรื่อยๆ จนตอนนี้ใบหน้าเขาได้ไปซุกซบอยู่ตรงร่องอกอันอวบอิ่มของเธอที่ถูกซ่อนอยู่ในเสื้อยืดพอดีตัว ที่สามารถทำให้เขารู้ขนาดรูปร่างของมันได้ไม่ยาก ปริเยศกำลังจะขยับใบหน้าให้ได้ตำแหน่งที่เหมาะสม เพื่อจะได้เคล้าคลึงสิ่งที่อยู่ตรงหน้าได้อย่างเต็มที่ เขาพยายามจะฝังจูบตรงบริเวณนั้น เพื่อแสดงความเป็นเจ้าของ และปริเยศคงจะได้ทำตามใจนึกแน่ๆ ถ้าไม่มีเสียงดังขัดจังหวะขึ้นมาซะก่อน

“ว้าย! ตาเถร ลูกตกหก โครม!” เสียงอุทานดังขึ้นมา พร้อมๆ กับถาดน้ำแข็งที่หล่นกระทบลงบนพื้น เมื่อนาฏลดาได้ยินเสียงดังกล่าว สติของเธอก็กลับคืนมาอย่างเต็มที่ และรีบผลักตัวของปริเยศให้ปล่อยเธอทันที ฝ่ายปริเยศเมื่อรู้สึกตัวดีแล้ว เขาก็หันไปมองทางประตูและส่งสายตาไม่พอใจไปให้กับคนที่เข้ามาขัดจังหวะของเขาจนได้ แต่เมื่อมองไปทางประตูเขาก็ต้องอึ้ง เพราะไม่ได้มีแค่ป้านิ่มคนเดียวที่ยืนอยู่ แต่กลับมีคนคนหนึ่งยืนอยู่ด้วย คนคนนั้น คนที่เขารักเธอที่สุด และเขารู้ว่าเธอก็รักเขามากที่สุดเช่นเดียวกัน ไม่รอช้า ปริเยศถลาเข้าไปกอดเธอคนนั้นทันที พร้อมกล่าวเสียงออดอ้อนออกไป ซึ่งนาฏลดาได้ยินแล้วถึงกับอึ้ง นี่มันคนคนเดียวกับคนที่ลวนลามเธอเมื่อสักครู่เหรอเนี่ย

“แม่หนูภาคร้าบ ปาล์มคิดถึงแม่หนูภาที่สุดเลย” ปริเยศถลาเข้าไปกอดเอวมารดาโดยเร็ว ฝ่ายคีตภาที่มองเห็นเหตุการณ์เมื่อสักครู่ ก็มองหน้าลูกชายด้วยความไม่พอใจ ถึงจะดีใจแค่ไหนที่ลูกกลับมาแล้ว แต่ถ้ามาทำรุ่มร่ามแบบนี้ เธอยอมไม่ได้เด็ดขาด แล้วยิ่งมาทำกับหนูดา คนที่เธอรักเหมือนลูกอีกคน เธอยิ่งยอมไม่ได้เข้าไปใหญ่ คีตภาเอานิ้วชี้จิ้มลงไปบนหน้าผากของบุตรชาย จนปริเยศต้องแหงนหน้าขึ้นมามองมารดาทันที

“ตาปาล์มเมื่อกี้ลูกทำอะไรน้องฮึ บอกแม่มาเดี๋ยวนี้” คีตภาเอ่ยเสียงแข็งถามบุตรชายอกไป ส่วนสายตาก็หันไปมองนาฏลดาที่ยืนหน้าแดงก่ำอยู่ข้างหลังป้านิ่มที่มองมาทางปริเยศอย่างอึ้งๆ เช่นเดียวกัน เมื่อปริเยศได้ยินคำพูดของมารดา ก็ส่งยิ้มแหยๆ ไปให้ท่านทันที

“อะไรกันครับแม่หนูภา แม่หนูภามาดุปาล์มทำไมครับนี่”

“ก็เมื่อกี้ลูกทำอะไร เมื่อไรจะเลิกนิสัยเจ้าชู้สักที รู้ไหมว่าแม่ไม่ชอบ แล้วยิ่งมาทำกับหนูดาอีกแม่ยิ่งไม่ชอบเข้าไปใหญ่เลยรู้ไหม” คีตภามองหน้าบุตรชายด้วยสายตาไม่พอใจ ปริเยศเห็นสายตาของมารดาที่ส่งมาให้ตัวเอง ก็เอ่ยแซวมารดาออกไปยิ้มๆ

“โธ่ แม่หนูภาครับ อย่าเพิ่งโมโหสิครับ เดี๋ยวหน้าจะเหี่ยวเร็วแล้วไม่สวยนะครับรู้ไหม เดี๋ยวพ่ออเล็กส์ไม่รักน้า”

“หยุดพูดไปเลยตาปาล์ม ไหนบอกแม่มาซิ เมื่อกี้ลูกทำอะไรน้องไปบ้าง นี่ถ้าแม่เข้ามาไม่ทัน ลูกคงจะล่วงเกินน้องไปถึงไหนต่อไหนแล้วใช่ไหม” ปริเยศได้ฟังคำพูดของมารดา ก็ครางอ๋อยออกมาอีกครั้ง

“โธ่ แม่หนูภาครับ ไม่ใช่แบบนั้นซะหน่อย แล้วคนนี้ใช่ไหมครับ ที่แม่หนูภาบอกว่าจะแนะนำให้ปาล์มรู้จักน่ะ”

“ใช่ แต่แม่ไม่ได้ให้ลูกทำความรู้จักกับน้องแบบถึงเนื้อถึงตัวแบบนั้นนะตาปาล์ม นี่ดีนะว่าคนที่เห็นเป็นแม่กับป้านิ่ม แล้วถ้าเป็นคนอื่นล่ะ น้องเขาจะเสียหายขนาดไหน คิดบ้างไหมฮึ”

“แหม แม่หนูภาครับ ปาล์มก็อยากรู้จักน้องเขา เร็วๆ ไงครับ แต่มันเป็นวิธีการทำความรู้จักแบบฉบับของปาล์มไงครับ แบบนี้เราจะได้รู้จักกันรวดเร็ว  แถมทุกซอกทุกมุมอีกนะครับ” ปริเยศพูดพร้อมกับส่งสายตามีเลศนัยไปให้นาฏลดาที่ยืนถลึงตาตอบโต้เขาออกมาจากทางด้านหลังของป้านิ่ม

“หยุดเลยนะตาปาล์ม คิดแบบนี้ได้ไงเนี่ย ใครสั่งใครสอนลูกกัน ฮ้า” คีตภาตวาดบุตรชายออกไปด้วยน้ำเสียงไม่พอใจ

“เอ่อ คุณผู้หญิงคะ ป้านิ่มว่า ของแบบนี้ไม่ต้องมีใครสั่งใครสอนหรอกค่ะ มันคงอยู่ในสายเลือดไปแล้ว ป้านิ่มว่า คุณหนูเนี่ยได้นิสัยคุณอเล็กส์มาเต็มๆเลยค่ะ” ป้านิ่มเอ่ยเสริมออกมา หลังจากยืนฟังบทสนทนาของสองแม่ลูกอยู่นาน

“ป้านิ่มคะ ไปเข้าข้างตาปาล์มได้ยังไงคะ”

“แหะๆ ป้านิ่มขอโทษค่ะ”

“ว่าไงตาปาล์ม มาขอโทษน้องเดี๋ยวนี้ และสัญญากับแม่ด้วยว่าจะไม่เกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นมาอีก ได้ยินไหมตาปาล์ม” ปริเยศถึงจะได้ยินคำสั่งของมารดาชัดเจน แต่เขาก็ทำเป็นหูทวนลมกับคำสั่งท่าน

“โธ่แม่หนูภาครับ อย่าโมโหปาล์มนักเลย ปาล์มแค่เห็นน้องเขาน่ารักดี ปาล์มก็เลยแหย่เล่นน่ะครับ ปาล์มอาจจะแหย่แรงไปหน่อยก็ได้ แม่หนูภาอย่าเพิ่งโกรธปาล์มเลยนะ นะครับ ปาล์มล้อน้องเขาเล่นหน่อยเดียวเอง” ปริเยศรีบหาข้อแก้ตัวกับมารดาเป็นพัลวัน และเอ่ยออดอ้อนมารดาออกไปอีกครั้ง นาฏลดาได้ฟังคำพูดของปริเยศ ก็แทบไม่เชื่อหูตัวเองว่าผู้ชายก็แหลเป็น

ฮึ อย่างน้อยก็มีคนหนึ่งล่ะ ยืนอยู่ในห้องนี้แหละ เหอะ นายปาล์ม นายเนี่ยสตอเบอร์แหลได้โล่ห์จริงๆ นาฏลดาคิดอย่างหมั่นไส้ปริเยศในใจ คีตภาได้ฟังคำพูดของลูกชายที่ไหลไปได้เรื่อยๆ ก็เริ่มไม่พอใจ จึงกล่าวตักเตือนบุตรชายออกไปอีกครั้ง

“ไม่ต้องมาอ้อนเลยตาปาล์ม เรานี่อย่างนี้ทุกที ทำผิดแล้วก็ไม่เคยรับผิด มาอ้อนให้แม่ยกโทษ อย่าเห็นว่าแม่เป็นคนขี้ใจอ่อน แล้วจะยอมลูกง่ายๆ นะ ครั้งนี้ แม่ไม่ยอมเด็ดขาด หนูดา ไหนมาหาป้าสิลูก ไหนบอกป้ามาซิ ว่าหนูถูกพี่ปาล์มทำอะไรบ้าง” คีตภาเอ่ยถามนาฏลดาออกไปอย่างเป็นห่วงสวัสดิภาพของหญิงสาว เมื่อนาฏลดาเห็นว่าคุณป้าหนูภาเข้าข้างตนเอง ก็เตรียมอ้าปากขึ้นมาเพื่อจะกล่าวฟ้องคุณป้าหนูภาเรื่องที่ปริเยศมาลวนลามเธอทันที แต่เธอไม่ทันได้อ้าปากพูดอะไรออกไป ปริเยศก็ชิงพูดขึ้นมาซะก่อน

“โธ่ แม่หนูภาครับมันจะอะไรกันนักกันหนาครับเนี่ย ปาล์มล่ะอุตส่าห์    คิดถึ้งคิดถึงแม่หนูภา แต่พอเจอหน้ากัน แม่หนูภาก็มาดุปาล์มซะงั้น ปาล์มงอนแล้ว รู้งี้ ไม่กลับมาก่อนก็ดีหรอก ดูสิเราอุตส่าห์คิดถึง ยอมกลับก่อนเวลา แต่ถ้ากลับมาแล้วถูกดุแบบนี้ สู้อยู่ที่อเมริกาดีกว่า สบายใจกว่าเป็นไหนๆ” ปริเยศกล่าวด้วยน้ำเสียงติดจะแง่งอนส่งไปให้มารดา และยืนหันหลังให้มารดาทันที เมื่อคีตภา ได้ยินบุตรชายพูดแบบนั้นออกมาเธอก็เริ่มใจเสีย กลัวลูกจะกลับไปอเมริกาขึ้นมาจริงๆ เธอจึงหันกลับไปบอกป้านิ่ม กับนาฏลดาว่าให้ทั้งสองคนออกไปก่อน

“เอ่อหนูดาจ๊ะ ป้านิ่มคะ ทั้งสองคนไปคอยภาด้านล่างก็แล้วกันนะคะ ภาขอคุยกับตาปาล์มตามลำพังสักครู่ค่ะ” เมื่อป้านิ่มและนาฏลดาได้ยินคำพูดของนายหญิงของบ้าน ทั้งสองคนก็รีบเดินออกไปทันที โดยไม่ได้ทักท้วงอะไรทั้งสิ้น  เมื่อป้านิ่มและนาฏลดาเดินออกไปแล้ว คีตภาก็หันกลับมาพูดกับบุตรชายด้วยน้ำเสียงที่ดูอ่อนลงกว่าครั้งแรกมาก

“โธ่ ตาปาล์ม แม่ก็แค่เตือนลูกด้วยความหวังดี ไม่อยากให้ลูกเห็นผู้หญิงเป็นของเล่น อีกอย่าง หนูดา เขาก็อยู่กับแม่และพ่อมานาน แม่ก็รักเขาเหมือนลูก แม่ไม่อยากให้ลูกไปข่มเหงรังแกน้อง”

“ฮึ แม่รักยัยนั่นมากกว่าปาล์มเหรอครับ ปาล์มงอนแม่หนูภาแล้วนะ แม่หนูภาทำงี้ได้ไงรักคนอื่นมากกว่าลูกตัวเอง”

“โธ่ ตาปาล์มยังไงแม่ก็รักปาล์มที่สุดอยู่แล้ว แต่ลูกรู้ไหมชีวิตหนูดาเขาน่าสงสารมากนะ แม่อยากให้ลูกเห็นใจ และเอ็นดูแกให้มากๆ” ปริเยศได้ฟังคำพูดของมารดาก็สงสัยขึ้นมาทันที

“น่าสงสารยังไงครับแม่ และยัยหนูดาอะไรเนี่ย เข้ามาอยู่ในบ้านเราได้ยังไงครับ ปาล์มล่ะสงสัยจริงๆ เลย”

“อ๋อ คือว่าเรื่องมันเป็นอย่างนี้จ๊ะลูก...” คีตภาเล่าเรื่องสมัยก่อน ตอนที่ อเล็กส์เจอนาฏลดาถูกรุมทำร้าย แต่อเล็กส์เข้าไปช่วยไว้ทัน และสงสารที่นาฏลดาเป็นเด็กกำพร้าอยู่ตัวคนเดียว อเล็กส์กับเธอจึงตัดสินใจนำนาฏลดามาอยู่ด้วย และเลี้ยงดูเหมือนลูกเหมือนหลานคนหนึ่ง ส่งเสียให้แกเรียนเท่าที่แกจะทำได้ แต่นาฏลดาก็ไม่เคยทำให้เธอและอเล็กส์ผิดหวัง หญิงสาวเป็นคนตั้งใจเรียน และรู้จักช่วยเหลืองานทุกคนเป็นอย่างดี จนตอนนี้ทุกคนในบ้านต่างก็รักและเอ็นดูนาฏลดากันทั้งนั้น ในขณะที่เล่าไปใบหน้าของคีตภาก็ยิ้มแย้มอยู่ตลอดเวลา และรู้สึกภูมิใจที่เด็กสาวที่ตนเองเลี้ยงมานั้นได้ดั่งใจทุกอย่าง เป็นเด็กดี ไม่ออกนอกลู่นอกทาง

ส่วนปริเยศเมื่อได้ยินมารดาเล่าความหลังของนาฏลดาให้เขาฟัง ตอนแรกๆ เขาก็รู้สึกสงสารเธอ แต่เมื่อเห็นมารดาเอ่ยชมนาฏลดาไม่หยุด ก็ทำให้เขาต้องเบ้ปากออกมาอย่างหมั่นไส้ และแอบคิดอยู่ในใจว่า

เหอะ คนอะไรมันจะดีเลิศขนาดนั้น คนเรามันต้องมีบางเวลาที่ต้องเกเรบ้างล่ะ หรือบางทีพ่อกับแม่เราอาจจะถูกยัยตัวแสบนั่นหลอกเอาก็ได้ ไม่ได้การแล้ว เราจะต้องเฝ้าจับตามองยัยนั่นให้ดี ไม่อย่างนั้น ยัยนั่น อาจจะมาหลอกอะไรพ่อกับแม่เราก็ได้ ฮึ เธออย่าหวังว่าจะได้มาปอกลอกพ่อกับแม่ ฉันนะยัยหนูดาตัวแสบ ตอนนี้ฉันกลับมาแล้ว ฉันจะไม่ยอมให้เธอทำแบบนั้นอีกเด็ดขาด ฮึ

เมื่อคีตภาเห็นลูกชายนั่งเงียบไป ก็เอ่ยถามขึ้นมา จนปริเยศถึงกับสะดุ้งขึ้นมาทันที เพราะกำลังคิดอะไรเพลินๆ อยู่

“ตาปาล์มว่าไง ได้ยินที่แม่พูดหรือเปล่าว่าให้สงสารน้องเขามากๆ และก็ช่วยแม่ดูแลน้องเขาดีๆ ด้วยล่ะ ถือซะว่า เขาเป็นน้องเราคนหนึ่งแล้วกัน ถึงจะไม่ใช่สายเลือดเดียวกันก็เถอะนะ ตาปาล์มรับปากแม่ได้ไหม”

“เอ่อ แม่ครับ มันจะดีหรือครับ ปาล์มว่ายัยนั่นไม่อยากได้ปาล์มเป็นพี่ชายหรอกครับ อีกอย่าง...ปาล์มก็ไม่อยากได้ยัยนั่นเป็นน้องสาวนะครับแม่ อยากได้เป็นอย่างอื่นมากกว่าอ่ะอันหลังนั้น ปริเยศแอบคิดเองเออเองอยู่ในใจ

“หือ ว่าอะไรนะตาปาล์ม อีกอย่างอะไร ไหนพูดมาให้จบสิลูก”

“อะ เอ่อ เปล่าๆ ครับ ไม่มีอะไรครับแม่ แล้วนี่พ่ออเล็กส์ไปทำงานใช่ไหมครับเนี่ย”

“อืม ใช่จ๊ะ เดี๋ยวเย็นๆ ก็คงจะกลับ เดี๋ยวแม่จะโทรไปบอกพ่ออเล็กส์เอง ว่าลูกกลับมาแล้ว พ่อคงดีใจน่าดู เพราะเขาบ่นคิดถึงลูกอยู่เหมือนกัน”

“ครับ ปาล์มก็คิดถึงพ่ออเล็กส์เหมือนกันครับ”

“อืม เอาล่ะ หิวหรือยังลูก แม่ว่าเรารีบไปใส่เสื้อผ้าดีกว่า แม่เห็นแล้วอุจาดตาแทน” คีตภาเหลือบมองสภาพลูกชายด้วยสายตายิ้มๆ ปริเยศเห็นสายตาที่มารดามองมาที่ตนก็เขินขึ้นมาทันที

หุ่นเรามันไม่ดีขนาดนั้นเลยเหรอวะ ทั้งแม่ทั้งยัยตัวแสบนั่น ถึงมองกันแปลกๆ ปริเยศไม่เก็บความสงสัยไว้นาน เขาเอ่ยถามมารดาออกไปทันที

“แม่หนูภาครับหุ่นปาล์มเนี่ย มันแย่ขนาดนั้นเลยเหรอครับ แม่ถึงบอกว่ามันดูอุจาดตา อุจาดตานี่คือน่าเกลียดใช่ไหมครับ” ปริเยศเอ่ยถามมารดาอีกครั้งว่าเขาเข้าใจคำพูดของท่านถูกต้องหรือไม่ ด้วยความที่ไปอยู่ต่างประเทศเสียนาน ศัพท์เฉพาะบางคำเขาจึงอาจจะงงอยู่บ้าง คีตภาได้ยินคำถามของบุตรชาย เธอก็หัวเราะขึ้นมาทันที ทำเอาหน้าของปริเยศยิ่งงอเข้าไปใหญ่

“ฮ่าๆๆ เปล่าหรอกจ้าลูก หุ่นปาล์มเนี่ยดีมากจ้า เพอร์เฟ็คสุดๆ ถ้าแม่เป็นสาวๆ แล้วมาเห็นปาล์มโชว์แผงอกล่ำๆ แบบนี้ แม่คงเลือดกำเดากระฉูดไปแล้ว แม่ยังสงสัยอยู่เลยว่าหนูดาทนอยู่ได้ยังไง” เมื่อปริเยศได้ฟังคำพูดของมารดา เขาก็ยิ้มหน้าระรื่นขึ้นมา พร้อมกับความมั่นใจที่กลับมาเต็มร้อยอีกครั้ง

“ฮ่าๆๆ ทำไงได้ล่ะครับแม่ ก็คนมันหล่อนี่ครับ สาวๆ เห็นก็ต้องรักต้องหลงเป็นธรรมดา” ปริเยศพูดโอ้อวดตัวเองทันที

“จ้าๆ พ่อคนรูปหล่อ ความหลงตัวเองเนี่ย ไม่มีใครเกิน ตอนเด็กๆ มียังไง โตแล้วก็ยิ่งหลงตัวเองมากกว่าเดิมอีก ลูกใครเนี่ยหลงตัวเองจริงๆ เลย” คีตภาเอ่ยล้อบุตรชาย ซึ่งปริเยศก็ตอบกลับมาแบบทันควัน

“ก็ลูกพ่ออเล็กส์กับแม่หนูภาไงครับ พ่อก็หล่อ แม่ก็สวย ลูกแบบปาล์มออกมาจะไม่หล่อได้ยังไงล่ะครับ จริงไหมครับ” ปริเยศพูดจบก็โผเข้าไปกอดมารดาอีกครั้ง ซึ่งคีตภาก็กอดตอบบุตรชายแต่โดยดี และอยู่ๆ น้ำตาของเธอก็ไหลออกมา เธอรู้สึกดีใจที่ลูกกลับมา เพราะนานๆ เธอจะได้กอดลูกสักครั้ง

“ยินดีต้อนรับกลับบ้านเรานะจ๊ะลูก” คีตภาเอ่ยเสียงติดสะอื้นออกมา  ปริเยศได้ยินเสียงของมารดาก็เงยหน้าขึ้นไปสบตาท่านทันที

“ปาล์มก็ดีใจครับ ที่ได้กลับมากอดแม่หนูภาแบบนี้ ปาล์มรักแม่ครับ”

“จ้า แม่ก็รักลูก รักมาก เอาล่ะแม่ว่าตอนนี้ลูกรีบไปแต่งตัว แล้วตามแม่ลงไปด้านล่างดีกว่า ป่านนี้ทุกคนคงอยากเจอลูกกันแย่แล้ว ลงไปแล้วแม่จะได้แนะนำให้ทุกคนรู้จักลูกอย่างเป็นทางการสักที”

“ครับแม่ แม่ลงไปก่อนเลยครับ เดี๋ยวปาล์มตามลงไป รับรองไม่เกินสิบนาทีครับ”

“จ้า งั้นแม่ไปรอด้านล่างนะ รีบๆ เข้าล่ะ”

“ครับแม่” เมื่อเห็นว่าบุตรชายรับปากแล้ว คีตภาก็เดินออกไปจากห้องทันที ส่วนปริเยศก็แยกกลับเข้าไปในห้องเพื่อไปอาบน้ำแต่งตัวให้เรียบร้อย ก่อนที่จะลงไปเจอทุกคน ซึ่งก่อนจะอาบน้ำ ในใจของเขาก็คิดอะไรขึ้นมาเล่นๆ อีกว่า

“ฮึ ดีเหมือนกันที่ยัยตัวแสบอยู่บ้านเดียวกับเรา เราจะได้ไม่เบื่อ อย่างน้อยการกลับมาอยู่บ้านก็คงจะมีอะไรให้ทำแก้เซ็งบ้างล่ะน่า ส่วนเธอยัยตัวแสบเตรียมรับมือนายปาล์มคนนี้ให้ดีๆ เถอะ ฮ่าๆๆ”










 

เตรียมรับมือพี่ปาล์มไว้ให้ดีนะคะทุกคนนนนนน







 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 100 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2,468 ความคิดเห็น

  1. #2448 Preeyaporn Yotmao (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 11 มีนาคม 2558 / 10:26
    ไอพี่ปาล์ม ทำตัวเปนเด็กไปได้
    #2,448
    0
  2. #2335 kru- (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 24 เมษายน 2553 / 10:23
    จูบกันทั้งเรื่อง>///<
    #2,335
    0
  3. #2096 เสาวรส (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 9 เมษายน 2553 / 13:54
    สนุดดีอะ
    #2,096
    0
  4. #2006 ponpim (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 7 เมษายน 2553 / 21:50
    ร้ายมาก  หลงตัวเองที่สุด
    ถึงจะไม่เคยอ่าน รุ่น พ่ออเล็กซ์ 
    ก็เถอะนะ  รู้สึกนายปาล์ม  จะร้ายน่าดู
    #2,006
    0
  5. #1508 nestlelove (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 26 มีนาคม 2553 / 17:18

    คนอะไรมีปากเป็นอาวุธจริงเลย

    #1,508
    0
  6. #1454 Fog line (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 25 มีนาคม 2553 / 16:23

    ไรท์เตอร์ค่ะ แก้อีกนิดได้ไหม ค่ะ มีแม่หนูปาลม์  น่าจะเป็นแม่หนูภา 
    มากกว่า ป่ะ ลองอ่านดูน่ะ มันทแมงๆๆ ยังงัยไม่รู้น่ะ

    #1,454
    0
  7. #1413 Aulfafa (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 24 มีนาคม 2553 / 20:32
    ยิ่งอ่านยิ่งสนุก
    #1,413
    0
  8. #1312 Prince free time (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 23 มีนาคม 2553 / 09:24
    สนุกมากมายค่ะไรเตอร์
    #1,312
    0
  9. #1286 fairy girl_angle girl (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 22 มีนาคม 2553 / 14:31
    ปาล์มเจ้าเลห์อ่ะ
    #1,286
    0
  10. #1229 ClioneJung (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 21 มีนาคม 2553 / 13:59

    จาเปงไงต่อเนี้ย อิๆ

    #1,229
    0
  11. #1213 พลับพลอย (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 21 มีนาคม 2553 / 03:40
    แบบว่าชอบอ่ะ
    #1,213
    0
  12. #918 A_Me_l3๑ (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 13 มีนาคม 2553 / 21:44
    ปาล์มทำดาซะ....
    #918
    0
  13. #889 @_ภริยาลีด๊อง_@ (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 12 มีนาคม 2553 / 21:10
    ฮ่าๆ

    เคลิ้มเลยช้านนน

    สนุกๆค่ะๆ
    #889
    0
  14. #855 fifteen (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 11 มีนาคม 2553 / 20:42
    ชอบครรอบครัวนี้จัง
    ดูอบอุ่นดี
    #855
    0
  15. #764 U-go-girl (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 8 มีนาคม 2553 / 21:11
    น่าสงสาร หนุดา อ้ากกกกกกกกก
    #764
    0
  16. #747 ดีเพื่อเธอ (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 8 มีนาคม 2553 / 11:54

    โอ้  หนูดา

       สงสารหนูดาจังเลย

    #747
    0
  17. #696 ชิมดุงกิ (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 5 มีนาคม 2553 / 18:03
    นายปาล์มเอาสตอเบอรรี่ลูกโตๆๆไปเลย
    น่าเกลียดมาก น้องดาอย่ายอมน้า

    #696
    0
  18. #668 ลาลา (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 4 มีนาคม 2553 / 18:51
    พระเอกเรื่องนี้ มารยาเก่งจริงจริง
    #668
    0
  19. #631 กัญสิริ (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 3 มีนาคม 2553 / 17:04
    นึกภาพออกเลยนะเนื้ย
    นู่ดาแย่แล้ว
    #631
    0
  20. #443 แอบแซว (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2553 / 06:45
    ปาล์มไปเรียนเมืองนอกแต่เด็ก แต่ไหงติดนิสัยพระเอกละครไทย หนึ่งตบหนึ่งจูบไปได้ล่ะเนี่ย

    สงสัยจะดูละครผ่านเน็ต (เหมือนเรา) อิอิ
    #443
    0
  21. #363 สายลมแห่งโชคชะตา (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2553 / 09:13
    รุ่นพ่อเจ้ๅเล่ห์แบบไหน พอมๅรุ่นลูกนี้สงสัยคูณ2เลยมั้งนิ๊

    แล้วหนูดๅจะสู้ไหวไหมหนอ
    #363
    0
  22. #154 น้ำแแข็งปิ้ง (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2553 / 16:54
    งานเข้าแล้วล่ะ นางเอกเอ๋ย :))
    #154
    0
  23. #137 MewArth (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2553 / 21:30

    หนูดา เจอศึกหนักแล้ว  เตรียมรับมือไว้ดีๆๆนะจ๊ะ

    #137
    0
  24. #136 ss501 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2553 / 18:12
    หนุกมากกกก

    อัพไว ๆ นะ

    จุ๊บุจุ๊บุ

    #136
    0
  25. #135 YiShengXue (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2553 / 18:05
    ยังสนุกเหมือนเดิมเลยนะไรเตอร์

    ชอบ ชอบ

    รอค่อยการตอนต่อไปนะ
    #135
    0