เล่ห์รักซาตาน

ตอนที่ 2 : ตอนที่ 2 การกลับมาของซาตานตัวร้าย(100%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 17,575
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 101 ครั้ง
    8 มี.ค. 58





 

 

ตอนที่ 2

การกลับมาของซาตานตัวร้าย

 

ผับหรูในอเมริกา วันนี้ปริเยศและเหล่าบอดี้การ์ดคนสนิทได้มาเลี้ยงฉลองกัน เพื่อกล่าวร่ำลาบรรดาแฟนคลับของตัวเอง เพราะอีกหนึ่งเดือนข้างหน้า เขาก็ต้องกลับเมืองไทยแล้ว เขาคงคิดถึงสาวๆ ที่นี่น่าดูเลย

“ต๊าย ตาย ปาล์มคะ คุณจะกลับเมืองไทยแล้ว สาวที่นี่ก็เหงาแย่เลยสิคะเนี่ย”

“แหม ผมไม่อยู่สักคน พวกสาวๆ ก็มีคนอื่นอยู่ดีล่ะครับ อย่างแองจี้เนี่ย มีคนรอต่อคิวเยอะไม่ใช่เหรอครับ” แองจี้สาวน้อยลูกครึ่งไทยอเมริกัน เธอได้เจอกับปริเยศที่ผับแห่งนี้เป็นประจำ ด้วยความใจป้ำของปริเยศจึงทำให้เธอคอยตามติดเขาอยู่ตลอดเวลา

“แหมคนอื่นก็ไม่เร้าใจเท่าปาล์มหรอกค่ะ ทั้งหล่อรวยขนาดนี้ ใครอยู่ใกล้ๆก็หลงรักกันทั้งนั้นนี่คะ” พูดพร้อมกับหอมแก้มปริเยศไปหนึ่งฟอด

“แหมปากหวานจริงๆ ไหนขอผมชิมหน่อยสิว่าจะหวานสมราคาคุยหรือเปล่า” พูดจบปริเยศและแองจี้ ก็เอาปากประกบจูบกันอย่างดูดดื่มทันทีโดยไม่ได้แคร์สายตาของบอดี้การ์ดที่เฝ้ามองอยู่ ซึ่งเหล่าบอดี้การ์ดก็คงจะชินกับภาพของนายน้อย ที่ได้ขึ้นชื่อว่าเป็นคาสโนว่าขั้นเทพ ควงสาวๆ ไม่ซ้ำหน้า แต่ล่ะคนก็สวยๆอวบอึ๋มกันทั้งนั้น ภาพที่พวกเขาเห็นในตอนนี้ก็เลยรู้สึกเฉยๆ ไปซะแล้ว พวกเขาก็มีหน้าที่แค่คอยคุ้มกันเจ้านาย และคอยกันผู้หญิงทุกๆ คน ไม่ให้คิดกับนายน้อยมากไปกว่าคู่ควง หากใครคิดจะจับนายน้อยของพวกเขานั้น อย่าหวังซะให้ยาก ทั้งสองคนยังจูบกันสักพัก เมื่อจูบจนพอใจแล้วก็ผละออกจากกัน ฝ่ายหญิงก็ยังคงพูดออดอ้อนฉอเลาะฝ่ายชายไม่เลิก

“แล้วแบบนี้ คุณกลับไปเมืองไทยแล้ว แล้วคุณจะมาที่นี่อีกไหมคะปาล์ม”

“ก็ถ้าที่นี่ยังมีสาวๆ สวยๆ แบบแองจี้อยู่ละก็ ผมก็ต้องมาแน่นอนครับ”ปริเยศเอ่ยออกมาพร้อมสายตาที่โลมเลียไปทั่วร่างของแองจี้

“แหมปาล์มเนี่ย น่ารักจริงๆ เลยค่ะ ถ้าอย่างนั้น คืนนี้เรา…” แองจี้พูดพร้อมกับส่งสายตาเชิญชวนไปให้ปริเยศเต็มที่ แต่ก่อนที่ปริเยศจะตอบสนองคำชวนออกไป ก็มีเสียงของบอดี้การ์ดคนหนึ่งดังขึ้นมาซะก่อน

“นายน้อยครับ มีโทรศัพท์จากนายหญิงโทรมาครับ” เมื่อปริเยศได้ยินคำพูดของบอดี้การ์ดเขาก็ตวัดสายตาไม่พอใจส่งไปให้บอดี้การ์ดคนนั้นทันที ที่กล้ามาขัดจังหวะความสุขของเขา เสียงที่ถามออกไปจึงค่อนข้างห้วน

“ใคร แกบอกว่าใครโทรมานะ แล้วแกไม่รู้รึไงว่าเวลานี้ แกควรจะทำยังไง”

“เอ่อ แต่ว่านี่ นายหญิงแม่ของนายน้อยนะครับ นายหญิงบอกว่า ไม่ว่านายน้อยจะทำอะไรอยู่ก็ตาม ก็ต้องให้นายน้อยมารับโทรศัพท์ของนายหญิงให้ได้นะครับ” บอดี้การ์ดยังเอ่ยออกไปอย่างกล้าๆ กลัวๆ ว่ารุ่นพ่อดุแล้ว ดูเหมือนลูกจะดุยิ่งกว่าซะอีก

“โธ่เว้ย เสียอารมณ์จริงๆ เลย แองจี้รอผมก่อนนะครับ เดี๋ยวผมมา แล้วคืนนี้เราจะได้ไปมีความสุขกัน”

“ค่ะ แองจี้จะรอค่ะ”

เมื่อปริเยศกล่าวบอกคู่ควงของตนเองเรียบร้อยแล้ว เขาก็ตวัดสายตาไม่พอใจมาให้บอดี้การ์ด และเอ่ยเสียงห้วนออกมาอีกครั้ง

“ไหนล่ะโทรศัพท์ รีบเอามาสิ” เมื่อบอดี้การ์ดได้ยินคำพูดของเจ้านาย ก็รีบส่งโทรศัพท์ในมือไปให้โดยเร็ว แม้ปริเยศจะรู้สึกเซ็งที่ถูกมารดาขัดจังหวะ แต่เสียงที่เอ่ยออกไปกับโทรศัพท์ ก็ยังเป็นน้องปาล์มที่น่ารักของแม่หนูภาอยู่ดี

“ฮัลโหล ว่าไงครับแม่หนูภา ปาล์มล่ะคิดถึ้ง คิดถึงแม่หนูภาที่สุดเลยครับ”คีตภาได้ยินเสียงออดอ้อนของบุตรชาย ก็หมั่นไส้ออกมาทันทีเช่นเดียวกัน

“ไม่ต้องมาปากหวานกับแม่เลยตาปาล์ม เพราะปากหวานอย่างนี้น่ะสิ สาวๆ ถึงติดกันเยอะแยะ จริงอย่างที่บอดี้การ์ดเขาบอกแม่ใช่ไหมตาปาล์ม” เมื่อปริเยศได้ยินคำพูดของมารดา ก็ตวัดสายตามามองลูกน้องทีละคน ใครมันกล้าเอาเรื่องของเขาไปฟ้องแม่หนูภาวะ อย่าให้รู้นะ พ่อจะจัดการให้พูดไม่ได้ไปหลายวันเลยคอยดู แต่ก่อนที่เขาจะด่าลูกน้องออกไป เสียงมารดาก็ยังคงดังมาตามสายอย่างต่อเนื่อง

“ยังไงก็อย่าให้มีปัญหานะลูก แม่คงไม่ว่างตามไปจัดการเรื่องสาวๆ ของลูกหรอกนะ”

“โธ่ แม่หนูภาครับ อย่างปาล์มเนี่ย ไม่เคยมีปัญหาอยู่แล้วครับ ผู้หญิงแต่ล่ะคนที่ปาล์มคบด้วย เราทำข้อตกลงกันเรียบร้อยแล้วครับ รับรองไม่เกิดปัญหาตามมาแน่นอน”

“จ้า ขอให้มันจริงเถอะ แล้วนี่เมื่อไรจะกลับมาล่ะลูก เรียนจบแล้ว ก็กลับมาช่วยพ่ออเล็กส์ทำงานได้แล้วจ้า อย่ามัวแต่จีบสาวอยู่”

“โธ่แม่ครับ ขอเวลาปาล์มพักผ่อนอีกเดือนหนึ่งนะครับแม่หนูภา เดี๋ยวปาล์มจะรีบกลับไป เพราะกลับไปคราวนี้ ปาล์มต้องตั้งหน้าตั้งตาทำงาน คงไม่มีเวลาได้เที่ยวเต็มที่เหมือนอยู่ที่นี่แน่นอน นะครับแม่หนูภาคนสวย น้า แม่น้า”

“พอๆ พอเลยจ๊ะ ไม่ต้องมาทำเสียงอ่อนเสียงหวานกับแม่ แม่ไม่ใช่สาวๆของลูกนะจ๊ะ”

“โธ่แม่ครับ สาวๆ ที่ไหนจะมาสวยสู้แม่หนูภาได้ล่ะครับ ไม่เชื่อถามพ่อ อเล็กส์ดูสิครับ”

“จ้าๆ พอกัน ปากหวานทั้งพ่อทั้งลูก ยังไงก็กลับมาเร็วๆ ล่ะ แม่คิดถึง คนที่นี่ เขาก็คิดถึงลูกกันทั้งนั้นจ้า โดยเฉพาะป้านิ่มเนี่ย มาบ่นให้แม่ฟังทุกวันเลย คิดถึงคุณหนูปาล์มอย่างโน้นอย่างนี้ จนแม่ขี้เกียจฟังแล้วนะ” ปริเยศได้ฟังคำพูดของมารดาที่พูดถึงพี่เลี้ยงคนสนิทก็หัวเราะออกมาเบาๆ

“ฮ่าๆๆ ปาล์มฝากแม่หนูภาไปบอกป้านิ่มด้วยนะครับว่า ปาล์มก็คิดถึงป้านิ่มที่สุด เดี๋ยวกลับไปจะหอมแก้มทั้งสองข้าง เอาให้ช้ำกันไปข้างหนึ่งเลย”

“จ้า แล้วแม่จะบอกให้ ป้านิ่มแกคงดีใจน่าดู แล้วแม่มีคนจะแนะนำให้เรารู้จักด้วยนะ”

“ใครเหรอครับแม่”

“เดี๋ยวกลับมาก็รู้เองล่ะ ว่าจะบอกลูกตั้งนานแล้ว แต่ลืมทุกที ไม่เป็นไร เดี๋ยวปาล์มกลับมาก็คงได้รู้จักกันเองล่ะ เอาล่ะ แม่ไม่กวนแล้ว ตอนนี้ที่โน่นคงดึกแล้ว เพลาๆ เรื่องสาวๆ บ้างนะลูก แม่เป็นห่วง ดูแลสุขภาพด้วยนะจ๊ะ แม่รักปาล์มนะ”

“ครับแม่ แม่ก็เช่นกันครับ ดูแลสุขภาพด้วยนะครับ ปาล์มรักแม่ครับ”

“จ้า บายจ้า”

“ครับ สวัสดีครับ” เมื่อวางสายจากมารดาแล้ว ปริเยศก็ยังคาใจเรื่องที่มารดา บอกว่ามีคนที่จะแนะนำให้เขารู้จัก ใครกัน คิดไปก็ปวดหัวซะเปล่าๆ เดี๋ยวกลับไปคงได้รู้จักเองแหละ ตอนนี้สาวๆ รออยู่ ไปหาสาวๆ ดีกว่าเรา เมื่อคิดได้ดังนั้น เขาก็ส่งโทรศัพท์คืนให้ลูกน้อง และเดินกลับเข้าไปด้านใน ผลสุดท้ายในคืนนั้น เขาและสาวน้อยแองจี้ ก็ได้ไปต่อกันที่โรงแรมแห่งหนึ่ง เหมือนเช่นทุกๆ คืนที่ผ่านมา

เวลาผ่านไปได้สองสัปดาห์ที่ปริเยศขอเวลากับมารดา ในการเที่ยวพักผ่อนก่อนที่เขาจะกลับไปช่วยงานบิดาในเมืองไทย แต่ตอนนี้เขารู้สึกเบื่อมาก เบื่อทุกสิ่งทุกอย่าง เบื่อชีวิตที่จำเจในอเมริกา ประกอบกับมารดาโทรมาหาเขาทุกวัน โทรมาตื้อให้เขากลับเมืองไทยเร็วๆ เมื่อถูกมารดาตื้อเข้ามากๆ เขาก็เริ่มใจอ่อน ยิ่งได้ยินเสียงเหงาๆ ของแม่หนูภาที่โทรมาเร่งให้เขากลับบ้านทุกวัน จนตอนนี้เขาก็เริ่มที่จะคิดถึงพ่อกับแม่ขึ้นมาเหมือนกัน เขาตัดสินใจแล้วว่าจะกลับเมืองไทยก่อนกำหนด โดยที่เขาจะไม่บอกให้แม่หนูภารู้ เขาจะไปเซอร์ไพรส์ท่านด้วยตัวของเขาเอง

“ปาล์มกำลังจะกลับบ้านแล้วครับแม่ เฮ้อ คิดถึงแม่หนูภาที่สุดเลย” ปริเยศนอนบ่นกับตัวเองเบาๆ ภายในห้องนอนส่วนตัวที่คฤหาสน์นอร์แมนในอเมริกา ซึ่งเขาได้ย้ายมาอยู่กับแกรนด์มาและแกรนด์ปาของเขาตั้งแต่อายุ 13 ปี จนตอนนี้เขาอายุย่างเข้าปีที่ 27 แล้ว บ้านหลังนี้จึงกลายเป็นบ้านหลังที่สองของเขาไปซะแล้ว ด้วยความที่คุณวิรัญญา และมิสเตอร์โรเบิร์ตมีบุตรชายคนเดียว คืออเล็กซิสส์พ่อของเขานั่นเอง และเมื่อพ่ออเล็กส์แต่งงานกับแม่หนูภา ก็มีเขาเป็นลูกชายคนเดียวอีก คุณวิรัญญาและสามี จึงทุ่มเทความรักทั้งหมดที่มีให้แก่หลานชายคนเดียว ตามใจเขาทุกอย่าง จนทำให้ปริเยศใช้ชีวิตในอเมริกาเหมือนพระเจ้า อยากได้อะไรต้องได้ ไม่มีใครกล้าขัดใจเขาสักคน พอถึงตอนที่เขาเดินเข้าไปบอกท่านทั้งสองว่าเขาจะกลับเมืองไทย ท่านทั้งสองก็รู้สึกใจหายขึ้นมาทันที แต่ท่านก็เข้าใจ ว่าเขาจำเป็นต้องกลับไป เพราะพ่อแม่ของเขาอยู่ที่โน่น ท่านแค่บอกเขาว่า ให้เขาแวะมาเยี่ยมท่านบ่อยๆ และถ้าหากท่านทั้งสองมีเวลาก็จะตามไปเยี่ยมเขาที่เมืองไทยเช่นเดียวกัน วันนี้ถึงเวลาที่เขาต้องลาท่านทั้งสองกลับเมืองไทยแล้ว ท่านทั้งสองต่างก็อวยพรให้เขาโชคดี เขาจึงสามารถกลับเมืองไทยได้อย่างสบายใจ

“สาวไทยจ๋า ปาล์มจะกลับไปหาเดี๋ยวนี้แล้วน้า” ก่อนจะกลับยังไม่วายไม่ทิ้งลายคาสโนว่า ถึงแม้เขาจะห่างจากสาวๆ ที่อเมริกา แต่สาวๆ ที่เมืองไทย ก็คงมีสวยๆ บ้างล่ะน่า ไม่งั้นคาสโน่ว่าอย่างเขาคงเหงาแย่เลย

วันนี้ปริเยศออกเดินทางกลับเมืองไทยพร้อมกับเหล่าบอดี้การ์ดประมาณหกคน ซึ่งเป็นบอดี้การ์ดของเขาเองที่คอยติดตามเขามาตั้งแต่เด็กๆ บางคนก็เป็นคนที่เคยติดตามพ่ออเล็กส์ของเขามาก่อน เขาจึงสนิทสนมคุ้นเคยกับแต่ละคนมาตั้งแต่เล็กๆ ซึ่งแต่ละคนต่างก็รู้งานเป็นอย่างดี เมื่อเขาบอกว่าจะกลับบ้านวันนี้ สักพัก ก็มีเครื่องบินส่วนตัวมารับเขาถึงที่

เฮ้อ ใครจะมีความสุขเท่าเขาคงไม่มีอีกแล้ว แต่ก่อนที่เครื่องบินจะบินออกจากอเมริกา โจบอดี้การ์ดของเขาคนหนึ่งได้เอ่ยถามเขาขึ้นมาว่า

“นายน้อยครับ นายน้อยจะกลับเมืองไทยวันนี้จริงๆ เหรอครับ”

“ก็จริงน่ะสิ แกไม่เห็นรึไง ว่าฉันขึ้นมาอยู่บนเครื่องเรียบร้อยแล้วไม่ให้กลับวันนี้ แล้วจะให้กลับวันไหนวะ” ปริเยศถามโจกลับไปด้วยสีหน้าไม่สบอารมณ์ที่ถามอะไรออกมาไม่คิด

“เอ่อ ไม่ใช่อย่างนั้นครับนายน้อย คือเราจะไม่แจ้งไปทางนายใหญ่กับนายหญิงก่อนเหรอครับ ว่านายน้อยจะกลับไปแล้ว ท่านทั้งสองจะได้รู้ตัว และเตรียมการต้อนรับนายน้อยด้วยไงครับ”

“ไม่ล่ะ ฉันว่าพอไปถึงเมืองไทยแล้ว ฉันจะแอบเข้าไปในบ้าน และกะจะเข้าไปเซอร์ไพรส์แม่หนูภาอีกที ทำไมแกมีปัญหาอะไรเหรอ”

            “เอ่อ เปล่าครับ ผมกลัวนายหญิงจะว่าเอาได้ครับ ถ้าเธอรู้”

            “แม่หนูภาจะมารู้ได้ยังไง ถ้าฉันไม่บอก แกไม่บอก แม่ก็ไม่รู้หรอก และห้ามแกปากโป้งไปบอกลุงโทนี่บอดี้การ์ดของพ่ออเล็กส์เด็ดขาด ไม่งั้นแกเจอดีแน่”

            “เอ่อ ครับๆ ได้เลยครับ”

“เอาล่ะ เป็นอันตกลงตามนี้ จะออกเดินทางได้รึยัง อ้อ แล้วแกไปจัดการกับสาวๆ ให้ฉันหรือยัง อย่าให้มีปัญหาตามไปที่เมืองไทยนะเว้ย สาวๆ ที่นี่ ก็ปล่อยทิ้งไว้ที่นี่แหละ เพราะในเมืองไทยยังมีอีกเยอะ ฮ่าๆๆ”

“เรียบร้อยแล้วครับนายน้อย ผมจัดการให้ค่าตอบแทนพวกเธออย่างงามครับ และบอกว่าไม่ให้มายุ่งกับนายน้อยอีกครับ”

“อืม แกทำดีมาก เอาล่ะ ฉันจะหลับสักงีบ มีอะไร ก็เรียกแล้วกัน” เมื่อสั่งลูกน้องจบปริเยศก็พักสายตาลงทันที ในหัวของเขาตอนนี้มีแต่เรื่องที่เขาคิดจะทำเมื่อเดินทางไปถึงเมืองไทย ซึ่งก็หนีไม่พ้นเรื่องเที่ยว และเรื่องสาวๆ ของเขานั่นเอง

 

ฝ่ายเมืองไทยทุกคนก็เตรียมการต้อนรับนายน้อยของบ้านเป็นอย่างดี เพื่อรอการกลับมาของนายน้อยในอีกสองสัปดาห์ข้างหน้า แต่ละคนต่างก็รู้สึกตื่นเต้น ดีใจ เพราะทุกคนก็ไม่ได้เห็นคุณชายของบ้านมาตั้งสิบกว่าปีแล้ว คนที่ดีใจที่สุดก็คงจะเป็นป้านิ่มอีกเช่นเคย เพราะตอนนี้ป้านิ่มเตรียมคิดเมนูอาหารที่จะไว้ทำต้อนรับคุณหนูของเธอเต็มไปหมด ล้วนเป็นเมนูที่น่าทาน และเป็นของโปรดของปริเยศทั้งสิ้น เมื่อเห็นว่าทุกคนต่างก็ตื่นเต้นยินดีกันถ้วนหน้า นาฏลดาก็พลอยตื่นเต้นไปกับคนอื่นๆ ด้วย เธอได้เข้าไปปัดกวาดเช็ดถูในห้องนอนของนายน้อยจนสะอาดเอี่ยมอ่อง เหลือเพียงเก็บรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ซึ่งเธอตั้งใจว่าจะมาทำอีกครั้งในอีกสองวันข้างหน้า หลังกลับจากมหาวิทยาลัย ตอนนี้เธอก็เลยอยู่ช่วย ป้านิ่มคิดเมนูอาหารไปพลางๆ ก่อน

เครื่องบินส่วนตัวได้พาปริเยศบินลัดฟ้าจนมาถึงเมืองไทยในช่วงเช้าตรู่ของวัน เขารู้สึกตัวก่อนหน้านั้นนานแล้ว และรู้สึกตื่นเต้นดีใจเป็นอย่างมาก ที่ในที่สุดเขาก็เดินทางกลับมาถึงเมืองไทยสักที เมืองไทยที่เขาจากไปตั้งสิบกว่าปี ไม่รู้จะมีอะไรเปลี่ยนแปลงไปมากขนาดไหน

“เมืองไทยจ๋าน้องปาล์มสุดหล่อมาแล้วจ้า” ปริเยศร้องตะโกนขึ้นมาเบาๆเมื่อเท้าของเขาสัมผัสพื้นดินของประเทศไทย คำพูดของเขาสามารถเรียกรอยยิ้มให้เกิดบนริมฝีปากของบอดี้การ์ดของเขาทุกคน นายน้อยของพวกเขาก็มีบางมุมที่ดูอ่อนโยนเหมือนกัน

เมื่อปริเยศลงจากเครื่องเรียบร้อยแล้ว เขาก็เดินไปขึ้นรถลีมูซีนสุดหรู เหล่าบอดี้การ์ดก็พาเขาเดินทางต่อไป จุดมุ่งหมาย คือ บ้านอันแสนอบอุ่นของเขานั่นเอง บ้านที่มีพ่อกับแม่รอคอยเขาอยู่เสมอ

“เฮ้อ แม่หนูภาครับ ปาล์มจะได้กลับไปกอดแม่หนูภาแล้วนะครับ” ปริเยศเอ่ยรำพึงรำพันออกมาเบาๆ ระหว่างทางที่รถแล่นออกไป เขาสังเกตว่าสองข้างทางมันยังมืดอยู่เลย ก็ดี สงสัยที่บ้านคงยังไม่มีใครตื่น ก็เข้าแผนเขาน่ะสิ แผนที่จะเซอร์ไพรส์แม่หนูภา ปริเยศนั่งคิดถึงหน้าตาของมารดา ที่ท่านจะตกใจและดีใจขนาดไหน เมื่อตื่นขึ้นมาแล้วพบกับลูกชายสุดหล่ออย่างเขาเร็วกว่าที่คิดไว้ แม่จะดีใจขนาดไหนน้า เขาอยากรู้จริงๆ

รถแล่นมาได้สักพักก็มาจอดบริเวณหน้าคฤหาสน์นอร์แมน บ้านของเขาก็ยังคงเป็นบ้านที่น่าอยู่เหมือนเดิม บ้านที่แทบจะไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงไปจากเมื่อสิบกว่าปีก่อนเท่าไรนัก คงจะมีต่างก็ตรงสวนหย่อมของบ้านที่ดูจะเต็มไปด้วยต้นไม้ดอกไม้นานาพันธุ์ ซึ่งคนที่สั่งให้ปลูกนั้นก็คงจะไม่พ้นมารดาของเขานั่นเอง เมื่อรถมาจอดบริเวณหน้าบ้าน ซึ่งมันยังเช้ามืดอยู่ ตอนนี้เขาจึงเห็นแค่เหล่าบอดี้การ์ดของบิดา เดินตรวจยามอยู่บริเวณรอบๆ ตัวบ้าน เมื่อบอดี้การ์ดหันมาเห็นรถของเขาก็แปลกใจ ว่าใครมาตอนนี้ ตอนที่เจ้านายทุกคนในบ้านยังไม่ตื่นเลย ตอนแรก บอดี้การ์ดจะไม่ให้รถของเขาเข้าไป แต่เมื่อเขาไขกระจกรถลง และบอดี้การ์ดคนนั้นมองเห็นหน้าของเขาแล้ว ก็รีบกดรีโมทเปิดประตูให้เขาโดยไว ก่อนที่หน้าของเขาจะบึ้งไปมากกว่านี้

“อ้าวนายน้อยกลับมาแล้วหรือครับ ไหนกำหนดกลับอีกตั้งสองอาทิตย์ไม่ใช่เหรอครับ แล้วนี่เจ้านายกับนายหญิงรู้หรือยัง” ประโยคสุดท้ายหันไปพูดกับเพื่อนบอดี้การ์ดด้วยกัน แต่คนที่ตอบกลับมากลับกลายเป็นนายน้อยของพวกเขาเอง

“ยัง และจะไม่มีใครรู้ว่าฉันกลับมาจนกว่า ฉันจะบอกพวกเขาเอง เอาล่ะ จะให้ฉันเข้าไปได้หรือยัง มีปัญหาอะไรอีกรึเปล่า” ปริเยศเอ่ยเสียงกระด้างส่งไปให้บอดี้การ์ดที่ยืนอยู่หน้าประตูทันที บอดี้การ์ดคนนั้นเมื่อเห็นสายตาและน้ำเสียงของนายน้อย ก็เสียวสันหลังวาบ จึงรีบเอ่ยระล่ำระลัก ออกไปโดยเร็ว

“ครับๆ ไม่มีปัญหาอะไรแล้วครับ เชิญครับนายน้อย เอ่อ ยินดีต้อนรับกลับบ้านครับ”

“อืม ขอบใจ” เมื่อปริเยศพูดจบ รถก็แล่นเข้าไปจอดหน้าตึกใหญ่โดยเร็ว บอดี้การ์ดลงมาเปิดประตูให้เขาก้าวลงไป เมื่อเขาลงไปแล้ว ก็เอ่ยอนุญาตให้ลูกน้องไปพักได้ ส่วนตัวเขาก็เดินแยกขึ้นไปบนตึก เพื่อจะไปนอนหลับพักผ่อนซะหน่อย รอให้ถึงตอนเช้าก่อน แล้วเขาจะออกมาจากห้องมาเซอร์ไพรส์ทุกๆ คน หวังว่าห้องของเขายังอยู่เหมือนเดิมนะ ปริเยศก้าวเดินเข้าไปในบ้าน แม้เขาจะไม่ได้กลับบ้านมาหลายปี แต่เขาก็ยังจำส่วนต่างๆ ในบ้านได้เป็นอย่างดี จำห้องทุกห้องได้ จำได้ว่าบิดามารดาพักอยู่ห้องไหน และห้องที่เขาจำได้ดีที่สุด ก็คือห้องของตัวเองนั่นเอง เมื่อปริเยศเดินมาถึงหน้าห้องที่ต้องการแล้ว เขาก็เปิดประตูเข้าไปในทันที

“ดีจังที่ห้องไม่ได้ล็อก” ปริเยศเอ่ยออกมาอย่างดีใจ แต่เมื่อเขาเปิดเข้าไป ก็ยิ่งดีใจมากกว่าเดิม ที่ห้องของเขาถูกทำความสะอาดไว้เรียบร้อยแล้ว อาจมีบางมุมที่ยังดูระเกะระกะอยู่บ้าง แต่ก็ไม่เป็นไร เดี๋ยวตอนเช้าค่อยให้แม่บ้าน เข้ามาทำความสะอาดให้อีกครั้ง ตอนนี้เขาขอนอนพักเอาแรงก่อนเถอะ เมื่อคิดได้ดังนั้น ปริเยศก็รีบเดินตรงไปที่เตียง และด้วยการที่เคยชินกับการนอนโดยไม่ใส่เสื้อผ้าอะไรเลย ก่อนนอนเขาจึงจัดการกับตัวเอง โดยปลดเปลื้องพันธนาการต่างๆ ที่อยู่บนร่างของเขาออกให้หมด และจับมันเหวี่ยงไปอยู่บริเวณปลายเตียง ในขณะที่เขากำลังจะถอดกางเกงในอีกตัวหนึ่ง แต่มานึกขึ้นได้ ว่าเหลือไว้สักชิ้นหนึ่งก็ยังดี เมื่อคิดได้ดังนั้นเขาจึงนุ่งกางเกงในกลับไปเหมือนเดิม ตอนนี้ร่างทั้งร่างของเขาก็เหลือเพียงชั้นในติดกายเพียงตัวเดียว เมื่อจัดการกับตัวเองเรียบร้อยแล้ว เขาก็รีบเดินไปที่เตียงนอนอันหนานุ่ม จัดการสอดตัวเองเข้าไปในผ้านวมอุ่นๆ และจากการเหน็ดเหนื่อยกับการเดินทาง เมื่อศีรษะของเขาได้สัมผัสกับหมอนเท่านั้น เขาก็หลับลงไปอย่างรวดเร็ว โดยไม่รู้สึกตัวอีกเลย ว่าจะมีใครเดินเข้ามาในห้องของเขาบ้าง








 

ฝ่ายนาฏลดาเมื่อวานนี้เธอตั้งใจว่าจะมาเก็บรายละเอียด ทำความสะอาดห้องของนายน้อยให้เสร็จๆ ไปสักที แต่พอเอาเข้าจริงๆ เธอก็ยังไม่มีโอกาสมาทำจนได้ เพราะหลังจากที่เธอทำรายงานกลุ่มเสร็จที่มหาวิทยาลัย เธอก็ขอแยกตัวออกมาจากเพื่อนในกลุ่มเพื่อจะรีบกลับบ้านให้เร็วที่สุด แต่ก็ถูกน้ำหนึ่ง เพื่อนสาวคนสนิทของเธอ กล่าวรั้งไว้ซะก่อน

“เดี๋ยวก่อนหนูดาจะรีบกลับไปไหนล่ะ ไหนๆ ก็ทำรายงานกันเสร็จแล้ว เราน่าจะไปเลี้ยงฉลองกันหน่อยนะ ดีไหมจ๊ะ หนูดา” เมื่อได้ยินคำพูดของเพื่อนสาวเธอก็รู้สึกอึดอัดใจ

“แต่ว่าหนูดาจะรีบกลับบ้าน น้ำหนึ่งกับเพื่อนๆ ไปกันเถอะ” ก่อนที่เธอจะเอ่ยปฏิเสธออกไปอีกครั้ง น้ำหนึ่งก็เอ่ยแย้งขึ้นมาซะก่อน

“หยุด ห้ามปฏิเสธเด็ดขาดเลยหนูดา ถ้ารายงานครั้งนี้ ไม่ได้เด็กว่าที่เกียรตินิยมอันดับหนึ่งอย่างหนูดามาช่วยทำ งานก็คงไม่เสร็จง่ายๆ หรอก เพราะฉะนั้น หนูดาห้ามปฏิเสธเด็ดขาดเลยเข้าใจไหม จริงไหมพวกเรา”

“ใช่ๆ จริงที่สุด” เพื่อนทุกคนต่างก็ลงความเห็นเป็นเสียงเดียวกัน จนในที่สุดนาฏลดาก็ขัดความต้องการของเพื่อนในกลุ่มไม่ได้ เธอจึงตอบตกลงไปในที่สุด

“ก็ได้ตกลง แต่อย่าให้ดึกนักนะ”

“โอเคเลยจ้า เอาล่ะ หนูดาคิดมาเลยว่าอยากจะทานอะไร”

“พวกเธอคิดกันมาแล้วกัน หนูดาทานได้ทุกอย่างแหละ” ทุกๆ คนคิดกันไปคิดกันมาจนในที่สุดก็ตกลงจะไปกินบุฟเฟ่ต์ที่ร้านหมูกระทะริมแม่น้ำเจ้าพระยาแห่งหนึ่ง ซึ่งนาฏลดาก็เห็นดีด้วย เมื่อตกลงกันได้แล้ว ทั้งหมดก็เคลื่อนย้ายกำลังพลไปร้านดังกล่าวในทันที และกว่านาฏลดาจะกลับถึงบ้าน ก็กินเวลาไปสี่ทุ่มแล้ว แผนการที่คิดไว้ว่าจะขึ้นไปทำความสะอาดและเก็บรายละเอียดต่างๆ ในห้องของนายน้อยก็เป็นอันต้องยกเลิกไปในที่สุด

“เฮ้อ เดี๋ยวพรุ่งนี้ เราหยุด ค่อยขึ้นไปทำแล้วกัน วันนี้ไม่ไหวแล้ว ง่วงมาก”เมื่อนาฏลดาตกลงกับตัวเองได้แล้ว เธอก็รีบไปอาบน้ำนอนทันที และคิดแผนการขึ้นมาในหัวคร่าวๆ ว่าพรุ่งนี้ จะจัดการทำอะไรกับห้องของนายน้อยบ้าง คิดไปคิดมา จนเธอเผลอหลับไปในที่สุด

เช้าวันนี้ นาฏลดารู้สึกตัวขึ้นมาก่อนนาฬิกาจะปลุกซะอีก ด้วยการที่เธอนอนหลับสนิทตลอดคืน เธอจึงตื่นขึ้นมาด้วยความรู้สึกสดชื่นและกระปรี้กระเปร่าเป็นอย่างยิ่ง เช้านี้รอยยิ้มหวานๆ และเสียงทักทายที่สดใสของเธอจึงถูกส่งออกไปให้กับทุกคนภายในบ้าน นาฏลดาตื่นขึ้นมาช่วยป้านิ่มทำกับข้าว เพื่อเตรียมของใส่บาตรไว้ให้นายหญิงของบ้าน ซึ่งบริเวณหน้าบ้าน จะมีพระมาบิณฑบาตทุกๆ เช้า และนายหญิงของบ้านก็จะตื่นมาใส่บาตรทุกๆ วันเช่นเดียวกัน

เมื่อเธอช่วยป้านิ่มทำงานบ้านต่างๆ เสร็จ และดูแลจัดสำรับไปให้คุณลุงกับคุณป้าของเธอ ซึ่งท่านทั้งสองก็ชวนเธอรับประทานอาหารเช้าด้วยกัน แต่เธอก็เอ่ยปฏิเสธออกไป และบอกว่าไม่อยากเป็นก้างขวางคอของคุณลุงคุณป้าซึ่งท่านทั้งสองก็ไม่ได้ว่าอะไร เมื่อเธอจัดการทุกอย่างเสร็จเรียบร้อย พอช่วงสายหน่อยเธอก็ขออนุญาตคุณป้าหนูภา และบอกกล่าวกับป้านิ่มว่าจะขึ้นไปชั้นบนของบ้าน เพื่อจะเข้าไปทำความสะอาดห้องของนายน้อยต่อให้เสร็จ ซึ่งทุกคนก็รับทราบ และเอ่ยอนุญาตเธอออกมาทันที

นาฏลดาเดินไปยังห้องเป้าหมายด้วยความสบายอารมณ์ ระหว่างที่เดินเธอก็ร้องเพลงงึมงำไปตลอดทาง เมื่อไปถึงหน้าห้องเธอก็จับลูกบิดประตูหมุนทันที แต่ก็ต้องแปลกใจว่าทำไมประตูถึงติดล็อก แต่เธอก็คิดว่าอาจจะเป็นตนเองที่กด ล็อกไปเองก็ได้ และแอบดีใจเล็กน้อยที่เธอขอกุญแจห้องจากป้านิ่มติดมือขึ้นมาด้วย

“เฮ้อ ขี้ลืมจริงๆ ยัยดา ดีนะเนี่ย ที่ขอกุญแจห้องจากป้านิ่มมาด้วย ไม่งั้นต้องเสียเวลาเดินย้อนกลับไปกลับมาอีก เฮ้อ” เมื่อบ่นกับตนเองเสร็จ นาฏลดาก็ไขกุญแจเปิดประตู และเดินเข้าไปในห้องทันทีโดยไม่ได้เอะใจว่าจะมีคนนอนอยู่ในห้องหรือไม่ เมื่อเข้าไปถึงเธอก็ต้องแปลกใจมากยิ่งขึ้น เมื่อรู้สึกได้ถึงความเย็นจากการทำงานของเครื่องปรับอากาศภายในห้อง แต่เธอก็คิดว่าคงมีใครเข้ามาเปิดทิ้งไว้ และลืมปิดก่อนออกไปจากห้องตามเคย เธอเดินเข้าไปในห้องที่เต็มไปด้วยบรรยากาศที่สลัวๆ เพราะผ้าม่านยังคงถูกปิดไว้ ทำให้แสงจากข้างนอกไม่สามารถส่องผ่านเข้ามาภายในห้องได้ ตอนนี้เธอจึงมองเห็นสิ่งของต่างๆ เพียงรางๆ เท่านั้น ไม่รอช้า นาฏลดารีบเดินไปเปิดผ้าม่านทุกด้าน เพื่อให้แสงส่องผ่านเข้ามาในห้อง  และเธอจะได้เริ่มทำความสะอาดให้เสร็จๆ ไปสักที เมื่อผ้าม่านถูกเปิดออกไป แสงจากภายนอก ต่างก็พากันส่องเข้ามาภายใน ทำให้ร่างของปริเยศที่นอนอยู่บนเตียงรู้สึกตัวตื่นขึ้นมาทันที เมื่อแสงมาตกกระทบเปลือกตาของเขา เขารีบลืมตาและมองออกไปยังที่มาของแสงดังกล่าว เขาก็สังเกตเห็นว่ามันส่องเข้ามาจากผ้าม่านที่ถูกเปิดนั่นเอง แต่ใครล่ะที่เป็นผู้เปิดผ้าม่านผืนนั้น ใครกันที่บังอาจมารบกวนการนอนอันแสนสุขของเขา ใครกัน

ปริเยศรีบหาคำตอบให้ตัวเองโดยเร็ว เขากวาดสายตาไปทั่วห้องเพื่อจะมองหาผู้บุกรุก แล้วเขาสายตาของเขาก็ต้องสะดุดลงที่หญิงสาวคนหนึ่งที่กำลังยืนหันหลังให้เขาอยู่ เธอยืนหันหน้าออกไปทางหน้าต่าง และเขาได้ยินเสียงเธอบ่นอะไรงึมงำออกมาสักอย่างที่เขาได้ยินไม่ถนัด ก็ดีที่เธอยืนหันหลังให้เขา ตอนนี้เขาก็ขอฉวยโอกาสสำรวจร่างบางของเธอไปพลางๆ ก่อนก็แล้วกัน เมื่อสำรวจไปเรื่อยๆ เขาก็พบว่า หญิงสาวตรงหน้ามีรูปร่างที่อรชร เอวบางร่างน้อย สะโพกผายเต็มตึงกลมมนสมส่วนน่าเอามือเข้าไปจับต้องและลูบไล้เล่น เอวเล็กๆ ของเธอ ถ้าถูกเขาจับขึ้นมาแรงๆ ก็อาจจะหักคามือของเขาได้ เธอมีผิวพรรณที่ขาวนวลเนียน ดูเปล่งปลั่ง มีเลือดฝาดของวัยสาว อันนี้เขาสังเกตจากแขนและขาที่โผล่พ้นออกมาจากเสื้อและกางเกงเท่านั้น อยากรู้จังว่าภายในจะขาวขนาดไหน ปริเยศคิดอย่างกระหยิ่มใจ

ชายหนุ่มไล่สายตามองหญิงสาวตรงหน้าตั้งแต่หัวจรดเท้า ยิ่งมองไปนานๆ สายตาที่ใช้มองในตอนแรกนั้นมันเต็มไปด้วยความสงสัย แต่พอมองต่อไปเรื่อยๆ ตอนนี้สายตาดังกล่าวได้ถูกเปลี่ยนไป มันกลับกลายเป็นสายตาแห่งความหื่นกระหายใคร่ลิ้มลองความสาวขาวเนียนตรงหน้าขึ้นมากะทันหัน ฝ่ายนาฏลดาก็ไม่ได้รู้เลยว่าตนเองกำลังตกเป็นเป้าสายตาของใคร เธอยังคงยืนก้มๆ เงยๆ อยู่บริเวณหน้าต่าง เพื่อเช็ดฝุ่นบริเวณนั้นให้สะอาดก่อนที่จะเคลื่อนย้ายตำแหน่งไปเช็ดตรงส่วนอื่นต่อไป ยิ่งเธอก้มตัวลงมากเท่าไร สะโพกผายเต็มตึงของเธอ ก็เกิดเป็นรูปเป็นร่างแนบกับกางเกงที่สวมใส่อยู่มากยิ่งขึ้น จนทำให้ให้ปริเยศเริ่มทนไม่ไหว และรู้สึกอยากจะเห็นใบหน้าของร่างบางตรงหน้าขึ้นมาทันที

“สาวน้อยเธอเป็นใครกัน ถึงได้เข้ามายั่วสวาท ฉันแต่เช้าเลย อยากรู้นักหน้าตาจะเป็นยังไง จะสวยสมกับรูปร่างหรือเปล่าฮึ ขอฉันพิสูจน์หน่อยเถอะ” ไม่รอช้า ปริเยศรีบผุดลุกขึ้นจากเตียงช้าๆ และขยับตัวด้วยเสียงอันแผ่วเบา เขาเดินย่างสามขุมไปหาเธอคนนั้น เมื่อไปถึง เขาก็อ้าแขนออกและสวมกอดเธอจากทางด้านหลังทันทีโดยที่อีกฝ่ายไม่ทันตั้งตัว ฝ่ายนาฏลดาที่กำลังทำความสะอาดอยู่เพลินๆ เมื่อถูกสวมกอดจากทางด้านหลังก็สะดุ้งตกใจ ยืนตัวแข็งค้างอยู่ในอ้อมกอดของคนคนนั้นอย่างทำอะไรไม่ถูกไปสักพัก เมื่อหายจากอาการตกใจแล้ว เธอก็รีบหันหลังกลับมาเพื่อจะมองว่าใครกันที่มาแกล้งกอดเธอแบบนี้ แต่เมื่อเธอเห็นบุคคลดังกล่าวแล้ว เธอก็ต้องอึ้งรอบสอง เพราะเขาเป็นคนที่เธอไม่รู้จัก และเป็นผู้ชาย!! ตอนนี้ทั้งสองคนยืนอยู่ในลักษณะเผชิญหน้ากัน ตาจ้องตากัน ปริเยศก็เกิดอาการอึ้งตะลึงงันไปพร้อมๆ กันกับนาฏลดา นาฏลดาอึ้งที่ถูกสวมกอดจากผู้ชายแปลกหน้า ส่วนปริเยศเขารู้สึกอึ้งพร้อมๆ กับหัวใจที่เต้นเป็นจังหวะที่รัวเร็วขึ้นเรื่อยๆ เมื่อเขาได้เห็นหน้าของผู้หญิงที่อยู่ในอ้อมกอดของเขาตอนนี้ ปริเยศก็รู้สึกแปลกกับหัวใจตนเองขึ้นมาทันที เขารู้สึกเหมือนมีกระแสไฟฟ้า แล่นพล่านไปตลอดทั้งร่างของเขา เขาอยากรู้จริงๆ ว่าความรู้สึกนี้มันเรียกว่าอะไรกันแน่

นาฏลดามองจ้องหน้าผู้บุกรุกสักพัก จนสติของเธอเริ่มที่จะกลับคืนมาเต็มที่ เมื่อเธอก้มลงมองสำรวจร่างกายของชายตรงหน้า แล้วเธอก็ต้องอึ้งขึ้นมารอบสอง เธอเงยหน้าขึ้นมามองใบหน้าของเขาที่ตอนนี้กำลังส่งยิ้มกรุ้มกริ่มปนหวานแปลกๆ มาให้เธอ เมื่อเธอเห็นดังนั้นก็หลับหูหลับตาส่งเสียงกรีดร้องไม่หยุดสลับกับเสียงด่าว่าชายโรคจิตตรงหน้าที่นุ่งกางเกงในเพียงตัวเดียว 

“กรี๊ดดด ไอ้ผู้ชายโรคจิต ไอ้คนลามก แกเข้ามาในห้องนี้ได้ยังไงเนี่ย กรี๊ดดด ออกไปนะ กรี๊ดดดด” เธอร้องกรี๊ดออกมาพร้อมกับฝ่ามือที่ตีลงไปยังฝ่ายตรงข้ามไปหยุด โดยไม่สนว่าจะตีถูกส่วนใดของชายคนนั้นบ้าง ร่างบางพยายามดิ้นรนและผลักไสชายตรงหน้าออกไป เพื่อให้ตัวเองหลุดพ้นออกมาจากวงแขนที่กอดรัดเธอไว้แน่นนั้นให้ได้

“อ้าว เฮ้ย กรี๊ดทำไมวะ ซวยแล้ว” ฝ่ายปริเยศก็ตกใจที่อยู่ๆ ร่างบางในอ้อมแขนของเขาก็กรี๊ดขึ้นมา เขาทำอะไรไม่ถูก ขืนแม่คุณยังกรี๊ดอยู่แบบนี้ต่อไป ทุกคนในบ้านก็คงจะแห่มาที่ห้องเขากันหมดแน่ๆ ตอนนี้เขาต้องหาวิธีที่จะทำให้เธอหยุดกรี๊ดให้ได้ซะก่อน แล้วจะทำยังไงล่ะ ปริเยศยืนคิดไปสักพัก เขาก็คิดออกอยู่วิธีเดียว เมื่อคิดออกแล้วเขาก็เริ่มลงมือปฏิบัติการทันที

“กรี๊ดดด....อุ๊บ อุ๊บ อึก อึก” ปริเยศก้มหน้าลงประกบปากของเขาและเธอเข้าด้วยกันทันที ให้เสียงกรี๊ดของเธอหายเข้าไปในลำคอของเขาเอง ซึ่งวิธีนี้มันใช้ได้ผลดี ตอนนี้เสียงกรีดร้องของนาฏลดาได้เงียบหายไปกลายเป็นเสียงอึกอักอยู่ในลำคอแทน












 

ปริเยศเอาริมฝีปากของเขาประกบปิดลงไปบนกลีบปากบางของเธออย่างพอเหมาะพอเจาะ เขาบดจูบเธออย่างรวดเร็ว เพื่อจะหยุดเสียงกรี๊ดของเธอ แต่เขาไม่รู้เลย ว่ารสจูบที่เขาให้เธอนั้น มันก่อให้เกิดปฏิกิริยาอย่างไรกับนาฏลดาขึ้นมาบ้าง ปริเยศรู้สึกพอใจที่เสียงกรีดร้องหายไปแล้วตามที่เขาต้องการ แต่ตอนนี้เขาเริ่มติดใจในรสจูบอันแสนหวาน และริมฝีปากอันบอบบางเย้ายวนของเธอขึ้นมาซะแล้วสิ ร่างสูงจึงยังคงเฝ้าจุมพิตเธอต่อไปโดยไม่มีทีท่าว่าจะปล่อยนาฏลดาให้เป็นอิสระ จูบของเขาตอนนี้เป็นจูบที่อ่อนหวาน เรียกร้องการตอบสนอง และผสมผสานกับความดุดันในที เมื่อนาฏลดาถูกชายแปลกหน้าจูบโดยที่เธอไม่ทันตั้งตัว แถมมันยังเป็นจูบแรกของเธอซะอีก เธอก็ทำอะไรไม่ถูก หญิงสาวพยายามต่อต้านไม่ให้เขาสามารถจูบเธอได้อย่างเต็มที่ เธอพยายามส่ายหน้าหนี พร้อมร้องอึกอักประท้วงอยู่ในลำคอ แต่เสียงประท้วงของเธอแทบจะไม่ส่งผลอะไรกับชายคนนี้เลย

เขายกมือขึ้นมาจับประคองท้ายทอยของเธอเอาไว้แน่น เพื่อให้ศีรษะเธออยู่นิ่งๆ จนเขาสามารถจูบเธอได้อย่างถนัดถนี่มากยิ่งขึ้น เขาเฝ้าจูบเธอเนิ่นนาน  จูบจนเธอคิดว่าถ้าเขายังคงจูบเธออยู่ต่อไปโดยไม่หยุดพักให้เธอหายใจแบบนี้ เธอคงขาดใจตายแน่ๆ เมื่อคิดได้ดังนั้นนาฏลดาก็เริ่มดิ้นรนขึ้นมาอีกครั้งหนึ่ง เธอต้องทำอะไรสักอย่างเพื่อให้คนโรคจิตตรงหน้า ปล่อยเธอให้ได้ คิดสิคิดยัยดา แกต้องคิดให้ออก ในระหว่างที่เธอกำลังใช้ความคิดอยู่นั้น ฝ่ายปริเยศก็ยังคงเฝ้าจูบนาฏลดาอย่างเรียกร้อง จูบจนลืมหายใจ เขาพยายามที่จะสอดแทรกลิ้นเข้าไปชิมความหวานในโพรงปากของหญิงสาวให้ได้ แต่เธอก็ไม่ได้ให้ความร่วมมือกับเขาเลย กลับพยายามดิ้นรน และผลักไสเขาอยู่ตลอดเวลา เขาจึงต้องกระชับอ้อมกอดของตัวเองให้แน่นขึ้นไปอีก เพื่อไม่ให้ร่างบางตรงหน้า ดิ้นหลุดไปไหนได้ ฝ่ายนาฏลดาก็พยายามผลักไสร่างของชายหนุ่มตรงหน้า ให้ออกห่างจากตัวเอง แต่มันก็ไม่เป็นผลอะไรเลย มันเหมือนกับเธอไปผลักกำแพงหินดีๆ นี่เอง 

“อื้อๆๆ อ่อย อั้น เอี๋ยว อี้ อ๊ะ อ๊อย” (ปล่อยฉันเดี๋ยวนี้นะ ปล่อย) เธอพยายามเตะต่อยเขาเท่าที่จะทำได้

“อ่อยเอี๋ยวอี้”(ปล่อยเดี๋ยวนี้) เธอพยายามร้องตะโกนให้เขาปล่อยเธอทั้งๆที่ริมฝีปากถูกปิดอยู่นั่นแหละ เธอดิ้นรนและส่งเสียงประท้วงออกไปสักพัก จนเธอเริ่มที่จะหมดแรงต้านทาน จึงยืนยิ่งๆ ให้เขาจัดการจูบไปตามอำเภอใจ เมื่อเขาปล่อยเธอเมื่อไร ตอนนั้นล่ะโอกาสคงจะเป็นของเธอบ้าง

เมื่อปริเยศเห็นว่าร่างบางตรงหน้า เริ่มผ่อนแรงต่อต้านลง ไม่มีอาการขัดขืนใดๆ เกิดขึ้นมาอีก เขาก็รู้สึกพอใจ โดยไม่ได้นึกเฉลียวใจเลยว่า ร่างบางตรงหน้ากำลังหาโอกาสแก้แค้นเขากลับคืน เมื่อร่างสูงจูบนาฏลดาจนพอใจแล้ว เขาก็ปล่อยริมฝีปากเธอให้เป็นอิสระ แต่ยังคงกอดเธอไว้แน่น เขาใช้นิ้วชี้เชยคางมนของเธอขึ้นมาให้เธอมองสบตาเขา ส่วนเขาก็ยิ้มให้เธอด้วยความพึงพอใจในรสจูบ และเอ่ยกระซิบชิดริมฝีปากของเธอว่า

“สาวน้อยเธอรู้ไหม ว่าจูบของเธอหวานมาก หวานจนฉันอยากจะลองจูบดูอีกสักรอบ ลองดูไหม” เมื่อนาฏลดาได้ฟังคำพูดของชายโรคจิตตรงหน้าก็ไม่พอใจ เธอรีบส่ายหน้าปฏิเสธ และเอ่ยกระซิบรอดไรฟันออกไปด้วยน้ำเสียงที่แข็งกร้าว

“ปล่อยฉันเดี๋ยวนี้นะ ไอ้คนโรคจิต แกกล้าดียังไง ถึงเข้ามากอดและจูบฉันอย่างนี้ ปล่อยสิ ฉันบอกให้ปล่อย”

“ทำไม กล้าไม่กล้า ฉันก็จูบเธอไปแล้วล่ะ เธอนั่นแหละเป็นใครเข้ามาในห้องนี้ทำไม และฉันจะยังไม่ปล่อยเธอเด็ดขาด จนกว่าจะได้จูบเธออีกสักรอบ”ปริเยศพูดจบก็เตรียมที่จะก้มลงไปจูบร่างบางตรงหน้าอีกครั้งหนึ่ง แต่เธอรีบหันหน้าหนี จูบของเขาจึงไปประทับอยู่บนแก้มอิ่มแทน เขาก็เลยฉวยโอกาสหอมแก้มเธอไปแรงๆ หนึ่งฟอด

ฟอด! อื้อ ปากว่าหวานแล้ว แก้มยังหอมอีกนะเนี่ย” เมื่อถูกลวนลามขึ้นมาอีกครั้ง นาฏลดาก็เริ่มที่จะอยู่เฉยอีกต่อไปไม่ได้ เธอพยายามรวบรวมแรงที่มีทั้งหมด ผลักกำแพงหินตรงหน้าให้ปล่อยเธอเป็นอิสระ พร้อมกับปากที่ตะโกนด่าออกไปเรื่อยๆ

“ปล่อยเดี๋ยวนี้ ไอ้คนโรคจิต ถ้าแกไม่ปล่อยฉัน ฉันจะร้องให้คนช่วยเดี๋ยวนี้แหละ แกถูกจับส่งตำรวจแน่” นาฏลดาพยายามให้ตำรวจมาข่มขู่ชายตรงหน้า แต่มีหรือที่คนอย่างปริเยศจะกลัว

“เอาสิ คิดว่าฉันจะกลัวรึไง คนอย่างนายปาล์มไม่เคยกลัวอะไรอยู่แล้ว”ปริเยศลอยหน้าลอยตาท้าทายสาวน้อยตรงหน้าออกไป จนทำให้นาฏลดาโมโหปรี๊ดขึ้นมาทันที เธอโกรธ โกรธที่ทำอะไรชายตรงหน้าไม่ได้ ตอนนี้เธออยากร้องกรี๊ดออกมาดังๆ อีกสักรอบ เมื่อคิดจบ ไม่รอช้า เธอก็อ้าปากกรีดร้องขึ้นมาอีกครั้ง

“กรี๊.....” แต่ยังไม่ทันอ้าได้เต็มที่ ริมฝีปากของเธอก็ถูกฝ่ามือหนายื่นออกมาประกบปิดเอาไว้ทันที

“ถ้าเธอยังขืนกรี๊ดเป็นนางร้ายอยู่แบบนี้ล่ะก็ คราวนี้เธอจะไม่โดนแค่จูบแน่” ปริเยศข่มขู่นาฏลดาออกไป

“อื้อๆๆ อื้อ” นาฏลดาพยายามดิ้นรนให้หลุดพ้นจากชายตรงหน้า แต่ปริเยศก็ยังปิดปากเธอเอาไว้แน่น ตอนนี้เธอจึงใช้วิธีการสุดท้าย ที่มันแวบขึ้นมาในหัวเมื่อสักครู่ จะได้ผลหรือไม่ได้ยังไง ก็ขอลองดูก่อนเถอะ เมื่อคิดได้ดังนั้น หญิงสาวก็หยุดดิ้นรน พยายามส่งสายตาหวานๆ ไปให้ปริเยศ และยกมือขึ้นมาดึงมือเขาให้ออกจากปากเธอ หลังจากนั้นเธอก็ยกแขนขึ้นไปคล้องคอเขาไว้ โน้มคอเขาลงมาหาเธอช้าๆ และพยายามส่งยิ้มยั่วยวนออกไปให้ เมื่อปริเยศเห็นท่าทีของเธอเปลี่ยนไป ก็คิดว่านาฏลดาคงจะยอมเขาแต่โดยดีแล้วมั้ง

“เป็นไง เปลี่ยนใจแล้วใช่ไหมคนสวย ติดใจในรสจูบแล้วใช่ไหม ได้ในเมื่ออยากจะจูบอีกครั้ง คนอย่างนายปาล์มก็ไม่เคยปฏิเสธสาวคนไหนอยู่แล้ว” ปริเยศคิดว่าสาวน้อยตรงหน้าอยากจะจูบขึ้นมาอีก จึงเอ่ยยิ้มๆ ออกไป แต่นาฏลดาก็ยังไม่พูดอะไรออกมา เธอยังคงโน้มคอของเขาลงมาเรื่อยๆ เมื่อได้จังหวะที่เขาเผลอ และไม่ทันตั้งตัว เธอก็ยกเข่ากระแทกขึ้นไปยังจุดยุทธศาสตร์กึ่งกลางลำตัวของเขาอย่างเต็มแรงทันที

“โอ๊ยยย” ปริเยศร้องเสียงหลงออกมาโดยไม่ตั้งใจ เมื่อเขาถูกจู่โจมจุดสำคัญโดยไม่ตั้งตัว เขาก็เจ็บจนหน้าเขียว พร้อมกับรีบปล่อยมือออกจากร่างบาง เพื่อจะนำมือมาประคองกล่องดวงใจของตัวเองแทน นาฏลดาไม่ปล่อยจังหวะให้มันผ่านไป เธอเดินย่างสามขุมเข้าไป และก้มลงเอามือต่อยเข้าไปที่หน้า และท้องของปริเยศอีกครั้งอย่างเต็มแรง และผละออกมาดูผลงานของตัวเองอย่างชื่นชม ส่วนปริเยศก็จุกจนพูดไม่ออก จุกทั้งข้างล่างและข้างบน เขายังนั่งเอามือกุมท้องและกล่องดวงใจของตนเองอยู่บนพื้น ตอนนี้เขาทำได้แค่ส่งสายตาจะกินเลือดกินเนื้อไปให้นาฏลดาเท่านั้น

“ฮึ ถ้าฉันหายจุกเมื่อไร เธอเจอดีแน่ยัยตัวแสบ”

“เชอะ แค่ลุกขึ้นน่ะเอาให้รอดก่อนเถอะ ก่อนที่จะมาทำอะไรฉัน ให้มันรู้ซะบ้างว่าฉันไม่ใช่ผู้หญิงใจง่าย ที่จะปล่อยให้นายมากอดจูบง่ายๆ โดนแค่นี้มันยังน้อยไปย่ะ” นาฏลดายังคงลอยหน้าลอยตาต่อว่าปริเยศ จนเขาเริ่มที่จะทนไม่ไหว ร่างสูงข่มความเจ็บที่มีอยู่ ผุดลุกขึ้นยืน และก้าวเท้าเข้าไปหาร่างบางตรงหน้าทันที

“สงสัยฉัน ต้องทำอะไรสักอย่างกับเธอซะแล้ว ให้มันรู้ซะบ้าง ว่าคนอย่างนายปาล์มก็ไม่ใช่หมูๆ เหมือนกัน” เมื่อนาฏลดาเห็นปริเยศลุกขึ้นมาและเดินตรงมาหาเธอด้วยหน้าตาที่ถมึงทึง เธอก็ตกใจหน้าเสียขึ้นมา เธอรีบหาทางหนีทีไล่  และรีบวิ่งตรงไปที่ประตู แต่มันก็ช้ากว่าปริเยศที่ตอนนี้เขาไหวตัวทันแล้ว เขารีบเดินเข้าไปดึงแขนของเธอเอาไว้ไม่ให้เธอหนีออกไปได้ ชายหนุ่มกระชากเธอเข้ามาหาตัวเขาอย่างแรง จนเธอล้มลงไปในอ้อมแขนของเขาพอดิบพอดี เมื่อถูกกระชากแขนโดยไม่ทันตั้งตัว นาฏลดาก็ตกใจเผลอร้องกรี๊ดออกมาสุดเสียง และในจังหวะที่ปริเยศจะทำให้เธอหยุดเสียงกรี๊ดตามวิธีของเขา ประตูห้องของเขาก็ถูกเปิดเข้ามาซะก่อน เมื่อคนที่เปิดประตูเข้ามาเห็นทั้งสองคนอยู่ในห้อง ในสภาพไม่เรียบร้อยทั้งคู่ คนคนนั้นก็อึ้ง ส่วนปริเยศและนาฏลดา เมื่อหันไปเห็นคนที่เปิดประตูเข้ามา ทั้งสองคนก็ตกอยู่ในอาการเดียวกัน คืออึ้งสุดๆ



 

ใครที่เคยอ่านรุ่นพ่อมา ก็จะรู้ทันทีว่า รุ่นนี้หื่นกว่าหลายเท่า 5555

 



ทยอยๆอัพจ้า รีไรต์อยู่ ยังมะเสร็จเลยยยยย

ฝากติดตามกันด้วยน้าาา























 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 101 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2,468 ความคิดเห็น

  1. #2462 น้องเวฟ พ่อแจ้ แม่โอ๋ (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 24 พฤษภาคม 2558 / 22:18
    น่ารักเวอร์
    #2,462
    0
  2. #2446 Preeyaporn Yotmao (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 6 มีนาคม 2558 / 23:00
    เร็วนะไรท์เค้ารอโคตรนานแล้วเนี่ยรอตั้งแต่เด็กจนแก่(เว้อร์)555แต่ที่รู้ๆรอตลอดเลย
    #2,446
    1
    • #2446-1 มาอายะ(จากตอนที่ 2)
      7 มีนาคม 2558 / 17:46
      จ้าๆๆ รอนิดนึงนะ นี่เค้าก็รีบอยู่น้าาา รู้ยัง อิอิ
      #2446-1
  3. #2334 kru- (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 24 เมษายน 2553 / 10:06

    แสบจิงๆ

    #2,334
    0
  4. #2261 kwangtung (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 17 เมษายน 2553 / 08:28
    หื่นเเท้ละนายปาล์ม อิอิ
    #2,261
    0
  5. #2005 ponpim (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 7 เมษายน 2553 / 21:36

    ไม่ได้มาอ่านพักใหญ่  จบซะแล้ว  คงต้องรีบตามอ่านให้ทันก่อนจะไม่ได้อ่าน

    ( ช่วงนี้งานมันยุ่งๆ ยิ่งเร่งงานก่อนปิดสงกรานต์ยิ่งยุ่งเข้าไปใหญ่ )

    #2,005
    0
  6. #1893 loOKMaii (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 4 เมษายน 2553 / 16:31
    ^^พระเอกหื่นมากจ้า น่าเอกเก่งอะ ชอบๆๆสุ้คนมาก55+
    #1,893
    0
  7. #1503 nestlelove (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 26 มีนาคม 2553 / 16:51
    555+นายคนนี้หื่นสุดๆ
    #1,503
    0
  8. #1412 Aulfafa (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 24 มีนาคม 2553 / 20:29

    ปาล์มเจ้าชู้ยิ่งกว่าอเล็กส์อีก
    หนูดาจะรับมือไหวเปล่าเนี้ย

    #1,412
    0
  9. #1311 Prince free time (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 23 มีนาคม 2553 / 09:03
    อ๊าย อ๊าย
    #1,311
    0
  10. #1280 fairy girl_angle girl (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 22 มีนาคม 2553 / 13:23
    หื่นอ่ะ
    #1,280
    0
  11. #1272 canstangia (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 22 มีนาคม 2553 / 10:29

    ตอนนีค้ก้สนุกมากๆเลนครับ

    #1,272
    0
  12. #1227 ClioneJung (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 21 มีนาคม 2553 / 13:47

    สนุกสุดๆเลยคะ

    #1,227
    0
  13. #1155 ว้าววววววววว (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 19 มีนาคม 2553 / 21:59
    หื่นฮาได้ใจ 5555+++
    #1,155
    0
  14. #1007 ♪aing_kz™♪ (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 16 มีนาคม 2553 / 17:44

    พระเอกออกหื่นฮานะเนี่ย 555555555555555555 5.

    #1,007
    0
  15. #913 A_Me_l3๑ (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 13 มีนาคม 2553 / 21:20
    โว๊ววววว

    หื่นได้ใจ ฮ่าๆ ๆ ๆ
    #913
    0
  16. #854 fifteen (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 11 มีนาคม 2553 / 20:38
    ออร่าหื่นของพระเอกแรงจริงๆ
    #854
    0
  17. #763 U-go-girl (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 8 มีนาคม 2553 / 21:02
    พระเอกหล่อ  นางเอกสวย สุดยอดค่า
    #763
    0
  18. #667 ลาลา (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 4 มีนาคม 2553 / 18:37

    พระอกหื่นจังเลย ลืมบอกรูปที่ใช้ลงสวยมาก

    #667
    0
  19. #659 ชิมดุงกิ (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 4 มีนาคม 2553 / 15:15
    อ้าก สนุก
    #659
    0
  20. #518 ~•ๅกาศ…‘’ (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2553 / 20:21
    5555

    หื่นไม่ดูตาม้าตาเรือเลย *
    #518
    0
  21. #189 น้อง-หนู-นา (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2553 / 19:50

    แวะมาทักทายจนได้...สนุกใช้ได้เลยนะ...เป็นกำลังใจให้นะจ้ะ...
    ว่าแต่ว่า...พระเอกเราอายุเท่าไหร่แล้วเนี้ย  ทำไมโตแต่ตัว(กับนิยาย...ติดมา)แต่นิสัยเด็กจัง...
    แต่ก็เป็นผู้ชายที่มีเสน่ห์   พี่รับได้

    #189
    0
  22. #153 น้ำแแข็งปิ้ง (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2553 / 16:43
    ปาล์มร้ายเว่อๆๆ
    #153
    0
  23. #125 aoistar (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2553 / 21:23
    55 น้องปาล์มของเราเชื้อไม่ทิ้งแถวจริง ๆ
    #125
    0
  24. #86 ss501 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2553 / 18:14
    อัพบ่อย ๆ จิตแจ่มใสนะไรเตอร์

    หนุกมากกกกกกกกกกกกก

    อัพไว ๆ นะ

    จุ๊บุจุ๊บุ
    #86
    0
  25. #83 mookae~* (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2553 / 15:48
    ตอนแรกแค่คิดว่านายปาล์มช่างนิสัยไม่ทิ้งพ่อเล้ย แต่ตอนนี้เปลี่ยนใจแล้วแสบยิ่งกว่าพ่ออีกค่ะ กระล่อน เจ้าชู้ โหด ได้โล่ห์เลย

    นายอเล็กซ์ยังยั้งใจได้ หนูภาก็แข็งได้ใจ ..แต่ รุ่นลูก อิอิ น้องดาจะรอดไหมเนี่ย เหมือนทิ้งปลาย่างไว้ให้แมวเลย น่าสนุกจริงๆภาคนี้ อิอิ 
    #83
    0