เล่ห์รักซาตาน

ตอนที่ 1 : ตอนที่ 1 โชคชะตา (100%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 18,754
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 97 ครั้ง
    4 มี.ค. 58

ตอนที่ 1

โชคชะตา

 

ลางดึกคืนหนึ่งในขณะที่ทุกคนคงกำลังหลับสบาย ท่ามกลางแสงไฟสลัวรางข้างถนน กลับมีร่างผอมบางของเด็กผู้หญิงคนหนึ่งกำลังเดินร้องไห้ โดยไม่อายสายตาผู้คนหรือรถราที่ขับผ่านไปมาเลยสักนิด

            “ฮือออ ทำไม ทำไมทุกคนต้องทิ้งหนูไป ทำไม”

นาฏลดาเด็กสาวกำพร้า อายุ 8 ปี ถูกพ่อแม่ทอดทิ้งให้อยู่กับยายมาโดยตลอด ยายของเธอมีอาชีพรับจ้าง เงินค่าจ้างเพียงเล็กน้อยในแต่ละวัน ถูกนำมาซื้ออาหารประทังชีวิตของสองคนยายหลาน มีบางวันที่ต้องอดมื้อกินมื้อ ทั้งสองคนต้องประหยัดกันสุดชีวิต แต่ถึงเธอกับยายจะยากจนอย่างไร แต่เธอก็มีความสุข เพราะนาฏลดารักยายมาก ยายสอนเด็กสาวเสมอว่า ถึงเราจะจน แต่อย่าให้ใครมาดูถูกเราเด็ดขาด ยายจึงเป็นทั้งพ่อ ทั้งแม่ และเป็นที่พึ่งสุดท้ายที่นาฏลดาเหลืออยู่ แต่มาตอนนี้ ยายของเธอได้เสียชีวิตลงไปแล้ว เมื่อที่พึ่งสุดท้ายได้จบชีวิตลง เด็กผู้หญิงตัวคนเดียวในวัย 8 ปี ก็ไม่รู้ว่าควรจะทำตัวอย่างไรต่อไป ตั้งแต่วันที่ยายจากไป นาฏลดาก็เศร้าเสียใจมาก จนกระทั่งคืนนี้ ด้วยความที่ตัดสินใจไม่ถูกว่าจะทำอย่างไรกับชีวิตของตนเองดี เธอจึงเดินออกมาจากบ้าน ที่เป็นเพิงเล็กๆ ในสลัม เธอเดินไปตามท้องถนน เดินต่อไปเรื่อยๆ จุดมุ่งหมายคือสะพานข้ามแม่น้ำเจ้าพระยาที่อยู่ไม่ไกลจากสลัมที่เธออาศัยอยู่นั่นเอง เด็กสาวคิดว่า ในเมื่อยายไม่อยู่แล้ว แล้วเธอจะมีชีวิตอยู่ต่อไปทำไม เธอตัดสินใจแล้วว่าเธอจะตามไปอยู่กับยายที่บนสวรรค์

“ฮือออ ยายจ๋า รอหนูดาด้วย หนูดาจะไปอยู่กับยาย ฮือออ” เด็กหญิงนาฏลดาร้องไห้สะอึกสะอื้นไปตลอดทางโดยไม่ได้สนใจว่าจะมีสายตาของใครที่คอยจ้องมองเธออยู่หรือไม่ ซึ่งในระหว่างที่เธอกำลังเดินอยู่นั้น ก็มีชายแปลกหน้าสามคน มองจ้องมาที่เธอด้วยสายตาแวววาว และหันกลับไปกระซิบกระซาบกันโดยที่เด็กสาวไม่ได้รู้ตัวเองเลยสักนิด หลังจากนั้นชายทั้งสามคนก็เดินแยกออกจากกัน    และเข้ามาล้อมตัวเธอไว้ทั้งสามด้าน พร้อมกับเอ่ยเรียกเธอขึ้นมา

“สาวน้อย จะเดินไปไหนจ๊ะ ไปคนเดียวเหงาไหม ให้พวกพี่ไปเป็นเพื่อนไหมจ๊ะ” นาฏลดาตกใจมากที่เห็นคนทั้งสามเดินเข้ามาล้อมตัวเองเอาไว้ ด้วยท่าทางที่ไม่น่าไว้วางใจ เธอจึงเอ่ยถามออกไปอย่างกล้าๆ กลัวๆ

“พวก พวกพี่จะทำอะไรหนู อย่า อย่าเข้ามานะ” เธอพยายามขยับตัวหนีออกให้ห่างจากชายทั้งสามคน แต่ไม่ว่าเธอจะหนีไปทางไหน ก็ถูกพวกเขาปิดล้อมไว้หมดทุกทาง

“พวกเราก็จะเล่นสนุกๆ กับน้องสาวนะสิจ๊ะ มาเถอะ มามะ มาเล่นกับพวกพี่ซะดีๆ เฮ้ย พวกมึงจับนังนี่ไว้ให้ดีๆ เดี๋ยวกูขอเริ่มคนแรกนะเว้ย” สิ้นเสียงคำสั่งของลูกพี่ พวกที่เหลือก็เข้ามาจับแขนเธอไว้ทั้งสองข้างท่ามกลางเสียงร้องตะโกนด่าและห้ามปรามของเด็กหญิงนาฏลดา

“อย่า อย่าเข้ามานะ ปล่อย ปล่อยหนูนะ ปล่อยหนูเดี๋ยวนี้ ฮือๆๆ ยายจ๋าช่วยหนูด้วย ใครก็ได้ช่วยหนูดาด้วย ฮือออ” นาฏลดาพยายามร้องเรียกให้คนช่วย แต่เธอคงโชคไม่ดี เพราะนานๆ ครั้งจึงจะมีรถขับผ่านมาสักคัน และผู้คนแถวนั้นก็ไม่มีใครอยากเข้ามายุ่ง เพราะรู้นิสัยของอันธพาลทั้งสามคนนี้เป็นอย่างดี เธอได้แต่คิดว่าโชคชะตาคงจะไม่เล่นตลกกับเธอเกินไป ท่านคงส่งใครสักคนมาช่วยเธอได้ทันเวลา แล้วชีวิตนี้เธอยังโชคร้ายไม่พออีกหรือไง คนบนฟ้าจึงได้ส่งพวกมารสังคมพวกนี้มารังแกเธออีก  

ในขณะที่นาฏลดากำลังพยายามต่อสู้ เตะต่อยตัวคนร้ายให้มันปล่อยเธอนั้น อยู่ๆ ก็มีแสงไฟจากหน้ารถ ส่องผ่านมาที่กลุ่มคนร้ายและตัวเธอ พร้อมกับเสียงแตรที่บีบไล่ดังขึ้นมา สักพักประตูด้านคนขับก็ถูกเปิดออกมาอย่างรวดเร็ว

“เฮ้ย! หยุดเดี๋ยวนี้นะ พวกมึงจะทำอะไรเด็กคนนั้นน่ะ” เหล่าคนร้ายทั้งสามเมื่อเห็นคนเดินลงมาและตะโกนเรียกพวกมันเสียงดัง พวกมันก็ตกใจ และยิ่งตกใจมากยิ่งขึ้นไปอีกเมื่อเห็นสิ่งที่อยู่ในมือของชายคนนั้น 

“เฮ้ย มันมีปืนว่ะ หนีเร็วโว้ย” เมื่อพูดจบ พวกมันต่างก็วิ่งหนีหัวซุกหัวซุนไปทันที ทิ้งไว้เพียงเด็กหญิงนาฏลดา ให้นั่งร้องไห้อยู่บนพื้นคนเดียว

“ฮือออ ช่วยหนูดาด้วย ฮือออ หนูดาไม่เหลือใครแล้ว ยายจ๋า ช่วยหนูดาด้วย ฮือออ” นาฏลดายังนั่งร้องไห้คร่ำครวญอยู่กับที่ เธอหมดแรง แม้แต่แรงจะลุกขึ้นยืนก็ยังไม่มี

“หนูๆ เป็นยังไงบ้าง เจ็บตรงไหนหรือเปล่า ให้ลุงช่วยไหม หนูจ๊ะ มาลุกขึ้นยืนก่อนเดี๋ยวลุงช่วย” ชายคนนั้นเข้ามาช่วยประคองเธอให้ลุกขึ้นยืน เมื่อเขามองเห็นสภาพของเธอก็นึกสงสารและเวทนาขึ้นมาทันที นาฏลดาเป็นเด็กผู้หญิงตัวเล็กๆ ผิวขาวซีดๆ และด้วยความที่อดมื้อกินมื้อ ทำให้มีร่างกายที่ผอมบาง ดูไม่ค่อยมีน้ำมีนวลสักเท่าไร แต่ถ้าใครได้เห็นใบหน้าของเด็กหญิงนาฏลดา ก็จะเห็นว่าเป็นใบหน้าที่น่ารัก เด็กหญิงมีใบหน้าที่ได้รูปสวย ส่วนประกอบบนใบหน้าถูกจัดวางมาอย่างลงตัว ถ้าได้รับการเลี้ยงดูดีๆ รับรองว่าโตขึ้นมา เด็กสาวคนนี้ก็จะกลายเป็นหญิงสาวที่สวยมากคนหนึ่งแน่นอน

ในขณะที่ชายคนนั้นกำลังช่วยพยุงเด็กสาวลุกขึ้นยืน เด็กหญิงนาฏลดาก็ร้องออกมาอย่างหนัก

“ฮือออ ใครก็ได้ช่วยหนูที หนูอยากตาย ฮืออ หนูไม่เหลือใครอีกแล้ว ฮือ…”

“โธ่หนู ใจเย็นๆ สิ อย่าเพิ่งร้องไห้เลยนะ ใจเย็นๆ ก่อน” ในขณะที่ชายคนดังกล่าวกำลังนั่งปลอบเด็กหญิงนาฏลดาที่นั่งอยู่บนพื้น ประตูรถอีกด้านก็ถูกเปิดออกมา สักพักก็มีผู้ชายอีกหนึ่งคนก้าวเท้าตามลงมาและเอ่ยถามเขาออกมาเสียงดัง

“ว่าไงไอ้โทนี่ แกไปทำอะไรเด็กคนนั้นอีกวะ เด็กถึงร้องไห้หนักขนาดนั้น  เลวจริงๆ เลย ไอ้พวกสามตัวเมื่อกี้ นี่ถ้าเราไม่นั่งรถผ่านมา ไม่รู้ว่าเด็กคนนี้จะเจอกับอะไรบ้าง ว่าไงหนูเป็นยังไงบ้าง” อเล็กซิสส์นักธุรกิจหนุ่มเจ้าของรถคันดังกล่าวบ่นออกมาอย่างหัวเสีย วันนี้เขาเพิ่งกลับจากงานเลี้ยงลูกค้าที่โรงแรมแห่งหนึ่ง   ขณะที่นั่งรถผ่านถนนตรงนี้ เขาก็เห็นผู้ชายสามคน ยืนล้อมตัวเด็กผู้หญิงไว้ และดูท่าเด็กจะไม่ยินยอมด้วย เขาจึงสั่งให้โทนี่บอดี้การ์ดของเขาหยุดรถ และลงไปช่วยเด็กคนนั้นโดยไว ซึ่งมันก็ช่วยได้ทันเวลาจริงๆ เขานั่งรออยู่ในรถสักพัก ก็ไม่เห็นบอดี้การ์ดของตัวเองจะเดินกลับมาสักที อเล็กซิสส์กลัวภรรยาที่บ้านจะเป็นห่วง แล้วกล่าวหาว่า เขากลับบ้านดึก เพราะไปติดสาวๆ ที่ไหนอีก เขาไม่อยากให้เมียงอน เพราะงอนทีไร กว่าจะง้อได้ เฮ้อ…เขาต้องนอนหนาวไปตั้งหลายคืน

เมื่อคิดได้ดังนั้น อเล็กซิสส์จึงรีบก้าวเดินลงมาจากรถ และไปหยุดยืนอยู่ตรงหน้าของโทนี่และเด็กคนนั้น พร้อมกับเอ่ยถามออกไป เมื่อโทนี่ได้ยินคำถามของเจ้านาย เขาก็เงยหน้าขึ้นมามอง และเอ่ยตอบเจ้านายกลับไปโดยเร็ว

“เอ่อ นายครับ เด็กคนนี้เอาแต่ร้องไห้ ว่าอยากตายน่ะครับ เธอบอกว่าเธอไม่เหลือใครอีกแล้ว ฟังแล้วน่าสงสารจังครับ ผมถามอะไรออกไป เธอก็ไม่ตอบกลับมา” อเล็กส์ได้ฟังคำพูดของโทนี่ ก็นิ่วหน้าขึ้นมาทันที และเมื่อเห็นใบหน้าของเด็กหญิง เขาก็รู้สึกสงสารเธอขึ้นมาอีกคน

“อ้าว หนูเป็นอะไร ไหนเล่าให้ลุงฟังหน่อยสิ หนูเป็นลูกเต้าเหล่าใคร คะเนี่ย ทำไมมาเดินบนถนนดึกๆ ดื่น” อเล็กส์เอ่ยถามเด็กหญิงด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยน เมื่อนาฏลดาได้ฟังคำถามของอเล็กส์เธอก็ร้องไห้สะอึกสะอื้นขึ้นมาอีก

“ฮึก…ฮือ หนู ฮึก…หนูไม่เหลือใครแล้ว หนูไม่มีพ่อแม่ หนูมียายอยู่คนเดียว แต่ยายก็ไม่รักหนู ฮือ…ยายถึงทิ้งหนูไปแล้ว ฮือออ” อเล็กส์ได้ฟังคำพูดของเด็กหญิง เขาก็หันมามองหน้าโทนี่อย่างงุนงง

“อ้าว แล้วยายของหนูไปไหนล่ะคะ”

“ฮึก ยาย ยายของหนูตายแล้ว ฮือ ยายตายแล้ว หนู หนูจะไปอยู่กับยาย ฮือออ ยายจ๋า รอหนูดาด้วย ฮือออ” เมื่ออเล็กส์ได้ฟังคำตอบจากเด็กสาว เขาก็รู้สึกสงสารขึ้นมาจับใจ เขาเอื้อมมือเข้าไปจับเด็กสาวเข้ามากอดปลอบ โดยไม่แสดงอาการรังเกียจแต่อย่างใด เขาใช้มือลูบศีรษะเด็กสาวอย่างอ่อนโยน และเอ่ยปลอบออกไปให้เธอหยุดร้องไห้

“โอ๋ๆๆ อย่าร้องเลยนะเด็กน้อย ชีวิตหนูยังอีกยาวไกล หนูจะรีบตายไปไหน เอาล่ะ ถ้าหนูไม่มีใครแล้ว หนูไปอยู่กับลุงก็แล้วกัน ไปช่วยลุงทำงาน แล้วลุงจะส่งเสียหนูให้เรียนสูงๆ เองนะคะ” เมื่อโทนี่ได้ฟังคำพูดของเจ้านายเขาก็อึ้ง จึงหันมาถามอเล็กส์อย่างสงสัย

“นี่นายอย่าบอกนะครับ ว่าจะเอาเด็กคนนี้ไปเลี้ยง”

“ก็ใช่น่ะสิ ทำไม แกมีปัญหาอะไรหรือไง ไม่เห็นหรือไง ว่าแกน่าสงสารขนาดไหน อีกอย่างหนูภาคงดีใจ ก็ตั้งแต่ตาปาล์มไปอเมริกาเห็นนายหญิงของแกบ่นๆ อยู่ว่าเหงา ฉันเอาเด็กคนนี้ไปอยู่เป็นเพื่อนหนูภาดีกว่า อีกอย่างแกดูสิโทนี่  ถ้าเด็กคนนี้ได้รับการเลี้ยงดูดีๆ ละก็ โตขึ้นคงจะสวยน่าดู และฉันก็รู้สึกถูกชะตากับเด็กคนนี้ด้วย” เมื่อโทนี่มองตามสายตาของนาย เขาก็เห็นดีด้วยกับเจ้านายทันที

“ผมก็ไม่ได้ว่าอะไรหรอกครับ เพียงแต่จะบอกว่าเห็นด้วย เพราะดูแล้วชีวิตแกน่าสงสารจริงๆ ครับ”

“อือใช่ อ้าวว่าไงคะ หนูดาจะไปอยู่กับลุงไหม แต่ตอนนี้หนูดาหยุดร้องไห้ได้แล้วค่ะ ดูสิตาสวยๆ บวมไปหมดแล้ว” เมื่อนาฎลดาได้ยินคำถามของชายแปลกหน้าก็รู้สึกแปลกใจ ทั้งสองคนดูเหมือนเป็นชาวต่างชาติมากกว่าคนไทย ถึงแม้เขาทั้งสองคนจะพูดไทยได้ถัดถ้อยชัดคำก็ตาม เธอรู้สึกไม่ไว้วางใจเขาสักเท่าไร เพราะกลัวจะถูกหลอกไปอีกครั้ง แต่เมื่อเธอเงยหน้าขึ้นไปสบตากับอเล็กซิสส์และโทนี่ เธอก็เห็นถึงความหวังดี และความจริงใจจากเขาทั้งสองคน ที่เด็กอายุแปดขวบอย่างเธอยังสัมผัสมันได้ เธอนิ่งคิดไปสักพักก็หยุดร้องไห้และเงยหน้าตอบคำถามของชายหนุ่มออกไป

“คุณลุงจะไม่หลอกหนูใช่ไหม” เมื่อเธอเห็นอเล็กซิสส์พยักหน้า เธอก็ตอบตกลงไปในทันที

“ตกลงค่ะ หนูจะไปอยู่กับคุณลุง” อเล็กส์ได้รับคำตอบของเด็กสาว เขาก็ยิ้มออกมาให้เธออย่างใจดี และลูบศีรษะเด็กสาวอย่างอ่อนโยน

“ดีค่ะ หนูคิดถูกแล้วที่ไปอยู่กับลุง ลุงรับรองว่าจะเลี้ยงดูหนูให้ดีที่สุด ลุงสัญญา เอาล่ะ ตอนนี้เราก็ไปกันได้แล้ว ดึกแล้ว หนูจะได้พักผ่อนซะที อีกอย่างคุณป้าที่บ้านของลุง คงจะนั่งงอนลุงอยู่แน่ๆ เลยที่ลุงกลับบ้านผิดเวลา” เมื่อนาฎลดาได้ฟังคำพูดของคุณลุง เธอก็หันมาส่งยิ้มให้อเล็กส์เล็กน้อยทำให้เห็นลักยิ้มเล็กๆ ที่แก้มทั้งสองข้างของเธอ เธอได้กล่าวขอบคุณอเล็กส์ออกไปเบาๆ

“ขอบคุณค่ะคุณลุง” หลังจากนั้นทั้งสามคนก็ชวนกันเดินไปขึ้นรถ และขับออกไปในทันที เมื่อเด็กหญิงนาฏลดาได้ขึ้นมานั่งบนรถแล้ว เธอก็เอาใบหน้ามาแนบกับกระจกด้านหนึ่ง เงยหน้าขึ้นไปมองบนท้องฟ้า และเอ่ยออกมากับคนที่อยู่บนฟ้าเบาๆ

“ยายจ๋า ยายไม่ต้องห่วงหนูดาแล้วนะคะ ต่อไปหนูดาจะเป็นเด็กดี ไม่ดื้อ ไม่ซน จะขยันเรียน ขยันทำงาน และจะตอบแทนบุญคุณของคนที่ช่วยเหลือหนูดาในวันนี้ให้ดีที่สุด หนูดาสัญญาค่ะยาย” แต่เมื่อนั่งไปบนรถสักพัก แอร์เย็นๆ ในรถก็ทำให้เด็กสาวอย่างเธอเผลอหลับไปในทันที อเล็กส์และโทนี่ที่มองเห็นภาพดังกล่าว ก็หันมาส่งยิ้มให้กันทางกระจกส่องหลัง ก่อนที่อเล็กส์จะเอ่ยออกมาเบาๆ

“เฮ้อเด็กยังไงก็ยังเป็นเด็กอยู่วันยังค่ำ เนอะโทนี่”

“ครับนาย”







 

เมื่อรถแล่นออกมาได้สักพักก็มาถึงยังคฤหาสน์นอร์แมน ซึ่งเป็นคฤหาสน์ของอเล็กซิสส์ นอร์แมน หนุ่มลูกครึ่งไทย – อเมริกัน เคยมีอดีตเป็นมาเฟียอเมริกัน  ชายหนุ่มเป็นเจ้าของธุรกิจมากมายทั่วโลก เขาได้แต่งงานกับหญิงสาวชาวไทย อเล็กส์จึงได้ย้ายตัวเองมาประจำอยู่ที่เมืองไทยถาวร เมื่อรถจอดลงหน้าคฤหาสน์เรียบร้อยแล้ว อเล็กส์ก็หันกลับมาปลุกเด็กหญิงนาฏลดาที่ตอนนี้กำลังหลับสนิท   โดยที่ศีรษะของเธอกำลังหนุนอยู่บนตักของเขาอยู่

“หนูดาๆ ตื่นเถอะค่ะ ถึงบ้านลุงแล้ว ตื่นได้แล้วค่ะคนดี” อเล็กส์พยายามเอ่ยเรียกหนูดาอย่างแผ่วเบา แต่ก็ยังไม่มีทีท่าว่าเด็กสาวจะตื่นขึ้นมาสักที

“หนูดา ตื่นเถอะ” คราวนี้อเล็กส์เอ่ยเรียกพร้อมกับ ใช้มือเขย่าไปที่ตัวเด็กสาวเบาๆ เขาเขย่าอยู่สักพัก เธอก็สะดุ้งตื่นขึ้นมาอย่างตกใจ

“คะ ใครคะ” นาฏลาดหันมามองหน้าคนที่ปลุกเธอเบาๆ ด้วยอาการสับสนมึนงง อเล็กส์ที่เห็นท่าทางดังกล่าวของเด็กสาว เขาก็เอ่ยกลั้วหัวเราะออกมาทันที

“ถึงบ้านลุงแล้วค่ะ หนูดา ป่ะ เราลงจากรถกันเถอะ” เมื่อนาฏลดาได้ยินคำพูดของอเล็กส์เธอก็นึกขึ้นได้ ว่าตอนนี้เธอกำลังทำอะไรอยู่ที่ไหน เมื่อนึกได้แล้ว หน้าของเธอก็แดงออกมาด้วยความเขินอาย และรีบเอ่ยขอโทษอเล็กส์ออกไปเบาๆ

“ขอโทษค่ะคุณลุง หนูดาเผลอหลับไปหน่อย ต้องลำบากคุณลุงมาปลุกหนูดาอีก หนูดาขอโทษค่ะ” อเล็กส์ที่ได้ยินคำเอ่ยขอโทษของเธอ เขาก็ยิ้มๆ ออกมา และเอ่ยคำพูดเพื่อให้เธอรู้สึกสบายใจ

“โอ๊ย ไม่เป็นไรหรอกค่ะ หนูดาง่วงก็นอนเถอะ เพียงแต่ตอนนี้ ลุงต้องปลุกหนูขึ้นมา เพราะว่ามันถึงบ้านแล้ว หนูจะได้ไปนอนต่อในบ้านยังไงล่ะคะ” เมื่อ อเล็กส์พูดจบเขาก็เปิดประตูลงไปจากรถ หลังจากนั้นนาฏลดาก็ก้าวตามอเล็กส์ลงไป เมื่อลงไปจากรถได้แล้ว เธอก็มองไปยังสิ่งก่อสร้างที่อยู่ตรงหน้า สิ่งที่คุณลุงของเธอเรียกว่าบ้าน

“นี่เหรอคะบ้านของคุณลุง ทำไมมันใหญ่จังเลยคะ ใหญ่กว่าบ้านของหนูดาในสลัมตั้งเยอะแน่ะค่ะ” อเล็กส์ได้ฟังคำพูดของนาฏลดา ก็รู้สึกสะท้อนใจขึ้นมา   เขาจึงยื่นมือออกไปลูบศีรษะเด็กสาวอย่างอ่อนโยน

“นี่แหละค่ะบ้านของลุง และต่อไปมันจะเป็นบ้านของหนูด้วยเหมือนกันค่ะ”

“ค่ะคุณลุง หนูดาขอบคุณคุณลุงทั้งสองมากเลยนะคะ ที่ช่วยหนูดาในวันนี้ หนูดาสัญญาค่ะ ว่าหนูดาจะเป็นเด็กดี เชื่อฟังคุณลุง และจะไม่ลืมบุญคุณของคุณลุงแน่นอนค่ะ”

“โธ่หนูดา ตอบทงตอบแทนอะไรกัน ป่ะ ตอนนี้เราอย่ามาพูดเรื่องตอบแทนบุญคุณกันเลย เรารีบเข้าบ้านกันดีกว่า ป่านนี้คุณป้ารอแย่แล้ว” อเล็กส์พูดจบก็เดินเข้าไปในบ้านโดยเร็ว เมื่อเขาย่างเท้าเข้าไปในบ้าน ก็ได้ยินเสียงหวานๆ ของภรรยาเอ่ยทักออกมาทันที

“ไปไหนมาคะอเล็กส์ ไหนบอกไปเลี้ยงลูกค้า ทำไมกลับดึกจังคะ” เมื่อ อเล็กส์เห็นภรรยานั่งรอเขาอยู่ในห้องนั่งเล่นของตัวบ้าน เขาก็เดินเข้าไปหาเธอ และก้มลงหอมแก้มเธอทั้งสองข้างโดยเร็ว

“เฮ้อ…ชื่นใจ กลับมาเหนื่อยๆ ได้หอมแก้มหนูภาเนี่ย ทำให้ผมหายเหนื่อยเป็นปลิดทิ้งเลยรู้ไหม” อเล็กส์เอ่ยขึ้นมาด้วยน้ำเสียงออดอ้อน

“ไม่ต้องมาปากหวานเลยค่ะ ทำไมกลับช้าจังคะ หนูภานั่งรอตั้งนานรู้ไหม  เอ๊ะ แล้วนั่นเด็กที่ไหนกันคะ” คีตภาหญิงสาวชาวไทยที่ครองหัวใจนักธุรกิจหนุ่มลูกครึ่งไทย – อเมริกันอย่างอเล็กส์ เอ่ยถามอเล็กส์ออกมาทันทีเมื่อมองเห็นเด็กผู้หญิงยืนอยู่ด้านหลังของสามี ส่วนอเล็กส์เมื่อได้ฟังคำถามของภรรยา เขาก็ยิ้มให้คีตภา และจับตัวของเด็กหญิงนาฏลดาให้ออกมายืนตรงหน้า เพื่อให้ภรรยาเขามองเห็นอย่างชัดเจน

“หนูดา สวัสดีคุณป้าสิคะ ป้าหนูภา ภรรยาของลุงเอง” เมื่อนาฏลดาได้ยินคำสั่งของคุณลุง เธอก็รีบก้มตัวลงยกมือไหว้คีตภาโดยเร็ว

“ตายแล้วอเล็กส์นี่คุณไปเอาเด็กที่ไหน หรือไปขโมยลูกใครมาคะเนี่ย” คีตภาเอ่ยออกมาอย่างตกใจ

“เปล่าจ๊ะ พอดีผมนั่งรถผ่านแล้วเจอแกกำลังเกิดเรื่องขึ้นมาพอดี คือว่า...”อเล็กส์ได้เล่าถึงเหตุการณที่เขาได้ช่วยเหลือเด็กสาวไว้ และเขายังบอกกับคีตภาอีกว่า เขาตกลงจะเอาเด็กสาวมาอยู่ด้วยที่บ้าน และจะส่งเสียเลี้ยงดูแกเป็นอย่างดี เพราะสงสารที่นาฏลดาเป็นเด็กตัวคนเดียว ไม่มีญาติพี่น้องที่ไหนเลย เมื่อคีตภาได้ฟังก็พยักหน้าเข้าใจ และนึกสงสารในโชคชะตาของเด็กสาวตรงหน้าเช่นเดียวกัน เธอจึงหันไปพูดกับนาฏลดาด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยน

“หนูชื่ออะไรคะ ไหนเข้ามาให้ป้าเห็นหน้าชัดๆ หน่อยสิ หนูชื่ออะไรคะลูก หือ” เมื่อนาฏลดาได้ยินคำพูดของคีตภา เธอก็เดินเข้าไปหาหญิงสาวและเอ่ยแนะนำตัวกับคีตภาออกมาทันที

“สวัสดีค่ะคุณผู้หญิง หนูชื่อหนูดาค่ะ หนูดา นาฏลดา พิริยะมนตรีค่ะ”

“ต๊าย ตาย ชื่อเพราะจังเลย แล้วหนูอายุเท่าไรแล้วคะหนูดา” คีตภาเอ่ยถามออกมาอย่างเอ็นดูในความน่ารักของนาฏลดา

“อายุแปดปีค่ะคุณผู้หญิง”

“แหมคุณผู้หญิงอะไรกันจ๊ะ เรียกคุณป้าก็แล้วกันค่ะ จะได้ดูสนิทสนมกันด้วย ต่อไปหนูก็ต้องมาอยู่กับป้าที่นี่อย่างถาวรแล้วนะจ๊ะ”

“ค่ะคุณป้า หนูดาขอบคุณคุณลุงคุณป้ามากค่ะ” นาฏลดาเอ่ยขอบคุณคีตภาออกมาอีกครั้ง และรู้สึกซาบซึ้งในน้ำใจที่ทุกคนมีให้เด็กอย่างเธอ เธอรู้สึกตื้นตันใจมาก จนกลั้นน้ำตาไว้ต่อไปไม่ไหว เธอร้องไห้ออกมา และก้มลงกราบไปที่เท้าของอเล็กส์และคีตภาทันที เมื่ออเล็กส์และคีตภาเห็นดังนั้น ก็ตกใจ รีบพยุงตัวของเด็กสาวให้ลุกขึ้นนั่ง และเอ่ยปลอบให้เธอหยุดร้องไห้

“เป็นอะไรคะหนูดา ไม่ต้องกราบลุงกับป้าขนาดนี้ก็ได้ค่ะ แล้วร้องไห้ทำไมคะ หยุดร้องได้แล้ว ดูสิตาหนูบวมไปหมดแล้วนะ เดี๋ยวไม่สวยไม่รู้ด้วยนะคะ” คีตภาเอ่ยแซวเด็กสาวออกมา จนทำให้เธอเผยรอยยิ้มออกมาให้คีตภาทั้งน้ำตา

“ฮือๆๆ หนูดีใจที่ได้รู้จักคุณลุงคุณป้า ทุกคนดีกับหนูมากเลยค่ะ ต่อไปหนูสัญญาว่าหนูจะไม่ทำให้คุณลุงคุณป้าลำบากใจเลยค่ะ หนูจะตอบแทนบุญคุณคุณลุงคุณป้าอย่างดีที่สุดเลยค่ะ”

“จ้าๆ เอาล่ะป้ารู้แล้วจ้า วันนี้หนูคงจะเหนื่อยแล้วสินะ เดี๋ยวป้าจะให้คนพาหนูไปพักผ่อนแล้วกันเนอะ แล้วพรุ่งนี้เราค่อยมาคุยกันอีกครั้ง เอ่อ…ป้านิ่มคะ ป้านิ่ม” สิ้นเสียงเรียกของคุณผู้หญิงของบ้าน ป้านิ่มก็พาร่างอันอ้วนท้วนสมบูรณ์ของเธอเดินเข้ามาในห้องนั่งเล่นอย่างรวดเร็ว

“มีอะไรคะคุณผู้หญิง”

“เอ่อ…ภาอยากให้ป้านิ่มพาเด็กคนนี้ไปอาบน้ำอาบท่า หาเสื้อผ้าชุดใหม่ให้แกเปลี่ยนหน่อย และก็จัดห้องพักให้แกด้วยนะคะ แล้วพรุ่งนี้ ภาค่อยบอกอีกทีว่าจะทำยังไงกับแกดี” เมื่อป้านิ่มได้รับคำสั่งจากนายหญิงของบ้าน เธอก็หันหน้าไปมองเด็กสาวที่นั่งเจี๋ยมเจี๊ยมอยู่บนพื้น เมื่อป้านิ่มเห็นใบหน้าเด็กสาว เธอก็รู้สึกถูกชะตา และเอ็นดูเด็กคนนั้นขึ้นมาทันที

“ตายแล้ว น่าตาน่ารักน่าเอ็นดูจังค่ะ เด็กที่ไหนคะเนี่ย แหมนี่ถ้ามีเนื้อมีหนังมากว่านี้สักนิดนะ รับรองเป็นเด็กที่สวยคนหนึ่งเชียวค่ะ คุณผู้หญิงไปได้เด็กคนนี้มาจากไหนคะเนี่ย”

“เอ่อ เรื่องมันยาวครับป้า ผมว่าตอนนี้ป้าพาหนูดาไปนอนก่อนเถอะครับ แล้วเราค่อยมาคุยกันใหม่พรุ่งนี้เช้า เดี๋ยวผมกับหนูภาก็จะได้ไปพักผ่อนกันบ้างครับ” อเล็กส์หันไปบอกป้านิ่มเสร็จ ก็หันมาทำสายตากรุ้มกริ่มกับภรรยา

“แหมคุณอเล็กส์ ก็ป้าอยากรู้นี่นา ก็ได้ๆ ค่อยถามพรุ่งนี้ก็ได้ค่ะ ไม่อยากขัดใจคู่รักแห่งปี เราชื่อหนูดาใช่ไหม ตามป้ามาเลย เดี๋ยวป้าจะพาเราไปอาบน้ำ แต่งตัวนอน” ป้านิ่มรีบเปลี่ยนความต้องการที่อยากรู้เรื่องของนาฏลดา และรีบจูงมือหนูดาออกไปจากห้องทันที เมื่อเห็นสายตาของอเล็กส์ที่ส่งมาบอกเธอว่าให้ออกไปได้แล้ว เขาอยากอยู่สองคนกับหนูภา เธอก็ไม่อยากขัดใจเจ้านายทั้งสอง  

เมื่อป้านิ่มพาเด็กสาวออกไปแล้ว โทนี่ก็เอ่ยขอตัวกลับไปหาภรรยาของเขาที่บ้านเช่นเดียวกัน ตอนนี้จึงเหลือเพียงอเล็กส์กับคีตภานั่งอยู่ด้วยกันสองคน เมื่อนั่งกันไปสักพัก อยู่ๆ คีตภาก็ถอนหายใจขึ้นมา

“เฮ้อ น่าสงสารหนูดาจังเลยนะคะ เป็นเด็กกำพร้าอยู่กับยายสองคน แล้วยายก็มาเสียอีก ถ้าหนูภาเป็นแก ก็คงไม่อยากมีชีวิตอยู่เหมือนกันค่ะ” เมื่อคีตภาพูดจบอเล็กส์ก็ดึงเธอเข้ามาในอ้อมกอด ให้ศีรษะของเธอซบอยู่กับอกของเขา

“ใช่จ๊ะ นี่ล่ะ คือสาเหตุที่ผมพาแกมาอยู่ที่บ้านของเรา อย่างน้อยเราก็ยังสามารถช่วยเหลือแกได้”

“ใช่ค่ะ เห็นแกแล้วก็คิดถึงน้องปาล์มขึ้นมาทันทีเลยค่ะ เด็กสองคนนี้ อายุห่างกันไม่เท่าไร ในขณะที่หนูดาไม่มีใครเลย แต่ตาปาล์มของเราเนี่ย มีคนล้อมรอบเยอะแยะ มีแต่คนคอยเอาใจ พะเน้าพะนอ อยากได้อะไรก็ได้ เฮ้อ พูดถึงลูกขึ้นมา ฉันก็เริ่มคิดถึงแกขึ้นมาอีกแล้วสิคะ”

“โธ่หนูภา ลูกไปแค่อเมริกาเอง ให้แกไปเรียนรู้โลกภายนอกซะบ้าง แล้วอีกอย่างแกไปอยู่คนเดียวซะที่ไหน แกรนมากับแกรนปา ของแกก็อยู่ที่นั่น ผมว่านะ ดีไม่ดี แกจะถูกตามใจจนเหลิงน่ะสิ จนไม่อยากลับมาเมืองไทยอีก เพราะอยู่ที่โน่น คงไม่มีใครปราบแกได้อยู่หมัดเหมือนแม่ของแกหรอก”

“ไม่ได้นะคะ ภาไม่ยอมหรอก ยังไงตาปาล์มก็ต้องกลับมา เนี่ยแค่ภายอมให้แกไปเรียนต่อที่นั่น ก็ดีเท่าไรแล้ว จริงๆ ภาอยากให้แกโตกว่านี้สักหน่อยแล้วค่อยไป แต่นี่แกเพิ่งจะอายุสิบสามปีเองนะคะ คุณก็ส่งแกไปแล้ว ภาสงสารลูกจะแย่ เฮ้อ”

“เอาน่า หนูภาอย่าห่วงเลย ลูกเราเขาเก่งจะตาย เอาตัวรอดได้สบายอยู่แล้ว แล้วอีกอย่าง เรายังมีบอดี้การ์ดคอยดูแลเขาอยู่ไม่ห่างคงไม่เป็นไรหรอกน่า หรือถ้าหนูภาคิดถึงลูกขึ้นมาจริงๆ เดี๋ยวผมพาหนูภาบินไปหาลูกเลยก็ได้ ดีไหม”

“ค่ะ ถ้าได้แบบนั้นก็ดี เอ่อ แล้วเรื่องของหนูดา คุณจะทำยังไงต่อไปคะ”

“อืม เรื่องนี้ผมให้หนูภาจัดการแล้วกัน ผมยกแกให้เป็นของหนูภาแล้วน้า  คราวนี้หนูภาก็คงไม่เหงาแล้วล่ะ ถึงน้องปาล์มไม่อยู่แต่คุณก็ยังมีหนูดาอยู่นะ”

“ค่ะ คราวนี้ภาก็คงจะไม่เหงาแล้วล่ะ มีเด็กน่ารักๆ อย่างหนูดามาอยู่เป็นเพื่อนด้วยทั้งคนนี่คะ จริงไหม”

“จริงจ้า แต่ผมว่าตอนนี้เราก็ไปนอนกันบ้างดีกว่าเนอะ ดึกแล้ว” อเล็กส์รีบเอ่ยชวนภรรยาขึ้นห้องทันที

“นอนจริงๆ นะคะ ห้ามทำอะไรเด็ดขาด”

“เอ่อ อันนั้นไม่ก็ไม่แน่เสมอไปหรอกหนูภา ฮึๆ” อเล็กส์ยิ้มเจ้าเล่ห์ให้คีตภา ส่วนคีตภาเมื่อเห็นสายตาของสามี เธอก็ส่งค้อนไปให้เขางามๆ สองทีซ้อน

“เจ้าเล่ห์ไม่มีใครเกินจริงๆ” เมื่อคีตภากล่าวจบ อเล็กส์ก็จับตัวเธอช้อนขึ้นมาในวงแขน และพาขึ้นห้องโดยไม่สนใจเสียงร้องห้ามปรามของคีตภาเลย

 

หลังจากวันนั้น วันที่อเล็กส์ได้พานาฏลดาเข้ามาอยู่ในบ้านของตัวเอง เด็กหญิงนาฏลดาก็ดูจะมีความสุขกับชีวิตมากขึ้นกว่าเดิม ตอนนี้เธอไม่นอนร้องไห้น้อยใจในโชคชะตาของตนเองแล้ว แต่เธอกลับดีใจที่โชคชะตาทำให้เธอได้มาเจอกับคนดีๆ อย่างคุณลุงอเล็กส์และคุณป้าหนูภา เมื่อเธอมาอยู่ที่นี่ คุณป้าหนูภานายหญิงของบ้าน ก็พาเธอไปสมัครเรียนที่โรงเรียนใกล้บ้าน เพื่อที่เธอจะได้เดินทางไปเรียนได้สะดวกๆ แต่ถึงโรงเรียนนั้นจะใกล้บ้านอย่างไร แต่มันก็เป็นโรงเรียนเอกชนที่แพงเอาการ เธอรู้สึกเกรงใจท่านทั้งสองมาก จึงอยากจะขอท่านไปเรียนโรงเรียนของรัฐบาล ที่อยู่ไกลออกไปหน่อย แต่คุณผู้หญิงก็ไม่ยอมเด็ดขาด บอกให้เธอเรียนที่นี่แหละ ไม่ต้องห่วงเรื่องเงิน ท่านเต็มใจจะส่งเสียให้เธอเรียนอย่างเต็มที่ ขอแค่เธอเป็นเด็กดีและตั้งใจเรียนก็พอ

ถึงตอนไปเรียนใหม่ๆ เธอจะเข้าเรียนช้ากว่าทุกคน เพราะมาเริ่มเรียนตอนอายุแปดขวบแล้ว แต่เธอก็ไม่ย่อท้อ เธอพยายามตั้งใจเรียนไม่ให้เสียชื่อคนที่ส่งเสียให้เธอเรียนเด็ดขาด และความพยายามของเธอก็เป็นผล เมื่อผลการเรียนในภาคการศึกษาแรก เธอสอบได้ที่หนึ่งของชั้น พร้อมทั้งยังได้ประกาศนียบัตรเรียนดี และความประพฤติเรียบร้อยอีกต่างหาก เธอรีบเอารางวัลดังกล่าวมาให้คุณผู้หญิงดู คุณผู้หญิงก็ชมเธอไม่ขาดปาก แถมวันนั้น เธอยังได้รับรางวัลเป็นตุ๊กตาหมีตัวใหญ่ยักษ์ที่เธอใช้นอนกอดอยู่ทุกคืน ทุกๆ วันที่เธออยู่ที่นี่ เธอจะมีหน้าที่คอยช่วยงานบ้านทั่วๆ ไปในตอนเย็นหลังเลิกเรียน หรือช่วงว่างในวันเสาร์อาทิตย์ ซึ่งทุกๆ คนก็ไม่ได้ใช้งานอะไรเธอมากนัก แต่เป็นตัวของเธอเองต่างหากที่อาสาเข้าไปช่วยทุกคน และทุกๆ วันผู้คนภายในบ้านก็จะคุ้นชินกับคำพูดของหนูดาว่า…

“ป้าคะ ยายคะ เดี๋ยวหนูดาทำให้ หนูดาทำได้ค่ะ” ซึ่งพอทุกๆ คนได้ยินคำพูดดังกล่าว ต่างก็ยิ้มเอ็นดูในความมีน้ำใจของหนูดากันถ้วนหน้า โดยเฉพาะป้านิ่ม ที่ดูจะเอ็นดูเธอที่สุด ป้านิ่มมักจะชมหนูดาว่าดีอย่างโน้น ดีอย่างนี้ ให้คุณผู้หญิงของเธอฟังอยู่เสมอ เพราะป้านิ่มชอบในความน่ารักของหนูดา และนึกชื่นชมในความขยันขันแข็งของเด็กหญิง ที่ถึงแม้ว่าเจ้านายจะไม่ได้พาเธอมาเป็นคนใช้ในบ้าน แต่นำมาเลี้ยงไว้เสมือนลูกหลานคนหนึ่ง แต่เด็กคนนี้ก็ไม่ได้วางตัวผยองว่าเป็นคนโปรดของนายหญิง แต่เธอกลับมีน้ำใจ ชอบช่วยเหลือทุกคน เท่าที่เด็กอายุแปดขวบจะทำได้

จนเวลาผ่านไปสิบสี่ปีที่เด็กหญิงนาฏลดาได้เข้ามาอยู่ที่นี่ จากเด็กผู้หญิงตัวเล็กๆ ตอนนี้เธอได้กลายเป็นสาวสวยสะพรั่งในวัย 22 ปี ใบหน้าจิ้มลิ้มในวันวาน วันนี้ มันกลายเป็นใบหน้าสวยหวาน แก้มเป็นสีชมพูเปล่งปลั่งประกอบด้วยลักยิ้มทั้งสองข้าง ที่เมื่อใครเห็นก็จะทำให้ตกหลุมรักในความน่ารักของเธอกันได้ง่ายๆ รูปร่างที่ผอมบางในตอนเด็กๆ จากการที่อดมื้อกินมื้อ มาวันนี้ ถึงรูปร่างของเธอจะยังบางอยู่แต่มันก็ดูมีน้ำมีนวลและดูสมส่วนมากขึ้น

ตอนนี้นาฏลดากำลังเรียนอยู่ในชั้นปีที่สี่ของมหาวิทยาลัยของรัฐแห่งหนึ่ง ที่เธอสอบติดได้เป็นอันดับหนึ่งของคณะ เธอเลือกเรียนคณะบริหารธุรกิจ เนื่องจากถ้าเรียนจบแล้ว เธอจะได้ออกมาช่วยงานผู้มีพระคุณทั้งสองของเธอ ซึ่งท่านทั้งสองก็เห็นดีด้วยที่เธอเลือกเรียนทางด้านนี้ เพราะจบออกมาจะได้มีงานทำทันที ก็คือทำงานในบริษัทของเครือนอร์แมนกรุ๊ปนั่นเอง เป็นธรรมดาที่สาวสวยอย่างเธอย่อมมีหนุ่มๆ ในมหาวิทยาลัยขยันมาขายขนมจีบอยู่เสมอ แต่นาฏลดาก็ไม่ได้สนใจใคร   เธอยังใช้ชีวิตประจำวันไปตามปกติ ยังไม่มีใครที่สามารถเอาชนะใจเธอได้ ตอนนี้เธออยากตั้งใจเรียนให้ดีที่สุด พยามยามไม่ให้เรื่องอื่นๆ มารบกวนใจเธอ ทำให้บางคนอาจมองว่าเธอสวยแล้วหยิ่ง ซึ่งหากใครจะคิดแบบนั้น เธอก็คงจะห้ามความคิดของเขาไม่ได้

นาฏลดาใช้ชีวิตประจำวันในคฤหาสน์นอร์แมนอย่างมีความสุข เธอยังคงตั้งใจเรียน และขยันช่วยงานทุกคนอยู่เสมอ เธอรู้มาว่าคุณผู้หญิงกับคุณผู้ชายมีลูกชายอยู่ด้วยกันคนหนึ่ง ซึ่งถูกส่งไปอยู่อเมริกาตั้งแต่ตอนที่เธอย้ายเข้ามาอยู่ในบ้านหลังนี้ ซึ่งเธอก็ไม่เคยเห็นหน้า ว่าเขาหน้าตาเป็นอย่างไร แต่ป้านิ่มบอกว่าคุณหนูปาล์มของเธอเป็นคนน่ารักอย่างโน้นอย่างนี้ ช่างออดช่างอ้อน ใครอยู่ใกล้ๆ ก็จะมีความสุขกับลูกอ้อนของคุณหนูปาล์ม โดยเฉพาะนายหญิงที่ดูจะแพ้ลูกอ้อนของลูกชายมากที่สุด 

บ่อยครั้งที่เธอขึ้นไปบนตึกใหญ่ แล้วคอยมองหาว่าจะมีรูปคุณหนูบ้างไหม เธออยากรู้ว่าเขาหน้าตาเป็นยังไง แต่เธอก็ไม่เคยเห็นสักที จะหน้าตาน่ารัก หรือหล่อสมคำร่ำลือหรือเปล่า แต่รูปที่เธอเห็นใส่กรอบตั้งโชว์อยู่นั้น ส่วนใหญ่จะเป็นรูปสมัยเด็กๆ หรือเป็นรูปก่อนที่คุณหนูจะไปอเมริกาทั้งนั้น ไม่เห็นจะมีรูปตอนโตให้เธอดูเลย และยิ่งคุณหนูไม่เคยกลับมาเมืองไทยเลย เพราะส่วนใหญ่จะเป็นคุณผู้หญิงกับคุณผู้ชายบินไปเยี่ยมที่โน่นทั้งนั้น สรุปคือตอนนี้เธอมาอยู่ที่นี่สิบกว่าปีแล้ว แต่ก็ยังไม่เคยรู้จักหน้าของคุณหนูปาล์มสักที รู้จักแต่ใบหน้าตอนเด็กๆ แต่คนเราพอโตขึ้นมาแล้ว ใบหน้ามันก็ต้องเปลี่ยนไปบ้างล่ะ แล้วเธอจะจำได้ไหมเนี่ย เฮ้อ เธอก็ได้แต่ฟังทุกๆ คนเล่ากันมาอีกที แต่เธอก็ยังคิดไม่ออกอยู่ดีว่าหน้าตาของคุณหนูเธอจะเป็นยังไง เธอก็ได้แต่หวังว่าคุณหนูของเธอจะเป็นคนดี และมีนิสัยน่ารักเหมือนพ่อกับแม่เท่านั้น คิดไปก็ปวดหัวซะเปล่าๆ

เมื่อวานนี้นายหญิง หรือคุณป้าหนูภา ได้บอกกล่าวกับป้านิ่มและคนในบ้านอย่างดีใจว่า อีกหนึ่งเดือนลูกชายของเธอก็จะบินกลับมาจากต่างประเทศแล้ว เพราะเขาได้เรียนจบปริญญาโททางด้านบริหารธุรกิจเรียบร้อยแล้ว และจะบินกลับมาช่วยงานในเมืองไทยทันที งานนี้คนที่ดีใจที่สุดก็คือป้านิ่ม เพราะแกบ่นคิดถึงคุณหนูของแกทุกวัน ส่วนคุณผู้หญิงก็ตื่นเต้นดีใจไม่แพ้กัน ที่ลูกชายจะกลับมาอยู่ใกล้ๆ ตัวเธอแล้ว คุณผู้หญิงจึงบอกให้ทุกคนเตรียมการต้อนรับคุณหนูให้ดีๆ ให้เตรียมจัดงานต้อนรับคุณหนู และให้หาคนไปเช็ดทำความสะอาดห้องเดิมของคุณหนูให้ดี เพื่อรอรับการกลับมาของคุณชายของบ้าน ซึ่งหน้าที่นี้ เธอเป็นคนรับอาสาเอง เพราะเห็นว่าทุกคนก็งานล้นมือกันอยู่แล้ว เดี๋ยวเสาร์อาทิตย์ที่จะถึงนี้ เธอไม่มีเรียน เธอจึงอาสาจะทำให้ ซึ่งทุกคนก็เห็นดีด้วย เป็นอันว่าหน้าที่ในการทำความสะอาดห้องของคุณหนู ก็ตกเป็นของเธอในที่สุด ในใจของนาฏลดาตอนนี้ก็แอบตื่นเต้นดีใจไม่ได้ ที่ในที่สุดเธอก็จะได้รู้จักและเห็นหน้าคุณหนูของป้านิ่มสักทีถึงจะอีกหนึ่งเดือนก็เถอะ

“เฮ้อ ไม่รู้คุณหนูจะเป็นยังไงบ้าง จะใจดีเหมือนคุณพ่อคุณแม่รึเปล่าน้า”นาฏลดาได้แต่เอ่ยเบาๆ กับตัวเองในใจ และทุกๆ คนในบ้านตอนนี้ต่างก็ใจจดใจจ่อ และยินดีกับการกลับมาของเจ้านายน้อยกันทั้งนั้น

จนเวลาได้ผ่านไปสองอาทิตย์แล้ว จากตอนแรกที่นาฏลดารับปากทุกคนไว้ว่าเธอจะขึ้นไปทำความสะอาดห้องของคุณหนูให้ แต่พอเอาเข้าจริงๆ เธอกลับไม่มีเวลาเลย เพราะต้องติดเรียน และมีรายงานขึ้นมากะทันหัน ทำให้เธอยังหาเวลาว่างขึ้นไปทำไม่ได้สักที แต่ทุกคนก็ไม่ได้ว่าอะไร พวกเขาต่างก็บอกว่าจะขึ้นไปทำแทนเธอ แต่เธอก็รีบกล่าวปฏิเสธออกไป ว่าเธอรับงานมาแล้วเธอต้องทำให้ได้เหมือนที่ออกปากไป เธอตั้งใจไว้แล้ว ว่าพรุ่งนี้ มีเรียนช่วงบ่าย วันนี้หลังเลิกเรียนเธอจะขึ้นไปทำความสะอาดให้ซึ่งคงจะใช้เวลาไม่นาน ก็คงจะเสร็จเพราะห้องถูกปิดไว้อย่างดี ไม่ได้เลอะอะไรมาก เธอบอกทุกคนไปแบบนี้ ซึ่งทุกคนก็เห็นดีด้วย เธอจึงค่อยสบายใจไปอีกเปราะหนึ่ง


 

ตอนหน้ามาดูความหื่นของพี่ปาล์มกันนะคะ 5555






ปล. แจ้งนิดนึง ว่าเรื่องนี้อาจจะอัพให้อ่านไม่จบนะคะ จะอัพประมาณ 60 - 70% ของเนื้อเรื่อง แล้วจะนำไปทำอีบุ๊ก เพื่อให้ดาวน์โหลด ฉบับสมบูรณ์ต่อไปค่า แจ้งไว้ก่อนนะคะ ต้องขอโทษล่วงหน้าด้วยนะคะ อัพถึงตอนไหนจะแจ้งอีกครั้งค่ะ อ่านเป็นตัวอย่างเพื่อประกอบการตัดสินใจนะคะ ฉบับอีบุ๊กยังรีไรต์ไม่เสร็จเลยยังไม่ได้อัพโหลดขึ้นเวบ  และราคายังไม่ได้กำหนด เสร็จเมื่อไหร่ จะแจ้งอีกครั้งนะคะ
 ขอบคุณคนอ่านทุกๆ คนค่ะ 
























 




 


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 97 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2,468 ความคิดเห็น

  1. #2457 ขวัญ (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 23 เมษายน 2558 / 15:22
    แปลกเนอะสิบกว่าปีไม่เคยกับมาเยี่ยมบ้านเลย
    #2,457
    0
  2. #2260 kwangtung (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 17 เมษายน 2553 / 08:24
    น่ารักดีค่ะ
    #2,260
    0
  3. #1891 loOKMaii (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 4 เมษายน 2553 / 16:20
    ติดตามๆค่ะ
    #1,891
    0
  4. #1601 F.K-400 (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 29 มีนาคม 2553 / 00:11
    xนุกมากมายค่ะพี่ชื่ออะไรค่ะ
    ----------------------------------------------
    xนูSAIcatsaaaaaaaaaaaaบ้าที่สุด
    #1,601
    0
  5. #1500 nestlelove (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 26 มีนาคม 2553 / 16:12
    หนูดาน่าสงสารจัง ยังเด็กแท้ๆกับเจอเรื่องราวมากมาย
    #1,500
    0
  6. #1411 Aulfafa (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 24 มีนาคม 2553 / 20:23

    หนูดาชีวิตน่าส่งสาร
    แม่หนูภาปล่อยปาล์มไปเรียนไกล ๆ ได้ไงเนี้ยะ

    #1,411
    0
  7. #1335 Soft@Hottest (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 23 มีนาคม 2553 / 14:55
     มันต้องเกิดเรื่องสักอย่างในห้องนอนนั่นแน่ๆ
    #1,335
    0
  8. #1309 Prince free time (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 23 มีนาคม 2553 / 08:35
    ยอดเยี่ยมค่ะไรเตอร์
    #1,309
    0
  9. #1276 fairy girl_angle girl (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 22 มีนาคม 2553 / 11:58
    สนุกค่ะ
    #1,276
    0
  10. #1274 bailiu (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 22 มีนาคม 2553 / 10:58

    เข้ามารายงานตัวค่ะสงสัยจะติดเรื่องนี้อีกเรื่องแล้วอิอิ

    #1,274
    0
  11. #1271 canstangia (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 22 มีนาคม 2553 / 10:27

    สนุกมาๆเลยนะครับ ชอบซีวอนมากเลยครับ สนุกมากๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆเลย บราวโว้

    #1,271
    0
  12. #1212 พลับพลอย (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 21 มีนาคม 2553 / 02:55

    ชักอยากจะเห็นหน้าคุณหนูปาล์มเสียแล้วซิ

    #1,212
    0
  13. #808 fifteen (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 10 มีนาคม 2553 / 18:59
    น่าสนุกจัง...
    จะติดตามนะคะ
    #808
    0
  14. #778 นายลิส (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 9 มีนาคม 2553 / 13:41
    หลงรักหนูดา



    555
    #778
    0
  15. #762 U-go-girl (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 8 มีนาคม 2553 / 20:54
    สนุกค่า ต่อๆ
    #762
    0
  16. #687 gaetero conan (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 5 มีนาคม 2553 / 12:32
    สุดยอดดชอบค่า
    #687
    0
  17. #666 ลาลา (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 4 มีนาคม 2553 / 18:22
    เขียนได้น่ารักมาก สนุกมากเป็นกำลังใจให้นะ สู้สู้
    #666
    0
  18. #658 ชิมดุงกิ (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 4 มีนาคม 2553 / 14:58
    อ้าก
    สนุกอ่ะ

    #658
    0
  19. #575 กัญสิริ (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 2 มีนาคม 2553 / 11:47
    สนุกค่ะ อ่านตอยแรกแล้วติดใจเลยค่ะ
    #575
    0
  20. #316 นางสาวแจ่มใส (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2553 / 15:18
    #316
    0
  21. #288 wefw (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2553 / 12:59
    ตอนแรกก้อสนุกแล้ว









    เป็นกำลังใจให้ไรเตอร์นะคับ
    #288
    0
  22. #150 Love (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2553 / 11:52
    สิบกว่าปีที่ปาล์มไปเรียน ไม่กลับมาเยี่ยมบ้านที่เมืองไทยเลยหรือค่ะ

    ถึงทำให้น้องดาไม่เคยเห็นหน้าปาล์มเลยน่ะ

    ตามอ่านนะคะ เป็นกำลังใจให้ Writer ค่ะ
    #150
    0
  23. #109 น้องมอ (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2553 / 22:17
    น่าสงสาร
    #109
    0
  24. #93 aoistar (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2553 / 22:28

    กรี๊ดดด...อเล็กส์น่ารักไม่เปลี่ยนเลยอ่ะ

    ตอนหน้าจะเจอน้องปาล์มแล้ว...มั้ง

    #93
    0
  25. #78 ss501 (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 31 มกราคม 2553 / 20:57
    หนุกมากกกกกกกกกก

    อัพไว ๆ นะ

    จุ๊บุจุ๊บุ
    #78
    0