[RE-UP] MASK BOY | T | หลงรักนายสุดหล่อ |

ตอนที่ 9 : 8

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 5,750
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 58 ครั้ง
    27 ส.ค. 62


- 8 -

“ขะ...ขอโทษ”
ฉันเอ่ยบอกอีกคนทั้งที่ยังยอมให้เขากอดอยู่ ผลักสิวะชีเน่ ทำไมสมองยังมึนงงอยู่ ตินตินสายตาอ่อนลงเล็กน้อยก่อนจะนึกขึ้นได้ว่ากอดฉันอยู่ เขาค่อยๆ ปล่อยฉันออกจากอ้อมกอด ก่อนจะขยับตัวออกไปยืนมือฉันแบบเท้าสะเอว ไม่มีคำดุอีกมีแค่การจ้องมองฉันด้วยสายตาที่เหมือนอ่อนขึ้นแต่ก็แข็งขึ้นอีก เขาคิดอะไรอยู่นะ แต่ไม่นานคนตรงหน้าก็เอ่ยทำลายความเงียบ พร้อมด้วยการเดินเข้ามาใกล้และยื่นมือมากุมมือฉันไปจับไว้หลวมๆ

“ไปกันได้แล้ว”
เขาเอ่ยก่อนจะจูงมือฉันข้ามถนน พาฉันเดินมาที่รถ รถ ใช่อีกคนมีรถ หรูด้วยนะเหมือนจะเป็นเบนซ์ คงรวยน่าดู แล้วทำไมวันก่อนถึงเดินกลับหล่ะ ฉันไม่กล้าถามและก็ไม่กล้าขึ้นด้วยจนอีกคนที่ปล่อยมือฉันตอนมาถึงรถต้องเอ่ยบอก

“รถฉันเอง ขึ้นสิ”

“อะ...อ๋อ”
ฉันครางรับเบาๆ ก่อนจะเปิดประตูและขึ้นไปนั่งฝั่งข้างคนขับ ฉันสังเกตบรรยากาศในรถหรูที่ได้ขึ้น ดีเชียวหล่ะ กลิ่นน้ำหอมในรสก็ดูมีสไตล์ดี ไม่ได้หอมมากจนปวดหัวด้วย รสนิยมน่าจะดีน่าดู เพราะเอาแต่สังเกตรถเขา แต่ไม่ได้สนใจเจ้าของรถ คนข้างๆ เลยเอ่ยเรียกร้องความสนใจ

“กินอะไรรึยัง?”

“หือ?”
ฉันหันไปมองหน้าตินติน ส่วนเขาก็ยังคงจับจ้องอยู่ที่ถนน ก็ตั้งใจขับรถอยู่นี่นา ก่อนจะละสายตามามองฉันครู่หนึ่งและเอ่ยถามประโยคเดิม

“กินอะไรรึยัง?”

“ยะ...ยังเลย แต่ไม่เป็นไร ยังไม่ค่อยหิว”
ฉันคิดว่าเขาคงจะแค่ถามไปงั้นแหละ แต่ไม่คิดว่าอีกคนจะ

“อเมริกาโน่เย็นกับแซนด์วิช”

“ (O_o?) ”

“อยู่เบาะหลัง ซื้อมาให้”
เจ้าตัวเอ่ยบอกทิศทางของสิ่งของที่เรากำลังเอ่ยถึง ฉันหันไปมองทันทีที่เขาบอก และก็พบว่ามันมีของที่เขาว่าจริงๆ แต่เพราะไม่ยอมเอื้อมไปหยิบ เขาเลยเอ่ยปากถาม

“หยิบไม่ถึงเหรอ”

“ปะ...เปล่า”
ฉันพูดแบบนั้น ก่อนจะเอื้อมตัวไปหยิบของที่เบาะหลังของรถ ซึ่งมันเป็นตอนรถติดไฟแดงพอดีไง คนที่ขับรถอยู่เลยหันมาพอดีกับตอนที่ฉันหันไป ใบหน้าของฉันเฉียดกับเขาเล็กน้อย แต่เพราะยังมีสติอยู่ฉันเลยรีบขยับมานั่งตามปกติ ตินตินไม่ได้พูดอะไรเพราะไฟเขียวพอดีเขาก็หันไปขับรถต่อ ฉันที่มองอาหารในมือ วางกาแฟไว้ในช่องวางขวดน้ำในรถ ก่อนจะแกะแซนด์วิชกินเงียบๆ จริงสิต้องชวนเขากินด้วยไหม แต่ไม่ทันจะเอ่ยปากถามอีกคนก็เอ่ยถามฉันก่อน

“อร่อยไหม?”

“อืม”
ตินตินไม่ได้พูดอะไรต่อ หันไปสนใจขับรถอีกครั้ง ฉันนั่งของที่เขาเตรียมให้เงียบๆ เมื่อแซนด์วิชหมดก็นั่งดูดอเมริกาโน่เย็นอย่างสบายใจ เพราะดูเหมือนรถวันนี้จะติดเป็นพิเศษ การเดินทางกลับหอที่ปกติใช้เวลานั่งรถมามอ.แค่10นาที ตอนนี้กลับเลยไปแล้วโดยไม่รู้ตัว ความจริงฉันก็กินเสร็จตั้งนานแล้วนะ แต่ทำไมตินตินไม่พูดค่อยอะไรกับฉันเลยล่ะ เงียบผิดปกติ

“วันนี้รถติดจังเนอะ”
ฉันหันไปชวนคนข้างๆ คุย เขาละสายตาจากการมองถนนด้านหน้ามามองฉันครู่เดียว ก่อนจะหันหน้ากลับไปเหมือนเดิม แต่สิ่งที่อีกคนเอ่ยคุยกับฉันมันก็ยังผิดปกติอยู่ดี

“อืม”
เงียบผิดปกติเนอะ ว่าไหม อีกคนมีท่าทีแปลกๆ สายตาที่มองฉันก็แปลกๆ ตามไปด้วย ฉันเลยรับมือกับสถานการณ์ด้วยการเงียบ มันคงดีสุดแล้วล่ะมั้ง ตอนนี้เขาอาจจะไม่อยากคุยอะไรกับฉันเยอะก็ได้นะ ฉันนั่งเงียบมาจนรถของตินตินจอดที่ใต้หอของฉัน ฉันหันไปมองเขา ก่อนที่จะเอ่ยขอบคุณ อย่างน้อยอีกคนก็ใจดีมาส่งถึงหอ

“ขอบใจนะติน”

“.......”

“เราไปนะ เดี๋ยวขยะเราหยิบไปทิ้งเอง”
ฉันเอ่ยบอก อีกคนพลางหยิบขยะในรถ ก็ของที่เขาซื้อมาให้กินนั่นแหละ ว่าจะเปิดประตูลง แต่ไม่ทันจะได้เอื้อมไปจับประตูเลยด้วยซ้ำ อีกคนก็คว้าข้อแขนฉันไว้

“ (O_O?) ”

“เดี๋ยว”

“หือ?”
ฉันทำหน้างงใส่เขา เมื่อจู่ๆ อีกคนก็พูดร้องห้ามให้ฉันไว้ ตินตินเหมือนจะไม่ทนอีกแล้ว เขาเป็นฝ่ายเอ่ยปากคุยกับฉันแทน เพื่อทำลายความสงสัยที่มีมาตลอดการเดินทางกลับหอของฉันในวันนี้

“คุยกันก่อน”

“.....”

“ใจคอจะไม่ถามเลยเหรอ ว่าทำไมเราเงียบ”

“ (O_O) ”

“ใจร้าย”
ตินตินเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่ดูเหมือนงอนฉันเล็กน้อย นี่ตกลงว่าที่เงียบมาตลอดทาง คืองอนฉันหรอกงั้นเหรอ ฉันมองหน้าเขาอีกครั้งแบบตั้งใจก่อนจะเอ่ยถามออกมา ในสิ่งที่อีกคนเพิ่งจะเอ่ยเมื่อกี้

“เป็นอะไร?”

“.......”

“เป็นอะไรก็บอกเราสิ เราสังเกตคนไม่เก่งหรอกนะ”

“ไม่สบายใจ”

“ (o_o?) ”

“เรียกง่ายๆ ก็ …ไม่เข้าใจ”

“เรื่อง?”
ตินตินไม่ได้เอ่ยบอกชัดเจนเขากดล็อกรถทันที นั่นคือมีความหมายเป็นนัยๆ ว่า ต้องอยู่คุยกันให้รู้เรื่อง ตกลงเป็นอะไร ฉันก็คาใจนะไม่ใช่ไม่เป็น เราสบตากันอยู่พักหนึ่งก่อนที่อีกคนจะเอ่ยออกมาในสิ่งที่เขากำลังคิด

“คำพูด”

“.......”

“ของเพื่อนเธอ ที่บอกว่าเรา”

“เรา?”

“เป็นแฟนกัน ...แค่ปลอมๆ”
ตินตินถอนหายใจออกมาในตอนที่พูดประโยคสุดท้ายนั่น ที่แท้ก็สงสัยในสิ่งที่เพื่อนฉันเอ่ยแซว ฉันยกยิ้มบางๆ ก่อนจะตอบ

“มันแซวเล่น”

“แต่ตอนนี้เราลองคบกันอยู่นิ”

“อืม”

“ถึงจะไม่เป็นแฟน แต่เธอก็น่าจะมีสถานะให้เราบ้าง”

“.....”
ฉันมองตินตินแบบไม่เข้าใจ ฉันไม่รู้ว่าเขาคิดอะไร หรือฉันคิดน้อยไปเรื่องความสัมพันธ์ครั้งนี้ ก็จริงอยู่ที่เมื่อคืนเราสองคนตกลงคบหากัน ถึงจะไม่ได้เรียกว่าแฟนเต็มปาก แต่ฉันก็ไม่ได้ปฏิเสธเขา ดังนั้นก็ควรมีสถานะให้กันอย่างงั้นเหรอ?

“งั้นจะเอาไงก็ว่ามาสิ”
ฉันเอ่ยกับตินตินแบบนั้น เพราะความจริงก็ไม่รู้ว่าควรให้เขาอยู่ในฐานะอะไรของฉันเหมือนกัน

“คนคุยกันเหรอ?” ฉันถามเขาด้วยคำนี้เผื่อมันจะตรงใจ

“ก็ใช่ แต่ไม่เก๋พอ”

“หะ?”

“ขอพิเศษหน่อยสิ”
ตินตินเอ่ยบอก ฉันมองหน้าเขานิ่งๆ ก็ไม่รู้จะพูดอะไร จู่ๆ อีกคนก็ถามฉันขึ้นมาในเรื่องที่น่าจะเป็นเรื่องเดียวกันนะ แค่มันต้องใช้ความคิดมากกว่านิดหน่อย

“ใจเต้นแปลกๆ บ้างรึยัง?”

“ (O_o?) ”

“ตอนที่อยู่ใกล้ฉัน ใจเธอเต้นผิดจังหวะบ้างรึเปล่า”
เหมือนคำถามที่ถามออกมาค่อนข้างจะจริงจัง ไม่ใช่การเอ่ยหยอดเพิ่มคะแนน หรือแกล้งฉันแน่นอน เป็นอีกครั้งที่ไม่สามารถอ่านความหมายสิ่งที่เขาพูดออกมาจากสายตา ฉันควรตอบเขาไปตรงๆ ใช่ไหม

“ก็เคยมีบ้าง”

“ไม่ค่อยชัดเจนใช่ไหม?”
ตินตินยังคงถามต่อ ฉันเลยได้แค่พยักหน้าให้เขาไปเป็นคำตอบ ก่อนที่อีกคนจะเอ่ยคำถาม ไม่สิ เรียกว่าขอความคิดเห็นมั้งน่าจะถูก

“เรามาลองทดสอบดูปะ”

“ทดสอบ?”
ฉันเอ่ยทวนในสิ่งที่เขาพูด ไม่ได้ขอความชัดเจนหากแต่เขาเองที่เป็นฝ่ายขยายความให้ฟังซะมากกว่า

“มาลองจูบกันดู ถ้าใจเต้น ก็ถือว่าพิเศษอยู่”

“ (O///O) ”

“ลองไหม?”

“......”

“......”
ความเงียบปกคลุมในรถ ขอลงจากรถตอนนี้เลยได้ไหม ฉันไม่รู้ว่าอีกคนจริงจังแค่ไหนกับสิ่งที่พูด แต่การจะให้จูบกันโต้งๆ ไปเลยมันก็ไม่ค่อยจะเข้าท่าเท่าไหร่ ฉันเลยลองเป็นฝ่ายพูดดูบ้าง

“จะจูบกันได้ไง”

“หือ?”

“ปากนายเป็นยังไงฉันยังไม่เคยเห็นเลย”
ฉันเอ่ยบอก ตินตินยกมือขึ้นร่นแมสลงมาปิดไว้ที่ปากอีกครั้ง ก่อนจะเอ่ยในสิ่งถัดมาที่ฉันคิดว่ามันคือเหตุผล มั้ง?

“บอกแล้วไง ไม่ต้องรีบ อยากเห็นหน้า”

“.......”

“มันลุ้นดีออก ไม่ว่าเหรอ”

“งั้นนายจะให้จูบกันคนที่ไม่เคยเห็นหน้าจริงๆ สักครั้งอะนะ แปลกไปมั้ง”

“ไม่แปลกหรอก”
ตินตินพูดขัดออกมา ก่อนจะขยับตัวของเขาเข้ามาใกล้ฉันมาขึ้นจนฉันต้องใช้แผ่นหลังพิงไปที่ซอกประตู เขายกสองแขนขึ้นจับเบาะที่ฉันนั่งอยู่ค้ำไว้ พลางยื่นหน้าเข้ามาเอ่ยบางคำที่เป็นเหตุผลที่ก็คงจะจริงอีกมั้ง เช่นเดิม

“ไม่เห็นแปลก”

“ (O.O?) ”

“เวลาคนเขาจูบกัน บางครั้ง ก็ยังหลับตาเลย”

“.........”

“หรือว่าไม่จริง?”

ฉันเงียบไปเลย เพราะไม่รู้จะเอาอะไรมาเถียงเขามากกว่า ได้แค่จ้องที่ตาของเขาและนั่งนิ่ง ตินตินจะรู้ไหมว่าแค่ยังไม่ทันจะจูบกันสายตาของเขาก็ทำฉัน


ตึกตัก ตึกตัก~
ฉันแกล้งเบนสายตาจากเขาไปมองทางอื่น แต่มันก็เป็นไปไม่ได้เมื่ออีกคนยกมือข้างหนึ่งขึ้นมาจับไว้ที่ปลายคางของฉันและหันหน้าฉันไปประจันหน้าเขาอีกรอบ ฉันไม่รู้จะทำยังไง แต่ก็ต้องหาความมั่นใจให้ตัวเองซะก่อน

“แล้วนายล่ะติน”
เขาเลิกคิ้วเล็กน้อย ก่อนจะเอ่ยถามฉันพลางวางมือที่จับปลายคางไว้ที่เดิม

“เรา ...เราทำไม?”

“นาย....”

“ (O.o?) ”

“นายเคยใจเต้นเพราะเราบ้างรึยัง?”
ฉันเอ่ยถามคนตรงหน้าที่จ้องมองฉันอยู่เหมือนรอฟังให้ชัดเจน เขาไม่ได้หลบสายตาฉันไปไหนตอนที่ฉันจ้องเขาแบบนี้ หากแต่ว่ากลับตอบสวนขึ้นมาทันทีด้วยคำสั้นๆ ที่แค่ฟังก็รู้ว่าเขาเป็นแบบนั้นจริงๆ

“เคยสิ”

“ (O////O) ”

“ทำไมจะไม่เคย”

“ตอนไหน?”

“หลับตาดิ”
ฉันเลิกคิ้วขึ้น ก่อนจะเอ่ยถามขึ้นทันทีเช่นกัน

“ทำไมต้องหลับตา?”

“เธอจ้องเราขนาดนี้ เราตอบไม่ถูกหรอกนะซิน”
ตินตินเรียกฉันว่าซิน ฉันเดาว่าเวลาที่เขาเรียกฉันแบบนี้มันคงเป็นเวลาที่เขาต้องการทำคะแนน ก็หมายถึงการเอาใจนั่นแหละ แต่ฉันก็ชอบเหมือนกันนะ รู้สึกดีแบบอธิบายไม่ถูกว่าทำไมถึงรู้สึกดีด้วยซ้ำ แต่จะให้หลับตาทันทีก็รู้สึกไม่ค่อยปลอดภัยยังไงไม่รู้ ไม่ได้กลัวเขาหรอกนะ แค่รู้สึกไม่ปลอดภัยกับเสียงหัวใจที่เต้นดังเดินไปตอนนี้ต่างหาก กลัวเขาจะได้ยินมันไง

“ถ้าไม่หลับตา ก็......”



Rrrrrrrrr Rrrrrrrrr~


อาการสั่นจากมือถือของตินตินที่อยู่ในกระเป๋าเสื้อ เขาผละตัวออกไปนั่งที่เบาะคนขับตามเดิม ก่อนจะกดรับสายที่โทรเข้า

“ตินพูดครับ”

(....)

“อยู่กับชีเน่”

(....)

“แฟน”
ฉันหันไปมองตินตินในคำว่าแฟน ที่เขาพูดออกมา เขาปรายตามามองฉันเช่นกัน ก่อนจะหันกลับไปและสนใจกับคนปลายสายต่อ

“เดี๋ยวรีบไป”


(.....)
“ครับ”
คนข้างๆ วางสายจากการสนทนากับใครก็ไม่รู้ แต่ที่พอจะจับใจความได้ก็คือ ตอนนี้เขาคงต้องไปแล้ว

“ไปก่อนนะ”

“อะ...อืม”

“วันหลังจะมาขอจูบใหม่”

“ (O////O) ”
ตินตินว่าพลางหันไปปลดล็อกประรถให้ฉัน ฉันเองก็รีบลงจากรถโดนไม่ได้เอ่ยลาอะไรเลย ก่อนที่อีกคนจะลดกระจกลงมาเอ่ยบางคำก่อนออกรถไป

“สบายใจแล้วล่ะ”
“ (O////O) ”

“แล้วเจอกันใหม่นะ”

“ (-/////-) ”
ไม่รู้ว่าสบายใจเรื่องอะไร และก็ไม่รู้ว่าอีกคนได้คำตอบไปหรือยัง หรือว่าเขาจะแอบได้ยินเสียงหัวใจฉันเต้นกันนะ






















ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 58 ครั้ง

3,333 ความคิดเห็น

  1. #3323 PUNCH-AM (@punch-am) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 19 กันยายน 2562 / 17:10
    มันลึกลับแต่ก็น่ารัก
    #3323
    0
  2. #3306 Kanijang_1630 (@Kanijang_1630) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 27 สิงหาคม 2562 / 10:38
    คนอ่านก้อใจเต้นขนาด
    #3306
    0
  3. #353 muumon90 (@muumon90) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 11 มกราคม 2560 / 14:14
    เจิมมมมมมมม
    #353
    0
  4. #352 Alisa Momay (@0877203559) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 11 มกราคม 2560 / 13:46
    คิดถึงตินตินแล้ว อัพค่ะ
    #352
    0