[RE-UP] MASK BOY | T | หลงรักนายสุดหล่อ |

ตอนที่ 16 : 15

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 5,803
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 68 ครั้ง
    19 ก.ย. 62

- 15 -

สุดท้ายฉันก็ต้องยอมออกมากินข้าวกับตินตินจนได้ เพราะถ้าปฏิเสธอีก อีกคนก็เอาแต่โวยวายในห้องฉันอยู่ดี เรื่องจัดของก็ยังมีเวลาอีกตั้งสองวัน เลยต้องยอมออกมาด้วยกับเขาจนได้ แต่ตินตินนี่สิ ออกมาข้างนอกกับฉันแบบที่ไม่ยอมใส่แมสซะด้วย โชคดีนะที่โจโจ้กับโปเต้กลับไปแล้ว ไม่งั้นเห็นฉันลงมากับผู้หล่อๆ แบบนี้มีหวัง ไม่ได้ไปไหนแน่ๆ

“ทำไมไม่ใส่แมส”
ฉันหันไปถามตินตินที่กำลังขับรถอยู่อย่างตั้งใจ เห็นว่าจะพาฉันไปกินปิ้งย่าง คงจะหิวหนักมากสินะ เขาละสายตามามองฉันตอนที่รถหยุดไฟแดง ก่อนจะมีรอยยิ้มบางๆ เจือขึ้นที่มุมปากนั้นและเอ่ยตอบคำถามฉันไปด้วย

“อยากให้รางวัลซินไง”

“รางวัล รางวัลอะไร?”
ฉันเอ่ยถามเขา ก่อนที่คำตอบสุดน่าหมั่นไส้ในความมั่นหน้าของอีกคนจะดังสวนขึ้นมาทันที

“จะได้อวดคนอื่นว่า ...เราหล่อ”

“ (O.o?) ”

“แฮปปี้ดีออก ...เน๊อะ

เหรอออออออ
ฉันแกล้งพูดลากเสียงแต่ก็ใช่ว่าจะไม่ยิ้มในคำพูดของเขา ตินตินเองที่เป็นคนพูดก็ยิ้มตามไปด้วย ไม่นานนักรถของตินตินก็จอดเทียบที่ร้านปิ้งย่างที่เป็นร้านที่ขึ้นชื่อของแถวมอ.ด้วย เห็นว่าร้านนี้จะกินต้องจองคิวเชียว ดูจากคนที่มานั่งรอหน้าร้านก็พอจะมองออก เป็นสิบๆ คนเลยล่ะ หากแต่คนที่พาฉันมา กลับพาฉันเขามาในร้านอย่างหน้าตาเฉยไม่เห็นจะต้องไปรอคิวแบบที่คนอื่นเขาทำกัน

“ทำไมไม่รอคิว”
ฉันเร่งฝีเท้าเดินเข้าไปใกล้เขาและสะกิดเอ่ยถาม อีกคนหันมายิ้มให้ ก่อนจะเอ่ยตอบกลับมาคล้ายการย้อนถามกลับ

“ทำไมต้องรอ?”

“อ้าว?”
คำตอบของอีกคนทำเอาฉันร้องอ้าวขึ้นมาทันทีหากแต่ว่าไม่นานเท่านั้น คำตอบก็ถูกเฉลยให้ฉันแบบที่ไม่ต้องถามต่อ

“แม่ นี่ไง ที่บอกจะพามา”
ตินตินพาฉันเดินเข้ามาเรื่อยๆ จนถึงห้องห้องหนึ่งที่ดูคล้ายจะเป็นของ เจ้าของร้าน ฉันหันมองหน้าตินตินกับผู้หญิงคนที่เขาเรียกแม่สลับกัน ก่อนที่อีกคนจะเอ่ยอธิบายด้วยรอยยิ้ม

“แม่ครับ นี่ชีเน่”
ฉันยกมือไหว้คนตรงหน้าทันทีด้วยความรู้สึกที่สัมผัสได้ แม่งั้นเหรอ งั้นร้านนี้ก็

“ร้านแม่เราเอง (^^) ”

“ (=O=) ”
คนข้างๆ ยังมีหน้าจะมายิ้มอีก ฉันยังเหวออยู่ด้วยซ้ำ ก่อนที่แม่ของตินตินจะยิ้มและเอ่ยทักทายฉัน

“สวัสดีจ้ะ หน้าตาน่ารักจังนะเรา”
ท่านเอ่ยชมจนฉันเขินไม่รู้จะทำตัวยังไง แต่เหมือนแม่ของตินตินเองก็พอจะมองออก เลยหันไปเอ่ยถามลูกชาย

“ไม่ได้บอกเหรอ ว่าจะพามาหาแม่”

“ (- -) (- -) (- -) (- -) ”

“ร้ายจริงๆ”
แม่ตินตินเอ่ยกับเขา ก่อนที่จะพาฉันกับตินตินเดินมาทางห้องวีไอพีที่ดูเหมือนจะต้องจองก่อนมาที่นี่ แต่สำหรับเขาคงกรณีพิเศษ

“ถ้าตินดื้อก็บอกแม่นะชีเน่ เดี๋ยวแม่ตีให้”
แม่ของตินตินหันมาพูดกับฉัน ฉันยิ้มให้ความน่ารักของท่านและ

“แม่ผมโตแล้วนะ มาตงมาตีต่อหน้าสาวได้ไง”

“นี่โตแล้ว”
แม่ว่าพลางเลิกคิ้วใส่ ตินตินยิ้มกรุ้มกริ่มก่อนจะเดินไปเกาะแขนแม่แบบเด็กๆ นั่นสิ นี่โตแล้วเหรอ ขี้อ่อยแล้วจะยังขี้อ้อนอีก แม่ตินตินผลักเขาออกจากแขนก่อนจะเดินมายืนข้างฉันและกอดเอวไว้หลวมๆ

“ดื้อเนอะ หนูว่าไหม”

“ (^^) ”
ฉันยิ้มแทนคำตอบ ก่อนที่แม่จะเอ่ยขอตัวไปทำงานต่อ

“ทานให้อร่อยกันนะเด็กๆ แม่ไปดูความเรียบร้อยก่อน”

“ขอบคุณค่ะ”
ฉันเอ่ยขอบคุณแต่ตินตินไม่ เขาเดินไปหอมแก้มแม่ดัง


ฟอดดดดด~


“ไม่อายสาวแล้วไง”
แม่เอ่ยถามเขา ตินตินยิ้มก่อนจะตอบคำถามแม่แบบที่ฉันก็ไม่ค่อยจะเห็นดีด้วย มันดีเหรอ

“เดี๋ยวก็หอมสาวด้วย จะได้ไม่น้อยใจ”

“ (O///O) ”

“ทะลึ่ง”
แม่ว่าพลางตีแขนเขาเบาๆ แต่ก็ไม่ได้อะไรมาก ทนทานชะมัด ก่อนที่ท่านจะเดินกลับไปปล่อยให้เราอยู่กันสองคน

“ทำไมมองเราแบบนั้น”

“ (o_o) ”

“งอน”

“ (- -) (- -) (- -) (- -) ”

“โกรธ”

“ (- -) (- -) (- -) (- -) ”
ฉันส่ายหน้าให้คำตอบทั้งหมดนั่น เพราะในใจไม่ได้มีอะไรแฝง แค่มองเฉยๆ หากแต่ว่าอีกคน ก็ใช้โอกาสในการมองของฉันในการเอ่ยคำพูดของเขาอีกครั้ง

ฮั่นแน๊!!! หลงรักเค้าแล้วก็บอก”

“ (O_o**) ”

“แน่ๆ เลย เลื่อนขั้นเลยไหม?”

“เลื่อนขั้น เลื่อนขั้นอะไร?”
ฉันเอ่ยถามอีกคนเกี่ยวกับคำพูดของเขาที่ดูจะงงๆ สำหรับฉัน แต่มันไม่งงกับเขานั่นเพราะ

“ฉันเป็นคนสำคัญอยู่นิถูกไหม?”

“อืม”
ฉันครางรับสั้นๆ พลางพยักหน้าด้วย ก็มันจริงนิ ก็สถานะเราเป็นแบบนั้นกันอยู่ก่อนที่อีกคนจะเอ่ยคำพูดที่ต่อเพิ่มขึ้นมาได้แบบถึงกับต้องเลิกคิ้วในทันที

“เป็น เป็นคนรู้ใจ ไม่ก็.....”

“พอ พอ พอ”

“อ้าว”
อีกคนร้องอ้าวขึ้นมาที่ถูกฉันขัดไม่ให้พูดต่อ แต่ด้วยความซนของเขา คิดเหรอจะยอมฟังแล้วทำตามฉันง่ายๆ

“อยากเป็นอะไรของเค้าเหรอตัวเอง”

“ (-_-*) ”

“ไม่ทำหน้าแบบนั้นสิคะ ไม่น่ารัก”

“ใช่ไม่น่ารัก ไม่น่ารักมากด้วย”
ฉันพูดย้อนอีกคน แต่เขากลับทำให้คำพูดที่ดูแข็งๆ ของฉัน สามารถกลับกลายเป็นคำหยอดฉันของเขาแทนได้อีกครั้ง

“แต่เค้ารักนะ หลงมากด้วย”

“ (O////O) ”

ฮ่าๆ ๆ ๆ ~ เขินอีกแล้ว”
ตินตินแซวฉันขึ้นมา ไม่พอแค่นั้น ยังยกมือของเขาขึ้นมาหยิกแก้มฉันเบาๆ พลางเอ่ยเพิ่มความเขินให้ฉันที่ยืนฟังอยู่

“ทำไมน่ารักว่ะ”

“ (-/////-) ”

“ไป ไป เดี๋ยวจะเขินจนกินไม่ลง”
ตินตินว่าพลางลาก ใช้คำว่าลากฉันมานั่งที่โต๊ะในห้องวีไอพี ก่อนอีกคนจะเรียกพี่พนักงานมาสั่งอาหารชุดใหญ่เน้นว่าชุดใหญ่ ยังไม่รู้เลยว่าสองคนจะกินหมดรึเปล่า จนฉันถึงกับต้องเอ่ยปากถาม

“นี่สั่งมากิน”

“ใช่ครับ”

“นึกว่าสั่งมาถม มันเยอะไปไหมติน”
ฉันเอ่ยถามจนตินตินหัวเราะออกมา แต่เขาก็ตอบคำถามฉันออกมาแบบยิ้มๆ เช่นกัน ขนาดใช่คำค่อนข้างแรงแต่อีกคนก็ยังขำอยู่นั่น

“เดี๋ยวมีคนมาด้วย”

“หือ? ...ใครมา”
ฉันเอ่ยถาม ตินตินยิ้มบางๆ พลางหัวเราะในลำคอก่อนจะเอ่ยตอบฉันอย่างจริงใจ สาบานว่าจริงใจ

“คนที่เธอไม่รู้ว่าใคร”

“......”
มาไม้ไหน แต่ช่างมันเถอะ อยากพูดอะไรก็ปล่อยให้พูดไป ก่อนที่ไม่นานเสียงเอะอะโวยวายจะดังมาจากด้านนอกนอกวีไอพี และเข้ามาในห้องในที่สุด

มาแล้วววววววววววววววว
บุคคลที่ปรากฏตรงหน้าฉัน เป็นใครสักคนที่เป็นผู้ชาย หน้าตาค่อนข้างมุ้งมิ้งเลยทีเดียว ดูได้จากทรงปากที่ดูน่ารักน่าหยิกกับสายตาขี้เล่นๆ นั่น แต่ว่าทำไมเสียงเขาที่ดังขึ้นมันคุ้นหูแปลกๆ เหมือนได้ยินที่ไหนก็ไม่รู้ แต่ไม่นานนักฉันก็พอจะรู้ได้

“สวัสดี ...ซินนี่”

“ (=o=) ”
ฉันอ้าปากค้างทันที ถึงกับเหวอแตก เพราะผู้ชายคนที่หน้าตามุ้งมิ้งที่ฉันว่า เขาคือพี่บีเบล ที่เพิ่งเจอกัน และวันนี้ก็ไม่ใส่แมสมาแล้วด้วย แต่โลกคงไม่ปล่อยให้ฉันงงนาน สักพักผู้ชายอีกคนที่ดูตัวเล็กๆ พอกับพี่บีเบลแต่นิ่งกว่าก็เดินตามเข้ามาในห้องด้วย ก่อนที่คนข้างๆ ฉันจะสะกิดและบอกอะไรบางอย่างตอนที่คนที่เข้ามาใหม่นั่งลงโต๊ะเดียวกับพวกเรา

“นี่พี่บีเบล น่าจะรู้แล้ว”

“ (^.^) ”
รอยยิ้มน่ารักๆ ของพี่เขาถูกส่งมาทักทายจนฉันต้องยิ้มตอบ ก่อนที่ตินตินจะหันไปหาอีกคนและแนะนำให้ฉันรู้จัก

“คนนี้พี่แคนนอน อยู่กลุ่มเดียวกับเราเหมือนกัน”

“สวัสดีค่ะ”
ฉันเอ่ยทักทายพี่เขา

“สวัสดีครับ”
พี่แคนนอนเอ่ยทักทายฉันก่อนจะส่งยิ้มมาให้ ว่าแต่ตอนพี่เขายิ้มดูหน้าเปลี่ยนไปจากเดิมมากเลย มันดูน่ารักพอๆ กับพี่บีเบลเลยล่ะ แต่พอเขาไม่ยิ้มมันก็ดูขรึมๆ ไง แอบเกร็งยังไงไม่รู้ ก่อนที่คนที่ทำให้บรรยากาศไม่เกร็งจะเอ่ยชวนคุย

“ถ้าโชนนี่กับจูนี่มาด้วยก็ดีเนอะ จะได้รู้จักกัน”
พี่บีเบลเอ่ยชื่อใครสักคนที่พอจะเดายากมาก จากการเติมชื่อของเขา ฉันเลยต้องหันไปขอความช่วยเหลือจากคนข้างๆ เพราะก็อยากรู้อยู่นะว่าเขาเอ่ยถึงใคร

“เฮียโชนกับแฟนชื่อพี่จูเนียร์”
เหมือนตินตินจะรู้ว่าฉันสงสัย เพราะฉันยังไม่ทันจะได้เอ่ยปากถามอีกคนก็เอ่ยตอบก่อนแล้ว รู้ไปหมดเลยแฮะ

“ซินนี่ ย้ายมาอยู่คอนโดเราเหรอ?”
พี่บีเบลเอ่ยถามฉัน ฉันมองเขาเล็กน้อย ก่อนจะฉุกคิดได้ว่าพวกเขาคงจะเป็นลูกของเจ้าของคอนโดที่พี่หลินเคยพูดไว้ตอนวันนั้น ฉันเลยยิ้มให้พี่เขาพลางตอบ

“ค่ะ”

“งั้นวันนี้แกเลี้ยงสินะ ตินนี่”
พี่บีเบลหันไปถามน้องของเขา ตินตินไม่ได้ตอบแต่ยิ้มออกมาแทน ฉันย้ายเข้าไปคอนโดพวกเขา แล้วทำไมยังต้องเลี้ยงอีก อะไรงงไปหมด หากแต่ไม่นานคำเอ่ยแซวขั้นสุดที่คิดว่าคงจะมีแค่พี่เขาเท่านั้นที่กล้าพูดก็เอ่ยออกมา

“ซ้อมเข้าหอไง เลี้ยงเลย”
ไม่ว่าเปล่าคนเอ่ยแซวก็หยิบนั่นหยิบนี่บนโต๊ะที่ตินตินสั่งมาก่อนหน้านี้ให้พี่แคนนอนเป็นคนย่างเนื้อให้กิน บางทีพี่บีเบลเขาควรจะเงียบแบบพี่แคนนอนนะมันน่าจะดีกว่า แต่ว่าฉันว่าน้องของเขาก็ใช้ย่อยหรอกนะ

“ไม่ต้องซ้อมมั้งพี่เบล”
ก่อนจะปรายตามามองฉันและยิ้มให้ จนพี่บีเบลเองที่มองอยู่ก็หัวเราะยกใหญ่หากแต่เสียงสวรรค์ของพี่แคนนอนก็ดังขึ้นกลางโต๊ะ ฉันนี่แทบจะลุกขึ้นปรบมือให้เขาเลย จริงๆ

“จะกินกันไหม ถ้าไม่กินก็ไปข้างนอก”
บนโต๊ะเงียบลงทันที ทั้งคนพี่และคนน้อง มีเพียงฉันที่นั่งยิ้มในคำพูดของพี่แคนนอน พี่เขาควรได้รางวัลจริงๆ นะ ก่อนที่การกินเนื้อย่างมื้อใหญ่ของพวกเราจะเริ่มขึ้น ดูจะสนุกสนานมากเลยล่ะ ถึงพี่แคนนอนจะไม่ใช่คนพูดมากแบบพี่บีเบลกับตินตินแต่พี่เขาก็น่ารักมากคอยย่างนั่นย่างนี่ให้กินตลอด ส่วนสองพี่น้องก็เอาแต่พูดคุยกันสนุกปาก เวลาสองคนนี้อยู่ด้วยกันมันเป็นอะไรที่ปวดหัวมากเลย ฉันปวดหัว เคยไหม เขินจนปวดหัวหน่ะ เราใช้เวลากับอาหารมื้อนี้นานพอควรก่อนที่จะแยกย้ายกลับกัน แต่ตินตินยังไม่ยอมให้ฉันกลับนี่สิ อีกคนขับรถไปไหนสักแห่งที่ฉันดูยังไงก็ไม่ใช่ทางกลับคอนโดสักที จนต้องเอ่ยปากถาม

“จะไปไหนติน?”

“หือ?”
คนที่ขับรถอยู่ส่งเสียงในลำคอคล้ายกับให้ฉันพูดใหม่ ฉันเลยเอ่ยถามเขาอีกครั้ง ด้วยประโยคเดิม

“จะขับรถไปไหน”

อ่ออออออออ
อีกคนลากเสียงยาวแบบกวนๆ ก่อนจะเอ่ยตอบออกมา

“พาไปที่ลึกลับ”

“หะ?”

“เดี๋ยวถึงก็รู้”
เมื่อคนขับรถเขาเอ่ยแบบนั้น ฉันเลยได้แต่นั่งเงียบๆ และมองข้างถนนไปเรื่อยๆ จะพาไปไหนก็ไป ยังไงต่อให้ขัดอีกคนก็รั้นจะพาฉันไปอยู่ดี ตามสบายเลยค่ะคุณ

ฉันนั่งเงียบมาครู่หนึ่ง ก่อนที่รถของตินตินจะมาจอดอยู่ในสถานที่ที่หนึ่ง เจ้าของรถหันมายิ้ม เหมือนคล้ายจะเอ่ยบอกว่าที่ลึกลับของเขาถึงแล้ว ฉันนั่งยืดตัวมองออกไปนอกรถสำรวจด้วยตา ก่อนจะเห็นป้ายหน้าร้านที่ใหญ่เด่นเป็นสง่า บนป้ายประดับด้วยชื่อของสถานที่ที่เขียนว่า ลึกลับ- และเหมือนมันจะเป็น

“ร้านเค้กเหรอ?”

“ (^^) ”
ตินตินไม่ได้เอ่ยตอบแต่ยิ้มให้แทน ก่อนที่จะชวนฉันลงไปในร้านด้วยกัน

“ไปกัน”
สั้นๆ ง่ายๆ และทำให้ฉันรู้ตัวทันทีว่า เขามาที่นี้แน่ๆ แล้ว ฉันลงมาจากรถและเดินเข้าไปในร้านพร้อมกับตินติน ก่อนที่พนักงานในร้านที่แต่งตัวด้วยชุดดำทั้งตัว ลึกลับสมชื่อเลยแฮะ มันคงเป็นคอนเซ็ปต์ร้านเขาแหละถ้าให้เดา เราสองคนเดินตามพนักงานชุดดำมานั่งที่โต๊ะด้านในก่อนที่อีกคนจะรับเมนูมาอ่าน พลางเอ่ยถาม

“ดึกแล้ว อย่ากินอเมริกาโน่เลยเนอะ”

“อืม

“ลองอย่างอื่นดู ดีไหม”
ฉันมองหน้าตินตินที่เอาแต่พูดนั้นพูดนี้ ก่อนจะเอ่ยตอบไปสั้นๆ ไม่สิเหมือนไม่ใช่คำตอบแต่เป็นขานรับเห็นด้วยซะมากกว่า

“อื้ม”
ตินตินยิ้มให้ฉัน ก่อนจะไล่อ่านเมนูในมือและเอ่ยสั่งพนักงานในสิ่งที่เขาต้องการ เมื่อรับออเดอร์เสร็จพี่เขาก็เดินหายเข้าไปหลังร้าน

“ลึกลับดีเนอะ”
ตินตินเอ่ยชวนคุยพลางยิ้ม ฉันก็ยิ้มให้เขาด้วยเหมือนกันแต่ไม่ได้เอ่ยคุยอะไร แต่มีเหรอที่อีกคนจะปล่อยให้ฉันนั่งเงียบ

“ร้านนี้เค้กอร่อยนะ เราสั่งแล้วด้วยเดี๋ยวลองชิมดู”

“อื้ม” ฉันก็ยังคงตอบเขาเหมือนเดิม

“ใจคอจะให้เราคุยคนเดียวเหรอ”

“ (O.o?) ”

“ตอบแต่ อืม อืม อื้ม”
ตินตินเอ่ยคล้ายน้อยใจ ก่อนที่เขาจะเอ่ยบางสิ่งที่เหมือนจะคล้ายกับเรื่องที่เราคุยอยู่ คงเป็นเรื่องเดียวกันมั้ง

“งั้นถ้าถามอีก ก็ตอบเหมือนเดิมนะ”

“อืม”
อันนี้ไม่ได้อะไรหรอกนะแค่เริ่มจะอยากกวนอีกคนซะมากกว่า หากแต่ว่าสิ่งที่เขาถามมานั่นแหละมันทำให้ฉันเริ่มไม่แน่ใจแล้วว่ากวนเขาถูกเวลารึเปล่า ตินตินยิ้มเล็กน้อย ก่อนจะเอ่ยถามในสิ่งที่เขาอยากถาม

“นอกจากเราจะรู้สึกดีกับเธอมากๆ แล้ว ตอนนี้....”

“หือ?”

“เธอก็รู้สึกดีกับเรามากๆ เหมือนกัน ....ใช่ไหม?”

“ (O///O) ”

“ตอบสิ ห้ามเปลี่ยนคำนะ”
พูดจบก็ส่งยิ้มเจ้าเล่ห์ที่ชอบทำใส่ฉันมาตลอด จะให้ตอบเหมือนเดิมด้วยคำว่าอืมหรืออื้ม ก็ดูจะกลายเป็นคำตอบที่ทำให้อีกคนพอใจได้อยู่ดี ฉันมองหน้าเขาพิจารณารอยยิ้ม แต่มันก็ยิ้มทำให้หัวใจของฉันเต้นผิดจังหวะไปอีก ว่าแต่ไอร้านลึกลับเนี่ยทำไมทำเมนูนานจัง เพราะถ้าให้เลือกตอบคำถามกับกลับคอนโด ฉันเริ่มจะอยากกลับคอนโดตอนนี้แล้วสิ


















ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 68 ครั้ง

3,333 ความคิดเห็น

  1. #3325 PUNCH-AM (@punch-am) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 19 กันยายน 2562 / 17:58
    ชอบจัลค่ะไรท์
    #3325
    0
  2. #3322 Charlinda88 (@Charlinda88) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 19 กันยายน 2562 / 11:20
    รุกแรงมากน้อง ซินไหวมั้ยลูกกก
    #3322
    0
  3. #1123 aorjang2526 (@aorjang2526) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 23 มกราคม 2560 / 09:43
    เจิมมมมทท
    #1123
    1
    • #1123-1 krongsiri12345 (@krongsiri12345) (จากตอนที่ 16)
      20 กันยายน 2562 / 15:07
      ในความคิดเรา กลุ่มพระเอกของไรท์เหมือนจะโรคจิตนิดๆเลย555
      #1123-1
  4. #1122 lawanwongpa (@lawanwongpa) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 23 มกราคม 2560 / 09:41
    เจิมมมม
    #1122
    0