[RE-UP] MASK BOY | T | หลงรักนายสุดหล่อ |

ตอนที่ 15 : 14

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 5,500
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 71 ครั้ง
    18 ก.ย. 62

- 14 -
ฉันขึ้นมาเรียนก็จริง แต่จิตใจที่จะตั้งใจฟังในสิ่งที่เหล่าซือสอนนั้น หายไปหมด ไม่รู้ว่าเพราะกังวลเรื่องเมื่อกี้ หรือเพราะอะไร แต่ที่แน่ๆ

“เอาล่ะ วันนี้พอแค่นี้”
เหล่าซือคนไทยที่มาสอน ประกาศบอกถึงเวลาที่เรียนมาจนจะครบชั่วโมงแล้ว นี่ฉันนั่งคิดเรื่องนั้นเป็นชั่วโมงๆ เลยเหรอ เป็นไปได้เลยแฮะ

“เหล่าซือของดคลาสในวันพรุ่งนี้และมะรืนนี้”

“ (O.O) ”
เพื่อนๆ ในคลาสตาลุกวาวทันทีที่ได้ยิน เสียงนั้นที่หน้าห้อง ก่อนเหตุผลของเหล่าซือจะตามมา

“พอดีเหล่าซือต้องไปเป็นล่ามให้อธิการบดี”

“......”
ทุกคนในห้องเงียบกันไป ไม่รู้ว่าเพราะดีใจหรือเกรงใจกันแน่ แต่ใช่ว่าจะเงียบอยู่ตลอดเมื่อ การงดคลาสสองวัน ก็ตามมาด้วยงานที่สั่งทิ้งไว้

“งั้นสั่งงานไว้เนอะ คัดศัพท์บทล่าสุด แค่นั้นแหละจ้า”
เหล่าซือพูดแบบยิ้มๆ และเดินออกไป เหมือนจะน้อยใช่ไหมงานที่สั่ง แค่คัดศัพท์บทที่เรียนอยู่ หากแต่ของจริงมันคือ…

“ซือแกเก็บกดเหรอว่ะ?”
โจโจ้เอ่ยขึ้นตอนที่เหล่าซือเดินออกไปจากห้องแล้ว พวกเราหันไปมองหน้านางก่อนที่นางจะพูด

“บทล่าสุดที่เรียน คำศัพท์กี่คำ ...120คำเลยนะคะคุณผู้ช้มมมมม”
เสียงโวยวายของเพื่อนทำเอายัยโปเต้ที่นั่งอยู่ข้างๆ ต้องหันไปปลอบ

“ก็ดีกว่าบทที่แล้วนะอีโจ้ 120 แป๊บเดียว”
ถึงจะว่างั้นก็เถอะกว่าจะครบ120 ก็มือหงิกกันเป็นแถบๆ แต่จะไป การท่องศัพท์ คัดศัพท์ ก็เป็นเรื่องปกติของวิชาเอกเราอยู่แล้ว แต่ก็นะยิ่งเยอะขึ้นทุกวันๆ เริ่มจะเพลีย เราทุกคนเก็บของที่ใช้ในการเรียนก่อนจะเดินลงมาล่างตึก ไม่มีกอล์ฟแล้ว โล่งใจไปหน่อย แต่ก็ว่าใช่จะไม่มี

“พวกแกกลับกันเลยป่ะ”
เนเน่ที่เดินมาพร้อมกับพวกเราเอ่ยถามขึ้น โจโจ้หันไปตอบด้วยความเร็วทันทีเช่นกัน

“คงยัง”

“งั้นดีเลย”
จู่ๆ นางก็เอ่ยขึ้มา โปเต้ที่ยืนข้างฉันก็เอ่ยขึ้นถามนางทันที ถึงเรื่องที่นางบอกว่ามันดี ว่าแต่อะไรดีกัน

“อะไรดี จะทำไรของแก?”
เนเน่ยิ้มให้ก่อนจะตามมาด้วยคำพูดที่เอ่ยตอบโปเต้อย่างชัดเจน

“พี่โอ้เขาจะชวนพวกแกไปกินเค้กที่ร้านแถวหอชีเน่อะ ร้านนั้นเค้กอร่อยใช่ปะ”
ชัดเจนเนเน่หันมาถามฉัน ฉันพยักหน้าให้ ก่อนจะเอ่ยขอตัว หากแต่ว่า…

“ไปกินเค้กเหรอ น่าอร่อยนะ”
ตินตินที่ไม่รู้เดินมาจากทิศไหน เดินมายืนหลังฉันพลางเอ่ยประโยคเมื่อกี้ ฉันหันไปมองเขาก่อนที่เขาจะยื่นมือมาหยิบหนังสือในมือฉันไปถือ เอ่ยปากถาม

“อยากกินเค้กรึเปล่าซิน”
ตินตินเอ่ยถาม ฉันไม่ได้เอ่ยตอบ หากแต่ว่าเพื่อนฉันที่มีความส. (เสือก) ในตัวมากมายดันเอ่ยถามก่อน

“ทำไมสุดหล่อถามแบบนั้นล่ะ จะพาชีเน่ไปไหนรึเปล่า”
โจโจ้เอ่ยถามตินติน เขาหันหน้าไปทางเพื่อนฉันก่อนจะเอ่ยตอบ

“พอดีเราช่วยชีเน่ย้ายหออยู่ เลยว่าจะพาไปดูความเรียบร้อย”
ตินตินเอ่ยแบบนั้น ก่อนที่จะหันไปทางเนเน่ที่เป็นคนเอ่ยปากชวน

“ขอตัวนะ”
ไม่ได้รอให้ใครเอ่ยอะไรทั้งนั้น คนตัวสูงยื่นมือมาจูงมือฉัน และเดินออกมาทันที แน่นอน เมื่อฉันไม่ได้ไปกับเนเน่ โจโจ้และโปเต้ก็ไม่ไปด้วยเช่นกัน เห็นได้จาก

“คู่นั้น รอเราก่อนนนนนนน”
โปเต้เรียกฉันกับตินตินที่เดินนำออกมา ก่อนที่ทั้งโปเต้และโจโจ้จะเดินมาหาพวกเราพร้อมกัน

“สุดหล่อจะพาชีเน่ไปคอนโดใหม่นางใช่ปะ”
โจโจ้เอ่ยถาม ตินตินพยักหน้าให้เป็นคำตอบ นางเลยยิ้มปริ่มอย่างมีความสุข และแน่นอน ฉันรู้จุดประสงค์นางดี

“เราไปด้วยสิ / เราไปด้วยสิ”
ตินตินมองหน้าเพื่อนฉันสลับกับฉันเอง ก่อนจะพยักหน้าให้ นางสองคนคงไปส่องผู้ แต่ที่แน่ๆ นางยังไม่รู้ว่าคนที่ยืนข้างฉันคือผู้ที่นางอยากไปส่อง ฉันเลยลองบอกปัดนางดู เผื่อนางจะไม่อยากไป

“ค่อยไปวันหลังไหมแก ฉันยังไม่จัดห้องเลย”
ทั้งคู่หันมองฉันด้วยสายตาอาฆาตเบอร์แรงสุด ก่อนจะจีบปากจีบคอพูดขึ้น

“ไปได้ไม่เป็นไร ไม่ได้จะไปห้องแก”

“ (O.o?) ”
ฉันทำหน้างง ตินตินก็ไม่ต่าง ก่อนที่นางทั้งสองจะเอ่ยกันคนละประโยคสองประโยคแจ้งความจำนงที่แท้จริง จนฉันกันตินตินถึงกับต้องหัวเราะออกมา

“เราสองคนไม่ไปจะไปขัดเวลาพวกแกแน่นอน”

“.........”

“เราจะไปส่องผู้”
ชัดเจน ชัดเจนมาก ชัดจนตินตินถึงกับยกนิ้วให้พลางเอ่ยตอบ

“งั้นตามสบายครับ”
เมื่อเจ้าของคอนโด (ที่ทั้งคู่ยังไม่รู้) เอ่ยขึ้น การเกาะตามเรามาบังเกิด โจโจ้ไม่ได้เอารถมาเพราะเมื่อเช้านางมากับโปเต้ที่กิ๊กเบอร์ที่เท่าไหร่ไม่รู้มาส่ง ให้มันได้อย่างงี้สิ สุดท้ายทั้งโปเต้และโจโจ้ก็มาด้วยกันกับเราด้วยรถของตินติน

“เป็นบุญก้นชะมัดเลยอีโจ้”
โปเต้เอ่ยขึ้นตอนที่ขึ้นมานั่งบนรถของตินติน ซึ่งเจ้าของรถเหมือนจะยังไม่ขึ้นมา เห็นว่าไปเอาของอะไรสักอย่าง ตอนนี้บนรถเลยมีแค่พวกเรา

“โชคดีชะมัดเลยอีแป้งพัพ ขับเบนซ์เลยนะเว้ย ผู้แกอ่ะ”
ฉันหันไปมองต้นเสียงก่อนจะส่ายหน้าด้วยความระอา เอาที่สบายใจเลยเพื่อน ไม่นานนัก เจ้าของรถก็กลับขึ้นมาพร้อมกาแฟเย็นสี่แก้ว อย่าบอกนะว่า

“กาแฟครับ”
ตินตินเอ่ยบอกพลางยื่นลาเต้2แก้วไปให้โจโจ้กับโปเต้ ก่อนจะหยิบอีกแก้วของฉันมาให้

“อเมริกาโน่เย็นค่ะ”
เขายื่นแก้วกาแฟมาให้ฉันพลางเอ่ยด้วยคำพูดที่ไม่ค่อยคุ้นหู แต่ฉันก็รับมาตามมารยาทและเอ่ยขอบคุณ

“ขอบคุณค่ะ”
ตินตินยิ้มรับ และแน่นอนไอสองตัวเบาะหลังก็เช่นกัน

“ขอบคุณนะพ่อรูปหล่อ หล่อด้วยใจดีด้วย บุญแกเหลือเกินอีแป้งพัพ”
โจโจ้เอ่ยขึ้น แต่ไม่ไอโปเต้นี่สิ เรียกว่าคำขอบคุณหรือว่าไรว่ะ

“ขอบคุณด้วย ว่าแต่....”
โปเต้หันหน้าไปทางโจโจ้ก่อนจะเอ่ยถามในสิ่งที่มันเพิ่งจะพูดไป และแน่นอนเป็นคำถามที่ทำให้ทั้งรถเงียบไปเลย

“ใจดีพอเข้าใจ แต่รู้ว่าเขาหล่อได้ไงอีโจ้”

“.......”

“.......”
บรรยากาศในรถเงียไปด้วยคำพูดของโปเต้ ก่อนที่คนข้างๆ ฉันจะหันไปพูดกับพวกเขา เหมือนจะคลายความเงียบไปได้ แต่เพิ่มความร้อนให้ใบหน้าฉันแทน

“เรื่องหล่อไม่หล่อนี่ต้องถามชีเน่ดูนะ”

“ทำไม/ทำไม”
พร้อมใจกันเหลือเกินสำหรับเรื่องพวกนี้ สายส.ที่แท้จริงคงเป็นพวกนาง อย่าให้ได้อยากรู้อะไร ถามหมดทุกข้อสงสัยจริงๆ ควรไปเรียนเป็นตำรวจซะดีกว่านะ น่าจะเหมาะกับพวกงานสอบสวนเหลือเกิน

“ความลับครับ ...ไว้รู้กันสองคน”
ชัดเจน ตินตินเลี่ยงที่จะตอบและหันมายิ้มกับฉันแทน ฉันมองออกเพราะฉันเริ่มจะชินกับไอแมสนั่นซะแล้ว และแน่นอน ฉันก็เขินไปตามระเบียบ พวกเราเงียบไป ก่อนที่ตินตินจะสตาร์ทรถและขับตรงมาที่คอนโดของเขา และเป็นที่อยู่ใหม่ของฉัน ตินตินให้คนไปจัดการหอเก่าให้แล้ว และแน่นอนการย้ายมาที่นี่ก็พร้อมอยู่เลยล่ะ ให้ตายสิ เกร็งๆ ยังไงไม่รู้ เมื่อรถมาจอดที่คอนโด นางโจโจ้และโปเต้ก็ขอตัวไปฟิตเนสทันที จุดประสงค์หลักของการมาที่นี้ของพวกนางนี่นา ฉันเอ่ยลาพวกนางก่อนจะขึ้นมาที่ห้องของฉันที่เพิ่งจะมาครั้งแรก

“เป็นไง ชอบไหม?”
ตินตินเอ่ยถามฉัน ในตอนที่เราเปิดประตูห้องเข้าไป ฉันไม่ได้ตอบแต่เลือกที่จะเดินเข้าไปสำรวจมุมต่างๆ ของห้อง ก่อนที่เขาจะเปิดประตูและเดินตามเข้ามา และเดินไปนั่งที่โซฟาในห้อง ฉันเดินสำรวจจนพอใจและก็เช็กของไปด้วยว่าเอามาครบไหม และเดินออกไปหาตินตินที่นั่งเล่นมือถืออยู่บนโซฟา

“ของครบไหม”

“อืม”
ฉันครางรับสั้นๆ ก่อนจะเดินมานั่งข้างๆ เขาบนโซฟา ตินตินหันมองฉันเล็กน้อย ก่อนจะร่นแมสลงไว้ที่คาง เปิดหน้าให้เห็นอีกแล้ว ใจสั่นชะมัด ควรทำยังไงไล่เขาไปก่อนดีไหม ฉันเลยนึกข้ออ้างที่ดีขึ้นมาได้

“นายกลับห้องไปเถอะ เดี๋ยวเราจะจัดของ”
ตินตินเลิกคิ้วมองหน้าฉัน ก่อนจะตอบออกมาเสียงใส

“ไม่”

“ (O.O?) ”

“ตอนนี้เราอยากอยู่ห้องนี้”

“......”

“ไล่ก็ไม่ไปหรอก ...เราหน้าหนาไม่เชื่อจับดู”
ไม่ว่าเปล่าอีกคนยื่นมือมาดึงมือฉันไปจัดที่หน้าของเขา ก่อนจะเอ่ยคำพูดคล้ายๆ เมื่อกี้

“นอกจากหน้าหนาแล้ว ยังน่ารักด้วยนะ ...จริงไหม”

“ (O///O) ”
คนอะไรพูดเองเออเองได้ด้วย แต่ฉันก็ยังเขินอยู่ที่จู่ๆ ก็ดึงมือให้ไปจับหน้าเขาอยู่แบบนี้ ครั้นจะดึงมือออก อีกคนก็รั้งไว้ ก่อนจะเอ่ยถามอีก

“หิวรึยัง?”

“ (O.o?) ”

“เราหิวแล้ว ไปหาอะไรกินกันเถอะ”
ตินตินเอ่ยชวนฉัน แต่ว่านะ เพิ่งจะกลับเข้ามาแท้จะรีบออกไปไหนล่ะ

“ไม่หิวหรอก นายไปกินเถอะ”

“อะไรกัน ได้ไงอะ”
คนเอ่ยมีทีท่างอแงเล็กน้อย ก่อนจะเอ่ยพูดในสิ่งที่เขาคิดให้ฉันฟัง ไม่คิดจะเก็บไว้บ้างเหรอ ไม่ต้องบอกทุกเรื่องก็ได้

“เค้าชวนตัวไปกินข้าวก็เหมือนไปเดท ตัวปฏิเสธเค้าแบบนี้ได้ไง”

“ (O////O) ”

“ไม่เอาอะ วางของในมือทั้งหมดแล้วไปกับเค้าเลยนะ”
ฉันยังคงมองหน้าตินตินที่ทำท่างอแงและเอ่ยพูดแบบเมื่อกี้ ก่อนจะวางของในมือที่เป็นของที่เพิ่งขนมาจากห้องเก่าลงและหันไปมองหน้าเขา

“เป็นอะไรรึเปล่าติน”

“หือ?”
เจ้าตัวส่งเสียงสงสัยออกมาตอนที่ฉันเอ่ยถาม ก่อนจะย้อนถามฉันกลับบ้าง

“อะไร ไม่ได้เป็นอะไรนิ”
เขาเอ่ยบอก แต่มันก็แปลกอยู่ดี เดี๋ยวก็ทำตัวเข้มใส่บ้าง เดี๋ยวก็อ้อนบ้าง เดี๋ยวก็งอแงบ้างตกลงผู้ชายคนนี้เป็นยังไงกันแน่

“วันนี้ดูนายอารมณ์ไม่ค่อยคงที่”

“ยังไงเหรอ?”
ตินตินเอ่ยถามพลางยกมือขึ้นเท้าคางมองหน้าฉันที่นั่งจ้องเขาอยู่พลางส่งยิ้มแปลกๆ ให้ ยังจะมีหน้ามายิ้มอีก ฉันถอนหายใจเล็กน้อยสบตากับคนข้างๆ ก่อนจะเอ่ยถามในสิ่งที่สงสัยอยู่ถึงการกระทำแปลกๆ ของเขา

“นายพูดแปลกๆ ทั้งวันเลย”
ฉันว่าพลางทำหน้าแบบงงๆ ใส่เขา แต่อีกคนก็ยิ้มอยู่นั่น ก่อนจะเอ่ยถามออกมา

“ขอตัวอย่าง”
ฉันทำท่าคิดเล็กน้อย ไม่ได้คิดตัวอย่างหรอกนะ กำลังคิดว่าจะอธิบายเขาออกมายังไงให้เข้าใจ แต่อีกคนก็เร่งจะเอาคำตอบอยู่นั่น เพราะถามไปก็ยกมือขึ้นมาสะกิดแขนฉันไปด้วยไม่เลิก คงสนุกสินะ

“เมื่อเช้า เรียกฉันว่าที่รัก”

“อืม”
อีกคนครางรับสั้นๆ พลางพยักหน้ารับไปด้วย แต่มันยังไม่หมด

“เมื่อกี้ก็แทนตัวเองว่าเค้า”

“อืม”

“นายเป็นอะไร เดี๋ยวดีเดี๋ยวงอแง”
ฉันเอ่ยถาม ก็ไม่รู้จะใช้คำอะไรบอกแล้วไงคิดไม่ออกจริงๆ กับการกระทำของอีกคนควรใช้คำว่าอะไรกันแน่ แต่ตินตินไม่ได้ทำหน้าเหมือนโกรธแต่ดูจะชอบใจด้วยซ้ำที่ฉันเอ่ยถาม ก่อนจะขยับตัวพิงโซฟาและขยับหน้าเข้ามาใกล้ฉันพลางเอ่ยถาม

“แล้วซินชอบแบบไหน”
แน่นอนถ้าตินตินเรียกฉันว่าซิน นั่นหมายความว่าเขากำลังอยู่ในโหมดเอาใจฉันอยู่ แต่ฉันก็งงอยู่ดีเลยเลือกเงียบแทน

“ระหว่างแบบเมื่อเช้า หรือแบบเมื่อกี้”

“ถามฉันเหรอ?”
ฉันย้อนถามเขา และตินตินก็พักหน้ารับทันที มาไม้ไหนอีก เริ่มจะปรับอารมณ์ไม่ทันตกลงกลายเป็นฉันหรือเขากันแน่ที่สับสนว่าวันนี้เกิดอะไรขึ้นบ้าง เริ่มจะงง

“ไม่รู้สิ แล้วก็ไม่รู้ด้วยว่าทำไมต้องเลือก”

“หื้ม?”
ฉันมองหน้าตินตินก็พอจะมองออกว่าเขาไม่เข้าใจฉัน ฉันเลยต้องอธิบายมันให้หมดเพื่อที่เขาจะได้ไม่ต้องหาคำถามมาเพิ่มอีก

“นายอยากเป็นแบบไหนก็เป็นเถอะ เอาที่เป็นตัวนายก็พอติน”
พอฉันพูดจบอีกคนก็ยิ้มขึ้นมาอย่างหาสาเหตุไม่ได้อีกครั้ง ฉันนั่งทบทวนคำพูดที่พูดออกไป ก่อนจะคิดแล้วคิดอีก ก็ไม่ได้อีกอะไรแปลกนินา เรื่องจริง

“ยิ้มอะไรของนาย”
เมื่อหาคำตอบเองไม่ได้ คนที่ทำให้เกิดคำถามก็ต้องกลายเป็นคนที่เฉลยมันออกมาแทน ตินตินยืดหลังนั่งตรงก่อนจะมองหน้าฉันและเอ่ยตอบในสิ่งที่ไปคนละทางกับคำถาม หรือเรื่องที่เรากำลังคุยกันอยู่ด้วยซ้ำ นี่ตกลงเขาตั้งใจฟังฉันหรือเปล่า หรือไม่ได้ฟังตั้งแต่ต้น หากแต่ว่า

“รู้สึกดีจัง”

“หื้ม???”
ฉันสงสัยในตัวตินตินแบบสุดๆ เขาเป็นอะไรเอาแต่พูดอ้อมโลกอยู่นั่น แต่ไม่นานนัก ฉันก็ได้รู้ว่าคำว่ารู้สึกดีของเขาคืออะไร

“แค่เป็นเรา เธอก็ชอบแล้วเหรอ ...ไม่เบานะซิน”

“ (O.o?) ”

“เตาะ เก่งเหมือนกันนะเนี่ย”

“.......”

“เค้าเขินจัง”
จู่ๆ ก็โวยวายขึ้นมาบอกว่าเขิน ตินตินตรงหน้าตอนนี้ฉันเริ่มจะไม่แน่ใจซะแล้ว กับคนที่ฉันรู้จักมาก่อนหน้านี้จะใช่คนเดีวกันรึเปล่า หรือเขาโดนวิญญาณพี่บีเบลสิงเหรอ ความหมายคือใกล้เคียงกันจังเลยแฮะคนอะไรพูดเองเออเอง เข้าใจเองด้วย เข้าใจยากชะมัดเลยผู้ชายคนนี้ ตกลงมีกี่ร่างในคนเดียวกันแน่





















ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 71 ครั้ง

3,333 ความคิดเห็น

  1. #3321 Kanijang_1630 (@Kanijang_1630) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 18 กันยายน 2562 / 09:01
    ตินแค่ชอบซิมมากไปหน่อย

    ใช่ป่ัะ
    #3321
    0
  2. #989 Tomang Chonthida (@jungsister00) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 21 มกราคม 2560 / 20:34
    เจิมจ้าา
    #989
    0