[RE-UP] MASK BOY | T | หลงรักนายสุดหล่อ |

ตอนที่ 10 : 9

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 5,889
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 62 ครั้ง
    28 ส.ค. 62


- 9 -

หลังจากที่ตินตินนก เอ๊ย ไปแล้ว ฉันก็รีบกลับขึ้นห้อง อาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าเป็นชุดลำลองทั่วไป ก่อนจะเอางานที่เหล่าซือสั่งของวันนี้มาเคลียร์ ก็พวกคัดศัพท์ ท่องศัพท์เตรียมสอบศัพท์บทใหม่นั่นแหละ ซึ่งการเคลียร์งานของฉันก็กินเวลาไปอยู่หลายชม. ไม่ใช่ว่าเยอะหรืออะไรแค่ทำไปด้วย ดูซีรีย์ไปดู เวลาเลยมาถึงช่วงบ่ายงานที่เสร็จพร้อมความหิวที่ตามมา ควรจะหาอะไรใส่ท้องสินะ แต่กินอะไรดีหล่ะ ขี้เกียจเดินไปไกลซะด้วย ฉันเลยตัดปัญหาเรื่องนั้นด้วยการนัดโจโจ้มารับไปกินส้มตำที่เพิ่งเปิดใหม่แถวๆ หอมันที่อยู่แถวๆ หลังมอ. เห็นว่ารสชาติใช่ได้ ตอนแรกว่าจะชวนโปเต้ด้วยแต่นางมีนัดดูหนังกับผู้ซะงั้น ไม่นานนักโจโจ้ก็ขับมอเตอร์ไซต์มารับฉันที่ล่างหอ

“นึกไงอยากจะกินส้มตำขึ้นมา อีแป้งพัพ”
โจโจ้ที่เพิ่งจะจอดรถเอ่ยถามทันที ฉันไม่ได้ตอบแต่กระโดดขึ้นซ้อนท้ายรถนางด้วยความเคยชิน แต่นางไม่ยอมสตาร์ทรถ หันกลับมาชวนคุยเรื่องเมื่อเช้าซะงั้น

“เมื่อเช้า ผู้มาส่งไม่ใช่เหรอ หายหัวไปไหนแล้ว”

“......”

“ปากอมอะไร เพื่อนถามก็ตอบสิคะ?”
ฉันถอนหายใจออกมา ก่อนจะเอ่ยตอบกลับไปสั้นๆ

“กลับแล้ว”

“มาเพื่อรับมาส่งหอ”

“อืม”
โจโจ้ดีดนิ้วดัง เปาะ~ ก่อนจะหันมาเอ่ยความคิดของตัวเองให้ฉันฟัง

“ชีวิตดีจัง”

“ยังไง?”
ฉันเอ่ยถามเพื่อนก่อนที่นางจะเอ่ยตอบทันทีเช่นกัน

“สายเปย์ที่แท้จริง”

“........”

“แต่เสียอย่าง”

“ทำไม?”
ฉันถามโจโจ้อีก นางหันมองซ้ายขวาเหมือนระแวง ก่อนจะเอ่ยตอบ

“เป็นแค่แฟนปลอมๆ นี่นา”

“.............”

“จีบเขาไหมล่ะชะนี”
โจโจ้พูดขึ้นมาในตอนที่ฉันเงียบไป ฉันเงยหน้ามองเพื่อน ก่อนที่นางจะเอ่ยบอกต่อท้ายประโยคให้จบเรื่องที่นางกำลังพูด

“อาจจะดีกว่าที่เราคิดไว้ก็ได้นะ”

“หือ?”

“ไม่เห็นหน้าก็จริง แต่ว่า...”

“.......”

“หุ่นแซ่บน่ากิน โคตรโดนใจ”

“ (O////O) ”

“กะเทยหิว”
โจโจ้ว่าพลางทำท่ายกนิ้วขึ้นเช็ดริมฝีปาก ไม่ใช่หิวเหวอะไรของนางหรอก นางแซวฉันเล่นต่างหาก ฉันทำหน้านิ่งก่อนจะเอ่ยต่อ

“ไม่ทำหน้าแบบนั้นค่ะ ไปค่ะไป โซ้ยส้มตำกัน”

“ไปดิ”
ฉันเอ่ยตอบ โจโจ้สตาร์ทมอเตอร์ไซต์ฟีโน่คู่ใจ พาฉันไปทางหอนางทันที เมื่อมาถึงส้มตำเราก็ได้โต๊ะนั่งที่อยู่ตรงริมถนน ตรงข้ามก็จะเป็นพวกร้านนม ร้านสะดวกซื้อต่างๆ นานา แถวนี้ของกินเยอะนะ เยอะกว่าหอฉันอีก พูดแล้วก็อยากย้ายหอเลย เริ่มจะเบื่อทำเลเดิมยังไงไม่รู้ ฉันเลยเอ่ยถามคนตรงหน้าดูเผื่อจะมีที่ดีๆ

“อีโจ้”

“ว่า?”

“อยากย้ายหอว่ะ”

“เพื่อ?”
นางว่าพลางกินไก่ในมือ พร้อมการจกข้าวเหนียวและกินตามไป ดูท่าทางแล้วอร่อยเชียวหล่ะ สนใจฉันหน่อยค่ะเพื่อนส้มตำยังไม่ต้องรีบ

“เบื่อๆ”

“แล้ว?”

“แกหยุดกินแล้วฟังฉันก่อน”
เริ่มจะมีน้ำโหเมื่อเพื่อนเอาแต่สนใจอาหารตรงหน้าไม่ได้ตั้งใจฟังเท่าไหร่ โจโจ้วางมือพลางเงยหน้ามองฉันทันที

“มีหอดีๆ แนะนำบ้างไหม” ฉันเอ่ยถามนาง

“ก็พอมีอยู่” นางว่าพลางทำหน้านึก”

“ฉันก็ว่าแกน่าจะย้ายนะ หอแถวหน้ามอไหมหล่ะแก หรือว่าอยากอยู่หลังมอ”

“ได้หมด”
ฉันเอ่ยตอบเพื่อนไป นางทำท่าคิดๆ ก่อนจะเอ่ยตอบ

“หน้ามอ.ดีกว่ารถเยอะดี แกไม่มีรถส่วนตัวไง สะดวกดี”
โจโจ้ออกความเห็น และแน่นอนฉันไม่ได้เอ่ยอะไรเลยนอกจาก

“งั้นลองดู”
ฉันกับโจโจ้กินส้มตำกันจนอิ่มหนำสำราญ ก็ขับรถหาหอพักใหม่กัน แน่นอนแถวหน้ามอ.แบบที่โจโจ้ว่า แต่ก็มาสะดุดกับหอพักหนึ่งที่ดูจะสะดวกมาก แต่มันเป็นคอนโดไง ไม่รู้ว่าจะแพงหรือเปล่า แต่สะดวกจริงนะ เดินไปหาของกินก็ไม่ลำบาก แถมมีวินมอไซต์ของคอนโดอีก

“ลองดูที่นี่ไหม”
โจโจ้จอดรถที่หน้าสำนักงานคอนโด พลางหันมาถาม

“แพงมั้งแก?”
ฉันเอ่ยตอบ ก็ฉันยังเป็นนักศึกษาอยู่ ถึงพ่อกับแม่จะส่งเงินให้ฉันอย่างสะดวกสบายก็จริง แต่ฉันก็เกรงใจอยู่นะ ถ้าจะต้องของเงินเพิ่มจากเดิม

“ถามก่อนก็ไม่เสียหาย หอนี้เห็นเขาว่าดีดี๊ดี ฟิตเนสอะ”

“หือ?”

“ถ้าแกอยู่นี้ ฉันก็จะมาเล่นฟิตเนสฟรีได้ไง”

“แล้ว?”
ฉันเอ่ยถามนาง ก่อนที่โจโจะขยับตัวเข้ามาใกล้และเอ่ยตอบ ฉันเบาๆ

“ที่นี้เทรนเนอร์งานดีๆทั้งนั้น”

“ (-.-*) ”

“นะ นะ ลองถามดูก่อน”
โจโจ้ว่า ไม่มีการถามความเห็นฉันเพิ่มนางลงจากรถและตรงดิ่งเข้าไปในสำนักงานทันที ฉันเลยทำได้แค่เดินตามนางมา

“สวัสดีค่ะ มีอะไรให้ DeeM CONDOช่วยไหมคะ?”
พนักงานที่นั่งอยู่เอ่ยทักพวกเราทันทีที่เข้าไป

“สอบถามราคาห้องพักค่ะ”
ฉันเอ่ยโดยมีโจโจ้ยืนอยู่ข้างๆ นางมองนั้นมองนี่ ก่อนจะเอ่ยกระซิบฉัน

“ถามเรื่องฟิตเนสด้วยนะ”

“รู้แล้ว”
ฉันตอบเพื่อน ก่อนจะหันไปคุยกับพนักงานต่อ

“คุณลูกค้าอยากได้เป็นห้องขนาดไหนดีคะ”

“.........”

“จะอยู่สองคนหรือว่าคนเดียว”
อ่อ ที่แท้พนักงานคงจะคิดว่าฉันจะมาอยู่กับโจโจ้ ฉันส่งยิ้มให้เธอเล็กน้อย ก่อนจะเอ่ยตอบ

“คนเดียวค่ะ”

“งั้นเชิญทางนี้ค่ะ”
พนักงานสาวคนสวยพาฉันเดินเข้ามาในห้องจำลองห้องพักขนาดสำหรับคนเดียวที่ฉันต้องการ มันกว้างกว่าห้องฉันเยอะเลยนะ แล้วราคาล่ะ

“ห้องขนาดนี้ ถ้าเป็นเช่ารายเดือนตกเดือนละ5500 บาทค่ะ”

“และค่าน้ำค่าไฟล่ะค่ะ เอ๊ย ครับ”
โจโจ้เอ่ยถาม พี่พนักงานยิ้มออกมาตอนที่โจโจ้เอ่ยหลุดพูดค่ะ ก่อนจะเอ่ยตอบคำถามของนาง

“คิดหน่วยเหมือนไฟบ้านค่ะ”
โอ๊ะ ดีเลยสิ แบบนี้เผลอเค่าห้องกับค่าหอมารวมกันก็ราคาพอกับหอเก่าเลย แต่ดีกว่าตรงที่ห้องกว้างกว่าและทำเลก็ดีกว่ามาก แต่ที่สำคัญกว่านั้นคือ…

“พี่หลินครับ วันนี้ฝากเรียกบ้านแม่บ้าน ไปทำความสะอาดห้องผมด้วยนะครับ”
การปรากฏตัวของใครบางคนที่คุ้นหน้า เหมือนเคยเจอที่ไหน เอ๊ะ นี่มันนายทีคนที่ให้ผ้าเช็ดหน้าฉันนี่นา โจโจ้รีบสะกิดแขนฉันใหญ่ก่อนจะขยับมากระซิบข้างหู

“หล่อทะลวงไส้มาก ...หิวเลย”
ฉันหันไปมองเพื่อนด้วยสายตางงๆ ก่อนจะหันกลับมาสบตากับเขาอีกครั้ง จะจำฉันได้ไหมนะ แต่ทำไมกลิ่นน้ำหอมเขามันคุ้นเหมือนเคยได้กลิ่นที่ไหน เขาคนนั้นหันมามองฉันด้วยสายตาที่นิ่งๆ ตาแบบนี้เคยเห็นที่ไหน แต่ก็ไม่แปลก เมื่อสามเดือนก่อนฉันเคยเจอเขานี่นา แล้วความหล่อระดับนี้ใช่ว่าจะลืมกันได้ง่ายๆ

“มาดูห้องเหรอครับ”
เสียงของคนที่ฉันกับโจโจ้ กำลังจ้องกันอยู่หันมาเอ่ยถาม ฉันไม่ได้เอ่ยตอบเขาเป็นโจโจ้เองที่รีบตอบ

“ใช่ค่ะ เอ๊ย ใช่ครับ”
อีนังกะเทยหิวโซ แกใจเย็น คนตรงหน้าฉันหัวเราะออกมาเล็กน้อย ให้ตายเถอะ หัวเราะยังหล่อเลย วันนั้นไม่น่าเอาแต่ร้องไห้เลย น่าจะมองเขาเยอะๆ อาหารตาดีๆ นี่เอง

“คุณแม่บอกว่าให้โทรหาด้วยนะ เมื่อกี้โทรเข้ามา แม่บ้านพี่จัดการให้แล้วจ้า”
พี่พนักงานคนสวยเอ่ยกับคนตรงหน้าฉัน หล่อว่ะ ยืนฟังเฉยๆ ยังหล่อเลย เขาหันไปเอ่ยขอบคุณพี่พนักงานคนนั้น และหันมาเอ่ยคุยกับฉันและโจโจ้อีกครั้ง ไม่สิมันเหมือนจะเป็นคำเอ่ยลาซะมากกว่า

“ขอบคุณครับพี่หลิน”

“ไปก่อนนะครับ หวังว่าจะได้เจอกันอีก”
เขาเอ่ยลาแต่ก็ไม่วายส่งยิ้มที่แบบไอโจโจ้แทบจะลากฉันไปเซ็นสัญญาเช่าคอนโดนี้ทันที พี่คนที่ชื่อหลินหันมาเอ่ยถามฉันอีกครั้งว่าตกลงจะเอายังไงต่อ

“ขอโทษด้วยนะคะ ตกลงว่าคุณลูกค้าสนใจห้องหรือเปล่าถ้าสนใจก็เซ็นสัญญา แล้วอีกสามวันก็ย้ายเข้าได้เลยค่ะ” ฉันหันไปมองหน้าโจโจ้ นางยิ้มกรุ้มกริ่มมาก ก่อนจะเอ่ยถามพี่หลินเรื่องผู้ชายคนเมื่อกี้

“ไม่ทราบว่า คนเมื่อกี้เขาเป็นใครเหรอ?”

“ลูกชายของหนึ่งในเจ้าของคอนโดค่ะ คอนโดเรามีผู้ร่วมกิจการอยู่สี่ครอบครัว ตอนนี้ให้พวกลูกชายของทั้งสี่ครอบครัวมาดูแล ควบคุมที่นี่ พวกเขาพักอยู่ชั้นบนนี้แหละค่ะ ว่าแต่ทำไมเหรอคะ”
พี่หลินอธิบายยาวเหยียด โจโจ้ถึงกับ

“งั้นก็มีหล่อๆ แบบเมื่อกี้อีกน่ะสิคะ อุ๊ย...”
โจโจ้รีบเอ่ยปากถาม พี่หลินยิ้มพลางขำเบาๆ ในความตาวาวของเพื่อนฉัน ก่อนจะพยักหน้าให้

“งั้นเซ็นสัญญาเลยค่ะ”

“อีโจ้”
ฉันเรียกชื่อนาง ไม่สิ เหมือนเป็นการอุทานออกมาด้วยคำคุ้นเคยซะมากกว่า จู่ไม่ถามความคิดเห็นอะไรเลย นอกจากหันมายิ้มเบอร์แรงและเอ่ยคำสั้นๆ ว่า

“ผู้หล่อ ....จองด่วน

“ (=O=) ”
ไม่มีช่องว่างให้เถียงกลับใดๆ ทั้งสิ้น อีโจ้หรือโจโจ้ลากฉันมาเซ็นสัญญาเช่าห้องกับพี่หลินทันที ให้ตาย มือไวใจไว แถมไม่ถามใจคนอยู่เลย นังกะเทยหิวโซ ..ชิ! ตกลงคิดถูกหรือเปล่าที่ขอความช่วยเหลือมัน เห้อ จะว่าไปก็แค่นั้นเพราะฉันเซ็นสัญญาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ก่อนนางจะขับรถมาส่งฉันที่หอพักที่ตอนนี้กำลังจะกลายเป็นหอพักเก่าซะแล้ว ดีนะที่สิ้นเดือนพอดี อะไรมันจะบังเอิญขนาดนั้น ฉันกลับมาที่ห้องก็เกือบจะสองทุ่มแล้ว เพราะเมื่อกี้อีโจ้แอบแวะพาฉันไปเดินถนนคนเดินที่หลังมอ.ของเยอะชะมัด ได้มาเยอะ สร้างเยอะจัง ไอของเนี่ย ไม่คิดถึงตอนย้ายเลย แล้วจะทำไงดีนะไอตอนย้ายเนี่ย




Rrrrrrrrr~ Rrrrrrrrr~

ฉันมองหน้าจอมือถือตอนนี้โชว์ชื่อของคนที่มาส่งฉันเมื่อเช้า ก็ตินตินนั่นแหละ

“ว่าไง?”

(ทำอะไรอยู่?)
คนปลายสายเอ่ยถาม ฉันนั่งมองของ ของตัวเองที่ตั้งแต่กลับมาก็รื้อใส่ลังโน่นที ลังนี่ที แต่เอาเป็นว่าเก็บของไปพลางคุยโทรศัพท์ไปพลางก็ได้

“เก็บของอยู่”

(เก็บของทำไมจะไปไหน)

“ย้ายหอ” ฉันเอ่ยตอบสั้นๆ ตินตินก็เอ่ยถามต่อ

(ยุ่งอยู่ งั้นวางก่อนก็ได้นะ) เหมือนอีกคนจะเข้าใจ แต่ก็นะ

“ไม่เป็นไร คุยได้”
ปลายสายเงียบบไปครู่หนึ่งก่อนจะถามกลับมาด้วยเรื่องอื่น ที่ยังคงคล้ายๆ เดิม

(อยากคุยกับเราล่ะสิซิน)

“.......”
ฉันเลือกเงียบแทนการโต้ตอบ แกล้งเข้าไป เอาที่สบายใจเถอะพ่อหนุ่ม

(แกล้งเล่นน่ะ)

“อืม” ฉันครางรับสั้นๆ และยังเก็บของต่อ

(แล้วจะย้ายไปอยู่หอไหนล่ะ)

“วันนี้ไปดูมาแล้ว อีกสามวันก็ย้ายแล้ว แถวๆ หน้ามอน่ะ เป็นคอนโด”

(เราก็อยู่แถวหน้ามอ.นะ ชื่อคอนโดอะไรล่ะ?)

“ดีเอ็ม มั้งจำไม่ได้แล้ว”

(บังเอิญจัง)

“หือ?”

(เราก็อยู่ดีเอ็ม งั้นอีกสามวัน จะช่วยย้ายของ)

“ไม่ต้องหรอก เกรงใจนายเปล่าๆ”
ฉันเอ่ยปัดไป แต่ก็ไม่คิดว่าอีกคน จะหยิบข้ออ้างข้อนั้นมาขัดความเกรงใจของฉัน

(เธอไม่ควรเกรงใจคนพิเศษของตัวเองนะ)

“หือ?”

(ไม่มีอะไร)
เขาเอ่ยบอก แน่ล่ะไม่มีอะไร ก็เมื่อกี้พูดไปแล้วนี่นา ฉันเลยเงียบอีก ก็รู้จะพูดอะไรกับเขา

(พรุ่งนี้มีเรียน รึเปล่า)

“น่าจะมี ถามทำไม?”

(พรุ่งนี้เราก็เรียนเช้า)

“อืม”
ฉันครางรับในคำบอกของเขา ก่อนที่ประโยคถัดมาจากอีกคนจะเอ่ยขึ้น

(เลิกเรียนไปห้างกัน)

“หือ?”

(ฉันอยากไปซื้อของกับเธอ)

“... (o///o) ...”

(ฝันดีนะชีเน่)

“อะ...อืม”
ฉันเอ่ยบอกเขา ก่อนอีกคนจะเอ่ยท้วงขึ้นมา

(ไม่คิดจะบอกให้ฉันฝันดีบ้างเหรอ?)

“อืม ...ฝันดีนะติน”

(แน่นอน)

“.........”

(เจอกันในฝันนะ)


ตู๊ด ตู๊ด ตู๊ด.......



...สายถูกตัดไปทันที ที่สิ่งที่ตามมาทันทีเช่นกันคือความอึ้งของฉัน ทำไมเขินอีกแล้ว ทำไมเขาชอบทำให้ฉันเขินนะพรุ่งนี้ก็ยังจะชวนไปซื้อของ แถมแจ็คพอตแตกเป็นย้ายที่พักไปพักคอนโดเดียวกับเขาอีก ใจคอจะต้องเจอกันทุกวันเลยใช่ไหม ใครก็ได้อธิบายทุกอย่างที แล้วหัวใจก็ช่วยหยุดเต้นผิดจังหวะสักทีได้ไหมเนี่ย























ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 62 ครั้ง

3,333 ความคิดเห็น

  1. #3307 Kanijang_1630 (@Kanijang_1630) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 28 สิงหาคม 2562 / 21:27
    ตินตินนิน่ารักเน้อ
    #3307
    0
  2. #397 7346 (@missinn98) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 13 มกราคม 2560 / 15:04
    เจิมมมมมมมมมมม
    #397
    0