[นิยายทำมือ] SECRET'S PASSION

ตอนที่ 8 : Secret's Passion ✞ -07-I Bet My Life-

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,873
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 11 ครั้ง
    30 ธ.ค. 57


 

-07-

I Bet My Life

 

        ฉันรู้สึกตัวตื่นขึ้นมา และพบกับสภาพห้องที่เปลี่ยนไป แล้วยังจะแขนขวามีสายน้ำเกลือนี่อีกคงจะเป็นที่อื่นไปไม่ได้นอกเสียจากโรงพยาบาล ตอนนั้นที่รู้สึกว่าจะมีคนมาเรียกก็คงจะเป็นเรื่องจริง แต่ทว่าผู้ชายคนนั้นกลับไม่ใช่เฟลิกซ์

          ทำไมเป็นพันวาละก็ตอนนั้นที่ฉันเห็นมันเป็นเฟลิกซ์ไม่ใช่หรอ? แต่ก็ช่างมันเถอะ!

        ฉันจ้องมองพันวา และเขาก็คงจะเห็นว่าฉันรู้สึกตัวแล้ว ร่างสูงนั้นจึงลุกจากโซฟาที่นั่งอยู่เดินเข้ามาหาฉัน

          “อัญ

          เหมือนทุกอย่างจะเงียบสงัดเมื่อพันวาเรียกชื่อของฉันด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความอบอุ่นและห่วงใย

          “อัญทำไมเป็นแบบนี้เขาถามด้วยสีหน้าเจ็บปวด พานให้ฉันต้องสูดลมหายใจลึกๆ เพื่อกลั้นน้ำตาที่กำลังจะไหลเอาไว้

          “เรื่องของฉันอย่ามายุ่งฉันพูดออกไปเสียงแข็ง และจ้องกร้าวไปที่ใบหน้าของร่างสูงที่กำลังแสดงสีหน้าไม่สู้ดีนักนั้นด้วยความไม่พอใจ

          “อัญเสียงเขาครางเรียกชื่อฉันเสียงอ่อน บอกพันมาทำไมอัญเป็นอย่างนี้

          ฉันจ้องไปที่ใบหน้าของพันวาและนิ่งคิด แสดงว่าเขารู้น่ะสิ รู้น่ะสิว่าฉันเป็นอะไรและเจอกับอะไรมา

        ไม่ต้องมายุ่ง ออกไปจากห้องฉันซะฉันตะโกนไล่อย่างไม่ใยดีแต่พันวาก็ยังจะยืนอยู่ตรงนิ่งเฉย

          “พันเป็นห่วงอัญนะ

          ได้ยินแล้วหัวใจของฉันก็รู้สึกบีบคั้นและเจ็บปวดเหลือเกิน แต่ถึงจะรู้สึกอย่างนั้นฉันก็ยังมีกะจิตกะใจยิ้มเย็นส่งให้กับเขา

          “มีสิทธิ์อะไรมาเป็นห่วงฉันกับนายไม่ได้เป็นอะไรกันแล้ว กลับไปหาไอ้เด็กคนนั้นสิเด็กผู้ชายที่มาตามครั้งที่แล้วไง รักกันมาไม่ใช่หรอ? รักกันจนขนาดเลิกกับฉันที่คบมาสามปี!!!

          ฉันยิงคำพูดเจ็บแสบใส่หน้าพันวาและเขาก็หน้าซีดลงทันทีอย่างเห็นได้ชัด เห็นแล้วฉันก็ได้แต่แสยะยิ้มออกมาอย่างขมขื่นกับปฏิกิริยาที่เห็น

          “รู้สึกผิดรึไงที่เห็นฉันเป็นแบบนี้ฉันพูดพลางพยุงตัวเองลุกขึ้นนั่งทั้งๆที่รู้สึกเจ็บระบบไปหมดจนต้องกัดปากกลั้นความรู้สึกรวดร้าวเหล่านั้นไว้ เพราะจะไม่มีอีกแล้วที่ฉันจะแสดงความอ่อนแอต่อหน้าผู้ชายคนนี้

 “ไม่ต้องรู้สึกผิดอะไรทั้งนั้น ฉันรู้สึกดีมากที่อย่างน้อยก็ไม่ได้เสียครั้งแรกให้กับผู้ชายที่เลิกกับฉันไปคบกับเกย์

        ฉันพูดออกมาด้วยรอยยิ้มที่เจ็บปวดจนอยากจะกลั้นใจตาย และสีหน้าของพันวาซีดจนเปลี่ยนเป็นเขียวอยู่รอมร่อเห็นแล้วมันก็น่าสงสารอยู่หรอกนะ แต่มันก็เทียบอะไรไม่ได้เลยกับความรู้สึกของฉันที่เสียไปเพราะเขา

          “ออกไปเถอะฉันไม่อยากเห็นหน้า คุณ อีกแล้ว

          ฉันลดระดับน้ำเสียงลงแผ่ว และจงใจเปลี่ยนสรรพนามใช้คำว่าคุณเพื่อให้ความรู้สึกของฉันที่มีต่อเขานั้นห่างเหินตามคำเรียกไปด้วย แม้แต่ความเป็นเพื่อนในตอนนี้ฉันยังไม่แน่ใจเลยว่าจะให้เขาได้ ฉันเจ็บจริงๆนะ รู้สึกเหมือนโดนเหวี่ยงลงหน้าผาที่สูงชันแล้วก็กดฉันให้จมดินไม่มีวันได้ผุดได้เกิด

          “อัญพันวาเสียงสั่นจนฟังดูน่าสมเพช ฉันได้แต่ส่ายหน้าจ้องมองเขาและถอนผ่อนลมหายใจออกมาอย่างเชื่องช้า

          “ขอบคุณที่พาฉันมาส่งโรงพยาบาลแต่คุณไปกลับไปเถอะ ฉันไม่อยากให้เหตุการณ์น่าสมเพชแบบครั้งนั้นเกิดขึ้นที่นี่อีก

          พูดแล้วก็เหมือนตอกย้ำตัวเองให้เจ็บ ตอนนั้นฉันจำได้ดีว่าหัวใจของฉันมันรวดร้าวและแตกสลายลงยังไง ฉันไม่อยากจะเห็นหน้าของผู้ชายคนนี้อีกนั้นคือความจริงที่ฉันรู้สึก

          “อัญ

          และพันวาก็ยังเป็นพันวา เขาทำได้ดีที่สุดก็เพียงแค่ยืนบื่อเรียกชื่อของฉันซ้ำแล้วซ้ำเล่า คิดคำพูดอื่นอะไรนอกจากนี้ไม่ออกเลยสินะ

          “ออก-ไป-ซะ”  ฉันเหวี่ยงเสียงพร้อมกับคว้าเอาแจกันดอกไม้บนโต๊ะเล็กๆข้างเตียงขึ้นชู ถ้าไม่ออกไปฉันจะปาให้คุณหัวแตกจริงๆ” 

          พันวามองลึกเข้ามาในดวงตาของฉัน และแน่นอนว่าพันวารู้ดีว่าฉันทำตามในสิ่งที่ตัวเองพูดแน่แต่เขาก็ไม่ฟัง

         "อัญ..." เขาเรียกชื่อฉันพร้อมกับเดินเข้ามา
"ออกไปเดี๋ยวนี้" ฉันยกแจกันขู่ไล่แต่เขาก็ยังคงเดินเข้ามา

 "บอกให้ออกไป ออกไป๊!!!" ฉันตะโกนพร้อมกับปาเเจกันในมือออกไป เเละมันดันเเม่นโดนเข้ากับหน้าผากของพัวาเต็มๆ

 เพล้ง!! 

          เสียงเเจกันที่ตกพื้นเเตกเป็นเสี่ยงๆสะท้องก้องไปทั่วห้อง ฉันเบิกตากว้างมองภาพของพันวาที่ค่อยๆใช้มือแตะเลือดที่ไหลลงมาจากหน้าผากด้วยความตกใจ มันไม่ใช่ความผิดฉันนะ ก็เขามันไม่ยอมหลบเอง ฉันไม่ได้ตั้งใจให้มันโดนเขาจริงๆ 

          ฉันมือสั่นเมื่อเห็นสิ่งที่ตัวเองทำลงไป เเต่ถึงเลือดไหลอาบหน้าพันวาซะขนาดนั้นเขาก็ยังมีกะจิตกะใจยิ้มให้กับฉัน

          "โอเค...พันกลับนะ ดูเเลตัวเองด้วย"

          พันวาพูดและเสียงนุ่มทุ้มนั้นไม่มีความโกรธเคืองเลยเเม้เเต่น้อย สายตาที่เศร้าสร้อยของพันวาตอนมองฉันเล่นเอาฉันหายใจไม่ทั่วท้องจนฉันต้องสะบัดหน้าไปทางอื่นเมื่อน้ำตาเจ้ากรรมมันเริ่มจะรื้อๆออกมาจนไม่อาจกลั้นเอาไว้ได้

ปัง!!

ทันทีที่ได้ยินเสียงประตูปิดลง น้ำตาของฉันก็ไหลออกมาเป็นสาย ไม่รู้ทำไมเหมือนกันถึงได้ร้องไห้ ฉันสับสนไปหมด คิดอะไรไม่ออกและไม่รู้จะจัดการกับชีวิตของตัวเองยังไง

น้ำตาของฉันไหลออกมาไม่หยุดและนึกสมเพชตัวเองเหลือเกิน เหมือนทุกอย่างประดังประเดเข้ามาซ้ำเติมเพื่อกลั่นแกล้งฉัน  ฉันเหนื่อยนะเหนื่อยมากจริงๆ

 

และฉันคงจะเหนื่อยมากเมื่อวานถึงได้ผล็อยหลับแล้วก็ตื่นมาอีกทีในช่วงสายของอีกวันเก้าโมงกว่า ให้ตายสิ!! นี่ฉันหลับยาวขนาดนี้ได้ยังไงกันนะ

ฉันขยับตัวลุกพลางบิดขี้เกียจ เป็นจังหวะเดียวกับที่ประตูห้องเปิดและมีหมอกับนางพยาบาลเดินเข้ามา

ขออนุญาตเข้าตรวจนะคะเสียงหวานของคุณนางพยาบาลพูดพร้อมกับหมอที่เดิมตามเข้ามา

เป็นยังไงบ้างครับคุณอัญญา

น่าประหลาดที่เสียงของหมอมันคุ้นๆ หูจนฉันหัวใจเต้นรัวฉันที่ก้มๆเงยๆอยู่จึงรีบเงยหน้าขึ้นมองตามต้นเสียง และไม่อยากจะเชื่อเลยว่าโลกเรามันจะกลมเวอร์ได้ขนาดนี้

ดวงตาของฉันประสานเข้าพอดีกับนัยน์ตาสีฟ้าของผู้ชายรูปร่างสูงใบหน้าหล่อเหลาที่กำลังสวมชุดกราวอยู่ตรงหน้า

ฟะเฟลิกซ์ฉันเผลอพึมพำชื่อของเขาออกมาอย่างตกใจและทำตัวไม่ถูก

ครับไม่สบายตรงไหนอีกรึเปล่าครับ

ในขณะที่ฉันกำลังตกใจหัวใจเต้นแรงจนจับจังหวะไม่ได้ คนตรงหน้ากลับมีถ้าท่าทีเรียบเฉยเป็นปกติ เหมือนกับเราไม่เคยรู้จักกันและก่อนหน้านี้ไม่มีอะไรเกิดขึ้นอย่างนั้นละ

ถ้าอย่างนั้นขออนุญาตตรวจนะครับ

ฉันจ้องใบหน้าหล่อเหลาของเฟลิกซ์นิ่งในขณะที่เขากำลังตรวจอาการของฉัน และเมื่อใบหน้าที่หล่อเหลาของเขาก้มลงมาใกล้ฉันก็เหมือนถูกแอลซ่าสาปให้ตัวแข็งทื่อจนขยับตัวไม่ได้ ฉันว่าเฟลิกซ์ต้องได้ยินเสียงชีพจรของฉันดีแน่ๆว่ามันเส้นแรงมากแค่ไหน แต่ถึงแม้มันจะเต้นแรงมากซะขนาดนั้น ฉันกลับรู้สึกเหมือนคนกำลังจะขาดอากาศหายใจ

มันรู้สึกอึดอัดมากที่เห็นเฟลิกซ์ทำตัวปกติ ยิ้มกล่าวคำทักทายเหมือนคนไม่รู้จักกันมาก่อน ลึกๆแล้วฉันก็ไม่รู้หรอกกว่าต้องการอะไร แต่เจอหน้ากันในสถานการณ์แบบนี้มันกดดันและน่าอึดอัดมากๆจริงๆ

ฉันรู้สึกอยากจะร้องไห้อีกแล้วดวงตามันร้อนผ่าวไปหมดจนฉันไม่รู้จะทำยังไงหากว่ามันไหลออกมาในตอนนี้  ฉันเองก็ได้แต่ภาวนาในใจเงียบๆว่าให้เขารีบๆออกไปจากห้องสักที

พักผ่อนมากๆนะครับ น้ำเกลือหมดถุงก็สามารถกลับบ้านได้เลย

ฉันได้ยินเฟลิกซ์พูดอะไรสักอย่าง น้ำเสียงของเขามันสะท้อนอื้ออยู่ในหูอยู่อย่างนั้น ดวงตาฉันพร่ามัวเห็นเพียงใบหน้าของเขาแค่เรือนราง ฉันพยายามจะนิ่งไม่แสดงท่าทีอ่อนแอออกไปโดยการกำมือแน่นกับผ้าปูที่นอนเพื่อฝืนตัวเองเอาไว้ไม่ให้ร้องไห้ออกมาในตอนนี้

และมันก็สำเร็จเมื่อน้ำตาของฉันมันไม่ไหลออกมาตอนที่เฟลิกซ์ยังอยู่ในห้อง

ฮึก” 

ฉันน่ะเกลียดตัวเองในเวลานี้ที่สุด เกลียดตัวเองที่กำลังอ่อนแอฉันเกลียดตัวเองจริงๆ

       

      ตกเย็นพยาบาลก็เดินมาบอกฉันว่าฉันสามารถกลับบ้านได้แล้ว ฉันก็เลยโทรหาแก้วกาญให้ช่วยมารับ ตอนแรกที่ยัยนั้นรู้ก็โวยวายใหญ่ซักฉันจนน่วมว่าเป็นอะไรไปทำอะไร แต่ใครจะกล้าบอกความจริงกันละฉันเลยบอกเธอไปว่าฉันเป็นไข้ทับฤดู

          “เป็นอะไรทำไมไม่บอกฉันเสียงวีดแหลมปลายสายทำให้ฉันต้องดึงโทรศัพท์ออกห่างจากใบหู

          “ก็บอกอยู่นี่ไงฉันพูดเสียงเรียบเหนื่อยๆ

          “โอเค เดี๋ยวฉันไม่รับ แล้วแกมีชุดเปลี่ยนกลับรึเปล่า

          “อืมฉันใส่ชุดเดิมได้

      โอเครอแปบนะเดี๋ยวฉันไปหา

          “อืมฉันรับคำสั้นๆ หลังจากนั้นเสียงโทรศัพท์ก็ตัดสัญญาณเงียบไป

          โชคดีเหลือเกินที่ฉันจำเบอร์แก้วกาญได้ ถ้าไม่อย่างนั้นก็คงจะแย่ เพราะฉันไม่มีทั้งเงินทั้งโทรศัพท์ติดตัวเลย

          ฉันอยากจะออกจากที่นี่เต็มแก่แล้วความจริงฉันเป็นคนไม่ค่อยชอบกลิ่นในโรงพยาบาลสักเท่าไหร่ หายใจเข้าไปไรเหมือนสูดเอากลิ่นยามากมายเข้าปอด ถ้าเกิดได้นอนต่ออีกคืนฉันก็จะหนีกลับอยู่ดี

          เมื่อเปลี่ยนชุดและจัดกรตัวเองเสร็จเรียบร้อยแล้ว ฉันก็พาตัวเองลงมาที่ชั้นล่าง เผื่อสอบถามค่าใช้จ่ายทั้งหมดตอนที่เข้ารักษาและนอนพักที่โรงพยาบาลแต่เหมือนจะมีคนจ่ายค่ารักษาให้ฉันแล้ว ฉันเลยอดแปลกใจไม่ได้ว่าคนคนนั้นเป็นใคร

          “พันวาอย่างนั้นหรอ?...ฉันพึมพำถามตัวเองก่อนจะนิ่งคิด ก็คงจะเป็นพันวานั้นละจะเป็นใครที่ไหนได้อีกคงไม่ใช่เฟลิกซ์ ไม่ใช่ผู้ชายคนนั้นหรอก?  

     เมื่อได้ข้อสรุป ฉันจึงยิ้มขอบคุณให้กับเจ้าหน้าที่ ก่อนจะเดินไปหน้าโรงพยาบาลเพื่อรอแก้วกาญมารับแต่พอเดินมาได้สักพักฉันก็เจอเข้ากับ

          “จะกลับแล้วใช่มั้ย?...ไปกับฉัน”        

          แขนของฉันถูกกระชากรั้งไว้ด้วยฝ่ามือใหญ่จนเกือบจะล้มและฉันจำเสียงได้ว่าคนคนนั้นคือใคร

          “ฟะ...เฟลิกซ์ฉันพึมพำเรียกชื่อเขาเบาๆด้วยหัวใจที่สั่นระรัว

          “ฉันไปส่ง”  เขาพูดแล้วดึงแขนฉันให้เดินตามโดยไม่สนใจสักนิดว่าฉันเต็มใจไปกับเขารึเปล่า ฉันพยายามที่จะสะบัดแขนออกจากมือของเฟลิกซ์แล้วนะแต่รู้สึกเหมือนมันจะไม่มีประโยคเลยที่ทำแบบนั้น

          “คุณ!!ฉันขึ้นเสียงดังและพยายามสะบัดแขนให้หลุดออกจากการจับกุมของเขา ปล่อยเถอะเดี๋ยวเพื่อนฉันจะมารับ

          เฟลิกซ์ได้ยินแล้วเอียงคอมองฉันก่อนจะเลิกคิ้วสูงด้วยสีหน้าเรียบเฉย

          “ไหนละเพื่อนเขาถามและทำเอาฉันเกิดความรู้สึกกลัวขึ้นมาซะเฉยๆ ที่จะตอบคำถามนั้นของเขา

          “ยังไม่มาฉันตอบไปเสียงสั่นเล็กๆ จากนั้นก็เม้นปากจนเป็นเส้นตรงอย่างกังวลใจเมื่อยังไม่เห็นวีแววของแก้วกาญเลย

          “ถ้าไม่มีคนมารับก็กลับกับฉันเสียงเขาเข้มขึ้น พร้อมๆกับเพิ่มแรงบีบที่ต้นแขนของฉันจนรู้สึกได้ว่าฝ่ามือของฉันเย็นเฉียบเพราะเลือดเดินไปไม่ถึง

          “ตะ...แต่เดี๋ยวเพื่อนฉันมารับเสียงฉันสั่นบอกเขา และไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมฉันถึงได้แต่ก้มหน้าก้มตา ไม่กล้าที่จะสบตากับเฟลิกซ์ตรงๆ

          “...”

          และเฟลิกซ์เขาก็ไม่ใส่ใจในสิ่งที่ฉันพูดเลยสักนิด เขายังคงกระชากแขนฉันให้เดินตามจังวะการก้าวขายาวๆของเขา

          “นี่ปล่อยฉันนะฉันร้องโวยและก็หยุดเดินหันมามองฉันด้วยสายตานิ่งๆและพูดว่า

          “ฉันไม่ใช่คนใจดีนักหรอกนะน้ำเสียงรอดไรฟันของเฟลิกซ์มันน่ากลัวจนฉันไม่กล้าตอบโต้อะไรเขาอีก

          ระหว่างเดินฉันได้แต่ก้มหน้าก้มตารีบก้าวเท้าให้ทันคนที่ฉุดกระชากตรงหน้าให้ฉันโดยไม่สนใจผู้คนรอบข้างว่าจะมองเราสองคนยังไง ฉันทำตัวไม่ถูกและเกร็งไปหมดในการก้าวขาแต่ละก้าว

           จนกระทั้งเฟลิกซ์หยุดเดินฉันถึงได้เงยหน้ามองเขา ใบหน้าหล่อเหลาวางสีหน้าเรียบเฉยเสียจนน่าตกใจ นัยน์ตาสีฟ้าของเขาฉายความหงุดหงิดออกมาเล็กๆ มองฉันที่กำลังหลุบตาลงมองรองเท้ากันเปื้อนของรองพยาบาลที่สวมอยู่

          “ขึ้นรถเสียงสั่งสั้นๆ ของเฟลิกซ์ทำให้ฉันรีบเปิดประตูรถแล้วเข้าไปนั่งโดยอัตโนมัติ

 

          ระหว่างที่รถเคลื่อนตัวออกจากโรงพยาบาลช้าๆราวกับไม่รีบเร่ง ฉันแทบจะไม่กล้าเงยหน้าขึ้นมองทางรึมองใบหน้าของคนขับเลย เพราะทุกครั้งที่ฉันเห็นใบหน้าของเขา แววตาของเขา ภาพอันเลวร้ายที่เกิดขึ้นเมื่อคืนนั้นมันก็แวบเข้ามาในหัวบ่อยๆ จนฉันใจสั่นและตื่นกลัวไปหมด

          อะไรๆ ก็ไม่เหมือนเดิมแล้ว เฟลิกซ์กับฉันในตอนนี้ก็ด้วย เราสองคนลึกซึ้งต่อกัน และฉันเองก็ไม่รู้จะทำตัวยังไง ทำไมอยู่ๆก็รู้สึกทั้งอึดอัดและกดดันขึ้นได้พร้อมๆกันจนฉันรู้สึกว่าตัวเองหดเล็กลงเรื่อยๆตามบรรยากาศที่บีบคั้น

          เฟลิกซ์ไม่พูดอะไรเลย เขาไม่พูดแม้กระทั้งคำว่า ’ขอโทษ’ ทำราวกับก่อนหน้านี้ไม่มีอะไรทำเหมือนกับเรื่องคืนนั้นไม่เคยเกิด และทุกครั้งที่ภาพความโหดร้ายเหล่านั้นพุ่งเข้ามาฉันเองก็ทั้งสั่นทั้งกลัว โดยเฉพาะยิ่งตอนที่เราอยู่ใกล้กันแบบนี้ ภาพทุกอย่างในคืนนั้นก็พุ่งเข้ามาทำร้ายฉันจนรู้สึกกลัวไปหมด ความรู้สึกเจ็บปวดที่เหมือนจะหายไปก่อนหน้านี้ก็กลับคืนสู่ความรู้สึกเดิม

          “ฮึกฉันนั่งร้องไห้ไปเงียบๆ ตลอดทางจนรู้สึกเหนื่อยล้าและหลับลงไปในที่สุด

 

Felex...

          “อัญญา...ผมเรียกพลางสะกิดเธอเบาๆเพื่อให้เธอตื่น แต่เจ้าของชื่อก็ยังคงหลับสนิทไม่มีท่าทีว่าจะรู้สึกตัว เธอหลับไปได้สักพักก่อนที่ผมจะขับรถมาถึง อัญญาร้องไห้ตลอดทางจนผมรู้สึกแย่ไปด้วย ใบหน้าที่เคยเฉิดฉายก่อนหน้านี้ก็ซีดเผือกจนน่าสงสาร

          เพราะความที่ผมเป็นเพียงแค่มนุษย์ธรรมดาคนหนึ่งก็ไม่แปลกที่ผมจะรู้สึกผิดชอบชั่วดี แม้ความผิดที่ก่อมันจะไม่ได้เกิดจากความผิดของผมซะทีเดียว แต่ไอ้เลวระยำในคือนั้นมันก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าไม่ใช่ผม

          “อัญญา...อีกครั้งที่ผมเรียกเธอ และครั้งนี้อัญญาพึมพำไม่ได้ศัพท์คลายกับกำลังรำคาญที่มีคนมากวนตอนที่เธอกำลังหลับสบาย

          ผมจึงต้องลงจากรถและอุ้มร่างของเธอลงอย่างช่วยไม่ได้

          ใบหน้าเล็กที่เคยเหย่อหยิ่งต่อใครๆ ชุกเข้ากับอกของผมอย่างหาไออุ่น ผมจัดการปิดรถและเดินเข้าคอนโดเรื่อยๆ โดยพยายามก้าวเท้าอย่างระมัดระวังที่สุดเพราะกลัวว่าคนที่กำลังหลับจะสะดุ้งตื่นขึ้นมาแล้วร้องไห้อีกครั้ง เพราะผู้หญิงเวลาอ่อนแอมันน่ากลัวจะตายไป

          ผมอุ้มอัญญามาที่ห้องของผม ก่อนจะจัดการให้เธอนอนบนเตียงด้วยท่าที่สบายๆ ก่อนจะจัดการหาผ้าชุบน้ำมาเช็ดตัวและเปลี่ยนชุดเก่าที่ผมเป็นคนเปลี่ยนให้เธอครั้งที่แล้วออกเป็นเสื้อเชิ้ตในตู้ของผม

          เมื่อเสร็จเรียบร้อยผมก็หยุดมองใบหน้าที่อิดโรยของเธอด้วยความรู้สึกเหนื่อยใจอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน เพราะไอ้จาโคคนเดียว...ไอ้ลากไส้เอ้ย!!! แล้วทุกวันนี้ผมยังตามหาตัวมันไม่เจอเลย ไม่รู้ว่ามันช่วยกันปิดผมรึว่ามันหนีออกไปนอกประเทศไปแล้ว ไอ้เวรจาโคมันถึงได้เงียบได้ขนาดนี้

          ผมคิดอย่างหงุดหงิด ก่อนจะทิ้งตัวลงพื้นที่ ที่เหลืออีกมากบนเตียงด้วยความเหนื่อยอ่อน วันๆหนึ่งผมก็ยุ่งจนไม่รู้จะแบ่งเวลาหายใจยังไงแล้ว ไอ้เพื่อนเวรยังอุตส่าห์หาภาระอันหนักอึ้งมาให้ผม(ต้อง)รับผิดชอบอีก

Felex end…

 

        ในตอนเช้าของอีกวัน...เพราะแสงสว่างอ่อนๆที่ส่องเข้ามาใบหน้าทำให้ฉันรู้สึกตัว หลังจากที่เผลอหลับไปเมื่อวาน...ใช่เมื่อวานฉันเผลอหลับตอนที่อยู่บนรถของเฟลิกซ์

          ฉันรีบลืมตาขึ้นด้วยความตกใจเมื่อรำลึกเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งหมดได้แล้วก็อยากจะทุบหัวตัวเองแรงๆ

          ฉันตื่นขึ้นมาในห้องนอนของเฟลิกซ์อีกแล้ว...ทำไมเป็นคนแบบนี้นะอัญญา ผู้ชายคนนี้เป็นตัวอันตรายต่อเธอไม่ใช่หรอ?อัญญา...เรื่องที่เกิดขึ้นคืนคืนนั้นเธอไม่จำเลยใช่มั้ย? ฉันก้นด่าตัวเองอย่างเจ็บช้ำ...ก่อนจะค่อยๆขยับกายลุกออกจากเตียงให้เงียบที่สุด

          ฉันลูบชุดที่ตัวเองใส่อยู่ด้วยความตกใจ เขาเปลี่ยนเสื้อให้ฉันอีกแล้ว...น่าสมเพชชะมัด

          ฉันมองหาชิ้นส่วนของตัวเองแต่ก็ไม่รู้ว่าเฟลิกซ์เอาชุดของฉันไปไว้ที่ไหน มองหาจนทั่วห้องแล้วสุดท้ายสายตาของฉันก็ไปตกอยู่ที่ร่างสูงที่นอนหลับอยู่บนเตียง

          หัวใจของฉันเต้นด้วยจังหวะที่สับสน เฟลิกซ์...ผู้ชายที่ฉันเพิ่งจะรู้จักและเจอไม่ถึงอาทิตย์หลังจากเลิกกับพันวา ผู้ชายที่พราดทุกสิ่งทุกอย่างไปจากฉัน...เขาเป็นคนยังไงกันแน่

          ฉันมองเขาไม่ออกว่าแท้จริงแล้วตัวตนของผู้ชายคนนี้เป็นคนยังไง ฉันนิ่งมองเขาสักพักจนเฟลิกซ์ขยับตัว ฉันจึงรีบก้าวเท้าห่างออกจากเตียงและหมุนตัวไปที่ประตูและรีบออกจากห้องนี้ให้เร็วและเงียบที่สุด

          ประตูอีกฝั่งนั้นเป็นห้องของฉัน...

          ฉันจับกลอนประตูผลักเข้าไปในห้องของตัวเองที่ยังคงมีสภาพเละแทะยับเยินเหมือน ภาพผ้าปูที่นอนที่ยับยู่ เสื้อผ้าที่เกลือนเต็มพื้นพวกนั้นทำเอาขาฉันทรุดไม่เป็นทรง ฉันสูดลมหายใจรีบเดินเข้าไปคว้าโทรศัพท์และกระเป๋าตังค์ที่อยู่บนหัวใจอย่างใจกล้า ก่อนจะหักหลังหนีให้กับภาพทั้งหมดเล่านั้น และหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นโทรหาแก้วกาญ

          ไม่นานหลังจากรอเสียงสัญญาณเสียงที่งัวเงียของแก้วกาญก็รับสาย...

          “ฮัลโล

          “แก้ว...ฉันขอไปอยู่กับแกสักพักได้มั้ย?” เสียงฉันสั่นเคลือบอกอย่างกลั้นน้ำตา

        ฉันไม่อยากอยู่ที่นี่อีกแล้ว ฉันทนเห็นภาพเหล่านั้นไม่ได้ มันเหมือนฝังและฉายช้ำอยู่ในความทรงจำ...ทำไมกันนะ ทำไมฉันถึงได้โชคร้ายแบบนี้ ฉันจะทนอยู่ที่นี่ได้ยังไงถ้ารู้ว่าเฟลิกซ์ยังอยู่ที่ประตูฝั่งตรงข้ามห้องของตัวเอง

          “อัญนี่แกอยู่ไหน? เมื่อวานฉันไปรับแล้วไม่เจอแกเลย โทรหาก็...แก้วกาญเริ่มบ่นฉันจึงรีบตัดบท

          “แก้วฉันขอร้องขอให้ฉันไปอยู่ด้วยสักพักนะ...

 

         


 *** เข้ามารีไรท์นะคะ เพราะว่าพล็อตมันไม่โครกับอีกเรื่องหนึ่ง 

[3]
ตกลงเฟลิกซ์นี่ยังไง ดีรึไม่ดี โอ้ยดูไม่ออก #ถถถถถถ
ตอนหน้าเอาไงดี เอาไงดี #หัวเราะ 
เกศนี่เเทบจะขาดใจตายเลย ลุ้นไม่ไหวๆ 
ใครมองปมของเรื่องนี้ออกเเล้วบ้าง
#ชูมือขึ้นเเล้วหมุนๆชูมือขึ้นโบกไปมา
เเล้วเจอกันตอนหน้า #Clarity


[2]
เจอใคร อร๊ายยยยยยย เจอใคร โอ้ยหัวใจจะวาย
เฟลิกซ์โผล่หัวมาละ เเต่ทำไม กดดันมากๆเเบบนี้นะ
เขียนไปลุ้นไป เกร็งไปหมดละ
#ฮาฮา  
เเล้วเจอกันจุ๊ฟ

[1]
อุ้ยตาย!!! คนที่มาหาอัญญาไม่ใช่เฟลิกซ์เเต่เป็นพันวา 
ไล่ฮีกลับไปหาน้องภูเถอะเนอะ
 #SecretSPoison
เเล้วเฟลิกซ์ละ หายหัวไปไหน โอ้ยยยยยยยยยยยยย #สงสารอัญญา
เเต่ไม่ต้องห่วงคิดจะเป็นนางเอกเกศ ไม่LUCKYสุดๆ ก็UNLUCKYเเบบสุดๆ #ถถถถถถ
อัญญานี่เข้าข่ายอย่างที่สองซะด้วย #เราจะไม่หยุดทำร้ายนางเอกเพียงเเค่นี้เเน่ๆ 

_____________________________________________________________________________________

 ADD.FAN


_____________________________________________________________________________________

SET.SECRET 

 
 

 
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 11 ครั้ง

5,532 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 17 มีนาคม 2558 / 13:12
    เอิ่มมม
    #3004
    0
  2. #2743 Sarun Yok (@yokandmom) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 9 มีนาคม 2558 / 12:35
    เจิมมมมมมมม
    #2743
    0
  3. #83 HANAHm (@GDxNhz) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 10 ธันวาคม 2557 / 18:48
    เราขอสรุปว่าเฟลิกซ์ร้ายลึก 5555
    สงสารอัญญามากอ่ะ ไรท์จัดหนักไปละนะคะ :3
    #83
    0
  4. #43 ThinkPink (@poohsweetty) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 3 ธันวาคม 2557 / 15:26
    จาโคหนีออกนอกประเทศไปแล้วOo0 /สงสารอัญT_T
    #43
    0
  5. #42 BACHAREE (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 3 ธันวาคม 2557 / 14:15
    ยังมองไม่ออกเบยยย
    #42
    0
  6. #41 piigchy. (@piigchy) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 2 ธันวาคม 2557 / 13:46
    เฟลิกออกลายแล้วววว
    #41
    0
  7. #40 BACHAREE (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 1 ธันวาคม 2557 / 17:08
    เฟลิกส์ นายไม่รู้สึกอะไรเลยหรอออ TTยังยิ้มอยุ่
    #40
    0
  8. #39 มายดี้ (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 1 ธันวาคม 2557 / 11:40
    โอ้ยโอ้ยตายแล้วนางเอกของฉันถึงกับเข้าโรงบาลเลยเหรอเนี้ยอีพันมาทำไมเด๊วเมียนายก้อมาตามหรอกกลับไปหาเมียเลยไป แล้วเฟลิกซ์ไปไหนซะล่ะกลับมาดูแลเดียวนี้เลยน่ะ รอน่ะค่ะไรท์
    #39
    0
  9. #38 Lamoodty (@lamoodty) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 30 พฤศจิกายน 2557 / 21:39
    ชอบเห็นนางเอกทรมานค่ะ ให้สาสมกับที่เอาพระเอกเราไปในท้ายที่สุด
    #38
    0
  10. #36 BACHAREE (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 30 พฤศจิกายน 2557 / 09:07
    อ๊ากกกก รีบมาต่อเร็วนะค่ะ รออ่านอยุน่าาา
    #36
    0
  11. #35 Chompoo'z Diiz'z (@chompooz) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 29 พฤศจิกายน 2557 / 11:43
    เจิมมมมมมมม
    #35
    0
  12. #34 BACHAREE (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 29 พฤศจิกายน 2557 / 10:20
    เจิมมมมมมมมมมมม ค่าาาา อยากอ่านแย้วววว>
    #34
    0
  13. #33 มายดี้ (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 29 พฤศจิกายน 2557 / 08:40
    เจิมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมม
    #33
    0