เล่ห์รักคณิกา (ตีพิมพ์กับสนพ.แสนรัก ในเครือไลฟ์ ออฟ เลิฟ)

ตอนที่ 9 : ความวิปริตขององค์ชาย ๒

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,007
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 37 ครั้ง
    10 มิ.ย. 62

ร่างสูงสง่าของหมิงซือเดินเข้ามาใกล้มี่เฟยช้าๆที่ละก้าว ในขณะที่เจ้าของร่างนั่งแข็งเป็นหิน ราวกับวิญญาณออกจากร่าง เดิมทีเธอคิดว่าหนิงเอ๋อเป็นสตรีที่องค์ชายเก้าหมายปอง แต่เจ้าหนิงเอ๋อมิยินยอมจะไปด้วย เธอจึงยื่นมือเข้าไปช่วยเหลือ

แต่จากสถานการณ์ตอนนี้แล้ว..หนิงเอ๋อบอกเธอว่ามีพี่ชาย หากองค์ชายเก้าผู้นี้เป็นองค์ชายจริงๆ ดังนั้นเจ้าหนิงเอ๋อจะไม่มีศักดิ์เป็นองค์หญิงหรือ!

แล้วท่านพ่อที่ว่านั่นหาใช่อัครเสานาบดีอะไรนั่นสักนิด ถึงจะแปลกใจว่าทำไมองค์ชายเก้าถึงมีเรือนอยู่ในจวนหลังนี้ แต่นั่นไม่ใช่ประเด็น!

ยิ่งคิดยิ่งเคืองใจนัก เจ้าตัวแสบนั่นวางแผนไว้ตั้งแต่แรก หนำซ้ำยังส่งเธอมาเข้าปากฉลามเสียนี่! มี่เฟยกัดฟันแน่นอย่างหงุดหงิดใจ ร่างกายอวบอิ่มสั่นน้อยๆเพราะความโกรธ เมื่อสายตาเหลือบไปมองรูปตนเองบนข้างฝาก็ได้แต่ส่ายหน้าอย่างเวทนา..เจ้าองค์ชายมากตัณหาผู้นี้ เอารูปเธอมาละเมอเพ้อฝันขนาดนี้เลยหรือ

ช่างเป็นองค์ชายที่คลั่งรักเสียจริง

“ไม่ตัวกลัวหรอกหนา  เปิ่นหวางจะปฏิบัติต่อเจ้าอย่างอ่อนโยน” หมิงซือสืบเท้าอย่างรวดเร็วและทรุดกายนั่งเคียงข้าง มือปลาหมึกลื่นไหลโอบกอดเอวบางที่มีเนื้อนุ่มนิ่มดีต่อสัมผัส ส่วนมืออีกข้างวางไว้บนขาอ่อนเธออย่างแนบเนียน

เจ้าเด็กน่าตาย! อ่อนโยนอันใดกัน ผู้ชายเจ้าชู้มากรักแบบเขาคิดหรือว่าเธอจะยินยอม! ไม่มีทาง!

องค์ชายเก้าเลื่อนมือลูบไล้เอวบางเบาหวิว ส่วนมืออีกข้างลูบไล้ตามขาอ่อนอย่างเพลิดเพลิน เจ้าร่างนุ่มนิ่มนี้ถึงแม้ไม่ได้ผอมบางตามฉบับชาวเมืองนิยม แต่สำหรับเขาแล้วช่างน่าอภิรมย์เสียจริง ยิ่งลูบยิ่งสัมผัสยิ่งสูดกลิ่น กลับทำให้นึกถึงคณิกาสาวที่เขาละเมอเพ้อฝันขนาดว่ารูปเสมือจริงขึ้นมาเสียหลายภาพ แต่ละภาพแต่ละอิริยาบถล้วนเกิดจากจินตนาการทั้งสิ้น

เขาไม่รู้หรอกหนาว่าทำไมถึงมีความรู้สึกเช่นนี้ แต่หลังจากวันนั้นที่เขาได้ยินสิ่งที่นางพูด ราวกับไฟราคะในกายถูกเผาไหม้จนลุกโชน เมื่อกลับไปวังของเขา ทุกวี่ทุกวันตลอดสองคืนที่ผ่านมา เขาเพียรวาดรูปนางแม้ไม่มีนางอยู่ใกล้ๆ ทุกอย่างอยู่ที่จินตนาการและสัมผัสอ่อนนุ่มติดตรึงที่ฝ่ามือ เผลอเพียงสองคืนรูปคณิกามี่เฟยก็มีมากกว่าหนังสือในหอตำราหลวงเสียแล้ว

แต่..วันนี้ช่างโชคร้ายนัก เกี้ยวที่เขาส่งไปรับนางกลับมาอย่างว่างเปล่าไร้วี่แววเจ้าของร่างอวบอัดนั่นแม้พียงเงา ถึงจะหงุดหงิดใจอยากไปลากนางจากหอโคมแดงสักเท่าไหร่ แต่เพราะคำสั่งของเสด็จพ่อที่ห้ามให้เขาออกจากเรือนโดยเด็ดขาด ยิ่งทำให้ใจว้าวุ่นอยากจะพังประตูเรือนออกไปเสีย

เหตุผลที่เขาเรียกนางมาหรือ เพราะค่ำคืนนี้เสด็จพ่อจะส่งลูกสาวขุนนางคนใดมิรู้ให้มาดูตัวกับเขา ที่เสด็จพ่อทำเช่นนั้นเหตุผลมีอย่างเดียวคือหมายมั่นให้เขารีบแต่งงานและเอาจริงเอาจังกับชีวิต ถึงเขาจะชื่นชอบสตรีสักเพียงใด แต่จะให้ผูกมัดกับใครนั้นย่อมไม่ใช่เรื่องที่เขาชอบนัก

 เคยมีอยู่ครั้งหนึ่งท่านพ่อมอมสุราและใส่ยาปลุกกำหนัดลงในน้ำมันหอมระเหย ทำให้ร่างกายของเขาร้อนรุ่มเกือบข่มขืนบุตรสาวของขุนนางใหญ่ท่านหนึ่ง ต้องบอกว่าโชคดีนักที่หนิงเหยาน้องสาวตัวแสบเข้ามาช่วยอย่างลับๆ

ดังนั้นค่ำคืนนี้เองหากเสด็จพ่อวางยาเขาอีกเขาจักได้มีเจ้ามี่เอ๋อคอยปรนนิบัติพัดวีอยู่เคียงข้าง บัดนี้เขารู้แล้วว่าในใจส่วนลึกของนางอยากปรนนิบัติเขาแค่ไหน หากเกิดสิ่งใดขึ้นนางย่อมยินยอมเขาเป็นแน่ อีกประการหนึ่งหากนางผ่านค่ำคืนนี้กับเขาไป แน่นอนว่าเขาจะรับผิดชอบนางอย่างถึงที่สุด ถึงแม้มี่เฟยจะเป็นเพียงคณิกาต่ำต้อย เขาก็จะพานางกลับวังและแต่งตั้งนางเป็นอนุ!

ที่ทำไปทั้งหมดไม่ใช่เพราะเขาชมชอบนาง แต่หากนางหลงรักเขาถึงขั้นนั้น เขาก็จะอนุเคราะห์นางเอง!

แต่น่าเสียดายนักที่คืนนี้เจ้ามี่เฟยไม่ได้มาอยู่ที่นี่ แต่กระนั้นคนที่นั่งข้างเขาก็มีรูปร่างและกลิ่นกายคล้ายมี่เอ๋อไม่ใช่น้อย เจ้าหนิงเหยาช่างคัดหาคนได้ถูกใจเขายิ่ง หากเป็นหญิงคนนี้เขาคงไม่ได้แต่งนางเข้าวัง เพราะนางไม่ใช่มี่เฟยที่เขาหมายมั่น

ยิ่งคิดยิ่งเคลิ้มเจ้ามือปลาหมึกของหมิงซือลูบขึ้นลูบลงที่เอวมี่เฟยตามแรงอารมณ์ที่กำลังปะทุก่อนจะเลื้อยเข้าสาบเสื้อตัวนอกนางช้าๆอย่างลืมตัว ตามประสาคนมือไว

“แม่ยอดยาหยีของข้า” องค์ชายเก้าผลักหญิงสาวที่เขายังมิทันได้ถามชื่อนอนราบลงกับเบาะนั่งก่อนที่เขาจะตามขึ้นคร่อมอย่างรวดเร็ว หมวกที่ปกปิดใบหน้าหงายขึ้นเล็กน้อย แต่เพราะความยาวของผ้าสีทึบยังคงปกปิดดวงหน้านั้นไว้

องค์ชายเก้าลูบมือไปตามลาดไหล่เล็ก และลำคอก่อนจะค่อยๆเปิดผ้าขึ้นช้าๆ หัวใจแกร่งเต้นตุ๊มๆต่อมๆ ยิ่งใกล้ชิดยิ่งเหมือนนางนัก เมื่อผ้าสีทึบและหมวกใบกว้างเปิดออกแล้ว ดวงหน้าอิ่มของมี่เฟยก็ปรากฏต่อสายตา

หมิงซืออ้าปากกว้าง ดวงตาและมือที่ถอดผ้าคลุมออกแข็งค้างอยู่แบบนั้นด้วยไม่รู้ว่าควรทำเช่นไร หน้าขาวนวลเห่อร้อนยากเกินควบคุม ริมฝีปากหยักลึกหุบๆอ้าๆอยู่แบบนั้น เหมือนเลือดลมในร่างกายจะปั่นป่วนไม่ทราบสาเหตุ

นาง..นาง..นางใช่มี่เฟยคนที่เขาเฝ้าคำนึงอยู่ใช่หรือไม่!

ดวงหน้าขาวอมชมพูสุขภาพดีไร้ร่องรอย ดูเกลี้ยงเกลาและเปล่งประกาย ดวงตาคมสีรัตติกาลสบมองมายังเขาอย่างนิ่งเฉย ริมฝีปากอวบอิ่มเย้ายวนนั่น ทั้งหมดทั้งมวลแล้วสตรีนางนี้คล้ายกับรูปวาดของเขาไม่ผิด มีเพียงอย่างเดียว คือคนตรงหน้าสัมผัสได้และแตะต้องได้

ถึงมี่เฟยจะเปลี่ยนไปเยอะเพียงใด แต่สัมผัสนุ่มนิ่มที่มือ และกลิ่นหอมรันจวนที่ลอยแตะจมูก ยิ่งทำให้อารมณ์งุ่นง่านขององค์ชายเก้าโหมกระหน่ำไปอีก ร่างกายของเขาร้อนรุ่มเสียยิ่งกว่ารับยาปลุกกำหนัด

นาง..มาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร! หรือเขาเพ้อฝันไป เขาอาจจะคิดถึงนางมากเกินไปก็เป็นได้ ความคิดอยากพิสูจน์เกิดขึ้นในจิตใจ ฝ่ามือเรียวยาวคว้าหมับที่ดอกบัวข้างหนึ่งพลางบีบขยำหนำใจเพื่อยืนยันว่าไม่ใช่ฝัน มืออีกข้างรวบข้อมือบางทั้งสองของมี่เฟยไว้เหนือหัว กดทับแน่นอย่างเคยชิน

มี่เฟยที่โดนหนุ่มน้อยคร่อมอยู่กลับไม่สบอารมณ์นัก คิ้วเรียวขมวดเข้าหากันแน่น เส้นสมองในหัวขาดดังปึ้ดเมื่อเจ้ามือแสนร้ายกาจนั่นขยำดอกบัวเธอราวโจรปล้นสวาท!

เจ้าเด็กน่าตาย!

“ออกจากตัวข้าได้หรือยัง” หลังจากนอนนิ่งๆให้ฝ่ายชายจับหน่มน๊มเกือบสองเค่อ มี่เฟยก็อดรนทนไม่ได้ เปล่งเสียงออกจากลำคอเบาๆอย่างยากลำบาก ใจจริงเธออยากขัดขืนและตะบันหน้าเขาสักตั้ง แต่เพราะเจ้าตัวดีคร่อมทับแถมกอบกุมมือเธอแน่นยากจะดิ้นหลุด ถึงจะอายุต่างกันสักท่าไหร่ แต่แรงของทั้งสองก็ต่างกันอยู่ดี

“จะ..จะ..จะ เจ้า..”องค์ชายเก้าพูดเสียงสั่นมองนางอย่างไม่อยากเชื่อ ใบหน้าไร้รอยสิวและแผลเป็นดูกระจ่างใสและสวยงามกว่าที่เขาจินตนาการไว้มากโข นางดูชดช้อยสวยงามดุจนางอัปสรก็คงไม่เกินจริงนัก ผิวสัมผัสเนียนละเอียดและหน้าอกหน้าใจที่เด้งดึ๋งดั๋ง ที่ในวันนี้เขามีโอกาสได้สัมผัสมัน!

เมื่อครู่..เขาจับมันแล้วจริงๆ! หมิงซือหน้าแดงก่ำมองมือตัวเองที่แข็งค้างกลางอากาศ สัมผัสแน่นหนัดยังติดตรึงอยู่ที่ฝ่ามือจนอยากสัมผัสอีกครั้งให้แน่ใจ

ผลัวะ!  ไม่ต้องกล่าวสิ่งใดให้มากความ กำปั้นน้อยๆที่ทรงพลังของมี่เฟยก็ลอยอัดเข้าใบหน้านวลขององค์ชายเก้าทันใด

“เจ้าทำอันใด!” ร่างสูงของหมิงซือล้มลงอย่างแรง เขากอบกุมแก้มของตัวเองที่โดนหมัดนั้นอย่างจัง ดวงตาคมแปรเปลี่ยนเป็นวาวโรจน์ทันที เขาทำอะไรผิด เหตุใดนางต้องต่อยเขา!

หัวคิ้วของมี่เฟยขมวดเข้าหากันแน่นกว่าเดิน เธอใช้ฝ่าเท้ากระทืบลงไปยังกล่องดวงใจของชายหนุ่มอย่างแรง

“อั่ก!จะ...เจ้า! ข้าทำอันใดผิด!” หมิงซือหน้าเขียวคล้ำเปลี่ยนมือที่กุมแก้มมากุมใจกลางกายทันที ความปวดหนึบแล่นเข้ามาเจียนจะขาดใจ หาใช่ความรันทวยแต่คือความเจ็บจนจุก!

ยังมีหน้ามาถามอีกหรือ..มี่เฟยส่ายหัวอย่างเหนื่อยหน่ายใจ หญิงสาวเดินออกจากห้องไปช้าๆและหมายจะเปิดประตูออกไปด้านนอก เธอคิดว่ากลับหอโคมแดงเสียดีกว่า

กึกๆ..เปิดไม่ออก

ปังๆๆ

“มีใครอยู่ด้านนอกบ้างเปิดประตูให้ข้าหน่อย” มี่เฟยเคาะประตูเสียงดังเมื่อพยายามเปิดประตูสักเท่าไหร่ก็ไม่มีวี่แววจะเลื่อนออก เธอเริ่มทุบแรงขึ้นๆจนเริ่มเจ็บและหยุดไป

ให้ตายสิ..เกิดอะไรขึ้นกันเหตุใดประตูจึงเปิดไม่ได้!

มี่เฟยกุมคางใช้ความคิดให้มากที่สุด จะบอกว่าประตูพังก็ไม่น่าจะใช่ เหมือนมันมีอะไรบางอย่างดามประตูไว้ หากเป็นเช่นนั้นมันจะเกิดขึ้นเองหรือ มีทางเดียวคือมีคนดามประตูไว้ไม่ให้คนเปิดออก แล้วคนๆนั้นจะเป็นใครเล่า!

“ขออภัยแม่นาง องค์หญิงหนิงเหยามีรับสั่งมิให้เปิดประตูขอรับ” เสียงนุ่มละมุนหูดังจากด้านนอก เมื่อมี่เฟยได้รับฟังแล้วถึงกับเลือดลมเดินขึ้นสมอง มือไม้สั่นระริ้กดวงตามีไฟลุกโชคช่วง เจ้าเด็กหน้าตายนั่น! ขังข้าไว้กับองค์ชายมากตัณหา! มี่เฟยมีความเดือดดาดอยู่มากโขจนอยากจะระบายออกมา

เจ้าสองพี่น้องจอมวุ่นวาย! 

 

 

มี่เฟยเดินกลับเข้ามาในห้องอีกครั้ง เธอนั่งบนเบาะรองจ้องหน้าชายหนุ่มที่ตัวงอกุมดวงใจสำคัญของร่างกายเอาไว้ ใบหน้าขาวนวลของหญิงสาวมีร่องรอยความหงุดหงิดฉายชัด

ซูหยางหมิงซือคลายความเจ็บปวดลงมากแล้ว แต่กระนั้นเขายังเฉไฉแสร้งนอนตัวงอต่อไป เขายังมิกล้าเผชิญหน้านางตรงๆ เมื่อครู่เผลอล่วงเกินนางไปเพราะคิดว่านางคือภาพลวง มือเจ้ากรรมขยำขยี้ดอกบัวคู่โตนั่นอย่างไม่เกรงใจ คิดเมื่อสายไปเฉยแล้ว

“ท่านจะนอนแบนั้นอีกนานไหม”

“แล้วใครกันที่ทำร้ายเปิ่นหวาง”หมิงซือตอบกลับในทันที ใบหน้าวัยละอ่อนของเขาดูทุกข์ตรมและทรมานอย่างหาที่เปรียบไม่ได้ 

“แล้วใครที่ริอาจขยำขยี้ นม ของข้า” มี่เฟยเน้นหนักและตอกย้ำอย่างชัดเจนว่าส่วนใดที่บุบสลาย ทั้งนี้เกิดจากความหงุดหงิด เดิมทีในมิติที่เธอจากมาผู้หญิงสมัยนั้นไม่เขินอายเรื่องอวัยวะทางร่างกายกันแล้ว ยิ่งเด็กสมัยใหม่นั้นพูดออกมาตามที่สาธารณะได้อย่างโจ่งแจ้ง เธอยอมรับว่าเธอก็เป็นเช่นกัน

และเมื่อมาอยู่ในยุคนี้ ยุคที่ผู้หญิงต่างเขินอายและหลีกเร้นกายอยู่ในร่มผ้า เธอพยายามอย่างหนักเพื่อปรับตัวเข้าให้ได้ แต่จนแล้วจนรอดนิสัยเดิมๆที่เธอใช้ก็ปรากฏออกมาอยู่ดี เช่นอะไรหรือ? คำพูดที่ไม่มีความขัดเขินอย่างไรเล่า

หมิงซือหน้าแดงก่ำทันใด คำว่า นม ที่นางเปล่งออกมาไม่ขัดเขิน ดูท่าว่าเขาจักเป็นคนเขินแทนเสีย สตรีนางนี้ไม่มีความกระดากอายเลยหรือ ใยถึงพูดส่วนนั้นที่ผู้ชายใฝ่ฝันออกมาได้เต็มปากเต็มคำนัก!

“ไม่ตอบหรือ? หรือว่าแท้จริงแล้วท่าน..ต้องการข้าใช่หรือไม่” มี่เฟยยิ้มมุมปากบางๆอย่างหลอกล่อ ภายใต้รอยยิ้มนั้นแน่นอนว่ามีความหงุดหงิดอยู่หลายส่วน ร่างอวบอัดขยับเข้าใกล้ชายหนุ่มที่นอนตัวงออยู่บนพื้น นางทาบฝ่ามือสองข้างที่พื้นใกล้กับศีรษะของเขา

เข่างามภายใต้กระโปรงรุ่มร่ามเลื่อนช้าๆแทรกกลางหว่างขาของชายหนุ่ม เธอใช้มืออีกข้างดันไหล่เขาให้นอนหงาย กลายเป็นว่าตอนนี้เธอขึ้นคร่อมเขาอย่างสมบูรณ์

“เมื่อครู่ท่านแตะต้องสิ่งสำคัญบนเรือนร่างข้า..แบบนี้ข้าขาดทุนนะเจ้าคะ คุณชาย” หญิงสาวกรีดยิ้มร้ายลึกส่งให้ คิดว่าเธอจะยินยอมให้เขาทำเธอตกใจได้หรือ บุรุษเช่นนี้ต้องสั่งสอนเสียให้หลากจำ ถึงหนุ่มน้อยตรงหน้าจะหล่อล่ำขยำใจแค่ไหน แต่นิสัยแบบนี้ไม่เข้าตาเธอสักนิด

หากกลั่นแกล้งจนร้องไห้ได้เธอคงอารมณ์ดีขึ้นมากโข

“จะ..เจ้าจะทำอันใด” องค์ชายเก้าพูดเสียงสั่นเบิกตาคมจ้องมองใบหน้าเนียนของนางที่ขยับลงมาช้าๆ  ริมฝีปากอวบอิ่มสีสดแสนยั่วยวนลอยอยู่ตรงหน้าไม่ใกล้ไม่ไกล ใบหน้าที่ขึ้นสีทวีร่องรอยความแดงอีกหลายเท่า มันเผื่อแผ่ไปยังใบหูแสดงให้เห็นว่าเขาเขินอายสุดขีด

นะ..นาง..นางจะ..จะ จะ..จุมพิต..เขาหรือ

หมิงซือเชิดปลายคางตัวเองขึ้นน้อยๆเตรียมรับสัมผัสอ่อนนุ่มจากริมฝีปากนาง..ถึงแม้จะไม่เคยมีสตรีใดอยู่บนสักครั้งที่ร่วมอภิรมย์กัน แต่หากเป็นความต้องการของเจ้ามี่เฟยตรงหน้า เขาจะลองดูสักครา ไฟตัณหาขององค์ชายเก้าดูเหมือนจะถูกจุดติดง่ายเหลือเกิน

มี่เฟยมองปฏิกิริยาของชายหนุ่มก่อนจะเหยียดยิ้มกว้างขึ้น ใบหน้าคมของเขาหลับตาพริ้มราวกับเด็กน้อยที่กำลังฝันหวาน น่าสงสารนัก..คิดว่าเธอจะทำอะไรเขากัน

 หญิงสาวหัวเราะในลำคอก่อนจะผละออกมาจากกายเขาให้เบาที่สุดชนิดที่ว่ามดคงไม่ได้ยิน เธอกลับมานั่งตัวตรงบนเบาะก่อนจะยกชาที่เตรียมไว้ขึ้นจิบอย่างไม่กลัวเสียมารยาท

หมิงซือที่เชิดคางรออยู่รู้สึกว่านางเตรียมใจนานไปหรือไม่..หากนางยังไม่พร้อมเขาจะได้เป็นฝ่ายเริ่มเอง เขาคิดว่านางคงเขินอายไม่กล้าจุมพิตเขา เขาจึงเอื้อมมือหมายจะคว้าเอวบางรวบเข้ามาในอ้อมกอด แต่กลับคว้าได้เพียงอากาศ ชายหนุ่มเบิกตาโพรงมองเพดานที่อยู่เบื้องหน้า หาใช่ใบหน้าดุจธิดาที่เขาใฝ่ฝันไม่

องค์ชายเก้าทะลึ่งตัวลุกขึ้นนั่งทันที ก่อนจะจ้องมองมี่เฟยที่นั่งรออยู่ก่อนแล้วอย่างสงสัย..มะ..เมื่อครู่นางไม่ได้จะจุมพิตเขาหรือ ความสงสัยก่อตัวภายในจิตใจ ชายหนุ่มหันมองสตรีเพียงคนเดียวในห้องอย่างโง่งม

มี่เฟยชูปิ่นปักผมลายผีเสื้อขึ้นมาชู เป็นอันรู้กันว่านางแค่จะหยิบปิ่นเท่านั้น!

ซูหยางหมิงซือหน้าแดงขึ้นเหมือนจะปริแตก เมื่อครู่ที่เขาเชิดคางหมายให้นางจุมพิต! เป็นเพียงเขาที่ละเมอเพ้อพกไปหรือ! ชายหนุ่มกลับมานั่งหลับตรงหยิบถ้วยชามาบังที่ใบหน้าเพื่อปกปิดความอับอายของตัวเอง แต่เพราะขนาดของถ้วยที่เล็กมากจึงทำให้มี่เฟยเห็นความอับอายของเขาอยู่ดี

คณิกาสาวเท้าคางมองท่าทีขัดเขินของเขาอย่างเพลินตา คิดไม่ผิดเสียด้วยที่กลั่นแกล้งเจ้าเด็กนี่..เวลาเขาเขินดูน่ารักราวเด็กไร้เดียงสาไม่ผิด

“หน้าท่านแดงๆหนาคุณชาย” มี่เฟยกกระเซ้าเสียงหวาน ราวดอกไม้แสนสวยที่ชูช่อหลอกล่อเขาภมรให้มาเชยชม แต่อย่างว่าละหนา ดอกไม้สวยแค่ไหนย่อมมีหนามและพิษร้ายอยู่ในตัว “ท่านไม่สบายหรือ”

มี่เฟยเอื้อมมือบางหมายจุแตะลงที่หน้าผากเขา องค์ชายเก้ามองนางอย่างตกตะลึงหากใบหน้าเขาแตกเป็นเสี่ยงๆจากความร้อนได้ เขาคงได้หลอมละลายลงตรงนี้ ทำไมหรือ เพียงแค่มือไม่ทำให้เขาหน้าแดงได้หรอก แต่สาบเสื้อสีดำของนางต่างหากที่ร่นลงมายังไหล่บางทั้งสองข้าง

มันเปิดเผยเนินอกอิ่มสีขาวอมชมพูดูคล้ายขนมหวานน่าลิ้มลอง ไม่รู้ด้วยเหตุใดเขาคิดว่านางสวมแบบนี้วับๆแวมๆ ยิ่งกระตุ้นให้เขาตื่นเต้นอยากกระชากเสื้อนางออกเสีย!

“จะ..เจ้า..” เลือดลมในร่างกายเดินผิดปกติจนแทบกระอักเลือดออกมา ความรู้สึกปวดหนึบที่จมูกทำให้เขารีบเอามือกุมมันทันที ดวงตาคมหลุบลงจ้องมองกับพื้น พยายามไม่เงยมองหน้าอกแสนเย้ายวนนั่น นะ.นางยั่วยวนเขา!

“ท่านเป็นอะไรไปคุณชาย” มี่เฟยแสร้งถามทั้งที่รู้อยู่แล้ว เธอดันโต๊ะออกห่างก่อนจะขยับตัวไปนั่งตรงหน้าเขา สองมืออุ่นกอบกุมแก้มเนียนของบุรุษตรงหน้าไว้ เธอจับใบหน้าเขาให้เงยมองเธอ ดวงตาสองคู่สบกันนัยน์ตาสื่อความหมายที่แตกต่าง

หมิงซือมีความรู้สึกขัดเขินและไฟราคะในตัวที่ยังมิดับไป เขาจ้องมองนางด้วยความชื้นฉ่ำหยาดเยิ้มเสียเหมือนน้ำผึ้งเดือนเจ็ด ราวกับมันจะบอกมี่เฟยว่าเขาทนไม่ไหวอีกต่อไปแล้ว

  ส่วนมี่เฟย เมื่อสบดวงตาคมทั้งสองคู่ของเขา ก้อนเนื้อบริเวณอกซ้ายก็เต้นถี่รัวยากเกินควบคุม โดยปกติองค์ชายผู้นี้จะมีเพียงท่าทีหยิ่งผยอง จองหองและอวดดี แต่บัดนี้มีแววขอร้องให้เธอปลดเปลิ้องเขาจากความทรมาน เธอดูไม่ผิดแน่น

แววตาของเขาสั่นเทา ภายในของมันมีความต้องการฉายชัด เธอดูออก ยิ่งจ้องมองนานเท่าไหร่ก็ดูเหมือนหัวใจเธอเต้นแรงเท่านั้น

“ทะ..ท่านคงไม่..ไม่เป็นอันใดแล้ว” หญิงสาววัยเกือบสามสิบเริ่มทำตัวไม่ถูก เมื่อก่อนนี้จริงอยู่เธอพยายามมีอะไรกับใครหลายครั้ง แต่มันไม่เคยสำเร็จ กับชายหนุ่มพวกนั้นเพียงขึ้นเตียงและเล้าโลมเธอ ในห้องจะดับไฟมืดสนิท เธอจึงไม่เคยเจอสายตาที่เต็มไปด้วยความต้องการเช่นนี้

ต้องบอกเลยว่า เธอทำอะไรไม่ถูกจริงๆ เมื่อครั้งที่แล้วที่แข่งขันกับเขาเช่นกัน หากครั้งนั้นไม่มีคนเคาะประตู เธอกับเขาคง..มี่เฟยขบคิดเรื่อยเปื่อยก่อนจะสะดุ้งเบาๆเมื่อฝ่ามือของชายตรงหน้ากอบกุมมือของเธอไว้

“มี่เฟย..” องค์ชายเก้าพูดเสียงสั่นคลอ มืออุ่นร้อนของเขาคว้าหมับที่มือทั้งสองข้างของเธอไม่ให้เธอนำมันออกจากพวงแก้มเนียนของเขา เขาช้อนสายตาขึ้นมองเธอราวอ้อนวอน มืออีกข้างละจากมือเธอก่อนจะคว้าหมับเข้าที่เอว รวบเอวอวบเข้ามาใกล้ เธอที่ไม่ทันตั้งตัวเสียหลักล้มลงบนตักของเขาอย่างจัง

ใบหน้าอ่อนเยาว์เงยมองใบหน้าคมของเขาช้าๆอย่างตกอยู่ในภวังค์ หากมองในมุมนี้แล้ว..องค์ชายเก้าซูหยางหมิงซือก็หล่อเหลาอยู่ไม่ใช่น้อย เธอจะไม่แปลกใจสักนิดที่สตรีค่อนเมืองยินยอมถวายร่างกายให้เขาทั้งๆที่รู้นิสัยของเขา

“มี่เฟย..เปิ่นหวาง..” น้ำเสียงยั่วยวนดังขึ้นเหนือขมับหญิงสาว มันทำให้เธอรู้สึกขนลุกขนชันเล็กน้อย น้ำเสียงแบบนี้ทำให้เธอจั๊กจี้หัวใจมากจริงๆ ความรู้สึกร้อนลุ่มบวกกับทำอะไรไม่ถูกยิ่งทำให้เธอดูไร้ประสบการณ์มากไปอีก

อับอายตัวเองจริงๆ!

“มะ..ไม่..”

“ไม่..เปิ่นหวางไม่ไหวแล้ว” ชายหนุ่มจู่โจมริมฝีปากอวบอิ่มของนางอย่างไม่ทันตั้งตัว หลายต่อหลายครั้งที่เขาอยากลิ้มรสมัน วันนี้ละหนาจะลิ้มลองให้ชื่นใจ ริมฝีปากอุ่นร้อนกดลงแรงๆด้วยความเจนจัดในประสบการณ์ ลิ้นอุ่นชอนไชตามไรฟันของนางเล้าโลมให้นางอ้าปากออก มืออีกข้างกอดเอวนางแน่น สีข้างอวบอิ่มกระทบกระทั่งกล่องดวงใจ ยิ่งทำให้อารมณ์ของเขาลุกโชนเข้าไปอีก

มี่เฟยตัวแข็งค้างเผลออ้าปากออกเหลือบหมายจะเหลือบมองสิ่งที่ทิ่มสีข้างนางอยู่ แต่มิทันได้มองมัน ลิ้นร้อยของเขาก็ชอนไชเกี่ยวกระหวัดรัดลิ้นของนางทันที ความร้อนรุ่นจากกายชายหญิงทำให้ร่างสาวอ่อนระทวย เธอคว้าหมับที่ลำคอแกร่งกอดลัดไว้แน่นหนาเพราะกลัวขาดใจไป

หญิงสาวรับลิ้นร้อนของเขาเข้ามาในปากก่อนจะรุกรับผลัดกันไม่มีใครยอมใคร มี่เฟยหอบหักเหมือนอากาศ เธอทุบที่ไหล่กว้างประท้วงให้เขาถอนริมฝีปากออกก่อนจะขาดใจตรงนี้ ซูหยางหมิงซือละริมฝีปากอุ่นร้อนออกนิดๆเพื่อให้นางได้หายใจต่อ

ดวงตาเหม่อลอยจ้องมองใบหน้าเนียนที่ขึ้นสีของมี่เฟยอย่างหลงใหล ก่อนจะละโมบจูบเธอให้สมใจ โดยไม่ห่วงคนในอ้อมกอดสักนิดว่านางจะหายใจทันหรือไม่ ทั้งสองแลกจูบดูดดื่มต่อกันอย่างไม่มีใครยอมใคร

และนั่นเป็นอีกค่ำคืนที่เรือนหลังนี้ไม่มีเสียงใดเล็ดลอดออกมาจนตลอดเช้า

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 37 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

762 ความคิดเห็น