เล่ห์รักคณิกา (ตีพิมพ์กับสนพ.แสนรัก ในเครือไลฟ์ ออฟ เลิฟ)

ตอนที่ 6 : การดวลครั้งที่ ๓

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,049
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 34 ครั้ง
    10 มิ.ย. 62

การดวลครั้งที่ ๓

สามวันต่อมา มี่เฟยย่ำเท้ากระแทกส้นอย่างขัดใจ ใบหน้าอวบอิ่มหมองคล้ำที่ดูเหมือนจะตกสะเก็ดรอยสิวทั้งหลาย ทำให้หน้าของเธอดูอัปลักษณ์มากกว่าเดิมหลายเท่า อย่าตกใจว่าทำไมผลลัพธ์ของการมาร์กหน้าและบำรุงหน้าจึงออกมาเช่นนี้ เพราะสิวที่ขึ้นบนใบหน้าเธอหาใช่เม็ดสิวธรรมดา พวกมันคือสิวหัวช้าง เมื่อบีบออกแล้วย่อมมีบาดแผล แต่ห้ามแกะเด็ดขาด เพราะหากแกะแล้วสิวที่ตกสะเก็ดจะขยายรูขุมขนกว้างขึ้น จนในที่สุดก็จะเป็นสิวอุดตันเม็ดใหญ่อีกครั้ง

เหมือนเหตุผลต่างๆเธอจะเดาไม่ผิด หลังจากเลิกทานยานั่นแล้ว สภาพร่างกายดูเหมือนจะดีขึ้น ไม่ใช่ภายนอกแต่เป็นภายในร่างกายเธอที่เหมือนจะมีชีวิตชีวา

เพราะเหตุนี้มี่เฟยจึงอดขัดใจไม่ได้ ระหว่างที่สิวตกสะเก็ด ใบหน้าของเธอช่างอัปลักษณ์มากกว่าเดิมหลายเท่า เธอไม่พร้อมรับแขกแท้ๆ แต่ดูเหมือนจะมีแขกบางคน คงจะคิดถึงเธอจวนขาดใจกระมัง จึงเรียกเธอออกมา ปรนนิบัติ เช่นนี้ ไม่ต้องบอกก็คงรู้

แขกที่เธอรับมีไม่กี่คนเท่านั้น มี่เฟยส่ายศีรษะไปมาอย่างขุ่นเคือง ใบหน้าตกสะเก็ดภายใต้ผ้าคลุมสีดำทึบพอให้มองเห็นนั่นแสดงถึงความเบื่อโลกอย่างมากมาย

เอาเถิด..องค์ชายเด็กน้อยนั่นหากไม่ชนะเธอคงไม่จบแค่นี้แน่

เมื่อมี่เฟยเดินเข้ามาถึงประตู เธอเจอกับแม่เล้าที่ยืนอยู่ด้านหน้า แววตาตำหนิและรังเกียจนั่นแสดงออกมาชัดเจน ทำไมเธอจะดูไม่ออก แม่เล้านี่รังเกียจเธอจะตาย แต่ถึงอย่างไรนางก็มีจิตใจดีคอยชุบเลี้ยงคณิกาชั้นต่ำ เพราะฉะนั้นเธอให้อภัย

“หวางเยี่ย..คณิกามี่เฟยมาแล้วเพคะ จะให้นาง..”

“ให้นางเข้ามา”ไม่ทันสิ้นเสียงแม่เล้า ชายในห้องก็เอ่ยอนุญาตอย่างรวดเร็ว คิ้วเรียวสวยของมี่เฟยกระตุกถี่ยิบ เจ้าเด็กนี่คงคิดถึงเธอไม่ใช่น้อย มี่เฟยก้าวเข้าห้องช้าๆอย่างแช่มช้อยและมีจริต เธอเดินตรงไปด้านหน้าชายหนุ่มที่นั่งอยู่กับพื้นข้างระเบียง ข้างกายมีโต๊ะเตี้ยๆวางจอกสุราไว้มากมาย สายลมเอื่อยๆที่ผัดผมสีดำยาวสลวยของเขาไปด้านหลังทำให้ดูมีเสน่ห์ราวกับภาพวาด

สาบเสื้อตัวในสีขาวแสนบางถูกแยกออกเป็นวงกว้าง ทำให้เห็นกล้ามเนื้อที่เป็นรอยจางๆน่าสัมผัส ให้ตายสิ..เจ้าเด็กนี่อ่อยเธออยู่หรือไง

มี่เฟยยอบกายทำความเคารพอย่างนบน้อม จริงอยู่เธอไม่ได้นับถือเขาเป็นองค์ชาย แต่เขาก็เป็นแขกคนสำคัญที่เรียกเธอมา

“นั่งลงเสีย”

“ไม่ทราบว่าวันนี้ลมอะไรพัดคุณชายน้อยมาเจ้าคะ” มี่เฟยแสร้งฉีกยิ้มอารมณ์ดี “หรือเพราะท่านคิดถึงข้ากัน” หญิงสาวขำคิกในลำคอกวนโมโหคนตรงหน้า พลางแสร้งเอื้อมมือหมายจะจับแก้มขาวนวลของเขา ซึ่งได้ผลเกินขาด

“เจ้า! ไม่อายหรือไรพูดวาจาน่าอายเช่นนั้นไม่มีคนสั่งสอนหรือ” คนเป็นองค์ชายชี้นิ้วใส่หน้ามี่เฟย ก่อนจะปัดมือที่ยื่นเข้ามาอย่างตกใจ จะไม่ให้ตกใจได้อย่างไร เกิดมาสิบหกปีเขายังมิเคยเจอสตรีใดแบบนาง ทั้งตอนโรงน้ำชากล้านำของสงวนวางบนโต๊ะ เวลาต่อมากลับพูดหยอกเย้า ซ้ำร้ายยังทำให้เขาอับอายหลายต่อหลายครา

“เปิ่นหวางมาแก้แค้น” ใบหน้าหล่อเหลาที่คราแรกดูสดชื่นแจ่มใส แต่เมื่อนึกถึงสิ่งที่มาทำในวันนี้ พระพักตร์สง่าของซูหยางหมินซือก็คล้ำขึ้นหลายส่วน วันนี้เขาจักต้องชนะ!

“ท่านจะทำอันใดเล่า” มี่เฟยระบายยิ้มมุมปาก มีหรือเธอจะเดาผิด องค์ชายผู้นี้ราวเด็กถูกขัดใจ หากอยากเอาชนะหรืออยากได้อะไรจำต้องทำให้ถึงที่สุดทุกวิธี หญิงสาวมองใบหน้าเขียวคล้ำของเขาพลางหัวเราะในใจ ใยเธอจึงรู้สึกอย่างแกล้งเขานัก

“วันนี้เปิ่นหวางจะดวลเหล้ากับเจ้า หากเจ้าแพ้เปิ่นหวางผู้นี้จะเป็นคนดัดนิสัยเจ้าให้จงได้! 

   

 

นางแบบสาวมองคนตรงหน้าอย่างอึ้งๆ เขาคิดหรือว่าหญิงสาวจากอนาคตที่มีแต่คลับ ผับ และบาร์ให้ชวนชิมลิ้มรสสุราหลายประเภทเช่นเธอ จะแพ้การแข่งนี้เพียงเพราะเหล้าหมักดองจากผลไม้ในยุคนี้ หากจะเปรียบเกมส์ดริ้งออร์แดร้งส์ที่เธอเคยเล่นกับบรรดาเพื่อนร่วมงานแล้ว เพียงดวลสุรากันเฉยๆจะไปสนุกอะไร

“ท่านไม่คิดว่าการดวลครั้งนี้จักน่าเบื่อไปหรือ” หญิงสาวยิ้มมุมปากบางๆดูชั่วร้าย แต่เพราะน้ำเสียงที่ติดจะขบขันทำให้คนด้านหน้าคิดว่านางกลัว เพียงเพราะซูหยางหมิงซือไม่สามารถมองผ่านผ้าผืนทึบที่นางปกปิดใบหน้าได้

“แล้วเจ้าคิดว่าอย่างไรถึงน่าตื่นเต้นเล่า” องค์ชายเก้ามีน้ำเสียงเย้ยหยันอยู่ในที เขาคิดไว้ไม่ผิด ถึงนางจะโกงการแข่งครั้งที่แล้ว แต่สตรีอัปลักษณ์เช่นนาง คงมิเคยได้ลิ้มลองสุราเลิศรส เพียงจิบเดียวนางคณิกาชั้นต่ำนี่คงมีหวังล้มพับลงไปต่อหน้าต่อตา

“ข้าเพียงเปลี่ยนวิธีการเล่นเล็กน้อย เพื่อให้การแข่งนี้ดูเข้มข้นขึ้นเจ้าคะ” มี่เฟยก้มหัวให้เขาเล็กน้อยอย่างมีจริตเพื่อขออนุญาต ตามฉบับของนางคณิกาที่พึงทำกับแขก

“ว่ามา”

“การดวลเหล้าครั้งนี้ท่านและข้าจะอยู่คนละฟากของฉากกั้น จากนั้นให้ผลัดกันถามเพียงคนละสี่คำถามที่เกี่ยวกับอาภรณ์ และร่างกาย แต่เพราะร่างกายของหญิงชายมิเหมือนกัน ข้าจึงคิดว่าให้ทายเฉพาะสิ่งที่ข้าไม่มีเหมือนท่าน ท่านจะถอดสิ่งใดหรือใส่สิ่งใดไว้ก็แล้วแต่ท่าน หากท่านมีสิ่งที่ข้าพูดให้ท่านยกหนึ่งจอก หากไม่มีท่านก็ถามข้าต่อได้ เราจะนับว่าใครยกจอกมากกว่ากัน ท่านว่าแบบนี้ดีหรือไม่” หญิงสาวชี้นิ้วป้อมไปยังฉากกั้นแสงสีอ่อนที่ตั้งอยู่ไม่ไกล เธอเปลี่ยนกติกาบางอย่างเล็กน้อยเพื่อชัยชนะ

ความจริงจะดวลเหล้าช็อตต่อช็อตเลยย่อมเป็นได้ แต่หากมี่เฟยคนนี้จะเอาชนะใครแล้ว เธอจะเหยียบคนๆนั้นซ้ำๆให้จมดินทีเดียว เธออาจจะปราณีอ่อนข้อให้แต่หลังจากนั้นเธอจะตลบหลังซ้ำ  

“เป็นการดวลเหล้าที่แปลกนัก” ซูหยางหมิงซือกุมปลายคางตัวเองไว้หลวมๆก่อนจะคิดภาพตามที่นางพูด เครื่องแต่งกายสตรีหรือจักมีอันใดได้ เขาผู้นี้เปลื้องผ้าสตรีมานักต่อนักล้วนรู้ทุกชิ้นส่วนที่นางพึงใส่ แล้วนางเล่าอัปลักษณ์เช่นนั้นเคยเปลื้องผ้าบุรุษหรือไม่ รู้หรือไม่ว่ามีชิ้นส่วนใดบ้าง ส่วนเรื่องเรือนร่างเขามั่นใจมากทีเดียวว่าจารีตที่พึงมีนางจะมิกล้าพูดออกมาเกี่ยวกับร่างกายบุรุษ

หากเป็นเช่นนี้โอกาสที่เขาจะชนะก็มีสูงมากทีเดียว

“ท่านจะอนุญาตหรือไม่”

“เปิ่นหวางอนุญาติ หากเจ้าสลบลงไปก่อนจะถือว่าเปิ่นหวางชนะ!” ดวงตาคมกล้าประกายแสงอย่างรุนแรงด้วยความคึกคะนอง เขาพร้อมแล้วสำหรับศึกครั้งนี้!

“หากท่านพังฉากกั้นก่อน ถือว่าท่านแพ้” มี่เฟยขยับยิ้มมุมปากอย่างอาจหาญ เอาเถิดเด็กไม่สิ้นกลิ่นน้ำนมคนนี้ดูท่าว่าจะแพ้นางอย่างย่อยยับอีกครา

 

ใช้เวลาเตรียมตัวกันไม่นานนัก ภายในห้องถูกกั้นสองฝั่งด้วยฉากกั้นแสงมี่เฟยนั่งฝั่งริมระเบียง ส่วนองค์ชายเก้านั่งฝั่งที่เป็นเตียงนอน ตอนนี้ซูหยางหมิงซือเตรียมตัวพร้อมแล้ว บนเรือนร่างเหลือเพียงกางเกงสีขาวชั้นใน และเสื้อสีเดียวกันผืนบาง ผมสีดำยวงปล่อยยาวสลวยไม่ให้มีสิ่งใดมัดไว้

“ท่านพร้อมแล้วหรือไม่” เสียงหวานใสดังออกมาจากฉากกั้นด้านหลัง เพราะการแข่งนี้ต้องเปลื้องอาภรณ์บางชนิดออกจึงสั่งห้ามมิให้ใครเข้ามาในห้องโดยเด็ดขาด

ซูหยางหมิงซือแค่นยิ้มมุมปาก เขาเดาว่านางที่เลือกนั่งฝั่งริมระเบียง คงมิถอดชิ้นส่วนใดออกมากนัก เพราะอากาศคืนนี้ช่างหนาวเย็น นางคงไม่สามารถทนทานความหนาวเหน็บนี้ได้ “ข้าพร้อมแล้ว”

“เช่นนั้นเชิญท่านถามก่อน”

“ตอนนี้เจ้าสวมใส่ผ้ารัดเอวใช่หรือไม่” ซูหยางหมิงซือพูดด้วยน้ำเสียงมั่นอกมั่นใจ เพราะคำถามนี้หากนางยกจอกจะแปลว่านางสวมชั้นนอกไว้ เช่นนั้นแล้วโอกาสที่เขาจะทายถูกจักมีสูงมาก

“ใช่เจ้าค่ะ” หญิงสาวยกจอกสุราสีขาวที่มีเหล้าหมักดองสูตรเข้มข้นขึ้นดื่มช้าๆ ทำทีเป็นรสชาติบาดคอโดยส่งเสียงงึมงำเบาๆ ฝ่ายองค์ชายเก้าเมื่อได้สนับฟังเสียงของมี่เฟยแล้ว เขาจึงคิดไปเองว่านางคงไม่เคยดื่มสุรา คงไม่กี่อึดใจนางจะหมอบฟุบโต๊ะเป็นแน่

“เจ้าสวมใส่เสื้อคลุมตัวนอกใช่หรือไม่”

เกิดความเงียบไปชั่วอึดใจ หมิงซือยกยิ้มขึ้นอย่างอารมณ์ดีเป็นเท่าตัว หากนางสวมใส่เสื้อตัวนอก ก็จักมีเสื้อตัวในและเอี๊ยมซึ่งแปลว่านางมิได้ถอดสิ่งใดออกจากร่างกาย ดูจากน้ำเสียงงึมงำเมื่อครู่นางคงได้สลบเพราะแพ้สุรา เช่นนั้นแล้วการแข่งขันครั้งนี้ข้าขอนำชัยชนะไปก็แล้วกัน

กึก เสียงวางจอกสุราดังกระทบโต๊ะเสียงดัง ทำให้ซูหยางหมิงซือรู้สึกว่าตัวเองมีชัยไปกว่าครึ่ง มี่เฟยเองเริ่มรู้สึกมึนๆเล็กน้อย แต่เธอก็ควบคุมสติได้ ไม่น่าเชื่อ เหล้าที่หมักจากผลไม้จะทำพิศให้นางมึนได้ คงต้องลองเรียนรู้รสชาติของสุราจากยุคนี้เสียแล้ว

“หากเจ้ามิไหว ยอมแพ้เปิ่นหวางตอนนี้ก็ยังมิสาย” องค์ชายเก้าแสร้งพูดด้วยน้ำเสียงโอบอ้อมอารี

“เชิญท่านถามต่อเถิด” มี่เฟยยังคงเป็นมี่เฟย เธอตอบกลับเขาด้วยน้ำเสียงหยิ่งผยอง หากนางจะตอบอย่างอ่อนหวานและเอาใจเขาคงมิแคล้วใจอ่อน ถึงแม้หน้าตาและรูปร่างหาได้เข้าตาเขาเหมือนคณิกาชั้นสูงคนอื่น แต่เพราะขึ้นชื่อว่าสตรี หากใครขึ้นชื่อว่าสตรีแล้ว เขาย่อมเอื้อเอ็นดูมากกว่าบุรุษนัก

“ตอนนี้เจ้าสวมเสื้อตัวในใช่หรือไม่” ชายหนุ่มขยับยิ้มกว้างขึ้นจนส่งผลไปถึงดวงตา จอกที่สามแล้ว ฟังน้ำเสียงอ้อแอ้ของนางถึงแม้จะไม่ชัดเจนแต่หากดื่มจอกนี้ไป นางจะแพ้เขาอย่างหมดรูป

“ผิดแล้วข้าไม่ได้สวมเสื้อตัวใน”

หมิงซืออ้าปากค้าง จะเป็นไปได้อย่างไรหากสวมตัวนอกแล้วนางจะไม่สวมตัวในหรือ มีสตรีหน้าไม่อายใส่เอี๊ยมเป็นชั้นในตัวเดียวแบบนางอยู่ด้วยหรือ เอาเถิดคำถามที่ยังชนะยังมีอีกหนึ่งคำถาม อย่างไรเสียให้แต้มเขาเยอะกว่านางถือว่าเขาชนะอยู่แล้ว

“เช่นนั้นตอนนั้นเจ้าสวมเอี๊ยมอยู่ใช่หรือไม่” หมิงซือขยับยิ้มร้ายกาจขึ้นอีกรอบ มีสตรีนางใดบ้างมิสวมเอี๊ยม ถึงแม้จะเป็นคำถามที่น่าอาย แต่สำหรับเขาที่เปลื้องผ้าสตรีเป็นว่าเล่น มิเคยเจอสตรีใดกล้าถอดเอี๊ยมเดินไปมาสักคน ยิ่งอยู่ต่อหน้าบุรุษแล้วประเพณีอันดีงามที่สืบต่อกันมาย่อมทำให้แม่นางเหล่านั้นเก็บนำสรวงสวรรค์ที่ชายต่างอยากเชยชมเอาไว้มิดชิดเสียด้วย

“ข้ามิได้สวมใส่มัน” น้ำเสียงอ้อแอ้แต่มีเคล้าความขบขันเอ่ยออกมาเสียงเบา มี่เฟยยิ้มมุมปากอย่างมีชัย เธอยอมรับว่าไม่ได้เชี่ยวชาญด้านสุราจากยุคนี้นัก ดูแล้วแอลกอฮอล์คงมากเกินกว่าเธอจะรับไหว หากดื่มจอกนี้ไปมีหวังเธอได้ล้มพับเป็นแน่ สมองมันบอกว่าเธอเมา แต่ร่างกายของเธอยังควบคุมไหว ดังนั้นเธอจะถือว่าเธอไม่เมา

“เจ้าโกหก”

“คุณชายซูหยางจะลองพังฉากกั้นมาดูก็ได้นะเจ้าคะ” หญิงสาวขยับยิ้มกว้างอย่างร้ายกาจ มีหรือเขาจักกล้าพังมันเข้ามา หากทำเช่นนั้นก็เท่ากับเขาแพ้

หมิงซือขมเขี้ยวเคี้ยวฟันอยู่แบบนั้น เขาจำตอนเริ่มแข่งกับนางได้ดี กติกาที่เขาร่วมตั้งคือนางล้มพับลงไป แต่นางกลับกำหนดกติกาเขาอย่างน่าเจ็บแสบ

หากท่านพังฉากกั้นถือว่าท่านแพ้

“เจ้าคิดว่าเปิ่นหวางจะหลงกลหรือ” ชายหนุ่มวันสิบหกขบเม้มริมฝีปากแน่น มือไม้สั่นจากความโกรธเขารู้ว่านางต้องพูดปด แต่จะใช้เรื่องใดเป็นข้อพิสูจน์เล่า ในเมื่อเขามิสามารถพังฉากกั้นออกไปได้ เอาเถิดเพียงนางทายมา โอกาสถูกของนางจะมีสักสักเท่าไหร่เชียว

“มิกล้าหรอกเจ้าคะ”

“หยุดเล่นลิ้นแล้วถามมาเสีย” ถึงแม้มี่เฟยจะกล่าวว่าไม่กล้าเช่นไร แต่น้ำเสียงสูงที่มีแววเย้ยหยันและขบขันนั่นทำให้อารมณ์ที่เดือดนิดๆของเขาเริ่มร้อนมากขึ้น เขาจึงตัดปัญหาพานางเข้าสู่การแข่งอีกครั้ง

“ท่านสวมเสื้อตัวในสีขาวแหวกลึกลงไปจนเห็นไรขนอ่อนๆที่หน้าท้องใช่หรือไม่”

“จะ..เจ้า!!” หมิงซือตะคอกออกมาเสียงดัง ถึงแม้อากาศภายนอกจะหนาว แต่เขากลับร้อนลุ่มทุกครั้งเมื่อมาเยือนหอโคมแดง ดังนั้นการแต่งกายจึงง่ายๆเพราะไม่ต้องการสวมใส่อาภรณ์ให้วุ่นวาย เพราะอย่างไรเสียก็ต้องถอด

แต่สตรีตีนางนี้!กลับหน้าไม่อายใช้สายตาลวนลามเขาเสียได้! สตรีอัปลักษณ์เช่นนี้ความจริงพูดเพียงเสื้อตัวในก็เพียงพอแล้ว ประโยคหลังหาใช่เรื่องที่สตรีพึงกระทำไม่

อยากรู้นักว่าบิดามารดานางเคยสั่งสอนนางหรือไม่! ใยปล่อยปละละเลยให้นางมีนิสัยเช่นนี้

“ว่าอย่างไรเจ้าคะ” มี่เฟยขำในลำคอเบาๆอย่างกวนประสาท เมื่อตอนที่เข้าห้องมาเขาเองมิใช่หรือที่นั่งยั่วยวนเธอโดยการสวมใส่เสื้อผ้าน้อยชิ้น หากจะถามว่ามีชายงานดีๆมาอยู่ตรงหน้า พวกคุณจะเสียโอกาสโดยไม่จ้องมองเขาอย่างสำรวจตรวจตราหรือ

 เธอก็เช่นกัน นางแบบสาวสุดเซ็กที่มาจากอีกยุคหนึ่ง  เดิมทีเธอเป็นคนที่หลงใหลซิกแพ็กส์และมัดกล้ามจนถอนตัวไม่ขึ้น เมื่อมาถึงยุคนี้ผู้ชายประเภทนี้ช่างมีน้อยเหลือเกิน

“สตรีหน้าไม่อาย! เจ้ายังกล้าพูดอีกหรือ!” องค์ชายเก้าตะคอกออกมาด้วยน้ำเสียงไม่พอใจ แต่หากมี่เฟยไม่ลองพินิจดูจะเห็นว่าใบหน้าขาวราวหยกเนื้อดีขึ้นสีจางๆ ขนาดเขาซึ่งเป็นเจ้าของเรือนร่างยังเขินอายกับสิ่งที่นางพูด แล้วนางเล่าไม่มียางอายเลยหรือถึงได้พูดย้ำๆเช่นนี้

“ข้าทำอันใดผิดเจ้าคะ เพียงแค่ท่านสวมเสื้อ..”

“ข้าสวม!” หมิงซือรีบกระดกจอกสุราขึ้นดื่มอั่กๆ อย่างลืมตัว เพียงเพราะไม่ต้องการคำพูดที่ไร้ยางอายของนางอีก แต่เขาคงลืมไปกระมังว่าสุราจอกหนึ่งหากดื่มอย่างรวดเร็วย่อมเมามายง่ายกว่าการจิบนัก

มี่เฟยยิ้มกว้างขึ้นไปอีกเมื่อได้ยินการดื่มสุราแบบไม่คิดชีวิตของเขา ดูท่าว่าแผนของเธอกำลังจะเข้าทางเสียแล้ว

“เช่นนั้นข้าขอถามคำถามต่อไป ตอนนี้ท่านสวมกางเกงสีขาวตัวบางที่แนบสนิทชิดเชื้อกับ สิ่งนั้นอยู่ใช่หรือไม่”

“แค่กๆๆๆ” เพราะมี่เฟยเอ่ยคำถามขึ้นมากะทันหันขณะที่ยังดื่มสุราจอกแรกไม่หมด ทำให้เกิดอาการสำลักกลางอากาศขึ้นเสียงดัง หมิงซือไอหน้าดำหน้าแดงเพียงเพราะได้ยินคำว่า สิ่งนั้น จากริมฝีปากนาง

“จะ..เจ้า เจ้า! สตรีวิปลาส!

“เหตุใดจึงกล่าวหาข้าเช่นนั้นเจ้าคะ” หญิงสาวแสร้งตีหน้าเศร้าเอ่ยเสียงใส ทำไมนางจะไม่รู้ว่าเขาสวมเสื้อผ้าตัวในเพียงอย่างเดียว ถึงแม้ประโยคดังกล่าวดูล่อแหลมและผิดจารีตจนน่าใจหาย แต่เรื่องอะไรเธอต้องแคร์เล่า เด็กสาวมัธยมที่โลกของเธอพูด สิ่งนั้น ออกมาได้เต็มปากเต็มคำมากกว่านางเสียอีก

“เจ้า..เจ้ามัน!” น่าจับตีก้นนัก! ชายหนุ่มได้แต่สาปแช่งร่างอวบอ้วนที่นั่งอยู่อีกฝั่งอย่างโกรธเคืองและอับอาย เมื่อครู่พูดถึงไรขนตรงหน้าท้อง ตอนนี้นางกลับพูดถึง สิ่งนั้นออกมาหน้าตาเฉย! องค์ชายเก้าหน้าแดงแปร๊ดก้มมองสำรวจตัวเอง นางสังเกตเห็นไรขนอ่อนๆที่หน้าท้องขึ้นรูปของเขาได้อย่างไร! เท่าที่เขาจำได้นางยังมิเคยอยู่ใกล้ชิดชนิดที่ว่าจะมองเห็นมัน นางช่างลามกเสียจริง! คอยดูเถิดหากเขาชนะจะจับนางเข้าอบรมสั่งสอนการเป็นกุลสตรีที่ดีให้ได้!

“ว่าอย่างไรเจ้าคะ ท่าน..”

“สวม!ข้าสวม!” หมิงซือกระดกสุราขึ้นอีกจอกอย่างรวดเร็ว ใบหน้าแดงก่ำไปหมดไม่รู้ว่าพิษสุราหรือพิษนางคณิกากันแน่

“ข้อต่อไปนะเจ้าคะ ท่านมี สิ่งนั้น ตรงหว่างขาใช่หรือไม่”

โครม!! เสียงวรกายร่างสูงส่งขององค์ชายเก้าเถือกไถลล้มใส่โต๊ะไม้อย่างแรง ราวกับหูดับเพียงชั่วครู่ก่อนจะนึกถึงคำที่นางใช้ตั้งกติกา   หากใช้ร่างกายของหญิงชายมิเหมือนกัน ข้าจึงคิดว่าให้ทายเฉพาะสิ่งที่ข้าไม่มีเหมือนท่าน เช่นนั้นสิ่งที่นางไม่มีเหมือนเขาคงมีเพียงสิ่งเดียว! นางช่างฉลาดนัก!

ใยเขาคิดไม่ทันนางเรื่องนี้ มันแต่ประมาทคิดว่านางคงมิสามารถพูดเรื่องหน้าอายออกมาได้ ไม่คาดคิดว่านางจะเป็นสตรีโรคจิตเช่นนี้! เดิมทีให้เขาเปลื้องผ้าสตรีหรือเชยชมมอบความสุขสมให้ย่อมทำได้ แต่ถ้าหากให้ลองเอ่ยวาจาลามกเช่นนั้น องค์ชายเก้าซูหยางหมิงซือเช่นเขากลับอ่อนหัดนัก!

“เจ้า!!!” เสียงตะคอกที่ฟังดูรุนแรงมากกว่าเก่า หากเป็นสตรีนางอื่นคงได้หดหัวไม่กล้าต่อปากต่อคำ แต่กลับมี่เฟยแล้วนางทำเพียงขบขันจนแทบกลั้นหัวเราะไม่อยู่ เรื่องนี้สอนให้รู้ว่าองค์ชายเก้าซูหยางหมิงซือมิใช่เสือร้ายที่คอยข่มเหงสตรี เขาเป็นเพียงลูกแมวที่เอาหนังเสือมาห่มเท่านั้น

“หรือว่า..ท่านไม่มีมัน? ความจริงแล้วท่านแอบใช้แท่งหยกกับสตรีมากหน้าหลายตา สิ่งนั้นของท่านคง..มากสินะ..ช่างน่าสงสารเสียจริง” มี่เฟยแสร้งพูดเสียงดังใวห้คนที่อย่ข้างนอกได้ยิน นางใช้คำพูดยั่วยุถากถางจนชายหนุ่มที่นั่งหลังฉากกั้นอดรนทนไม่ไหว

ผลั้วะ! เสียงฉากกั้นแสงโดนพังออกไม่เป็นท่า มันกระเด็นกระดอนไปไกลจนเกือบตกระเบียง ร่างกายสูงสง่าของหมิงซือยืนประจันหน้ากับเธอที่มองเขาอยู่ก่อนแล้วใบหน้าแดงก่ำจนสามารถมองเห็นในที่มืดอย่างชัดเจน ลมหายใจหอบร้อนที่บ่งบอกอารมณ์ โกรธกริ้วและอับอายพร้อมๆกัน

“เจ้ารู้ได้อย่างไรว่าเปิ่นหวางเล็ก!! เจ้าเคยลองดูสักคราแล้วหรือ!” ชายใดเล่ากล้าเอาสิ่งนั้นให้สตรีดูถูก ยิ่งเขาที่ขึ้นชื่อเรื่องล่าพรมจรรย์ด้วยแล้ว สตรีใดที่ได้ลิ้มลองจำต้องติดใจทุกราย แต่เขาถือคติเรียกนางคณิกาไม่ซ้ำ ดังนั้นบรรดาหญิงสาวที่เคยร่วมหลับนอนจึงมีโอกาสรับใช้เขาเพียงครั้งเดียว

แต่นั่นไม่ใช่ประเด็น! สตรีนางนี้เอ่ยวาจาหน้าไม่อายถึงสามครั้งสามครา แล้วครั้งสุดท้ายนี้กล้าดูหมิ่นเกียรติชายเชื้อชาติจักรพรรดิเช่นเขา! ดูท่าว่าจะต้องสั่งสอนนางให้ลืมคำสบประมาทเขาไว้เสีย!

“ทะ...ท่าน..”

“ของเปิ่นหวางมะ..ไม่..” น้ำเสียงสั่นคลอและดวงตาคมกล้าที่เบิกกว้างขึ้น พอๆกับดวงตากลมโตสุกสกาวราวรัตติกาลของนางก็เบิกโตขึ้นเช่นกัน หมิงซือมองสำรวจสตรีตรงหน้าช้าๆขึ้นลงซ้ำแล้วซ้ำอีกอย่างอาจหาญ เมื่อสายตาหยุดที่ดอกบัวคู่โตกำลังชูช่อเด่นหลาอยู่นั้น ราวกับธาตุไฟในร่างกายร้อนรุ่ม ลำกายใหญ่โตเริ่มคับแน่นกลางหว่างขาอย่างควบคุมไม่อยู่

ใยสตรีนางนี้ถึงทำตัวหน้าอับอาย!

ใยนางจึงไม่สวมใส่เอี๊ยม!

ใย..ใย..ใย!!!!

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 34 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

762 ความคิดเห็น

  1. #759 apskfar (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 11 มิถุนายน 2562 / 12:17

    เกมอะไรเนี่ย
    #759
    1
    • #759-1 na_ve(จากตอนที่ 6)
      11 มิถุนายน 2562 / 18:02
      เขินเลยเนอะ
      #759-1
  2. #54 doffgjcsfhhnud (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 25 ตุลาคม 2559 / 00:34
    ไรท์ค่ะ ดึกไปนะ 5555 สู้ๆนะค่ะ สนุกมากเลย อยากอ่านตอนนางผอมจัง คงสนุกน่าดู #รอค่ะรอ
    #54
    0