เล่ห์รักคณิกา (ตีพิมพ์กับสนพ.แสนรัก ในเครือไลฟ์ ออฟ เลิฟ)

ตอนที่ 4 : การดวลครั้งที่ ๑

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,441
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 54 ครั้ง
    22 ก.ค. 61

ตอนที่ ๓

การดวลครั้งที่ ๑

 

เด็กสาววัยสิบแปดอ้าปากค้างเบิกตาโตด้วยความตื่นเต้น น้ำใสๆไหลที่มุมปากช้าๆอย่างน่าขบขัน ถึงแม้จะมีผ้าผืนบางที่คลุมหน้าไว้ แต่เพราะวรยุทธิ์ที่เก่งกล้า และความผูกพันที่เคยฟันฝ่ากันมา ถึงแม้นางจะดูแปลกไปบ้าง แต่มี่เอ๋อก็คือมี่เอ๋ออยู่วันยังค่ำ

“มี่เอ๋อ น้ำลายเจ้าไหลแล้วหนา” ชายหนุ่มหัวเราะในลำคอเบาๆอย่างขบขัน เขาค่อยๆแหวกผ้าผืนบางตรงกลางออกช้าๆ ใบหน้ากลมคล้ำดำน่าเกลียดปรากฏแก่สายตาให้ได้ยล หากเป็นชายอื่นคงเมินหน้าหนี เพียงแต่โหวหวางเฟยคนนี้ได้แต่ยิ้มนุ่มละมุนให้อย่างใจเย็น

“ขะ..ข้า..” อดีตนางแบบสุดฮอตรู้สึกมีความร้อนบนใบหน้าทันที เธอไม่เคยคิดเกิดมาสามสิบปีไม่เคยเจอใครหล่อล่ำแสนอ่อนโยนแบบนี้ นายแบบที่เธอเคยควงหรือคั่วอยู่ยังไม่ได้ครึ่งของเขาเลย รัศมีเขาเปล่งปลั่งราวเทพเซียนที่เธอเคยอ่าน

“มานี่สิมี่เอ๋อ จำข้าได้หรือไม่ ข้าได้ฟังข่าวจากชิงชิงแล้วว่าเจ้าจดจำอันใดมิได้” รอยยิ้มอ่อนโยนยังคงอยู่มุมปากเขาไม่หาย วงแขนเรียวยาวตวัดกอดรัดเอวคอดที่เต็มไปด้วยเนื้อหนัง ก่อนจะฉุดให้เธอนั่งเคียงข้างที่ริมระเบียง ดวงตาทรงเสน่ห์ดูลึกลับและน่าค้นหาจนไม่อาจละสายตาได้

“ชะ..ใช่ ข้าต้องขอโทษท่านด้วย”

“ใยเรียกข้าห่างเหินเช่นนั้น เรียกหวางเฟยเสีย” รอยบุ๋มเล็กๆข้างแก้มปรากฏแก่สายตา มันทำให้เขาดูอ่อนนุ่มละมุนละไมน่าแลทะเล็มขึ้นหลายส่วน

พ่อหนุ่มน้อย..ไม่อยากเสียซิงอย่ายิ้มให้เจ๊

มี่เฟยกลืนน้ำลายลงคอดังเอื๊อก ก่อนจะสิ่งยิ้มอ่อนหวานให้เขา แม้สภาพที่นึกตามคงไม่น่าดูเท่าไหร่ คงไม่ต่างจากคางคกแสยะยิ้ม แต่ก็อดใจตีหน้านิ่งไม่ไหวจริงๆ

“พี่หวางเฟย” เสียงเล็กใสไร้การดัดเอ่ยเรียกชายหนุ่มเบาๆอย่างออดอ้อน เมื่อไม่เห็นสายตารังเกียจจากเขา ดังนั้นเธอจึงอาศัยโอกาสความใจดีนี้ออดอ้อนเสีย ได้มองได้ชมได้ลูบคลำก็พอใจแล้ว

มือเล็กแสนซุกซนของมี่เฟยค่อยๆเลื้อยไปตามหน้าท้องแกร่งผ่านเสื้อตัวนอก ศีรษะเล็กเอียงซบลาดไหล่ชายหนุ่มเบาๆจนทำให้เกิดความรู้สึกสยิว..ไม่น่าเชื่อ สมัยนี้คงไม่มีฟิตเนตใช่หรือไม่ ทำไมชายคนนี้ถึงมีหน้าท้องปึ๋งปั๋งน่าขยำแบบนี้! พระเจ้า พระเจ้า!

มี่เฟนคิดเรื่องหื่นในหัว ขณะที่มือเจ้ากรรมกำลังจะลอดไล้ไปยังสาบเสื้อนั้นก็ถูกมือหนาของคนที่นั่งเคียงข้างคว้าไว้ทันที

 มี่เฟยหลับตาปี๋ด้วยความกลัว กลัวเขาจะรังเกียจและต่อว่า 

“เจ้าชักซุกซนไปแล้วมี่เอ๋อ” ชายหนุ่มขันในลำคอเสียงเบา ก่อนจะวางมือเล็กของเธอไว้ที่อุ้มมือใหญ่บนตักของเขา ไม่เพียงไม่โดนรังเกียจ ชายคนนี้ยังไม่รังเกียจเธอเสียด้วย ช่างเป็นคนที่จิตใจดีงามนัก

ฝั่งหวางเฟย แม้จะแปลกใจกับการเรียกขานของนางอยู่บ้าง แต่ก็ไม่ได้ถือสาหาความ ถึงแม้จะเป็นเพื่อนเล่นกันแต่เด็ก แต่เพราะเขาและมี่เฟยสนิทสนมราวกับเพื่อนเธอจึงไม่เคยเรียกเขาพี่สักครั้ง เมื่อนางเรียกเช่นนี้ หัวใจแกร่งดูเหมือนจะกระตุกไปหลายจังหวะ

ถึงจะไม่แปลกใจเรื่องคำพูด แต่การกระทำแต่ละอย่างของนางช่างน่าหวาดเสียวนัก! สตรีนางนี้ศีรษะโดนประทบประเทือนจนลืมเลือนเรื่องต่างๆไปแล้วหรือ หวางเฟยขบคิดในใจก่อนจะหัวเราะในลำคอเบาๆ มี่เฟยของเขาช่างตลก

ก่อนหน้านี้เวลาเจอกัน นางมักจะร้องไห้ฟูมฟาย โวยวายเรื่องโดนรังแกไม่เป็นศัพท์แล้วหลับไป มาวันนี้ช่างน่าแปลก นอกจากนางไม่ร้องไห้โวยวายแล้ว ยังออดอ้อนและทำอะไรน่าหวาดเสียวอีก

“ฮ่ะๆ หน้าท้องของท่านช่างน่าหลงไหล” มี่เฟยขำน้อยๆกลบเกลื่อน ก่อนจะพูดตามที่ใจคิดโดยไม่ได้ไตร่ตรอง เมื่อรู้ตัวว่าพูดอะไรไปเจ้าหล่อนรีบเอามือปิดปากอย่างรวดเร็ว ใบหน้าขึ้นสีแดงอ่อนอีกรอบจนน่าเอ็นดูนักในสายตาชายหนุ่ม

“เจ้าเป็นสตรีในห้องหออย่าทำเช่นนี้กับบุรุษใดอีก” เสียงนุ่มทุ้มน่าฟังเปรยให้ฟังเบาๆอย่างอ่อนโยน

“ถึงท่านจะห้ามอย่างไร แต่ข้าก็เป็นคณิกา จะมิให้แตะต้องหรือโดนแตะต้องล้วนเลือกไม่ได้” รอยยิ้มบางที่มุมปากของมี่เฟยเผยออกมานิดๆเหมือนเศร้าสร้อย..อยากจะโดนแตะต้องจนตัวสั่นติดแค่ใบหน้าอัปลักษณ์จนไม่กล้าสู้หน้าใครนี่ล่ะ..เห้อ..หญิงสาวถอนหายใจอย่างปลดปรง

หวางเฟยขบฟันกรามแน่นอย่างโกรธเคืองและแค้นใจ ดวงตาคมกล้ามมองใบหน้าเศร้าสร้อยของเด็กสาวด้วยความสงสาร ด้วยคิดว่านางคงเย้ยหยันกับชะตาชีวิต

สองคนต่างวัยต่างความคิดจมอยู่ใยความมืดเพียงชั่วครู่ ก่อนที่ฝ่ายชายจะทำลายความเงียบเสียเอง

“อีกไม่นานหรอกมี่เฟย ข้าคนนี้ขอสัญญาจะทวงคืนทุกอย่างกลับมาให้เจ้า” รอยยิ้มมุมปากที่มองเผินๆอาจอ่อนโยน แต่ทว่าถ้ามองลึกลงไปกลับมีความเครียดแค้นชิงชังอยู่มาก มี่เฟยมองรอยยิ้มนั้นอย่างงุนงง ชายคนนี้ดูเหมือนจะมีความลับซ่อนอยู่ไม่ใช่น้อย ทวงคืนหรือ?สิ่งใดกัน

“ท่านจะทวง..”

โครมม!!  

ในระหว่างที่หญิงสาวกำลังจะพูดออกมา ประตูบานเลื่อนหน้าห้องก็ถูกถีบออกจนพังไม่เป็นท่า ท่ามกลางเสียงโหวกเหวกโวยวายของแม่เล้าที่เดินตามหลังมาด้วยความเกรงใจ

“ไม่ได้นะเพคะหวางเยี่ย กฎของหอ..”

“เงียบปากเสีย เปิ่นหวางมิได้อนุญาตให้เจ้าพูด!” เสียงเกรี้ยวกราดตวาดออกมาอย่างโมโห มี่เฟยฟังเสียงคุ้นหูนั้นก่อนตาขวาจะเริ่มกระตุกเบาๆ เธอเหลือบมองคนที่นั่งเคียงข้างกัน พบว่าเขาขมวดคิ้วเป็นปมแน่น แน่สิหากมีใครมาขัดขวางเวลารื่นรมย์จะชอบหรือ

“นางอยู่ไหน! ไปลากตัวนางมา เปิ่นหวางจะทวงคำขอโทษจากนาง!

เสียงเอะอะโวยวายที่ดังจากหน้าประตูช่างขัดกับบรรยากาศเงียบสงบของค่ำคืนนี้ลิบลับ มี่เฟยแอบเบะปากเล็กๆอย่างเสียดายนิดหน่อย เพียงไม่นานหลังเสียงนั้นเงียบลง มีเงาคนผู้หนึ่งยืนประจันหน้ามองเธอและหวางเฟยที่ประตูระเบียงอย่างท้าทายและไม่เกรงกลัว

“เจ้า!หญิงอัปลักษณ์จงขอโทษเปิ่นหวางมา” นิ้วเรียวยาวของเด็กชายวัยสิบหกชี้ชัดมาที่หน้าแสนอัปลักษณ์ของเธอ ที่บัดนี้ได้ดึงผ้าคลุมลงมาครอบให้มิดชิดแล้ว

“ท่านจะให้ข้า ขอโทษเรื่องอันใดหรือ” ใบหน้ากลมคล้ำของมี่เฟยเอียงศีรษะเล็กน้อยอย่างสงสัย แน่นอนในกระแสเสียงมีความใสซื่อกวนเขาใส่ลงไปด้วย ใยเธอจะมิรู้ว่าองค์ชายเก้าผู้นี้ต้องการอะไรจากเธอ ขอโทษหรือจะมีอะไรเสียอีกถ้าไม่ใช่เรื่องเมื่อเย็นนี้ กลิ่นเหล้าจางๆลอยกระทบจมูกมี่เฟย ทำให้เธอสรุปได้ทันที..คงเริ่มเมาแล้วกระมัง

“อย่าทำไขสือไปใย เรื่องเมื่อตอนเย็นที่เจ้าทำเปิ่นหวางอับอายต่อหน้าประชาชนอย่างไรเล่า” เสียงที่ตะคอกดังเกินเหตุทำให้จิตใจที่สงบสขุของมี่เฟยเริ่มปุดขึ้นทีละน้อย องค์ชายผู้นี้ช่างเป็นเด็กเอาแต่ใจยิ่งนัก แพ้แล้วพาลแพ้แล้วละลาน ช่างไม่เหมาะกับใบหน้าแสนหล่อเหลานั่นสักนิด

“ต้องขออภัยท่านแล้ว วันนี้ข้ามีแขกคงมิอาจปรนนิบัติท่านได้” หญิงสาวแสร้งทำเมินข้อความของเขาข้างบน แขนป้อมกอดเกาะแขนแกร่งของชายข้าวตัวราวกับพวกเขากำลังเข้าได้เข้าเข็ม หวางเฟยดูเหมือนจะเท่าทันความคิด เขายิ้มมุมปากน้อยๆก่อนจะโอบเอวเธอและส่งสายตาหวานช่ำมาให้อย่างเข้าใจบทบาท

เมื่อเห็นสองชายหญิงพลอดรักกันและเมินตนที่เป็นองค์ชาย ซูหยางหมิงซือจึงได้เกิดโทสะ เขากระทืบเท้าเต้นเร่าๆราวเจ้าเข้าอยู่แบบนั้น แสดงอารมณ์ไม่พอใจแต่ทำอันใดมิได้จนดูน่าขัน

“จะ..เจ้า!พวกเจ้าเมินเปิ่นหวางหรือ!” นี้เรียวราวแท่งหยกชี้ทั้งคู้สลับกันไปมาอย่างสั่นเทา ด้วยอารมณ์โกรธเคืองจนมิสามารถควบคุม นางทำให้เขาอับอายมากนัก! ทั้งในตลาด ทั้งตอนนี้ที่หอคณิกา! นางต้องชดใช้!

ตามจริงแล้วเขาที่มีฐานะเป็นถึงองค์ชาย สามารถลากทหารมาจัดการหรือโบยหญิงคนนี้ได้สบายๆ แต่ถ้าเขาทำเช่นนั้นเหล่าชาวบ้านร้านตลาดที่ล่วงรู้ว่าเขาและนางมีเรื่องอันใดกัน มีหวังชื่อเสียงของเขาจะขจรไกลไปทั่ว ลำพังก็เน่ามากพอแล้ว หากชื่อของเขามีกลิ่นมากกว่านี้ เกรงว่าองค์หวงตี้คงได้ตัดหางปล่อยวัดเขาเป็นแน่

“พี่หวางเฟย ท่านว่าพระจันทร์วันนี้แปลกพิกลหรือไม่” เสียงหวานใสทำให้องค์ชายหลุดออกมาห้วงคิดของตัวเอง ดวงหน้าเล็กภายใต้ผ้าผืนบางแหงรขึ้นมองดวงจันทร์ที่หงายเต็มดวงส่องสว่างอยู่กลางท้องฟ้า ไม่รู้เพราะเหตุใดซูหยางหมิงซือจึงแหงนดูดวงจันทร์นั้นตามนางอย่างเคยตัว

“เช่นไรหรือ” หวางเฟยมองดวงหน้าเล็กผ่านผ้าอย่างสนใจ หากเป็นเมื่อก่อนนางคงกลัวหัวหดที่โดนดูถูกเช่นนี้ ดูเหมือนเรื่องครานี้คงทำให้นางเข้มแข็งขึ้น เหมือนดอกไม้ป่าราวกับไม่มีค่า แต่มีสมบัติมหาศาลอยู่ภายใน

หากมองเพียงผิวเผินคงไม่น่าดอมดม แต่หากได้ลองสัมผัสคงได้หลงใหลจนยากจะห้ามใจ จริงอยู่ที่หน้าตาของนางและรูปร่างอาจจะไม่เข้าเคล้าสิ่งที่กล่าว แต่ทว่าจิตวิญญาณที่เข้มแข็งภายในของนางช่างแปลกประหลาด ดูสูงส่งและเลอค่าหาประมาณไม่ได้

หวางเฟยมีความรู้สึกแบบนั้น เขาไม่ได้เจอนางมาสักระยะวันนี้ร้อนใจเมื่อรู้ว่าคืนนี้นางรับแขกจึงรีบจองตัวเพื่อสนทนา มิคาดว่าจะเปลี่ยนไปเพียงนี้ ถึงจะสงสัยแต่ภายนอกอย่างไรก็เป็นมี่เฟย หากนางเข้มแข็งได้แบบนี้เขาก็จะหายห่วง

เพียงไม่นาน..เขาจะทวงคืนทุกอย่างกลับมา

“ดูเหมือนจะมัวหมองยามมีช้างมากระทืบโรงกระมัง” รอยยิ้มเล็กมุมปากแลดูออดอ้อนส่งตรงมายังชายหนุ่มที่เคียงข้าง หากทว่าชายหนุ่มอีกคนที่เมื่อครู่ยืนกระทืบเท้าอยู่นั้นกลับสะอึกลงคอก้อนใหญ่ ใบหน้างดงามของเขาดูขึงขังและเขียวคล้ำจนน่ากลัว

นางว่าเขาเป็นช้าง! ช่างไม่ดูตัวเองเสีย!

“เจ้า!หญิงอัปลักษณ์เช่นเจ้ากล้าดูถูกเปิ่นหวางหรือ! ทหาร!!” เหมือนความอดทนของจนขาดลง องค์ชายเก้าร้องเรียกทหารที่ติดตามมาเสียงดังอย่างเดือดดาด แต่เพราะทหารเหล่านั้นมิได้อนุญาตให้เข้าหอคณิกาตอนทำงานจึงอยู่ด้านนอก หากเรียกแล้วคงใช้เวลาประมาณหนึ่งเค่อจึงมาถึง

“ท่านจะใช้อำนาจข่มขู่ข้าอีกแล้วหรือ” มี่เฟยแสร้งพูดด้วยน้ำเสียงสั่นเทา เรียกความสงสารให้กับคนข้างกาย เขาลูบหัวนางอย่างปลอบประโลม หวางเฟยเพียงแสดงละครบทนี้ตามที่นางวางเท่านั้น เขามิอยากพูดเพื่อให้นางเสียแผน จึงได้แต่แกล้งตามน้ำไปเรื่อยๆ

“ไม่ดีเลยพ่ะย่ะค่ะหวางเยี่ย ท่านเป็นถึงองค์ชายเก้าผู้สูงศักดิ์กลับนำทหารมาข่มขู่คณิกาตัวเล็กๆเช่นนี้” หวางเฟยพูดได้ตรงใจเจ๊มาก! เดี๋ยวรอสะสางกับเด็กนี่จบก่อนเธอจะให้รางวัลโดยการหอมหลายๆที

มี่เฟยคิดในใจอย่างหมายมาด

“ขะ..ข้า..”

“ไม่อะไรหรือพ่ะย่ะค่ะ” หวางเฟยยิ้มมุมปากอย่างอ่อนโยน แต่ความอ่อนโยนนั้นใส่กระแสจิตคล้ายขบขันเข้าไป ทำให้ใบหน้างดงามอ่อนเยาว์ราวเทพเซียนนั่นหมองคล้ำลงไปอีกหลายส่วน

“เอาอย่างนี้ดีหรือไม่ หากท่านแข่งสิ่งนั้นชนะข้า ข้าจะขอโทษท่านตามที่ท่านต้องการ แต่ถ้าหากท่านแพ้ข้า เรื่องในตลาดให้ถือว่าเป็นเพียงฝัน ช่วยให้ท่านลืมเลือนและอย่ามาละลานข้าอีก” มี่เฟยชี้ไปยังไม้ครอบคล้ายกะลาสองฝาสีน้ำตาลขัดมัน เคียงข้างกันมีลูกเต๋าสองลูกที่ทำจากก้อนดินอัดให้เป็นสี่เหลี่ยม ตามด้านต่างๆมีตัวเลขจีนประกอบอยู่ การละเล่นชนิดนี้ไม่ยาก เพียงแค่ทายว่าลูกเต๋าสองลูกออกสูงหรือต่ำกว่าหก จะมีโอกาสเจ็ดครั้ง เพียงสามครั้งทายถูกคนทายจะเป็นฝ่ายชนะ แต่ถ้าหากทายผิดเขาก็จะแพ้ไป คล้ายๆกับแทงสูงต่ำของสมัยใหม่ เธอเห็นชาวบ้านในตลาดกับกลุ่มเล่นกันเธอจึงเข้าใจกติกาไปด้วย

“ได้เปิ่นหวางรับคำท้าเจ้า มี่เฟย!

 

ในเวลาต่อมา

ศาลาสีขาวที่ทำจากหยกเนื้อดีสะท้อนเงาตามแรงลมบนพื้นน้ำ สายลมยามค่ำคืนช่างเย็นสบายทำให้สมองปลอดโปร่งและเหมาะแก่การนั่งจิบน้ำชาชมจันทร์นัก หากเป็นบุคคลอื่นคนได้เคลิ้มกับบรรยากาศที่กล่าวมา แต่ทว่า คงมีเพียงหนึ่งบุรุษกระมังที่กำลังทำสีหน้าเคร่งเครียดมองกะลาไม้ไม่วางตา นิ้วเรียวยาวราวแท่งหยกกุมที่ปลายคางของตนเองไว้ หัวคิ้วเฉียงรูปดาบชนกันอย่างใช้ความคิด ริมฝีปากสวยแนบสนิทจนเป็นเส้นตรง

ผ่านมาราวๆหนึ่งชั่วยามแล้วการแข่งขันทายลูกเต๋าในกะลาไม้ใกล้จะสิ้นสุด โดยที่ผ่านมาแล้วสี่ครั้ง และนี่เป็นครั้งที่เจ็ด การแข่งที่ผ่านมาองค์ชายเก้าซูหยางหมินซือได้ทายถูกไปแล้วสองครั้ง และนี่เป็นครั้งสุดท้ายที่จะตัดสินแพ้ชนะ หากทายถูกองค์ชานเก้าจะได้คำขอโทษจากคณิกาชั้นต่ำ หากแต่ว่าถ้าผลการแข่งขันนี้แพ้ เขาจะต้องเป็นฝ่ายขอโทษนาง

ซึ่งตามหลักแล้ว เขาผู้มีศักดิ์เป็นองค์ชายผู้สูงศักดิ์มีหรือจะยินยอมขอโทษคณิกาชั้นต่ำ เขาคงหมดสง่าราศีของความเป็นองค์ชายแน่ ทั้งเรื่องในตลาดยามเย็น เรื่องที่บุกหอคณิกา หากแพ้เรื่องนี้คงขจรไกลไปหลายพันลี้ แล้วเขาซึ่งเป็นที่รู้จัก ชื่อเสีย(ง) อันดีงามจะเป็นเช่นไรเล่า

เมื่อคิดถึงตรงนี้ใบหน้างดงามนั้นก็เริ่มมีเหงื่อเม็ดน้อยผุดขึ้นมาที่ไรผม น้ำใสๆเย็นเยียบตกลงมาที่ข้างแก้มช้าๆ ฝ่ามือเริ่มเหนียวเพราะความชื้น ทำเช่นไรดี จะสูง หรือจะต่ำดี

“ท่านใช้เวลาคิดนานไปหรือไม่ นี่ก็ผ่านมาสองเค่อแล้วใยไม่ให้คำตอบแก่ข้าอีกเล่า” มี่เฟยแสยะยิ้มมุมปากอย่างร้ายลึก หากคนรอบข้างเห็นคงเห็นเพียงรอยยิ้มเฉื่อยชา แต่ทว่าสำหรับคนที่นั่งอยู่ตรงกันข้ามแล้ว กลับเห็นเพียงร้ายยิ้มนางมารจากจอมอัปลักษณ์

“หรือท่านกลัวแพ้ในการแข่งนี้กัน เห้อ..เช่นนั้นข้านอนรอดีหรือไม่” นางแบบสาวแสร้งเอามือปิดปากหาวหวอดๆ ก่อนจะล้มตัวลงนอนข้างโต๊ะเตี้ยที่วางกะลาไม้ทันที โดยไม่สนสายตาตกตะลึงขององค์ชายตรงหน้าแม้แต่น้อย

สตรีคนนี้อะไรกัน! ใยทำท่าสบายๆเช่นนั้น หากการแข่งนี้เขาชนะ นางก็เป็นฝ่ายแพ้และขอโทษเขามิใช่หรือ หรือคำขอโทษของนางสามารถกล่าวออกมาโดยง่ายโดยไม่ต้องมีคำว่าศักดิ์ศรีกัน

ซูหยางหมิงซือใช้ความคิดไต่ตรองอีกรอบ ไม่ได้เขาจะแพ้ไม่ได้

“การแข่งครั้งสุดท้ายนี้ข้าขอทายว่า สูง” ชายหนุ่มพูดออกมาด้วยน้ำเสียงหนักแน่น ดวงตาคมกล้าแสดงถึงความคิดอย่างรอบคอบแล้ว

“เช่นนั้นข้าจะเปิดฝาให้ท่านดู”

เมื่อฝาเปิดออก ดวงตาคมของหมิงซือก็เบิกกว้าง เขามองลูกเต๋าซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนแทบเผาไหม้ไม่ ไม่จริง!

“เจ้าโกงเปิ่นหวาง!!” เมื่อผลคะแนนที่ปรากฏออกมาไม่ได้ตามความต้องการ เขาตะเบ็งเสียงใส่คณิกาตัวน้อยตรงหน้าอย่างโกรธเคือง

“เหตุใดท่านกล่าวหากันเช่นนี้” มี่เฟยเสียงสั่น แสร้งหลบสายตาอย่างหวาดกลัว แต่หากใครสังเกตให้ดีจะรู้ว่าที่นางเสียงสั่นเป็นเพราะกลั้นหัวเราะอยู่

เมื่อครู่ตอนเปิดฝาออกเธอเห็นผลลัพธ์ของมันออก หนึ่ง หก ซึ่งองค์ชายผู้นี้ทายถูกแล้ว แต่เรื่องอะไรเธอจะยอมแพ้หรือ เธอใช้โอกาสที่เปิดออก นำฝากะลากระทบลูกเต๋าจนกลับเป็นอีกด้านจนเป็นเลขหนึ่ง ผลลัพธ์จึงออกมาเป็นสอง ซึ่งถือว่าต่ำ ดังนั้นชายคนนี้จึงแพ้อย่างไรเล่า

มี่เฟยยิ้มอย่างมีความสุขจนแทบล้นทะลัก เธอกลั้นขำจนตัวสั่นสะท้าน ที่หางตามีหยดน้ำใสๆไหลจากการกลั้นขำมากเกินไป หากเมื่อกี้เธอไม่เห็นสีหน้าโงงมของคนตรงหน้า เธอคงไม่ขำเพียงนี้

ใบหน้าหล่อเหลางดงามราวเทพเซียนมีสีดำคล้ำหมองมัว เหมือนผิดหวังจากรางวัลที่หนึ่ง ริมฝีปากเม้มแน่นสนิท หัวคิ้วชนกันและขอบตาแดงๆที่แสดงถึงความผิดหวังทำให้เขาดูเหมือนเด็กน้อยที่โดนขัดใจจากมารดาก็ไม่ปาน

“เจ้า! เมื่อครู่ข้าเห็นว่าลูกเต๋าออกหนึ่ง หก!

สายตาดีแหะเจ้าเด็กนี่..มี่เฟยคิดในใจ

“ท่านตาฝาดไปหรือไม่ ในตอนนี้ลูกเต๋าปรากฏเลขหนึ่ง หนึ่ง ท่านเอาสิ่งใดมาพูดหรือ” เธอยังคงแถสีข้างถลอกปอกเปิก เรื่องอะไรเธอจะยอมแพ้เจ้าเด็กปากไม่สิ้นกลิ่นน้ำนมกัน

“เจ้าโกงข้าอย่างไรเล่า! สตรีอัปลักษณ์!

“ท่านกล่าวหาข้า..ซึ่งเป็นคณิกาตัวเล็กๆหรือเจ้าค่ะ” หญิงสาวแสร้งบีบน้ำตาใสๆจากหางตา แววตาสั่นระริกเหมือนโดนใส่ร้าย เรียกคะแนนสงสารจากคนรอบข้างที่มาเป็นสักขีพยานขึ้นเป็นเท่าทวี เพราะเหล่าคนดูเหล่านั้นถูกจัดให้นั่งดูอยู่รอบศาลาสีขาว มิให้เข้ามารบกวนองค์ชายที่ต้องใช้สมาธิ จึงไม่เห็นวิธีการคดโกงของเธอได้ ถือว่าเป็นเรื่องดีนัก

“ข้า..ข้าไม่ เจ้าโกงข้าจริง! อย่าคิดว่าข้าไม่รู้!” องค์ชายผู้โง่งมกัดฟันกรอด เขากำมือสองข้างแน่นอย่างโกรธเคือง มือหรือเขาจะไม่รู้ เมื่อครู่ที่มี่เฟยกำลังเปิดฝาออก เพราะสายตาที่ดีเกินคาดทำให้เห็นว่าด้านหน้าปรากฏเลขหนึ่ง หากอีกอันมีแต้มหกซึ่งสูงสุดในลูกเต๋า ผลรวมก็จะเท่ากันสูงกว่าหก แต่เพียงพริบตาที่นางมารร้ายแสนอัปลักษณ์นี้เปิดฝาออก เลขหกบนลูกเต๋าก็เปลี่ยนเป็นเลขหนึ่ง! ซึ่งหนึ่ง หนึ่ง ผลรวมจึงเป็นสอง ทำให้การแข่งนี้แพ้! หากไม่ใช่นางแล้วจะเป็นใครเล่า!

“พวกท่านที่เป็นสักขีพยานโปรดตรองดูเถิด เมื่อผลรวมของลูกเต๋าออกมาต่ำแล้ว ท่านชายผู้นี้กลับไม่ยินยอมขอโทษข้าตามคำสัญญา ซ้ำร้ายยังกล่าวหาว่าข้าโกงการแข่งครั้งนี้อีก..คณิกาตัวน้อยๆเช่นข้า อัปลักษณ์และโดนหมางเมิน ยังโดนผิดคำสัญญาจากองค์ชายผู้สูงศักดิ์อีก ข้าต้องการความยุติธรรมนัก” เมื่อไม่สามารถแก้ต่างได้มากกว่านี้ เพราะจะเป็นที่ผิดสังเกต มี่เฟยจึงใช้ละครฉากใหญ่เหมือนเมื่อตอนเย็นจัดการตบตาเรียกคะแนนสงสารจากคนลอบข้างอย่างแนบเนียน โดยการกล่าววิถีชีวิตอันขุ่นหมองของตัวเองเพื่อเรียกคะแนนเพิ่มขึ้น

“ช่างน่าสงสารแม่นางคนนี้นัก”

“ใช่แล้ว นางเป็นเพียงคณิกา โดนดูถูกเหยียบย่ำยังมิพอ ซ้ำยังโดนผู้สูงศักดิ์ผิดคำสัญญาอีก”

สารพัดเสียงของคนมากหน้าหลายตาดังเข้ามาในโสตประสาทชายหนุ่ม เขาค้อนวงใหญ่ใส่เจ้าของร่างอย่างมี่เฟยอย่างโกรธเคือง เพราะหญิงอัปลักษณ์นางนี้!ทำให้เขาต้องอับอายต่อหน้าผู้คนเป็นครั้งที่สอง เรื่องการแข่งขันเมื่อครู่เขามิแพ้ เรื่องอะไรเขาต้องเป็นฝ่ายขอโทษนางด้วย

หากมีคนรู้ความจริงเขามิกลายเป็นองค์ชายที่ไร้สามารถ ไม่อาจเอาชนะเพียงคณิกาต่ำต้อยไร้การศึกษาได้หรือ ไม่มีทางเขาจะมิยอมแพ้เพียงแค่นี้แน่

“เจ้า..เจ้าบังอาจมาก” ร่างกายสูงส่งสั่นเทิ้มเพราะความโกรธเป็นเท่าตัว เสียงกัดฟันดังกรอดกรอดเล็ดรอดออกมา ทำให้รู้ว่า เขากำลังข่มความโกรธไม่ให้แสดงออกมาอยู่

“เจ้าคะ..”

“ฝากไว้ก่อนเถิด สตรีอัปลักษณ์!!” เพราะสายตาที่จับจ้องมีมากมายนัก องค์ชายผู้สูงศักดิ์กลับรีบเดินหนีอย่างรวดเร็ว โดยมิยินยอมทำตามคำมั่นที่ให้กันไว้ก่อนเริ่มการแข่ง

มี่เฟยแสยะยิ้มอย่างสมใจ ข่าวลือในวันนี้คงกระพือไฟที่โหมกระหน่ำในใจเด็กหนุ่มคนนั้นมิใช่น้อย หากเป็นเช่นนี้ เจ้าองค์ชายอวดดีนั่นคงได้กระอักเลือดออกมาเป็นแน่!

 

 

 

 ร่างสูงสง่าของซูหยางหมิงซือเดินออกจากหอโคมแดงด้วยสีหน้าถมึงทึง เดิมทีหน้าตาหล่อเหลาที่เป็นทุนเดิมจะมีสีขาวราวหยกแก้ว แต่บัดนี้กลับเขียวคล้ำอย่างน่ากลัว นางคณิกาชั้นน้อยใหญ่ที่พลีกายถวายความหอมหวานให้เขายังมิกล้าเข้าไปทักทายหรือยั่วยวนเช่นวันวาน

มีไม่มากนักที่ชายผู้นี้จะแสดงว่าความโกรธกริ้วออกมามากขนาดนี้ จริงอยู่นิสัยขององค์ชายเก้ามักหยิ่งผยอง อวดเบ่ง อวดอำนาจบารมี ชอบใช้กำลังและฐานะทางสังคมรังแกคนที่ทำให้ไม่พอใจ แต่อารมณ์ข้างต้นที่กล่าวมานั้นยังไม่น่ากลัวใบหน้าเขียวคล้ำดำมืดเหมือนในตอนนี้ ดูแล้วหากมีใครเดินเข้าไปใกล้คงได้หัวหลุดออกมาเสีย

“สตรี!สตรีนางนั้น! ทำให้เปิ่นหวางเป็นที่อับอายแก่ชาวประชาเป็นครั้งที่สองแล้ว!” น้ำเสียงโกรธกริ้วดังสายฟ้าตะคอกออกมาเมื่ออยู่ลำพังในรถม้าส่วนตัวซึ่งมีไป๋มงจู องครักษ์คนสนิทนั่งประจันหน้าก้มหน้าก้มตาฟังเสียงของนายเหนือหัวอยู่

“เปิ่นหวางจะต้องแก้แค้น! คอยดูเถิด!คอยดูเถิดมี่เฟย!คณิกาชั้นต่ำแสนอัปลักษณ์!!” สุรเสียงคมเข้มตะโกนออกมาสุดลำคอระบายความแค้นที่ไม่สามารถไปลงกับเจ้าของชื่อได้ สองมือกำแน่นอย่างหมายมาด ดวงตาคมกล้ามีประกายไฟสาดแสงสะท้อนดวงจันทร์แสดงถึงความหมายมาดในการเอาจริง

คอยดูเถิดมี่เฟย..ครั้งหน้าข้าจะไม่แพ้เข้าครั้งที่ผ่านมาอีก!

มงจูได้แต่ก้มหน้าก้มตาฟังเสียงด่าทอต่างๆนานาของเจ้านาย พลางคิดในใจชื่นชมสตรีนางนั้นเสียจริง พยัคฆ์ร้ายอย่างนายเหนือหัวเขา ดูท่าว่าจะต้องสยบแก่ลูกแกะขี้เหล่นางนั้นเป็นแน่

..เรื่องชักสนุกขึ้นมาแล้วสิ

 

 

“ฮ่ะๆ เจ้าได้เห็นสีหน้าโกรธแค้นนั่นหรือไม่ชิงเอ๋อ” เสียงหัวเราะหวานใสดังก้องออกมาจากบานประตูในเรือนนอนคณิกาชั้นต่ำ  ภายในห้องปรากฏหญิงสาวหน้าตาอัปลักษณ์มีใบหน้าอ้วนกลมสิวฝ้าขึ้นตะปุ่มตะป่ำเหมือนคางคก รูปร่างแลดูอวบอิ่มจนเกือบอ้วน มี่เฟยเท้าแขนกับหัวเตียงพลางเหยียดกายนอนอย่างสบายใจ

“เจ้าคะ” ชิงเอ๋อได้แต่เออออห่อหมกทั้งๆที่จิตใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัว เธอก้มหน้านิ่งนั่งสนับรับฟังเสียงของคุณหนูที่รับใช้อยู่อย่างเงียบๆไม่มีอิริยาบทร่วมทางด้วยสักนิด

มี่เฟยกวาดสายตามองเด็กสาวตรงหน้าอย่างสำรวจตรวจตรา ทั้งๆที่ยังไม่หยุดพูดเพื่อไม่ให้นางสงสัย เมื่อย้อนตอนที่เธอจะออกไปรับแขกแล้ว เหมือนชิงเอ๋อจะโดนรุมล้อมจากคนใช้ของคณิกาคนอื่น และตั้งแต่นั้นมาเด็กสาวที่พูดมากขี้บ่น ดูเหมือนจะเงียบลงไปอย่างผิดหูผิดตา ทำให้เธออยากรู้นักว่าเกิดสิ่งใดขึ้น

“สีหน้าเจ้าแปลกไปนะชิงเอ๋อ ไม่สบายหรือป่าว” คณิกาสาวหมายจะทาบฝ่ามือลงแนบที่หน้าผากมลของเด็กสาว แต่ชิงเอ๋อกลับหัวหน้าหนีอย่างลืมตัว ดวงตากลมโตฉายแววตื่นตระหนัก และดูเหมือนนางพึ่งจะรู้สึกตัว เด็กสาวจึงหันมาฉีกยิ้มฝืนๆให้

“ข้า...ข้าจะไปเอาน้ำชามาให้นะเจ้าคะ” ว่าจบเด็กสาววัยสิบสองก็หันหลังออกจากห้องไปทันที

อดีตสาวสวยได้แต่กุมคางอย่างครุ่นคิด ต้องมีอะไรสักอย่างเกิดขึ้นระหว่างที่เธอไม่อยู่แน่ ไม่เช่นนั้นชิงเอ๋อที่ขี้บ่นราวมารดาของเธอจะมิมีท่าทีหวาดกลัวเช่นนั้น ก่อนหน้านี้ที่เธอจะมาเข้าร่างนางคณิกานี่เช่นกัน ชิงเอ๋อก็ดูหวาดกลัวเธอไม่น้อย หรือนางจะโดนกลั่นแกล้ง?

เมื่อคิดได้ดังนั้นหญิงสาวก็ค่อยๆแอบย่องออกนอกห้องไป ตามทางเดินของชิงเอ๋อที่ไปเอาชาในห้องครัว ท่ามกลางความมืดที่เงียบเชียบและไร้แสงไฟ มีเพียงโคมหน้าเรือนนอนเท่านั้นที่มีแสงสลัวๆทำให้มองเห็น

ดวงตาสีรัตติกาลราวท้องฟ้ายามค่ำคืนกวาดมองรอบริเวณเรือนนอน เมื่อไม่เห็นร่างน้อยที่ต้องการพบ จึงก้าวเดินต่อไปเรื่อยๆจนถึงริมสระบัวเล็กๆหลังเรือนนอนใกล้กับโรงครัว

ในหอคณิกานี้ถือว่าแบ่งเป็นสัดส่วนจะดูอลังการมากทีเดียว เริ่มจากคณิกาชั้นสูงจะพักในเรือนแยกเรือนใครเรือนมัน แต่ห่างจากคนอื่นไม่มากและไม่ได้มีขนาดใหญ่โต คณิกาชั้นสองจะพักร่วมห้องกับเพื่อนเรือนแยกเช่นกันไม่สุงสิงกับใคร คณิกาชั้นสามจะอยู่รวมกันในเรือนสองชั้น คนละห้องแต่ห้องมีขนาดใหญ่พอควร และสุดท้ายคณิกาชั้นต่ำจะพักอยู่ในเรือนท้ายสวนติดกับโรงครัว ซึ่งชั้นบนเป็นของคณิกาชั้นล่างเป็นของคนใช้ ขนาดห้องจะเล็กกว่าคนอื่นนัก

“เอายานี่ไปสะ!” เสียงกระซิบที่เบาราวลมพัดผ่าน ทำให้นักย่องเบาฝึกหัดอย่างมี่เฟยชะงัก ถึงจะดูเหมือนกระซิบแต่การพูดเต็มน้ำเสียงนั่นทำให้รู้ว่าเจ้าของเสียงตั้งใจพูดเสียงเบาเสียมากกว่า มี่เฟยแอบอยู่หลังพุ่มไม้ใกล้ๆ พลางมองลอดช่องเล็กๆของพุ่มไม้ออกไปสำรวจ

หญิงสาวขมวดคิ้วมุ่งมองภาพข้างหน้าอย่างขัดเคือง มารดามันเถอะ! ผู้หญิงคนนี้ยืนหันหลังให้พุ่มไม้เสียนี่! มี่เฟยเม้มปากแน่นอย่างขัดเคืองใจจริงอยากเดินออกไปกระชากไหล่บางให้หันมาด้วยซ้ำ แต่เธอก็ต้องชะงักไปเมื่อเห็นชิงเอ๋อเด็กดีของเธอทำสีหน้าหนักใจมองขวดยาในมือเรียวนั่น

ยาอะไรกันหรือ?แล้วให้ใคร? มิใช่ว่าจะวางเธอหรอกหนา

“แต่..”

“เจ้าจะขัดข้าหรือ!อย่าลืมสิว่าน้องสาวเจ้าอยู่ในกำมือข้า!” เสียงหวานใสของคนตรงหน้าตวาดแหวขึ้นอย่างขัดใจ เธอยัดเยียดขวดยาบางอย่างใส่มือชิงเอ๋อเพื่อไม่ให้นางปฏิเสธ

“ข้า..ข้าสงสารคุณหนูเจ้าค่ะ”

“เจ้าจักมาสงสารอันใด สำนึกผิดหรือคงไม่ทันกระมัง! อย่างลืมเสียตลอดเวลาที่ผ่านมาเป็นเจ้ามิใช่หรือที่วางยานางมาตลอด”

มี่เฟยเบิกตาโตมองใบหน้าจิ้มลิ้นของชิงเอ๋ออย่างตกใจ ไม่น่าเชื่อว่าคนที่เธอไว้ใจและเป็นคนสนิทแบบชิงเอ๋อจะกระทำเรื่องเช่นนี้...แต่ว่าน้องสาวของชิงเอ๋อมาเกี่ยวอันใดด้วยเล่า อาจจะเป็นไปได้ว่าดรุณีร่างน้อยที่ดูจากการแต่งกายแล้วน่าจะเป็นคณิกาชั้นสอง อาจจะขู่เข็ญแกมบังคับให้ชิงเอ๋อกระทำการบางอย่าง ช่างร้ายกาจนัก

หญิงสาวข่มเขี้ยวเคี้ยวฟันตัวเองและพยายามทำใจให้สงบ เธอแนบหูให้เข้าไปใกล้มากที่สุดเพื่อรับฟังชิงเอ๋อ เธออยากรู้เรื่องราวทั้งหมด จะว่าเธอยุ่งเรื่องชาวบ้านก็ได้ แต่ถ้าหากยาที่คณิกานางนี้มีพิษร้ายแรงเล่า เธอต้องรู้ให้ได้ว่ามันคือยาอะไร มีพิษเช่นไร แล้วเหตุใดชิงเอ๋อจึงต้องวางยามี่เฟยนางคณิกาตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาด้วย

“แต่..แต่ตอนนี้ท่าน..”

“ความงามไม่ยืนยงหรอกหนา รีบทำตามที่ข้าสั่ง หากไม่ทำคงรู้สินะจะเกิดอันใดขึ้นกับน้องสาวของเจ้า” คณิกานางนั้นพลิ้วกายสะบัดตัวไปอีกทาง ทำให้มี่เฟยไม่สามารถมองเห็นใบหน้าของหล่อนได้ เธอลอบสังเกตสีหน้าของสาวใช้เงียบๆ

ใบหน้ากลมอิ่มที่มักจะร่าเริงสดใสกลับหมองคล้ำ ใต้ตามีรอยแดงราวกับจะร้องไห้ออกมา ริมฝีปากบางเม้มแน่นเพื่อกั้นสะอื้น เพียงครู่เดียวร่างเล็กของเด็กสาวก็ทรุดนั่งกับพื้นทันทีอย่างหมดเรี่ยวแรง

มี่เฟยอยากจะกระโจนออกไปกกกอดนางและปลอบใจนางนัก แต่หากทำเช่นนั้นชิงชิงคงได้ตีตัวออกห่างและสำนึกผิดกับตัวเองจนชิงฆ่าตัวตายก่อนแน่ เพราะชิงเอ๋อเป็นคนดี ชอบคิดมาก และหัวอ่อนจึงโดนหลอกง่าย

ติดตามเฟสจิ้มรูปปกเลยจ้า


ขออภัยที่ห่างหายไปนานนะครับ พยายามจะอัฟสัก1-2ครั้ง/1-2 เดือนนะครับ
บ้างที่ลืม ทักเเชทเพจได้นะครับ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 54 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

762 ความคิดเห็น

  1. #757 nawanoi19 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 10 ตุลาคม 2561 / 01:32
    รอออออ
    #757
    0
  2. #756 แมวน้อยลอยฟ้า (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 12 สิงหาคม 2561 / 08:38
    รอค่ะรอออ///7///
    #756
    0
  3. #755 glouye (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 8 สิงหาคม 2561 / 15:05
    น่าติดตาม
    มากๆๆ เป็นกำลังใจให้จ้า
    #755
    0
  4. #725 meisminjen (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 6 มกราคม 2561 / 00:22
    รอติดตามนะค้าา
    #725
    0
  5. #27 anaphatkoomwong (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 18 ตุลาคม 2559 / 11:52
    แล้วราตรี รีดๆจะรอไรท์น้าาาา
    #27
    0
  6. #26 jinaem (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 18 ตุลาคม 2559 / 11:31
    องค์ชาย9จะทำอะไรรร555
    #26
    0
  7. #25 Wada Mizaki (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 18 ตุลาคม 2559 / 09:44
    องค์ชายน่าแกล้ง-3-
    #25
    0