เล่ห์รักคณิกา (ตีพิมพ์กับสนพ.แสนรัก ในเครือไลฟ์ ออฟ เลิฟ)

ตอนที่ 2 : ตอนที่ ๑ สำรวจ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,536
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 69 ครั้ง
    8 พ.ค. 61

“ฉันสลบไปกี่วันหรือ” มี่เฟยใช้เวลาตั้งสติเพียงนิด ก่อนจะใช้สมองคิดหาสาเหตุที่เป็นไปได้ เธอต้องรวบรวมข้อมูลสักนิดเพื่อหาคำตอบ

“สะ..สองวันเจ้าค่ะ”

สองวันเองหรือ! ไม่ใช่แล้ว คนเราจะอ้วนเทอะทะ หน้าตาเป็นหลุมเป็นบ่อ ได้ขนาดนี้เชียว เธอนางแบบสาวที่ฮอตที่สุดในเอเชียน่ะหรือ? ไม่มีทางเป็นไปได้ เธอดูแลหุ่นเข้าสปาและดูแลหน้าตาอย่างดี

มีทางเดียวที่เป็นไปได้ คือ..นี่ไม่ใช่ร่างกายของเธอ

เธอเคยอ่านเรื่องราวลึกลับในนิยายมาบ้าง อย่างเช่นการสลับร่างสลับวิญญาณ หรือการหลงยุคย้อนยุคไปอดีต แต่มันจะเป็นไปได้หรือ บางทีเรื่องแบบนี้อาจมีเรื่องราวที่วิทยาศาสตร์ไม่สามารถหาคำตอบได้เช่นกัน

“แล้ว..นี่ปีอะไร? พ.ศ.ไหน”

“ปีหรือเจ้าค่ะ พ.ศ. เอ่อ..” ชิงชิงทำสีหน้าไม่ถูกเลยทีเดียว จากตอนแรกที่นั่งร้องไห้อยู่ ในตอนนี้เริ่มสับสนและงงงวยไปหมด คุณหนูที่เธอติดตามอยู่เป็นอะไรไป? หรือเหตุการณ์วันนี้ทำให้สมองกระทบกระเทือนกัน

“ฉะ..เอ่อ ข้าหมายถึง..เรียกว่าอะไรล่ะ ใครปกครองประเทศอยู่” เมื่อเธอเริ่มรู้ตัวแล้วว่า หากนี่เป็นการย้อนอดีตจริง เข้าเมืองตาหลิ่วต้องหลิ่วตาตาม เธอจึงปรับเปลี่ยนลักษณะการพูดเล็กน้อย

“ประ.ประเทศ?” ชิงชิงเบิกตากลมโตอย่างฉงนสงสัย 

มี่เฟยเอามือตบหน้าผากตัวเองดังป๊าบ ให้ตายสิ..เธอต้องใช้คำไหนถึงจะคุยกับเด็กคนนี้รู้เรืองกัน “แคว้น..นี่แคว้นอะไรหรือ” เมื่อนึกถึงนิยายจีนโบราณที่เคยอ่าน คำว่าแคว้นก็ผุดขึ้นมา

“แคว้นหยางเจ้าค่ะ มีซูหยางเจิ้นโหวไทจื่อปกครองแคว้นในปัจจุบัน” เด็กสาวทำหน้าอ๋ออยู่พักหนึ่ง ก่อนที่เธอจะตอบออกว่าอย่างงงๆ ตอนนี้เด็กสาวได้ข้อสรุปแล้วว่า หญิงสาวบนเตียงคงโดนผลกระทบจากวันนี้เป็นแน่ ถึงได้ลืมเลือนและนิสัยผิดแปลกไปจากเดิมมาก

มี่เฟยอ้าปากเหวอ..แคว้นอะไรนะ อะไรซูๆ..หากเธอจำไม่ผิด ในประวัติศาสตร์จีนที่เคยเรียนมาตั้งแต่เกิด ตั้งแต่จำความได้..ไอ้แคว้นประหลาดๆกับชื่อฮ่องเต้แบบนี้เธอไม่เคยเจอมาก่อน! ถึงใจเธอไม่อาจยอมรับ แต่เพราะช่วงนี้มีเหตุการณ์หลายอย่างที่วิทยาศาสตร์อธิบายไม่ได้..เธอได้ข้อสรุปกับตัวเองแล้วว่า

เธอหลงมิติมา!!!

 

 

ภายในห้องสี่เหลี่ยมตกอยู่ในความเงียบอีกครั้ง เมื่อเจ้านายยังไม่อนุญาตให้ออกไป ชิงชิงก็ไม่สามารถลุกออกไปได้ นางได้แต่กล้ำกลืนฝืนทนการหายใจร่วมห้องกับคนๆนี้ เดิมทีนางมิได้รังเกียจหรืออยากดูถูกเหยียดหยามมี่เฟยนัก ทว่าด้วยสถานการณ์ที่จำเป็นทำให้นางต้องจำใจตีตัวออกห่าง ถ้าจะถามว่านางรังเกียจสตรีคนนี้หรือไม่ เด็กสาวตอบได้เลยว่าออกจะสงสารด้วยซ้ำ แต่ด้วยอะไรหลายๆอย่างที่ผ่านมาทำให้นางหวาดกลัว

“แล้วที่นี่ที่ไหนหรือ”

“หอโคมแดงเจ้าค่ะ”

“มันคือที่ไหน ข้าขอโทษนะชิงชิง ช่วยเล่าเกี่ยวกับตัวข้าและบาดแผลพวกนี้ได้หรือไม่” มี่เฟยไม่ถนัดเรื่องการหลอกถาม ดังนั้นนางจึงไม่อ้อมค้อมที่จะถามเด็กสาวคนนี้เกี่ยวกับที่มาที่ไปของตัวเอง แม้จะดูแปลกไปบ้าง แต่ในเมื่อเธอถามไปแล้วมันก็ช่วยไม่ได้

ฝ่ายชิงชิงเองได้แต่ทำสีหน้าปลงและทำใจยอมรับการอยู่ร่วมห้องกับสตรีตรงหน้า อย่างน้อยคงอีกสักชั่วยามที่นางจะไม่ได้ออกไป

 

ราวๆหนึ่งชั่วยามต่อมา ชิงชิงออกไปได้สักพักแล้วโดยทิ้งมี่เฟยนางแบบสาวที่เคยสวยที่สุด บัดนี้เธอต้องเปลี่ยนนิยามให้ตัวเองใหม่ และทำใจยอมรับชะตาชีวิตใหม่ด้วยเช่นกัน จากการสอบถามเด็กสาวนามชิงชิง ทำให้มี่เฟยรู้ว่าร่างที่ตนเองสิงสู่อยู่นั้น มีนามว่ามี่เฟยเช่นเดียวกัน ทว่าหญิงว่าหญิงสาวคนนี้ไม่มีที่มาที่ไปมีเพียงแค่ชื่อเท่านั้นหามีแซ่ใดๆไม่

มี่เฟยคนที่เธอสิงอยู่เป็นนางคณิกาของหอโคมแดง ซึ่งเป็นหอที่มีชื่อเสียงมากพอตัว คณิกาในหอแบ่งออกเป็น 4 ประเภท ประเภทแรกเป็นนางคณิกาขั้นสูงมีความสามารถเรื่องดนตรีสามารถเลือกแขกที่ตนเองสนใจได้โดยจะหลับนอนหรือไม่ขึ้นอยู่กับความเต็มใจของคณิกาคนนั้น

 ประเภทที่สองเป็นคณิการะดับร่ายรำเน้นสัดส่วนเรือนร่างเย้ายวน ไม่สามารถเลือกแขกได้แต่สามารถเลือกได้ว่าจะอุ่นเตียงให้แขกหรือไม่

คณิกาประเภทที่สามเป็นคณิกาที่ยังบริสุทธิ์จะมีการประมูลเมื่อคณิกาเหล่านั้นถึงวัยปักปิ่นมิสามารถเลือกแขกได้ เมื่อผ่านคืนแรกของการเป็นคณิกามาแล้วพวกนางก็จะเลือกประเภทว่าจะเป็นคณิกาประเภทที่หนึ่งหรือสองต่อไป

คณิกาประเภทสุดท้าย คณิกาที่ถึงวัยปักปิ่นแต่มิมีคนประมูล จะถูกจัดว่าเป็นคณิการะดับล่างต่ำต้อยกว่าคณิกาคนอื่น ไม่สามารถออกมารับแขกหรือแสดงฝีมือ และไม่สามารถเลือกได้หากมีแขกคนไหนจะทารุณกรรม ชีวิตในหอคณิการาวกับหมาขี้เรื้อนตัวหนึ่ง

และใช่ นางแบบสาวเช่นเธอไม่อยากจะยอมรับ มี่เฟยนางคณิกาชื่อเดียวกันนั้นเป็นคณิการะดับล่าง ซึ่งถึงวัยปักปิ่นและล่วงเลยมานานแล้ว ร่างนี้มีอายุราวๆสิบแปดปี เพราะมีรูปร่างหน้าตาอัปลักษณ์ทำให้มี่เฟยไม่มีคนประมูล ดังนั้นความซิงและสดยังคงอยู่กับนางไม่ไปไหน

หญิงสาวที่อายุแท้ก้าวย่างสามสิบแล้วถอนหายใจอย่างเหนื่อยหน่าย..นี่ขนาดข้ามภพข้ามชาติมาเป็นนางโลมแล้ว ความซิงก็ยังอยู่กับเธอไม่ไปไหนจริงๆ คงมิใช่ว่าชาตินี้ในร่างกายนี้ เธอจะขึ้นคานเหมือนชาติที่แล้วหรอกนะ

อดีตนางแบบสาวค่อยๆพยุงตัวเองให้ล้มตัวนอน เธอเจ็บปวดรวดร้าวจะอยากฉีกหนังตัวเองออกเป็นชิ้นๆ สาเหตุของบาดแผลทั้งหมดคงไม่สร้างความคับแค้นให้มี่เฟยคนก่อน แต่ไม่ใช่กับนางมี่เฟยคนนี้! ชิงชิงเล่าให้ฟังว่าเมื่อราวๆสามสี่วันที่แล้ว เป็นเวรที่คณิกาอย่างเจ้าของร่างต้องออกไปรับแขก แต่มีคณิการะดับสูงคนหนึ่งเรียกนางไปพบ แล้วพวกหล่อนก็ดูถูกเหยียดหยามสาวคนนี้สารพัด ซ้ำยังเรียกเพื่อนๆมารุมกระทืบตบตีอีก แต่เพราะฐานะที่ต่ำต้อยกว่าทำให้ขัดขืนไม่ได้ มี่เฟยจึงยอมให้คนพวกนั้นทำร้าย เหมือนเด็กสาวเหล่านั้นยังมิพอใจ พวกหล่อนจับมี่เฟยมัดแขนขาและโยนลงน้ำ

เพราะคณิกานามมี่เฟยมีสุขภาพไม่แข็งแรง นางเป็นคนอ่อนแอ เรียบร้อยและไม่สู้คน จนทำให้จมน้ำเกือบเอาชีวิตไม่รอด แต่ดีนักที่มีคนผ่านมาช่วย เหมือนจะชื่อ..หวางเฟยอะไรสักอย่าง

ริมฝีปากบางของมี่เฟยเม้มเข้าหากันแน่นอย่างคับแค้น รอก่อนเถิดพวกหมาหมู่ทั้งหลาย แค้นนี้เธอจะไม่ลืมเลย หากเธอเข้าร่างนี้ตอนที่ร่างกายไม่บอกช้ำ เธอคงไม่เจ็บปวดเช่นนี้ หากเธอเข้าร่างนี้โดยที่ไม่มีบาดแผล เธอจะมีแรงปฏิวัติ เปลี่ยนแปลงใบหน้าและรูปร่างอัปลักษณ์ให้ดีขึ้น

แต่ตอนนี้! เป็นเพราะบาดแผลที่น่ากลัวช้ำเลือดช้ำหนอง ซ้ำยังไม่สามารถเดินเหินได้เพราะปวดตามร่างกาย เพราะผู้หญิงพวกนั้น! ทำให่มี่เฟยนางแบบสาวหุนเอ็กส์แบบเธอต้องทนอยู่ในร่างคางคกแบบนี้!!

 

เช้าวันต่อมา

ภายในห้องสี่เหลี่ยมแคบๆไร้การตกแต่งจากสีสันโดยสิ้นเชิง ดูจืดชืดไร้ชีวิตชีวา มี่เหยตื่นนอนนานแล้วแต่ไม่สามารถลุกจากเตียงได้ เมื่อแสงอาทิตย์แตะขอบฟ้าทำให้เธอเริ่มเห็นสิ่งต่างๆรอบกายที่เมื่อคืนละเลยไป

ถึงแม้จะต้องมาอยู่ในร่างเด็กต่ำต้อยเช่นมี่เฟยนางคณิกา แต่มีสิ่งหนึ่งที่เธอพึงพอใจอยู่ไม่น้อย อะไรหรือ? หน้าอกหน้าใจของยายมี่เฟยอย่างไรเล่า! หากใช้การวัดแบบอนาคตที่เธอจากมาแล้ว คงต้องบอกเลยว่ามี่เฟยนางนี้มีหน้าอกหน้าใจใหญ่กว่าร่างเก่าของเธอนัก ดูเผินๆแล้วราวๆ คัพซี สามสิบแปดเป็นแน่ มือเรียวบางของมี่เฟยบีบขยำที่หน้าอกตัวเองอย่างภาคภูมิใจ นี่ขนาดสิบแปดยังใหญ่เท่านี้..

“คุณหนูตื่นหรือยังเจ้าค่ะ” เสียงเล็กใสของชิงชิงดังจากบานประตูกว้าง ทำให้มี่เฟยละความสนใจจากดอกบัวคู่โตของตัวเอง

“ข้าตื่นแล้ว เข้ามาช่วยพยุงข้าหน่อยชิงเอ๋อ”

ชิงชิงเดินเข้ามาในห้องด้วยใบหน้าตื่นตะลึง ตั้งแต่นางโชคร้ายจับไม้สั้นไม้ยาวให้มารับใช้หญิงอาภัพผู้นี้ นอกจากในวันๆหนึ่งที่โดนหมางเมินและเย็นชาใส่แล้ว คุณหนูของนางยังไม่เคยเรียกชื่อนางอย่างสนิทสนมเช่นนี้มาก่อน

“มองอะไรหรือ ช่วยพยุงข้าเสียชิงเอ๋อ ข้าเหนียวตัวอยากอาบน้ำนัก” มี่เฟยยังคงย้ำคำเดิมเมื่อสาวใช้คนสนิทยืนนิ่งเหมือนโดนอะไรฟาดหัว

“จะ..เจ้าค่ะ” เมื่อเด็กสาวรู้ตัวว่าเสียเวลานางจึงกระวีกระวาดเข้ามาพยุงมี่เฟยจ้าละหวั่น แต่เพราะจิตใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัว ซ้ำยังงงๆและตกใจอยู่มาก ทำให้เด็กสาวสะดุดขาตัวเองลงไปกองกับพื้นข้างเตียงทันที

โครม!

“ชิงเอ๋อ!” มี่เฟยตะโกนเสียงดังเล็กน้อย ดวงตากลมเบิกขึ้นโพรงอย่างตกใจ เพราะเป็นห่วงเด็กสาวคนนี้ทำให้เธอลุกขึ้นจากเตียงอย่างลืมตัว “เจ้าเป็นอะไรไหม โอ้ย”

โครม!!

เสียงโครมที่สองเกิดจากการลืมตัวของเจ้าหล่อน เธอลุกขึ้นยืนเพราะความเป็นห่วงเด็กสาว จนหลงลืมไปว่าเจ็บตัวอยู่ เมื่อลุกขึ้นปุ้บความเจ็บปวดก็ไล้ลามไปทั่วร่าง จนเป็นเหตุให้ร่างอวบอ้วนของเธอล้มลงไปกองกับพื้นเคียงข้างสาวใช้ ชิงชิงหลับตาปี๋ตอนที่ร่างหนาของหญิงสาวกำลังล้มลงมา เธอหรี่ตามองทีละข้างอย่างหวาดหวั่น..หากเป็นปกติคุณหนูของนางจะต้องต่อว่านางและทุบตีนางเป็นแน่

“ฮะ..ฮ่าๆๆ” มี่เฟยหัวเราะเสียงดังออกมาอย่างขำตัวเอง เธอพยุงตัวพิงขอบเตียงก่อนจะหัวเราะปากกว้างดังลั่นไม่สมกุลสตรี หญิงสาวขำตัวงอจนต้องกุมท้องของตัวเองอาไว้ หยอดน้ำตาใสๆเปียกชื้นที่ขอบตา ทั้งเจ็บและขำปะปนกันไปมั่ว

“คะ..คุณหนูขำอะไรเจ้าค่ะ” ชิงชิงกำมือแน่นพร้อมกับลุกนั่งในท่าเตรียมพร้อม หากมี่เฟยอารมณ์ร้อนแล้วจะตบตีนางเธอคงเตรียมวิ่งออกไปทันที แต่พอเห็นมี่เฟยมองมายังตนอย่างขบขัน ในหัวใจดวงน้อยของชิงชิงก็เต้นแปลกๆ..เปลี่ยนไป..คุณหนูของนางเปลี่ยนไปเป็นคนละคน

เดิมทีแล้วมี่เฟยที่นางรู้จักมักโดนกลั่นแกล้งจากคณิกาชั้นสูงต่างๆ เพราะเป็นคนไม่สู้คนซ้ำยังมีฐานะต่ำต้อย เมื่อตอบโต้ไม่ได้เพราะการกดดันและอะไรหลายๆอย่างทำให้มี่เฟยมักมาลงที่สาวใช้อย่างพวกเธอ เดิมทีสาวใช้ของมี่เฟยมี่สามคนด้วยกัน แต่เพราะอีกสองคนทนกับการทำร้ายร่างกายของมี่เฟยไม่ไหว จึงของไปอยู่กับคนอื่นแทน ในตอนแรกนางก็จะไปอยู่กับคนอื่นเช่นกัน แต่แม่เล้าบีบบังคับให้นางต้องดูแลหญิงสาวต่ำต้อยคนนี้ โดยมีเงินเบี้ยสามเท่า

 เพระฐานะทางบ้านยากจน แม่ของนางกำลังป่วยจึงต้องใช้เงิน ชิงชิงจำเป็นต้องอยู่รับใช้มี่เฟยต่อไป ต้องทนการทำร้ายร่างกายไม่เว้นแต่ละวันถึงแม้จะไม่รุนแรงขนาดเขียวช้ำหรือบาดเจ็บ แต่เธอก็อดหวาดกลัวไม่ได้ อีกเหตุผลหนึ่งคือ ฐานะของสาวใช้แบ่งตามลำดับเจ้านาย นางจากเธอจะโดนมี่เฟยทำร้ายแล้ว ยังมีสาวใช้ของคณิกานางอื่นคอยกลั่นแกล้งอีกด้วย เพราะแบบนี้เธอถึงอยากอยู่ห่างๆเจ้านายของเธอนัก

“ไม่มีอะไร มาช่วยข้าเตรียมตัวทีชิงเอ๋อ ข้าอยากอาบน้ำ”

 

สองวันต่อมา ยามเซิน  (เวลา 15.00 น. จนถึง 16.59 น.)

มี่เฟยนอนเหยียดกายบนเตียงเล็กในห้องอย่างเกียจคร้าน ใบหน้ากลมตะปุ่มตะป่ำกรอกตาไปมาอย่างเบื่อหน่าย สองวันมานี้บาดแผลและความเจ็บปวดทางร่างกายดูเหมือนจะดีขึ้นมาก เพราะเป็นคณิกาชั้นต่ำแม้ยาดีๆที่จะรักษาตัวยังไม่ได้รับอนุญาตให้ใช้  มีหรือเครื่องสำอางหรือเครื่องประทินโฉมจะตกมาอยู่ในมือเธอ ดูเหมือนเธอคงต้องอยู่ในใบหน้าแสนอัปลักษณ์นี้ไปอีกนาน

“ชิงเอ๋อ ข้าอยากไปเที่ยวข้างนอก”

“แต่คุณหนูพึ่งจะหายดีนะเจ้าค่ะ” เสียงหวานใสตอบกลับมาเบาๆ

สองวันมานี้เด็กสาวดูร่าเริงและหวาดกลัวเธอน้อยลง เธอไม่รู้ว่าก่อนหน้านี้ชิงชิงเจอเรื่องอะไรมาบ้าง แต่ใช่ว่าเธอจะดูไม่ออก ดังนั้นช่วงสองวันมานี้เธอจึงให้เด็กสาวมานอนข้างเคียงเตียงของเธอ ทั้งสองคนแทบไม่ได้ออกไปสู่โลกภายนอกสักนิด

คงเป็นเพราะชิงเอ๋อยังเด็กนักนางจึงปรับเปลี่ยนความรู้สึกได้รวดเร็ว ถึงจะดูเหมือนเด็กสาวจะหวาดกลัวเธอน้อยลง ยังไม่ทั้งหมด คงเป็นเพราะอดีตที่ฝังใจเป็นแน่

“ชิงเอ๋อข้าเบื่อยิ่งนัก” หญิงสาววัยสามสิบทำสีหน้าออดอ้อนแสร้งให้ดูน่าสงสารและน่ารักน่าชัง และใช่ มันแค่ในความรู้สึกของเธอทั้งนั้น ใบหน้าอัปลักษณ์น่าเกลียดขนาดนี้จะน่ารักได้อย่างไร

“ตะ..แต่ ถ้าออกไปข้างนอกโดยพลการจะโดนแม่เล้าตำหนิเอานะเจ้าคะ” เด็กสาววัยสิบสี่ตีสีหน้ายุ่งยาก ตามตรงแล้วชิงเอ๋อเป็นคนน่ารักอยู่พอตัว แต่นิสัยขี้กังวล คิดมาก ทำให้เจ้าหล่อนดูโตกว่าวัยมากนัก

“ก็แอบออกไปเสียสิ” มี่เหยแสยะยิ้มมุมปาก หากเป็นร่างเก่ามันคงดูสง่างามสมกับนางมารร้ายแสนสวย หากแต่เมื่ออยู่ในร่างอวบอ้วนตะปุ่มตะป่ำเช่นนี้ กลับดูเหมือนคางคกตัวใหญ่ๆหันมายิ้มสยองใส่กล้องประมาณนั้น

ฝ่ายชิงชิง ใบหน้ากลมสวยซีดเผือดลงอย่างเห็นได้ชัด ตามไรผมมีเหงื่อหยอดออกมาช้าๆทีละเม็ด หัวคิ้วเรียวขมวดมุ่นอย่างวิตกกังวล คุณหนูมี่เฟยคงมีแผนการอะไรแน่ๆ

ท่ามกลางฝูงคนมากมายที่แต่งกายหลากสีสัน สร้างความตื่นตาตื่นใจให้กับหญิงสาวจากอนาคตไม่มากก็น้อย ทั้งบ้านเรือน การแต่งกาย ร้านค้า รวมถึงวิถีชีวิตต่างๆของชาวบ้านร้านรวงล้วนเป็นที่น่าตื่นเต้นไม่น้อย ไม่อยากคิดเลยว่าเธอจะได้มาสัมผัสบรรยากาศแบบนี้ หากมีกล้องถ่ายรูปเธอคงบันทึกไว้ดูเป็นที่ระลึกเป็นแน่ หากได้กลับไปอนาคต..จะนำไปอวดอาม่าให้ดู

เด็กสาววัยสิบแปดเดินเข้าออกร้านรวงต่างๆ หากเป็นเด็กสาววัยเดียวกันพวกเธอทั้งหลายคงวิ่งเข้าวิ่งออกอย่างร่าเริง แต่ทว่า เด็กสาววัยสิบแปดแต่เนื้อแท้นั้นอายุล่วงเลยไปสามสิบแล้ว นางเดินด้วยกิริยาท่าทางสูงสง่า มือป้อมกลมที่ซ่อนใต้แขนเสื้อกุมกันอยู่ใต้แขนเสื้อ ใบหน้ากลมตะปุ่มตะป่ำเชิดขึ้นจนจมูกที่โดนเนื้อรอบข้างเบียดไปมาจนมองแทบไม่เห็น เชิดรั้นขึ้นอย่างถือดีในศักดิ์ศรี

หากมีนางคณิกาชั้นสูงมาพบเห็น พวกนางคงไม่แคว้นดูภูกเหยียดหยามและหมั่นไส้เธอเป็นแน่ แต่ใครสนเล่า ดีนักที่ร่างกายนี้สูงกว่าสตรีนางอื่น ถึงไม่มากแต่ก็ได้มาตรฐานที่เธอต้องการ หนำซ้ำหน้าอกหน้าใจยังใหญ่โตดึงดูด ถึงคนอื่นจะมองเห็นเพียงก้อนกลมตรงท้องก็ตาม

พลั่ก! โอ้ย

ในระหว่างการเดินเที่ยวชมตลาดยามเย็นอย่างรื่นรมย์อยู่นั้น มีหญิงสาวนางหนึ่งวิ่งทะเล่อทะล่าเข้ามาชนมี่เฟยอย่างจัง จริงอยู่ว่าร่างกายหนาอวบอั๋นของเธอน่าจะเป็นหลักยึดได้หากมีใครเดินชน แต่ทว่าด้วยความเร็วและแรงที่มากกว่าของอีกฝ่าย ทำให้ดรุณีน้อยทั้งสองล้มพับลงไปกับพื้นอย่างง่ายดาย

“ขะ..ขอโทษแม่นาง ข้ามิได้ตั้งใจ” เด็กสาวอายุราวๆสิบสี่สิบเจ็ดปีก้มๆเงยๆขอโทษเธอจ้าละหวั่น เด็กสาวคนนี้มีผิวเนียนละเอียดขาวสว่าง บนใบหน้าแต่งแต้มอย่างลงตัว ริมฝีปากอวบอิ่มสีแดงคล้ายผลอิงเถา ดวงตากลมโตดุจดวงดารายามค่ำคืนสว่างไสวเต็มไปด้วยความร่าเริง 

“อย่าได้ขอโทษข้าเลย ข้าก็มิได้ดูทาง เสี่ยวเจี้ยไม่บาดเจ็บใช่หรือไม่” หากดูจาลักษณะภายนอกแล้วเด็กสาวนางนี้คงเป็นลูกของคนใหญ่คนโตเป็นแน่ ดังนั้นเธอจึงใช้คำให้ความเคารพแก่นาง

“ไม่..ข้าไม่เป็นไร ข้าต้องขอตัว..”

“หนิงเอ๋อเจ้าหนีเปิ่นหวางไม่พ้นหรอก” เสียงดังนุ่มทุ้มของเด็กชายอายุราวๆสิบหก ดังขัดการสนทนาระหว่างเธอกับคุณหนูคนนี้ สรรพนามที่เขาใช้คงทำให้เดาได้ไม่ยากว่าตนเองมีตำแหน่งและยศศักดิ์อะไร คงเป็นองค์ชายองค์ใดองค์หนึ่งของแคว้นนี้เป็นแน่

“หวางเยี่ยอย่าตามหม่อมฉันมานะเพคะ หม่อนฉันไม่ไปกับพระองค์!” เด็กสาวตัวน้อยหลบมาอยู่ด้านหลังของมี่เฟยทันทีราวกับหวาดกลัว เธอซุกไซร้ใบหน้าเล็กกับแผ่นหลังของหญิงสาว

คณิกาสาวมองผู้มาใหม่อย่างพิจารณา ส่วนสูงของเขาคงราวๆร้อยเจ็ดสิบเจ็ดเซนติเมตร ซึ่งมากกว่าร่างที่เธอสิงสู่อยู่มาก ใบหน้าอ่อนละมุนขาวเนียนทำให้เขาดูเด็กตามวัย ไม่ทำให้เขาดูแก่สักนิด ทว่า หน้าผากได้รูป คิ้วเข้มเฉียงขึ้นเล็กน้อย แววตาคมน่าดึงดูด จมูกโด่งรั้นและริมฝีปากบางกระจับของเขา ทำให้ดูเหมือนชายงามล่มบ้านล่มเมืองขึ้นไปอีก ดีที่ได้ส่วนสูงมิเช่นนั้นเธอคงคิดว่าชายตรงหน้าเป็นเด็กสาวร่างน้อยแน่

“ไปกับเปิ่นหวางเดี๋ยวนี้!

“ไม่เพคะ!

เมื่อมองเหตุการณ์ตรงหน้าอดทำให้มี่เฟยหนักใจไม่ได้ คนหนึ่งยืนตะเบ็งเสียงอยู่ด้านหน้าเธอ ส่วนอีกคนยืนตะโกนอยู่ด้านหลัง เธอซึ่งเป็นคนกลางได้แต่ทนรับฟังบุคคลทั้งสองกล่าวโจมตีกันไปมาท่ามกลางสายตาชาวบ้านหลายสิบคน

“โปรดอภัยไม่ทราบว่าท่านกำลังทำอะไรอยู่หรือ” มี่เฟยไม่รู้ว่าสองคนนี้มีเรื่องราวบาดหมางอะไรกัน แต่ดูท่าแล้วเด็กสาวข้างหลังเธอคงไม่อยากไปกับเด็กหนุ่มคนนี้เป็นแน่ มีศักดิ์กเป็นองค์ชายใช้อำนาจบาดใหญ่ข่มขู่ผู้น้อยเช่นนี้สมควรหรือ?

อดีตนางแบบสาวมีคติการใช้ชีวิตที่ไม่เหมือนใคร เธอไม่ชอบประจบประแจงใคร ดังนั้นหากใครใคร่น่าเคารพเธอก็จะเคารพ หากใครไม่ใคร่น่านับถือเธอก็จะไม่นับถือ กับเด็กชายตรงหน้าก็เช่นกัน คงเพราะจมูกเชิดรั้นและการกอดหน้าอกวางท่าสูงศักดิ์กระมัง ถึงทำให้เธอหมั่นไส้และไม่อยากนับถือเขานัก

“บังอาจ! หญิงอัปลักษณ์เช่นเจ้าสามารถพูดแทรกการสนทนาของเปิ่นหวางได้หรือ!” เพราะความหงุดหงิดที่เด็กสาวข้างหลังมี่เฟยไม่เชื่อฟัง ทำให้อารมณ์ที่สูงอยู่แล้วสูงยิ่งกว่าเดิม เมื่อมี่เฟยเอ่ยขัดขั้นมาแบบไม่ได้ดังใจ

ช่างเป็นองค์ชายที่อารมณ์ร้ายเสียจริง..ไม่ไหวๆเด็กนี่เอาแต่ใจตัวเองเกินไปแล้ว มี่เฟยส่ายหน้าปลงๆให้กับตัวเอง ใครจะคาดคิดคุณป้าวัยสามสิบต้องมายืนห้ามทับเด็กหนุ่มสาวกลางตลาดแบบนี้

“ขอโทษด้วยเจ้าค่ะ หากแต่แม่นางน้อยคนนี้ไม่อยากไปกับท่าน ท่านจะบังคับฝืนใจนางไปใย”

“เจ้ามายุ่งอะไรด้วย หญิงอัปลักษณ์เช่นเจ้าจะรู้อะไร! จากการแต่งกายคงเป็นคณิกาชั้นต่ำสินะ!” สายตาดูถูกเหยียดหยามส่งตรงมายังมี่เฟยโดยตรง

เหมือนเส้นประสาทขาดดัง ปึ้ด ในสมองของมี่เฟย ทว่านางกลับต้องใช้ความใจเย็นในการสนทนานี้ ให้เธอยืนเถียงกับเด็กคงดูแย่เกินไป เธออายุสามสิบแล้วถึงจะอยู่ในร่างเด็กก็เถอะ เธอพยายามอย่างมากในการข่มใจ ท่องพุธโธ พุธโธอยู่ซ้ำๆพยายามสงบอารมณ์

“ท่านกล่าวถูกแล้ว ข้าเป็นเพียงคณิกาต้อยต่ำ มีหรือจะเทียบผู้สูงศักดิ์ได้”

“หึ เปิ่นหวางรู้ตัวดีอยู่แล้ว จะมีบุรุษใดงามพร้อมเช่นเปิ่นหวางนั้นไม่มี อีกอย่าง!เจ้าเรียกข้าว่าหวางเยี่ยเสีย!” องค์ชายเก้าอดรู้สึกขัดหูขัดตาไม่ได้ ถึงแม้นางจะกล่าวถ้อยคำเคารพนบน้อมตน ทว่าในน้ำเสียงของนางยังมีความเย่อหยิ่งจองหองอยู่มาก อีกอย่างนางเรียกเขาท่านๆๆอยู่นั่น เขาเป็นถึงองค์ชายเก้าผู้งดงาม สตรีภายใต้แคว้นหรือสามแคว้นยามสบตาต่างพากันหลงใหลอ่อนระทวย มิใช่เพียงบุตรชายขุนนางชั้นต่ำ ใยนางไม่เรียกเขาด้วยหวางเยี่ยเล่า

“ขอประทานอภัยเจ้าค่ะ ตัวข้านั้นหามีความรู้จึงไม่สันทัดใช้คำสูงส่งแบบนั้น” มี่เฟยยังคงก้มหน้าก้มตาให้ความเคารพเขาอยู่ แม้นหน้าตาติดลบ แต่กิริยาวาจาที่วางได้อย่างเหมาะสม ทำให้หญิงตัวน้อยที่อยู่หลังมี่เฟย อดนับถือนางไม่ได้

“แค่หวางเยี่ย! แค่คำว่าหวางเยี่ยเจ้าจะตายหรือไง!

นอกจากอารมณ์ร้อนแล้ว ยังปากหมาอีกหรือ คิดว่าเป็นองค์ชายแล้วข่มเหงคนอื่นได้หรือไง จริงอยู่ว่าเธอตอนนี้อาจะไม่สวยปานนางฟ้าดังเดิม แต่ความรู้ความสามารถและศักดิ์ศรีของเธอไม่ได้ยิ่งหย่อนไปกว่าใคร

“หากข้าไม่เรียกท่านว่าหวางเยี่ย ท่านจะใช้ทหารด้านหลังข่มขู่ข้าหรือไร ท่านช่างเป็นองค์ชายที่ใจแคบนัก ใช้อำนาจบาดใหญ่แม้กระทั่งคณิกาตัวน้อยๆ” มี่เฟยแสร้งเอามือปิดหน้าปิดตา สะอึกสะอื้นน้อยๆพองามให้ดูน่าสงสารยิ่ง

“จะ..เจ้า เจ้า!!” ซูหยางหมิงซือ หรือองค์ชายเก้าที่ผู้คนเรียกตะคอกออกมาเสียงดังด้วยความโกรธ นางลบหลู่เขาหรือ! หากว่าเขาใช้ทหารจัดการนาง ก็จะเป็นดังคำที่นางพูด ยิ่งอยู่ท่ามกลางร้านลวงและตลาดแล้ว ย่อมมีผู้คนมากมายจับจ้อง หากเรื่องนี้ไปถึงหูฮ่องเต้ เขาคงไม่แคล้วโดนโทษทัณฑ์เป็นแน่

“เจ้าคะ” ใบหน้าดำคล้ำจากรอยสิวเงยขึ้นสบตากับคนตรงหน้า เพราะเมื่อครู่แอบขยี้ตา จึงทำให้ขอบตากลมโตแดงระรื่นราวกับร้องไห้จริง ชาวบ้านที่ดูอยู่มองคณิกาชั้นต่ำด้วยความเห็นใจ และมององค์ชายผู้สูงศักดิ์ด้วยสายตาเหยียดหยามดูถูก หรือตำหนิติเตียน

“ฝากไว้ก่อนเถอะ!!” ด้วยความอับอายองค์ชายซูหยางหมิงซือผู้งดงามก็รีบแบกหน้าตาหล่อเหลานั้นเดินออกไปท่ามกลางฝูงชน

เด็กหนอเด็ก เมื่อไม่ชนะย่อมมีการเอาคืน น่าเสียดายนัก องค์ชายผู้นั้นหล่อเหลาไม่ใช่น้อย หากเติบใหญ่ย่อมสง่างามเป็นแน่ ไม่น่าเอาแต่ใจและปากหมาเลย มี่เฟยคิดอยู่คนเดียวในใจ นางหันกลับมามองเด็กสาวที่ยืนข้างหลัง

“เสี่ยวเจี้ยปลอดภัยแล้วเจ้าค่ะ”

“ขอบใจเจ้ามาก มาเถิดข้าจะเลี้ยงน้ำชาตอบแทนเจ้าเอง” รอยยิ้มพิมพ์ใจถูกส่งมาให้มี่เฟย ไม่รู้ว่าเธอรู้สึกไปเองหรือไม่ แต่แววตาของเด็กสาวคนนี้ดูเคลือบแคลงหน้าสงสัยอยู่ไม่ใช่น้อย หญิงสาวปัดความคิดไร้สาระออกจากหัว เธอท่าจะบ้า เด็กสาวตัวน้อยท่าทางใสซื่อเช่นนี้เธอจะกังวลไปทำไม

มี่เฟยส่งยิ้มตอบก่อนจะพยักหน้าเชิงตอบรับไปให้เจ้าหล่อน หนิงเหยาแย้มยิ้มอ่อนหวานให้อีกระรอกก่อนที่สองสาวจะพากันจับจูงไปยังโรงน้ำชา

ติดตามเฟสจิ้มรูปปกเลยจ้า

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 69 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

762 ความคิดเห็น

  1. #724 Mon00038 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 3 มกราคม 2561 / 08:44
    ยังคงความกวนตินเหมือนเดิมนะองค์ชาย
    #724
    0
  2. #723 meisminjen (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 3 มกราคม 2561 / 00:34
    รอตอนต่อไปนะค้าา อยากเห็นตอนสวยเร็วๆ >~<
    #723
    0
  3. #712 jirarat2287 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 22 ตุลาคม 2560 / 07:37
    คิดถึงไรต์น้า^^
    #712
    0
  4. #711 satunman21 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 21 ตุลาคม 2560 / 23:02
    -.-อดเลย
    #711
    0
  5. #7 kitar28 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 11 ตุลาคม 2559 / 15:08
    อ้ากๆๆๆ สนุกคะๆๆๆ อยากเห็นนางเปลี่ยนแปลงตัวเองอาาาาา
    #7
    0
  6. #6 applepiet (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 11 ตุลาคม 2559 / 14:59
    สนุกๆค่ะ ไรมาต่อเร็วนร้า
    #6
    0