เล่ห์รักคณิกา (ตีพิมพ์กับสนพ.แสนรัก ในเครือไลฟ์ ออฟ เลิฟ)

ตอนที่ 1 : บทนำ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 9,025
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 72 ครั้ง
    8 พ.ค. 61

ณ ประเทศจีน ใจกลางเมืองที่เต็มไปด้วยแสงสีเสียง

ภายในห้องสี่เหลี่ยมกว้างที่ถูกจัดตกแต่งอย่างลงตัว ไม่ว่าจะโซฟาบุบนวมตัวยาว ทีวีแออีดีขนาด54นิ้ว ห้องน้ำ ห้องครัว ห้องนั่งเล่น ที่ถูกจัดเป็นสัดเป็นส่วนอย่างหรูหรา และแน่นอน ห้องนอนก็เช่นกัน เตียงขนาดคิงไซน์สั่นเล็กน้อยตามแรงขับเคลื่อนของเจ้าของเตียง

เพียงแต่วันนี้ไม่ได้มีเพียงเจ้าของเตียงเท่านั้น ยังมีอีกหนึ่งบุรุษที่ช่วยกันขยับโยกรับจังหวะกันเป็นอย่างดี ร่างเพรียวบางสมส่วนที่สัดส่วนลงตัว หน้าอกหน้าใจขยับสั่นไหวตามการสะท้อนของลมหายใจ เสียงหอบหายใจและเสียงครางน้อยๆเรียกแรงกำลังได้จากร่างสูงของบุรุษได้ดี เพียงแต่ในตอนนี้แค่เริ่มต้นเท่านั้น

กริ๊งงงงงงงง~~~!!

เสียงโทรศัพท์รุ่นใหม่ดังขึ้นเหนือหัว บุรุษร่างกำยำราวนายแบบสบถออกมาไม่เป็นภาษา เพียงแค่อีกอึดใจเดียวเท่านั้น! หญิงสาวที่คนค่อนประเทศต่างใฝ่ฝันก็เกือบจะเสร็จเขาแล้ว

“.....” หญิงสาวงามที่อยู่ใต้ร่างได้แต่ขมวดคิ้วน้อยๆ เธอยันตัวลุกขึ้นก่อนจะรีบคว้าโทรศัพท์มากดรับ ในใจพลางบ่นกับตัวเองเซ็งๆ..อะไรกันนักหนา เธอกำลังจะเข้าด้ายเข้าเข็มแท้ๆ

“อามี่เอ๋อ! อาม่าโทรตามเป็นสิบสายแล้ว ลื้ออยู่ไหน!” เสียงภาษาจีนที่ออกเสียงไม่ชัดนักถูกกรอกลงมาตามสาย ขนาดที่เธอเอาโทรศัพท์ไว้ไกลหูยังได้ยิน

ชายหนุ่มส่ายหน้าน้อยๆอย่างเบื่อหน่ายก่อนจะลุกขึ้นใส่เสื้อผ้า โบกมือลาหญิงสาวครั้งหนึ่งก่อนเดินจากไป

ไม่ต้องแปลกใจใยหนึ่งบุรุษและสตรีที่กำลังเริงรมณ์กันอยู่นั้นถึงได้จากกันง่ายนัก เพราะนี่ไม่ใช่ครั้งแรกของเสียงขัดความสุข

ไม่รู้เพราะเหตุใด ทุกครั้งที่เธอกำลังลองร่วมรักกับชายหนุ่มที่หมายปองไว้ต้องมีเสียงโทรศัพท์มาขัดทุกคราไป มี่เอ๋ออดที่จะหงุดหงิดไม่ได้ นางแบบสาววัยสะพรั่งแบบเธอ อายุอานามก็เกือบสามสิบแล้ว ความซิงความสดยังคงอยู่กับเธอไม่ไปไหน หลายครั้งที่เธออยากจะลิ้มลองรสชาติชีวิตใหม่ๆบ้าง แต่อาม่าของเธอก็โทรมาขัดจังหวะเสียทุกรอบ

จะให้เธอบอกอาม่าอย่างไรเล่า? ‘อาม่าอย่างพึ่งโทรมา หนูกำลังป๊าบๆอยู่?’ เธอว่ามันคงไม่เหมาะกระมัง เธอถอนหายใจออกมาช้าๆอย่างเหนื่อยหน่าย

“หนูอยู่คอนโดค่ะอาม่า”

“มาหาอาม่าเดี๋ยวนี้ 20 นาทีลื้อต้องมาถึง!” เสียงหญิงชราที่อายุล่วงเลยเลขแปดแล้วโวยวายราวกับยังสาว หุ่นแบบบางแสนเซ็กซี่ของมี่เฟยค่อยๆลุกออกจากเตียงนอนอย่างอืดอาด

มี่เฟย หรือที่ครอบครัวต่างเรียกว่ามี่เอ๋อ คือนางแบบชั้นแนวหน้าลูกครึ่งไทย-จีน ตามจริงแล้วสตรีที่เกิดแถบเอเชียส่วนมากจะมีส่วนสูงที่ต่ำต้อย แต่มี่เฟยกลับไม่ใช่แบบนั้น เธอมีส่วยสูงถึง 170 เซนติเมตร ซึ่งสูงกว่ามาตรฐานชาวไทยอยู่ไม่น้อย ประกอบกับหน้าตาสละสลวยสวยคมแบบชาวเอเชีย และรูปร่างสุดเซ็กซี่เย้ายวนแสนหายาก ไม่แปลกเลยที่มีชายหนุ่มหมายปองเธอไม่น้อย

สิ่งที่แปลกคืออะไรน่ะหรือ? ปีนี้เธอก็อายุสามสิบเต็ม เดิมทีงานสายนี้ส่วนใหญ่ร่างกายของแต่ละคนล้วนไม่ได้สะอาดบริสุทธิ์ การมีเพศสัมพันธ์ก็เป็นเรื่องธรรมดาไปแล้วของสังคมสมัยนี้ เธอก็คิดเช่นเดียวกัน แต่..ต่อให้เธออยากลองอยากรู้ขนาดไหน จนแล้วจนรอดร่างกายของเธอก็ยังบริสุทธิ์ผุดผ่องไร้มลทิน

สำนักข่าวในวงการบันเทิงมากมายมีรูปที่เธอเข้าโรงแรมกับชายหนุ่มไม่ซ้ำหน้าสักวัน หัวข้อข่าวส่วนใหญ่ใส่ไฟราวกับว่าเธอเป็นนางแบบไฟแรงที่เร่าร้อนเรื่องบนเตียง ซึ่งข่าวเหล่านั้นไม่เป็นความจริงสักนิด

ขาเรียวยาวสวมใส่รองเท้าส้นสูงสีแดงเข้ากับชุดเดรสแสนสั้นอวดเรียวขา เธอก้าวออกจากห้องช้าๆไม่เร่งรีบทั้งๆที่ปลายสายย้ำเรื่องเวลามาแล้ว

มี่เฟยคิดเพียงว่า การที่เราเร่งรีบทำอะไรสักอย่างทำให้สูญเสียพลังงานไปไม่น้อย เมื่อเราสูญเสียพลังงานเขาก็ต้องหาพลังงานมาเติมเต็ม นั่นคือการกิน ว่าด้วยอาชีพนางแบบแล้วมักไม่ถูกกับของกิน ดังนั้น การใช้ชีวิตในแต่ละวันของเธอจึงค่อยเป็นค่อยไปเสียมากกว่า  

“ความบริสุทธิ์ของเจ้าขึ้นอยู่กับคนที่คู่ควรเท่านั้น”

เสียงกังวานของคนมีอายุลอบแว่วผ่านเข้ามาในหูเธอ ตอนนี้เธออยู่ในลิฟต์สุดหรูของคอนโด ซึ่งมีเพียงเธอและอีกคนหนึ่งยืนข้างหลังเธอ เธอไม่สามารถมองเห็นหน้าตาของเขาได้เนื่องจากคนๆนี้สวมชุดแปลกประหลาดปิดบังหน้าตา ไม่รู้ว่า รปภ.ให้ผ่านเข้ามาได้ไง

“เมื่อกี้ คุณว่าอะไรนะ?

“สาวน้อยเช่นเจ้า ไม่สมควรให้พวกจิตใจไม่บริสุทธิ์แตะต้อง”

“ฉันหรือ?” มี่เฟยเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย นึกสงสัยในเรื่องที่เขาพูด คนๆนี้พูดราวกับว่ารัรู้ว่าในใจเธอคิดอะไร หรือเขาอ่านใจคนได้? หญิงสาวส่ายหน้าให้กับความคิดเพี้ยนๆของตัวเอง บ้าน่านี่มันยุคไอที ไม่ใช่ในหนังเสียหน่อย

“ใช่แล้ว ความงดงามของเจ้าจะมีเพียงผู้เดียวเท่านั้นที่ได้ดอมดม” เสียงกังวานนั้นยังดังก้องเข้ามาในหัวของเธอช้าๆ มีเพียงคนเดียวที่จะได้ดอมดม? ทำไมเขาถึงพูดแบบนั้นละ แล้วเขาคนนั้นคือใคร

เมื่อเกิดความสงสัย ด้วยความอยากรู้อยากเห็นของเจ้าหล่อน เธอจึงเงยหน้าขึ้นและกำลังหันกลับไปถามคนด้านหลังต่อ แต่พอหันกลับไปแล้วขนในกายของเธอลุกซู่ขึ้นอย่างไม่ทราบสาเหตุ ดวงตาคมโตมองสำรวจทุกซอกทุกมุมของลิฟต์

ทั้งๆที่เห็นสี่เหลี่ยมแคบๆ มีกระจกรายล้อมทั้งสี่ด้าน ซ้ำประตูลิฟต์ยังไม่เปิดออกสักนิด ไม่ว่ามดหนูแลงก็คงไม่สามารถออกได้ถ้ามันอยู่ในนี้ แต่คนๆนั้น! กลับหายไปอย่างไร้ร่องลอย!

มี่เฟยมี่สีหน้ากลืนไม่เข้าคายไม่ออก จะร้องไห้ก็ไม่ได้จะให้ยิ้มก็ทำไม่ได้เช่นกัน..เมื่อกี้เธอคุยกับใครหรือ..แล้วเขาหายไปไหนแล้ว?

หากนี่ไม่ใช้ทฤษฎีทางวิทยาศาสตร์ก็คงมีทางเดียวที่เป็นไปได้...

เธอโดนผีหลอกยังไงเล่า!!!

 

 

คฤหาสน์ซ่อนจันทรา

รถสุดหรูเข้ามาจอดเทียบท่าหน้าประตูใหญ่ พร้อมๆกับข้ารับใช้มากมายมาเปิดประตูให้ หญิงสาวนามมี่เฟยก้าวลงจากรถอย่างสง่างาม ชุดที่สวมใส่แนบลู่ไปกับร่างกายอันเย้ายวน หน้าอกหน้าใจที่ใหญ่โตขยับขึ้นลงเล็กน้อยตามการก้าวเดินของเธอ

คฤหาสน์ซ่อนจันทราเดิมทีแล้วเป็นวังเก่าของตระกูล แต่เมื่อยุคสมัยเปลี่ยนไป เรือนต่างๆในบ้านจึงถูกจับโยกย้ายและเปลี่ยนแปลงให้ทันสมัยมากขึ้น รั้ววังยังคงเป็นเช่นเดิม แต่ภายในมีการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ ถึงกระนั้นมันก็เป็นการผสมผสานอย่างลงตัว เรือนซ่อนจันทราเป็นเรือนใหญ่ที่ยังไม่ได้ถูกปรับเปลี่ยนไปจากเดิม และแน่นอนว่าเจ้าของเรือนต้องเธออาม่าที่อายุเข้าเลขแปดแน่นอน

“ไอ้หยา อามี่เอ๋อใยลื้อแต่งตัวแบบนี้!” สำเนียงเสียงภาษาจีนที่พูดภาษาไทยดูแปล่งหูไม่มากก็น้อย แต่ถึงอย่างนั้นกฎของในบ้านคือการพูดภาษาไทย เพื่อเคารพอากงที่จากไปแล้ว อากงเป็นคนไทยย้ายมาอยู่จีนกับอาม่าที่นี่ และอากงก็พึ่งจากไปไม่นาน

“อาม่าจะชมว่ามี่เอ๋อสวยใช่หรือไม่” หญิงสาวแย้มยิ้มมุมปากคล้ายนางร้าย ก่อนที่หุ่นนางแบบของเธอจะแอ่นหน้าอกขึ้นเล็กน้อย เอามือเท้าเอวและทำปากเจ่อๆเหมือนเวลาโพสท่าในกองถ่าย

โป๊ก! ไม้เท้าด้ามงามเขกลงที่กลางขมับของหญิงสาวอย่างแรงจนเกิดเสียง

“โอ๊ยอาม่า! มี่เอ๋อเจ็บ” มี่เฟยยกมือขึ้นลูบกลางขมับตัวเองปอยๆ เธอบุ้ยปากขึ้นเหมือนเด็กน้อยและส่งสายตาเคืองๆไปให้กับยายของเธอ

“ทำท่าอะไรน่าเกลียด ไปเปลี่ยนชุดสะมี่เอ๋อ อาม่าจะพาไปวัด”

นางแบบสาวกรอกตาขึ้นฟ้าอย่างเบื่อหน่าย วัดที่อาม่าพาไปอยู่ในหุบเขาลึกเดินทางลำบาก เหมือนอากงเคยเล่าให้ฟังว่าวัดนี้เป็นวัดประจำตระกูลอะไรสักอย่าง ภายในวัดมีพระของจีนมากมายให้กราบไหว้ ซึ่งเธอไม่ค่อยสนใจนัก อย่างว่าละ เธอเป็นเซเลปสมัยใหม่ เรื่องกราบไหว้พระอะไรนี่ลืมไปได้เลย

สาเหตุที่อาม่าเจอเธอแล้วต้องพาไปวัดน่ะหรือ? เรื่องมันมีอยู่ว่า เมื่อราวๆยี่สิบกว่าปีที่แล้ว เธอเป็นเด็กสาวตัวน้อยหน้าตาจิ้มลิ้นน่ารักน่าชัง วันนั้นอากง อาม่า พาเธอไปที่วัดแห่งนี้ และมีพระรูปหนึ่งทำนายทายทักเธอมา

หลานของเจ้ามีชะตาเป็นม่าย เป็นสตรีต้องห้าม! ชาตินี้ให้ตายยังไงก็จะไม่มีสามี! เนื้อคู่ของเจ้าไม่ได้เกิดในชาตินี้! แต่เขาตามทวงเจ้าอยู่ หากเจ้าไม่หมั่นทำบุญบำเพ็ญเพียร เขาจะพาเจ้าไปอยู่กับเขา!!!’

เดิมทีแล้วอากง อาม่าค่อนข้างพึ่งพอใจไม่น้อยที่เธอจะโสดและหาคู่ครองไม่ได้ พวกเขาทั้งสองต่างคิดว่าถ้าถึงเวลาก็คงมาเอง แต่เมื่อเวลาล่วงเลยมาเกือบสามสิบปีแล้ว ในตอนนี้พวกเขาต่างตระหนักได้ว่า อยากอุ้มหลานและหาคนสืบสกุลต่อไป

มี่เฟยเป็นหลานสาวคนเดียวที่เหลืออยู่ พ่อกับแม่ของเธอเลิกรากันไปได้ไม่นาน ทั้งคู่แยกทางกัน แม่ของมี่เฟยเป็นลูกสาวเพียงคนเดียวของอาม่า เธอตรอมใจและป่วยตายอย่างน่าอนาถ

ทำไมเธอไม่เสียใจเรื่องแม่หรือ? เพราะแม่ของเธอไม่เคยเหลียวแลและดูแลเธอเลย ตั้งแต่จำความได้มีแต่อาม่ากับอากงที่ดูแลเธอมาตลอด

 

 สำนักสงฆ์ซูหยาง

“ลงมาสักทีมี่เอ๋อ” อาม่าวัยแปดสิบดึงชายเสื้อแขนยาวตามแบบฉบับจีนโบราณของมี่เอ๋ออย่างแรง ไม่รู้ว่ายายของเธอคนนี้มีแรงมหาศาลมาจากไหน ทั้งๆที่อายุล่วงเลยไปแปดสิบแล้ว ท่านยังคงเดินเหินสะดวก วิ่งตอนเช้าทุกวัน แถมมีแรงยิ่งนักเวลาสอนศิลปะการต่อสู้ต่างๆให้เธอ

คุณอ่านไม่ผิดหรอก เนื่องจากตระกูลของเธอสมัยก่อนค่อนข้างมีอิทธิพลและร่ำรวย ทำให้คนในครอบครัวโดนลอบฆ่าอยู่บ่อยครั้ง ทั้งอากง อาม่า ป๊าและม๊าของเธอ ทุกคนล้วนเก่งศิลปะการต่อสู้ นอกจานี้ตั้งแต่เด็ก อาม่ามักฝึกฝนให้เธอต่อสู้เป็น ไม่ว่าจะกีฬาหรือการต่อสู้แบบไหนท่านล้วนสอนได้ทั้งสิ้น นอกจากนี้การชงชา การเย็บผ้า หรือแม้กระทั่งพิษและสมุนไพรต่างๆท่านยัดเยียดให้เธอเต็มร้อยมาก

หลายคนคงสงสัย เก่งขนาดนี้คงไม่อยู่ในบนโลก ต้องบอกกันตามตรงว่า มี่เฟยไม่ได้ เก่ง เธอ แค่ทำได้และทำเป็น อาจจะไม่ดีมากนักแต่ก็พอเลี้ยงตัวเองได้

สิ่งหนึ่งที่เธอไม่ถนัดเลยนั่นคือ การทำอาหาร เข้าครัวทีไรไฟไหม้ทุกที

“ชุดมันเกะกะนะอาม่า” มี่เฟยบ่นงึมงำ เธอก้าวลงจากรถช้าๆ อย่างอืดอาด ใบหน้าโฉมสะคราญงอง้ำบึ้งตึง ร่างกายสุดเซ็กซี่ที่คราแรกสวมเพียงเดรสเกาะอกสั้นๆ ตอนนี้ถูกแทนที่ด้วยผ้าไหมจีนสีชมพูอ่อนอย่างดี ทุกการตัดเย็บดูละเอียดอ่อน

และชายกระโปรงของชุดรุ่มร่ามลากดิน เดินเหินยากลำบาก หนำซ้ำยังเป็นแขนยาวแบบปลายแขนบาน ข้าวในยังเป็นชุดสีขาวอีกราวๆ2ชั้นไม่รวมชุดชั้นใน มันชั่งอึดอัดและน่ารำคาญ ยังไม่รวมป้าคาดเอวสีชมพูเข้มที่รัดเอวคอดกิ่วของเธอจนแทบหายใจไม่สะดวก

แน่นอนว่าไม่ขนาดนั้น แต่มันทำให้เธอหงุดหงิดมากทีเดียว

ไม่รู้ว่าคนสมัยก่อนทนแต่งตัวแบบนี้ได้ยังไง อึดอัดจนแทบกระอักเลือดอยู่แล้ว!!

 

เมื่อเดินขึ้นมาถึงบนเขาด้วยความยากลำบาก และเหนื่อยอ่อน แต่เพราะบรรยากาศบนนี้ช่างสงบเงียบและเป็นธรรมชาติสวยงาม ตั้งแต่ธารน้ำตกเล็กๆ เก๋งสีแดงข้างธารน้ำและรูปปั้นตุ๊กตารูปสัตว์ต่างๆ ประตูทางเข้าวัดที่เป็นซุ้มไม้สีแดงดูมีเสน่ห์และกลิ่นอายความลึกลับฉบับโบราณ

และใช่ สถานที่เหล่านี้ทำให้เธอรู้สึกแปลกๆ ตั้งแต่ครั้งแรกที่ได้มาเยือน เหมือนในใจมีความรู้สึกเฝ้าหา คิดถึง สนุกสนานและเศร้าสร้อยปะปนกันไป

“ซือฟู ข้าพาหลานสาวมาทำบุญเจ้าค่ะ” หญิงชรายกมือขึ้นไหว้พระรูปหนึ่งในวัด ท่านมองมาที่มี่เฟยนิ่งๆก่อนจะพยักหน้าลงช้าๆ

“ชะตาเจ้าในชาตินี้..น่าสงสารนัก ไปกราบไหว้พระพุทธองค์เสียแล้วจะดีขึ้น”

น่าสงสารหรือ? หมายถึงเรื่องที่ขึ้นคานจนอายุสามสิบหรือเปล่า? ท่านอย่าสงสารเธอเลย เธอสงสารตัวเองก็มากพอแล้ว หญิงสาวคิดปลงๆก่อนจะไหว้พระอีกครานึงและเดินตามอาม่าของนางไป

“น่าสงสารนัก คู่ครองของเจ้าช่างอารมณ์ร้ายเสียจริง” เมื่อเห็นสองสาวเดินจากไปแล้ว พระชราได้แต่ส่ายหน้าให้กับตัวเองช้าๆพร้อมกับเดินไปทางอาศรมเพื่อบำเพ็ญภาวนา ให้ชะตาชีวิตอันน่ารันทดของหญิงสาวดังกล่าว  

และเพียงครู่พริบตาเดียวเท่านั้นหลังจากที่สองสาวต่างวัยเดินไปกราบไหว้พระ ก็มีเสียงกรีดร้องดังขึ้น พร้อมๆกับการหายไปของทั้งสองคน

“กรี๊ดดดดดด”

หายไปอย่างไร้ร่องรอย

 

เฮือก!!

มี่เฟยสะดุ้งสุดตัวเมื่อรู้สึกราวกับว่าตกกับที่สูง โลกทั้งโลกหมุนคว้างเหมือนลูกข่าง หากจะถามว่าเกิดอะไรขึ้นเธอก็มิสามารถรู้เช่นกัน เมื่อครู่นี้เธอยืนไหว้พระพุทธในวัดอยู่และมีงูสีขาวตัวใหญ่เลื้อยออกมาใต้ฐานพระ ในคราแรกมันก็ดูเหมือนจะเลื้อยผ่านไป แต่อยู่ๆเหมือนมีอะไรดลใจทำให้งูตัวนั้นเลื้อยมาทางเธออย่างรวดเร็ว

เพราะความหวาดกลัวทำให้เธอเผลอก้าวถอยหลัง เดิมทีแล้ววัดนี้อยู่บนภูเขาสูง และแน่นอนเมื่ออยู่บนที่สูงย่อมมีเหว สัญชาติญาณของคนเราแล้วเมื่อหวาดกลัวมักก้าวถอยหลัง เธอก็เช่นกัน นั่นทำให้เธอตกเหวลงไปโดยไม่มีที่ยึด!

ความปลอดภัยของรั้วกั้นดูหละหลวม นั่นเกิดจากเป็นวัดที่อยู่บนภูเขา ไม่ค่อยมีผู้คนสัญจรมานัก ดังนั้นอย่าพูดถึงการดูแลความปลอดภัยเลย แค่มีไม้กั้นให้รู้ว่าเป็นเหวก็มากแล้ว

“กลับไปเมื่อไหร่จะสั่งคนมาทำราวกั้นหนาๆเลยคอยดู” มี่เฟยบ่นงึมงำ  ดวงตากลมสวยลืมขึ้นท่ามกลางความมืด เมื่อเพ่งพิจารณาดูแลเธอจึงเห็นว่ามีเพดานไม้อยู่ข้างบน ใต้หุบเหวทำไมมีเพดาน?

“โอ้ยย” เสียงเล็กใสร้องโอยครวญอย่างเจ็บปวด เพียงเมื่อกี้เธอจะลงลุกขึ้น ความรู้สึกเจ็บแปลบก็แล่นเข้ามาที่ชายโครง เจ็บปวดรวดร้าวไปทั้งลำตัว แขน ขา ราวกับว่าโดดตกลงมาแล้วตับไตไส้พุงแตกประมาณนั้น

มี่เฟยกัดฟันกรอดข่มกลั้นความเจ็บปวดไว้ เธอค่อยๆพยุงร่างกายตัวเองขึ้นพิงหัวเตียง พอสำรวจไปรอบๆแล้วทำให้เธอรู้ว่า เธออยู่ในห้องๆหนึ่ง ขนาดไม่กว้างมากนั้น ภายในห้องตกแต่งด้วยสีขมพูอ่อนๆ ผ้าปูเตียง ผ้าม่าน โคมไฟเล็กๆลวดลายโบตั๋น นอกจากนี้เครื่องเรือนต่างๆยังเป็นไม้และตกแต่งแนวจีนโบราณเหมือนที่บ้านเธอไม่มีผิด

ที่นี่ที่ไหน? เธอตกลงมาในหุบเหวมิใช่หรือ แล้วใยถึงมาอยู่ในห้องนี้ได้เล่า หรือมีคนมาพบเธอเข้าจึงพามา แต่ไม่น่าเป็นไปได้ หุบเหวลึกขนาดนั้นคงไม่มีใครอาศัยอยู่เป็นแน่ จากแรงโน้มถ่วงของโลกถ้าลองคำนวณดู ที่เธอยังไม่ตายนี่ถือว่าบุญโขแล้ว

แล้วเธอมาอยู่ในห้องนี้ได้อย่างไร นี่ชักจะแปลกขึ้นทุกทีแล้ว

“เอ่อ..ขอโทษนะค่ะ มีใครอยู่ข้างนอกบ้าง” เธอลองตะโกนออกไปข้างนอกดู หากมีคนพาเธอมาที่นี่จริง เขาคงไม่ปล่อยให้เธอนอนเน่าตายอยู่บนเตียงกระมัง

“ขะ..ข้าน้อยเจ้าค่ะ” เพียงครู่เดียวเท่านั้น บานประตูแบบเลื่อนก็เปิดออก ปรากฏร่างของเด็กสาวอายุราวๆสิบสามสิบสี่ ใบหน้ากลมเกลี้ยงเกลา ปากนิดจมูกหน่อยดูลงตัว ร่างกายแบบเล็กผอมบางทำให้เด็กคนนี้ดูน่ารักราวตุ๊กตา เธอก้มหน้าก้มตาหลบสายตามี่เฟยด้วยความรู้สึกบางอย่าง

มี่เฟยมองเด็กสาวตรงหน้าอย่างพิจารณา เด็กคนนี้แต่งชุดสีเขียวอ่อนยาวกรอมเท้า ไม่มีลวดลายใด ผมสีดำสลวยถูกมัดเป็นก้อนกลมอยู่เหนือหัว ใบหน้าของเธอซีดเผือดราวกับเกรงกลัวอะไร

เด็กผู้หญิงหรือ? เด็กคนนี้เป็นคนช่วยเธอไว้หรือ แล้วทำไมนางถึงแต่งตัวด้วยชุดรุ่มร่ามแบบนั้นเล่า หรือในหุบเขานี้นิยมสวมใส่ชุดโบราณ แถมสำเนียงการพูดดูเคารพนบน้อมนั่นอีก หรือเป็นธรรมดาของเด็กชาวบ้านกัน

“เธอช่วยฉันไว้?

“มิใช่ข้าน้อยเจ้าค่ะ”

“แล้วใครช่วยฉันไว้” มี่เฟยอดทำสีหน้างุนงงไม่ได้ หากเด็กคนนี้ไม่ได้ช่วยเธอไว้ ใครช่วยเธอไว้ละ แล้วทำไมต้องพาเธอมาอยู่ที่นี่ แล้วเด็กสาวคนนี้เป็นใคร ที่นี่ที่ไหน คำถามมมากมายที่ต้องการถามดูเหมือนถ้าถามคนตรงหน้าจะไม่มีประโยชน์อันใดเลย เด็กคนนี้ดูเกรงกลัวในการสนทนากับเธอยิ่งนัก เธอกลัวอะไรกัน?

“คะ..คุณชายหวางเฟยเจ้าค่ะ” สีหน้าเด็กสาวมืดครึ้มจนแทบร่ำไห้ ใยต้องให้เธอมาดูแล หญิงสาวคนนี้ด้วย เธอไม่ต้องการจะยุ่งเกี่ยวกับคนๆนี้ไม่ว่ากรณีใดๆทั้งนั้น เด็กสาวคิดในใจขอบตาเริ่มแดงก่ำจากความกลัว

“แล้วเขาไปไหนแล้ว” นางแบบสาวถามอย่างสนใจใคร่รู้ โดยมิได้สังเกตสีหน้าของสาวน้อยตรงหน้าสักนิด

“ขะ..ข้าไม่รู้เจ้าค่ะ” เด็กสาวตอบกลับเสียงสั่น พอสักที..หยุดถามเธอเสียที เธออยากออกไปจากที่นี่จะแย่แล้ว..แน่นอนว่ามี่เฟยไม่รู้หรอกว่านางคิดอะไร แต่การแสดงออกของนางบอกอย่างชัดเจน

“งั้นหรือ” มี่เฟยแสดงสีหน้าผิดหวังเล็กน้อย แย่เสียจริงแบบนี้เธอจะตอบแทนเขาได้อย่างไรเล่า “แล้วเธอชื่ออะไร”

“ชิงชิงเจ้าค่ะ” เธอทำสีหน้าแปลกใจเล็กน้อย ทำให้หญิงสาวบนเตียงถึงถามอะไรแปลกประหลาดนัก ทั้งๆที่เธอคอยรับใช้ รองมือรองเท้าหญิงสาวคนนี้เป็นเวลานาน หรือว่า..เหตุการณ์ในวันนี้จะทำให้นางลืมเลือนกัน เมื่อคิดถึงตรงนี้ขนในกายของเด็กสาวก็พลันลุกซู่ ความรู้สึกเกรงกลัวและความรู้สึกอยากออกไปจากที่นี่ล้นทะลักออกมาจนน้ำใสๆไหลอาบสองแก้ม ร่างเล็กสั่นสะท้านเพราะแรงสะอื้น

“ธะ..เธอเป็นอะไรน่ะ” มี่เฟยเอ่ยถามอย่างแตกตื่น นั่งคุยกันอยู่ดีๆทำไมเด็กสาวคนนี้ถึงร้องไห้กัน? หรือเพราะความสวยของเธอกัน ตามจริงแล้วมี่เฟยก็รู้ตัวดีว่าค่อนข้างสวยและดังในหลายๆที่ มีหญิงสาวค่อนประเทศอิจฉาในหน้าตาและหุ่นสุดเซ็กซี่ของเธอ ไม่คาดคิดว่าเด็กคนนี้จะดีใจที่ได้คุยกับเธอจนขนาดร้องไห้ออกมา เธอคงเกร็งในการสนทนากับนางแบบอย่างเธอเป็นแน่

เมื่อคิดดังนั้นความรู้สึกปลื้มและภาคภูมิใจในหุ่นสุดเอ็กส์ของตัวเองก็เพิ่มพูนขึ้นในใจ มือเรียวสวยยกขึ้นหมายจะลูบหัวปลอบใจเด็กน้อยตรงหน้า เพียงแต่..

เดิมทีมือของมี่เฟยจะยาวสวย นิ้วยาวราวเทียนไขนิ้วแต่ละข้อขาวนวลราวกับไม่เคยต้องแสง แต่บัดนี้สิ่งเหล่านั้นกลับไม่ใช่แบบเดิม มือป้อมกลมเหมือนขาหมู ข้อแขนที่เคยเรียวบางดูอวบอัด ตามแขนเทอะทะสะสมไปด้วยไขมัน ถึงจะไม่ได้มาก แต่สำหรับนางแบบอย่างเธอ การที่มีข้อแขนขนาดนี้นับว่าอ้วน!ผิวขาวเนียนตอนนี้กลับกระดำกระด่างเต็มไปด้วยจุดด่างดำและฝ้าจางๆ

มี่เฟยต้องการสมาธิ ลองขยับแขนเข้าออกทดสอบว่าที่เธอเห็นใช่ร่างกายของเธอไม่ เล็กสั้นกุดน่าเกลียดจิกเข้าที่ข้อมือของตัวเองแรงๆหลายๆครั้งราวกับคลุ้มคลั่ง ไม่ ไม่ นี่ต้องไม่ใช่เธอ! มี่เฟยรำพึงรำพันอยู่ในใจ เธอไม่ได้อ้วน! หากแต่ว่า เมื่อตกจากเหวเป็นไปได้ว่าร่างกายโดนกระทบกระเทือนจนบวมแดง ผิวของเธอถลอกเพราะขูดกับต้นไม้ใบหญ้าเป็นแน่ และเมื่อไม่ได้รักษาแผลอย่างถูกวิธีอาจทำให้เป็นรอยแผลเป็นหรือตกสะเก็ด

นางแบบสาวพยายามคิดวิธีที่เป็นไปได้ที่สุด จริงสิ..ขนาดตามตัวเธอเป็นแบบนี้ แล้วใบหน้าของเธอล่ะ!!

“ชิงชิง เอากระจกมาให้ฉันที”

“จะ..เจ้าคะ” เด็กสาวเดินไปที่โต๊ะๆหนึ่งก่อนจะนำกระจกด้ามยาวที่ทำจากไม้มาให้เธอ

และทันทีที่มี่เฟยมองเห็นตัวเองในกระจกนั้น ด้วยความตกใจเธอบีบด้ามกระจกจนมันแตกหัก ภายในใจกรีดร้องไม่เป็นภาษา! นี่ต้องไม่ใช่เธอ!! ไม่มีทาง หน้าเธอตอนนี้ยิ่งกว่าคางคกโดนสิบล้อทับสิบคัน ไม่สิ หากเปรียบเทียบแล้วเหมือนเขียดโดนถลกหลังเป็นตะปุ่มตะป่ำเอาหนังออกไม่หมดแล้วเอาไปย่างจนหนังบางส่วนเกรียม!

มันดูเกินจริงไปหรือเปล่า? ใช่ ที่เธอพูดมามันเกินจริง แต่สภาพเธอตอนนี้จะให้บรรยายอย่างไรคงนึกภาพไม่ออก กระจกลงข้างตัวอย่างแรง ใบหน้าเหมือนช็อกเหมือนตอนรู้ข่าวการตายของอากงไม่มีผิด

ใบหน้ากลมบวมแดงเต็มไปด้วยสิวฝ้ากระ ถึงจะไม่ได้หมองคล้ำดำอย่างไร แต่เพราะหัวสิวอุดตันที่โดนบีบและแกะเกาเริ่มดำ หากมีจุดเดียงคงไม่เท่าไหร่ แต่นี่มันทั้งหน้า! มันจึงทำให้ใบหน้านี้ดูหมองคล้ำหน้ากลัว

นี่ไม่ใช่เธอ...

หากนี่ไม่ใช่ร่างกายของเธอ..

แล้วนี่ใคร!!






ลงซ้ำใหม่นะคะ เจอคำผิดพลาดบแอกด้วยนะคะ

เนื้อหาแรกๆยังไม่เปลี่ยนเท่าไหร่

จะเปลี่ยนชั่วกลางๆเนอะ ใครที่ลืมไปแล้วสามารถอ่านซ้ำได้นะคะ  


ติดตามเฟสจิ้มรูปปกเลยจ้า

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 72 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

762 ความคิดเห็น

  1. #722 gingpi (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 2 มกราคม 2561 / 14:33
    ลงงต่อๆไรท์จ๋าา
    #722
    0
  2. #721 ruzriyaa (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 2 มกราคม 2561 / 09:36
    แงงงงงง..ไหนไรต์บอกจะลงให้อ่านตอนจบก่อนอ่าาาา..มิเป็นไรอ่านใหม่คร้า มาลงบ่อยๆนร้าอย่าหายไปนานๆอีกนาจ้า
    #721
    0
  3. #720 Onkatekao (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 2 มกราคม 2561 / 08:39
    กลับมาเพิ่มตอนเร็วๆน่ะค่า ยังติดตามอยู่ค่า สู้ๆๆน่ะค่า
    #720
    0
  4. #719 Iสี่XaJ™ (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 2 มกราคม 2561 / 01:15
    ในที่สุดไรท์ก็กลับมาแล้วววว
    #719
    0
  5. #718 GGwarap (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 2 มกราคม 2561 / 00:54
    กลับมาแล้วววว
    #718
    0
  6. #717 10243374 (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 2 มกราคม 2561 / 00:26
    รอออออออ
    #717
    0
  7. #709 อนงค์นาง (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 17 ตุลาคม 2560 / 21:28
    อยากอ่านค่ะ รอน้าาา
    #709
    0
  8. #708 MinMiss (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 22 กันยายน 2560 / 11:17
    น่าอ่านอ่ะ หายไปใหนนน ม่มาต่อหรอคะ
    #708
    0
  9. #683 MinikoSong (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 3 มีนาคม 2560 / 01:07
    น่าอ่านเลยค่าา
    #683
    0
  10. #639 xวาuxวาu (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 16 มกราคม 2560 / 20:35
    แอดไว้สักพักละ ยังไม่ได้อ่าน
    เห็นไรต์หายเลยดองไว้ก่อน
    ได้ฤกษ์ซะที กลับมาแล้วนะคะไรท์
    #639
    0
  11. #570 markbull (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 27 พฤศจิกายน 2559 / 20:15
    ตาม ๆ เหมือนกันเป็นมาน่าอ่านอ่ะ
    #570
    0
  12. #556 DarkCartoon (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 20 พฤศจิกายน 2559 / 12:52
    ตามๆๆจ้าท่าทางจะสนุก
    #556
    0
  13. #547 GOD_Dark-Light (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 18 พฤศจิกายน 2559 / 23:48
    เปลี่ยนจากคำว่า ดอมดม เป็น เชยชม น่าจะโอกว่าน่ะจ๊ะ อันนี้แสดงความคิดเห็นเฉยๆค๊าบบ
    #547
    0
  14. #319 MuM (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 6 พฤศจิกายน 2559 / 12:46
    ชอบนางเอกแบบนี้แซบดี แต่ชอบอาม่ามากที่สุดแซบเวอร์
    #319
    0
  15. #156 jirarat2287 (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 29 ตุลาคม 2559 / 08:28
    เห็นอย่านี้อาม่าก็แซบนะจ๊ะ 555 แค่ตอนแรกก็สนุกแล้ว ติดตามค่ะ
    #156
    0
  16. #83 t_g_k (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 26 ตุลาคม 2559 / 19:33
    น่าติดตามมากค่า
    #83
    0
  17. #66 Banoffee_Pie (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 26 ตุลาคม 2559 / 10:33
    พึ่งเข้ามาอ่านน อาม่าน่ารักก
    #66
    0
  18. #5 Bunynuch Kaweerat (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 11 ตุลาคม 2559 / 07:49
    แค่เริมอ่านก็หน้าติดตาม. เป็นกำลังใจนะ. รอนะคะ
    #5
    0
  19. #4 ลี่หลานเอ๋อ (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 10 ตุลาคม 2559 / 23:50
    น่าสนุกจังค่า ติดตามๆ
    #4
    0
  20. #3 Twitter One (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 10 ตุลาคม 2559 / 23:49
    อ้อ ก็นึกว่าสงสารเพราะโสด ที่ไหนได้! 555+ รออ่านตอนต่อไปนะค่า!


    คำผิดที่เห็นบ่อยก็คำว่า "อย่าง" คำนี้เห็นพิมพ์ผิดบ่อยยุนะคะ อิอิ
    #3
    0