[Fic EXO] Sex Friend"เพื่อนที่ไม่รัก"|LuMin|fthunmin,chanmin

ตอนที่ 8 : ตอนไม่เข้าใจ Chapter 8

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 774
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 12 ครั้ง
    29 เม.ย. 58











ตอนไม่เข้าใจ

Chapter 8

 

 

 

 

สุดท้ายเราก็ต้องไกลกัน หมดสิ้นแล้วเซ็กส์เฟรนด์ที่ทำร่วมกัน ต่อไปก็ทางใครทางมัน ถ้าฟ้ายังเห็นใจสุดท้ายแล้วขอให้คนโง่ๆคนหนึ่งฉลาดขึ้นมาบ้าง แค่เสียดเสี้ยวก็ยังดี...

 

 

 

 

ระยะทางมากกว่าห้าสิบกิโลเมตร แต่กลับรู้สึกว่ามันแค่ห้าเมตร มันช่างเร็วจนแทบทำใจไม่ได้ พอมองไปยังคนข้างกาย รอยยิ้มที่คิดว่าจะหาไม่เจอกลับผุดขึ้นมาฉีกกว้างให้กับร่างเล็กที่นั่งหลับอยู่ข้างๆ

 

ขอแค่นิดเดียวที่ยังมีโอกาสได้มองใบหน้านี้ ต่อไปมึงไม่ใช่เพื่อนกู เพราะกูยังทำใจที่จะเป็นเพื่อนมึงไม่ได้ ขอเวลาและความรู้สึกของกูเป็นเครื่องพิสูจน์ ไม่ว่าผลจะออกมาเป็นยังไง กูก็จะยอมรับมัน

 

ลู่หานยังคงไม่ยอมปลุกให้คนตัวเล็กที่หลับผล็อยให้ตื่นขึ้นมา แต่เจ้าตัวเลือกที่จะนั่งมองใบหน้าหวานที่หลับพริ้มอยู่เงียบๆ รอยยิ้มที่ไม่คิดว่ามันจะปรากฏอยู่บนใบหน้าอีกครั้งกลับฉีกกว้างยามได้มองใบหน้าหวานของผู้ชายตัวเล็กคนนี้

 

ต่อไประหว่างกูกับมึงจะอยู่ในสถานะไหนของกันและกันนะ...

 

ลู่หานค่อยๆเลื่อนใบหน้าข้ามฝั่งไปบรรจงริมฝีปากบางของตนเข้ากับกระหม่อมบางของมินซอกอย่างแผ่วเบา จดจำรายละเอียดและความหอมละมุนที่ฝังอยู่ในผิวกายของคนตัวเล็กนี้อย่างเก็บกักเอาไว้กับตัวไปตลอด ก่อนจะเลื่อนใบหน้าออกห่างเพื่อให้มีช่องว่างระหว่างกัน

 

“ มินซอก มินซอก ตื่นได้แล้ว ถึงแล้วนะ ”      ลู่หานพูดเสียงระดับกลางอยู่ที่ข้างใบหูเล็กก่อนจะเผลองับเข้าอย่างไม่ได้ตั้งใจ

 

“ อื้อ... ”      คนที่หลับผล็อยถึงกับครางอื้อในลำคอ ก่อนจะค่อยๆกระพริบม่านตาถี่รัวเพื่อปรับแสงก่อนที่ดวงตาสีชาจะเบิกกว้างขึ้นทีละนิด

 

“ ตื่นได้แล้ว ถึงแล้วนะ ”     ลู่หานยังคงยิ้มกว้างยกมือขึ้นเขี่ยปอยผมม้าสีน้ำตาลเข้มให้ออกห่างจากใบหน้าหวานของคนตัวเล็กที่กำลังงัวเงียตื่น

 

“ อื้อ... ถึงแล้วงั้นเหรอ ”     กว่าจะหาเสียงเจอ มินซอกก็นั่งกระพริบตาอยู่ตั้งนาน พอตื่นเต็มที่ก็เห็นว่าร่างสูงของลู่หานนั่งเขี่ยปอยผมม้าให้ตัวเองอยู่

 

“ อื้อ ถึงแล้ว ถ้าไอ้ตำรวจนั่นเห็นคงจะอดใจไม่ได้แน่ๆ ”     ลู่หานยังคงไม่เลิกเขี่ยปอยผมม้าของมินซอก นิ้วแกร่งยังคงเล่นอยู่กับปอยผมนิ่มของคนตัวเล็กทั้งๆที่ใบหน้าของพวกเขาห่างกันแค่ช่องลมพัดผ่านเท่านั้น

 

“ อดใจอะไร มึงพูดให้กูเข้าใจไม่ได้หรือไงกัน ”     มินซอกทำหน้ายู่กับคำพูดชวนให้เข้าใจยากของอีกคน บอกแล้วว่าลู่หานพูดให้คนอื่นเข้าใจยาก

 

“ ก็...อดใจที่จะทำแบบนี้ไม่ได้ไง ”     นิ้วแกร่งหยุดชะงัก ก่อนที่ยิ้มกว้างจะกลายมาเป็นยิ้มเจ้าเล่ห์พร้อมกับระยะห่างที่แคบเข้ามาจนสัมผัสได้ถึงลมหายใจอุ่นๆของกันและกัน

 

จุ๊บ...

 

ลู่หานบรรจงริมฝีปากเข้ากับกลีบปากอิ่มของคนตัวเล็กจนมินซอกถึงกับตาเบิกโพลง มือที่เคยเกลี่ยปอยผมม้าก็เปลี่ยนมาทำหน้าที่บังคับให้ใบหน้าหวานเบี่ยงตามองศาจูบที่ตัวเองเป็นผู้นำ

 

มินซอกไม่รู้ว่าจะต้องทำตัวยังไง มือไม้ไม่รู้ว่าจะวางตรงไหน แต่คนที่กำลังมองจูบให้จะเห็นใจ ลู่หานจึงใช้มืออีกข้างประคองมือเล็กให้วางลงที่ไหล่ของตนก่อนจะทำหน้าที่เป็นผู้นำที่ดี

 

ลู่หานละเลียดขบเม้มกลีบปากอิ่มของมินซอกโดยที่ไม่ลุกล้ำพื้นที่ข้างใน ลู่หานเลือกที่จะจูบซับเพื่อเก็บรายละเอียดของกลีบปากนี้ให้ได้มากที่สุด แต่เมื่อมินซอกขบเม้มตอบกลับมาอยู่ๆก้อนเนื้อที่เรียกว่าหัวใจกลับเต้นแทบไม่เป็นจังหวะ จนเขาต้องผละออกจากกลีบปากอิ่มแสนหวานอย่างไม่ตั้งใจ

 

ลู่หานทำตาเบิกโพลงมองไปยังใบหน้าหวานอย่างเหลือเชื่อ มินซอกถึงกับตีหน้ายุ่งงงกับอากัปกิริยาของร่างสูงที่อยู่ๆก็ผละจูบออกมาซะงั้น

 

ครืด...ครืด...

 

แต่ก็เหมือนฟ้าจะไม่เป็นใจให้ลู่หานได้อธิบาย อยู่ๆเสียงโทรศัพท์สั่นครืดจากกระเป๋ากางเกงของคนตัวเล็กก็ดังขึ้นมา ทำให้มินซอกต้องส่งมือไปรับเอาโทรศัพท์ขึ้นมาดูว่าใครเป็นคนโทรมา

 

“ อ้าว ชานยอลโทรมานี่ ”     มินซอกหวังจะกดเลื่อนหน้าจอเพื่อรับสายแต่ถูกมือแกร่งรั้งเอาไว้เสียก่อน

 

“ อย่ารับ ”     ลู่หานพูดแค่นั้น ก่อนจะตะปุบโทรศัพท์ที่สั่นครืดให้ลงที่หน้าตักของมินซอกไม่ให้กดรับสายที่โทรเข้ามา

 

“ กูรู้ว่าที่กูทำไปมันไม่ถูก ”     ลู่หานเริ่มพูด ก่อนจะมองไปยังคนตัวเล็กที่นั่งนิ่งมองมายังตัวเองเช่นกัน

 

“.............................. ”     มินซอกไม่รู้ว่าลู่หานต้องการสื่ออะไร เจ้าตัวจึงเลือกที่จะเงียบเพื่อฟังความให้เข้าใจมากกว่านี้

 

“ กูรู้ทุกอย่างว่าสิ่งที่กูทำมันไม่ถูก แต่กูก็เลือกที่จะทำ ”     ลู่หานพูดเสียงแผ่วเบา น้ำเสียงที่สื่อให้คนตัวเล็กรู้ว่าเขาขอโทษทุกเรื่องที่ผ่านมา สิ่งที่เขาทำไปเขารู้ว่ามันผิดแต่เขาก็เลือกที่จะทำมัน

 

“...................................... ”     มินซอกยังคงไม่ปริปากพูดและทำหน้าที่เป็นผู้รับฟังที่ดีอยู่ยังงั้น

 

“ กูรู้ว่ากูเป็นเพื่อน กูขอโทษ ขอโทษที่ทำให้ความสัมพันธ์ของเรามันแย่ แต่กูไม่รู้ว่าต้องทำยังไง กูมันโง่ มินซอกกูมันเป็นไอ้งั้งที่โคตรโง่ ทั้งๆที่คิดว่าจะอยู่ด้วยกัน แต่กูก็ทำไม่ได้ เป็นกูเองที่ทำไม่ได้ ”     ลู่หานเหมือนคนอ่อนล้าที่อยากจะทิ้งตัวเองให้จมอยู่กับความว่างเปล่าไม่ต้องมีความรูสึกและเป็นคนที่ไร้หัวใจ

 

“........................................ ”     มินซอกไม่พูดอะไร แต่วงแขนเล็กกลับรั้งร่างสูงของคนที่เหมือนจะอ่อนล้าเข้ามาในอ้อมกอด มินซอกซบหน้าลงที่ลาดไหล่แกร่งของคนตัวสูง ก่อนจะใช้มือที่กอดตบเบาๆเข้าที่แผ่นหลังแกร่งอย่างปลอบประโลม

 

ลู่หานเหมือนกับได้ที่พักพิงที่ทั้งอบอุ่นและรู้สึกสบายใจจนอยากจะระบายออกมา ไม่อยากเก็บเอาไว้คนเดียว ใบหน้าหล่อเกยคางไว้บนไหล่เล็กของมินซอก ก่อนจะวาดแขนรั้งคนตัวเล็กเข้ามาในอ้อมกอดแทน และเริ่มพูดสิ่งที่ค้างคาให้คนในอ้อมกอดได้รับรู้บ้าง

 

แค่เสียดเสี้ยวก็ยังดี...

 

“ มึงรู้ไหมว่าครั้งแรกที่เจอกันกูรู้สึกยังไง แต่กูก็ทำไม่ได้เพราะว่าเราเป็นผู้ชายเหมือนกัน แต่วันที่มึงเมามันเป็นครั้งแรกที่ทำให้กูรู้สึกว่าสิ่งที่กูคิดมาตลอดมันผิด แต่มึงกลับพูดในสิ่งที่กูไม้คาดคิด มึงเป็นคนปลูกฝั่งนิสัยเห็นแก่ตัวให้กูเองนะมินซอก เป็นมึงที่หยิบยื่นความน่ารังเกียจมาให้กู มึงทำให้กูรู้สึกว่ากูมันน่ารังเกียจที่ทำร้ายมึง ถึงมึงจะบอกว่าไม่เป็นไร แต่มึงรู้ไหมว่ากูไม่ได้คิดเหมือนมึง กูรู้สึกผิดและอยากจะขอโทษ ที่ขอให้เราห่างกัน กูมีเหตุผลของกู กูอยากจะแน่ใจว่ากูไม่ได้คิดไปเอง กูอยากให้ไอ้นี่เป็นเครื่องพิสูจน์...”     ลู่หานหยุดระบายความรู้สึก ก่อนที่จะผละออกมามองคนตัวเล็กให้เต็มตา ใบหน้าของมินซอกยังคงเต็มไปด้วยความงุนงงไม่ต่างจากก่อนหน้านี้ ความรู้สึกสั่งให้เขาเอื้อมไปจับเอามือเล็กมาวางลงบนเครื่องพิสูจน์ที่กำลังเต้นผิดจังหวะจนเขาอยากจะควักมันออกมา

 

“ กูขอเวลา ขอเวลาให้ไอ้นี่มันชัดเจนมากกว่านี้ ”     ลู่หานระบายยิ้มส่งไปยังคนตัวเล็กที่กำลังเบิกตากว้าง ลู่หานรับรู้ในทันทีว่ามินซอกก็รับรู้ความรู้สึกของเขาเหมือนกัน

 

“ ตะ ตั้งแต่เมื่อไหร่ ”     มือเล็กสั่นไปหมดยามที่รับรู้ถึงแรงเต้นที่ดังก้อง มินซอกเบิกตาค้างมองไปยังเพื่อนที่ยังคงระบายยิ้มบางมาให้ แต่ในตาสีน้ำตาลเข้มที่จ้องมองมายังเขามันเต็มไปด้วยความรู้สึกมากมายที่ตีรวนกันสะเปะสะปะจับต้นชนปลายไม่ถูก มันดูยุ่งเหยิงจนไม่รู้ว่าความรู้สึกที่แท้จริงมันคืออะไร แต่ที่รับรู้ได้คือ

 

หัวใจของลู่หานเต้นแรง...

 

“ ตั้งแต่วันแรก... ”     ใบหน้าหล่อก้มต่ำใช้หน้าผากชนชิดเข้ากับหน้าผากบางของคนตัวเล็ก ก่อนจะใช้สายตาสอดประสานถ่ายทอดช่วงเวลาและความรู้สึกที่เกิดขึ้น

 

“ วันแรกที่เราเจอกัน ”

 

“ ทำไม... ”

 

“ เพราะรู้ว่าเป็นผู้ชายเหมือนกัน เลยทำอะไรไม่ได้ เพราะกลัว... ”     ลู่หานยังคงจ้องมองลึกเขาไปในดวงตาสีชาของมินซอก แต่สิ่งที่ได้รับคือความรู้สึกสับสน ไม่ใช่ความรู้สึกวูบไหวหรือรู้สึกดี

 

“ กลัวว่าจะไม่ได้คิดเหมือนกัน แต่ตอนนี้รู้แล้วว่าสิ่งที่กลัวมันน่ากลัวขนาดไหน แต่ก็ขอเวลา ให้ไอ้นี่มันชัดเจนมากกว่านี้ และอยากจะกลับมาเป็นเพื่อนกันอีกครั้ง ”     ลู่หานระบายยิ้มให้กับเจ้าของใบหน้าหวานที่กำลังตีหน้ายู่ใส่เขา

 

“ แล้วตอนนี้มึง........ ”

 

“ เราไม่ใช่เพื่อนกัน ”     ลู่หานระบายยิ้มกว้างก่อนจะผละออกห่างจากใบหน้าหวาน มินซอกยิ่งเบิกตากว้างอย่างไม่เข้าใจกับคำพูดของอีกคนที่บอกว่าต่อจากนี้เราไม่ใช่เพื่อนกัน

 

“เราไม่ใช่เพื่อนกัน” ลู่หานกำลังหมายถึงว่าต่อจากนี้ไปพวกเขาจะไม่ใช่เพื่อนกันงั้นเหรอ รังเกียจกันจนเป็นเพื่อนกันไม่ได้งั้นเหรอ อยู่ๆความรู้สึกผิดหวังก็ถาโถมเข้ามาจนรับไม่ไหว คำว่าไม่ใช่เพื่อนกันมันดังก้องอยู่ในโสตประสาทจนร่างเล็กมือไม่สั่นเทา อยู่ๆน้ำใสบริสุทธิ์ที่เหือดแห้งไปนานนับสิบปีกลับค่อยๆก่อตัวขึ้นในม่านตาสีชา เอ่อล้นจนร่วงหล่นลงมาที่หางตาเรียวรีที่มาพร้อมกับเสียงสะอื้นไห้ที่กลีบปากอิ่มเก็บเอาไว้ไม่มิด

 

“ มินซอก! ร้องไห้ทำไม ”     น้ำตาที่ไหลบากจากดวงตาสีชาทำให้ลู่หานทำอะไรไม่ถูก มือแกร่งทำได้แค่กอบกุมใบหน้าหวานเอาไว้พร้อมกับลูบไปมาเบาๆอย่างปลอบประโลม ความรู้สึกตอนนี้มีแค่ความมืดมิดที่ปิดตายผนึกไว้จนไม่รู้ว่าต้องทำยังไงกับน้ำตาใสที่เอ่อล้นเปรอะแก้มขาวของคนตัวเล็กนี้

 

“ ท ทั้งที่เป็นเพื่อนกัน ฮึก! แค่ผู้หญิงคนเดียว ฮึก ต้องทำแบบนี้เลยงั้นเหรอ ”     น้ำตาแห่งความผิดหวังมันไม่มีทีท่าจะหยุดลงแม้แต่น้อย หากความน้อยเนื้อต่ำใจมันทำให้คนเข้มแข็งคนหนึ่งต้องอ่อนแอ มันก็เหมือนกับมีดแหลมคมที่คอยกรีดดวงใจน้อยๆเท่าหนึ่งกำมือนี้ให้รู้สึกเจ็บจนอยากจะหยุดหายใจ

 

“ ไม่ มินซอกฟังนะ ไม่ใช่อย่างที่มึงคิด มึงเข้าใจไหมว่าตอนนี้กูรู้สึกยังไง ”     ลู่หานอยากจะบ้าตาย ที่ทำไปมินซอกไม่เข้าใจมันเลยใช่ไหม ทั้งๆที่เป็นก้อนเนื้อเล็กแค่หนึ่งกำมือ มินซอกกลับตีความรู้สึกของอัตราการเต้นแรงอย่างผิดเพี้ยน ไม่เข้าใจหรือไงว่าที่เป็นอยู่ตอนนี้มันเรียกว่าอะไร

 

“ ขะ เข้าใจ กูรู้ว่ากูสร้างปัญหา ฮึก แต่เรายังเป็นเพื่อนกันได้นิ ฮึก กูจะไม่ยุ่งเวลามึงอยู่กับโชรง ฮึก แต่ทำไม ฮึก เราถึงเป็นเพื่อนกันไม่ได้ ”     ว่าที่คุณหมอตัวเล็กรู้ดีว่าที่หัวใจของคนๆหนึ่งเต้นแรงมันเพราะอะไร แค่อาการตื่นกลัวที่คนเรามักเป็นเสมอเมื่อรู้สึกหวั่นกับเรื่องที่กำลังจะเกิดขึ้น ลู่หานรู้สึกกลัว กลัวว่าเขาจะมายุ่งเรื่องส่วนตัวซินะ ไม่ไว้ใจกันเลยด้วยซ้ำ เป็นเพื่อนที่เห็นแก่ตัวที่สุด

 

เขาเกลียดคนแบบนี้ที่สุด...

 

“ มินซอก... ”     ลู่หานได้แต่พูดเสียงอ่อนก่อนจะรั้งกายเล็กเข้ามาในอ้อมกอด แต่ดูเหมือนมินซอกจะไม่ยอมเหมือนที่ผ่านๆมา คนตัวเล็กขื่นตัวออกห่างซ้ำยังปัดมือของเขาให้ออกจากใบหน้าหวานนั้นอีก การกระทำที่เกิดจากความเข้าใจผิด มันทำให้คนที่สื่อความหมายนั้นรู้สึกเจ็บ ทั้งๆที่แน่ชัดแล้วแต่คนรับสารกลับตีความหมายได้ผิดเพี้ยนสิ้นดี

 

ไม่เข้าใจกันเลยด้วยซ้ำ...

 

“ พ พอแล้ว ฮึก ไม่เป็นเพื่อนกันแล้ว ฮึก ต่อไปอย่ามาให้เห็นหน้าอีก ”     มินซอกรู้แล้วว่าลู่หานคิดยังไง ทำไมต้องทำแบบนี้ รังเกียจกันงั้นเหรอถึงเป็นเพื่อนกันไม่ได้

 

ทำไมกัน

 

มือเล็กเอื้อมไปปลดล็อคประตูรถก่อนจะยันกายออกมา ไม่ฟังเสียงเรียกจากข้างหลัง แต่ลู่หานรู้ว่าต้องทำยังไง ถ้าจากกันแบบเข้าใจผิดๆแบบนี้มันไม่ดีเอาซะเลย

 

“ มินซอก ฟังก่อนได้ไหม ที่เข้าใจน่ะ มันผิดหมด ”     ลู่หานเดินตามคนตัวเล็กที่เดินออกมาจากรถอย่างรวดเร็ว พอเดินมาถึงมินซอกก็กำลังเปิดหลังรถหยิบเอากระเป๋าลงมา แต่พอเอื้อมมือจะไปจับรั้งเอาไว้ แต่เหมือนมินซอกจะไหวกว่า มือเล็กกลับเบี่ยงหลบหยิบกระเป๋าลงมาก่อนจะหันหลังแล้วเตรียมจะเดินหนีออกไป

 

“ มินซอก! หยุดงี่เง่าสักที! ”    ความดื้อรั้นของคนตัวเล็กทำให้ลู่หานเผลอตะคอกออกมาจนคนที่กำลังเดินหนีถึงกับหยุดสะดุ้งจนตัวโยง เขาไม่ได้ตั้งใจแต่เพราะความโมโหที่อีกคนดื้อรั้นใส่ทำให้ไฟโทสะที่สุ่มในใจมันระเบิดออกมาแผดเผาจนยับยั้งไม่อยู่

 

มินซอกสะอื้อไห้จนตัวสั่นเทา ไม่อยากจะหันไปมองใบหน้าที่กำลังโกรธเกรี้ยวของคนที่อยู่เบื้องหลัง เพราะรู้ว่าเวลาลู่หานโกรธมันน่ากลัวขนาดไหน แต่ถ้ามินซอกยังยืนอยู่ที่นี่เขาก็จะดูอ่อนล้าจนอยากจะล้มลงไปกองอยู่ที่พื้นก็ได้ เพราะตอนนี้เขาแทบจะไม่มีเรี่ยวแรงที่จะเดินด้วยซ้ำไป

 

“ ทำอะไรกัน!!!

 

แต่เสียงที่กำลังแผดออกมาอย่างไม่ชอบใจทำให้คนที่เอาแต่ก้มหน้าสะอื้นไห้ต้องเงยหน้าขึ้นไปมอง ร่างสูงโปร่งที่กำลังทำหน้าบึ้งตึงในชุดรำรองกึ่งเดินกึ่งวิ่งเข้ามาหา ใบหน้าที่คุ้นเคยกำลังเด่นชัดเข้ามาใกล้ทุกทียามที่ฝีเท้ายาวก้าวเร็วเข้ามาเรื่อยๆ

 

“ ชะ ชานยอล ฮึก... ”    มินซอกเหมือนเจอกับทางสว่างเบื้องหน้าที่กำลังอ้าแขนรอรับ ทั้งเจ็บและอ่อนล้า ไม่อยากเห็นหน้าคนๆนั้น คนที่ได้ชื่อว่าเพื่อนกัน และชานยอลก็เหมือนทางสว่างที่ทำให้มินซอกอยากจะเข้าไปซบหาที่พักพิง

 

เหนื่อยเหลือเกินใครก็ได้ช่วยเขาที...

 

ชานยอลแทบหายใจไม่ออกยามที่เห็นหยดน้ำของความเสียใจ หนำซ้ำยังเป็นน้องชายตัวเล็กที่กำลังตัวสั่นเทา ไม่รอช้าเท้ายาวก็ก้าวไปยังร่างเล็กที่ยืนตัวสั่นเทาอยู่อย่างรีบร้อน ใครกันที่ทำให้คนของเขาเสียใจได้ถึงขนาดนี้

 

“ ตัวเล็ก... ”     ไม่รอให้น้องชายเข้ามาหา ชานยอลเดินเข้าไปใกล้ร่างเล็กก่อนจะรั้งมินซอกเข้ามาในอ้อมกอด ยามเมื่อคนตัวเล็กเข้ามาสู่อ้อมกอดกว้างนี้ มินซอกก็เหมือนจะไม่ห่วงอะไร ทั้งเสียงสะอื้นและหยาดน้ำตาไหลบากออกมาจนชานยอลรับรู้ได้ถึงความรู้สึกเสียใจที่กำลังเปียกชุ่มเสื้อยืดสีขาวอย่างไม่อายใคร

 

“ ไม่เป็นไรนะ อย่าร้องไห้นะตัวเล็ก ”    ชานยอลกระชับอ้อมกอดรั้งร่างเล็กเข้ามาในอ้อมกอด ทั้งดวงใจแกร่งกลับสั่นไหวยามที่ความเปียกชุ่มของหยดน้ำบริสุทธิ์แผ่วงกว้างขยายพื้นที่ พอมองไปยังเบื้องหลังก็ถึงกับอยากจะวิ่งขึ้นไปเอาปืนมาเหนี่ยวไกลเจาะเข้าที่หัวใจด้านชาของไอ้คนที่ทำให้แมวน้อยที่ร่าเริงต้องร้องไห้

 

“ นายทำอะไรห๊ะ! ทำอะไร ”    ชานยอลแทบคุมสติไม่อยู่ถ้าไม่ได้แรงขยำที่อกจากมือน้อยๆที่ทำให้เขาต้องยอมใจเย็นลง ถ้าไม่เห็นแก่มินซอกเขาจะขึ้นไปหยิบปืนมาเหนี่ยวไกลให้มันตายกองอยู่ตรงนี้ ทั้งๆที่ไว้ใจแต่ทำไมถึงทำให้เด็กตัวเล็กคนนี้ต้องเสียน้ำตา ทำไมกันไอ้บ้านั้นถึงทำให้ตัวเล็กของเขาร้องไห้ บังอาจนัก!

 

“ มินซอก ขอโทษ...แต่ฟังกันก่อนได้ไหม ”     ลู่หานเหมือนจะใจเย็นลง ไม่ฟังเสียงของชานยอลด้วยซ้ำ เท้าแกร่งก้าวเข้าไปยังคนตัวเล็กที่ซบหน้าลงที่อกของพี่ชาย แต่ดูเหมือนยิ่งก้าวเข้าไปใกล้มากเท่าไหร่ระยะห่างก็ยิ่งไกลมากเท่านั้น

 

“ อย่ามายุ่งกับน้องชายฉัน กลับไปซะ! ”     ยิ่งลู่หานก้าวเข้าใกล้มินซอกมากแค่ไหน ชานยอลก็ยิ่งรั้งคนตัวเล็กเดินถอยหลังก้าวห่างออกไกลมากเท่านั้น ตอนนี้ร่างสูงดูจะโกรธจัดจนอยากจะซัดเข้าที่หน้าหล่อๆของลู่หานถ้าทำได้ แต่ก็ติดตรงที่คนในอ้อมกอดรั้งเขาเอาไว้ด้วยแรงขยำตรงอกทุกครั้ง

 

“ ไม่! มินซอกฟังกันก่อน เราจะจากกันทั้งๆที่เข้าใจกันผิดๆแบบนี้ไม่ได้นะ อย่าทำร้ายกันแบบนี้ ”     ลู่หานหยุดฝีเท้าลง ยิ่งก้าวเข้าใกล้ระยะทางยิ่งไกลห่างออกไป ทั้งๆที่เตรียมใจจะจากกันด้วยดี แต่ดูเหมือนทุกอย่างกลับตาลปัตรไปคนละทิศละทางหมด ทำไมมินซอกถึงเป็นแบบนี้ ทั้งๆที่บอกออกไปหมดแล้วว่าความรู้สึกมันเป็นยังไง แต่ดูเหมือนคนตัวเล็กจะไม่เข้าใจจนคิดผิดๆไปคนเดียว

 

“ ฮึก ไม่ผิด ฮึก ไม่อยากเป็นเพื่อนกันก็กลับไปซะ กลับไปซะ!!! ”     มินซอกเอ่ยปากลั่นวาจาในอ้อมกอดอุ่นของพี่ชายตัวสูง ไม่อยากจะหันหลังกลับไปมอง เพราะกลัวว่าจะแสดงความรู้สึกอ่อนแอนี้ออกมาอีกครั้ง น้ำตาที่เหือดแห้งไปนานนับสิบปีไม่คิดว่ามันจะหลั่งรินออกมาอีกครั้ง

 

ทำไมมันรู้สึกเจ็บแบบนี้นะ...

 

“ มิ... ”

 

“ กลับไปซะ นายทำให้น้องฉันร้องไห้มามากพอแล้ว กลับไปอยู่ในที่ของนายและอย่ามายุ่งกับมินซอกอีก ”     ชานยอลพยายามคุมโทสะที่สุ่มอยู่ในอกให้ลดลง ก่อนจะพูดให้ลู่หานเลิกยุ่งกับมินซอกได้แล้ว เพราะเขาไม่อยากให้เด็กคนนี้มีน้ำตา มันไม่ใช่แค่เจ้าตัวคนเดียวที่รู้สึกเสียใจ แต่อิทธิพลของหยดน้ำนี้กลับแรงกล้าต่อสภาพจิตใจที่แกร่งของคนปลอบอย่างเขา

 

“ แต่... ”

 

“ กลับไปเถอะ ฉันขอร้อง ”     ชานยอลเหนื่อยเหลือเกิน ความดื้อรั้นของผู้ชายที่ได้ชื่อว่าเป็นเพื่อนของน้องชายทำไมถึงได้น่ารำคาญแบบนี้ กลับไปสักทีเถอะเขาไม่อยากได้ยินเสียงหัวเราะร่าเริงกลายเป็นเสียงสะอื้นไห้แบบนี้  ไม่ชอบเอาซะเลยเสียงสะอื้นจนทำให้กายเล็กสั่นเทาแบบนี้

 

ชานยอลไม่รอให้ลู่หานพูดพล่าม คุณตำรวจจับหูหิ้วกระเป๋าก่อนจะประคองคนตัวเล็กให้เดินขึ้นไปยังห้อง ไม่คิดที่จะเหลียวหลังมามองคนที่เอาแต่ก้มหน้าอย่างรู้สึกผิดอยู่เบื้องหลัง

 

ลู่หานได้แต่มองคล้อยตามแผ่นหลังเล็กที่เดินลับเข้าไปในประตูแก้วบานใส ไม่อยากจะให้จากกันแบบนี้ แต่ทำไมกัน มึงถึงไม่เข้าใจกูบ้าง

 

อยากจะเป็นเพื่อนกันขนาดนั้นเลย...

 

แล้วกูจะต้องทำยังไง ไม่สบายใจเอาซะเลยที่จากกันทั้งๆที่เข้าใจผิดแบบนี้

 

“ หวังว่าสักวัน...มึงจะเข้าใจกูบ้าง ”     ลู่หานก็เหนื่อย เหนื่อยกายไม่เท่าไหร่ แต่ทำไมใจเขาถึงอ่อนล้าแบบนี้ อยากจะวิ่งเข้าไปรั้ง ฉุดแขนเล็กให้หันมาคุยกันให้รู้เรื่อง แต่ทำไมกันเขาถึงไม่ทำแบบนั้น เพราะทุกอย่างมันเปลี่ยนไปซินะ มินซอกไม่เข้าใจ

 

ไม่เข้าใจว่าความรู้สึกที่แท้จริงมันเป็นยังไง...

 

บางทีถ้าเข้าใจผิดๆแบบนี้เขาก็อาจจะทำใจได้ และสักวันเราจะกลับมาเป็นเพื่อนที่ดีต่อกัน เป็นเพื่อนกันจริงๆ ไม่มีเรื่องเซ็กส์หรือเรื่องความรู้สึกบ้าๆแบบนี้มาเป็นตัวรั้งให้เราใกล้กัน อยากจะรู้สึกบริสุทธิ์ใจเหมือนที่มินซอกรู้สึกบ้าง เขาอยากจะบริสุทธิ์ใจที่จะเป็นเพื่อนกับมินซอกอย่างใสสะอาด

 

ไม่ต้องรู้สึกสุขหรือทุกข์ทรมานมากมายเวลาเราใกล้หรือไกลกันแบบนี้...

 

“ ขอบคุณนะที่ให้โอกาสกัน ”     ลู่หานขอคิดเอาเองว่าที่มินซอกทำแบบนี้ เจ้าตัวเล็กอาจกำลังให้โอกาสเขาพิสูจน์ตัวเองหรือบางทีฟ้าก็กำลังลงโทษคนโง่ๆอย่างเขาที่ไม่รู้ใจตัวเอง ฟ้าอาจกำลังสั่งสอนให้เขารู้ว่ามินซอกเป็นเพื่อน และจะไม่มีวันเป็นมากกว่านั้น

 

เพราะมินซอกก็คิดกับเขาแค่เพื่อนเหมือนกัน

 

จะผิดไหม ถ้าเวลามันพิสูจน์ให้เขาทรยศความเป็นเพื่อน แต่ถ้าถึงวันนั้นเขาจะเป็นคนตัดสินใจเองว่าจะเอายังไง จะกลับมาเป็นเพื่อนกันหรือจะผลักดันให้ตัวเองเป็นมากกว่านั้น

 

เพราะตอนนี้เขาก็มีคนของเขาอยู่แล้ว แล้วมินซอกก็กำลังจะมีเหมือนกัน...

 

ถ้าคนโง่ๆอย่างกูชัดเจนกว่านี่ หวังว่ามึงจะยังคงให้โอกาสกูอีกสักครั้งนะ

 

แต่ในฐานะไหนก็ต้องรอดูอีกที เพราะตอนนี้กูยังไม่ชัดเจน...

 

 

 

 

 

TBC.

เฮือก! ตื่นจากฝันร้ายสักที เหนื่อยมาก หู้ด...โง่กันทั้งสองคนเลย ช่างสมอะไรกันแบบนี้ พี่ลู่โง่หมินก็ดันมาโง่อีก ไรท์อยากจะบ้าตาย ไม่เอาแล้วมันไม่ดีเอาซะเลย เอาใจช่วยพี่ลู่หน่อยนะคะ พี่แกต้องเผชิญเรื่องเลวร้ายตัวคนเดียวเยอะมาก

ตอนต่อไปเชิญกรี๊ดชานหมินค่ะ แม่ยกชานหมินยกมือหน่อยเร้ว...

มีใครรอฮุนไหมเอ่ย... รออีกนิดค่ะ

ตอนต่อไปพระรองจะเริ่มมีบทบาทมากขึ้นจนพระเอกของเราอยากจะกระโดดถีบไรท์ ช่วยไม่ได้ค่ะพระเอกเรื่องนี้โง่มากๆ นายเอกก็ไม่ต่างกันเนาะ สมกันดี คริๆ

เรื่องนี่ไม่เลวร้ายหรอกค่ะ ไรท์แต่งน้ำเน่าไม่เป็น ย้ำว่าแต่งไม่เป็น

แบมือขอกำลังใจหน่อย ยิ่งเม้นท์กันเยอะๆ ไรท์ก็จะได้ปั่นเร็วๆ จะได้อัพลงถี่ๆถ้ากระแสตอบรับดี

จุ๊บ

 

 

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 12 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

431 ความคิดเห็น

  1. #405 SLEEPWALKER. (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 1 สิงหาคม 2558 / 20:10
    /กุมหัว/ ขอยาดมให้ป้าที่ลูกหลาน อยากจะจับพี่ลู่มาเขย่า ๆๆๆๆแล้วเหวี่ยงลงทะเลไป จับนุ้งหมินมาตีก้น /ทำไมสองมาตรฐาน
    #405
    0
  2. #349 ppkw (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 26 มิถุนายน 2558 / 20:25
    โอววววววววววววววววว ;-; เรื่องมันแส๊ดด ;-;
    #349
    0
  3. #322 FAiTHH (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 9 มิถุนายน 2558 / 08:45
    งึ้ยยย พี่ลู่แม่งง ทำไมไม่บอกเร็วๆอ้าา หมินก็รีบไม่ฟังอะไรเลย ไม่ยอมๆๆๆ
    #322
    0
  4. #321 FAiTHH (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 9 มิถุนายน 2558 / 08:45
    งึ้ยยย พี่ลู่แม่งง ทำไมไม่บอกเร็วๆอ้าา หมินก็รีบไม่ฟังอะไรเลย ไม่ยอมๆๆๆ
    #321
    0
  5. #281 iamaoitme (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 26 พฤษภาคม 2558 / 23:50
    สมกันมาก ช่างไม่รู้อะไรบ้างเลย เรื่องเลยไปกันใหญ่
    #281
    0
  6. #229 Nabee_neko (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2558 / 22:07
    โง่ทั้งคู่ กรี้ดดดดดดดดดดดด
    #229
    0
  7. #163 DarkCornell (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 3 พฤษภาคม 2558 / 15:54
    ต่างคนต่างโง่ :(((
    #163
    0
  8. #144 5351 (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 30 เมษายน 2558 / 16:33
    เพิ่งได้มาอ่านเรื่องนี้ ชอบชานยอลมากกก 55555

    พี่ลู่คือใครไม่รู้ หมั่นไส้ ทำร้ายจิตใจมินซอก
    #144
    0
  9. #143 PiiProud (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 30 เมษายน 2558 / 02:49
    มึนทั้งคู่สิ่นะ
    #143
    0
  10. #141 Jakkaran55 (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 29 เมษายน 2558 / 21:58
    โง่ๆๆๆๆๆๆโง่ทั้งคู่ หงุดหงิดมากๆ
    #141
    0
  11. #140 อิอิ (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 29 เมษายน 2558 / 20:27
    มินซอกเธอทำให้ฉันเข้าใจผิดว่าเข้าใจพี่ลู่5555 เมื่อไหร่จะเข้าใจกันอะปล่อยให้เวลาพิสูจน์แต่รักแท้แพ้ใกล้ชิดนะเว้ย จากลู่หมินมันจะกลายเป็นชานหมินเอา #กบฎแปบบบบ 
    #140
    0
  12. #139 MySally (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 29 เมษายน 2558 / 19:46
    คิดเอง เออเองทั้งสองคนเลยเนอะ เฮ้อออ = = ขอให้อพลคิอได้ไวๆ ก่อนที่นี้จะเชียร์พระรองนะ อิอิ
    #139
    0
  13. #138 ☻You Are My A+☻ (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 29 เมษายน 2558 / 19:16
    พี่ลู่นี่ก็รู้ใจตัวเองช้าเหลือเกิน ไม่มีใครไม่ชอบอะไรที่ไม่ชัดเจนหรอก ถ้าเก่อยังช้าอยู่แบบนี้เค้าจะเชียร์ชานยอลแล้วนะ 5555555
    #138
    0
  14. #137 Yogurt osis (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 29 เมษายน 2558 / 18:40
    มินซอกโอปป้าคะ คือบางครั้งทฤษฎีทางการแพทย์ก็ไม่จำเป็นจะต้องเอาใช้ตอนนี้ก็ด้ายยยยยยยยนน ตอนแรกนี่ว่าพระเอกโง่แล้ว มาตอนนี้นายเอกทำให้เรารูว่านายไม่เคยฉลาดเรื่องความรู้สึกตัวเองเลย
    #137
    0
  15. #136 Min_Toon (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 29 เมษายน 2558 / 18:15
    คนอ่านเครียดเเทน เข้าใจผิดกันไปหมด5555 รอฉากพระรองมานาน ขอฟินหน่อย ><
    #136
    0
  16. #135 NikNuk_NN (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 29 เมษายน 2558 / 13:43
    เค้าเป็นกำลังใจให้ไรท์น้าาา มาอัพต่อเร็วๆนะคะ ค้างมาก
    #135
    0
  17. #134 Lminmhan (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 29 เมษายน 2558 / 13:23
    chanmin สู้ๆ ชอบมากที่สุด ขอบคุณนะคะ แล้วมาต่ออีกนะคะ สู้ๆ :)
    #134
    0
  18. #133 spdd (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 29 เมษายน 2558 / 13:08
    เห้ออออ เข้าใจผิดกันหมดเลยทีนี้ เวรรร
    #133
    0
  19. #132 fafaghggg (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 29 เมษายน 2558 / 13:08
    TT หน่วงงงงงงงงงงงงงง เเงงง ไรต์รีบมาต่อเลยนะ
    #132
    0
  20. #131 iivv (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 29 เมษายน 2558 / 13:07
    เเงะ เมนของบ่าวววว พี่หานน TT ซอกทำไมไม่เข้าใจพี่หานลูก เเต่ก็สมควรเเล้ว พี่หานไม่เเน่นอนสักที เป็นใครก็ต้องเป็นเเบบซอกก สู้สู้น้าา พ่อซังนัมจา เห้ออ
    #131
    0
  21. #130 Kkt88Love (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 29 เมษายน 2558 / 12:42
    เพิ่งเข้ามาอ่านเรยอ่านที่เดียวรวดเรยเพิ่งมาเมนอย่าโกรดน่า

    อยากบอกว่าหน่วงเกือบทุกตอน ทำไหมพี่ลู่โง่อย่างงี้สงสารมินซอกอ่ะ ชอบนะมากๆๆๆๆๆเรยชอบตรงที่มันหน่วงๆนี้แหละ ชอบๆๆๆๆสู้ๆๆๆ

    #130
    0
  22. #129 nastsi (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 29 เมษายน 2558 / 12:40
    สมควรอ่ะ อพล แกมัวแต่รอเวลา ซอกก็เข้าใจผิดไปหมดแล้ว
    #129
    0