จ้าวหัวใจมาร (คันธมาลี)

ตอนที่ 9 : ตอนที่ 3 ( 100 ค่ะ )

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 209
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 11 ครั้ง
    22 ต.ค. 62

ชาร์ลวางโทรศัพท์ที่เพิ่งสนทนากับนางแบบสาวจบลง หันมาเห็นเมขลายังคงไม่ไปไหนยืนอยู่ที่เดิมคล้ายกับว่ารอจะพูดอะไรด้วย สิ่งที่ทำให้เขาแปลกใจเล็กน้อยก็คือ แววตาวับวาวเป็นประกายที่แสดงความไม่พอใจเล็กน้อยจากดวงตาทั้งสองของเธอ

        "มีอะไรอีกหรือเปล่า" ชาร์ลเอ่ยถาม

        "ดิฉันขอบังอาจพูดอะไรกับคุณสักเรื่องได้ไหมคะ" ท่าทีของเมขลาดูจริงจัง

        เมื่อครู่คิดว่าจะไม่ยุ่งเรื่องของแม่ลูกตระกูลสมิธแล้ว เพราะคิดว่าตนเองไม่มีหน้าที่ไปจัดการอะไรแทนได้ แต่เมื่อได้ยินชื่อผู้หญิงที่ทำให้ผู้มีพระคุณต้องทุกข์ใจ และท่าทีของชาร์ลดูจะไม่รู้สึกใดๆ ต่อความทุกข์ใจนี้เลยสักนิด ทำให้เมขลากล้าที่จะเอ่ยเรื่องที่ติดอยู่ในใจขึ้นมา โดยไม่มีความเกรงกลัวเลยว่ากำลังพูดอยู่กับราชสีห์หนุ่มที่พร้อมจะขย้ำตนทุกเมื่อ

        "เรื่องอะไร" ชาร์ลย้อนถามด้วยความอยากรู้

        "ก่อนอื่นดิฉันต้องขอโทษที่พูดเรื่องนี้กับคุณค่ะ เพียงแต่ที่พูดเพราะเห็นคุณท่านทุกข์ใจ ท่านร้องไห้เพราะกังวลใจกับเรื่องนี้มาก ดิฉันไม่อยากเห็นท่านเป็นแบบนี้เลย" น้ำเสียงสาวน้อยเครือเล็กน้อย สงสารมาลัยรัตน์จับใจเหลือเกิน แล้วเริ่มพูดในสิ่งที่อยากจะบอกให้ชาร์ลรู้ต่อไปว่า

        "คุณรู้หรือเปล่าว่า คุณท่านเป็นห่วงคุณมากโดยเฉพาะเรื่องที่คุณยังไม่ยอมแต่งงาน ท่านอยากเห็นคุณแต่งงานมีครอบครัวที่อบอุ่นก่อนที่ท่าน เอ่อ ท่านจะไม่มีโอกาสได้เห็น"

        ชาร์ลนิ่งไม่มีท่าทีใดตอบกลับมา แต่เมขลาสังเกตเห็นได้ว่าในดวงตาสีน้ำตาทองคู่นั้นมีประกายเจิดจ้าขึ้นมา ซึ่งเดาไม่ถูกว่าพอใจหรือไม่พอใจกันแน่ แต่ว่านาทีนี้หญิงสาวกล้าหาญที่จะพูดทุกอย่างให้มาลัยรัตน์มีความสุข โดยไม่สนใจว่าคนที่ยืนฟังจะโกรธเคืองแต่ประการใด

        "ถ้าคุณกลัวว่าท่านจะไม่ยอมรับ เอ่อ คู่รักของคุณแล้วล่ะก็ ดิฉันคิดว่าคุณคิดผิด และอยากเสนอว่าให้คุณพาคู่รักไปพบท่าน เรียนท่านให้ทราบว่าตกลงพร้อมจะแต่งงานสร้างครอบครัวเมื่อไร ท่านจะได้สบายใจและเลิกทุกข์ใจเรื่องนี้เสียทีค่ะ"

        "มัมพูดเรื่องนี้กับเธอเมื่อไร" ชาร์ลเอ่ยถามกลับมาเป็นคำแรก

        เขาปรายตามองคนที่พูดเรื่องแต่งงานแทนมารดาด้วยความรู้สึกที่เต็มไปด้วยคำถาม เมขลาพูดเรื่องนี้เพราะอะไร เพราะมาลัยรัตน์ระบายความทุกข์ใจให้ฟัง แล้วเธอเอามาถ่ายทอดอีกทีหนึ่งเพื่อให้ชาร์ลรับรู้

        หรือว่าเมขลากับมารดามีแผนการอะไรในใจ ที่จะทำให้เขายอมตกลงเรื่องแต่งงานตามความต้องการของมาลัยรัตน์ ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใดก็แล้วแต่ คนอย่างชาร์ล สมิธไม่มีวันให้ใครมาจูงจมูกง่ายๆ ยิ่งเรื่องที่เกี่ยวกับชีวิตทั้งชีวิตด้วยแล้ว ยิ่งไม่มีวันใจอ่อนทำอะไรให้ใครเพราะคำว่าสงสารเพียงอย่างเดียวแน่

        "เมื่อเช้าค่ะ ตอนที่ดิฉันเอาเครื่องเพชรเข้าไปคืนท่าน ท่านเห็นข่าวในหนังสือพิมพ์ที่คุณ เอ่อ ซื้อสร้อยเพชรให้นางแบบคนนั้น ท่านร้องไห้แล้วเผลอระบายออกมากับดิฉัน" เมขลาพูดตามเหตุการณ์จริง

        "ฉันเข้าใจสิ่งที่มัมคิด ฉันเองก็อยากทำตามที่มัมต้องการเหมือนกัน เพียงแต่ว่า..."

        "แต่ว่าอะไรคะ" เมขลารีบถามด้วยความอยากรู้

        เผื่อว่าจะเอาคำพูดของชาร์ลไปถ่ายทอดให้มาลัยรัตน์ฟังอีกที เมื่อรู้ปัญหาว่าติดขัดที่ตรงไหนจะได้แก้ไขถูก และสุดท้ายเรื่องก็จะลงเอยด้วยความสุข

        "เพียงแต่ฉันยังไม่พร้อม ไม่ต้องการดูแลใคร ไม่คิดจะหยุดชีวิตไว้ที่ผู้หญิงคนไหนเพียงคนเดียว สรุปก็คือฉันไม่อยากแต่งงาน"

        คำตอบของชาร์ลทำให้คนฟังถึงกับอึ้งจนพูดอะไรไม่ออก เมขลาเข้าใจแล้ว คำว่าพ่อพวงมาลัยลอยไปลอยมาคงเหมาะกับเขาที่สุดแล้ว มิน่าเล่า ผู้มีพระคุณของเธอถึงได้ทุกข์ใจนัก

         "คุณไม่คิดจะเปลี่ยนใจจริงๆ เหรอคะ" เมขลาหวังจะกล่อมเขาอีกสักครั้ง วิชาจิตวิทยาที่เล่าเรียนมาเริ่มนำออกมาใช้

        "เปลี่ยนใจงั้นเหรอ" ชาร์ลย้อนถามพลางหรี่ตามองคนที่อยู่ตรงหน้า อยากรู้ว่าเจ้าหล่อนจะพูดอะไรต่อจึงยืนเฉยให้อีกฝ่ายเสนอความคิดออกมาได้เต็มที

        "ค่ะ ความหวังดีของท่านมีแต่เรื่องดีๆ สำหรับคุณนะคะ"

        "เช่นอะไรบ้าง"

        "ถ้าคุณมีครอบครัวมีใครสักคนอยู่เคียงข้าง อย่างน้อยท่านก็หมดห่วง หรือถ้าคุณ เอ่อ มีหลานเล็กๆ มาให้ท่านอุ้ม การที่ท่านมีหลานมีเด็กมาวิ่งในบ้าน ยิ่งทำให้ท่านมีความสุขมากขึ้นไปอีก มีแต่เรื่องดีๆ นะคะ"

        "แต่งงานมีลูกงั้นเหรอ" ชาร์ลทวนคำพูดของเธออีกครั้ง ให้เขาแต่งงานกับผู้หญิงสักคน หาแม่พันธุ์มาผลิตลูกเพื่อให้มารดามีความสุข ตลกสิ้นดี

        "หัวอกคนเป็นแม่ก็คงอยากเห็นลูกมีครอบครัว มีภรรยาที่มาดูแลคุณแทนท่าน แล้วก็มีโซ่ทองคล้องใจมีหลานให้ท่านอุ้ม คนอายุมากแล้วก็คงหวังสิ่งเดียวคืออยากมีลูกมีหลานอยู่ใกล้ๆ นะคะ"

        "แล้วมีข้อไหนเกี่ยวกับฉันบ้าง" ท่านประธานหนุ่มย้อนกลับทันที

        "ทุกข้อที่เธอพูดมา มัมมีความสุขแค่คนเดียว แล้วฉันล่ะ ฉันมีความสุขที่ข้อไหน" นัยน์ตาสีน้ำตาลทองเป็นประกายเจิดจ้าจนเมขลารู้สึกกลัว ถึงกับต้องเมินหน้าหนีและเริ่มรู้สึกว่าควรใช้ทางหนีทีไล่ที่แอนนาบอกมาเสียแล้ว

        "มันไม่แฟร์กับฉัน ถ้าจะแต่งงานเพียงแค่ให้มัมมีความสุข" ชาร์ลเอ่ยขึ้นอย่างจริงจังอีกครั้ง

        "มันไม่ใช่แค่เรื่องแฟร์หรือไม่แฟร์นะคะ แต่มันคือเรื่องของความรักความห่วงใยที่แม่มีต่อลูกชายตัวเองต่างหาก" เมขลาอ้าปากเถียงอย่าลืมตัว

        "อะไรนะ" ชาร์ลหันขวับมามองหน้าคนพูดทันที  

        เอาแล้วไหมล่ะ เมขลาโอดครวญในใจ ไม่น่าเลยจริงๆ ไม่น่าไปพูดอะไรให้ชาร์ลไม่พอใจเลย สีหน้าและแววตาที่แสดงความไม่พอใจในคำพูดทำให้ต้องหุบปาก และบอกตัวเองออกจากห้องนี้ให้เร็วที่สุดก็จะยิ่งดี

        "เธอคิดว่าฉันไม่รู้หรือไงว่ามัมรักและห่วงใยแค่ไหน" นัยน์ตาสีน้ำตาลทองกร้าวขึ้นอีกเล็กน้อย ทีแรกว่าจะไม่โกรธ แต่พอฟังประโยคสุดท้ายชักเริ่มอารมณ์เสีย

        "ขะ ขอโทษค่ะ ดิฉันพูดจาไม่เข้าท่า พูดไม่รู้เรื่อง ดิฉันขอตัวกลับก่อนค่ะ" เมขลาตัดบททันที ไม่อยากอยู่ต่อแล้วเกรงว่าขืนพูดอะไรออกไปอีกคำเดียว จะทำให้เรื่องทุกอย่างบานปลายมากไปกว่านี้

        "เดี๋ยว" ชายหนุ่มเรียกเสียงเข้ม คราวนี้เป็นทีของชาร์ลบ้างแล้ว คอยดูเถอะ เขาจะไล่บี้ให้จนมุมพร้อมเรียกค่าเสียหายชดเชยที่ทำให้ต้องอารมณ์เสียแน่

        "ที่พูดมาทั้งหมดเพื่อต่อว่าฉันว่าเป็นลูกอกตัญญู หรือมีอย่างอื่นแอบแฝงกันแน่" ดวงตาคู่คมจ้องมองมาที่สาวน้อย

        ท่านประธานหนุ่มมองออกว่าคนที่อยู่ตรงหน้าเกรงกลัวเพียงไร เมขลากำลังสั่น สั่นที่ถูกย้อนถามด้วยสีหน้าที่ดูเหมือนโกรธ และกลัวเมื่อต้องเผชิญหน้าอย่างจัง สั่นเป็นลูกนกเช่นนี้ ควรแล้วใช่ไหมที่ชาร์ลจะกดกอดให้หายหนาว และเรียกค่าดูแลเพิ่มเติมจากที่คิดไว้เมื่อครู่

        "เข้าใจผิดแล้วค่ะ ฉันแค่มาบอกให้คุณรู้ว่า คุณท่านไม่สบายใจเท่านั้น ฉันไม่ได้คิดว่าคุณเป็นอะไรทั้งนั้น" เมขลาเริ่มรู้สึกว่าเนื้อตัวสั่นราวกับเป็นไข้ กลัวก็ด้วยส่วนหนึ่ง แต่ดวงตาคมกริบที่กำลังจ้องมองนั่นต่างหากเล่า ที่ทำให้ทั้งกลัวทั้งปั่นป่วนไปทั้งหัวใจจนควบคุมตัวเองไม่ได้

        "เธอกำลังทำตัวเป็นนางฟ้าเข้าอกเข้าใจมัมเหลือเกินนะ หรือว่ากำลังจะเสนอตัวมาทำให้ฝันของมันเป็นจริงล่ะ"

        "คุณ..." สาวน้อยเม้มปากแน่น พยายามนับหนึ่งถึงสิบในใจไม่ให้โกรธ แม้ว่าคำพูดของอีกฝ่ายจะทำให้จี๊ดขึ้นสมองก็ตามที

        "ถ้าเธออยากให้มัมมีความสุขจริงอย่างที่พูด ทำไมไม่ลงทุนหน่อย" เขาปรายตามามองเด็กในอุปการะเล็กน้อยแล้วเอ่ยต่อว่า

        "หรือคิดซะว่าเป็นค่าตอบแทนที่มัมทุ่มเทให้กับเธอมาหลายปีก็ได้ เอาไหมล่ะ ถ้าเธอกล้าลงทุน ฉันก็กล้าเสี่ยง"

        การท้าทายของชาร์ลมีพลังพอที่จะให้เมขลาตอบโต้กลับอย่างไม่มีความเกรงกลัวแม้แต่น้อย ความมั่นใจที่เคยหายไปเมื่ออยู่ต่อหน้ากลับมาอีกครั้ง เมื่อได้ฟังคำพูดที่กล่าวหาความหวังดีของตนไปในทางลบ ถึงจะเป็นราชสีห์ตัวใหญ่แต่ถ้าไม่มีสมองรู้จักคิด เอาแต่พาลหาเรื่องหรือโบ้ยความผิดไปที่คนอื่นแบบนี้ เมขลาก็ไม่จำเป็นต้องเกรงใจกันอีกแล้ว

        "คุณพูดอะไร ดิฉันไม่เข้าใจความหมายที่คุณพูด" ใบหน้าหวานเชิดขึ้นเล็กน้อย น้ำเสียงและท่าทีของเมขลาแข็งกร้าวขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัด

        "งั้นเราไม่พูดเรื่องเมื่อกี้ แต่มาพูดเรื่องที่มีควรเป็นโดยมีฉันกับเธอดีไหม" ชาร์ลวางแผนบางอย่างในหัวสมองอย่างรวดเร็ว

        เขาแปลกใจตัวเองเหลือเกินที่สนใจค้นหาผู้หญิงตรงหน้าอย่างไม่หยุดหย่อน เมขลาเหมือนสองคนในร่างเดียวจริงๆ เมื่อวานอ่อนหวานน่าทะนุถนอมราวกับนางฟ้าบนสวรรค์ แต่ดูตอนนี้ซิเธอเหมือนนางสิงห์ที่ไม่หวั่นเกรงใดๆ ทั้งสิ้น และพร้อมจะตะครุบเหยื่อที่หมายปองจะทำร้ายให้ตายทันทีเลยด้วย ผู้หญิงแบบนี้ซิ ที่น่าจะวัดใจดูหน่อยว่า ราชสีห์หนุ่มที่ใครๆ ก็เกรงกลัว กับนางสิงห์ที่พร้อมสู้สุดใจใครจะแน่กว่ากัน

        "ฉันไม่มีอะไรจะพูดกับคุณแล้ว" เมขลาสะบัดหน้าหนีทันที

        "ไม่มีหรือไม่กล้า เธอเป็นพวกดีแต่พูดใช่ไหม เมขลา ทีหลังถ้าพูดเก่งแต่ทำไม่ได้ อย่าริเอาคำพูดของมัมมาพูดให้ฉันรกหูอีก และจำไว้ว่าถ้าฉันอยากจะทำอะไร ใครก็ห้ามไม่ได้" ชาร์ลยียวนกวนประสาทให้มากที่สุด

        "ฉันรู้ค่ะ รู้ว่าคนอย่างคุณคงไม่เคยเห็นใจคนอื่น"

        "ถ้าอยากให้ฉันเข้าใจหัวอกของมัม งั้นงานนี้เธอคงต้องลงทุนให้มัมหน่อยแล้วล่ะ กล้าไหมล่ะ" กล้ารับคำท้าของเขาไหม เมขลา ชาร์ลภาวนาให้เธอกล้า

        "คุณหมายความว่าไง" หญิงสาวไม่เข้าใจคำพูดที่ชาร์ลเอ่ยมา

        "ฉันไม่เคยอยู่กับผู้หญิงคนไหนเกินสองชั่วโมงได้ เพราะฉะนั้นถ้าจะให้เรื่องนี้งดงามคงจะต้องมีผู้หญิงสักคนมาตามติดฉันยี่สิบสี่ชั่วโมง ทำตัวเหมือนเป็นว่าที่เมียในอนาคต แต่ว่ามันเป็นแค่การซ้อมต้องไม่มีข้อผูกมัดอะไรทั้งสิ้น และฉันคิดว่าคนที่เหมาะสมที่สุดก็น่าจะเป็นเธอ พร้อมไหมล่ะ พร้อมที่จะช่วยทำให้มัมสมหวังไหม"

        ใบหน้าหวานแดงก่ำขึ้นมาเล็กน้อยเมื่อได้ยินข้อเสนอที่แสนจะเอาเปรียบกัน แต่ชาร์ลกลับทำเป็นไม่สนใจและตั้งใจจะยั่วเมขลาต่อไปอีก  

        "จะตกลงตามนี้เพื่อให้มัมมีความสุข หรือว่าจะทำตัวอกตัญญูไม่ช่วยผู้มีพระคุณที่กำลังมีเรื่องทุกข์ใจล่ะ ถ้าตกลงเราจะได้มาเริ่มทำให้ฝันของมัมเป็นจริงเสียที" ชาร์ลก้าวเข้ามาหาเมขลาด้วยสีหน้าจริงจัง

        "ดิฉันทำให้คุณเสียเวลาทำงานมากพอแล้ว ขอตัวกลับก่อนนะคะ สวัสดีค่ะ" เมขลาไม่เล่นด้วยและคิดว่าไม่สมควรอยู่ที่นี่ต่อไปอีก หญิงสาวกล่าวลาและขอตัวกลับยังไม่ทันจะเอื้อมมือเปิดประตูห้อง ชาร์ลก็รีบคว้าแขนของเธอไว้แล้วดึงเข้ามาในอ้อมแขนอย่างรวดเร็ว

        "จะทำอะไร ปล่อยฉันนะ" เมขลาขืนตัวไว้ไม่ยอมให้ชาร์ลดึงตัวเข้าไปแนบชิดมากเกินกว่านี้ ดวงตาคู่สวยฉายแววแห่งความกลัวอย่างเห็นได้ชัด ราชสีห์หนุ่มเห็นดังนั้นก็ยิ่งได้ใจ

        "แน่ใจว่าอยากให้ฉันปล่อย" เจ้าของดวงตาสีน้ำตาลทองพูดทีเล่นทีจริง แกล้งรั้งตัวเมขลาเข้ามาใกล้มากขึ้นอีก ในขณะที่อีกฝ่ายใช้สองมือดันต้านอย่างเต็มที่เช่นกัน

        "คุณชาร์ล ทำบ้าอะไรเนี่ย ปล่อยฉันเดี๋ยวนี้นะ ไม่งั้นล่ะก็..." สาวน้อยพยายามดิ้นรนหาตัวช่วยให้ตนเองรอดพ้นเงื้อมมือของท่านประธานหนุ่มไปได้

        "ไม่งั้นจะทำไม จะฟ้องมัมเหรอ" น้ำเสียงท่านประธานหนุ่มคล้ายกับจะหยอกเย้า

        "ใช่ ฉันจะฟ้องคุณท่านว่าคุณรุ่มร่ามกับฉัน" เธอพูดจริงไม่ใช่แค่ขู่

        "จะเอาเหตุผลนี้ไปโมเมกับมัม แล้วให้ฉันรับผิดชอบงั้นซิ" เขาพูดหน้าตายแกล้งยั่วโมโห ซึ่งได้ผล

        "คุณชาร์ล" เมขลาตะโกนเสียงดังลั่นห้อง มองหน้าคนพูดด้วยความโมโหเพิ่มขึ้นไปอีก

        "ฉันแค่บอกให้รู้ว่าตอนนี้คุณท่านกลุ้มใจในตัวคุณแค่ไหนเท่านั้น ไม่ได้คิดอย่างอื่นและไม่จำเป็นที่ฉันต้องเอาตัวเข้ามาเกี่ยวพันกับเรื่องบ้าๆ พวกนี้ด้วย คุณจะทำอะไรต่อไปมันก็เรื่องของคุณไม่เกี่ยวกับฉันทั้งสิ้น"

        "แต่เธอต้องเกี่ยวและต้องเป็นคนรับผิดชอบเรื่องนี้ด้วย" ชาร์ลเอ่ยเสียงเข้ม ใบหน้าคมดุดันขึ้นมาทันที

        "ทำไมฉันต้องรับผิดชอบ ในเมื่อเรื่องนี้เป็นเรื่องของคุณกับคุณท่านเท่านั้น" เมขลาย้อนถามกลับไปทันที

        "ลืมไปแล้วเหรอว่าที่มายืนพูดฉอดๆ อยู่ที่นี่ได้เพราะใคร"

        "มัมดูแลเธอด้วยเงินของครอบครัว ทุกบาททุกสตางค์ที่เธอได้ไปจากครอบครัวเราเป็นน้ำพักน้ำแรงของฉันทั้งนั้น ดังนั้น..." ชายหนุ่มเว้นวรรคเล็กน้อย ชำเลืองมองดูสีหน้าคนฟังว่ารู้สึกอย่างไรในเวลานี้

        "เธอสมควรตอบแทนบุญคุณของครอบครัวฉัน"

        "อะไรนะ" เมขลาตกตะลึงถึงกับพูดไม่ออก ตอบแทนบุญคุณงั้นเหรอ เธอตอบแทนแน่แต่ไม่ใช่ด้วยวิธีบ้าๆ เช่นนี้

        "เธอต้องเป็นคนทำให้ฉันรู้สึกว่าการแต่งงานดีแค่ไหน ทำให้ฉันพร้อมที่จะแต่งงานกับใครสักคน ถ้าเธอทำได้ ฉันมีความรู้สึกอยากแต่งงานมีเมียขึ้นมาจริงๆ แล้วล่ะก็ เรื่องที่เธอบอกว่ามัมทุกข์ใจเพราะฉันก็จะหมดไป ทีนี้เธอคงได้เห็นหน้ามัมมีความสุขมีรอยยิ้มสมใจแน่" ชาร์ลอมยิ้มที่มุมปากเล็กน้อย รู้สึกสะใจที่ได้ทำให้คนปากดีพูดไม่ออก ในขณะเดียวกันก็ตีหน้าขรึมพูดต่อไปอีกว่า

        "ถ้าเธอปฎิเสธก็ไม่มีใครว่า แต่มัมก็คงต้องอยู่กับความรู้สึกแบบนี้ต่อไปเรื่อยๆ จนกว่าจะถึงวันที่ฉันอยากแต่งงาน"

        "คุณเอาความรู้สึกคุณท่านมาล้อเล่นไม่ได้นะ" เมขลาแย้งขึ้น

        "ฉันไม่ได้เอาความรู้สึกมัมมาล้อเล่น ฉันพูดความจริงต่างหาก ว่าแต่เธอเถอะ กล้าทำเพื่อให้ฝันของมัมเป็นจริงหรือเปล่า"

        เวลานี้เมขลามึนไปหมดแล้ว อะไรกัน ทำไมเธอต้องไปเกี่ยวข้องกับเงื่อนไขประหลาดของชาร์ลด้วย ถ้าทำแบบนั้นก็เท่ากับว่าเอาตัวเองไปสังเวยถึงที่ เป็นของเล่นให้พ่อพวงมาลัยเอาเปรียบโดยไม่เหลือศักดิ์ศรีอะไรให้กับตัวเองเลยงั้นซิ วิธีที่จะตอบแทนบุญคุณมีอีกมายมายหลายร้อยวิธี ซึ่งไม่ใช่การยอมทำตามเงื่อนไขบ้าๆ แบบนี้

        "ว่าไง ฉันรอฟังคำตอบนานแล้วนะ ถ้าขืนเธอช้า มัมก็จะยิ่งทุกข์ใจนานขึ้นไปอีก"

        "ฉันคงทำตามเงื่อนไขของคุณไม่ได้ และเชื่อว่าคุณท่านเองก็คงไม่เห็นด้วย" เมขลาเชื่อว่าเป็นเช่นนั้น มาลัยรัตน์ไม่มีทางเห็นแก่ตัวเอาคนอื่นมาเกี่ยวข้องกับการหาสะใภ้ให้ลูกชายแน่

        "เธอคิดว่าอย่างนั้นเหรอ" นัยน์ตาสีน้ำตาลทองเป็นประกายเจิดจ้าขึ้นมาทันที

        ชาร์ลไม่คิดว่าเมขลาจะกล้าปฏิเสธ ทำให้รู้สึกเสียหน้าเล็กน้อยเมื่อท่าทีของหญิงสาวไม่มีความกังวลใดๆ กับข้อเสนอที่ยืนไปก่อนหน้า แถมเมื่อเจ้าหล่อนสะบัดตัวออกห่างจากการถูกรวบตัวไว้ด้วยแล้ว ใบหน้าหวานเชิดขึ้นน้ำเสียงที่เปล่งออกมากังวาลราวกับนางหงส์ที่ทรงอำนาจ

        "ฉันมั่นใจว่าคุณท่านไม่มีทางทำแบบนี้แน่ และฉันไม่มีวันไปเป็นเมียทดลองให้ใครเด็ดขาด โดยเฉพาะผู้ชายที่ไร้หัวใจไม่ให้เกียรติผู้หญิง เชิญคุณตามสบายอยากจะแต่งงานตอนไหนทำอะไรก็สุดแท้แต่ต้องการ ฉันคงได้แต่ปลอบใจและบอกคุณท่านว่าให้รอจนกว่าคุณจะคิดได้เองว่าควรทำอะไรให้แม่ตัวเองมีความสุขที่สุด"

        "เธอพูดแบบนี้หมายความว่าเธอรักมัม มากกว่าที่ฉันรักงั้นซิ" แววตาของชาร์ลกร้าวขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัด

        ท่านประธานเอ็มเอสกรุ๊ปโกรธจนหน้าแดงแล้ว ตั้งแต่เกิดมายังไม่เคยมีใครกล้าดีมาต่อปากต่อคำด้วยแม้แต่คนเดียว เมขลาเป็นคนแรกที่กล้ามาต่อว่า ประชดประชัน กล่าวหาว่าไม่รักแม่ แถมยังพูดอีกว่าจะไม่ยอมทำตามเงื่อนไขที่บอก แบบนี้ไม่เรียกว่าท้าทายแล้วจะเรียกว่าอะไร และถ้าคนอย่างเขาไม่จัดการแม่ตัวดีให้อยู่ในอุ้งมือได้แล้วล่ะก็ อย่ามาเรียกว่านายน้อยแห่งตระกูลสมิธ

        "สิ่งที่คุณต้องการให้ฉันทำไม่ใช่การตอบแทนบุญคุณ แต่มันเป็นความเห็นแก่ตัวของตัวคุณเองต่างหาก ว่าไปฉันรู้สึกสงสารคนที่จะต้องมาแต่งงานเป็นภรรยาคุณเหลือเกิน จะรู้ไหมว่า..."

        "ทำไม ผู้หญิงที่จะมาเป็นเมียฉันมันน่าสงสารตรงไหน" ยิ่งฟังเมขลาพูดชาร์ลก็ยิ่งโกรธหน้าแดงขึ้นไปอีก

        "ก็น่าสงสารตรงที่คุณเห็นผู้หญิงทุกคนเป็นแค่ที่ระบายอารมณ์ เป็นของเล่นไม่มีความจริงใจสักนิด มิน่าล่ะ คุณท่านถึงได้เรียกคุณว่าพ่อพวงมาลัยลอยชายไปลอยชายมา"

        "เมขลา"

        ชาร์ล สมิธโกรธอย่างที่สุดเมื่อถูกสาวน้อยตรงหน้าพูดจาตอกกลับอย่างเจ็บแสบ ราชสีห์หนุ่มแห่งเอ็มเอสกรุ๊ปกระชากตัวเมขลาเข้ามาอย่างรวดเร็ว แล้วจู่โจมส่งริมฝีปากไปปิดวาจาเชือดเชือนที่ส่งเสียงรบกวนจิตใจให้เงียบหายไปในพริบตา ลงโทษด้วยการบดขยี้เรียวปากสวยอย่างรุนแรงและรุกเร้าบีบบังคับให้อีกฝ่ายยอมศิโรราบตามโทสะ

        รสหวานจากริมฝีปากคนกล้าต่อกรทำให้ชาร์ลยั้งใจไว้ไม่อยู่ ต้องรุกไล่ครอบครองเป็นเจ้าของมากขึ้นเรื่อยๆ ยิ่งอีกฝ่ายไร้ประสบการณ์ต่อสู้กลับเขาก็ยิ่งได้ใจ จากที่ต้องการแค่ลงโทษและปราบพยศให้รู้ว่าใครเป็นใคร ตอนนี้ชาร์ลมีความต้องการที่จะชักชวนให้อีกฝ่ายโอนอ่อนผ่อนตามใจที่ปรารถนา ความรุนแรงที่ริ่มต้นค่อยๆ แปรเปลี่ยนไปเป็นความอ่อนโยน รู้จักผ่อนหนักผ่อนเบาและหลอกล่อเชื้อเชิญให้เมขลาคล้อยตามได้ในที่สุด

        "คุณ..." สาวน้อยหน้าแดงก่ำหอบหายใจสะท้าน เสียจูบแรกในชีวิตอย่างไม่รู้เนื้อรู้ตัว อยากจะสั่งสอนคนที่ปล้นจูบไปต่อหน้าต่อตาก็ไม่ทำไม่ได้ อีกทั้งอับอายจนไม่รู้จะเอาหน้าไปไว้ที่ไหนเมื่อเห็นรอยยิ้มของชาร์ลที่มองมาในเวลานี้

        "ไง เปลี่ยนใจถอนคำพูดมาตกลงตอนนี้ก็ยังไม่สายนะ" เขายิ้มยั่วอย่างอารมณ์ดี

        เมื่อครู่ถ้าไม่กลัวว่าเมขลาจะขาดอากาศหายใจเสียก่อน ชายหนุ่มไม่มีวันยอมคืนจูบให้แน่ ผู้หญิงอะไร จูบหวานเป็นบ้า แถมเนื้อตัวก็นุ่มนิ่มน่ากอดปลุกไฟในร่างกายให้ลุกโชนขึ้นมาอย่างรวดเร็ว ถ้าทำได้ตามใจปรารถนา รับรองว่าคงไม่ได้แค่จูบเฉยแค่นี้แน่

        "ต่อให้โลกนี้เหลือผู้ชายแค่คุณคนเดียว ฉันก็ไม่มีวันทำแบบนั้นแน่" เมขลาประกาศกร้าวชัดเจน แล้วสะบัดหน้าเดินหนีออกจากห้องไปอย่างรวดเร็ว

        "แล้วสักวันเธอจะต้องถอนคำพูดนี้ เมขลา" ชายหนุ่มตะโกนไล่หลังด้วยสายตาแข็งกร้าว คอยดูเถอะ ชาร์ลจะต้องทำให้ได้ ทำให้เมขลามาสยบอยู่ในเงื้อมมือให้จงได้

        เมขลาไม่ได้ยินเสียงตะโกนไล่หลังใดๆ ทั้งสิ้น ตอนนี้ก็แทบจะทรงตัวเดินไม่เป็นทางเพราะจิตใจยังเลื่อนลอยไปกับจูบเมื่อครู่ แต่ก็ต้องฝืนเดินออกมาให้ได้ เพราะขืนอยู่ต่อนานกว่านี้คงได้เป็นลมรับจูบแรกของชีวิตแน่ๆ ผู้ชายอะไร จูบเพียงครั้งเดียวก็กระชากจิตใจให้เตลิดจนกู่ไม่กลับได้ขนาดนี้

 

          มากันยาวๆ ชดเชยที่หายไปหลายวัน

          อีบุ๊คมาวันที่ 25 นี้นะคะ เตรียมตัวโหลดกันนะคะ

          ฝากเพจนักเขียนค่า คันธมาลี




ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 11 ครั้ง

0 ความคิดเห็น