คัดลอกลิงก์เเล้ว
นิยาย Infinite---THE LAST CHANCE--- Infinite---THE LAST CHANCE--- | Dek-D

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้

THE LAST CHANCE

(MYUNGYEOL)


ถ้าหากว่าคุณมีโอกาสที่จะบอกรักคุณที่คุณรัก ขอให้คุณใช้โอกาสนั้น
เพราะคุณไม่มีวันรู้ว่าวันนึงคุณอาจจะเสียโอกาสนั้นไป
โดยไม่มีวันได้คืน
.
.
.
.
.
좋은 날 이오고 힘들 날이와도
떠오를사람 너뿐일 것 같아
생각해 본 적이있어먼 내일에
여전히함께있을 너와날
.
.
.
.

วันที่ดีผ่านเข้ามา วันที่ร้ายก็มาถึง


คนที่ฉันไม่มีทางลืม คือเธอคนเดียวเท่านั้น


เคยลองคิดๆดู ถึงวันพรุ่งนี้ที่แสนไกล


จะมีเธอและฉัน อยู่ด้วยกันตลอดไป



WITH- infinite 
<music>

 

 

เนื้อเรื่อง อัปเดต 13 มิ.ย. 56 / 19:58


 

 THE LAST CHANCE 

 

 


หยดฝนเม็ดแรกประทับบนกระจกรถคันเงาสีดำ และภายในไม่กี่นาทีก็พากันโปรยลงมาทำให้บรรยากาศรอบๆชื้นแชะไปหมด

ผู้คนบนถนนเริ่มจะเบาบาง เพราะทุกคนต่างพากันหลบฝน

ไม่รู้ว่าเพราะอากาศที่เย็นขึ้นทำให้ ร่างที่นั่งอยู่ในรถสั่นไปทั้งตัว หรือ เป็นเพราะความตื่นเต้นจากบุคคลที่เค้ากำลังรอพบ

มยองซู เอื้อมมือไปหรี่แอร์ และยกนาฬิกาข้อมือขึ้นมาดูอีกครั้ง
เค้าเงยหน้ามองท้องฟ้าและ จินตนาการถึง เมื่อครึ่งชั่วโมงที่แล้ว ที่ขอบฟ้ายังพอจะมีแสงอาทิตย์ลอดมาให้เห็น แต่ตอนนี้กลับมืดสนิท

 

“ซองยอล”
เค้าพึมพำกับตัวเอง เมื่อสายตาที่กวาดไปกวาดมาตามทางเท้าริมถนนต้องหยุดชะงัก เมื่อเค้าเห็นชายร่างบาง สวมเสื้อฮู๊ด กำลังวิ่งเหยาะๆมาจากอีกฟาก ถึงมันจากไกลริบ แต่เค้ามั่นใจว่าต้องใช่ซองยอลแน่ๆ

มยองซูถูมือกันไปมาเพื่อทำให้ตัวเองอุ่นขึ้นเผื่อจะให้หายสั่น แต่มันก็ดูไม่ช่วยอะไร เค้าแกล้งทำเป็นมองไปทางอื่น เพราะเค้าเขินและตื่นเต้นไปหมด  ทำตัวไม่ถูกเมื่อต้องเจอตัวจริง และเค้าเองก็ไม่อยากให้เจ้าตัวรู้ว่าเค้าเห็นแล้ว

 

แต่เค้าก็ต้องสะดุ้ง เมื่อได้ยินเสียงเบิ้ลเครื่องของรถแต่งซิ่งที่กำลังรอสัญญาณไฟ พร้อมที่จะเหยียบคันเร่งพุ่งออกมา

มยองซูหันกลับมามองซองยอลที่กำลังก้มหน้าก้มตาเดิน
มาจนเกือบจาถึงทางม้าลายที่ฝั่งตรงข้าม

เค้าตัดสินใจบีบแตรลั่น เพื่อให้ซองยอลเงยหน้าขึ้นมามองรถที่กำลังจะพุ่งออกมา

หน้าหวานในเสื้อฮู๊ดเงยขึ้นมองและโบกมือพร้อมกับส่งรอยยิ้มให้เค้า
ขณะที่เท้ากำลังก้าวข้ามทาง
ม้าลายอย่างไม่รู้อิโหน่อิเหน่

มยองซูรู้ว่าอะไรกำลังจะเกิดขึ้น เค้ารู้สึกได้ถึงความเร็วและแรงของรถคันนั้นที่กำลังจะพุ่งชนร่างบางๆภายในอีกไม่กี่วินาที

แต่ด้วยสัญชาตญาณ เค้าเหยียบคันเร่งสุดแรง
หวังว่าแรงปะทะจะไปเบี่ยงเบนทิศทางของรถซิ่ง

 

เพียงไม่กี่วินาที ร่างของมยองซูที่ชุ่มไปด้วยเลือดและหยดน้ำฝน
ก็นอนอยู่ข้างซากรถที่พังไม่เหลือชิ้นดี

ลมหายใจที่แผ่วเบา และ แววตาริบหรี่ของเค้า พยายามค่อยๆเหลือบมอง

 

ตอนนี้ผมไม่รู้สึกอะไรซักนิด ไม่ว่าจะเป็นความหนาวเย็นที่ปกคลุมร่างผมไปทั้งตัว ความเจ็บปวดทั้งหลายแหล่ หรือแม้แต่จะเป็นเสียงดังก้องสนั่นของผู้คนรอบๆตัว

สายตาของผมจ้องค้างไปที่ร่างบางๆ ที่อยู่ห่างจากผมไปไม่มาก สภาพเค้าดูไม่เลวร้าย เพียงแต่ตาคู่สวยที่พึ่งส่งยิ้มให้ผมเมื่อครู่ปิดสนิท

นั่นคือภาพสุดท้ายที่เค้าเห็นก่อนที่ร่างของมยองซูจะหมดสติลง
.
.
.
.
.

“อรุณสวัสดิ์ครับ คุณซองยอล” เสียงนุ่มของชายร่างสูงสวมชุดกราวกล่าวทักทาย

พยาบาลช่วยพยุงตัวร่างบางลุกขึ้นนั่งบนเตียงคนไข้

หน้าหวานส่งยิ้มตอบให้คุณหมอ
ก่อนจะพยายามจัดทรงผมที่ยุ่งเหยิงไปด้วยผ้าผันแผลที่โพกอยู่ที่หัว


“รู้สึกดีขึ้นรึยังครับ ยังปวดหัวอยู่รึเปล่า” คุณหมอลากเก้าอี้เข้ามานั่งอยู่ปลายเตียง

“ดีขึ้นมากแล้วครับ” เสียงแหบแห้งเอ่ยตอบหลังจากจิบน้ำที่วางอยู่หัวเตียง

“จำอะไรได้มากขึ้นรึยังครับ จากครั้งก่อน” คุณหมอเปิดสมุดบันทึกเล่มเดิม ที่บันทึกพัฒนาการทางด้านความจำของเค้า

“ครับ ผมรู้สึกเหมือนเริ่มเห็นภาพวันนั้นลางๆแล้วหละครับ แต่มันเหมือนกับเป็นความฝัน ผมยืนยันไม่ได้เลยว่ามันเกิดขึ้นจริงรึเปล่า”

“ไม่เป็นไรครับ คุณพอจะเล่าให้ผมฟังได้ไม๊ครับ”

“ครับ แต่เรื่องมันคงไม่ปะติปะต่อซักเท่าไหร่นะครับ ผมจำตอนที่ผมกินข้าวเช้าได้ครับ”

"ผมนั่งที่โรงอาหารใหญ่ๆ และทานข้าวอยู่ ผมจำได้ว่าผมนั่งอยู่กับคนอีกหลายๆคนเลยครับ แต่ผมไม่ได้คุยอะไรมากมาย ผมกำลังแอบมองคนคนนึงอยู่ครับ แต่เค้าอยู่อีกโต๊ะหนึ่ง"

“คุณจำได้ไม๊ครับว่าคนคนนั้นคือใคร หรือใครซักคนบนโต๊ะเดียวกับคุณ”

“ไม่ครับ ผมจำหน้าใครไม่ได้เลย ผมจำได้แต่ความรู้สึกของผมตอนนั้น
ผมกำลังเขินอะไรซักอย่าง”

“คุณจำได้ไม๊ครับ ว่าคุณทานอะไร”

“ไม่ครับ ผมรู้แต่ว่ามันร้อนๆ”

“ดีครับดี นั่นแปลว่าคุณเริ่มจะจำรายละเอียดเล็กน้อยบ้างได้แล้ว”

“อีกตอนหนึ่งที่ผมจำได้คือ ผมได้รับจดหมายฉบับหนึ่ง ผมจำไม่ได้ว่ามันเขียนว่าอะไรครับ มีคนเอามาให้ผมในห้องเรียน ใครเอามาให้ก็ไม่รู้ครับ แต่ผมจำกลิ่นของจดหมายได้”

 

คุณหมอหันไปพยักหน้ากับพยาบาล และพยาบาลก็เดินออกจากห้องไป
 

“คุณจำได้ไหมว่าก่อนหน้าวันนั้นคุณเคยได้รับจดหมายแบบนี้รึเปล่า”

ร่างบางส่ายหน้าแทนคำตอบ

“ผมจำได้ว่าวันนั้นฝนตกครับ และผมรีบไปทำอะไรซักอย่าง ผมกลับไปที่บ้านด้วยครับ”

“จำได้ไม๊ว่ามีใครอยู่บ้านบ้าง”

“ไม่มีครับ บ้างเงียบๆ” คุณหมอหยุดเขียนและนิ่งไป หมอเงยหน้าขึ้นสบตา

“จริงๆแล้ว วันนั้นคุณพ่อและคุณแม่คุณอยู่ที่บ้านนะครับ คุณจำไม่ได้หรอ”

“ไม่ครับ ผมจำใครไม่ได้เลย”

 

พยาบาลเดินเข้ามาแล้วเอาสิ่งของต่างๆยื่นให้ร่างบาง

“นี่คือชุดที่คุณใส่วันนั่นครับ และนี่คือจดหมายในกระเป๋าเสื้อคุณ ใช่จดหมายที่คุณได้รับไม๊ครับ”

ซองยอลหยิบเสื้อฮู๊ทขึ้นมากางดู และพยายามนึก ซองยอลพลิกดูจดหมายที่สภาพเหมือนเคยเปียกมาก่อน

“ผมไม่รู้ครับ แต่ด้านล่างนี่ลายมือผม”

“หมอไปถามเพื่อนๆคุณมาแล้ว แต่ไม่มีใครรู้เรื่องจดหมายนี้เลย”

“มันคงจะเป็นความลับระหว่างคุณ กับเจ้าของลายมือด้านบน ดูจากข้อความแล้วผมคิดว่าเค้าคนนี้น่าจะเป็นคนที่สำคัญต่อคุณมาก
ยิ่งคุณจำคนคนนี้ได้เร็วเท่าไหร่ คุณก็จะจำคนอื่นๆได้”

 

“ครับ ผมก็เชื่อแบบนั่น ไม่ว่าเค้าจะเป็นใคร ผมเชื่อว่าเค้ายังรอผมอยู่ ผมจะพยายามจำให้ได้เร็วที่สุดครับ”

“งั้นวันนี้พอเท่านี้ก่อนละกันครับ เดี๋ยวคุณจะไปกายภาพบำบัดต่อนะครับ
ขาที่เจ็บจะได้หายไวๆ”

“ขอบคุณมากๆครับคุณหมอ”หน้าหวานยิ้มขอบคุณ

คุณหมอ ยิ้มและหลีกทางให้พยาบาลเข้ามาพยุงตัวร่างบางขึ้นนั่งบนรถเข็น

 


ซองยอลถูกเข็นผ่านเตียงของผมไป เค้าหันมายิ้มบางๆให้ผมเหมือนเป็นการทักทาย

มันเป็นยิ้มรอยยิ้มเดียวกันกับเหตุการณ์วันนั้น ผมอยากจะยิ้มตอบเค้าไป
แต่ผมคงทำได้เพียงในใจ


“สวัสดีครับ คุณมยองซู คุณได้ยินผมไม๊ครับ” คุณหมอเดินเข้ามาหาผม

“ถ้าได้ยินช่วยกระพริบตาตอบผมทีครับ” ผมกระพริบตาตอบคุณหมอ

ผมไม่เห็นว่าซองยอลออกจากห้องไป แต่ผมได้ยินเสียงปิดประตู

ผมดีใจจริงๆที่เค้าเริ่มจะจำผมได้แล้ว อย่างน้อยผมก็รู้ว่าตอนนั่งกินข้าวเค้าก็แอบมองผมอยู่เหมือนกัน

 

ผมอยากรู้จังว่าในจดหมายเค้าตอบผมว่าอะไร ถ้าผมพูดได้ก็คงจะดี อย่างน้อยก็จะได้บอกให้คนเอามาให้ผมอ่าน

แต่ตอนนี้ผมได้แต่เหลือบไปดูจดหมายที่วางอยู่แค่ตรงหัวเตียงนี้เอง
แต่ผมกลับเอื้อมไปหยิบไม่ได้

 

“วันนี้คนไข้มีการตอบสนองอย่างไรบ้าง” คุณหมอถามพยาบาลที่ยืนอยู่ข้างๆเตียงผม

“ยังไม่มีการแสดงออกทางหน้าค่ะ แต่ถ้าถามเค้า เค้าจะกระพริบตาตอบสนองค่ะ”

“งั้นคุณมยองซู เดี๋ยวจะมีพยาบาลมาอาบน้ำให้คุณเหมือนเดิมนะครับ”
พูดแล้วทั้งสองก็เดินออกไป

 

ผมอยากมีโอกาสที่จะบอกรักซองยอลอีกครั้ง ผมจะไม่รออะไรเลย
ที่ผมต้องการก็แค่เพียงโอกาส

แต่ที่ผมทำได้ตอนนี้ ก็เพียงแค่หวังว่า คนไข้เตียงข้างๆผมจะจำผมได้ แต่ยิ่งเค้าหายดีเร็วเท่าไหร่ เค้าก็จะยิ่งจากผมไปเร็วเท่านั้น

ผมแค่อยากหันไปบอกซองยอลว่า ผมอยู่นี่ไง คุณจำผมได้ไม๊ ผมคือคิมมยองซู คนที่คุณกำลังจะไปหา ผมยังรอคุณอยู่ตรงนี้นะ

ทำไมนะ ทำไมผมไม่ความจำเสื่อมไปด้วยเลย ดีกว่าให้ผมมานอนแน่นิ่ง และทำได้เพียงมองคนที่ผมรัก ตามหาตัวผม แต่ผมไม่มีสิทธิ แม้จะยิ้มตอบเค้าแบบนี้ 

 

ลมแรงพัดเข้าทางหน้าต่าง พัดจดหมายของซองยอลปลิวไป

มยองซูเหลือกตามองจดหมาย เค้าได้แต่หวังว่ามันจะไม่ปลิวหายไป

แต่แล้ว มันก็ปลิวมาตกอยู่ตรงข้างๆหมอนของมยองซู

เค้าค่อยๆเหลือบตาอ่านข้อความบนจดหมาย


   to.ซองยอล

สวัสดีครับ ซองยอล คุณคงรู้ว่าผมเป็นใครใช่ไม๊ครับ ผมแอบชอบคุณมานานแล้วครับ

แหะๆ คุณคงรู้แล้วสินะครับ เพราะผมเห็นว่าคุณมองมาเช่นกัน ได้โปรดมาพบผมที่…

หลังเลิกเรียนนะครับ ถ้าหากว่าคุณมีใจให้ผมเช่นกัน ผมจะรอนะครับ

 

~~อิอิ ชั้นก็ชอบนายเหมือนกันนะ เราลองมาคบกันไม๊ :)

 

เมื่อเค้าเห็นข้อความที่ท้ายจดหมาย น้ำตาของมยองซูก็ไหลออกมา

ทำไมผมไม่บอกรักเค้าเร็วกว่านีซักวันนึงนะ หรือแค่ชั่วโมงนึงก็ได้ ทำไมเรื่องทั้งหมดมันต้องมาเป็นแบบนี้

 

ถ้าเหตุการณ์วันนั้นไม่เกิดขึ้น ถ้าหากทั้งหมดมันเป็นไปอย่างที่หวังไว้ ตอนนี้ผมคงจะเดินจูงมือเค้า พาเค้าไปเที่ยว ผมคงจะกอดเค้าไว้เวลาที่เค้าหนาว ผมจะกระซิบบอกเค้าทุกๆวัน ว่าผมรักเค้ามากแค่ไหน

 

น้ำตาของมยองซูไหลออกมาไม่หยุด ถึงแม้สีหน้าเค้าจะเรียบนิ่งดูเหมือนไร้ความรู้สึก แต่ภายในจิตใจเค้า เต็มไปด้วยความเจ็บปวดที่ไม่สามารถแสดงออกใดๆได้




ถ้าหากว่าคุณมีโอกาสที่จะบอกรักคุณที่คุณรัก ขอให้คุณใช้โอกาสนั้น
เพราะคุณไม่มีวันรู้ว่าวันนึงคุณอาจจะเสียโอกาสนั้นไป
โดยไม่มีวันได้คืน

 

 

 

LITTLE  SWEET

ผลงานเรื่องอื่นๆ ของ myyeolmee จากทั้งหมด 8 บทความ

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

1 ความคิดเห็น

  1. #1 J.Shinz
    วันที่ 13 มิถุนายน 2556 / 20:12
    งืออออ TT_________________TT

    เศร้าเกินไปแล้วววววว ไรท์เตอร์ใจร้ายยยย มยองซุเสียใจจจจ TT^TT
    #1
    0