If you find my body, please call back.

ตอนที่ 1 : Prologue

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 5,536
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 751 ครั้ง
    16 พ.ค. 63



Prologue

— มันสัมผัสได้ ตอนที่ใจมันเหงามาก

ตอนอยู่คนเดียว เหมือนมีใครอยู่ข้างๆ 

 



ว่ากันว่าตาขวากระตุกคือสัญญาณเตือนของเรื่องอัปมงคล


          ไม่มีใครรู้ว่าคำกล่าวอ้างนี้เกิดขึ้นในรัชสมัยใด ไม่มีบันทึกไว้ในศิลาจารึก ไร้ซึ่งคลิปหลักฐาน ไดอารี่หรือแม้แต่โน๊ตให้เครดิตคนคิด เป็นเพียงแค่มุขปาฐะของยายแก่ๆหรืออาจมาจากมนุษย์สักคนในสยาม ซึ่งผมเองก็ไม่คิดว่าเรื่องงี่เง่าไร้สาระพรรค์นี้จะส่งผลต่อชีวิตหรือหน้าที่การงานของตัวเองเพราะทางการแพทย์เขาก็บอกอยู่ว่ามันเกิดจากการที่เราพักผ่อนน้อยเกินไป...


          เพี้ยะ!’


          แต่ก็นั่นแหละ แม่สอนว่ากันไว้ดีกว่าแก้


          ผมถอนหายใจออกมาครั้งที่สิบเอ็ดของวันและนั่นทำให้ผมรู้สึกว่าตัวเองแก่ขึ้นอย่างบัดซบไปอีกสิบสามปีขณะใช้เท้าปิดประตูไร้เสียงแบบโปรเฟสชั่นนัล วันนี้ตาผมกระตุกตั้งแต่เช้า ถี่ขึ้นในช่วงสายและลากลามมาจนถึงตอนเย็นจนเริ่มนึกสงสัยว่าตัวเองก้าวเท้าข้างไหนออกจากห้อง อดิดาสคู่เก่งที่ชอบใส่ก็เสือกเอาไปเดินเตะขี้หมาข้างฟุตบาทกระเด็นตอนกำลังแวะซื้อบัวลอยที่นึกอยากกินพอดี ซึ่งถ้าพอจะมีโชคอยู่บ้างก็คือไอ้ขี้กองนั่นน่ะมันถูกแสงแดดประเทศไทยแผดเผามาแล้วไม่ต่ำกว่าสี่สิบชั่วโมงนั่นแหละ นี่ยังไม่รวมถึงมือเก้งก้างที่ดันไปปัดแก้วน้ำหกใส่กางเกงจนให้ความรู้สึกเหมือนคนฉี่ราดกระทั่งแบกของสดกลับห้อง ถึงกระนั้นขาโง่ๆก็ยังสะเหล่อไปเตะโต๊ะกินข้าวโดยมีนิ้วที่ได้รับความเสียหายมากที่สุดคือนิ้วก้อย


          นี่มันวันส้นตีนอะไรของผมวะถามจริง?


          แต่ก่อนที่จะได้ไปถามจริงอาจจะมีคนอื่นให้ได้ถามก่อน ผมมองเครื่องมือสื่อสารของตัวเองที่สั่นครืดอยู่บนโต๊ะขณะเก็บของเข้าตู้เย็นก็ได้แต่ถอนหายใจแล้วปล่อยมันทิ้งไว้อยู่อย่างนั้นเพราะตัวเองยังมีเรื่องให้ทำอีกมาก แถมกรกฎเองก็เป็นพวกอินโทรยาวกว่าเนื้อหา ต้องอาบน้ำจัดการตัวเองให้เสร็จก่อนแล้วถึงตอนนั้นหากอีกฝ่ายยังอยากคุยด้วยก็ค่อยว่ากัน


          ผมทุ่มเทเวลาที่เหลือไปกับการอาบน้ำและจัดการกับบีบๆลูกเป็ดยางตัวกลมสีเหลืองทั้งห้าตัวเล่นราวกับคนปัญญาอ่อน มันเป็นของขวัญจากแม่ที่ซื้อมาทิ้งไว้ให้เพราะท่านบอกว่าผมอยู่คนเดียวจนชีวิตมืดมนแถมแต่งห้องเหมือนพวกบ้านพักของหมอผีละครไทยเหยียดหยามสไตล์มินิมอลที่ผมภูมิใจนักภูมิใจหนาไปจนหมดสิ้น

         


          21:00 น.


          เครื่องมือสื่อสารดังขึ้นอีกครั้งขณะที่ผมกำลังนั่งอยู่บนเตียงคล้ายคนพร้อมจะนอนแต่งจริงๆคือเริ่มทำงาน แล็ปท็อปตัวเก่าสมัยยังเรียนมหาลัยถูกนำมาใช้เพราะมันหนามากพอจะวางจานของกินหรือแก้วกาแฟได้ในอนาคตอันใกล้หากผมรู้สึกหิว


          (กว่ามึงจะรับสายถ้ากูโดนแทงป่านนี้สวดเสร็จจนเผาแล้วไอ้ส้นตีน)


          แต่ก็ยังอายุยืนโทรมาด่ากูได้อยู่นี่


          เสียงคนปลายสายกร่นด่าราวกับเราเคยมีเรื่องผิดใจกัน ผมได้แต่หัวเราะออกมาเบาๆขณะใช้ขาปิดฝาพับแลบท็อปที่เพิ่งเปิดมันได้ไม่กี่นาทีแล้วยันมันออกไปให้ห่างตัวเพราะคิดว่าอย่างไรงานก็คงไม่ได้ทำหรอกตอนนี้น่ะ ค่อยแก้วันอื่นนี่คือความคิดผลัดวันประกันพรุ่งที่ใช้มาเกือบครึ่งชีวิต


          ทว่าสายที่ถูกตัดไปทำให้ผมจิ๊ปากอย่างหงุดหงิด เพื่อนสนิทที่เหลืออยู่เพียงน้อยนิดและจำเป็นต้องอนุรักษ์ไว้ก่อนที่จะสูญพันธุ์ได้หายไปนานหลายนาทีก่อนแอปพลิเคชั่นสีเขียวอย่างไลน์จะแจ้งเตือนเป็นข้อความของนายกรกฎหรือไอ้ฝุ่นเจ้าเก่าพร้อมขอเวลานอกก่อนจะเริ่มเล่าถึงเรื่องแปลกๆที่เกิดขึ้นวันนี้ มันจะมีอะไรแปลกไปกว่าบริษัทออกแบบโง่ๆที่รวมเงินกันเปิดโดยมนุษย์เพศชายหัวร้อนสามชีวิตกับออฟฟิศที่เต็มไปด้วยรุ่นน้องในคณะที่พอเปิดแล้วกลับมีคนบริหารงานจริงๆจังๆอยู่แค่คนเดียวแบบงานกลุ่มส่วนอีกคนติดเกมแถมผมเองก็หนีมาเรียนต่ออีกเหรอวะ?


          ผมได้แต่คิดในใจแบบนั้นก่อนจะกดรับสายอีกรอบเมื่อเวลานอกของเพื่อนสนิทสิ้นสุดลง และเพียงยี่สิบวินาทีแรกที่ไอ้ฝุ่นเริ่มแร๊ฟผมก็พบว่าสิ่งที่ต้องใส่ใจต่อจากนี้เป็นเรื่องของเมษเพื่อนสนิทอีกคนในกลุ่ม ซึ่งไอ้เมษที่ว่านี่แหละที่เป็นหัวเรือสำคัญในการบริหารบริษัทเล็กๆ ย้ำอีกครั้งว่าเล็กมากให้คงอยู่ท่ามกลางการแข่งขันฝ่าวิกฤตเศรษฐกิจแสนดีแบบนี้


          (คือวันนี้มีเด็กมาสมัครงานที่บริษัท แล้วไอ้เมษมันเป็นคนสัมเอง พอเด็กคนนั้นเดินเข้ามา น้องมันก็ยืนขมวดคิ้วอยู่แป๊บหนึ่ง แต่จนแล้วจนรอดแม่งก็ไม่ยอมเดินมานั่งสักทีมึงรู้มั้ยคำแรกที่น้องมันพูดคืออะไร? มันมองไปที่ไอ้เมษแล้วบอกว่าคุณควรไปทำบุญ)


          ผมที่กำลังปวดฉี่ชะงักไปทันทีกับสิ่งที่กำลังได้ยิน เหมือนเรื่องเล่าสยองขวัญสั้นๆในยูทูป จะเป็นไปได้อย่างไรกันที่จะมีคนมาสมัครงานโพลงขึ้นว่ามีผู้หญิงผมยาวหยักศกใส่ชุดขาวเกาะไหล่เพื่อนผมอยู่ โถอีหนูนี่มันหมดยุคชัตเตอร์กดติดวิญญาณไปแล้วใครๆก็รู้


          (กูไม่ได้ล้อเล่นนะ น้องมันยืนยันจริงจังจนไอ้เมษโกรธ สุดท้ายก็ไม่ได้งานแถมเพื่อนเรายังเกือบพลั้งตีนฆ่าคนตาย)


          มันไม่ใจร้ายขนาดนั้นสักหน่อย


          (ก็ใช่แหละ ถ้าเด็กนั่นไม่ดันพูดต่อว่าถ้าปล่อยไว้เธอจะดูดพลังคุณ ตอนนี้น่ะปวดไหล่มากเลยใช่ไหม? กูแบบนั่งช็อคคาโซฟากงเกมที่เล่นค้างอยู่คือปล่อยคามือ ซีนแย่มากแต่ตอนนั้นกลัวจริง)


          เป็นไปไม่ได้...


          (มึงก็งงใช่ไหมล่ะ?)


          จะว่าเรื่องที่เมษหนึ่งในเพื่อนสนิทที่ชีวิตนี้เหลือน้อยเต็มทีปวดไหล่เป็นเดือนๆนี้เป็นความลับก็อาจใช่เพราะเรื่องนี้มีแค่ผมกับฝุ่นที่รู้แถมเจ้าตัวเองก็ดูไม่ใส่ใจกับมันนักซ้ำยังบอกว่าไปหาหมอกินยาเดี๋ยวก็หายแต่จนแล้วจนรอดทุกอย่างก็ยังเหมือนเดิมจนกระทั่งวันนี้ที่มีคนเข้ามาทักในเรื่องที่เราสองคนเกือบลืมไปแล้ว


          (ระวังไว้เถอะมึงไอ้พวกกลัวผีแต่ไม่ใส่พระอะ)


          เสียงหมาเห่าทิ้งท้ายดึงคนที่กำลังคิดเท้าความไปไกลให้หลุดจากภวังค์


          ก็มันไม่เท่ แถมหนักด้วยผมพึมพำ


          กูแพ้พวกสร้อยมึงก็รู้ มึงๆมีคนทักไลน์มา ไว้ค่อยคุยกันนะ


          ผมรีบวางสายเพราะนอกจากความรู้สึกปวดเบาแล้ว ความกลัวที่เริ่มเข้าครอบงำก็ทำให้หลอนจนนอนไม่หลับ นายพีรกานต์กลัวผีพอๆกับแม่บังเกิดเกล้าใครต่างก็รู้ดี และเพราะผลข้างเคียงของอาการปวดฉี่หรือเปล่าที่ทำให้ภายในห้องดูเย็นขึ้นอย่างประหลาด ผมมองขนแขนตัวเองที่พร้อมใจกันลุกตั้งราวนี่คือเวลาแปดโมงเช้าก็ได้แต่ขมวดคิ้ว และมันเริ่มเป็นปมหนักมากขึ้นกว่าเดิมเมื่อเห็นว่าคนที่ทักมานั้นช่างไม่คุ้นเอาเสียเลย

         


          D.

          สวัสดี 22:22น.


 

          Pure

          สวัสดีครับ

          นั่นใครเอ่ย?

         


          D.

          เจ้าของห้องนี้

 


          Pure.

          ห้องนี้?

 


          D.

          ห้องที่นายอยู่

 


          เอาล่ะ พีรกานต์จะเจอเรื่องชวนให้ประสาทแดกพร้อมๆกันเยอะแยะภายในวันเดียวไม่ได้...


          ผมกดเข้าไปดูที่รูปโปรไฟล์สีดำอึมครึมนั่นก็เผลอกัดริมฝีปากตัวเอง ขอพื้นที่แถลงจุดยืนตรงนี้เลยว่าเพียว พีรกานต์ไม่ใช่คนที่ชอบแจกไอดีไลน์ใครทั่วเหมือนไอ้ฝุ่น ส่วนมากที่ให้ไปจะเป็นพวกสาวๆซึ่งดูจากลักษณ์การคุยแล้วนี่ไม่น่าสาว แถมตลอดการใช้ชีวิตยี่สิบกว่าปีที่ผ่านมาตัวเองก็มีประวัติดีมาโดยตลอด เรื่องผัวเก่าหรือคนคุยแก่ทักมาตามด่านี่ตัดออกไปได้เลย

         


          Pure.

          ผมว่าคุณต้องเข้าใจอะไรผิดไปสักอย่างแล้วล่ะ

          เจ้าของห้องคนปัจจุบันชื่อพีรกานต์ครับ

          ซึ่งนั่นก็คือผม

 


          D.

          ไม่ใช่

          ชื่อเทวฤทธิ์

 


          ฤทธิ์เตี่ยมึงสิไอ้ฤทธิ์มีดสั้น!


          ผมเผลอสบถออกมาอย่างหงุดหงิด ความอดทนที่มีอยู่น้อยนิดมันมอดลงไปเรื่อยๆคล้ายไฟในการทำธีสิส อีกฝ่ายไม่มีนม แถมรูปแบบการสนทนาก็น่าเบื่อกระเดียดไปทางพวกสิบแปดมงกุฎด้วยซ้ำ ที่ยังตอบอยู่ก็เพราะมารยาทล้วนๆเผื่อหาโอกาสถามว่ามีแพลนจะปลูกบ้านมั้ยแล้วขายตรงแม่งเลยจะได้ช่วยแบ่งเบาภาระงานเพื่อนได้บ้าง

 


          D.

          ช่วยอะไรอย่างสิ

          ไม่สิสองอย่าง ช่วยผมสองอย่าง แล้วสัญญาว่าจะไม่มากวนอีก

          ทำไมต้องด่าผมด้วย?

 


          “……”

 


          Pure.

          ผมไม่ได้ด่าคุณนะ

         


          D.

          แล้วสบถแม่งเอ้ยนี่คือ?

         


 

          มันเริ่มไม่ปกติ...


ผมรู้ว่าต่อให้เด็กเตรียมเข้าประถมต้นก็คิดแบบนี้ ภายในห้องกว้างยังคงบเงียบและมีเพียงลมเย็นของแอร์ที่พัดต้องผิวกายแต่ไม่รู้ว่าคิดไปเองหรือเปล่าหลังจากสบถคำหยาบเมื่อครู่ แอร์ที่เคยเย็นสบายตัวแต่ในยามนี้มันกลับหนาวยะเยือกไปถึงขั้วหัวใจ ผมเหลือบมองหน้าจอสี่เหลี่ยมตรงหน้าอีกครั้งหลังจากที่คนแปลกหน้าปฏิเสธว่าตนไม่ใช่โจรพร้อมกับยอมสาบานอย่างจริงจังแต่ถึงอย่างนั้นความสงสัยที่มีก็ยังไม่จางไปไปจากนิสัยขี้เสือก


          ผมลุกขึ้นจากเตียงหลัง วางเครื่องมือสื่อสารไว้เพราะปวดเบาจนทนไม่ไหว ข้อความสุดท้ายที่คุยคือให้คนแปลกหน้าคนนั้นทิ้งข้อความไว้ตัวเองจัดการธุระเสร็จเมื่อไหร่จะมาอ่าน ความหวาดระแวงยังคงเกาะกุมอยู่ทุกขณะจิตเพราะไม่ได้ใจแข็งเหมือนเมษ เพราะแบบนั้นหลังจากที่จัดการทุกอย่างเสร็จเลยไล่เดินเช็คทุกซอกทุกมุมในห้องจนทั่วเพื่อให้มั่นใจว่าไม่มีเครื่องดักฟังใดซ่อนอยู่


          ป้าแม่บ้านจะไม่ทรยศความเชื่อใจของผม...


          หรือว่าป้าแกอาจอยากได้ภาพนู๊ดเจ้าของห้องหมายเลข094ไปขายเพราะนายพีรกานต์ชอบเดินโตงเตงไปมายามวิกาล?


          ผมสะบัดหัวไล่ความคิดประหลาดออกไปก่อนจะพาสองเท้าเหยียบขึ้นบนเตียงนุ่มแล้วคว้าเครื่องมือสื่อสารขึ้นมากดดูอีกครั้ง คราวนี้มันเต็มไปด้วยข้อความยาวเหยียดจากผู้ชายที่ชื่อเทวฤทธิ์ที่ไม่คุ้นหู ไม่เคยรู้จักและไม่ใช่แม้แต่เพื่อนสมัยอนุบาล ผมใช้นิ้วเลื่อนไปจนถึงข้อความล่าสุดที่คุยค้างไว้ก่อนความรู้สึกเย็นยะเยือกจะคลืบคลานเข้ามาอีกครั้ง มันเป็นรู้สึกเหมือนกับว่าต่อจากนี้ตัวเองอาจไม่มีความสุขอีกเหมือนกับแฮรี่ที่เจอผู้คุมวิญญาณในภาคสาม และใช่ มันอาจจะเป็นแบบนั้นจริงๆ...

         


          D.

         ขออนุญาตแนะนำตัวก่อน ผมชื่อเทวฤทธิ์ จิตติอนันต์ เคยอยู่ห้องนี้มาก่อน

     ตอนนี้ผมนั่งอยู่ที่เก้าอี้โต๊ะทำงานตรงหน้าเตียงของนาย เพราะแบบนั้นผมถึงได้ยินเสียงนายสบถด่าอยู่ตลอดเวลา แต่ไม่ต้องกลัวนะ ผมจะพยายามไม่ทำให้นายกลัว

 

          กล้วยทอดแล้วไง...

         

          D.

          ส่วนเรื่องสำคัญที่ผมจะขอให้นายช่วยก็คือ เรื่องแรกช่วยทำบุญมาให้ผมหน่อย ชื่อสกุลอยู่ด้านบนนะ อยากกินนมสตรอว์เบอร์รี ข้าวมันไก่แล้วก็ตะโก้เผือก เสร็จแล้วฝากกรวดน้ำให้ด้วย อย่าลืมเอ่ยชื่อสกุลของผมให้ชัดเจนด้วย

 

คล้ายภาพตรงหน้าเริ่มพร่าเบลอ...

มันไม่ใช่เรื่องจริง คือมุกเซอร์ไพรส์ล่วงหน้าวันเกิดสี่เดือนของเพื่อนสมัยมหาลัยซึ่งนายพีรกานต์คนนี้จะไม่หลงกล 

ไม่มีทาง

 

          D.

          แล้วก็ถ้าไม่เป็นการรบกวนมากจนเกินไป

      ผมอยากให้นายไปทุบกำแพงดูให้ทีว่ามีศพของผมถูกโบกปูนฝังอยู่ในนั้นหรือเปล่า

 


          “……”


          ผมเงยหน้าขึ้นมาจากหน้าจอเครื่องมือสื่อสารขณะคิดว่ามันเป็นแผนอำของเพื่อน พยายามคิดในแง่ดีปลอบขวัญตัวเองที่กำลังเสียเต็มที่ เสียจนแม้แต่พี่เบิร์ดก็ซ่อมไม่ได้ทว่าเสี้ยววินาทีหนึ่งที่สายตาเผลอเหลือบไปยังโต๊ะทำงานเบื้องหน้า ผมเห็นเงาของใครบางคนจนต้องหันไปมองชัดๆ


         ตอนนี้ผมนั่งอยู่ที่เก้าอี้โต๊ะทำงานตรงหน้าเตียงของนาย


          ขอบตาของผมร้อนผ่าวเฉกเช่นเดียวกับสองมือที่ไร้เรี่ยวแรงไปเสียดื้อๆ ผมเงยหน้ามองร่างตรงหน้าพร้อมกับจิตใต้สำนึกภายในใจที่บอกให้ตัวเองต้องงัดบทสวดอะไรก็ได้ขึ้นมาสักบทแต่ริมฝีปากกลับแข็งเกินกว่าจะขยับออกมาเป็นคำพูด กายสูงในชุดคล้ายนักศึกษามหาวิทยาลัย กางเกงแสลคกับรองเท้าหนังและเสื้อเชิ้ตสีขาวพับแขน มันเกือบจะเหมือนถ้าหากเสื้อตัวนั้นไม่มีคราบสีเข้มคล้ายกับเลือดที่แห้งกรังจนเกาะไปกับเนื้อผ้า


          “……”


          ผมยังยืนยันว่าตัวเองไม่เคยรู้จักคนชื่อเทวฤทธิ์ จิตติอนันต์


          ทว่าวินาทีนั้นผมทราบแล้วว่าเขามีหน้าตาเป็นอย่างไร...


          และเช่นกัน นี่เป็นครั้งแรกที่ผมเพิ่งรู้ถึงขีดจำกัดของเสียงร้องของตัวเอง


          มันกังวาน...และดังก้องอยู่ภายในห้องพร้อมกับน้ำตาที่ไหลอาบหน้า





tbc

#ถ้าพบศพผมกรุณาติดต่อกลับ






 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 751 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

316 ความคิดเห็น

  1. #308 iamTanapon (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 8 มิถุนายน 2563 / 12:28

    มาแต่งต่อเร็ว ๆ นะ น่าสนใจมากค่ะ

    #308
    0
  2. #304 qrdqt (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 22 พฤษภาคม 2563 / 19:35
    กรี๊ดดดดดดดดดด อะไรกันเนี่ยยยยย 5555 คำโปรยมันชวนให้กดเข้ามาอ่านมากๆ ไม่ผิดหวังๆๆ
    #304
    0
  3. #301 285J (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 21 พฤษภาคม 2563 / 12:13
    ถ้าเจอแบบเพียวคงขำไม่ออกแน่ๆอยู่ๆก็มีเพื่อนร่วมห้องที่ไม่ได้รับเชิญ เรื่องเมษก็อยากติดตามต่อผีในห้องกับผีเกาะติดจะเป็นอย่างไง รอติดตามเลยค่ะ
    #301
    0
  4. #271 Mengfang (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 17 พฤษภาคม 2563 / 08:08
    พี่เขามาดีนะคะคุณเพียว ให้โอกาสเขาหน่อย
    #271
    0
  5. #268 mcpc ^_^ (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 17 พฤษภาคม 2563 / 06:41
    น้องเพียววววววว กรี๊ดดดดด เป็นเราเราก็ร้อง555555
    #268
    0
  6. #262 0806_k (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 17 พฤษภาคม 2563 / 00:48
    ผ... ผีพี่เดฟฟฟ เป็นนี่นี่ก็ช็อก อมกกก
    #262
    0
  7. #214 TonliuJayB (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 20 เมษายน 2563 / 23:54
    น้องเพียวช็อคไปแล้ววววว
    #214
    0
  8. #165 piggycute (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 25 ตุลาคม 2562 / 11:22
    อยากอ่านต่ออออ สอบถามว่าจะมีเรื่องของคุณเมษมั๊ยคะ55555 อันนั้นก็น่าอ่าน
    #165
    0
  9. #157 Chanisatafairy (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 29 สิงหาคม 2562 / 15:06
    พ่อตะโก้เผือกอย่าทำให้เพียวกลัวมากนะพี่
    #157
    0
  10. #151 downdoii (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 18 สิงหาคม 2562 / 14:54
    รอเลยค่ะ
    #151
    0
  11. #103 miilky tea (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 11 สิงหาคม 2562 / 10:03
    แงงงงงงงงง พล็อตน่าอ่านมาก
    #103
    0
  12. #94 ออมม่า (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 11 สิงหาคม 2562 / 09:13

    อ่านรอบสอง ทำไมหลอนกว่าเดิม

    #94
    0
  13. #84 เก๋ (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 11 สิงหาคม 2562 / 07:15

    น่าติดตามมาก

    #84
    0
  14. #82 Buttraon (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 10 สิงหาคม 2562 / 23:20
    ชอบนะคะ ตอนอ่านในกรุปแชทคือฮามาก รอแบบบรรยายเลย//หืมมหนังสือบนโต๊ะ ของมันต้องมี!!
    #82
    0
  15. #81 สะใภ้มกโพ. (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 10 สิงหาคม 2562 / 15:03
    เราชอบบบ น่าสนุกๆๆ

    รอค่าาาา;)
    #81
    0
  16. #80 MikdPajingkoo (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 8 สิงหาคม 2562 / 23:26
    รอนะคะ คราวนี้ได้เห็นตัวกันแล่วววว
    #80
    0
  17. #78 Narinninnin (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 24 กรกฎาคม 2562 / 21:09
    แบบบรรยายก็เขียนดี แบบในจอยคือขำน้ำตาเล็ดกับกรุ๊ปไลน์ร่อนเร่มากอะชอบ
    #78
    0
  18. #76 Mookwang852 (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 23 กรกฎาคม 2562 / 02:12
    ทุบกำแพงรอพ่อตะโก้เผือกกงนี้นะะะะะ
    #76
    0
  19. #74 Lolo02 (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 22 กรกฎาคม 2562 / 23:11
    รอติดตามนะ
    #74
    0
  20. #73 himluvhim (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 22 กรกฎาคม 2562 / 21:41
    เราชอบนะคะ เราจะรอติดตามนะ
    #73
    0
  21. #72 KanoShuuya1012 (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 21 กรกฎาคม 2562 / 22:54
    ทำให้กลัวกว่าเดิมอีก😂😂
    #72
    0
  22. #70 ศรีเธา (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 21 กรกฎาคม 2562 / 22:32
    งื้อชอบบบบบ
    #70
    0
  23. #68 Wipada94 (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 19 กรกฎาคม 2562 / 12:22
    หืออ เห็นหน้าตั้งแต่ตอนแรกเลย ชอบบบ รอนะคะ
    #68
    0
  24. #66 loveBNior (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 19 กรกฎาคม 2562 / 11:17
    ชอบแบบบรรยานมาก รออ่านนะคะ
    #66
    0
  25. #65 bb_binny (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 18 กรกฎาคม 2562 / 20:07
    ยังไงก็รักตะโก้เผือกเหมือนเดิม
    #65
    0