เกษตรทฤษฎีรัก

ตอนที่ 9 : รดน้ำครั้งที่ 8 คือผมแอบชอบคุณอยู่

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 6,058
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1,000 ครั้ง
    12 ม.ค. 64






รดน้ำครั้งที่ 8

คือผมแอบชอบคุณอยู่ และก็มีแต่คุณที่ผมชอบอยู่
เป็นสิ่งเดียวในโลกที่อยากจะให้คุณรู้


///




                   ผมไม่มีสมาธิกับการดูกีฬาเท่าไหร่...

          อันที่จริงนายตุลยากรในยามปกติเองก็ไม่ค่อยมีความรู้เกี่ยวกับอะไรแบบนี้เป็นทุนเดิมอยู่แล้ว คิดเพียงแค่ว่าโยนลงห่วงก็ได้คะแนนแต่ไม่เคยรู้มาก่อนว่ากติกามันจะมีรายละเอียดที่ซับซ้อนมากกว่านั้น เสียงตึงตังของชายฉกรรจ์นับสิบยังคงดังก้องอยู่ภายในสนามให้อารมณ์เหมือนประเพณีวิ่งควายเพื่อแย่งบาสเพียงลูกเดียว อาจจะผล็อยหลับ คงเป็นแบบนั้นถ้าเสียงรอบข้างไม่ดังขนาดนี้

          “ไม่แผ่วเลยจริงๆครับ ทิธิติเบอร์เจ็ดจัดไปอีกสามแต้มให้ชาวประมง คึกมาจากไหนก็แพ้คนฝีเท้าไวอย่างเธอ และนั่นจะได้อีกลูกให้ประมงมั้ย มงจะลงมั้ยยังไงให้เบอร์เก้าทำนายกันครับ

          คนพากย์ที่เป็นนักศึกษาด้วยดูคึกกว่าผู้เล่นอีกนะผมว่า แถมเสียงเชียร์รอบข้างก็ยังคงดังอย่างต่อเนื่องทุกครั้งที่มีฝั่งไหนทำคะแนนได้ เบ๊บเองก็ดูจะอินกับการแข่งมากจริงๆ มันคงจะสนุกนั่นแหละในสายตาของคนที่รู้กติกา ส่วนผมที่มาแบบโง่ๆก็ทำได้แค่นั่งมองความเป็นไปภายในสนามเพราะของกินที่ซื้อมาหมดเกลี้ยงแล้ว

          “พี่บอมนี่เล่นเก่งเอาเรื่องเลยเนอะพี่ว่าปะ?”

          “นั่นสิ” ผมพยักหน้าให้กับคำพูดนั้น

          “ถ้าเป็นพี่นอกจากจะโยนไม่ลงแล้วคงหนีกลับบ้านก่อนตั้งแต่สิบนาทีแรกอะ เหนื่อยตายวิ่งขนาดนี้

          “มองอยู่ตลอดเลยเหรอ?”

          “อื้อ

          เบ๊บไม่ได้พูดอะไรต่อหลังจากได้ยินคำตอบสั้นๆและผมเองก็ไม่ได้หันไปมองว่าน้องมีสีหน้าอย่างไร ก็คือที่ตอบได้แค่นั้นอะเพราะเมื่อกี้เจ้าของเสื้อเบอร์เจ็ดกำลังทำท่าจะโยนลูกอีกรอบจนคนที่กำลังดูอยู่นั่งแทบไม่ติดแต่สุดท้ายก็โดนปัดออกไปเสียก่อน ผมหันกลับไปมองน้องรหัสเพื่อนอีกครั้งหลังจากหมดช่วงลุ้นแต่อีกฝ่ายไม่ได้สนใจผมอีกต่อไปแล้ว นู่นสายตาของเจ้าเด็กนี่เอาแต่มองแฟนตัวเองที่วิ่งด้วยหน้านิ่งๆเหมือนถูกบังคับมาเล่น

มองอยู่ตลอดเลยเหรอ?’

ผมคิดตามคำพูดนั้นของร่างข้างๆก่อนจะได้คำตอบ ก็จะไม่ให้มองได้อย่างไรล่ะในเมื่อทั้งสนามนั้นน่ะตุลยากรรู้จักอยู่แค่คนเดียว วางสายตาไว้ที่อีกฝ่ายก็ถูกต้องแล้วไม่งั้นคงเบื่อแย่

พักแล้วพี่พักกันแล้ว

เบ๊บถึงสะกิดผมที่นั่งตอบไลน์พ่อคนที่สองอย่างเอกเรื่องมาดูบาสเพื่อเอาใบกิจกรรมหลังจากที่ละสายตาจากสนามได้ไม่กี่นาที ว่ากันตามตรงมันทำตัวเหมือนพ่อผมเกินไปจากใจเลยนะ สามปีกว่ากับการประคบประหงมนายตุลยากรให้เป็นคนดีไม่นอกลู่นอกทางตามที่เคยประกาศเอาไว้แต่มึงน่ะชั่วกว่าใครเลยไม่อยากจะบอก

พี่บอมเดินมานั่งริมสนาม อีกฝ่ายอยู่ตรงหน้าผมไปเพียงไม่เท่าไหร่ทำให้เห็นชัดเจนว่าคนที่กำลังหันหลังให้มีสภาพเป็นอย่างไร เสื้อชุ่มเหงื่อที่แนบไปกับผิวเนื้อทำให้ผมเห็นสัดส่วนของเจ้าตัวได้อย่างชัดเจนจนอดคิดไม่ได้ว่าถ้าวันไหนไปทำอะไรให้ไม่พอใจมากๆเข้าจะถูกจับเหวี่ยงไปดาวอังคารหรือเปล่า

สองร้อยอย่าลืมโอนมาบัญชีเบ๊บนะ

ผมสะดุ้งเมื่ออยู่ๆก็ได้ยินเสียงน้องไอ้ป้องตะโกนบอกนักกีฬาที่นั่งกระดกน้ำอยู่ และแน่นอนว่าคนที่มีประเด็นเรื่องสองร้อยอะไรนั่นก็หันหน้ามาทันที เจ้าของเสื้อเบอร์เจ็ดคนดีคนเดิมนั่นเองที่พอกลับหลังหันปุ๊บกองเชียร์ชาวประมงก็ลุกฮือเหมือนผึ้งโดนมือบอนเอาหนังสติ๊กมายิงรัง ความหล่อของอีกฝ่ายน่าจะเข้าตากรรมการนอกสนามหลายต่อหลายคนเลยทีเดียวแต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็อยากจะขอถามตรงๆแบบงงๆเลยนะว่าเด็กเกษตรคนนี้มาทำอะไรในดงประมงเหรอ?

พี่จะไปกินข้าวเย็นกับเบ๊บแน่ๆใช่ไหม

ทำไมอะ?”

ขอคำยืนยันให้แบบเป็นกิจจะลักษณะให้น้องชายคนนี้ได้มั่นใจ

แหงสิ” ผมว่า

หิวขนาดนี้แล้วไม่ไปได้ไง เรานัดกันไว้แล้วนี่

พี่บอม” คนอายุน้อยกว่าหันไปยังเจ้าของชื่อและเลือกที่จะเมินผม

สรุปยอดเป็นห้าร้อย โอนมาด้วย

ทำไมดอกเบี้ยขึ้นไวจังวะ?”

ไม่ได้คิดในใจด้วยนะ ถามออกไปเลยแบบไม่เก็ทแต่ไอ้เด็กหน้ากลมก็ได้แต่หันมายิ้มหวานให้ผม เกาะแขนเป็นลูกลิงแล้วเอ่ยอ้อนว่าพี่ปาร์คเป็นพ่อพระมาโปรดอย่างนั้นเกิดมาเพื่อต่อชีวิตน้อยๆของตัวเองอย่างนี้ และผมเองก็คงจะถามอะไรต่อถ้าไม่ติดว่าไอ้คนที่เคยหันหน้ามาน่ะแม่งไม่ยอมหันกลับไปสักที แถมจะหันไปมองกี่ทีก็เห็นว่าสายตาคู่นั้นมองมาอยู่ก่อนแล้วตลอด หรือในดงชาวประมงนี่มีเด็กสถาปัตอยู่ด้วยเหมือนกันเหรอ?

แต่ไม่น่าใช่ เพราะอีกฝ่ายมองมาทางผม จุดนี้ค่อนข้างมั่นใจเลยล่ะเพราะเราสบตากันอยู่ตลอดไม่ละไปไหน พี่บอมไม่ได้พูดอะไร เขาทำเพียงแค่นั่งถือขวดน้ำแล้วก็มองด้วยสายตาที่ผมเห็นเป็นเรื่องปกติ อันที่จริงต้องบอกว่ามันเคยปกติเพราะตอนนี้น่ะไม่ใช่แบบนั้นแล้ว

เคยเป็นไหมครับไอ้อาการที่อยู่ๆก็หน้าร้อนที่ไม่ใช่ฤดู?

ผมก้มหน้า สูดลมหายใจเข้าลึกๆในใจพลางคิดว่าทำไมพักครึ่งมันถึงนานมากขนาดนี้เพราะเมื่อเงยหน้าอีกครั้งก็ยังเจอคนๆเดิมมองมา และครั้งนี้อีกฝ่ายยิ้ม ยิ้มกว้างเสียด้วย เพราะแบบนั้นผมเลยยิ้มตอบเพราะไม่อยากให้เขารู้สึกเก้อแต่สุดท้ายเจ้าตัวก็เสหน้าไปทางอื่นแถมนั่งสำลักน้ำลายตัวเองจนเพื่อนข้างๆต้องช่วยลูบหลัง

ทำสมบัติชิ้นที่สามของชาวประมงสำลักกลางอากาศได้นี่ไม่ธรรมดาเลยเนอะ

หมายถึงอะไร แล้วสองชิ้นแรกนี่คือไรอะ?”

ผมหันไปมองเบ๊บที่ขยับกายเข้ามากระแซะพร้อมรอยยิ้มประหลาดที่ดูแล้วชวนให้รู้สึกหมั่นไส้มากกว่าชวนหลีกภัย เขาเหมือนป้องมากจริงๆนะ เหมือนจนผมเกือบหลุดปากด่าแล้วว่าเป็นห่าอะไรของมึงแต่ติดที่ว่านี่คือน้องรหัสที่น่ารักของเพื่อนจึงได้แต่สงบปากสงบคำต่อไป

เอาล่ะเรามาเกี่ยวก้อยกันนะครับ

เกี่ยวก้อยเหรอ เกี่ยวทำไม?”

แทนคำมั่นที่ว่าพี่จะไปกินข้าวกับเบ๊บไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ต่อให้ฟ้าจะถล่มดินจะทลายก็ต้องไปถ้าพี่ไม่รักษาสัญญาขอให้คะน้ารอบนี้โดนแมลงกัดจนใบน้องพรุนเป็นรูไม่สวยเหมือนเดิม

“……”

เอาล่ะเบ๊บ มึงเริ่มไม่น่ารักละนะ

แช่งอะไรก็ได้ แต่ไม่เอาเรื่องน้องๆของพี่ขอแค่นี้

งั้นขอให้ตอนพรีเซนต์ออฟแคมปัสได้คะแนนห่วย

ก็ยังเจ็บเหมือนเดิม...

แค่ไปกินข้าวเอง” ผมกลอกตา

เรื่องกินพี่เคยผิดสัญญากับเราด้วยเหรอเฮ้ย?”

เบ๊บรักพี่นะ

ไปเลิกกับคนชื่อองศาก่อน

ไม่ใช่แบบนั้นซี่” ไอ้ตัวดียู่ปาก

เบ๊บจะเลี้ยงข้าวแกงพี่มื้อหนึ่งเลย

เลี้ยงทำไม?”

เบ๊บได้มาห้าร้อยจากการทำงาน พี่ไม่ต้องห่วงนะมันเป็นเงินที่สุจริต แล้วก็อย่าห้ามด้วยเพราะพี่สมควรได้รับมันไม่อย่างนั้นเบ๊บจะรู้สึกผิดมาก แต่จำไว้นะว่าที่เบ๊บทำไปทั้งหมดก็เพราะอยากให้พี่พบเจอสิ่งดีๆเหมือนหน้าตาของพี่เท่านั้นเอง

อือๆ แล้วแต่แหละพี่ไม่เรื่องมากอยู่แล้ว

งั้นดีเลยครับ

ไอ้เด็กแสบทำตาเป็นประกายก่อนจะหันไปยังสนามยกมือขึ้นป้องปากแล้วตะโกนเสียงดังฟังชัด

พี่บอมรีบๆแข่งให้ชนะนะพี่ปาร์คเขารอไปกินข้าวด้วย

ผมหันขวับไปยังต้นเสียงทันทีที่ได้ยินชื่อของตัวเองอยู่ในบทสนทนา

ไหนว่าจะมีแค่เราไง!?”

เบ๊บเคยบอกตอนไหนว่าจะไปกับพี่แค่สองคนอะ?” น้องหันมามองผมตาแป๋ว

เบ๊บ ไอ้เด็กเหี้ย!

 

 

          เป็นเวลาเกือบทุ่มที่นายตุลยากรนั่งสะเหล่ออยู่ในร้านแจ่วฮ้อนกับชายชาตินักกีฬาที่หลังจากเวลาพักครึ่งสิบห้านาทีจบลงเจ้าตัวก็กระเหี้ยนกระหือรือในการทำคะแนนต่อแบบสุดๆ เอะอะวิ่งเอะอะโยนจนคนดูได้แต่งงว่าไม่เหนื่อยบ้างเลยหรือไงก่อนจะลงท้ายด้วยการชนะนิติศาสตร์ไปแบบขาดลอย 122 ต่อ 87 เป็นการจบเกมกระชับมิตรที่เล่นกันได้ดุเดือดและจริงจังฉิบหาย

          “กินได้ทุกอย่างใช่ไหม?”

          “ผมแพ้กุ้งอะ ที่เหลือไม่มีปัญหาแต่ถ้าพี่ชอบจะสั่งก็ได้นะเดี๋ยวผมตัดส่วนของตัวเองขึ้นมากินก่อนแล้วพี่ค่อยเอากุ้งลง...

          “ถ้าอย่างนั้นเอาชุดนี้แต่ไม่เอากุ้งครับป้า เปลี่ยนเป็นหมูแทนก็ได้

          พี่บอมหันไปสั่งกับเจ้าของร้านก่อนผมจะสาธยายจบเสียอีก เขาหันมาจดจ่อกับเมนูต่อก่อนจะเอ่ยสั่งน้ำเป๊ปซี่ขวดลิตรมาโดยไม่คิดถาม

          จำได้เหรอ? ก็บ้าแล้วไหม ผมด่าตัวเองในใจขณะเหลือบไปมองโต๊ะข้างๆ ครับไอ้เบ๊บตัวแสบมันแยกไปนั่งกับแฟนของตัวเองหลังจากมาถึงร้านได้ไม่กี่นาทีเพราะพี่องศาหน้าหมาอะไรนี่อยู่ๆก็พูดขึ้นมาว่า ‘แยกเหอะ จะนั่งกับหมู’ แบบไม่ถงไม่ถามสุขภาพกันสักคำก่อนจะลุกขึ้นยืนแล้วเปลี่ยนโต๊ะไปเสียดื้อๆโดยที่อีกสามชีวิตที่เหลือไม่ทันได้เอ่ยขัดด้วยซ้ำ

          “หิวมากไหมรอแป๊บหนึ่งนะ

          “ไม่เป็นไรๆ ผมกินรองท้องมาแล้วแหละ

          ผมตอบก่อนจะก้มหน้ากดโทรศัพท์ในมือต่อ ไม่รู้ทำไมเหมือนกันแต่ตอนนี้นายตุลยากรคนเก่งกลับไม่กล้าสบตากับร่างตรงหน้า ไม่เข้าใจตัวเองด้วยว่าทำไมหลังรับใบกิจกรรมเสร็จทำไมถึงเลือกที่จะยืนรออีกฝ่ายอาบน้ำต่อทั้งที่ไม่จำเป็นต้องทำก็ได้

          “งั้นกินเต็มที่เลยนะ เดี๋ยวพี่เลี้ยงเอง

          หรืออาจเพราะเขาใจป้ำนี่แหละ...

          พี่บอมพูดยิ้มๆก่อนจะหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเล่นบ้าง อีกฝ่ายถ่ายรูปอาหารที่เพิ่งมาเสิร์ฟและกดอะไรอีกนิดหน่อยก็เก็บมันลงกระเป๋ากางเกงเหมือนเดิมเช่นเดียวกันกับผมที่ตอนนี้ทุกความสนใจถูกเพ่งไปยังหม้อตรงหน้าที่ส่งกลิ่นหอมยั่วยวนหัวใจดวงน้อยๆ พวกเราช่วยกันเทเนื้อสัตว์ลงไปแล้วจึงตามด้วยผัก ปิดฝาไม่กี่นาทีก็เดือดพร้อมกิน

          “อร่อย...คือแบบอร่อยเลยอะ น้ำซุปดีมาก

          “ไม่เคยมากินร้านนี้เหรอ?”

          “เคยนะแต่ไม่บ่อย” ผมว่า

มันไม่มีรถเข้ามาอะผมขี้เกียจเดินด้วย แถมเวลาแวะมาทีก็กินแต่สุกี้ไม่ได้สนใจแจ่วฮ้อนเลย แต่หลังจากนี้จะเปลี่ยนใจแล้ว

          ผมเป่าน้ำซุปในช้อนเบาๆแล้วยกซด พี่บอมไม่ได้พูดอะไรอีกและนายตุลยากรเองก็ไม่คิดจะตอบคำถามอะไรต่อเพราะหมูหมักของที่นี่โคตรอร่อยจึงได้แต่ก้มๆเงยๆอยู่กับของกิน อีกฝ่ายตักอะไรมาให้ก็พยักหน้าเบาๆแทนคำขอบคุณจนรู้ตัวอีกทีปากก็เอ่ยสั่งไอศกรีมไข่แข็งมากินต่อ


          “จะกลับหอเลยมั้ย

          “นี่กี่โมงแล้วอะ?”

          “สองทุ่มครึ่งครับ

          “งั้นเดี๋ยวคิดเงินเลย หารคนละครึ่งไม่ให้เลี้ยงนะ

          ถ้าให้พูดกันตรงๆคืออีกฝ่ายมีนิสัยป๋าเกินไป ผมไม่อยากให้เขารู้สึกโดนเอาเปรียบเพราะอย่างไรเราก็กินด้วยกันคนละครึ่งดังนั้นนายตุลยากรหน้ามนคนซื่อจะออกในส่วนของตัวเอง ที่เหลือถ้าพี่บอมจะเลี้ยงโต๊ะข้างๆด้วยก็ถือเป็นเรื่องของเขา

          “เอาแบบนั้นก็ได้

          “ว่าง่ายดีมากกก

          ผมนั่งตักไอศกรีมเข้าปากในขณะที่พี่บอมเรียกพนักงานมาเช็คบิล ค่าเสียหายทั้งหมดตกคนละสองร้อยนิดๆทั้งที่เรานั่งกินมาราธอนอยู่ตั้งนานสองนาน

          “พี่ปาร์คๆ เดี๋ยวให้พี่องไปส่งพวกพี่สองคนตรงปากซอยนะ ได้ข่าวว่าหอพี่กับพี่บอมอยู่ใกล้กันงั้นก็กลับพร้อมกันแหละเนอะ

          มานงมาเนอะอะไรกันล่ะ ผมหันไปหรี่ตามองไอ้เด็กหน้ากลมที่กำลังยัดไอศกรีมลูกโตเข้าปากภายในคำเดียวก่อนจะบ่นว่าเย็นขึ้นสมองนั่งดิ้นกระแด่วๆร้อนจนถึงแฟนต้องมาลูบหัวปลอบ ช่วยให้หายได้ไหมไม่รู้แต่บาดตาคนมองมากจนต้องเบือนหน้าหนี

          “ดูไม่เข้ากันเลยนะสองคนนั้น แต่ก็คบกันได้

          “เพื่อนพี่น่ากลัว

          ผมคิดแบบนั้นมาตลอดตั้งแต่เสนอหน้าจะไปด่าเรื่องน้องคะน้าแต่สุดท้ายก็ต้องถอยทัพกลับ ส่วนหนึ่งเลยเพราะไอ้พี่องศาอะไรนี่หน้าตาไม่รับแขกโคตรๆ ไม่ใช่แค่หน้าตาดุแบบพี่บอมอะไรนี่ด้วยนะแต่ทั้งนิสัยและการกระทำทุกอย่างมันทำให้ผมลงความเห็นได้ว่าอีกฝ่ายเป็นคนที่ไม่ควรเข้าใกล้ กระทั่งเมื่อกี้ที่ได้เห็นเขานั่งยิ้มตอนมองน้องรหัสไอ้ป้องเคี้ยวตุ้ยๆ มุมมองของผมที่มีต่อผู้ชายที่นั่งอยู่โต๊ะข้างๆก็เริ่มเปลี่ยนไป

          “จริงๆมันแค่เป็นคนไม่ค่อยพูด

          “ผมก็ว่างั้นแหละ เพราะการกระทำเขาน่ารักมาก แล้วหยุดเลยนะในมืออะ ไม่ต้องส่งเงินทอนมาทางนี้ให้แล้วไม่รับคืน

          พี่บอมหัวเราะออกมาเบาๆก่อนจะเก็บเงินใส่กระเป๋าไป พวกเราลุกขึ้นยืนหลังจากเห็นว่าเบ๊บจัดการของหวานหมดแล้ว และก็เป็นไปตามที่คนอายุน้อยบอกไว้จริงๆว่าจะมาส่งตรงปากซอย ผมเกือบจะหลุดปากพูดอะไรสักอย่างที่ไม่ควรแล้วล่ะเมื่อเห็นว่ารอบข้างของตนของนี้นอกจากจะไม่มีรถแล้วยังแทบไม่มีคนเดินผ่านด้วยซ้ำ

          ปากซอยของมึงก็คือตรงตัวจริงๆไม่ขาดไม่เกินเดินสองก้าวเจอป้ายสีฟ้าตั้งตระหง่านบอกเลยว่านี่คือซอยที่เท่าไหร่ และไม่ต้องคิดเลยว่าต้องใช้เวลาเดินขนาดไหนกว่าจะถึงป้ายรถเมล์ ไอ้บ้าเอ้ยซึ้งใจมากจริงๆ!

          “เดินไหวไหม?”

          “พี่เขาใจร้ายมาก” ผมบ่นพึมพำ

          “แยกไม่ออกเลยว่าเป็นคนตรงหรือกวนตีนกันแน่

          “ค่อยๆเดินไปเรื่อยๆ เกือบสองป้ายเองเดี๋ยวก็ถึงแล้ว

          พี่บอมดึงแขนเสื้อผมเบาๆให้เดินต่อแต่บอกเลยนะว่าคนทางนี้ขี้เกียจมาก ผมไม่ชอบการออกกำลังกายและบอกเลยว่าที่เห็นหุ่นแบบนี้ไม่ใช่เพราะขยันวิ่งอะไรบ่อยๆแค่โชคดีเท่านั้นแหละที่กินอะไรแล้วน้ำหนักขึ้นยากกว่าชาวบ้านเขา ส่วนไอ้เรื่องทำอะไรเพื่อสุขภาพน่ะตุลยากรจะทำก็ต่อเมื่อเริ่มรู้สึกกว่าแก้มของตัวเองเริ่มเบียดจนรับไม่ไหวหรือพุงยื่นออกมามากจนเกินไปนั่นล่ะ

          “วันนี้พี่เล่นดีมากเลยอะ

          ผมเริ่มชวนอีกฝ่ายคุยเพื่อให้ตัวเองเลิกคิดเรื่องระยะทางที่ต้องเดิน ซึ่งมันก็ได้ผลเพราะร่างข้างๆที่กำลังเดินจงกรมเป็นทางตรงแบบเงียบๆหันมามองหลังพูดจบ

          “พี่น่ะเหรอ?”

อือ ถึงผมจะดูอะไรแบบนี้ไม่เป็นแต่ว่าพี่โคตรเท่เลยตอนชู๊ตลูกจากที่ไกลๆ เคยเป็นนักกีฬามาก่อนใช่ไหม?”

แค่เคยเล่นกับพวกเพื่อนๆตอนมอปลาย หนึ่งในนั้นก็ไอ้องนี่แหละ พอเข้ามหาลัยมาก็ไม่ค่อยได้เล่นแล้วแต่ก็เลี่ยงไม่ได้เวลามีกิจกรรม

          “ใจดีจัง ผมอะเลี่ยงได้เลี่ยงหมดเลยไอ้พวกกิจกรรมทั้งหลายเนี่ย เว้นอยู่อย่างที่ชอบเสนอตัวคือกีฬาสี ชอบไปแข่งกินวิบาก

          “ก็เคยเห็นอยู่

          “จริงดิ?”

          คราวนี้ผมตาโตเลย หยุดเดินไปสามวิก่อนจะก้าวขาต่อเพราะนึกไม่ออกจริงๆว่าเราเคยไปเจอกันตอนไหนวะ ความจำตัวเองก็มีอยู่แค่ไม่กี่แรมให้เท้าความไปไกลมากก็ไม่ค่อยได้

          “ปีก่อนตอนแข่งเสร็จ พี่เห็นนายเดินไปหยิบกล้วยที่เหลืออีกหวีครึ่งใส่ย่าม

          “……”

          “อยู่ในเต็นท์น่ะ โดนเรียกให้มาเป็นสตาฟ

          “กะ...ก็พี่เขาบอกว่าเอากลับได้อะ

          “ครับ” อีกฝ่ายยิ้ม

          “พี่ก็ไม่ได้จะว่าอะไรสักหน่อย แค่บอกเฉยๆว่าเห็น

          ณ วินาทีนี้ตุลยากรล่ะอยากจะเอาหัวโหม่งซีเมนต์แข็งๆที่ตัวเองเดินเหยียบอยู่ โคตรน่าอายเลย ตอนนั้นก็ว่าเดินไปหยิบแบบเนียนๆแล้วนะ โชคดีแค่ไหนที่ไม่เอาขวดน้ำแดงกลับด้วยไม่งั้นได้โป๊ะหมดแน่ว่าเห็นแก่ของฟรีแม้ว่ามันจะเป็นเรื่องจริงก็ตาม

ทว่ายังดีที่โชคเข้าข้าง รถสายที่ผมจะต้องขึ้นกลับหอมันมาพอดี มีเวลาอีกหลายนาทีกว่าจะผ่านไปแดงกับอีกสิบก้าวก่อนจะถึงป้ายรถเมล์ พอคิดได้แค่นั้นผมก็วิ่งโกยไขมันแบบสุดชีวิตเพี่อหนีความอับอายและบทสนทนาที่จะเกิดขึ้นหลังจากนั้นหากแต่เมื่อมาถึงพี่บอมเองก็ดูเหมือนว่าจะขึ้นรถคันตรงหน้าเหมือนกัน

          “พี่ไม่ต้องไปส่งผมแล้วนะ ผมกลับเองได้

          “สายนี้ผ่านหอพี่ครับ” เสียงทุ้มตอบกลับยิ้มๆ

          “ลืมไปแล้วเหรอว่าหอเราอยู่ตรงข้ามกัน

          “……”

          ก็เออน่ะสิ...

          กลายเป็นว่าผมต้องใช้เวลาร่วมกับอีกฝ่ายบนรถอีกสิบห้านาทีไม่มากไม่น้อยไปกว่านี้ แต่จะบอกเลยว่าไม่ได้คุยอะไรต่อหรอกนะเพราะทันทีที่ขึ้นรถปุ๊บคนทางนี้ก็หยิบเอาหูฟังออกมาใส่เปิดเพลงเข้าโลกส่วนตัวไปเรียบร้อยโดยไม่สนใจว่าเอกจะส่งข้อความอะไรมาแถมยังกดปิดเสียงโทรศัพท์เรียบร้อยเพื่อให้ดูชิวและไร้ซึ่งพิรุจมากที่สุด ขนาดตอนจะลงยังทำเพียงแค่โบกมือบ๊ายบายแบบรีบๆแล้ววิ่งเข้าตึกปล่อยให้คนที่มาด้วยกันข้ามสะพานลอยไปอย่างโดดเดี่ยวเลยด้วยซ้ำ

          ทว่าเรื่องกลับไม่จบแค่นั้น...

          “เป็ด!”

          ผมเงยหน้ามองเอกที่นั่งอยู่บนเตียงทันทีที่มาถึงห้องโดยปราศจากรูมเมทตัวดี อีกฝ่ายดูร้อนรนจนผมไม่อยากถามเลยว่าเกิดอะไรขึ้นเพราะแม่งชอบเล่นใหญ่ การที่กูให้กุญแจสำรองมึงไว้ไม่ได้แปลว่าจะเสนอหน้ามาตอนไหนก็ได้สักหน่อย ให้เผื่อไว้เกิดเหตุฉุกเฉินอย่างหัวฟาดขอบชักโครกตายจะได้มีคนมาช่วยเก็บศพก่อนจะเน่าเฉยๆหรอก ซึ่งทั้งนี้ทั้งนั้นตุลยากรแค่เปรียบเปรยให้ฟังเฉยๆเพราะมันจะไม่เกิดขึ้นจริง ผมสะบัดหัวไล่ความคิดไร้สาระของตัวเองออกไปก่อนจะวางเป้แล้วโฟกัสไปยังแขกไม่ได้รับเชิญอีกครั้ง

          “จะมานอนด้วยเหรอ?”

          “เป็ด...

          “สวัสดีเป็ด กูปาร์คนะ

          “อย่าเปลี่ยนเรื่อง หนูต้องตอบคำถามพ่อก่อนว่าทำไมหนูถึงไปกินข้าวกับคนแปลกหน้าไหนบอกจะไปกับน้องอีป้อง เดี๋ยวนี้หนูหัดโกหกพ่อแล้วเหรอ?”

          “ก็ไปกับเบ๊บอะ ไปด้วยกัน

          “แต่สตอรี่ไอจีของไอ้เหี้ยนั่นมีรูปหนูอยู่ เฉินมันส่งมาให้ดู ถึงจะเห็นแค่ครึ่งหน้าแต่พ่อก็จำหนูได้!”

          ชักจะไปกันใหญ่แล้ว เมื่อไหร่มึงจะเลิกอินกับบทบาทพ่อกูสักทีเอางี้? อันดับแรกเลยคือกูไม่ใช่ลูกมึงและมึงก็ไม่ใช่พ่อกูครับ ผมคิดแต่ไม่ได้พูดออกไปเพราะเดี๋ยวอีกฝ่ายจะใจสลายแบบที่เฉินชอบบอก ดังนั้นเลยต้องนึกคำอธิบายดีๆเพื่อใช้ตอบเพื่อนสนิทแทน

          “ก็...ก็ไปด้วยกัน เบ๊บนั่งอยู่อีกโต๊ะกับแฟนน้องมันอะ

          “เดทคู่!”

          “ไม่ใช่เดทคู่ว้อย!”

แต่พ่อเห็นหนูแก่แดดมากเลยนะเดี๋ยวนี้ ไปอี๋อ๋อกับมันสองต่อสอง หัวนอนปลายตีนเป็นแบบไหนก็ไม่รู้ ลูกเต้าเหล่าใครทำไมไม่เคยเห็นหน้า พ่อเลี้ยงหนูมาตั้งอ้อนแต่ออก สอนหนูใช้ตะเกียบไหนจะคอยเปลี่ยนแพมเพิร์ส ซื้อหมูปิ้งมาให้หนูกินแทบทุกเช้าแต่ทำไมหนูทำอะไรไม่นึกถึงใจพ่อเลย

เป็นหอกไรของมึงเนี่ย?”

ทำไมพูดจาเหมือนผีเจาะปากมาเกิดขนาดนี้ พ่อเจ็บหัวใจ

ฟังเราก่อนงั้น

พ่อฟังมามากพอแล้ว!”

          วิณญาณผู้ปกครองของแม่งแรงมากจริงๆ ครั้งล่าสุดที่เคยเห็นก็ไม่กี่เดือนก่อนตอนที่เห็นคนหย่อนจดหมายใส่ในล็อคเกอร์พอมาวันนี้มันเอาอีกแล้ว เป็นเดือดเป็นร้อนขนาดไหนก็ดูเอา ถึงขั้นหอบผ้าหอบผ่อนแบกชุดนักศึกษามาขนาดนี้ตุลยากรก็พูดอะไรไม่ออกจริงๆ

          “ไอ้อีเบย์อะไรนั่นมันจีบหนูใช่ไหมเป็ด?”

          “เขาชื่อบอมเบย์

          “พ่อไม่จำ!” อีกฝ่ายเบ้ปากแถมยังย่นคอจนเห็นเหนียง

          “ทำไมถึงยอมให้มันเข้าถึงตัวได้ขนาดนี้ ปกติหนูรู้วิธีเลี่ยงนี่

          นั่นสิ...

          “แต่เราเลี่ยงแล้วนะ...

          “รู้อะไรมะปาร์ค

          “อะไร?”

          “การจงใจแทนตัวเองแบบนี้กับคนมีxเหมือนกันจะเกิดขึ้นตอนมึงทำความผิด” เอกหรี่ตามอง

          “มึงใช้คำว่าเรากับเพื่อนผู้หญิงเป็นเรื่องปกติแต่ไม่ใช่กับพวกกูอะ

          ไอ้ควายเอ้ย ทีงี้ล่ะฉลาดนัก!

          “ง่ะ ทำไมพ่อจ๋าไม่เชื่อน้องอะ

          “……”

          “น้องแค่ไปกินข้าวกับเพื่อนใหม่แค่นั้นเอง ไม่มีอะไรในกอไผ่เลย ปกติเราไปกินข้าวด้วยกันก็มีถ่ายลงถ่ายรูปกันเป็นเรื่องปกติใช่ม้า

          ผมมองคนที่ตาลอยเหมือนตกอยู่ในภวังค์ จะกี่ครั้งกี่หนมันก็ไม่เคยชินเลยจริงๆนั่นแหละเวลาควักคำพูดน่ารักๆแบบที่มันอิจฉาเหลือเกินตอนเห็นผมพูดกับพี่โปรดมาใช้ หน้าโหดๆที่ตกม้าตายเพียงเพราะการแทนตัวเองว่าน้องแบบที่ใช้อ้อนคนในครอบครัวเนี่ย กระจอกฉิบหาย

          “พ่อเชื่อหนู เชื่อหมดหัวใจ...

          “งั้นเลิกพูดเรื่องนี้เนอะ ขอไปอาบน้ำก่อน แล้วถ้าจะนอนก็นอนเตียงคุนไปวันนี้มันคงไม่กลับละไม่ต้องมานอนเบียดกันโอเค๊?”

          “ได้จ้ะ สระผมด้วยมั้ยเดี๋ยวพ่อหยิบผ้าเช็ดตัวให้

          “อือๆ แล้วก็เรื่องนี้เฉินฟ้องใช่ปะพรุ่งนี้ไปจัดการมันเลยนะโทษฐานทำให้ครอบครัวร้าวฉาน คิดจะยุแยงให้พ่อจ๋ามาทะเลาะกับน้องเหรอ ชาติหน้าตอนบ่ายๆเลยเพราะแม่งไม่ได้ผล

          สิ่งสุดท้ายที่เห็นคือเอกพยักหน้ารับก่อนผมจะรีบหยิบเสื้อผ้าแล้วปลีกตัวเข้าห้องน้ำมา

          เกือบไปแล้วมึงเอ้ย...

 

 

ผมใช้เวลาครึ่งชั่วโมงในการอาบน้ำรวมถึงเก็บตุ๊กตาเป็ดยางที่เอกเอาออกมาจากชั้นให้เข้าที่ เป็นห่าอะไรนักชอบมายุ่มย่ามของๆชาวบ้านเขาน่ะ ถึงจะเป็นคนซื้อมาให้ก็เถอะแต่การรื้อออกมาเล่นแล้วไม่เก็บนี่สมควรโดนกระทืบสักทีสองทีนะ

เอก

จ๋า?”

ไม่ต้องมาจ๊ะจ๋า ทำไมเอาน้องออกมาแล้วไม่เก็บเข้าที่อะ?”

ก็พ่อเหงา เลยชวนน้องๆมาคุยด้วยเป็นตัวแทนของหนู

คนฟังแทบจะกลอกตาสามร้อยหกสิบองศาแบบหนังสยองขวัญ ผมทิ้งตัวนั่งบนเตียงขณะหยิบผ้ามาเช็ดหัวเปียกๆของตัวเองพร้อมกับฟังเพื่อนสนิทรําพึงรําพันถึงเรื่องหอไฟดับร้อนมากจนนอนไม่ได้ และวินาทีนั้นตุลยากรก็เข้าใจแล้วว่าไอ้เป็นเอกนี่มันตอแหล ทำมาเป็นหวงอย่างนั้นห่วงอย่างนี้ พ่อกลัวหนูใจแตกจนต้องถ่อสังขารมาหาตอนดึกดื่น ที่ไหนได้อีกฝ่ายก็แค่ต้องการสถานที่กบดานชั่วคราว แถมยังหน้าด้านหน้าทนขนงานที่ยังทำไม่เสร็จเอามานั่งปั่นแถมยังให้ผมช่วยอีกแน่ะ

สีก็ไม่พกมา จะให้กูกัดเลือดออกมาทาแทนรึไง?”

เป็ดฟังพ่อ

ขอยืมสีหน่อย?”

ใช่ นั่นแหละสิ่งที่อยู่ในใจพ่อจ๋าของหนู

ผมขยับปากด่าไร้เสียงก่อนจะเดินไปหยิบปากกาสีกับพวกสีไม้ของตัวเองมานั่งช่วยเพื่อทำเปเปอร์ วาดทั้งต้นมะพร้าวทั้งคะน้าอย่างตั้งอกตั้งใจราวกับว่างมาก ซึ่งก็ว่างมากจริงๆเพราะงานเสร็จไปนานแล้ว ใครจะดองงานเก่งเหมือนไอ้ตัวที่กดโทรศัพท์อยู่ข้างๆไม่มีหรอก ทำวันนี้เอาไปส่งพรุ่งนี้ทั้งๆที่ควรจะได้หยุดไปตอหลดตอแหลทั้งวันแท้ๆ คนอย่างมันช่างไม่หัดวางแผนการใช้ชีวิตเสียบ้างเลย

บอมเบย์ประมง

“……”

ไปรู้จักกันได้ยังไง?”

ถามทำไมอะ…”

ทำไมมีคนเอาไปจิ้นกัน รู้จักใช่ไหมจิ้นคือการจับคู่อวยประหนึ่งมึงสองคนเป็นแฟนกัน

กูไม่ได้โง่ ผมอยากบอกเอกแบบนี้แต่ก็ปล่อยให้อีกฝ่ายอธิบายขยายคำศัพท์ไปนั่นแหละ จะว่าไงดี ถ้าบอกว่ารู้จักเพราะอีกฝ่ายมาขโมยผักพรุ่งนี้นายเป็นเอกแม่งยกทัพไปทํายุทธหัตถีแน่ อีกฝ่ายเป็นห่วงผมยิ่งกว่าอะไร ชอบบอกว่าตุลยากรไม่ทันคนอย่างนั้นหัวอ่อนอย่างนี้ อยู่บนโลกที่มีแต่คนแบบป้องไม่ได้หรอก

คิดมาก” ผมว่า

พี่เขาเป็นเพื่อนกับแฟนของเบ๊บ เอาจริงๆก็เป็นคนไนซ์มากเลยนะ นิสัยดีแล้วก็ใจดีด้วยอะ

ไม่ค่อยชมใครว่าใจดีนะ รู้ใช่ไหม?”

คำพูดของเอกดูไม่จริงจังเท่าไหร่เพราะอีกฝ่ายยังคงกดโทรศัพท์เล่นอยู่แต่จากที่รู้จักกันมาหลายปีผมรู้ว่าเอกกำลังซีเรียส แต่ก็นะใครเลี้ยงข้าวผมก็ว่าเขาใจดีหมดแหละ คนแรกก็พี่รหัสส่วนคนที่สองก็เพิ่งจะมีพี่บอมเบย์อะไรนี่ สำหรับคนที่มีเพื่อนสนิทไม่เยอะจะให้ไปเที่ยวชมคนนู้นทีคนนี้ทีมันก็ไม่ใช่เรื่อง

โตแล้วหน่า

ไม่ได้ว่าถ้าคบใครเป็นเพื่อน แค่เป็นห่วง แล้วไอ้พวกคอมเมนต์จิ้นๆอะไรนี่อะก็ไม่ต้องไปอ่านมันมาก

คิดเยอะเกินไปแล้วมึงอะ

พ่อคิดเยอะหรือหนูไม่คิดอะไรเลยอีนังลูกเป็ด!”

จู้จี้ขี้บ่น” ผมเบะปาก

มีลูกคนเดียวก็ต้องห่วงสิวะ แล้วทำเสร็จยัง เอาแผ่นนี้ไปวาดต่อนะ พ่อคาดหวังในตัวหนู จิตรกรตัวน้อยๆของพ่อ

หลอกใช้แหละดูออกแต่จะไม่ด่าเพราะเสียเวลา ผมได้แต่ถอนหายใจอย่างปลงๆก่อนจะดึงกระดาษที่ในนั้นถูกเขียนด้วยลายมือหวัดๆมาเพื่อวาดรูปตกแต่งซึ่งดูอย่างไรก็เหมือนงานเด็กประถมมากกว่า แต่เอาเถอะ อย่างน้อยฝีมือการวาดของผมก็ดีกว่ามันนั่นล่ะ

เป็ด

ว่าไง?”

พ่อมีคำถาม

เอกชี้ไปยังกระดาษตรงหน้าที่มีรูปวาดเล็กๆตกแต่งอยู่ข้างช่องมายแมพของอีกฝ่าย มันน่ารักเกินกว่าที่ผู้ชายหยาบกระด้างแบบเจ้าตัวจะสามารถทำได้แต่นั่นดูเหมือนว่าจะไม่ใช่ปัญหา เพราะปลายนิ้วยาวๆของเอกน่ะชี้ไปยังมุมกระดาษที่มีรูปน้องตัวเล็กๆกับฟองอากาศที่ผมวาดไปเมื่อครู่

วาดผักผลไม้อะพอเข้าใจ แต่ไอ้ปลาทองตัวสีส้มนี่มันเกี่ยวอะไรกับงานของพ่อเหรอ?”

ผมมองหน้าเอก เอกผมหน้าผม เราสบตากัน

นั่นสิ ทำไมถึงวาดลงไปวะ?

ครืดดดด

อ่า...มีคนโทรมา แป๊บนะ

ผมกระโดดลงจากเตียงของคุนไปคว้าสายช่วยชีวิตมากดดู จากตอนแรกที่คิดว่าจะเป็นเบ๊บหรือต้นข้าว แต่ทุกอย่างพลันชะงักเมื่อสิ่งที่คิดนั้นผิดทั้งหมด ผมหันไปมองเอกที่กำลังมองมาทางนี้อยู่แล้วก่อนจะเอ่ยเลี่ยงๆแบบไม่โกหกแต่ก็ไม่บอกให้หมดแล้วรีบปลีกตัวไปรับโทรศัพท์ด้วยท่าทางมีพิรุธประหนึ่งนายตุลยากรเป็นดีลเลอร์ค้ายา

(สะดวกคุยมั้ย?)

ถ้าเป็นตอนนี้ที่หนีออกมายืนเคว้งอยู่ริมระเบียงก็สะดวกแล้วแหละถึงจะมีสายตาของเอกคอยมองมาเป็นระยะก็เถอะ

อื้อ พี่โทรมามีอะไรหรือเปล่า

(ถ้าบอกว่าไม่มีจะวางสายไหม?)

ผมหยุดคิดตามคำพูดนั้นเพียงชั่วครู่ก่อนเอ่ยตอบ

เราสามารถโทรหาคนอื่นโดยที่ไม่มีเรื่องอะไรให้คุยได้ด้วยเหรอ?”

(ได้สิปลายสายพูดเจือหัวเราะ

(เขาอาจจะอยากได้ยินเสียงก่อนนอนอะไรทำนองนี้ไง)

“……”

คนที่กำลังมองวิวถนนเบื้องหน้าอยู่เผลอขมวดคิ้วกับคำพูดนั้น แสดงว่าอยากได้ยินเสียงผมงี้เหรอสมองที่เคยใช้ประมวลคำตอบข้อสอบมาทั้งชีวิตเริ่มทำงานหนักเมื่อคำพูดในครั้งนี้มันดันไม่มีคำตอบตายตัวแบบเคยพบเจอมา ผมกำลังคิดถึงหนุ่มสถาปัตผมติ่ง แล้วก็ย้อนกลับมาคิดถึงคำพูดเมื่อกี้ก่อนจะได้คำตอบ ว่า...

ไม่เห็นเข้าใจเลย

ขอโทษที่โง่ได้ไหม แต่พยายามแล้วนะถึงจะไม่เก็ตก็เถอะแต่ก็พยายามแล้วจริงๆ

(ฮ่าๆๆ ก็คิดไว้อยู่แล้วว่าคงไม่เข้าใจ)

เป็นอีกครั้งที่คนปลายสายหัวเราะออกมา

          “ผมอาจจะหัวช้าเกี่ยวกับอะไรแบบนี้นิดหน่อย โทษนะพี่

(ดีแล้วล่ะครับ)

ทำไมอะ?”

(ถ้านายหัวไวพี่คงแย่ ไม่งั้นคงไม่รอดมาจนถึงตอนนี้หรอก)

ผมพยายามทำความเข้าใจกับคำพูดแสนคลุมเครือของคนอายุมากกว่าที่เงียบไปแล้ว แน่นอนผมเองก็ไม่รู้จะพูดอะไรต่อ ไม่รู้ว่าจะคุยอะไรดีแต่ก็ไม่ยอมวางทิ้งสายไว้อย่างนั้น ฟังเพลงที่คู่สนทนาเปิดคลอไว้เบาๆ รสนิยมการฟังเพลงของเราคล้ายกันนะ ผมชอบเพลงอยากเจอ ของ Blue Shade มาก มีช่วงหนึ่งเคยติดฟังทั้งเดือนแถมยังแชร์ลงเฟซอยู่สองสามครั้งด้วย

เกิดเดดแอร์ขึ้นนานนับนาทีจนท่อนสุดท้ายของเพลงเดิมจบ เขาไม่วางสาย ส่วนผมก็ไม่พูดอะไร มันเป็นแบบนั้น เป็นความเงียบที่ไม่รู้สึกอึดอัดเท่าที่ควร ผมได้ยินเสียงเพลงดังขึ้นกว่าเดิมนิดหน่อยตอนที่ขึ้นเพลงใหม่ราวกับว่าพี่บอมกำลังสวมวิญญาณเป็นดีเจคลื่นฮิต

 

อย่าเพิ่งสงสัย ฟังฉันก่อน

อย่าเพิ่งใจร้อนเดินหนีไป แค่เพียงไม่นาน

อยากให้รู้ความจริงข้างใน

 

(รู้จักเพลงนี้ไหม?)

 

ที่หยุดเฉยๆเพราะฉันเองยังไม่กล้า

ชักช้าเพราะมัวเขินอาย แค่สบสายตา

ก็หวั่นไหวไปทั้งหัวใจ…’

 

อื้อ...รู้จัก

ผมพึมพำขณะที่ในหัวก็พยายามนึกไปด้วยว่ามันคือเพลงอะไรเพราะเหมือนตัวเองจะเคยฟังเมื่อนานมาแล้ว ทว่าทำยังก็คิดไม่ออกสักที

เคยฟังผ่านๆ แต่ว่าตอนนี้ลืมชื่อเพลงไปแล้วอะ

(พี่เพิ่งลงเฟซไปเอง เข้าไปดูสิ)

โหไรอะ บอกเลยไม่ได้เหรอ เอาหูแนบโทรศัพท์อยู่ไม่งั้นไม่ได้ยินเสียงนะ

(แสดงว่าถ้าไม่ติดคุยนี่จะเข้าไปดูจริงๆเหรอ?)

ก็มันคาใจอะ” ผมว่า

เคยฟังแบบนานมากๆแล้ว เดี๋ยวจะกดเข้าไปฟังต่อ

(ถ้าอย่างนั้นพี่ไม่กวนแล้วดีกว่า ฝันดีนะน้องคะน้า)

สายนั้นตัดไปโดยไม่รอให้คนฟังตอบกลับอะไรเลยด้วยซ้ำ ผมได้แต่แยกเขี้ยวใส่โทรศัพท์ก่อนจะเดินเข้ามาในห้อง แน่นอนว่าเอกเก็บของทุกอย่างเข้าเป้หมดแล้วและนอนเล่นเกมอยู่บนเตียงของคุน มันหันมามองผมอีกครั้งแถมยังทำท่าเหมือนจะพูดอะไรแต่สุดท้ายก็เงียบ

หน้าตาดูอยากเสือกมากแต่ไม่ถามนี่เป็นอาการที่แปลกนะ

หนูเห็นพ่อเป็นคนยังไง?”

ขี้เสือก หน้าม่อ ปากหมา อ้อ...ขี้เกียจด้วย

ก้าวร้าว” เอกส่ายหัว

เข้าสู่ช่วงวัยต่อต้านแล้วสินะลูกกู” ผมชูนิ้วกลางให้อีกฝ่ายที่เอาแต่หัวเราะ

มันเป็นอะไรนักไอ้นี่ มึงเมากัญชาเหรอ?”

ร้องเพลงจีบสมัยนี้แม่งเชยสัสๆไปแล้วไม่รู้เหรอวะ

ไรอะ อยู่ๆก็เปลี่ยนเรื่อง

เสียงเหมือนเอาตูดไปไถกับสังกะสี แต่ไม่มีไรพ่อไปขี้แป๊ปนะ ไม่ต้องคิดถึงกัน” เอกว่า

พ่อรักหนู พ่อจะรีบออกมา

มันเป็นบ้า ผมสรุปกับตัวเองแบบนั้นก่อนจะโดดขึ้นเตียงตัวเองแล้วหยิบหูฟังมาเสียบแล้วกดเข้าแอพพลิเคชั่นรูปตัวเอฟสีฟ้าสดใสเพื่อไปหาคำตอบว่าเพลงที่พี่บอมเปิดเมื่อครู่คือเพลงอะไรกันแน่ แต่สิ่งที่พบกลับไม่ใช่ลิ้งก์ที่แชร์มาจากยูทูป ไม่มีลิ้งก์เพลงจากแอพไหนเลยนอกจากรูปแจ่วฮ้อนที่เพิ่งไปกินด้วยกันมาตอนเย็นพร้อมแคปชั่นอย่างนี้ต้องฉลอง กับคลิปไลฟ์สดของอีกฝ่ายที่มาแค่ห้านาทีแต่ก็มียอดดูตั้งสามร้อยกว่า!

โคตรจะฮอตเลย!

 

Thithiti Wanichkul ได้แพร่ภาพสด

35 นาที

บอกรัก - Bedroom Audio

 

ผมกดดูคลิปนั้นทันทีด้วยนิสัยแบบเดียวที่เพิ่งด่าเอกไปหยกๆ ภาพตรงหน้าคือผู้ชายในชุดเสื้อยืดคอวีสีขาวกับกางเกงขาสั้นสามส่วนกำลังนั่งเกากีต้าร์อยู่เกือบครึ่งนาทีโดยไม่พูดอะไรสักคำ กล้องอีกฝ่ายค่อนข้างนิ่ง คงจะถ่ายเองคนเดียวโดยการวางมันไว้ที่ไหนสักที่จากข้อสันนิษฐานของนายตุลยากร

          กระทั่งวินาทีที่ 47 เจ้าตัวก็เงยหน้าขึ้นแล้วเริ่มร้องเพลง มันเป็นเพลงเดียวกับที่ผมได้ยินเขาเปิดตอนที่เจ้าตัวโทรมา แต่จังหวะดนตรีในยามนี้มันกลายเป็นอะคูสติกเพราะมีเพียงกีต้าร์โปร่งกับเสียงทุ้มนุ่มฟังสบายในแบบที่ฟังแล้วไม่อยากกดออก ผมเข้าใจแล้วจริงๆว่าทำไมสาวๆในเพจอะไรนั่นถึงได้ชอบพี่บอมนักหนา

          เขาอาจไม่ได้หล่อขนาดไอดอลเกาหลีที่เพื่อนๆในสาขาของผมคลั่งไคล้หรือมีออร่าจัดๆเหมือนกับดาราแต่ก็เป็นคนที่มองเพลินเกินกว่าจะละสายตาจริงๆนั่นล่ะ ยิ่งตอนเสียงทุ้มร้องเพลงไปพร้อมๆกับเล่นกีต้าร์ด้วยท่าทางสบายๆ ขยับตัวเล็กน้อยไปตามทำนองดูเป็นธรรมชาติ แม่งเป็นอะไรโคตรเท่ รวมถึงรอยยิ้มบางๆตอนที่เงยหน้าขึ้นมองกล้องนั่นก็ด้วย...

 

            ‘ถ้าแต่งเป็นคำร้อง จะดีไหม

บอกผ่านทำนองเธอคงจะเข้าใจ

ถ้าเป็นอย่างนั้น จะบอกเธอให้ฟังว่าทั้งหัวใจ

ฉันรักเธอ...

 

ผมกดไลค์ให้กับคลิปนั้นหลังจากฟังจบก่อนจะเอาชื่อเพลงไปเสิร์ชหาในยูทูปแล้วแชร์ลงเฟซตัวเองเหมือนที่ชอบทำ ทว่าไม่ถึงนาทีลิ้งก์ที่แชร์ก็มีใครบางคนมากดไลค์

ใครคนนั้นที่ผมเพิ่งฟังเขาโคฟเวอร์นั่นแหละ

 




tbc

#เกษตรทฤษฎีรัก

รักก็คือรัก หลงก็คือหลง ถ้าถามชาวประมง ชาวประมงก็จะบอกว่าเขาน่ารักมากเลยจ้า555555 จนกว่าจะพบกันใหม่เอนจอยรีดดิ้ง!

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,409 ความคิดเห็น

  1. #1374 0983047939 (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 26 ธันวาคม 2563 / 16:40
    นิยายขายขำใช่ไหม 555
    #1,374
    0
  2. #1339 ay_ben (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 16 พฤศจิกายน 2563 / 10:46
    เค้าจีบกันอะยู
    #1,339
    0
  3. #1240 mmmmilDef.g7 (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 10 กรกฎาคม 2563 / 22:18

    โอ้ยยยยยยยย
    #1,240
    0
  4. #1045 friday_yy (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 13 พฤษภาคม 2563 / 11:50

    เบ๊บบบ หนูขายพี่หรอลูก เอ็นดู 55555555555 พี่บอมถ้าพี่จะรุกแรงขนาดนี้น้องยังไม่รู้ตัวอีก เป็นกำลังใจให้พี่บอมเบย์นะ 5555555555

    #1,045
    0
  5. #1003 PCHANRAWA (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 10 พฤษภาคม 2563 / 01:21

    ฮือออ เดทอ่อนๆแถมมีเพลงจีบกันด้วยยยย
    #1,003
    0
  6. #1000 ออมม่า (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2563 / 16:52

    โรแมนติก ถึงแม้นายเอก จะยังไม่รู้ตัว 555

    #1,000
    0
  7. #998 ariassika (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2563 / 16:45
    แหม พี่บอมเขาร้ายนะคะหัวหน้า
    #998
    0
  8. #931 เพลงๆ (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 7 พฤษภาคม 2563 / 19:32
    พี่บอมมม เขินนเลยอ่ะะะ
    #931
    0
  9. #928 s_c0907 (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 5 พฤษภาคม 2563 / 05:02
    แค่ตอนนี้ตอนเดียวคือมือหงิกไปไม่รู้กี่รอบแล้วค่า5555555
    #928
    0
  10. #927 ponnyyyy (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 2 พฤษภาคม 2563 / 21:07
    น่ารักกกกกสุดดดดดดดๆๆๆๆ
    #927
    0
  11. #926 nana (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2563 / 11:55

    น้องเป็ดฉลาดเอาตัวรอดจากเพื่อนเอกได้ด้วย555ตลกเพื่อนเอกจริงๆ เดินเรื่องได้น่ารักมากๆ เลยค่ะ รอนะคะไรท์

    #926
    0
  12. #925 creamww (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2563 / 11:01

    ยิ้มกับทุกตอนจนกรามจะค้าง//รอนะค้าา

    #925
    0
  13. #923 Mooneyyyyyyyyy (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 29 เมษายน 2563 / 19:15

    มันดีมากๆเลยแบบคนพี่ก็อบอุ่นคนน้องก็คือน่ารักเป็นบ้าแต่ทั้งนี้ทั้งนั้นพ่อเอกคืออินเกินเบอร์มากขำไม่ไหว55555

    #923
    0
  14. #922 Chiracc (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 29 เมษายน 2563 / 18:14
    เอ็นดูมากกกกก
    #922
    0
  15. #921 Kyy (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 29 เมษายน 2563 / 05:02

    ชอบความที่เอกอินบทพ่อลูกมากคือตล๊กกกกก ละน้องยังแบบถึงรำคาญแต่ก็เออออไปกับเพื่อนด้วย แบบตัดรำคาญ 55 ชอบที่น้องไม่ได้ใสเว่อร์จนดูแบบโตมายังไงในสังคม แต่แบบก็มีมุมซื่อบ้าง แต่ก็ทันคนประมาณหนึ่ง55 ชอบความแอบบ่นในใจ แบบกุโตแล้ว 5555 ส่วนพี่บอมคือเสียศูนย์เขายิ้มกลับเนี้ย 55 ส่วนเบ๊บขายพี่!! 55 ป้องแกไว้ใจผิดแล้วละ

    #921
    0
  16. #920 chanan94712 (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 29 เมษายน 2563 / 01:03
    ซื่อจริงหนูลูกกกกกกกก
    #920
    0
  17. #919 JediMan7 (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 28 เมษายน 2563 / 13:20

    จริง ๆ อยากให้ไรเตอร์อัพไว ๆ ในแต่ละตอน เพราะเรื่องนี้ น่ารักมาก ถ้าอัพไว ๆ คนจะอ่านเยอะกว่านี้นะ

    #919
    0
  18. #918 JediMan7 (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 28 เมษายน 2563 / 13:19

    น้องยังไม่รู้ตัว แต่พี่บอม คิดไปไกลแล้ว 5555

    #918
    0
  19. #917 lalalizMk (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 28 เมษายน 2563 / 05:45
    พี่บอมคงยิ้มทั้งคืนแล้ว
    #917
    0
  20. #915 P-jk-99 (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 28 เมษายน 2563 / 02:38
    น้องไม่เขิน พี่ขอเขินแทนละกัน
    #915
    0
  21. #914 love bb lava (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 28 เมษายน 2563 / 00:36
    จีบอยู่แต่เทอไม่รุ้
    #914
    0
  22. #911 myseob (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 26 เมษายน 2563 / 22:49
    รุกหนักรุกแรงแซงทุกคนมากพี่บอม โชคดีที่น้องหัวช้า แต่พวกคุณพ่อๆของน้องเขาหัวไวนะคะ ระวังไว้เลยพ่อเขาหวงมาก แล้วยัยน้องนี่ยังไง เริ่มเสียอาการแล้วแหละ เป็นน่ารักเป็นยัยผมติ่งที่น่ามันเขี้ยวมาก ฮึ่ยย
    #911
    0
  23. #909 mangpor_8827 (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 26 เมษายน 2563 / 22:03
    น้องชอบพี่เขาแล้วว พี่ดูออก สำหรับการร้องเพลงจีบกันหรือส่งเพลงจีบกันเป็นอะไรที่โคตรคลาสสิคเลย ชอบนะ น่ารักดี น้องก็ยังคงซื่อและไม่ทันเล่ห์เหลี่ยมของพี่บอมอยู่ดี พี่เขาเต๊าะหนูอยู่ลูก รู้ตัวได้แล้ววว ชอบความเอาเนื้อเพลงวาฬเกยตื้นมาแปลงอ่ะ น่ารัก รักก็คือรัก หลงก็คือหลง.....
    #909
    0
  24. #908 DCL_Mr.DeCoLa (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 26 เมษายน 2563 / 20:41
    บอกได้คำเดียวว่าชั้นเขิน !! เกินต้าน !!!
    #908
    0
  25. #906 nyoungsdef (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 26 เมษายน 2563 / 11:00
    งื้ออออล์ เขินมากกกกกก ส่วนอิพ่อคือเข้าไปอยู่ในสถานะพ่อโดยสมบูรณ์
    #906
    0