เกษตรทฤษฎีรัก

ตอนที่ 14 : รดน้ำครั้งที่ 13 ห้ามไม่ไหวแล้วช่วยที ใจมันอ้วนพอง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,854
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 540 ครั้ง
    24 ม.ค. 64





รดน้ำครั้งที่ 13

จะรับผิดชอบยังไง ถ้าหัวใจฉันระเบิด
ถ้าเธอไม่ได้คิดอะไร หยุดได้ไหมกลัวใจมัน Hurt


///





            วันนี้เป็นวันที่บรรดาพ่อปลอมๆของผมคึกคักกันเป็นพิเศษ...

            หลังจากอาจารย์ปล่อยตรงเวลานั่นคือสี่โมงเย็น เอกคือคนแรกที่ดูกระปรี้กระเปร่ามากกว่าใครทั้งที่ในยามปกติอีกฝ่ายแทบจะคลานออกมาจากห้อง ส่วนป้องเองก็ดูจะมั่นใจมากว่าแข่งบาสรอบนี้ฝั่งเกษตรจะต้องชนะแน่ๆผิดกับผมและเฉิน   ที่ได้แต่มองตากันปริบๆ

            วันศุกร์ฉันสนุกครื้นเครงงงง

            อาการไม่ไหวละนะ แค่แข่งกระชับมิตรขำๆไม่เห็นต้องจริงจังขนาดนี้เลย

            ศึกแห่งศักดิ์ศรีไง ว่าไม่ได้

            เฉินที่เดินอยู่ข้างผมเอ่ยขึ้น เราเป็นสองคนที่รั้งท้ายผิดกับตัวจริงข้างหน้าสองคนที่แข่งกันวิ่งไปยิมเพื่อเตรียมตัวสำหรับการแข่งที่จะเริ่มขึ้นตอนห้าโมงเย็น

            แต่รถรางก็มีเสือกไม่นั่ง ไม่รู้จักประหยัดพลังงานอีพวกโง่

            ผมหัวเราะออกมากับคำพูดนั้น พวกเราเดินมาถึงจุดรอรถรางก่อนเฉินจะยืนนิ่งไม่ยอมขึ้นปล่อยให้รถตรงหน้าค่อยๆเคลื่อนตัวออกไปจนคนทางที่ได้แต่ขมวดคิ้ว

            ไม่ขึ้นเหรอ?”

            “รอต้นข้าว อีกฝ่ายว่า

            ป้องมันบอกให้รอไปพร้อมกับน้องมึง เอาจริงกูเกือบลืมไปแล้วว่าใครเป็นพี่รหัสข้าวมัน

            มึงว่าป้องมันจริงจังกับน้องกูไหมอะ?”

            “ปาร์ค มึงลองคิดตามคำพูดกูเฉินหันมามองหน้าผม

            “คนเหี้ยที่ลงทุนปลูกผักบุ้งเพราะน้องมึงเลี้ยงเต่าทั้งที่ปีนี้เราไม่จำเป็นต้องทำแบบนั้นแล้ว เห็นน้องมึงกลับรถเมล์ก็เป็นห่วงคอยเทียวไล้เทียวขื่อพาไปส่งที่บ้าน เลิกคุยซ้อนเพื่อมานั่งรอตอบแชทคนๆเดียว ไปเที่ยวไหนเจอของอร่อยก็ซื้อกลับมาฝากทั้งที่ปกติแม่งเคยเห็นหัวใครที่ไหน แบบนี้มึงว่ามันจริงจังไหมล่ะ?”

            “ต้นข้าวใจแข็งจะตาย...

            ของแบบนี้มันต้องใช้เวลา รู้จักไหมน้ำหยดลงหินทุกวันอะ

            หินก็เปียกไง

            เฉินมองผมด้วยแววตาสงสารจับใจ ทำไมล่ะ ตุลยากรน่าสงสารตรงไหน? ร่างข้างกายของเพื่อนสนิทถอนหายใจออกมาพร้อมกับพึมพำว่าตัวเองทนคุยกับผมยังไงได้ตั้งนานสองนาน คนแบบนี้ไม่สมควรเปลืองน้ำลายด้วยเลยจนคนฟังอยากจะร้องขัดว่าไหนบอกว่าผมเป็นลูกรักไงแล้วทำไมมึงหยามมันสมองลูกตัวเองไม่หยุดเลย!

            “น้องมึงเดินมานู่นแล้ว ของกินเต็มไม้เต็มมือ รู้ใจพี่มันฉิบหายเลย

            เป็นอย่างที่เฉินบอกเพราะน้องรหัสของผมกึ่งเดินกึ่งวิ่งมาพร้อมกับถุงผลไม้และลูกชิ้นทอดจนคนทางนี้รู้สึกเต็มตื้นอยู่ภายในใจจนบรรยายเป็นคำพูดไม่ออกจนกระทั่งร่างนั้นมาหยุดยืนอยู่ตรงหน้าแล้วยื่นถุงขนมชูขึ้นพร้อมรอยยิ้ม

            ถั่วแปบของโปรดพี่ปาร์ค ผมมีผลไม้กับลูกชิ้นทอดด้วยนะไว้กินตอนดูเพื่อนแข่ง

            นี่ไปดูแข่งบาสหรือหนังกลางแปลง?”

            เฉิน ยุ่งว่ะ

            ผมหันไปเอ็ดเพื่อนสนิทก่อนจะเอื้อมมือไปรับของจากน้องรหัสมาถือไว้เองเพราะเกรงใจ อุตส่าห์หิ้วมาตั้งนานสองนาน ภาระหน้าที่ตรงนี้ตุลยากรจะสานต่อให้เองไม่ต้องห่วง

            พี่ปาร์คตัวก็แค่นี้เอง กินเยอะๆนะจะได้โตไวๆ

            รูปประโยคมันดูแปลกๆไหมหรือผมคิดไปเอง?

            ต้นข้าวหัวเราะออกมาก่อนจะดึงมือผมให้เดินไปขึ้นรถ พวกเรานั่งเบาะหลังสุดโดยมีผมที่โดนประกบซ้ายขวาให้อารมณ์เหมือนเด็กเวลาครอบครัวพาไปเที่ยวสวนสัตว์ ผมคิดแบบนั้นก่อนจะยกถุงผลไม้ขึ้นมาดูว่าข้างในมีอะไรบ้างก่อนจะถือต่อไปโดยที่ยังไม่เปิดกินเนื่องจากเคยมีประสบการณ์โดนไม้ทิ่มปากระหว่างที่รถขับผ่านเนิน

            พี่จะไปนั่งข้างไหนอะ?”

            “ข้างซ้ายไง ผมว่า

            ริมๆหน่อยเดินเข้าออกสะดวกดี

            ไม่ใช่แบบนั้นดิ ผมหมายถึงที่ไปเนี่ยจะเชียร์ใคร

            “…….”

            “จะนั่งกับผมหรือไปนั่งกับเบ๊บ

            คำพูดของต้นข้าวทำให้เฉินเงยหน้าขึ้นมาจากโทรศัพท์ก่อนตุลยากรจะตกเป็นเป้าสายตา ผมเหลือบมองไปทางซ้ายที่มีเฉินนั่งขมวดคิ้วแต่พอเหลือบไปทางขวาก็เห็นต้นข้าวยักคิ้วกวนๆส่งมาให้ อย่าว่าอย่างนั้นอย่างนี้เลยนะ ผมไม่เข้าใจว่าทำไมต้องเลือกระหว่างนั่งข้างน้องรหัสตัวเองหรือนั่งกับน้องรหัสของเพื่อน

            ถามออกไปดีไหมนะ จะดูโง่มากหรือเปล่าถ้าถามตรงๆ?

            น้องไอ้ป้องนั่งอยู่ฝั่งประมง

            ก่อนเฉินจะเป็นคนเฉยสิ่งที่ทำให้ผมคาใจอยู่นานสองนาน แน่นอนอยู่แล้วว่าผมต้องนั่งฝั่งคณะเราสิ จะให้ไปนั่งกับคนอื่นทำคะน้าอะไรเล่าแต่ไม่รู้ทำไมบรรยากาศรอบข้างมันจึงดูแปลกพิกล

            ปกติก็ต้องนั่งกับพวกมึงอยู่แล้วไม่ใช่เหรอ?”

            “นึกว่าตาหนูของป๊าจะเชียร์ฝั่งประมงเสียอีก

            พอพูดถึงตรงนี้ก็...

           


            'ไปเชียร์เพื่อนเหรอ?'

เปล่าครับ ไปเชียร์พี่ต่างหาก

 


เอาไงดีวะปาร์ค?

ค่อยๆคิดก็ได้ พี่ยังมีเวลาอีกตั้งหลายนาทีกว่าอีรถเต่านี่จะขับถึง ไม่ดิอีกครึ่งชั่วโมงกว่าเกมจะเริ่ม ไม่ต้องคิดมากแต่เพื่อนๆพี่อยู่เกษตรกันหมดอะ

ต้นข้าวหันมายิ้มตาหยีให้ แต่วินาทีนั้นผมสัมผัสได้ว่าน้องรหัสตัวเองไม่ใช่คนดี! การปล่อยอีกฝ่ายให้อยู่กับป้องมากไปทำให้เด็กที่น่ารักติดเชื้อและกลายพันธุ์ ทว่าอึดใจเดียวเท่านั้นพวกผมก็มายืนอยู่หน้าโรงยิม ทุกอย่างเกิดขึ้นเร็วมากจนกว่าจะรู้ตัวก็โดนลากมานั่งแหม่ะอยู่ที่สแตนด์เชียร์เสียแล้ว

พื้นที่บนสนามยังไร้ซึ่งนักกีฬา มีเพียงกรงรถเข็นที่ภายในนั้นเต็มไปด้วยบาสนับสิบลูก บรรยากาศรอบข้างดูคึกคัก หลายคนหยิบไอแพดขึ้นมาทำเป็นป้ายไฟรวมถึงต้นข้าวเองก็เหมือนกัน

แน่ะ เชียร์ป้องมันเหรอ?”

ผมไม่ได้อยากจะแซวหรอกนะ จริงจริ๊ง!

ก็สัญญาไว้ว่าจะมาเชียร์พี่มัน ผมแพ้เกมตอนดวลหนึ่งต่อหนึ่ง

คนอายุน้อยกว่ายักไหล่อย่างไม่สะทกสะท้าน ซึ่งพอรู้ว่าทำอะไรอีกฝ่ายไม่ได้ผมเลยเลือกที่จะนั่งจิ้มลูกชิ้นทอดกินแทนเพื่อฆ่าเวลา เอาเข้าจริงตั้งแต่คืนนั้นที่โทรคุยกันจนดึกดื่นเราก็ไม่ได้คุยกันอีกจนถึงวันนี้ ผมไม่ค่อยเช็คข้อความด้วยแหละ แถมนิสัยที่ชอบตอบแชทในใจก็เป็นเรื่องที่แก้ยากอีกทั้งยังกากเรื่องต่อบทสนทนา แต่จะว่าไปถ้าหากให้คุยกันต่อหน้าผมก็ยังกระจอกเหมือนเดิม

ผมอยากทักไปบอกเขาว่าให้ตั้งใจเล่นนะ อยากย้ำอีกครั้งว่าวันนี้มาเชียร์จริงๆถึงจะนั่งแป้นแล้นอยู่กับพวกของตัวเองแต่ก็ไม่รู้จะเริ่มอย่างไร พอคิดมากๆเข้าก็เริ่มหิวจนสุดท้ายก็ปล่อยเลยตามเลย

ออกมาวอร์มกันแล้ว อีป้องแม่งเหมือนปลากระดี่ได้น้ำ

บอกเอกเลิกแอคได้ไหมอะ กูกลัวคอมันเคล็ด

ผมว่างานหลักของเป็นเอกในวันนี้คือทำตัวเท่ห์ล่ะ ส่วนแข่งบาสนี่งานอดิเรกเฉยๆ

ตอนแข่งกูไปดีลกับฝากฝั่งตรงข้ามให้บิดนมมันสักทีได้ปะ?”

และดูเหมือนว่าเฉินเองก็คิดเหมือนกัน...

ผมหันไปมองต้นข้าวที่อ้าปากรออยู่ก็รีบจิ้มสับปะรดส่งให้อีกฝ่ายหนึ่งชิ้นอย่างรู้งาน เด็กสมัยนี้โตไวเกินไปจริงๆนะ ตอนปีหนึ่งเรายังตัวพอๆกันอยู่เลย ไม่รู้ทำไมพอขึ้นมาปีสองข้าวก็สูงเอาสูงเอาจนอีกไม่กี่เซ็นจะร้อยแปดสิบแล้วผิดกับผมที่พยายามแทบตายก็ยังอยู่ที่ร้อยเจ็ดสิบห้า

เสียงลูกบาสกระทบพื้นดังตึงตังสร้างความฮึกเหิมให้กองเชียร์มากจริงๆ ผมเห็นป้องกับเอกยืนซุบซิบกันอยู่ข้างสนามก่อนจะชี้ไปยังมนุษย์เบอร์เจ็ดที่กำลังโยนลูกลงห่วงด้วยท่าทางชิลๆ ทว่าอยู่ๆพี่องศาก็เดินมายืนจังก้าอยู่ตรงหน้า อีกฝ่ายชี้นิ้วมาทางผมที่นั่งอยู่ตรงสแตนด์ชั้นสองด้วยใบหน้าเรียบเฉย

ลงมา

“…….”

หรือว่านี่คือการท้าต่อย?

ผะ...ผมเหรอ หมายถึงผมใช่ไหมอะ?”

อือ ลงมา เขาพูดซ้ำอีกครั้งด้วยท่าทางหงุดหงิด

ไปนั่งกับเบ๊บ

มึงอย่ามาหยองแถวนี้ไอ้อง ปาร์คมันอยู่เกษตร

เฉินยกขาขึ้นมาพาดบนตักผมเช่นเดียวกับต้นข้าวที่กอดเอวผมไว้แน่นพร้อมพึมพำว่าวันนี้สนุกจริงๆ สองคนนี้รับส่งมุกกันเก่งเกินไปขอพูดจากใจเพราะผมรู้สึกเหมือนถูกผีอำเลยตอนนี้ แถมขาของเฉินก็หนักมากจนขยับไปไหนแทบไม่ได้ ซึ่งจริงๆก็ไม่ได้ตั้งใจขยับแต่ว่าเป็นห่วงกลัวผลไม้ในถุงจะเละเลยต้องพยายามย้ายของกินหนีก่อน

ได้ไปคนหนึ่งแล้วยังจะเอาอะไรอีกวะ?”

ก็เพื่อนมึงบอกเองว่าวันนี้จะมาเชียร์ไอ้บอม

ขอได้ไหมอย่าหางานให้กัน...

ไอ้จังหวะที่สองคนข้างๆหันขวับมามองผมนี่มันตลกมากเลยนะถ้าไม่ติดว่าสถานการณ์ค่อนข้างกดดันแบบแปลกๆ ผมบอกว่าจะไปเชียร์พี่บอมแต่ไม่ได้บอกสักหน่อยว่าจะนั่งฝั่งไหน ทำไมต้องซีเรียสด้วย ต่อให้นั่งฝั่งไหนก็เชียร์ได้ไม่ใช่หรือไง อย่าทำให้กีฬากระชับมิตรกลายเป็นเรื่องดราม่าขนาดนั้นเลย

หนูบอกแบบนั้นจริงเหรอ?”

เฉินที่สวมวิญญาณพ่อเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงจริงจังโดยมีเจ้าของชื่ออย่างผมที่พยักหน้ารับเพราะเคยพูดแบบนั้นจริงๆ แต่ยังไม่ทันที่จะได้พูดอะไรต่อ โชคดีที่เสียงนกหวีดดันดังขึ้นก่อน พี่องศาเลยเดินกลับไปนิ่งๆราวกับไอ้ที่เดินมาเมื่อกี้เป็นเพียงแค่ฝันไปเหลือทิ้งไว้แต่ปมในใจให้คนที่นั่งกินผลไม้อยู่

ไม่ธรรมดาเลยพี่รหัสพ้มมม

ผมจิ้มสับปะรดใส่ปากคนอายุน้อยกว่าเพื่อให้อีกฝ่ายหยุดพูดก่อนจะทำแบบนั้นอีกครั้งกับเฉินที่กำลังอ้าปากเตรียมเทศนา รสชาติหวานฉ่ำของผลไม้ทำให้คนดุร้ายใจเย็นลงเพราะมัวแต่เคี้ยว เกมการแข่งขันเริ่มขึ้นเป็นจังหวะเดียวกับที่ผมหยิบขนมถั่วแปบขึ้นมากิน

สารภาพเลยว่าตุลยากรก็ยังดูกีฬาประเภทนี้ไม่เป็นอยู่ดี ไม่รู้ว่าชู้ตแบบไหนถึงได้กี่แต้มเพราะแบบนั้นเลยทำได้แค่เฮตามเวลาฝั่งตัวเองโยนลูกลงห่วง ผมเหลือบไปเห็นกองเชียร์ฝั่งตรงข้ามเริ่มมีป้ายเชียร์ ส่วนใหญ่เป็นกระดาษเอสี่ที่เขียนด้วยปากกาเมจิและไอแพดที่ทำเป็นป้ายไฟ LED ให้อารมณ์เหมือนมาดูคอนเสิร์ตและเชียร์ศิลปินที่ชอบมากกว่าแข่งบาสระหว่างคณะ

ประมงแม่งเก่งขนาดนี้ได้ไงวะ?”

ผ่านนิติมาได้พี่ยังจะประมาทฝั่งนั้นอีกเหรอ?”

เพื่อนสนิทกับน้องรหัสเริ่มคุยกันข้ามหัวผม สองคนนี้วิเคราะห์เกมอย่างจริงจังในขณะที่คนกลางรู้สึกฝืดคอจนต้องเอื้อมมือไปหยิบขวดน้ำในเป้มาเปิดดื่มแก้กระหาย

แค่กลุ่มแฟนไอ้เบ๊บมันกลุ่มเดียวก็เกือบครบทีมแล้วมั้งนั่น เป็นห่าอะไรนักรวมตัวคนเล่นกีฬาเก่งเหรอ? ไหนจะวิทย์ทะเลที่เป็นเซ็นเตอร์อีก สูงฉิบหายอะไรขนาดนั้น กูอยากจะบ้าตายรายวัน

ตอนแข่งบอลดูกากๆผมไม่คิดว่าจะเก่งบาสนะคณะนั้นอะ

ไม่น่าเข้ามาลึกถึงรอบนี้ แต่ก็คงมาได้แค่นี้แหละ

ถ้าผมอยู่ฝั่งประมงแล้วมาได้ยินประโยคของไอ้พ่อปลอมๆคนนี้คงฉุนพอสมควร เฉินดูมั่นใจมากก่อนผมจะหลุดร้องออกมาเสียงหลงตอนที่เห็นเจ้าของเสื้อเบอร์เจ็ดทำได้สามแต้ม เห็นฝั่งนั้นเฮกันแสดงว่าน่าจะเป็นคะแนนที่เยอะแหละ แถมตอนชู้ตลูกระยะไกลนั้นก็เท่เป็นบ้าเลย

ไม่รักษากิริยาเลยลูกกู เฉินหันมากระตุกกางเกงผมเบาๆด้วยใบหน้าละเหี่ยใจ

ทำไมอะ ทำคะแนนได้ก็ต้องเฮดิ

แต่หนูของป๊าจะลืมตัวไม่ได้ว่านั่งอยู่ในดงเกษตรไง

“…….”

ผมได้แต่ยิ้มแห้งๆหลังฟังประโยคนั้น ถั่วแปบในมือถูกมัดถุงอย่างแน่นหนาก่อนจะถูกเก็บอยู่ข้างเป้เพราะตอนนี้ไม่ใช่เวลามาห่วงกิน เกมในวันนี้ดูดุเดือดกว่าที่เคยมานั่งดูกับเบ๊บจนผมรู้สึกว่าตัวเองควรจะจริงจังและใช้สมาธิในการรับชม

ตำแหน่ง Power forward เบอร์สี่แฟนเบ๊บ กับ Shooting guard เบอร์เจ็ดเด็กลูกกู ดูยังไงก็มีประสบการณ์ มึงเห็นจัมพ์ชู้ตเมื่อกี้ของไอ้บอมไหมข้าว?

อือ เท่ห์สัสเลย ไม่งั้นพี่รหัสผมจะแหกปากเชียร์ขนาดนั้นเหรอ

ไม่พาดพิงกันจะได้ไหมยังไงก็คนไทยด้วยกัน?

แล้วแบบนี้เรียกสูสีไหมอะ?”

ถ้าให้มองแบบเป็นกลางก็ใช่ เฉินพยักหน้ารับคำพูดของตัวเอง

แล้วถ้าไม่เป็นกลางอะ?”

เดี๋ยวก็แพ้ ดู swingman ฝั่งเราเสียก่อน ไอ้ป้องแม่งคึกเหมือนข้าวมันไปสัญญาไว้ว่าถ้าชนะจะยอมตกลงเป็นแฟน

พี่รู้ได้ไงอะ?”

ผมหันขวับไปมองน้องรหัสตัวเองสลับกับเฉินที่ทำเสียงจุ๊ๆไม่หยุดเหมือนชาติก่อนมึงเกิดเป็นจิ้งจก บอกตามตรงว่าคนทางนี้ตกใจมากนะ ผมหลุดโฟกัสจากการแข่งตรงหน้าเลยด้วยซ้ำผิดกับข้าวที่ดูไม่ทุกข์ร้อนอะไรเท่าไหร่ราวกับว่านี่ไม่ใช่เรื่องที่ต้องปกปิด รู้ก็ดีไม่รู้ก็เรื่องของมึงอะไรทำนองนั้น

ทำไมถึงเอาเรื่องแข่งไปสัญญาอะไรแบบนั้น ถ้าฝั่งเราแพ้ขึ้นมาจะทำยังไง?”

ถึงฝั่งเราแพ้ยังไงผมก็ชอบพี่มันอยู่ดี ต้นข้าวยักไหล่

แต่ถ้าแพ้จริงๆจบเกมเดี๋ยวผมเป็นฝ่ายขอคบเองก็ได้ พี่จะทำหน้าเครียดทำไมเนี่ย? นู่นพักครึ่งกันแล้ว

บรรดานักกีฬาตัวท่วมเหงื่อที่ยืนอยู่หน้าทำให้ผมรู้สึกไม่สบายตัวแทน ทั้งสองทีมดูเคร่งเครียดขณะประชุมก่อนจะพากันมานั่งพักข้างสนาม เอกที่เห็นพวกผมก่อนสะกิดป้องแล้วชี้นิ้วมาทางไอแพดที่ต้นข้าวถืออยู่ นั่นเป็นครั้งแรกจริงๆที่ผมเห็นเพื่อนตัวเองกำลังเขิน

รู้ตัวอีกทีก็แอบไปปลูกต้นรักกันจนโตแล้วว่ะ

นั่นสิ...

มนต์รักผักบุ้ง เก่งมาจากไหนก็แพ้ควายถึกอย่างเธอ เฉินว่าก่อนจะหันมาลูบศีรษะของผมเบาๆ

แต่ไม่ต้องห่วงนะ ไว้ป๊าจะพาหม่าม้ามาให้หนูรู้จักเหมือนกัน

นี่มันเทศกาลดอกรักผลิบานหรือไงกันนะ?

 



เกมกลับมาดำเนินต่อหลังจากหมดเวลาพัก จนกระทั่งล่วงเลยไปถึงควอเตอร์ที่สองที่ผมเริ่มจับสังเกตอะไรได้มากขึ้นเรื่อยๆ ไม่ใช่กติกาหรือวิธีการเล่นหากแต่เป็นท่าทางของพี่บอมที่ดูจะวิ่งได้ช้าลงกว่าครึ่งแรกมากทีเดียว อีกฝ่ายดูเหนื่อยหอบจนเฉินเองยังสังเกตเห็น

เบรกปุ๊บเปลี่ยนตัวแน่กูว่า

แล้วมันก็เป็นอย่างที่อีกฝ่ายพูดจริงๆเมื่อหลังหมดเวลาพักไม่มีเจ้าของเสื้อเบอร์เจ็ดอยู่ในสนาม น่าแปลกที่ตอนนั้นผมไม่ได้สนใจแล้วว่าฝ่ายไหนจะแพ้หรือชนะ ตุลยากรตอนนี้นั่งแทบไม่ติดเก้าอี้ด้วยซ้ำ

ไม่ปกติตั้งแต่ไม่เดินมาอ้อร้อลูกกูแล้ว เก็บอาการเก่งฉิบหาย

ถ้าจะชะเง้อขนาดนี้ก็ตามไปดูเถอะพี่

เข้าไปได้เหรอห้องนั้น?”

ไม่ได้แข่งชิงแชมป์ประเทศไทยนี่นาต้นข้าวเอ่ยเสียงเรียบ

แค่กระชับมิตร ไปเร็วครับ ยืนขึ้นเลี้ยวซ้ายแล้ววิ่งเลย

ผมที่ในหัวกำลังคำนึงถึงเรื่องความเหมาะสมต่างๆนาๆอยู่ได้ไม่กี่วิพอได้ยินน้องรหัสของตัวเองพูดแบบนั้นจึงรีบลุกขึ้นเก็บข้าวของก่อนจะวิ่งอ้อมไปยังห้องพักทันทีแบบไม่ได้คิดเผื่อล่วงหน้าว่าถ้าไปถึงแล้วจะใช้ข้ออ้างอะไรเพื่อเข้าไปในนั้นดี ในหัวตอนนี้ไม่มีอะไรเลยนอกจากความเป็นห่วง รู้ว่าป่วยแล้วทำไมถึงยังมาแข่งอีก ไอ้พี่บอมอะไรนี่โคตรน่าตีเลย!



ผมใช้เวลาไม่ถึงนาทีก็วิ่งอ้อมไปถึงห้องพักนักกีฬา ด้านในมีคนอยู่สองคนกับร่างคุ้นตาที่นอนนิ่งอยู่ จุดนี้บอกเลยว่าได้แต่กลัวๆกล้าๆ ครั้นจะถลาเข้าไปเลยก็ออกจะดูแปลกไปหน่อย แต่จะยืนรอนานกว่านี้ก็ร้อนใจเหลือเกินจนต้องเอื้อมมือไปเคาะกำแพงเบาๆเพื่อเรียกร้องความสนใจ ซึ่งก็ได้ผลครับสองคนนั้นหันขวับมามองจนผมไม่รู้จะปั้นหน้าอย่างไรนอกจากยิ้มแห้งๆส่งไปให้

คือว่าผมเป็นน้องพี่บอมครับ ขอเข้าไปได้ไหม?”

ไอ้บอมมีน้องชายด้วยเหรอวะ?”

ไม่ว่ะ ไอ้บอมมีพี่ชายต่างหาก...

อยากจะตอบไปแบบนี้อยู่หรอกแต่กลัวโดนจับทุ่ม สมองมันประมวลผลไม่ทันนี่นา จะให้ใช้คำว่าเพื่อนก็ดูแปลกพิกลเลยโพลงออกไปว่าเป็นน้องชายแทนจะได้มีความจริงผสมอยู่บ้างสักครึ่งหนึ่งก็ยังดี

ชื่อปาร์คหรือเปล่า?”

ครับ

องศามันบอกว่าถ้ามีคนชื่อนี้แวะมาให้เข้าได้

“…….”

เข้ามาสิ ให้เวลาดูใจสิบนาที พวกเพื่อนมันแวะไปเอารถอยู่ เดี๋ยวต้องแบกมันกลับห้อง

ผมว่าเรื่องนี้ต้องมีเบื้องลึกเบื้องหลังอะไรแน่ พี่องศาไม่ใช่นักกีฬาแต่เป็นหมอดูอนาคตไกล แต่ไอ้เวลาที่ว่าเนี่ยฟังดูแล้วเหมือนพี่บอมกำลังจะตายอย่างไรอย่างนั้นแหละ คนมหาลัยนี้มีแต่พวกเวอร์ๆเหรอ แบบว่าเล็กๆไม่เล่นใหญ่ต้องประมงอะไรทำนองนี้?

พี่...พี่บอม เป็นไข้เหรอ?”

เคยนึกอยากตบปากตัวเองเวลาที่ถามอะไรโง่ๆออกไปทั้งที่พิสูจน์แล้วไหมครับ? ตุลยากรกำลังรู้สึกแบบนั้น ตัวของอีกฝ่ายร้อนเกินคนปกติ แถมยังมีเหงื่อท่วมจากการทดลองเอามืออังหน้าผากดูแบบนี้ไม่ให้เป็นไข้จะให้เป็นหมีแพนด้าหรือไง? แต่ยังไม่ทันได้คิดอะไรมากพี่บอมที่นอนอยู่ก็เริ่มขยับตัวก่อนจะเอื้อมมือมาคว้าแขนของผมไว้จนคนทางนี้สะดุ้งด้วยความตกใจ

ปาร์คเหรอ?”

อื้อ พี่แข็งใจไว้นะ

ผมขมวดคิ้วให้กับคำพูดนั้นของตัวเองก่อนจะเรียบเรียงประโยคใหม่

พี่ต้องไม่เป็นอะไร...นะ

ก็ยังแปลกอยู่ดี

มาได้ยังไงน่ะ?”

ก็เดินมาปกติ เพื่อนพี่ให้เข้ามา

คนป่วยยิ้มออกมาบางๆ พี่บอมวางมือลงข้างลำตัวเหมือนเดิมหากแต่เจ้าตัวยังไม่ยอมปล่อยแขนของผม แถมยังเลื่อนมากุมไว้อีกจนภาพนั่งดูใจก่อนเปิดพินัยกรรมในละครผุดขึ้นมาในหัว

ไปเอารถมาแล้ว เดี๋ยวพวกกูหิ้วมึงกลับห้องเอ...อุ้ย น้องปาร์ค!”

พี่ไม้กับพี่จอห์นเดินเข้ามาก่อนจะชะงักไปเมื่อเจอผมนั่งหัวโด่อยู่กลางห้อง พวกเขายิ้มแปลกๆขณะพึมพำว่าสิ่งที่สองคนนั้นบอกมาเป็นความจริง

น้องปาร์คช่วยไปหยิบของไอ้บอมในล็อกเกอร์ให้ทีได้ไหมครับ? ฝั่งนั้นแถวบนที่มีชื่อติดอยู่ เดี๋ยวพวกพี่จะแบกมันขึ้นรถ

อ่า...ครับ ได้สิ

ผมพยักหน้าให้กับคำพูดของพี่จอห์นก่อนจะวิ่งไปเก็บข้าวของของคนป่วยมาถือแล้วเดินตามคนอายุมากกว่าสองคนที่พยุงเจ้าของร่างสูงต้อยๆเหมือนลูกหมาเชื่องๆ จนมาถึงรถกระบะคันสีดำสนิทที่จอดอยู่หน้าโรงยิม พี่ไม้เอื้อมมือไปเปิดประตูก่อนจะดันร่างเพื่อนตัวเองให้เข้าไปในนั้นตามด้วยร่างของผมให้มานั่งอยู่เบาะหลังกับพี่บอมสองคน

เพื่อนจอห์นท่องไว้มึงทำได้!”

ได้ก็เหี้ย ตัวแม่งหนักอย่างกับควาย

นี่ไง มีน้องปาร์คอยู่ พี่ไม้หันมายิ้มให้ผม

ฝากเพื่อนพี่ด้วยน้าาา

ก่อนจะปิดประตูใส่กันดังปึง ปล่อยให้คนทางนี้ได้แต่นั่งงงว่าตัวเองมาทำอะไรที่นี่ ครั้นจะเอ่ยปากพูดก็ไม่ทันเพราะพี่จอห์นขับรถออกมาแล้วเลยได้แต่ทำหน้าเลิ่กลั่กมองซ้ายทีขวาทีเพื่อสำรวจความเป็นไป แต่ก็พบเพียงคนป่วยที่นอนตัวย้วยซึ่งดูแล้วน่าจะทำให้ไม่สบายตัวหนักกว่าเดิม เห็นแบบนั้นผมเลยจัดแจงช่วยเปลี่ยนท่าแล้วจับศีรษะของอีกฝ่ายให้เอนมานอนบนไหล่ของตนแทน

เดี๋ยวตอนลงปาร์คช่วยพี่แบกไอ้ห่านี่ขึ้นห้องทีนะ พี่แบกคนเดียวไม่ไหว

ครับ แต่ว่าพี่บอมป่วยได้ยังไงเหรอ?”

มันกระเหี้ยนกระหือรือซ้อมหนักเกินไปแล้วชอบนอนเปิดแอร์แก้ผ้า เป็นไงล่ะ ไข้หวัดแดกเลย

ไม่ไหวแล้วทำไมพวกพี่ยังให้เขาลงแข่งล่ะ

เพราะคิดว่าไม่มีทางที่เพื่อนสนิทจะไม่สังเกตเห็นก็เลยรู้สึกฉุนๆขึ้นมานิดหน่อยว่าทำไมถึงไม่ห้าม ให้ลงมาวิ่งขนาดนี้ไม่ล้มหัวกระแทกพื้นก็บุญเท่าไหร่แล้ว

บอมมันดื้อ พี่จอห์นถอนหายใจ

พวกพี่อะบอกมันแล้วว่าให้คนอื่นลงแทนแต่มันอยากเล่นเกมนี้มาก ก็อย่างว่าประมงไม่เคยเข้ามาถึงรอบลึกขนาดนี้ถ้าชนะได้ก็คงจะดี แถมมีน้องปาร์คมาเชียร์ด้วยไง

“……”

จะด่ามันก็ด่าได้เลยนะ แต่อย่าด่าพวกพี่เพราะทางนี้พยายามห้ามแล้ว

พี่บอมควรจะตื่นมาฟังจริงๆนะว่าเพื่อนรักเขามากแค่ไหน...

แต่ทำไมถึงแวะมาหามันอะ?”

คำถามนี้ทำให้คนฟังนิ่งไปเพราะตอบไม่ถูก ความรู้สึกคล้ายกับอาการน้ำท่วมปาก เหมือนมีชนักติดหลังทั้งที่ความเป็นจริงแล้วตุลยากรไม่ได้ทำอะไรผิดเลยแม้แต่น้อย ผมได้ยินพี่จอห์นหัวเราะออกมาเบาๆก่อนจะผ่อนลมหายใจออกมาอย่างโล่งอกเมื่อเห็นว่ารถเลี้ยวเข้ามาจอดในตึกที่ตัวเองไม่เคยแวะมาเลยแม้จะอยู่ไม่ไกลจากที่พักของตน บทสนทนาของเราจึงจบลงแค่นั้นโดยที่คนอายุมากกว่าไม่ได้ซักไซ้อะไรอีก

พี่จอห์นดับเครื่องยนต์ก่อนจะเปิดประตูและเดินอ้อมไปอีกฝั่ง จังหวะนั้นผมรีบปลุกพี่บอมโดยเริ่มจากการเรียกชื่อและเขย่ามือของตัวเองที่โดนกุมอยู่ไปมาจนอีกฝ่ายน่าจะรู้สึกแหละว่ามึงเป็นอะไรปาร์ค? แต่ถือว่าได้ผลนะ พี่จอห์นเปิดประตูมาพอดี เขามองหน้าผมอยู่พักหนึ่งอย่างชั่งใจก่อนจะพยุงเพื่อนตัวเองออกไป

เดี๋ยวผมช่วยครับ

พี่ประทับใจในตัวน้องปาร์คมาก

ผมยิ้มรับคำชมนั้นถึงแม้จะไม่รู้ว่าอีกฝ่ายชมเพราะเรื่องอะไรก็เถอะ เราสองคนพยุงร่างของคนป่วยเดินเข้ามาในลิฟต์ ในขณะที่พี่จอห์นบ่นว่าเพื่อนตัวเองตัวหนักแต่ผมกลับพูดไม่ออกเพราะยืนหอบอยู่ ไม่ใช่แค่ความสูงแต่ความต่างชั้นของกล้ามเนื้อทำให้ตุลยากรรู้สึกเศร้าเมื่อนึกไปถึงไขมันบนพุงน้อยๆของตัวเองที่เปลี่ยนให้เป็นกล้ามเนื้อไม่ได้

กุญแจไอ้บอมมันอยู่ในเป้ หน้าสุดเลย

นี่ใช่ไหมครับ?”

ไขโลดจ้ะ เดี๋ยวพี่รับช่วงต่อเองแค่นี้สบายมาก

ผมเดินตามพี่จอห์นเข้ามาภายในห้องที่มีขนาดพอๆกับห้องของตัวเอง แต่ดูเหมือนว่าอีกฝ่ายจะพักอยู่คนเดียว ที่โต๊ะญี่ปุ่นใกล้โซฟามีหนังสือกับชีทวางกองไว้อยู่ ส่วนริมห้องก็มีตู้ปลาทองกับกระดาษที่วาดรูปเป็นตัวปลาสีส้มพร้อมกับเขียนไว้อย่างชัดเจนว่า น้องหนูดี

แว๊บหนึ่งที่ผมนึกขึ้นได้ว่าเคยเห็นลายเส้นแบบนี้ที่ไหนสักที่ก่อนจะยืนมองอยู่พักใหญ่เชียวล่ะกว่าจะคิดออก ใช่ครับผมเคยเห็นมันบนแก้วน้ำของตน แก้วชาที่พี่บอมเป็นคนซื้อมาให้ ริมฝีปากหยักพยายามเม้มเข้าหากันเพื่อกลั้นยิ้มในแบบที่ตัวเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าจะทำไปเพื่ออะไรจนแรงสะกิดที่หัวไหล่ทำให้คนที่กำลังคิดอะไรเพลินๆอยู่หลุดจากภวังค์

น้องปาร์คช่วยอยู่กับบอมมันก่อนได้ไหม พี่จะไปซื้อข้าวกับเจลลดไข้

นานไหมครับ?”

รีบกลับเหรอ?”

แทนคำตอบด้วยคำถาม พี่จอห์นเลิกคิ้วต่างจากผมที่ส่ายศีรษะเป็นเชิงปฏิเสธ ก็คือถามเฉยๆไงไม่ได้มีธุระที่ไหนต่อ อยากรู้เฉยๆไม่ได้เหรอทำไมต้องทำหน้าแบบนั้นด้วย!

งั้นพี่ฝากด้วยนะ เดี๋ยวมา ของในห้องจะใช้อะไรหยิบจับตามสะดวกเลย

ร่างนั้นวิ่งออกไปหลังพูดจบส่วนผมเองก็รีบเดินเข้ามาในห้องก่อนจะพบร่างของคนป่วยนอนอยู่บนเตียงขนาดแปดฟุตในแบบที่ผมเคยอยากได้มานอนกลิ้งแต่สุดท้ายก็ไม่ได้ซื้อเพราะกลัวว่าตกกลางคืนจะมีใครมาอยู่ข้างๆเนื่องจากมันมีพื้นที่เหลือเยอะเกินไป

เปิดแอร์ทำไมเดี๋ยวตีเลย เปิดหน้าต่างให้อากาศถ่ายเทคู่กับพัดลมก็พอ

ผมเดินไปยังรีโมทแอร์ที่เปิดค้างไว้ที่อุณหภูมิยี่สิบองศา หลังจากจัดแจงกดปิดเรียบร้อยแล้วจึงเดินไปลากพัดลมเครื่องใหญ่ที่อยู่มุมห้องมาใช้แทน หน้าต่างบานใหญ่ถูกเปิดออก ตอนนี้เกือบค่ำแล้วอากาศจึงไม่ร้อนอบอ้าวเหมือนช่วงกลางวัน แบบนี้น่าจะดีกับคนป่วยมากกว่า

ห้องน้ำคือจุดหมายต่อไป ผมกวาดสายตามองไปยังรอบๆห้องก่อนจะพบว่าห้องของพี่บอมไม่มีขัน ขาดของคลาสสิกแบบนี้ไปได้ยังไงนะ? ขนาดที่หอผมยังมีถังน้ำกับขันไว้ใช้เลยเพราะอยากประหยัด และเนื่องจากไม่มีขันสิ่งทีนำมาใช้แทนได้เลยกลายเป็นหม้อสแตนเลสขนาดกลางที่ไม่มีกลิ่นพริกหรือกลิ่นอาหารตกค้างใดๆเหมาะแก่การเอามาใส่น้ำเพื่อใช้แทนอ่างเช็ดตัว

ผมวางหม้อก่อนจะเปิดน้ำทิ้งไว้แล้วเดินไปหาผ้าขนหนูในตู้เสื้อผ้าราวกับว่าที่นี่คือห้องของตัวเอง นอกจากเสื้อนักศึกษาที่แขวนเรียงกันเป็นระเบียบแล้ว เสื้อผ้าส่วนใหญ่ของพี่บอมก็มีแต่โทนขาวดำ ยกเว้นพวกเสื้อกล้ามที่มีสีอื่นปนอยู่บ้าง แต่พวกผ้าผืนเล็กๆนี่แทบไม่มีเลย ผมได้แต่ก้มๆเงยๆอยู่นานสุดท้ายก็ได้ผ้าเช็ดผมมาหนึ่งผืนซึ่งมีขนาดเล็กที่สุดในตู้แล้ว

ขอโทษนะครับ

นั่นคือประโยคแรกที่เอ่ยออกมา แม้จะไม่รู้ว่าอีกฝ่ายหลับอยู่หรือเปล่าแต่ตามหลักแล้วก็ควรจะขออนุญาตก่อน เผื่อวางผ้าแหม่ะลงไปบนแขนแล้วคนป่วยเกิดเส้นกระตุกง้างมือขึ้นมาฟาดหน้าผมขึ้นมาจะทำยังไงล่ะ?

เย็นนิดนึง แต่เช็ดตัวแล้วไข้จะได้ลดนะ

พี่บอมลืมตาขึ้นมามองผมที่กำลังเลิกเสื้อของอีกฝ่ายขึ้น จังหวะที่เราสบตากันโลกของตุลยากรก็หมุนเคว้ง รู้สึกคล้ายกับว่าผมคือผู้กระทำผิดที่กำลังล่วงเกินเขาอย่างไรอย่างนั้นเลยทั้งๆที่จริงแล้วผมหวังดีนะ เหงื่อท่วมตั้งแต่แข่งบาสแล้ว ถ้าต้องนอนทั้งอย่างนี้มีหวังเหนียวตัวแย่เลย แถมการเช็ดตัวก็เป็นอีกหนึ่งวิธีในการช่วยระบายความร้อนได้ดีอีกด้วย

เอ่อ...เดี๋ยวพี่จอห์นก็มาแล้ว พี่ต้องกินข้าวกินยาแล้วค่อยพักนะ

เพราะพี่บอมไม่ได้พูดอะไรผมจึงนั่งเช็ดตัวให้เขาต่อ เริ่มตั้งแต่ใบหน้า ไล่ต่ำลงมาบริเวณต้นคอ แขนทั้งสองข้างและหน้าท้องโดยเหลือพื้นที่บริเวณแผ่นหลังไว้เพราะไม่กล้าเอ่ยปากขอให้คนอายุมากกว่ายกตัวขึ้น ก่อนผมจะเดินไปเปลี่ยนน้ำเพื่อเช็ดย้ำที่ซอกคออีกครั้ง

ตอนเด็กๆแม่ชอบทำแบบนี้เวลาผมป่วย แต่แปลกจังอะ...

หือ?”

ควรจะดีขึ้นสิ ตอนนี้อาการพี่ดูแย่กว่าเดิมอีก ผมว่าขณะพับผ้าให้เหลือขนาดเล็กลงแล้ววางบนหน้าผากของอีกฝ่าย

หน้าพี่แดง หูก็แดง แดงไปหมดเลย

ครับ สีหน้าของพี่บอมตอนนี้โคตรจะไม่สู้ดี ผมว่าเขาควรไปโรงพยาบาลมากกว่ากลับมาที่ห้องด้วยซ้ำ แต่เสียงของพี่จอห์นที่ดังมาก่อนตัวทำให้คนที่นั่งอยู่ข้างเตียงหันไปมอง ร่างสูงมองเราสองคนสลับกันไปมาก่อนรอยยิ้มประหลาดจะผุดขึ้นมาจากมุมปาก

อีบอมตายห่าแน่ โคม่าแล้วเพื่อนกู

เห็นไหม ขนาดเพื่อนพี่เขายังคิดเหมือนผมเลย!

น้องปาร์คครับนี่ยากับแผ่นเจลลดไข้ ไม่รู้ช่วยได้มากน้อยแค่ไหนแต่ลองดู เดี๋ยวพี่ไปแกะโจ๊กก่อน

อีกฝ่ายเดินหายเข้าไปในครัวแต่ก็มิวายชะโงกหน้าออกมากำชับชัดถ้อยชัดคำอีกครั้งด้วยใบหน้าเหมือนจะเคร่งเครียดแต่ก็มีรอยยิ้มขำปะปะอยู่

ซิกแพคของมันค่อนข้างบาดตาพี่ น้องปาร์คเอาเสื้อเพื่อนพี่ลงให้ด้วยครับ วาบหวิวเกินไป

ผมหันไปมองซิกแพคที่พี่จอห์นบอกก่อนจะเหลือบไปมองคนที่นอนอยู่ ไอ้ความรู้สึกเลิ่กลั่กนี่มันอะไรกันนะ? สาบานได้ว่าตอนเช็ดตัวให้อีกฝ่ายผมไม่ได้คิดถึงเรื่องนี้เลย แต่พอพี่จอห์นพูดให้คิดเท่านั้นแหละ คำว่าซิกแพคก็ลอยอยู่ในหัวจนเริ่มรู้สึกเครียดอ่อนๆขึ้นมาเสียแล้ว

ขอโทษครับ อ่า...เดี๋ยวผมห่มผ้าให้นะ นอนแบบนี้สักพักไข้จะได้หาย

ถึงจะยังไม่รู้ผลแต่ก็ขอบคุณที่มาเชียร์พี่นะ

ก็บอกแล้วนี่ครับว่าจะมา...

ขอบคุณที่เช็ดตัวให้ด้วย

แม้จะเป็นคำพูดที่อ่อนแรงไปสักหน่อยแต่รอยยิ้มของอีกฝ่ายน่ะทำให้ผมรู้สึกแปลกๆก่อนจะสำเหนียกได้ว่าตัวเองเล่นตามเขามาถึงห้องแถมยังเจ้ากี้เจ้าการเปิดนู่นปิดนี่ตามใจชอบด้วย จะว่าไปก็ดูไม่ค่อยเหมาะสมจริงๆนั่นแหละ

นอกจากพวกพี่ที่เป็นเพื่อนแล้ว ไอ้บอมมันไม่เคยพาใครมาเลยน้าาา

พี่จอห์นเดินออกมาจากครัวพร้อมกับชามโจ๊กและแก้วน้ำ อีกฝ่ายยิ้มอ่อนส่งให้ผมก่อนจะส่งสัญญาณทางสายตา ซึ่งมันเป็นเรื่องประหลาดมากที่ผมดันรู้เรื่องเฉยเลยว่าเขากำลังจะสื่อถึงอะไร ใช่ครับพี่จอห์นให้ผมประคองคนป่วยขึ้นมานั่งพิงกับเตียง แถมนายตุลยากรคนนี้ยังบริการอย่างดีหยิบหมอนมาหนุนหลังให้เสร็จสรรพ

อ้าว หน้าแดงแบบแพ็คคู่เลยทีนี้

“…….”

เป็นอีกครั้งที่ร่างตรงหน้ามองเราสองคนสลับกันไปมาพร้อมรอยยิ้มประหลาดในแบบที่ผมเห็นแล้วรู้สึกหมั่นไส้แบบแปลกๆ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ผมน่ะเพิ่งมาที่นี่แค่แป๊บเดียวเองนะ หรือจะติดไข้เจ้าของห้องมาวะ?

 

 


 

ได้ยาดี ไข้ลดเลยมึง หน้าตาแช่มชื่นมาก

ผมเงยหน้ามองเพื่อนสนิทที่ปลุกตัวเองขึ้นมากินยาอีกรอบช่วงห้าทุ่มหลังจากที่หลับไปนานพอสมควร อาการปวดหัวทุเลาลงแต่ยังคัดจมูกเหมือนเดิมจนบางครั้งต้องหายใจทางปาก ซึ่งก็ดูเหมือนว่าจอห์นจะสังเกตเห็น อีกฝ่ายจึงหยิบกล่องทิชชู่ที่วางอยู่ข้างเตียงส่งมาให้

น้องปาร์คของมึงเป็นคนเอามาวางไว้ตรงนี้เอง มันว่าพร้อมรอยยิ้มล้อเลียน

อะๆ ไม่ต้องมองหาหรอก นู่น...กลับไปตั้งแต่มึงหลับแล้ว

เขามาได้ยังไง?”

โดนอีไม้จับยัดเข้ามาในรถ ไปมอมึงต้องจัดพิธีอวยยศละนะ

ถ้วยโจ๊กสำเร็จรูปถูกส่งมาให้หลังจากที่สั่งน้ำมูกเสร็จแล้วและทิ้งมันใส่ในถุงขยะ ด้วยความที่โจ๊กไม่ได้ร้อนจัดเพราะแบบนั้นจึงกินได้ง่ายกว่าที่คิด ผมหยิบช้อนออกมาจากถ้วยก่อนจะยกดื่มเหมือนกับน้ำเปล่าเพื่อทำเวลา อยากนอนต่อด้วยก็ส่วนหนึ่ง แต่ที่สำคัญคือเกรงใจเพื่อน แค่แบกมาถึงห้องก็รบกวนจะแย่แล้ว

ตอนเป็นลมที่สนามหน้ามึงซีดมาก กูเตรียมเรี่ยไรเงินทำศพละนะ

แล้วเกมส์เป็นไงบ้าง?”

แพ้ครับไอ้สัสจอห์นทำหน้าเป็นส้นตีน

เรา 94 ฝั่งนั้น 117 หืดขึ้นคอเลย เกษตรแม่งเก่งฉิบหาย นึกว่าวันๆปลูกแต่ผัก แล้วหยุดเลยนะ มึงไม่ต้องมารู้สึกผิด ทุกคนทำเต็มที่แล้วเว้ย

อีกฝ่ายรู้ใจผมเกินไป มันบ่นกระปอดกระแปดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะส่งยาตามมาให้พร้อมกับเจลลดไข้อีกแผ่นที่ถูกแกะเรียบร้อยแล้วแปะมาที่หน้าผากเสร็จสรรพ

น้องปาร์คย้ำนักย้ำหนาว่าไม่ให้เปิดแอร์ มึงเล่นเปิดยี่สิบองศาแล้วใส่แต่บ็อกเซอร์นอน ไม่ป่วยก็ไม่รู้จะว่ายังไง

ก็วันนั้นมันร้อน

แล้วสุดท้ายป่วยเนี่ยมึงคิดว่ามันคุ้มไหม?”

            หลังจบประโยคนั้นร่างที่ยืนอยู่ชะงักไปก่อนจะหันมามองหน้าผม เราสบตากันอยู่ไม่กี่วิก่อนมันจะระเบิดหัวเราะออกมาเหมือนคนเสียสติ

            “ตอบให้ก็ได้ว่าคุ้มเกินคุ้มไอ้ห่าเอ้ยยย

            “กูไม่คิดว่าน้องเขาจะมา

            “กูก็ไม่คิด ตั้งแต่แวะมาหาถึงห้องพักละ ไหนจะยอมตามมาถึงห้องมึง จะว่าไอ้ไม้มันสวมบทเป็นผีผลักด้วยก็ส่วนหนึ่ง แต่มึงรู้ปะก่อนกลับเขาทำแม้กระทั่งแวะให้อาหารปลามึงด้วยเพราะกูบอกว่าพ่อน้องป่วยน้องอดข้าว

            น่ารัก...

            ปาร์คน่ะโคตรจะน่ารักเลย

            ดูทำหน้าเข้า ให้กูเอามีดแทงมึงสักแผลไหม แล้วพรุ่งนี้ค่อยโทรไปบอกน้องเขาให้แวะมาดูใจ

            “เกินเรื่องมาก

            มึงสิเกินเรื่อง ดูทำหน้าทำตา ตั้งแต่ตอนที่นอนหน้าแดงหูแดงละ โดนจับนิดจับหน่อยทำเป็นเขิน พ่อโคหนุ่มคลั่งรัก

            จริงอย่างที่มันว่า ตอนที่ปาร์คเริ่มเช็ดตัวผมคิดว่าอาการของตัวเองหนักกว่าเดิมเสียอีก ทั้งพยายามฝืนลืมตาขึ้นมามอง ไหนจะข่มใจไม่ให้เสียอาการแต่สุดท้ายกลับควบคุมอะไรไม่ได้สักอย่าง เสียงนุ่มที่เอ่ยพูดนั่นนี่ไหนจะบ่นเรื่องการใช้ชีวิตที่ส่งผลต่อสุขภาพ จนตอนที่เปลือกตาของผมหนักอึ้งเพราะฤทธิ์ยาก็ยังได้ยินเสียงของคนน่ารักดังแว่วมาว่าให้จอห์นช่วยดูแลไม่ให้ผมเปิดแอร์นอนแบบนั้นอีก

            มึง ปาร์คน่ารัก

            “อือ กูรู้แล้ว

            “ปาร์คน่ารักมาก

            “เออ มึงแดกยาเสร็จก็นอนต่อได้แล้ว!”

            ผมหัวเราะออกมาเมื่อถูกเพื่อนสนิทดันศีรษะของตนให้ลงไปนอนต่อหลังจากดื่มน้ำจนหมดแก้ว จอห์นยังคงบ่นไม่หยุดว่าคืนนี้อย่าให้ได้ยินเสียงของผมละเมอชมน้องคะน้าอีกไม่อย่างนั้นมันจะตดรมควันและทิ้งคนป่วยให้นอนโดดเดี่ยวอยู่คนเดียวในห้อง แต่อยากจะบอกว่าเสียใจด้วย ปาร์คน่ะเปิดหน้าต่างถ่ายเทอากาศให้เรียบร้อยแล้วตั้งแต่ช่วงเย็น

            พักผ่อนซะ กูไม่นั่งเช็ดตัวให้มึงเหมือนที่น้องเขาทำหรอกนะ

            อีกฝ่ายทิ้งท้ายไว้แค่นั้นก่อนจะปิดไฟภายในห้องแล้วเดินออกไป ผมนอนมองเพดานอยู่พักหนึ่งพร้อมกับความรู้สึกที่ว่าการกลั้นยิ้มเป็นเรื่องที่ยากเกินไปเมื่อเรานึกถึงใครสักคนที่มีผลกับหัวใจมากๆ และเพราะมันยาก สุดท้ายผมเลยได้แต่นอนยิ้มน้อยยิ้มใหญ่อยู่อย่างนั้นอีกหลายนาทีกว่าจะข่มตานอนหลับได้สำเร็จ

 




 tbc

#เกษตรทฤษฎีรัก

กลับมาแล้วค่ะ กลับมาเจอกันบ่อยๆแล้วววว

ฝากเอ็นดูน้องปาร์คกับพี่บอมด้วยนะคะ

จนกว่าจะพบกันใหม่ เอนจอยรีดดิ้ง!

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 540 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,534 ความคิดเห็น

  1. #1490 PCHANRAWA (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2564 / 11:07
    โคม่าแล้วพี่บอมเบย์ คลั่งรักแบบมากมากกกกกกกกกกกกกกก ฮือ เขินแทนนนนน น่ารักกันไปหมด เพื่อนพี่บอมนี่ก็รู้งานกันจริงๆโบ๊ะบ๊ะไปหมดดดดดด
    #1,490
    0
  2. #1467 Thirteendegrees (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2564 / 00:38

    น่ารักกกกกกกกกกกกก น่ารักมากกกกกก นุ้บนิ้บมากกกกก
    #1,467
    0
  3. #1453 DCL_Mr.DeCoLa (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2564 / 23:51
    เขินมากกกกกกก อยากมีน้องปาร์คมาดูแลบ้างงงง
    #1,453
    0
  4. #1448 alaffy (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 30 มกราคม 2564 / 15:40
    ป่วยแค่เป็นไข้ถึงกับต้องแบกด้วยเหรอ เป็นลมแล้วแบกอ่ะถูก แต่ฟื้นมาแล้วคนป่วยมันเดินเองได้นิถ้าถึงขั้นแบกควรไปโรงพยาบาล เป็นหนักแล้ว
    #1,448
    2
    • #1448-1 charrismar(จากตอนที่ 14)
      30 มกราคม 2564 / 15:41
      พยุงเดินไปคับ
      #1448-1
  5. #1443 BeeBooza (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 29 มกราคม 2564 / 09:07
    น่าร้ากกก
    #1,443
    0
  6. #1438 EVERYDAY_ENJOY (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 28 มกราคม 2564 / 21:14
    น้องปาร์คเนี่ย ทำให้พี่บอมเสียอาการไปมากเลยนะคะ 55555
    #1,438
    0
  7. #1436 jirapron199903 (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 28 มกราคม 2564 / 12:53
    มีคนเขิล โห้ยยยยยยยย..ย
    #1,436
    0
  8. #1426 TNK03 (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 27 มกราคม 2564 / 12:58
    แงงงงง เป็นน่ารักกก
    #1,426
    0
  9. #1425 ปมนยอง (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 26 มกราคม 2564 / 10:07
    อ่ยยยย นี่ก็นั่งยิ้มอยู่คนเดียวเหมือนกันค่ะพี่บอมมม ก็น้องน่ารักอ่ะเนอะะ
    #1,425
    0
  10. #1424 only_got7 (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 25 มกราคม 2564 / 23:29
    กลั้นยิ้มด้วยคน มันน่ารักจริงๆ
    #1,424
    0
  11. #1423 aomsinz21 (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 25 มกราคม 2564 / 22:16
    ชอบจังเลยความคลั่งรัก🥲
    #1,423
    0
  12. #1422 gunnergirl (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 25 มกราคม 2564 / 15:52

    ขอบคุณนะคะ ที่พาน้องปาร์คและพี่บอมกลับมา

    อร๊ายยยยยย เขิลที่สุดดดดดด

    แต่ตอนน้องพูดว่า พี่แข็งใจไว้นะ คือ ฮากร๊ากกกเลยนะ

    #1,422
    0
  13. #1421 JediMan7 (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 25 มกราคม 2564 / 11:13

    ก็เด็กมันน่ารักอ่ะเนอะ

    #1,421
    0
  14. #1420 mothergod (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 25 มกราคม 2564 / 10:32
    เสียอาการกันหมดทุกคน5555555
    #1,420
    0
  15. #1419 aumey (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 25 มกราคม 2564 / 10:04
    เพลงขึ้นเลย เธอยังคงมีผลต่อหัวจายย ไม่หายรักเธอได้สากที~~~ แต่เป็นเวอร์ชั่นไม่ได้แอบรักข้างเดียวเด้อ5555555 #นักพายอันดับ1ขอยกให้นายไม้คร้าบบบบ
    #1,419
    0
  16. #1418 Jujupeach (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 25 มกราคม 2564 / 08:10
    เขินนนนน เด็กน่ารักอะเนอะพี่บอมเนอะ
    #1,418
    0
  17. #1417 444mpk (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 25 มกราคม 2564 / 08:09
    น่ารักไม่ไหว แอแงงงงงง
    #1,417
    0
  18. #1416 Phaaaaleng (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 25 มกราคม 2564 / 07:52
    เป็นน่ารักกกมุแง
    #1,416
    0
  19. #1415 fansuthinee (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 25 มกราคม 2564 / 05:27
    พ่อหนุ่มคลั่งรักเเงงงง น่ารักไม่ไหว
    #1,415
    0
  20. #1414 0872781014 (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 25 มกราคม 2564 / 04:01
    เขินจนมือหงิก เอ้ นี่เราหยุดกลั้นยิ้มไม่ได้เลยน้าาา พี่บอมสู้เค้านะคะ น้องปาร์คน่ารักใส่ขนาดนี้มีใจไปเกินร้อยแล้วววว
    #1,414
    0
  21. #1413 TonliuJayB (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 25 มกราคม 2564 / 02:31
    การกลั้นยิ้มเป็นเรื่องที่ยากจริงๆ ยิ้มไปพร้อมกับพี่บอมคนคลั่งรักเลย ก็น้องปาร์คน่ารักอ่ะเนอะ เขินนนนนนนนน
    #1,413
    0
  22. #1412 KiRasaKR (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 25 มกราคม 2564 / 01:10
    คลั่งรักมาก แพ้ให้น้องทุกทางแล้วบอมว้อยย
    #1,412
    0
  23. #1411 B x N E A R (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 25 มกราคม 2564 / 00:44
    แพ้ให้น้องคะน้าทุกทางจริงๆอ่ะพ่อคนนี้
    #1,411
    0
  24. #1410 sasonsasai (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 24 มกราคม 2564 / 23:58
    โอ๊ยน้องนุ่มนิ่มจังง่ะ อยากกอดน้อง แต่หมั่นไส้อีพี่
    #1,410
    0
  25. #1409 zzyo.BB (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 24 มกราคม 2564 / 23:35
    โอ้ยน่ารักกกก น่ารักไปหมดเลยยย
    #1,409
    0