เกษตรทฤษฎีรัก

ตอนที่ 11 : รดน้ำครั้งที่ 10 ให้ความรักมันเติบโตในใจ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 5,862
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 923 ครั้ง
    12 ม.ค. 64





รดน้ำครั้งที่ 10

อยากจะขอ ปลูกคะน้าในแปลงกับเธอเรื่อยไป
แม้ไม่เคยได้รู้ใจ ก็ไม่เป็นไร ฉันรักเธอ...



///




           พวกเราใช้เวลาตลอดวันหยุดในการทัวร์กินเสียส่วนใหญ่และทำงานบ้างอีกเล็กน้อยหลังจากอิ่ม ชาวบ้านบริเวณใกล้เคียงให้ความร่วมมือดีมากแถมยังใจดีอีกต่างหาก พนักงานที่ไร่ก็คอยอธิบายเวลาสงสัยอะไรถือว่าเป็นการมาทำงานที่คุ้มเกินคุ้มจริงๆ

          ผมแบกเป้กลับกรุงเทพในช่วงเที่ยงของวันอาทิตย์และถึงหอเกือบค่ำเนื่องจากสุมหัวแบ่งงานกันต่ออีกหน่อยว่าใครจะทำสไลด์ส่วนไหนและแบ่งหน้าที่กันพูด ภายในห้องเปิดไฟสว่างจ้าต้อนรับตุลยากรผู้เหน็ดเหนื่อย คุนน่าจะอาบน้ำอยู่เพราะได้ยินเสียงฝักบัว แถมยังเปิดทีวีทิ้งไว้อีกต่างหาก เตียงของอีกฝ่ายมีชามข้าวกับชีทกองกระจัดกระจายเห็นแล้วชวนให้รู้สึกรำคาญตาเป็นบ้า

          “คุนอีกนานมั้ยอะ ร่างกายกูต้องการยิงกระต่าย

          “ใส่เสื้อผ้าแป๊บจ้าา

          เสียงนั้นดังตอบกลับมาหลังจากที่ผมเคาะประตูและบอกความจำนง ข้าวของส่วนตัวถูกกองไว้บนเตียง ถุงของฝากหนึ่งถุงย้ายไปอยู่เตียงข้างๆของเพื่อน และเจ้าของที่ยืนบิดตัวอยู่หน้าห้องน้ำราวกับเป็นการกดดันคนข้างในกลายๆ และไม่ถึงนาทีหลังจากนั้นคุนหมิงก็เดินออกมาในสภาพกึ่งเปลือย อีกฝ่ายใส่เพียงแค่บ๊อกเซอร์ตัวเดียวกับผ้าพาดบ่าเป็นเชิงว่านี่กูรีบเพื่อมึงแบบสุดๆแล้วรีบไสหัวเข้าไปใช้ห้องน้ำสิ

          “ของฝากอยู่บนเตียงมึงนะ กูเข้าห้องน้ำก่อน จะดีมากถ้ามึงหยิบเสื้อผ้ามาให้เพื่อนตัวน้อยๆอย่างกูด้วย ขอบคุณ

          ผมบอกแค่นั้นก่อนจะออกตัววิ่ง ได้ยินเสียงบ่นไล่หลังมาว่าระวังลื่นแต่ก็นั่นแหละมันไม่ทันแล้ว ผมใช้เวลาหลังจากนั้นอีกเกือบยี่สิบนาทีถึงจะชะโงกหน้ามาคว้าชุดกับผ้าขนหนูที่รูมเมทผู้แสนดีเตรียมไว้ให้ รู้ใจแค่ไหนดูได้จากผ้าเช็ดผมผืนใหญ่ที่โปะอยู่บนหัวของผมขณะเดินออกมา

          “ของฝากเยอะเนอะ

          “อะไร?”

          “มึงซื้อแยมมาถมตึกเหรอวะ?”

          “ก็มันอร่อยอะ” ผมว่าขณะทิ้งตัวนั่งลงบนเตียง

          “ตอนแรกจะซื้อไวน์มาฝากมึงแต่มึงไม่ชอบเลยซื้อของกินแทน

          “น้ำองุ่นอร่อยดี

          “มึงกินเลยเหรอแช่ตู้เย็นก่อนดิ

          “ขี้เกียจรอ กูมีน้ำแข็ง

          ผมปล่อยเพื่อนตัวเองพึมพำเรื่องพรุ่งนี้จะซื้อขนมปังเข้ามาอย่างเงียบๆโดยไม่เอ่ยแย้งเนื่องจากตนก็คิดเหมือนกัน ก่อนจะไปนั่งแยกของฝากที่ส่วนใหญ่เป็นกระปุกแยมของขึ้นชื่อของที่นั่น ราคาก็ไม่แพงมากร้อยนิดๆเหมาะแก่การใช้เป็นของฝากให้ป้าเจ้าของตึกกับลุงยามเพราะแกใจดี ส่วนพวกน้ำองุ่นก็ให้พ่อกับแม่แล้วก็มีไวน์ของพี่โปรดอีกสองขวด ผมไม่ได้ซื้อผลไม้อบแห้งมาเนื่องจากที่บ้านคงเอียนกันแล้ว

          ส่วนแยมที่เหลืออีกกระปุกกับน้ำองุ่นสองขวดนี่ก็...

          “ผีเข้ามึงเหรออยู่ๆก็ยิ้ม?”

          “ยิ้มไรใครยิ้ม มึงบ้าเหรอ?”

          “เอ้าก็เมื่อกี้มึงยิ้ม!”

          “กูไม่ได้ยิ้ม!”

          “กูมองมึงอยู่ครับ มึงยิ้มอย่าตอแหลกับเพื่อนกับฝูง

          “ไปรีดผ้าก่อนดีกว่า

          ผมเอ่ยตัดบทก่อนจะวิ่งไปหยิบเสื้อผ้าในตู้กับเตารีดมากองรวมกันแล้วนั่งแหม่ะอยู่กับพื้น เสียงของคุนยังดังแว่วเข้าหูอยู่ตลอดเรื่องของฝากที่เยอะเกินความจำเป็น และเชื่อเถอะว่าถ้าอีกฝ่ายรู้ว่าของแต่ละชิ้นให้ใครบ้างเจ้าตัวจะเริ่มร่ายคำพูดยาวมากกว่านี้ทั้งๆที่นายตุลยากรคนดีแค่อยากให้ชาวโลกได้ลองชิมของอร่อยเหมือนกับที่ตัวเองได้กินก็เท่านั้นเอง

          ทว่าสิ่งที่ผมลืมคิดไปนั่นคือตัวเองต้องแบกของเหล่านี้ไปมออีกรอบ...

เช้าวันจันทร์ดูทุลักทุเลกว่าเดิมเมื่อผมต้องถือถุงผ้าที่ใส่แยมและน้ำองุ่นมาพร้อมกับเป้ซึ่งด้านในมีแมคบุ๊คเอามานั่งสุมหัวทำงานต่อช่วงบ่าย อีกหนึ่งสิ่งที่ผมลืมไปคือตัวเองไม่ได้เตี๊ยมกับพี่บอมก่อนว่าจะเอาของมาให้ เพราะแบบนั้นเลยไม่รู้ว่าจะหาตัวอีกฝ่ายได้จากที่ไหน แถมไม่รู้ด้วยว่าอีกคนจะมามอกี่โมง พอแวะไปรดน้ำน้องๆเสร็จก็เลยนั่งรถรางมายังตึกคณะประมงแบบงงๆเนื่องจากไม่รู้ว่าจะเอายังไงต่อดี

ผมกดเข้าไปในไอจีของอีกฝ่ายกะจะหาสตอรี่สักอันแล้วกดเข้าไปถามแบบเนียนๆว่าอยู่ไหนแต่สุดท้ายก็กดออกแล้วเลือกเข้าไลน์แทน ชั่งใจอยู่พักหนึ่งก่อนจะพิมพ์ข้อความสั้นๆอย่าง ‘พี่อยู่ไหน’ ส่งไปแต่จนแล้วจนรอดก็ได้แต่ยืนขมวดคิ้วกับข้อความแสนห้วนนั่น

เราไม่เคยคุยกันในนี้เลย แถมคนเปิดบทสนทนาอย่างผมกลับเริ่มต้นประโยคได้ดูโคตรจะหาเรื่อง มันควรเป็น ‘พี่อยู่ไหนเหรอครับ?’ มากกว่าไม่ใช่หรือไง ทำไมถึงได้รีบพิมพ์รีบส่งขนาดนั้นแถมจะกดลบข้อความก็ไม่ทันแล้วเพราะอีกฝ่ายอ่านไวมาก พอเห็นแบบนั้นเลยได้แต่พิมพ์ต่อไปว่า ‘ผมจะเอาของฝากไปให้’ ช่วยให้รู้สึกสบายใจขึ้นมาอีกนิดหนึ่ง

 

พี่บอมประมง

โรงอาหาร2 ครับ

ถ้ามาจากหน้าคณะให้ตรงมาเรื่อยๆ เลยจุดจอดรถรางจุดที่สามจะเห็นสะพานที่มีบ่อน้ำด้วยให้ข้ามมาได้เลยแล้วก็ตรงมาอีกหน่อยจะเห็นป้ายสีน้ำเงินให้เลี้ยวซ้าย ด้านหน้าจะมีม้านั่งพี่นั่งกินข้าวอยู่ที่นี่กับเพื่อน คนเยอะหน่อยถ้าไม่สะดวกหรือมาไม่ถูกเดี๋ยวพี่ออกไปหานายเอง

 


ละเอียดกว่านี้คือวาดแผนที่แล้วนะเอาจริง...

ผมที่กำลังจะพิมพ์ตอบกลับเป็นอันต้องชะงักเมื่อมีสายเรียกเข้า ไม่ใช่ใครอื่นที่ไหน ก็พี่บอมนี่ล่ะที่อยู่ๆก็รับบทคนใจร้อนพิมพ์ปุ๊บโทรปั๊บไม่ให้เวลาคนอ่านเลยว้อย!

ไปถูกครับ กำลังจะไป นี่กำลังจะเดินไปรอรถรางอยู่พอดี ผมนั่งมาลงก่อนอะ

แล้วก็มีแต่ความเงียบ...

หมายถึงเจ้าตัวนะที่เงียบเพราะผมได้ยินเสียงโหวกเหวกดังจากทางปลายสายว่า ‘ไอ้บอมทำใจดีๆไว้’ และสารพัดจะบอม คนฟังได้แต่กลั้นยิ้มกับบรรดาเสียงที่ดังเข้ามา เขาอยู่กับเพื่อนจริงๆเหมือนที่บอก แถมต้องรออีกหลายวิเลยล่ะกว่าจะได้ยินเสียงทุ้มคุ้นเคยเอ่ยตอบ แต่ก่อนหน้านั้นก็คือมาหมดทั้งเสียงวิ่ง เสียงเจี๊ยวจ๊าว มันชัดเจนประหนึ่งตุลยากรเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งในนั้นด้วย

(โทษที เพื่อนพี่มันเสียงดังเลยต้องออกมาคุยอีกที่)

ผมกำลังจะขึ้นรถครับ พี่รออยู่ข้างนอกก็ได้นะ คือมันจะดูน่าเกลียดไหมเพราะผมซื้อของมาฝากพี่แค่คนเดียว

เป็นความจริงที่ว่าคนทางนี้ลืมนึกถึงมิตรภาพข้าวต้มรอบดึก หรือถึงนึกก็คงไม่มีเงินซื้อแล้ว ให้อีกฝ่ายเอาไปแบ่งเพื่อนกันเองก็แล้วกัน ขนมปังคนละคู่ทาแยมเยอะๆยังไงก็ได้กินครบทุกคนเพราะพวกผมลองทำมาแล้ว

(ไม่เป็นไรครับเสียงนั้นว่า

(ไม่เป็นไรเลย อ่า...ที่โต๊ะม้าหิน พี่หมายถึงจะนั่งรออยู่ตรงนี้นะ)

โอเคๆ งั้นผมวางสายก่อนนะ แล้วเจอกัน

เครื่องมือสื่อสารถูกเก็บลงกระเป๋ากางเกง ผมใช้เวลาให้รถหวานเย็นของมอแล่นไปเรื่อยๆจอดตามจุดรับส่งจนกระทั่งถึงจุดหมายปลายทางก็ใช้เวลาร่วมสิบนาทีเพราะดูเหมือนคนขับจะไม่รีบ เน้นกินลมชมวิวยามเช้าเวลาเจ็ดโมงครึ่งอะไรแบบนี้ และตอนนี้สมองของผมกำลังคิดว่าตัวเองควรจะกินข้าวที่นี่เลยดีไหมเพื่อเป็นการประหยัดเวลา ซึ่งหลังจากคำนวณคิดไปคิดมาอยู่พักหนึ่งก็ส่งข้อความไปหาพี่บอมอีกครั้งเพื่อถามว่าที่นั่นมีร้านข้าวแกงอะไรอร่อยไหม และเมื่อคำตอบคือมีผมเลยไม่รีรอที่จะฝากสั่งผัดวุ้นเส้นกับทอดมันแล้วก็น้ำอีกแก้ว

โอ๊ะ นั่นน้องปาร์คน้องปาร์คของพี่มาแล้ว!”

อันดับแรกเลยคือใครเป็นของมึงครับ?

ผมมองเพื่อนพี่บอมที่วิ่งถลาเข้ามาเป็นคนแรก ชื่อไม้คนนี้จำแม่น ส่วนที่ตามมาก็พี่จอห์น สองคนนี้เหมือนฝาแฝดเฟร็ดกับจอร์จในแฮรี่พอตเตอร์ไม่มีผิด ไม่ใช่ในแง่ของหน้าตานะแต่เป็นนิสัย พวกเขารับมุกกันเก่งฉิบหายแถมยังเข้าคู่กันดีเป็นปี่เป็นขลุ่ย คนหนึ่งผายมือเชิญส่วนอีกคนก็ปัดเก้าอี้ให้จนตุลยากรถึงกับงงว่าแท้จริงแล้วตัวเองมาทำอะไรที่นี่เหรอ?

อิน กูบอกให้มึงเคลียร์ของบนโต๊ะไง

โล่งจนไม่รู้จะโล่งยังไงแล้วครับอีดอก แหกตาดูหน่อย!”

เสียงพูดคุยดังขึ้นอีกครั้งในขณะที่ผมเหมือนมานั่งเด๋อๆไม่เข้าพวกอยู่กับเขา ที่นี่คนเยอะเหมือนที่พี่บอมบอกจริงๆ ส่วนใหญ่ซื้อข้าวมานั่งกินข้างนอก มีบ้างสำหรับใครที่ชอบแอร์ก็ไปนั่งในโรงอาหาร ส่วนผมน่ะปกติไม่ค่อยได้มานั่งกินอะไรแบบนี้เพราะคณะตัวเองไม่มีเลยต้องกินในตึกเสียส่วนใหญ่

รอไอ้บอมมันแป๊บหนึ่งนะ สงสัยช่วยป้าเขาหุงข้าวอยู่

มึงก็พูดไปไม้ ระดับมันกูว่ากำลังเกี่ยวข้าว น้องปาร์คต้องได้กินของที่มีคุณภาพที่สุด ประมาณว่าคัดผักกันสดๆ ส่วนทอดมันก็ต้องเป็นปลากรายอย่างดีไม่ผสมแป้งเยอะ

ผมมองไอ้พี่จอห์นด้วยความรู้สึกที่ว่ากูลืมไปได้ยังไงนะว่าคนพวกนี้ก็ไม่ปกติ รอบตัวของตุลยากรไม่เคยมีใครปกติอยู่แล้ว ขนาดไอ้พี่อินอะไรนี่ที่นึกว่าจะกลับมาคีพคูลเป็นผู้ชายสุขุมได้ยังเผลอเอาหลอดทิ่มจมูกดูดน้ำเก็กฮวยอยู่เลยเมื่อกี้ เสียงพูดคุยยังคงดังขึ้นเป็นระยะโดยมีผมนั่งอย่างสงบเสงี่ยมกำถุงผ้าในมือไว้แน่นจนกระทั่งเวลาของการรอสิ้นสุดลง

พี่บอมเดินมาพร้อมกับถาดอาหารที่ดูอย่างไรจำนวนของมันก็เกินจากที่สั่งไว้แต่ถึงอย่างนั้นนายตุลยากรก็ไม่ลืมที่จะเอ่ยขอบคุณตามมารยาทที่พึงกระทำ แหงล่ะสำหรับผมน่ะเยอะขึ้นไม่เป็นไรแค่อย่าลดลงก็พอแล้วเพราะเดี๋ยวไม่อิ่ม

แกงจืดเต้าหู้หมูสับของที่นี่อร่อยมากเลยนะ

          อีกฝ่ายว่าก่อนจะวางถาดไว้ตรงหน้าผมแล้วเดินอ้อมไปนั่งอีกฝั่งเพราะทางนี้ที่เต็มแล้ว แถมอบอุ่นมากเกินด้วย อุดมไปด้วยชายร่างสูงทั้งไอ้พี่ไม้กับพี่จอห์นที่นั่งขนาบข้างเหมือนกลัวว่าคนทางนี้กินเสร็จแล้วจะชิ่งหนีไม่จ่ายอย่างไรอย่างนั้น พวกเขาทำให้ความมั่นใจของผมลดลง ร้อยเจ็ดสิบห้าเลยนะแถมบวกเสริมส้นในตัวแล้วด้วยวอนคนไทยเห็นใจกันหน่อยเถอะ

          “อ่า...อันนี้ของพี่

          “ทั้งหมดเลยเหรอ?”

          “อื้อ เอาไปทั้งถุงเลย

          ผมส่งถุงผ้าในมือของตนไปให้คนตรงข้าม ตอนแรกน่ะกะจะให้แค่ของนั่นแหละแต่กลัวว่าถ้าอีกฝ่ายเอาออกมาแล้วเพื่อนเห็นจะโดนล้อเลยยกให้ไปหมด แต่พอหันซ้ายหันขวาไม่ได้ยินเสียงแซวก็รู้สึกโล่งใจขึ้นอีกนิด ฝาแฝดดูเหมือนคันปากอยากพูดอะไรสักอย่างก็ทำเพียงแค่ก้มหน้ากดโทรศัพท์ ส่วนพี่อินอะไรนี่ก็ทำหน้าทำตาเหมือนเกรดเทอมนี้ติดเอฟสองตัว

          ชัดเจนแล้วล่ะ จริงนะๆ

          ไม่มีคนปกติที่นี่...

          “แล้วพี่ที่ชื่อองศาไม่อยู่เหรอครับ?”

          “มันสายตลอดแหละ ไปรับไปส่งแฟนอะเนอะ” พี่จอห์นพูดยิ้มๆ

          “ถือเป็นการแลกเปลี่ยนที่ดีนะ เชื่อมสัมพันธไมตรีเกษตรประมง ในน้ำมีปลาในนามีข้าว คณะของเรานี่แสนอุดมสมบูรณ์

          “แต่ประมงไม่ค่อยชอบโดนจีบเท่าไหร่ ชอบเป็นฝ่ายดูแลมากกว่า

          ตามด้วยพี่ไม้ที่ส่งสายตาปิ๊งๆมาให้ผมซึ่งกำลังตักหมูสับเข้าปาก ความรู้สึกเหมือนโดนคุกคามนิดหน่อยแต่เพราะข้าวอร่อยเลยไม่ได้สนใจอะไร

ผมเหลือบไปมองพี่บอมฝั่งตรงข้าม อีกฝ่ายกำลังหยิบโหลแยมขึ้นมาดูอย่างพิจารณา ไม่ได้กลัวจะโดนเพื่อนล้อเลยสักนิดทั้งคนทางนี้อุตส่าห์เซฟเขาอย่างดี แถมผมยุ่งๆกับหน้าง่วงๆของเจ้าตัวทำให้ภาพลักษณ์โหดๆหายไปเหลือเพียงหนุ่มตี๋ซื่อๆที่กำลังจดจ่ออยู่กับของกิน

          “อากาศดีจังเลยเนอะ ไม่ใช่สภาพอากาศนะ หมายถึงพวกเราอะ

          “ครับ?”

          ผมหันไปมองพี่ไม้ที่ยกปกเสื้อขึ้นมาซับน้ำตาและทำหน้าขมขื่น ส่วนพี่อินที่บ่นเรื่องอยากกินน้ำใบบัวบกแก้ช้ำในอยู่ๆก็ผุดลุกออกไปจากกลุ่มแบบขึ้นอินโทรก่อน ไม่มีคำลา ไม่มีแม้แต่จดหมายสักฉบับซึ่งก็คิดไปแบบนั้นแหละใครมันจะทำ

          “ไม่มีอะไรครับ แต่จอห์นจ๋า

          “จ๋าไม้

          “กินคาวไม่กินหวานสันดานไพร่ พวกเราไปกินบัวลอยกันเถอะ

          แล้วก็ครับ...จากสี่เหลือแค่สอง ผมมองคนอายุมากกว่าสองคนที่กอดคอกันเดินไปพร้อมกับคำพูดที่ค้างคาอยู่ในสมอง ที่นี่มีบัวลอยด้วยเหรอแล้วทำไมคณะผมถึงไม่มีอะ ถ้าฝากซื้อตอนนี้จะทันไหมเพราะคนที่นั่งซดแกงจืดอยู่ก็อยากกินเหมือนกัน ผมยกนาฬิกาข้อมือขึ้นดูก่อนจะได้คำตอบว่ากินเท่าที่มีไปเถอะเพราะเดี๋ยวแปดโมงครึ่งก็ต้องแจ้นกลับตึกแล้ว

          “เดี๋ยวผมเอาเงินค่าข้าวให้พี่ท...

          “ไม่เป็นไร

          “หือ?”

          “แลกกันไง” พี่บอมชี้ไปยังถุงผ้าที่วางอยู่ข้างๆ

          “แลกกับของฝาก ไม่คิดว่าจะซื้อมาจริงๆนะเนี่ย

          “มันอร่อย พี่ต้องลองกิน หาขนมปังนุ่มๆมากินคู่กันจะดีมากเลยนะ หรือจะกินกับแคร็กเกอร์ก็ได้

          เพราะไอ้ที่พูดมาน่ะผมล้วนลองมาทั้งหมดแล้ว รับประกันความอร่อยโดยตุลยากรผู้ซื้อมาติดห้องสามกระปุกแบบไม่กลัวน้ำตาลขึ้นทว่าเสียงพูดคุยที่ดังอยู่รอบๆทำให้คนที่กำลังจะอวยสรรพคุณความอร่อยของแยมต้องละความสนใจจากทอดมันตรงหน้าเพื่อหันไปมองยังโต๊ะข้างๆที่ตอนแรกไม่มีใครนั่งแต่ตอนนี้ถูกจับจองไปแล้วซึ่งแน่นอนว่าผมจะไม่อะไรถ้าไม่มีชื่อตัวเองอยู่ในบทสนทนานั้น

          “คนสมัยนี้เขานิยมนินทาระยะเผาขนกันเหรอ?”

          “แต่นายก็น่ารักจริงๆอย่างที่เขาบอกนี่

          “……”

          ผมรีบคว้าแก้วน้ำในมือมาดื่มหลังจากกลืนทอดมันลงคอ คำว่าโพน้องอะไรสักอย่างที่ได้ยินถูกกลบด้วยคำพูดเมื่อครู่ของคนตรงหน้าพร้อมกับสายตาของเขา ต้องให้บอกอีกครั้งไหมว่าคนหน้าดุเวลายิ้มน่ะดูดีมาก ไม่รู้ว่าเป็นกันทุกคนไหมหรือเฉพาะกับแค่คนชื่อบอมเบย์แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น...

          ผมไม่ชอบสายตาแบบนี้ของเขาพอๆกับรอยยิ้มนั่น

          มันเป็นต้นกำเนิดของความรู้สึกประหลาด

พี่จะเที่ยวชมผู้ชายทุกคนว่าน่ารักไม่ได้นะครับ

พี่ก็ไม่ได้เที่ยวชมทุกคนว่าน่ารักเสียหน่อย

ไม่รู้ทำไม แต่อยู่ๆผมก็พยายามนึกถึงบัวลอย...

แค่รู้สึกว่าถ้านึกถึงบัวลอยตอนนี้ตัวเองจะรู้สึกดีขึ้น

เลือกชมเป็นคนๆไปน่ะ ไม่ได้ปากหวานไปทั่วหรอก

แล้ว...แล้วคนผมติ่งล่ะครับ?”

          “หือ?”

          ไม่ต้องมางง หนุ่มสถาปัตผมติ่งนี่จำได้นะเฮ้ย!

          “ที่พี่บอกว่าชอบคนผมยาวเท่าติ่งหูไง ตอนแรกผมนึกว่าพี่จะชอบแบบสาวมั่นใจแต่พอเพื่อนผมบอกว่าพี่ เอ่อ...เป็น...

          “เป็นเกย์?”

          “อ่า นั่นแหละ ตึกถาปัตอยู่ไกลเหมือนกันนะ อ้อมโลกแย่เล...

          “แล้วนายชอบผู้ชายหรือผู้หญิง?”

          “ทำไมครับ?”

          “พี่แค่อยากรู้ อยากรู้ว่ารสนิยมของนายเป็นแบบไหน

          “ไม่รู้สิครับ...

          ผมรวบช้อนก่อนจะยกแก้วน้ำขึ้นดื่มอีกรอบหลังจากเจอคำถามยาก มันยากจริงๆนั่นล่ะสำหรับคนที่ไม่เคยมีแฟนเป็นตัวเป็นตน ไม่เคยคิดอย่างจริงจังกับเรื่องนี้สักทีเพราะไม่เคยโดนถาม เพราะงั้นที่ตอบไปว่าไม่รู้ก็คือไม่รู้จริงๆ

          “ไม่มีสเปคเหรอ?”

          อย่าเร่งได้ไหมล่ะ คนกำลังคิดตามอยู่!

          ผมมองหน้าคู่สนทนา อีกฝ่ายกำลังยกข้างหนึ่งเท้าคางเหมือนมีเวลาทั้งวันสำหรับรอคำตอบ ส่วนคนที่กำลังคิดก็พยายามเรียบเรียงประโยคในหัว นึกถึงพี่โปรด นึกถึงบรรดาเพื่อนสนิทรอบตัว แล้วก็นึกถึงคนที่เคยมาช่วยตัวเองรดน้ำผัก เมื่อสิ่งเหล่านั้นมารวมกันผมก็ได้คำตอบ

          “ชอบคนใจดีครับ

          เพราะคนใจดีมักจะตามใจ

คนที่อยู่ด้วยแล้วมีความสุขแล้วก็เข้าใจนิสัยงงๆของผม คำถามพี่ยากจังอะ อืม...ถ้าตัดเรื่องอนาคตที่ค่อนข้างซับซ้อนแล้วก็ละเอียดอ่อนออกไปก่อน เอาเป็นว่าแค่ผมชอบเขาแล้วเขาก็ชอบผม ถ้าความรู้สึกของเราตรงกันแค่นั้นก็น่าจะพอแล้วล่ะสำหรับช่วงวัยนี้ จะเพศอะไรก็ได้ผมหมายความตามที่พูดเลย ไม่ได้ฟิกหรือเจาะจง เพราะถ้าต้องปล่อยใครสักคนที่ตัวเองชอบมากๆไปเพราะเหตุผลที่ว่าเขามีเพศสภาพเดียวกับเราคงน่าเสียดายแย่

          “……”

          “ประมาณว่าถ้าในอนาคตผมมีแฟนเป็นผู้หญิงผมก็คงจะเป็นผู้ชายอะ หรือถ้าชอบผู้ชายด้วยกันแล้วคนนิยามสิ่งนั้นว่าเกย์ผมก็คงเป็นเกย์ มันก็แค่นั้นเอง

          “ปาร์คครับ

          “คือที่ผมจะสื่อคือพี่ไม่ต้องคิดมากนะ นี่มันเรื่องปกติมาก เพื่อนผมบางคนก็มีรสนิยมแบบพี่นี่แหล...

          “ขยับเข้ามาหน่อยครับ

          “ทำไมอะ?”

          ถึงจะถามแบบนั้นแต่สุดท้ายผมก็ทำตามอยู่ดี ยืดตัวขึ้นอีกนิดและขยับเข้าไปใกล้คู่สนทนา ปล่อยให้ระยะห่างของเราค่อยๆแคบลง ใช้มือทั้งสองข้างวางบนโต๊ะก่อนจะเผลอย่นคอนิดหน่อยตอนที่มือของอีกฝ่ายเอื้อมมาแตะบริเวณหลังหู พี่บอมจับปลายผมด้านหลังของผมไว้เบาๆก่อนจะรูดลงจนมันแนบไปกับต้นคอ และวินาทีต่อมาผมก็สัมผัสได้ถึงสองนิ้วของคนอายุมากกว่าที่คลึงอยู่ที่ใบหู ได้ยินเสียง ‘ครืด’ ของเส้นผมบางส่วนที่ทับอยู่บนนั้น มันเคลื่อนไปตามแรงกดคลึงที่ชวนให้จั๊กจี้

ทั้งที่ควรจะถอยตัวออกแต่สุดท้ายก็ไม่ยอมทำ เป็นความคิดที่ย้อนแย้งอยู่ภายในหัว ผมมองระยะห่างของเราสองคนที่ตอนนี้มันน้อยเกินไปแล้ว เห็นแม้กระทั่งไรหนวดของอีกฝ่าย เห็นภาพของตัวเองในดวงตาคู่นั้นและรับรู้ได้กระทั่งกลิ่นน้ำหอมอ่อนๆทว่าจนแล้วจนรอดก็เป็นพี่บอมอีกนั่นแหละที่ฉุดคนๆนี้ขึ้นมาจากภวังค์

          “ผมนายเริ่มยาวแล้วนะ

          “ครับ?”

          “ยาวเลยติ่งหูมานิดหน่อยแล้ว” เสียงทุ้มพึมพำ

          “มีแพลนจะตัดไหม หรือจะให้พี่เปลี่ยนข้อมูลสเปคของตัวเองดี?”

          “……”

 

 


 

[Thithiti part.]

 

          น้องจ้องหน้าผมขณะที่ใบหน้าน่ารักของอีกฝ่ายก็เริ่มขมวดคิ้วเป็นปมหลังจากได้ฟังคำพูดของทิธิติ วินาทีหนึ่งที่ผมคาดหวังว่าเขาจะรับรู้ในสิ่งที่คนๆนี้อยากจะสื่อออกไป เอะใจสักนิดหรือแสดงปฏิกิริยาออกมาให้เห็นสักหน่อย แต่อีกใจก็คิดว่านี่คือปาร์คเชียวนะ ในขณะที่เพื่อนๆของเขาพากันแอดเฟซผมมาจนครบทีมประหนึ่งว่านั่นคือองค์รักษ์พิทักษ์เจ้าเด็กคะน้าทว่าเจ้าตัวก็ยังดูไม่รู้เรื่องรู้ราวอยู่ดี

หรือจะให้พี่เปลี่ยนข้อมูลสเปคของตัวเองดี เหรอครับ...?”

          “ครับ

          ผมคิดว่าสมองของอีกฝ่ายกำลังประมวลผลอย่างหนัก

          หรือว่าจะรุกโจ่งแจ้งเกินไป?

          หรือว่าจะเป็นอีกครั้งที่ทิธิติทำพลาด?

          “ว่าไง” แต่ถึงอย่างนั้นผมก็ยังถามย้ำ

จะให้พี่เปลี่ยนไหม?”

          “จะแปดโมงครึ่งแล้ว ไปก่อนนะครับ

          ถ้าเป็นคะแนนแล้วล่ะก็ผมจะให้เขาติดลบกับวิธีการเปลี่ยนเรื่องและหมุนตัวเดินสับเท้าออกไปแบบไม่พูดพร่ำทำเพลง ส่วนคะแนนความน่ารักเต็มหนึ่งร้อยอย่างน้อยต้องได้เก้าสิบเก้าถือว่าทดแทนกันได้ ปาร์คใช้เวลาไม่ถึงยี่สิบวิในการวิ่งให้พ้นจากสายตาของผม ในขณะที่อิน ไม้และจอห์นที่หลบอยู่หลังเสาทยอยเดินออกมาพร้อมหน้าตาที่ดูก็รู้ว่าพวกมันพร้อมจะเยาะเย้ยเต็มที่

          “ไอ้สัส อย่างกระจอก ปล่อยเขาวิ่งหนีเหมือนเจอผี

          “มึงว่าเพื่อนแบบนั้นได้ไงอิน

ไม้เดินอ้อมมาทิ้งตัวนั่งลงข้างผม มือข้างหนึ่งยกขึ้นมาตบบ่าเบาๆคล้ายกับเห็นใจแต่ไม่ใช่ ไม่เลย...

          “บอมมันไม่ได้ปล่อย แต่น้องเขาออกตัวหนีไปไวจนแม่งเรียกไม่ทัน

          “แล้วมึงไปพูดอะไรกับน้องวะ?”

          “หยอด

          “เวทนา หยอดยังไงให้เขาวิ่งหนีเหมือนควายในคอกหาย

          จอห์นหยิบจานข้าวที่รวบช้อนไว้เรียบร้อยขึ้นมายื่นให้อินเป็นเชิงว่ามึงเอาไปคืนสิ อีกฝ่ายแสดงท่าทีกระฟัดกระเฟียดออกมานิดหน่อยแต่สุดท้ายก็รับและเดินหายไปอีกรอบโดยมีผมที่ตะโกนไล่หลังฝากมันซื้อน้ำแข็งเปล่ามาด้วยเพราะจะเอามากินกับน้ำองุ่นที่ได้มา

          “ตอนแรกกูก็กลัวว่าถ้าหยอดหนักไปน้องจะหนี

          “แล้วหนีไหม?” ไม้เลิกคิ้วถาม

          “ป่านนี้เหาะถึงคณะตัวเองแล้ว

          และเป็นจอห์นเพื่อนรักที่เสนอตัวตอบแทน

          “เย็นนี้ไปห้องกูแล้วตั้งวงไลฟ์สดเลย อนุญาตให้หอนก่อนแดกเหล้า ร้องเพลงจีบจนกว่าเธอจะรู้ตัว เพื่อนไม้ว่าคลาสสิก

          “งั้นอีบอมของชาวเราได้ไอเป็นเลือดแน่ มึงเคยดูปะละครหลังข่าวที่นางเอกเป่าปี่จนตายเพราะพระเอกไม่มาหา นี่ครับบทบาทใหม่ ดีดกีต้าร์ร้องเพลงจีบแต่เขาไม่เข้ามาดูไลฟ์สุดท้ายได้สเตร็ปซิลเป็นสปอนเซอร์

          “มึงก็ว่าไปจอห์น เพื่อนบอมรึอุตส่าห์ฝึกดีดกีต้าร์จนลืมให้อาหารปลา

          ผมได้แต่นั่งสลดกับคำพูดนั้น บอมเบย์เป็นปะป๋าที่แย่ปล่อยให้หนูดีตัวสีส้มอ้วนกลมว่ายวนไปวนมาตะโกนเรียก ‘พ่อง’ อยู่ตั้งหลายครั้งหลายหนกว่าจะรู้ตัวว่าตนไม่ตรงต่อเวลาก็เลทไปครึ่งชั่วโมง ตั้งแต่เดซี่จากไปหนูดีต้องอยู่อย่างโดดเดี่ยวและหว่าเว้ขนาดไหนไม่มีใครรู้ดีไปกว่าเจ้าตัวอีกแล้ว

          “ถ้าสุดท้ายแล้วจีบไม่ติด ถ้าน้องเขาไม่เอา มึงจะทำไง?”

          ทว่าคำถามต่อมาทำให้ผมสลดยิ่งกว่าเดิม...

          ในขณะที่คนทางนี้ตื่นเต้นทุกครั้งเวลาที่เห็นอีกฝ่ายแวะมาดูสตอรี่ที่ชอบลง เก็บอาการไม่อยู่ทุกครั้งเวลาที่พบว่าเจ้าของชื่อตุลยากรมากดไลค์แต่เด็กคนนั้นน่ะดูเหมือนจะไม่ค่อยสนใจโลกเท่าไหร่เลย จำนวนผู้กดติดตามที่เยอะขึ้นไม่ได้ทำให้ปาร์ครู้สึกหวั่นไหวหรือคิดอยากเปลี่ยนแปลงอะไร

          เขายังคงเป็นตัวของตัวเองที่ไอจีลงแต่สตอรี่รูปแปลงคะน้า ขนมหรือสิ่งที่ประทับใจ เฟซก็ไม่ได้โพสถี่จนเวลาที่ไม่เจอกันน่ะผมแทบไม่รู้ความเคลื่อนไหวของเจ้าตัวเลยด้วยซ้ำ ขนาดตอนไปทำงานวันหยุดที่ผ่านมาถ้าน้องไม่เช็คอินไร่องุ่นคนทางนี้ก็จะคิดว่าอีกฝ่ายอยู่หอหรือกลับบ้านแบบที่เขาเคยเล่าให้ฟัง

          “ก็กลับไปเลี้ยงปลา” ผมว่า

          “เป็นพ่อหม้ายลูกติด พ่อบอมกับน้องหนูดี

          พูดไปอย่างนั้นแหละ สุดท้ายถ้าเป็นได้แค่พี่ชายผมก็จะรับสถานะนั้นไว้อยู่ดี เป็นอะไรก็ได้แค่ได้อยู่ข้างเขา เพื่อนของปาร์คที่ชื่อเฉินเองก็เคยทักแชทมาหาเกี่ยวกับเรื่องนี้ว่าถ้าท้ายที่สุดน้องไม่รู้สึกอะไรก็ขอให้ผมอย่าตื้อ หรือถ้าตัดใจได้เบนสายไปเป็นอย่างอื่นไหวก็โอเค

          “แต่กูชอบน้องจริงๆนะ

          “เบามึงเบา...

          “เออแม่ง ไม่รู้ทำไมพอได้รู้จักกันแล้วก็ยิ่งได้เจอกันบ่อย กูเจอเขาบ่อยมากทั้งที่เมื่อก่อนไม่เคยเห็นเลย มึงนึกดูดิหออยู่ตรงข้ามกันแท้ๆดันเพิ่งมาเจอตอนระยะหลังๆนี้เอง

          มันเป็นความจริงที่ว่าตอนแรกการพบเจอของเราน่ะมาจากความบังเอิญ บังเอิญที่มีโอกาสได้พูดคุยแม้ว่าน้องจะจำไม่ได้ และบังเอิญที่หลังจากเจอกันครั้งแรกเราก็ได้เจอกันอีกเรื่อยๆ ส่วนใหญ่เป็นผมที่มองเห็นเขา อยู่ๆคนชื่อตุลยากรก็เข้ามาอยู่ในกรอบสายตาจนรู้ตัวอีกทีก็หยุดมองหาไม่ได้ จากชอบที่ได้มองอยู่ไกลๆทว่าพอได้ทำความรู้จักผมกลับยิ่งชอบเขามากขึ้นเรื่อยๆ

          ปาร์คเป็นคนไม่มีพิษไม่มีภัยอะไรแบบที่เพื่อนๆเจ้าตัวบอก เช้ามาเรียนเย็นก็กลับห้อง มีงานอดิเรกคือกินกับปลูกผักและเอาไปขายบ้างในบางโอกาส ดูเป็นเด็กที่ใช้ชีวิตเรียบง่ายในแบบที่ผมไม่สามารถพบเจอได้จากบรรดาคนใกล้ตัว จะพูดเก่งก็ต่อเมื่ออยู่กับคนที่สนิท หน้างอเวลาเจออากาศร้อนและตาเป็นประกายยามได้กินของอร่อย

          ก็นั่นล่ะ

          กับคนนี้ถ้าเป็นไปได้ผมก็ไม่อยากอกหักเลย...

พ่อเอ้ย มึงถือศีลมากี่ปี พอเจอน้องนี่ก็กลายเป็นคนคลั่งรัก พวกกูเลยเตรียมการณ์ไว้ละนะสองทาง ถ้าสมหวังก็จะได้ไปฉลองแต่ถ้าอกหักขึ้นมาก็อีร้านเดียวกับที่จะไปฉลองอะแต่แดกเหล้าแล้วขอเพลงเคล้าน้ำตาแทน

          “กูเหนื่อยกับมึงว่ะไม้

          “พวกกูก็เหนื่อยกับมึงว่ะบอม

          บทสนทนาของเราจบลงเพียงเท่านั้นหลังจากที่อินเดินหน้าเป็นตูดมาพร้อมกับถ้วยน้ำแข็งใสและน้ำแข็งเปล่า เป้าหมายจึงเบนเข็มไปทางมันเพราะอีกฝ่ายแม่งไปนานเหลือเกิน ส่วนผมเองภายในหัวก็กำลังคำนวณเวลา เป็นอย่างที่เพื่อนว่า ถ้าไลฟ์แล้วน้องไม่กดเข้ามาคนๆนี้คงจิตใจห่อเหี่ยวน่าดู แพลนร้องเพลงจีบคงต้องยกเลิกหมดแล้วเปลี่ยนเป็นไลฟ์ช่วยแฟนเพื่อนขายเสื้อเกาะอกแทน

          ชีวิตของทิธิติช่างน่าเศร้า...

 


          Thithiti Wanichkul

58 นาที

รดน้ำให้แล้วนะ

285 ถูกใจ  ความคิดเห็น 61 รายการ

 

 

          “รำคาญว่ะ

          “เห่าไรเอก?”

          “เฉิน ไหนมึงลองโพสต์ลงเฟซว่ารดน้ำให้แล้วดูบ้างดิ๊ ยอดไลค์จะเยอะเท่านั้นไหม?”

          “ก่อนมึงจะเปรียบยอดไลค์อะ มึงไปดูที่เขาไลฟ์ก่อน

          “ไหน?”

          “นี่

          ผมมองเพื่อนสนิทสองคนที่นั่งนินทาชาวบ้านอย่างออกรส ตอนนี้พวกเราเหลือกันอยู่แค่สามชีวิตเพราะหลังเลิกเรียนป้องก็วิ่งแจ้นไปตลาดกับต้นข้าวแล้ว คำพูดที่เคยบอกไปว่าน้องรหัสของผมไม่มีทางใฝ่ต่ำอาจทำให้นายตุลยากรต้องกลืนน้ำลายและมองเพื่อนสนิทเสียใหม่

          “หัดทักไปขอบคุณเขาบ้าง ถ้าพี่เขาไม่มารดน้ำให้ป่านนี้พวกกูก็ต้องเดินหอบสังขารถ่อไปกับมึงด้วยนะปาร์ค

          เฉินว่าขณะที่สายตายังคงจดจ่อกับจอโทรศัพท์ส่วนเอกก็ค้นหูฟังที่กำลังพันกันได้ที่มาแกะออกอย่างเตรียมพร้อมเนื่องจากตอนนี้เราอยู่ในร้านพิซซ่าถ้าเปิดลำโพงคงจะไม่เหมาะเท่าไหร่

          “เป็ด...

          “หือ” ผมเงยหน้าจากพิซซ่าชิ้นที่สองว่าไง?”

          “แยมที่มึงถ่อเอาไปให้คนคณะประมงจนเกือบโดนกูตีก้นนี่ผสมกัญชาปะ?” 

          “บ้าดิ มึงก็ซื้อมากินยังไม่เห็นเป็นไรเลย

          “แล้วทำไมไอ้นี่มันถึงเป็น?”

          เป็นเอกเพื่อนรักยื่นหูฟังมาให้ผมในขณะที่เฉินพยายามกลั้นขำ ส่วนผมเองที่กำลังอ่านหัวข้อไลฟ์สดที่ว่า ‘ร่อนเร่และร่อนเอวไปกับอูรีนึน ซุปเปอร์ซีเนียร์ (ณ)หออีโย่ง’ ก็ได้แต่ขมวดคิ้ว ตอนนี้เป็นเวลาหกโมงเย็นและเท่าที่จำได้เมื่อชั่วโมงก่อนผมเห็นพี่บอมไลฟ์ไปแล้วรอบหนึ่งแต่ว่าตอนนั้นกำลังปั่นงานส่งอาจารย์อยู่เลยไม่ได้ดูไม่คิดว่าเขาจะไลฟ์สองรอบภายในวันเดียว

          “หนแรกมานั่งเฉยๆจ้องจอเป็นสิบนาที แค่เพื่อนกูไม่แวะเข้าไปดูหน่อยถึงกับคลั่งใส่เกาะอกโชว์ขนขาเต้น Ma Boy เลยเหรออีเหี้ย!”

          ผมรู้ตัวว่าจมูกของตนบานกว่าปกติในยามนี้สืบเนื่องมาจากการกลั้นหัวเราะ ภาพเบื้องหน้าตอนนี้คือพี่บอมกับมนุษย์อีกคนที่ชื่อพี่อิน ทั้งสองคนใส่เสื้อเอวลอย ไม่เชิงใส่หรอกมันเหมือนกับว่าพวกเขาเอาสก็อตเทปใสมาติดเสื้อเกาะอกสีเขียวเข้ากับเสื้อยืดที่ตัวเองใส่อยู่มากกว่าเพราะดูจากขนาดแล้วคงยัดตัวลงไปไม่ไหว ด้านหลังมีเก้าอี้สองตัวที่ใช้เป็นพร็อบสำหรับเต้น ทั้งคู่ใส่บ๊อกเซอร์ขาสั้นพร้อมกับมัดจุก ภายในไลฟ์มีเสียงเพลงเคล้าเสียงหัวเราะที่ดังเป็นระยะ เอกหันมามองหน้าผมขณะที่ยังใส่หูฟังอยู่ เราสบตากัน

          “เด็กมึงยืนตำแหน่งฮโยรินอะ เพลงในตำนานซะด้วย ธรรมดาที่ไหน

          “แต่ยอดคนดูพุ่งฉิบหาย เกือบพันนี่แม่ง สุดในประมง” เฉินว่า

          “สีสันชีวิตไง ไลฟ์จีบไม่ได้ก็เบนสายไปแวะทำมาหาแดกก่อน

          เอกเอื้อมมือมายีหัวผมที่กำลังตั้งใจดูตั้งแต่ต้นจนจบ อีกสิ่งหนึ่งที่เพิ่งได้รับรู้วันนี้คือพี่บอมเป็นคนที่เต้นเก่งพอสมควร ถึงจะไม่ได้เป๊ะแบบต้นฉบับแต่ก็ไม่ดูเก้งก้างแม้ว่าหน้าตาจะเหมือนโดนบังคับไปหน่อยตอนเวฟตัวก็เถอะ ทั้งสองคนเดินลากเก้าอี้ออกไปจากจอหลังจากเพลงจบและแทนที่ด้วยผู้หญิงคนหนึ่งโผล่เข้ามาในไลฟ์พร้อมกับพี่ไม้และถุงเสื้อ

          “สปอร์ต ใจดี ให้ยืมเฟซมาไลฟ์จะมีใครถ้าไม่ใช่บอมประมง

          “ให้มันน้อยๆหน่อยเฉิน

          แล้วเดี๋ยวเอกก็จะหันหน้ามาพูดประโยคหนึ่งกับผมเชื่อไหม?

          “ปาร์ค...

          ‘หนูฟังพ่อ

          “หนูฟังพ่อนะ

          เดาผิดเสียที่ไหนล่ะ

เวลาเลือกแฟนในอนาคตก็ให้ดูดีๆว่าเขาเป็นคนมีอารมณ์ขันหรือเป็นบ้า

อะไร?” คนโดนพาดพิงถึงกับชะงัก

เกี่ยวไรกับกูอะ

คนเป็นพ่อขอร้องอย่ากีดกัน

มึงมันพ่อไม่จริงอีเฉิน

พ่อที่ดีควรยอมรับการตัดสินใจของลูก

ยอมรับเหี้ยไร?”

ก็ที่ลูกมึงแจ้นไปหาเขาถึงที่โดยไม่บอกใครแล้วก็แจ้นกลับมาพร้อมกับหน้าแดงๆเหมือนแวะขโมยผักพวกพืชสวนแล้วโดนรุมตบนี่ไง

ลูกเป็ดมันแค่วิ่งเหนื่อย

เหนื่อยที่ส้นตีนกูนี่

ผมนึกว่าประเด็นนี้มันจะจางไปแล้วนะเมื่อเช้าน่ะ ควรจะจบไปตั้งแต่ที่อาจารย์เดินเข้าห้องมาด้วยซ้ำแต่ทำไมถึงโดนขุดขึ้นมาอีกวะพอเป็นแบบนี้ก็เลยแสร้งทำตัวลีบหยิบชิกเก้นสติ๊กส์เข้าปากเคี้ยวเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ราวกับบทสนทนานั้นไม่มีส่วนเกี่ยวข้องอะไรกับตัวเอง

อยู่ในวัยหัดมีความลับเหรอหัวใจคนเป็นพ่อเจ็บปวดรวดร้าวไปหมด

เอกมึงอย่าเวอร์ รีบกินให้หมดเลยกูจะกลับห้องแล้ว

เนี่ย หนูเปลี่ยนเรื่องอะ

จู้จี้ว่ะ ไม่กินงั้นกูกินเองนะ

ตัวก็แค่นี้กินอะไรเยอะแยะ ลูกก็ลูกเหอะแต่คนละครึ่งสิว้อย!”

อย่างน้อยเรื่องอาหารก็ทำให้หัวข้อเรื่องเปลี่ยนไปได้ เอกหันไปกินพิซซ่าต่อขณะที่เฉินยังดูท่าว่าจะไม่ยอมรามือ แม้จะไม่พูดแต่ผมก็รู้ดีว่าภายใต้ใบหน้านิ่งๆแบบนี้อีกฝ่ายน่ะพร้อมเสือกเต็มที่ สอดส่องเก่งแต่ไม่โผงผางแบบเอกหรือขี้โวยวายอย่างป้อง คนแบบนี้แหละที่น่ากลัวเป็นพิเศษ

วิ่งหนีมาแบบนั้นระวังเขาเสียใจนะ

แถมยังทิ้งระเบิดตูมใหญ่ก่อนแยกย้ายกันกลับมาให้คิดอีกแน่ะ

ผมชะโงกไปมองเจ้าตั้งโอ๋ที่ตอนนี้นอนอยู่ในป้อมยามก่อนจะยกมือไหว้ลุงที่นั่งอยู่พร้อมกับยื่นถุงนมที่แวะซื้อมาให้อีกฝ่าย ในนั้นมีขนมแมวเลียด้วยสองชิ้นเนื่องจากมันลดราคา เราไม่ได้คุยอะไรกันมากนักเพราะเห็นว่าน้องกำลังหลับอยู่ เมื่อเห็นแบบนั้นผมเลยปลีกตัวออกมาและเดินตรงไปยังลิฟต์

คำพูดของเฉินยังคงดังก้องอยู่ในหัวพร้อมกับความรู้สึกผิด ผมรีบออกมาทั้งที่จานยังไม่ได้เก็บ เดินออกมาหลังจากที่รู้สึกว่าหน้าของตัวเองร้อนผ่าว ผมเล่าให้เพื่อนฟังแบบคร่าวๆว่าไปไหนและทำอะไรแต่ไม่ได้บอกว่าตัวเองคุยเรื่องใดบ้างกับสมบัติชิ้นที่สามของชาวประมง

มีแพลนจะตัดไหม หรือจะให้พี่เปลี่ยนข้อมูลสเปคของตัวเองดี?’

ผมนายเริ่มยาวแล้วนะ ยาวเลยติ่งหูมานิดหน่อยแล้ว

แปลกมาก แต่ผมรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังโดนจีบอยู่เลย...

         

         



tbc

#เกษตรทฤษฎีรัก

ยืมคำพี่เอกมาค่ะว่ามีใครในอำเภอหนองชงเข้มตำบลช่างพายจังหวัดนครศรีสาววายที่ยังไม่รู้บ้างว่าไอ้ประมงนั่นมันคิดจะทำอะไร?55555 ขอบคุณสำหรับคอมเม้นต์และแท็กนะคะอ่านแล้วกระชุ่มกระชวยมาก เราจะพยายามมาอัปไวกว่านี้เพื่ออนาคตที่สดใสของพี่บอม และเช่นเดิมจนกว่าจะพบกันใหม่ เอนจอยรีดดิ้ง!


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 923 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,430 ความคิดเห็น

  1. #1375 0983047939 (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 26 ธันวาคม 2563 / 19:18
    พี่เขาจีบหนูอยู่ไงลูก55
    #1,375
    0
  2. #1344 jirapron199903 (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 19 พฤศจิกายน 2563 / 23:48
    ทีมงานคุณภาพมาก5555555
    #1,344
    0
  3. #1341 ay_ben (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 16 พฤศจิกายน 2563 / 11:05
    แก็งพี่ๆก็ใช่ย่อย น่ารักมากก
    #1,341
    0
  4. #1232 ออมม่า (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 25 มิถุนายน 2563 / 17:57

    น้องปาร์ค ของแม่ เริ่มได้กลิ่นตุ ๆ ๆ แล้วใช่ไหมลูก น่ารักที่สุด

    #1,232
    0
  5. #1219 ponnyyyy (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 24 มิถุนายน 2563 / 07:47
    ตลกตอนมาเต้นอ่ะ555
    #1,219
    0
  6. #1199 Patcharee_AP (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 7 มิถุนายน 2563 / 11:12
    รอออออออ
    #1,199
    0
  7. #1198 phaewxyz (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 5 มิถุนายน 2563 / 12:45
    ตลกพ่อเทียมน้องลูกเป็ดมาก55555555 //เขินพี่บอม💛💛💛
    #1,198
    0
  8. #1197 surainadef_7 (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2563 / 21:00
    เขินมากพี่บอมอบอุ่นสุด🙈🙈
    //รอนะค้าา
    #1,197
    0
  9. #1196 nana (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 2 มิถุนายน 2563 / 16:45

    โอ้ยน้องลูกเป็ด เริ่มรู้สึกแล้วจะยังไงดีเนี่ย ส่วนพ่อๆ นั้นรู้สึกเริ่มปวดหัวแทนน้องลูกเป็ดเลย55555

    #1,196
    0
  10. #1193 Kyy (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 31 พฤษภาคม 2563 / 02:50

    บอม อะไรของนายอะ นายคีฟคูลมาทั้งเรื่อง มาตกม้าตายตอนไลฟ์เต้นมาบอย ขายเกาะอก ผมละเชื่อจริงๆ 5555


    เหนือสิ่งอื่นใด โพน้อง โพหบัว โพอะไรก็แล้วแต่ แต่โพพ่อ ของเอกคือวินสุด จากเอฟตี


    น้อนอย่าหนีบ่อยสงสารพี่บอมแก

    #1,193
    0
  11. #1192 PCHANRAWA (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 31 พฤษภาคม 2563 / 02:00

    10ตอนแล้ว น้องเขาเพิ่งรู้นะคะ ดีใจกับพี่บอมด้วยค่ะ ที่น้องเริ่มรู้ตัวแล้ววว
    #1,192
    0
  12. #1191 rungnapa_ppraew (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 29 พฤษภาคม 2563 / 16:41
    เป็นฮโยรินเลยนะ55555555555
    #1,191
    0
  13. #1190 meelee2 (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 29 พฤษภาคม 2563 / 15:51

    รอนาจารีบมาาาาาา
    #1,190
    0
  14. #1189 ' เอออต้าของพี่LOEY (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 29 พฤษภาคม 2563 / 09:39
    น้องงงง น้องเพิ่งรู้ตัวหรอลูกกกกก
    #1,189
    0
  15. #1188 jarbkonshobnok (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 29 พฤษภาคม 2563 / 08:56
    เขาจีบนั่นแหละ
    #1,188
    0
  16. #1187 JJinyoung So Perfect (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 28 พฤษภาคม 2563 / 17:00

    น้องเขิลลลลล ลึกๆ แล้วน้องรู้ว่าอิพี่ประมงจีบน้อง เชื่อสิ
    #1,187
    0
  17. #1186 JediMan7 (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 28 พฤษภาคม 2563 / 16:29

    พี่เขาจีบหนูนั่นแหละจ้า

    #1,186
    0
  18. #1185 GOTDEF (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 28 พฤษภาคม 2563 / 11:13
    น้องงงงง เขาจีบหนูนานแล้วลูกกกก
    #1,185
    0
  19. #1184 meangirl.02 (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 28 พฤษภาคม 2563 / 02:35
    เอ็นดูคำว่า-ประมงง เเงงงงงง
    #1,184
    0
  20. #1183 2ssss (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 28 พฤษภาคม 2563 / 01:32
    ขำไม่ไหว ม้าบอย55555
    #1,183
    0
  21. #1182 sasonsasai (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 27 พฤษภาคม 2563 / 22:47
    น้อวเริ่มรุแล้ววววว
    #1,182
    0
  22. #1181 เป็ดน้ำแดง (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 27 พฤษภาคม 2563 / 22:35
    น่ารัก ไม่ไหวแล้วว อยากหยิกน้องปาร์ค หมั่นเขี้ยว~
    #1,181
    0
  23. #1180 fangie (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 27 พฤษภาคม 2563 / 19:27

    แงงงงง น้องปาร์คค๊าบบบบบบบบ แค่รู้สึกเหรอลูกกก 55555

    พี่เค้าคงยังหยอดไม่หนักพอสินะ

    #1,180
    0
  24. #1179 PCHANRAWA (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 27 พฤษภาคม 2563 / 19:17

    ปาร์ค หนูฟังแม่นะลูก หนูต้องฟังแม่ พี่เขาจีบหนูอยู่ลูกก ฮืออออออ
    #1,179
    0
  25. #1178 ปมนยอง (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 27 พฤษภาคม 2563 / 18:40
    ไม่เหมือนหรอกลูกก พี่เขาจีบหนูอยู่นั่นแหละ
    #1,178
    0