คัดลอกลิงก์เเล้ว

[Fic Seven Knights] Light in Valhalla (Sylvester x Rudy)

ดินแดนที่อยู่ในห้วงความฝัน นั่นเป็นเพียงภาพลวงตาหรือความเป็นจริงกันแน่

ยอดวิวรวม

271

ยอดวิวเดือนนี้

5

ยอดวิวรวม


271

ความคิดเห็น


5

คนติดตาม


6
จำนวนโหวต : ยังไม่มีคนโหวต
เรื่องสั้น
อัปเดตล่าสุด :  29 ธ.ค. 61 / 06:27 น.
นิยาย [Fic Seven Knights] Light in Valhalla (Sylvester x Rudy) [Fic Seven Knights] Light in Valhalla (Sylvester x Rudy) | Dek-D

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้
ยินดีต้อนรับทุกคนที่เข้ามานะคะ!
และครั้งนี้ไรท์กลับมาพร้อมกับฟิคผีๆและเรือผีๆอีกแล้ว…ฮือออ
ทำไมถึงชิปคู่นี้…เหตุผลสั้นๆคือกร๊าวใจ—-แค่กๆ
คือทั้งสองคนเป็นอัศวินแห่งแสงที่ตกเข้าสู่ความมืดกันทั้งคู่…ไรท์เลยคิดว่าเขาน่าจะจูนกันได้ ถถถ
ฟิคนี้อาจจะมึนๆไปบ้างเพราะตอนแต่งไรท์ก็มึนๆ(เอ๊ะ) 
แต่ถ้าใครสนใจเรือผีคู่นี้เช่นกันก็สามารถมาหวีดกันได้นะคะ ////

เนื้อเรื่อง อัปเดต 29 ธ.ค. 61 / 06:27


Light in Valhalla

Pairing : Sylvester x Rudy

Rate : อ่านได้ทุกเพศทุกวัย(?)


———————————————————


ตั้งแต่เด็ก เขามักจะฝันถึงสถานที่แห่งหนึ่ง

ดินแดนที่ก้องดังด้วยเสียงฟาดฟันของศาสตราวุธ

แต่เสียงหัวเราะด้วยความสุขกลับอบอวลทั่วอาณาบริเวณ

เป็นสถานที่ที่แปลก

แต่ช่างน่าฉงน...ที่มันทำให้เขาแสนคิดถึง

ราวกับได้กลับมายัง บ้าน



ไม่ว่าใครต่างก็มีสิ่งที่ใฝ่ฝัน

ฝันถึงครอบครัว ฝันถึงคนรัก ฝันถึงความสุข

ฝันถึงอนาคต

ตัวเขาเองก็เช่นกัน

เขาวาดฝันมาตลอด...ถึงโลกอันแสนสงบสุข

โลกที่ตัวเขาอยากจะปกป้องไว้

อย่างน้อยก็ด้วยมือของเขาเอง



นายรู้ไหมว่าอัศวินแห่งแสงคนถัดจากท่านลุคสตาฟคือใคร?”

เด็กหนุ่มในชุดเครื่องแบบนักเรียนอัศวินละสายตาจากหนังสือในมือมองสหายสนิทที่กำลังจ้องตนตาแป๋วด้วยสีหน้าเอือมๆ

ฉันจะไปรู้ได้ยังไงล่ะ เจ้าทึ่มคริสเอ่ยปัดไปแล้วตั้งใจจะอ่านหนังสือต่อแต่เจ้าเพื่อนตัวดีกลับรีบปราดมาดึงหนังสือที่ว่าออก คริสคิ้วกระตุก มองลูดี้ที่ยังคงมีสีหน้าดื้อดึงไม่เลิก

ลูดี้...”

เฮ้ๆ อย่าเพิ่งหงุดหงิดสิเพื่อน ฉันอยากรู้จริงๆนี่นาลูดี้ฉีกยิ้มแป้นด้วยรู้ดีว่ารอยยิ้มตนเป็นสิ่งที่จะทำให้เพื่อนหัวร้อนตรงหน้าอารมณ์ดีขึ้นมาบ้าง เอ่อ ถึงบางครั้งจะให้ผลตรงข้ามก็เถอะ... “ฉันไม่เชื่อหรอกว่าคนที่เคารพท่านลุคสตอฟตัวยงแบบนายจะไม่รู้อะไรเลยน่ะ

ฉันไม่...”

หืม ว่าไงครับ ท่านขุนนาง

ลูกขุนนางที่ว่าหรี่ตามองเพื่อนที่ยกยิ้มยียวนด้วยความหงุดหงิด เจ้าหมอนี่มันรู้ว่าหากใช้คำเรียกนี้จะทำให้เขาไม่สบอารมณ์จนยอมพูดเรื่องที่มันอยากรู้ได้...เห็นหน้าซื่อๆเหมือนหมาปั๊กแบบนี้แต่ใครจะรู้ว่าอีกฝ่ายแอบซ่อนความร้ายกาจไว้อยู่ใต้รอยยิ้มนั่น ไม่อย่างนั้นมันคงไม่รอดจากบรรดาชนชั้นสูงที่หาทางต่อต้านมันหรอก

แต่ก็นะ...นั่นก็ถือเป็นข้อดีสำหรับเด็กกำพร้าอย่างลูดี้ที่จะเอาตัวรอดในสถานที่อันโหดร้ายเช่นนี้

คริสถอนหายใจเฮือกเป็นสัญญาณบอกให้เพื่อนรักรู้ว่าตนยอมแพ้เรียบร้อย เขาขอหนังสือคืนจากอีกฝ่ายแล้วยอมปริปากเล่าเรื่องที่เจ้าตัวอยากรู้โดยดี

ฉันไม่รู้อะไรมากหรอกเพราะเบื้องบนอยากเก็บเรื่องนี้ไว้เป็นความลับ หนังสือแต่ละเล่มก็บอกแค่ว่าหลังจากเขาขึ้นเป็นอัศวินแห่งแสงได้ไม่นานก็ออกเดินทางไปจนถึงตอนนี้ก็ไม่ได้ยินข่าวคราวอะไร อาศัยเครือข่ายขุนนางยังรู้แค่ว่าเขาเป็นลูกเต้าเหล่าใครเท่านั้น..”

ที่แท้ก็แอบติดตามข่าวเขาเหมือนกันนี่นาเพื่อน...”

หุบปากซะทายาทตระกูลสูงศักดิ์ถลึงตามองเด็กกำพร้าที่หัวเราะในลำคอเหมือนถูกใจที่ได้หยอกเขานักหนาเฮ้อ...เห็นว่าเป็นลูกชายของท่านแม่ทัพแห่งป่ามหัศจรรย์น่ะ

ลูกชายของท่านแม่ทัพงั้นเหรอ...ฉันว่าฉันเหมือนจะเคยเจอเขาอยู่นะ...” ลูดี้ลูบคางอย่างครุ่นคิด

นายเคยเจอ?”

ก็ไม่แน่หรอก ตอนนั้นฉันยังเด็กอยู่ด้วยเด็กหนุ่มโบกมือบอกปัดแล้วตัดสินใจเบนไปเรื่องอื่นเสียนายรู้ไหมว่าเขาชื่ออะไร?”


คริสมองเพื่อนรักนิ่งๆเหมือนกำลังพิจารรณาอะไรก่อนจะผงกหัวอย่างเชื่องช้า


ซิลเวสตาร์...ชื่อของเขาคือ ซิลเวสตาร์



ทำไมจู่ๆถึงอยากรู้เรื่องเกี่ยวกับคนที่หายไปขึ้นมาล่ะ?’

อืม...ก็ไม่มีเหตุผลอะไรเป็นพิเศษหรอก

แค่ลางสังหรณ์ของเขามันกำลังรำ่ร้องถึงอะไรบางอย่าง

บางสิ่งที่เขาสามารถหาได้จากคนคนนี้เท่านั้น



อดีตอัศวินแห่งแสงที่เลือนหายไปตามกาลเวลา


ลูดี้ไล่นิ้วไปตามตัวอักษรแต่ละบรรทัดบนหน้ากระดาษสีเหลืองอ่อน น่าแปลกที่อัศวินแห่งแสงผู้นี้ได้รับการจารึกไว้ในหนังสือเพียงแค่ชื่อ ตำแหน่งและประวัติคร่าวๆเท่านั้นราวกับผู้เขียนไม่ต้องการที่จะเอ่ยถึงอีกฝ่าย หากเทียบกับประวัติของท่านลุคสตาฟที่แทบจะนำมาเขียนเป็นหนังสือหนึ่งเล่มได้ ประวัติของชายที่ชื่อซิลเวสตาร์ก็สามารถเขียนได้เพียงครึ่งหน้ากระดาษเท่านั้นเอง...

ซิลเวสตาร์(Sylvester)...ป่าไม้งั้นเหรอ...”

เป็นชื่อที่ดีเหมือนกันนะ...เด็กหนุ่มหลุดยิ้มบางๆโดยไม่ทราบสาเหตุ ชื่อนี้ทำให้เขารู้สึกคุ้นเคยอย่างน่าประหลาด...ลูดี้เอนกายพิงกับพนักเก้าอี้ ตอนนี้ในห้องสมุดของสถานฝึกอัศวินว่างเปล่าไร้ซึ่งนักเรียนคนใดนอกจากอัศวินฝึกหัดที่มาจากสถานกำพร้า ความเงียบงันรอบกายทำให้ลูดี้รู้สึกผ่อนคลายก่อนเจ้าตัวจะหลับตาลงดื่มด่ำกับบรรยากาศอันแสนสงบเช่นนี้พร้อมคิดทบทวนข้อมูลที่เพิ่งได้รับไปมา


ลูกชายของท่านแม่ทัพที่ตอนนี้หายตัวไปอย่างปริศนา...บ้างก็ว่าเขากำลังทำภารกิจที่สำคัญ...บ้างก็ว่าเขาละทิ้งตำแหน่งหน้าที่ของตนเองไปเพื่อหนีอย่างคนขี้ขลาดตาขาว...


ซึ่งลูดี้ไม่คิดเช่นนั้น


หากเป็นคนที่ท่านลุคสตาฟเลือกแล้วล่ะก็...ไม่มีทางที่อีกฝ่ายจะหักหลังความไว้ใจของนักรบแห่งแสงคนนั้นหรอก


ไม่ก็เกิดเรื่องอะไรบางอย่าง...ที่ทำให้อดีตอัศวินแห่งแสงต้องหนีจากมัน


แต่...เรื่องอะไรกันล่ะ


ลูดี้ขมวดคิ้วมุ่นแล้วตัดสินใจปัดความคิดพวกนั้นทิ้งเสีย อย่างไรนี่ก็เป็นเพียงแค่ข้อสันนิษฐานของเขาเท่านั้น ซิลเวสตาร์อาจจะเป็นแค่คนขี้ขลาดที่ต้องการหนีภาระของตัวเองดังคำกล่าวของพวกชาวบ้านก็ได้...

แต่ว่า...ลูดี้ลืมตาขึ้นก่อนหันมองอาทิตย์ยามอัสดงนอกหน้าต่างบานใหญ่ สีที่เหมือนกับสีตาของเขา...สีที่เป็นดังขั้วตรงข้ามของท้องนภาสีครามอันกว้างใหญ่...


สีดวงตาของชายคนนั้น


ท้องฟ้าในความฝันของตัวเขาเมื่อครั้งเยาว์วัย


เด็กหนุ่มหลับตาลงช้าๆ


เขาไม่คิดหรอกว่าคนที่เป็นเจ้าของดวงตาอันมุ่งมั่นคู่นั้น...จะเป็นคนขี้ขลาดไปได้




ครั้งแรกที่เขาฝันถึงสถานที่นั้น เขาคิดว่าตนเพ้อฝันไปเอง

แต่นานวันเข้ามันก็เริ่มไม่ใช่

ดินแดนแห่งนั้นได้หยั่งรากลึกลงไปในจิตใจของเขาโดยไม่รู้ตัว

เฉกเช่นเดียวกับเสียงเสียงหนึ่ง

เสียงร้องไห้ของใครคนหนึ่งที่ดังในหัวทว่ามองไม่เห็นผู้ใดเลย


อีกแล้วงั้นเหรอ...เด็กหนุ่มเมื่อครั้งอดีตที่บัดนี้ได้เติบโตเป็นอัศวินผู้สง่างามได้แต่คิดถอนใจกับตัวเอง กี่ครั้งแล้วที่เขาหลับแล้วตกอยู่ในดินแดนความฝันไม่ต่างจากตอนนี้ รอบตัวนั้นว่างเปล่าไร้สิ่งใดมีเพียงกลุ่มหมอกขะมุกขมัวที่อยู่เป็นเพื่อน...ลูดี้มองซ้ายมองขวาแต่ก็ไม่เจอสิ่งมีชีวิตใดนอกจากตัวเขาเอง


ไม่สิ  มีอยู่สิ่งหนึ่งมากกว่า...ชายหนุ่มสาวเท้าเดินเข้าไปใกล้ร่างสีดำที่นั่งร้องไห้อยู่ไม่ไกล เขาเมียงมองอีกฝ่ายสักพักแล้วย่อกายนั่งลงข้างๆอีกฝ่ายโดยพิงแผ่นหลังนั่นเหมือนดังที่เคยทำในแต่ละครั้งที่มาเยือนสถานที่แห่งนี้


ลูดี้เงียบไปสักพักก่อนจะเป็นฝ่ายเปิดปากพูดขึ้นมา


ร้องไห้อีกแล้วงั้นเหรอครับ

“...เธอเองก็มาที่นี่ได้ทุกครั้งเหมือนกันอีกฝ่ายปาดนำ้ตาออกพลางเอ่ยด้วยเสียงที่แหบพร่าเล็กน้อยไม่เบื่อบ้างรึไง

ผมมีตัวเลือกที่ไหนกันล่ะลูดี้หัวเราะเบาๆต้องการอ้อมกอดอีกไหม

“...พูดบ้าๆ

หืม มีลังเลด้วยนี่นา...ชายหนุ่มหัวเราะในลำคอ เจ้าตัวจะรู้ไหมหนอว่านำ้เสียงที่พูดนั่นมันฟังดูเหงาหงอยแค่ไหน เหมือนหมาตัวโตไม่มีผิด...ลูดี้ถอนหายใจเฮือกกับคนปากไม่ตรงกับใจแล้วจึงยื่นมือไปแตะท่อนแขนแกร่งเบาๆ


พูดมาตรงๆก็ไม่มีอะไรเสียหายหรอกนะครับ


คำตอบของคำพูดนั้นคือมือที่เอื้อมมากอบกุมกลับและศีรษะที่ทิ้งลงมาพิงกันและกันไว้


ความเงียบงันลอยตัวลงมาปกคลุมคนทั้งสองในห้วงความฝัน เป็นเรื่องปกติไปแล้วที่พวกเขาจะมายังที่แห่งนี้แล้วนั่งเงียบๆปล่อยให้ไออุ่นและบรรยากาศจากร่างกายอีกฝ่ายปลอบประโลมหัวใจของตน 

นั่นเป็นเรื่องเดียวที่พวกเขาทำได้นี่นะ...ลูดี้อดคิดกับตัวเองไม่ได้ เขาเหลือบมองคนด้านหลังแต่ผลลัพธ์ก็ยังเป็นเหมือนทุกครั้ง นอกจากเงาดำมืดที่พาดผ่านแล้วเขาไม่เห็นรายละเอียดใดๆของอีกฝ่ายเลย รู้แค่ว่าคนตรงหน้ามีตัวตนก็เพียงเท่านั้น


นี่เป็นแค่ความฝันหรือจินตนาการเพ้อพกของเขาเองกันนะ


เฮ้ ถึงคำถามนี้ผมจะเคยถามคุณแล้วก็เถอะ...”


แค่อยากจะยืนยันกับตัวเองอีกสักครั้ง


คุณชื่ออะไรครับ?”


ไม่มีเสียงใดตอบกลับมาอยู่เนิ่นนานจนกระทั่งอีกฝ่ายขยับกายน้อยๆพร้อมเสียงทุ้มติดแหบแห้งที่ดังตามมา


ไม่ว่าเธอจะถามฉันอีกกี่รอบ คำตอบก็ยังเหมือนเดิม...ในเมื่อนั่นเป็นสิ่งเดียวที่ฉันจำได้...”


และคำตอบนั้นก็ได้ทำลายภาพฝันทั้งหมดของอัศวินแห่งแสงลงอย่างไร้ปราณี


ซิลเวสตาร์...ชื่อของฉันคือซิลเวสตาร์


ลูดี้หลับตาลงช้าๆ


แน่นอนว่าเขาหวังเหลือเกินว่านี่เป็นเพียงโลกแห่งความฝันของเขาเองคนเดียว




เอ๋ ดินแดนของนักรบเหรอครับ?”

ใช่แล้วล่ะ เธอพอจะรู้จักไหม

อีวานมุ่นหน้าน้อยๆระหว่างหยิบหนังสือจัดเข้าชั้น ปกติเวลาที่ไม่ได้ซ้อมดาบลูดี้มักจะมาขลุกอยู่ที่ห้องสมุดและอีวานที่มักจะมาขอซ้อมดาบกับชายหนุ่มก็มักจะติดสอยห้อยตามมาด้วยเสมอ เด็กหนุ่มขมวดคิ้วเหมือนใช้ความคิดสักพักก่อนจะร้อง อ้อ

เหมือนคุณปู่จะเคยเล่าให้ฟังอยู่น่ะครับ เดี๋ยวนะ...” มือเรียวไล่ไปตามสันหนังสือก่อนจะหยุดอยู่ที่หนังสือเล่มหนึ่ง อีวานหยิบมันออกมาพลิกๆดูสักพักแล้วจึงยิ้มร่าเมื่อพบสิ่งที่ต้องการ

อ๊ะ เจอแล้วล่ะครับ! นี่ไงครับ ดินแดนของนักรบที่คุณพูดถึงเขายื่นหน้าหนังสือที่ว่าให้ชายหนุ่มที่ก้มตัวลงมาดู ลูดี้เลิกคิ้วหลังเห็นชื่อที่เด่นหราบนหน้ากระดาษ


วัล...ฮัลลา (Valhalla)...?”


ใช่ครับ เป็นดินแดนตามจินตนาการความเชื่อของชาวนอร์สน่ะครับเด็กหนุ่มอธิบายเสียงใส พอเป็นเรื่องเกี่ยวกับตำนานโบราณพวกนี้ดูเจ้าตัวจะกระตือรือร้นเป็นพิเศษ...แต่นั่นก็เป็นจุดที่น่าเอ็นดูของอีกฝ่ายล่ะนะเขาว่ากันว่าเมื่อนักรบหมดลมหายใจลง...วัลคิรี่จะคัดเลือกวิญญาณของนักรบที่ยังคงกระหายในสงครามไปยังแดนวัลฮัลลา ดินแดนที่ไร้ซึ่งกาลเวลาและเป็นที่สิงสถิตของเหล่านักรบที่ตายไปแล้ว พวกเขาเหล่านั้นจะได้รับการฝึกฝนที่นั่นเพื่อต่อกรกับพวกอสูรที่จะมารุกราน...อ๊ะ ใช่ๆในตำนานบอกว่าความจริงวัลฮัลลาเป็นชื่อพระราชวังของที่นั่น แถมพระราชวังนั้นมีประตูเข้าออกถึง 540 แห่งเลยล่ะครับ! แล้วก็...”

ดะ เดี๋ยวก่อน อีวาน! ฉันเข้าใจแล้ว เธอไม่ต้องเล่าแล้วก็ได้!” ลูดี้รีบห้ามเด็กหนุ่มก่อนที่จะเลยเถิดไปมากกว่านี้ อีวานพอรู้ตัวว่าทำอะไรไปก็หน้าแดงแปร๊ดแล้วรีบก้มหน้างุดทันที 

ขะ ขอโทษครับ...ผมลืมตัวไปหน่อย...”

ฮะฮะ อย่าคิดมากเลยน่า ฉันรู้ว่าเธอชอบเรื่องพวกนี้มากแค่ไหนอัศวินแห่งแสงขยี้หัวผู้เป็นดังน้องชายด้วยความเอ็นดู เด็กคนนี้ชอบเรื่องเล่าตำนานเช่นนี้มากเท่าไรเขารู้ดีในเมื่อเขามักจะถูกอีกฝ่ายลากไปสำรวจถำ้หรือซากโบราณสถานพวกนี้บ่อยๆน่ะนะ...ลูดี้มองภาพวาดดินแดนในจินตนาการบนหน้ากระดาษครำ่ครึแล้วก็พึมพำกับตัวเอง


งั้นเหรอ...ที่แท้ก็เรียกว่าวัลฮัลลานี่เอง...”


ท่านลูดี้?”


เห็นสายตาสงสัยจากคนตัวเล็กข้างกายชายหนุ่มก็ส่ายหัวยิ้มๆ


ไม่มีอะไรหรอก แล้วก็ฉันบอกแล้วไม่ใช่รึไงว่าเวลาอยู่ด้วยกันจะเรียกว่าลูดี้เหมือนตอนเด็กๆก็ได้น่ะ!”



วัลฮัลลา

ดินแดนแห่งนักรบผู้วายชนม์

สถานที่ที่เขาฝันถึงมาตลอดตั้งแต่วัยเด็ก

ไม่คิดว่ามันจะมีอยู่จริง...ต่อให้นั่นจะเป็นแค่ตำนานก็ตาม

แต่ว่า...



“...ทำไมเธอถึงมาถามฉันล่ะ

ซิลเวสตาร์มองคนที่นั่งพิงหลังอย่างไม่เข้าใจ...ไม่สิ จะเรียกว่ามองก็ไม่ได้เพราะลูดี้ไม่เห็นหน้าอีกฝ่ายด้วยซำ้ 

ก็...แค่มีความรู้สึกว่าคุณจะรู้จักน่ะครับ...” อัศวินแห่งแสงยิ้มบางๆ นั่นสินะ เขาหวังอะไรอยู่กัน... “ผม...ฝันถึงสถานที่แห่งนี้มาตลอดตั้งแต่เด็ก...”

โดยที่ตัวเขาไม่เคยรู้ถึงสาเหตุนั้นเลย

มัน...ไม่รู้สิครับ ผมแค่รู้สึกว่า...ผมจะต้องไปที่นั่นให้ได้ เหมือนมันกำลังเรียกผมอยู่...” ลูดี้ชะงักไปน้อยๆพลางกะพริบตาปริบๆ เดี๋ยวนะ นี่เขากำลังพูดเรื่องอะไรให้คนไม่รู้จักฟังอยู่ล่ะเนี่ยเอ่อ...อย่าสนใจที่ผมพูดเลยครับ มันก็แค่ความฝันของผมเท่านั้น...”

มันไม่ใช่เรื่องแปลกหรอก

ห๊ะลูดี้หันมองคนข้างหลังอย่างอึ้งๆ เห็นเพียงอีกฝ่ายยักไหล่เหมือนไม่คิดอะไรมากกับคำพูดเพ้อพกของเขาเมื่อครู่

ฉันเองก็ไม่ต่างจากเธอ...ตลอดเวลาที่...” เขานิ่งงันไปแล้วส่ายหัวเบาๆราวกับนึกเรื่องบางอย่างที่ไม่น่าพิสมัยขึ้นมาได้ตั้งแต่ฉันรู้สึกตัว...ฉันจำได้แค่ว่าฉันมีบางสิ่งที่จะต้องทำให้สำเร็จให้ได้ต่อให้นั่นจะหมายถึงต้องแลกด้วยชีวิตก็ตาม…”


“…และหลังจากที่เสร็จสิ้นภารกิจนั้น ฉันจะต้องกลับไปหาใครบางคน...ที่สำคัญต่อฉันมากเหลือเกิน…”


ลูดี้งุนงงเล็กน้อยเมื่อได้ยินนำ้เสียงที่แม้จะเจ็บปวดแต่แฝงไปด้วยความคะนึงหาจากอีกฝ่าย เขาคิดจะหันกลับไปแต่ก็ถูกขัดด้วยคำพูดถัดมา


สำหรับฉันฉันไม่คิดว่ามันเป็นเรื่องน่าหัวเราะหรอก


มือที่ยื่นมากอบกุมไว้ดังคำให้กำลังใจที่ไร้ซึ่งถ้อยคำใดๆ


มนุษย์ทุกคนต่างก็เกิดมาเพื่อจุดหมายบางอย่าง...โดยที่แม้แต่ตัวเองก็ไม่รู้ด้วยซำ้มันคืออะไร


อีกฝ่ายหยุดพูดแต่หันกลับมามองอัศวินแห่งแสงโดยไม่พูดกล่าวใดๆจนลูดี้ลอบตกใจ แต่สิ่งที่ทำให้ชายหนุ่มตกตะลึงที่สุดอาจไม่ใช่การกระทำที่อุกอาจนั้นทว่าเป็นดวงตาของอีกฝ่ายต่างหาก


สีแดงฉาน...ราวกับนัยน์เนตรของอสูรร้ายที่กระหายในโลหิต


เชื่อในสิ่งที่ตัวเองยึดมั่นและอย่าได้ลังเล ลูดี้


ครั้งแรกที่เขาได้เห็นใบหน้าของชายที่เคารพนับถือ

คือครั้งแรกที่เขาได้เห็นอสูรในร่างมนุษย์ที่แท้จริง




ซิลเวสตาร์บอกให้เขาเชื่อมั่นในความคิดของตัวเอง

แต่ถ้าหากสิ่งที่เขาเชื่อมันไม่เคยมีอยู่จริง

แล้วเขาควรจะเชื่อในสิ่งใดต่อไปกัน



“…เธอมาอีกแล้ว

ซิลเวสตาร์เอ่ยขึ้นเมื่อรับรู้ถึงตัวตนของผู้มาเยือน ถึงอีกฝ่ายจะมีบรรยากาศที่แตกต่างไปจากเดิมบ้างแต่เขาไม่มีวันจำผิดเด็ดขาด...เด็กน้อยเพียงคนเดียวที่มาเยือนคุกอันมืดมิดแห่งนี้

แสงสว่างที่สาดส่องลงมาอย่างไม่เคยเสื่อมคลาย


แม้ วินาทีนี้แสงนั้นจะพร่ามัวไปบ้างก็ตาม


ชายหนุ่มหันมองบุคคลที่เพิ่งปรากฏตัวด้วยรูปลักษณ์ที่ผิดแปลกไปจากความทรงจำ อาทิตย์อัสดงที่เคยส่องแสงอย่างแรงกล้าบัดนี้ถูกห้วงนำ้ลึกสีมรกตเข้าแทนที่ สีนำ้ตาลที่ทำซิลเวสตาร์นึกถึงป่าไม้อันกว้างใหญ่กลับกลายเป็นสีแห่งรัตติกาลไม่ต่างจากปีกอีกา

ลำพังแค่ความคิดนั้นก็ทำซิลเวสตาร์หงุดหงิดขึ้นมาอย่างน่าประหลาด แต่ตอนนี้สิ่งที่สำคัญที่สุดไม่ใช่ตัวเขาหากเป็นตัวเด็กน้อยหลงทางตรงหน้าเขาต่างหาก

สับสนงั้นเหรอ…”

คุณโกหกลูดี้พลันเอ่ยขัดขึ้นมาคุณบอกให้ผมเชื่อในสิ่งที่ผมเชื่อและอย่าลังเลแต่…”

เขากุมศีรษะตัวเองพลางส่ายหัวช้าๆอย่างคนที่ไร้ซึ่งที่พึ่งพิง

มันผิดพลาดทุกอย่างมันผิดพลาดไปหมด…”

ซิลเวสตาร์เงียบไป ก่อนที่ชายหนุ่มจะเดินเข้ามาหยุดยืนตรงหน้าเทวฑูตผู้แตกสลาย มือข้างหนึ่งเอื้อมออกไปสัมผัสมือภายใต้ถุงมือเกราะสีขาวขลิบทองแล้วดึงมากุมไว้แน่น

ฉันไม่อยู่ในตำแหน่งที่จะสามารถแนะนำอะไรเธอได้…”


เพราะตัวเขาเองก็คือสิ่งที่ผิดพลาดของโลกใบนี้


แต่ที่ฉันบอกให้เธอเชื่อเพราะฉันเชื่อว่าหากเป็นเธอ เธอย่อมเลือกหนทางที่ดีที่สุดสำหรับทุกคนอยู่แล้ว


ลูดี้ยืนนิ่งโดยไม่ได้ตอบอะไรเขาอยู่เนิ่นนาน ขณะที่ซิลเวสตาร์เริ่มคิดแล้วว่าตนอาจจะพูดอะไรผิดไปอีกฝ่ายก็พลันทิ้งหัวลงมาพิงไหล่เขาไว้และถ้าเขาไม่ได้รู้สึกไปเองร่างกายของลูดี้กำลังสั่นเทาอย่างน่าใจหาย

ซิลเวสตาร์ถอนหายใจพลางลูบศีรษะที่ปกคลุมด้วยเรือนผมสีดำสนิทอย่างนุ่มนวลผิดกับใบหน้าอันเรียบเฉย ดวงเนตรคมสีแดงชาดราวกับทอแสงอ่อนลงวูบหนึ่ง

ไม่มีใครจะสมบูรณ์แบบไปทุกอย่างหรอก ลูดี้…” เขาเอ่ยเสียงเบาทุกคนล้วนผิดพลาดแต่หน้าที่ของมนุษย์อย่างเราก็คือการเรียนรู้ข้อผิดพลาดนั้นแล้วใช้ชีวิตต่อไปต่างหาก…”

เสียงสะอื้นไห้และแรงขยุ้มที่ฝ่ามือดังกลับมาเป็นคำตอบ


บางทีนี่คงเป็นประสงค์ของพระผู้เป็นเจ้า

ที่ทรงสร้างมนุษย์ขึ้นมาให้ทนอยู่กับความไม่สมบูรณ์แบบนั้น

บาปซึ่งตกทอดมาจากมนุษย์คู่แรกมายังกลุ่มคนรุ่นหลัง


“…ซิลเวสตาร์

เป็นเวลาสักพักกว่าเสียงร้องไห้นั้นจะเงียบลงแล้วตามมาด้วยเสียงเรียกชื่อที่ทำเจ้าของนามเลิกคิ้ว 

คุณเคยเชื่อในแสงสว่างไหม…?”

ซิลเวสตาร์นิ่งงัน เขาก้มมองคนที่ยังพิงไหล่ตัวเองเงียบๆก่อนริมฝีปากหยักได้รูปจะกระตุกยิ้มบางๆ

เธอต้องการให้ฉันตอบยังไงเธอถึงจะรู้สึกดีขึ้นล่ะ

ฮะฮะ  นั่นสินะคุณนี่มันป่าเถื่อนสมชื่อจริงๆ…”

ก็ตามนั้นล่ะนะ

ลูดี้หลุดหัวเราะ ดูจากท่าทีแล้วอีกฝ่ายคงรู้สึกดีขึ้นบ้างแล้วสินะซิลเวสตาร์ไม่ปฏิเสธว่าการได้ยินเสียงหัวเราะจากคนตรงหน้าเช่นนี้ทำให้เขารู้สึกคลายใจขึ้นมาก อย่างน้อยในความคิดเขา ลูดี้ก็เหมาะกับรอยยิ้มมากกว่า 

ผมเคยเชื่อในแสงมาตลอด…” อัศวินแห่งแสงเอ่ยเสียงแผ่วราวกับพูดให้ตัวเองฟังแต่ภายใต้บรรยากาศที่เงียบสงัดซิลเวสตาร์ก็ยังคงได้ยินทุกคำพูดอยู่ดีเพราะแบบนั้นผมถึงคิดว่าการไล่ตามแสงที่ว่าคือหนทางที่ถูกต้อง…”


แต่ตอนนี้เขารู้ตัวแล้วว่าเขาคิดผิด


ลูดี้เม้มปากแน่นก่อนจะเงยมองซิลเวสตาร์ด้วยดวงตาอันแน่วแน่และมุ่งมั่น


สีเขียวมรกตที่สอดประสานกับสีแดงสดของโลหิต


ผมไม่ได้เชื่อในแสงแต่ผมเชื่อในตัวคุณ ซิลเวสตาร์


เพราะเชื่อเพียงคุณมาตลอด

ดังนั้นได้โปรด ขอแค่คุณที่จะไม่หันหลังให้กับผม 

ไม่ว่าผมจะทำผิดพลาดมากแค่ไหนขอเพียงคุณเข้าใจ

ต่อให้จะเหลือแค่ตัวคนเดียวในโลกผมก็ไม่คิดจะสนใจอะไรอีกแล้ว

แสงสว่างสุดท้ายของผม



แต่เขากลับลืมไป

ถึงแม้ทุกสิ่งที่เกิดขึ้นจะเหมือนความเป็นจริงมากเพียงใด

มันก็ไม่อาจปฏิเสธได้ว่าที่แห่งนี้เป็นเพียงแค่ความฝันของเขาเองเท่านั้น

ในที่สุดเขาก็จำต้องตื่นจากความฝัน

เพื่อเผชิญหน้ากับความจริง



ซิลเวสตาร์ไม่อยู่ที่นี่อีกแล้ว

ลูดี้ไม่รู้ว่าเหตุใดจู่ๆอีกฝ่ายถึงหายไปไม่รู้ด้วยซำ้ว่าทำไมตัวเขากับอีกฝ่ายถึงเจอกันในโลกแห่งความฝันตั้งแต่แรก

และเขาก็จำต้องยอมรับว่าการหายตัวไปของอีกฝ่ายสร้างผลกระทบกับเขามากแค่ไหน

อาจจะพอๆกับตอนที่คริสมองเขาด้วยสายตาไม่เชื่อใจหรืออาจมากกว่าตอนที่อีวานเลือกที่จะหันหลังให้กับเขา

แต่มันทำให้เขาเจ็บ

เจ็บเจียนตาย

ซิลเวสตาร์…” ลูดี้เอ่ยกับพื้นที่ว่างเปล่าตรงหน้าไม่ว่าคุณจะได้ยินผมหรือไม่ผม…”

ร่างแกร่งเม้มปากแน่นราวกับไม่กล้าที่จะเอื้อนเอ่ยต่อ เขาข่มตาลงแน่นก่อนจะถอนหายใจเฮือกแล้วทำท่าจะผินกายเดินจากไป ทว่ายังไม่ทันที่จะได้ก้าวขา เส้นแสงสายหนึ่งก็พลันปรากฏขึ้นตรงหางตา เขายื่นมือออกไปรับชิ้นส่วนสีแดงด้วยความงุนงง รูปร่างของมันคล้ายปลายของคมดาบไม่ ปลายหอกงั้นเหรอ


ลูดี้


“!!?”

เจ้าของนามเบิกตากว้างก่อนจะตกตะลึงยิ่งกว่าเมื่อปลายหอกสีแดงสดนั้นพลันแตกสลายไปไม่ต่างจากเถ้าธุลีต่อหน้าต่อตาเขา ลูดี้ได้แต่มองเสี้ยวละอองแสงที่ค่อยๆจางหายไปด้วยนัยน์เนตรอันสั่นระริก 


เขารู้แล้วเขารู้สาเหตุที่ซิลเวสตาร์ไม่มาปรากฏตัวต่อหน้าเขาแล้ว


นี่เป็นคำบอกลาสินะ


ลูดี้กำหมัดแน่น สูดลมหายใจที่สั่นเครืออีกครั้งแล้วจึงค่อยๆเผยรอยยิ้มที่มีแต่ความเศร้าออกมา


คุณนี่มันใจร้ายไม่เปลี่ยนเลยนะ


ป่าอันแสนกว้างใหญ่ที่แฝงความโหดร้ายเอาไว้


ลูดี้เงยมองพื้นที่ที่ปกคลุมด้วยสายหมอกเบื้องหน้าด้วยรอยยิ้มบางๆบนใบหน้าคมคาย แม้ดวงเนตรสีเขียวเข้มจะยังหม่นหมองอยู่บ้างแต่ก็หาได้ไร้ซึ่งประกายสดใสเหมือนตอนแรกที่มาเยือนแล้ว


ผมกำลังจะโดนประหารซิลเวสตาร์


เขาพูดด้วยนำ้เสียงสบายๆเหมือนไม่รู้ร้อนรู้หนาวอะไรเลยกับเนื้อหาคำพูดนั้น


เป็นบทลงโทษของอัศวินที่ทิ้งหน้าที่ก็สมกับคนที่เอาแต่หนีอย่างผมดีล่ะนะ


แต่ผมไม่เสียใจถ้อยคำที่กล่าวพลันเปลี่ยนเป็นจริงจังต่อให้ผลตอบแทนคือความตายทางเลือกของผมก็จะไม่มีวันเปลี่ยน


เหมือนที่คุณเคยสอนผม

คำสอนที่ผมไม่เคยนึกเสียใจที่ทำตามมาตลอด


ซิลเวสตาร์ในสายตาทุกคนคุณอาจเป็นแค่คนขี้ขลาดตาขาวที่ต้องการหนีสิ่งที่ตัวเองเคยทำผิดพลาดเอาไว้…” 


เขาเงียบไปสักพักก่อนจะเริ่มเอ่ยอีกครั้ง


แต่สำหรับผมคุณคืออัศวินที่แท้จริง


แสงสว่างเพียงหนึ่งเดียวที่ไล่ตามตั้งแต่เสียผู้เป็นดั่งที่พึ่งไป

แสงที่ยอมสูญเสียความเป็นตัวเองเพื่อสรรพชีวิตบนโลกใบนี้


ขอบคุณสำหรับทุกอย่าง


สิ้นประโยคนั้นแดนความฝันแห่งนี้ก็ไม่หลงเหลือร่างของผู้ใดอีก

มีเพียงเสียงของสายลมที่พัดพาข้อความของเทวฑูตไปยังผู้วายชนม์




ตึก

ฝีเท้าเรียวหยุดลงเมื่อตนหยุดยืน ใจกลางของแท่นประหาร เสียงโห่ร้องก้องดังไปทั่วบริเวณลานประหาร บ้างก็เป็นเสียงรำ่ไห้บ้างก็เป็นเสียงขับไล่สาปส่งลูดี้หลับตาลงช้าๆปล่อยให้เสียงเหล่านั้นเป็นเพียงลมผ่านหู


ตอนนี้ไม่ว่าอะไรก็ช่วยเขาจากบทลงทัณฑ์นี้ไม่ได้แล้ว


ไม่ว่าจะอำนาจขุนนางของคริสความพยายามจากเหล่าสหาย


หรือแม้แต่แสงสว่างก็ตาม


นักโทษก้าวออกไปข้างหน้าเสียงจากผู้ควบคุมการลงโทษครั้งนี้ดังขึ้นจากด้านข้างพร้อมตัวลูดี้ที่ก้าวมายืนตรงหน้าห่วงรัดคอซึ่งถูกผูกแน่นกับเสาไม้เหมือนเย้ยหยันนักโทษ

ไม่นะ! ท่านลูดี้!!”

ลูดี้กะพริบตาปริบๆพลางหันมองเจ้าของเสียงนั้นที่กำลังวิ่งมาทางที่เขายืนอยู่อย่างสุดชีวิตเด็กหนุ่มที่เป็นดังดวงอาทิตย์ดวงน้อยบุคคลที่เขามั่นใจว่าจะต้องได้รับสืบทอดตำแหน่งอัศวินแห่งแสงคนต่อไป


เหมือนที่พ่อของอีกฝ่ายเคยเป็นมาก่อน


เขายิ้มให้อีวานอีกครั้งแล้วทอดสายตามองท้องฟ้าสีครามสดใสเบื้องบนด้วยแววตาเหม่อลอยเป็นครั้งสุดท้าย


สิ่งที่แสนหลอกลวง

ทว่าตัวเขาก็ยังตกบ่วงนั้นอย่างยินยอม


ทิวทัศน์ตรงหน้าค่อยๆถูกบดบังด้วยสีดำของผ้าที่ถูกครอบหัวลงมา น่าแปลกที่เพียงเสี้ยววินาทีก่อนที่ความมืดจะบดบังทุกอย่าง ลูดี้กลับเห็นแสงสว่างแสงเรืองอ่อนๆจากขนนกขนาดเล็กที่ร่วงหล่นจากท้องนภา


นั่นก็ภาพลวงตาของเขาเองอีกแล้วรึเปล่านะ


ลูดี้นิ่งงันไปก่อนจะค่อยๆแย้มยิ้มออกมาแล้วหลับตาลงช้าๆ


อาแต่นั่นก็ไม่สำคัญอีกแล้วล่ะ


คุณจะมารับผมไหมนะ…”


ตึง!!


พื้นไม้เบื้องล่างพลันหายไปพร้อมร่างที่ทิ้งตัวลงโดยมีเพียงเชือกเส้นหนาที่รองรับนำ้หนักตัวทั้งหมดไว้


และเสียงดัง กร๊อก เหมือนบางสิ่งแตกหักที่ดังตามมา





ท่ามกลางความมืดมิดเขาไม่ได้ยินเสียงอะไรเลย

ไม่ว่าจะสิ่งมีชีวิตหรือแม้แต่ความเคลื่อนไหวใดๆ


หรือนี่คือโลกแห่งความตายกันนะ


ลูดี้เปิดตาขึ้นช้าๆ รอบตัวเขาตอนนี้มีเพียงความมืดที่อยู่เคียงข้าง เสียงที่ได้ยินก็มีแค่เสียงจากลมหายใจของเขาเท่านั้นอืม ที่แท้ตายไปแล้วก็ยังต้องหายใจอยู่งั้นเหรอ ไม่สิ นี่อาจเป็นแค่ความเคยชินจากตอนยังมีชีวิต


ลูดี้


เจ้าของชื่อชะงักงันแล้วรีบหันมองที่มาของเสียงดังกล่าว นัยน์เนตรคมสีเขียวเข้มซึ่งรื้นด้วยนำ้ตาสะท้อนภาพใบหน้าของคนที่แสนคะนึงหา เส้นผมสีทองอร่ามดังแพรไหมและดวงเนตรสีฟ้าครามเปล่งประกายรับกับแสงสว่างที่เริ่มโอบล้อมรอบข้างไว้อย่างงดงาม


ผืนป่าที่ฑูตตกสวรรค์คอยพึ่งพิงมาตลอด


มาเถอะกลับไปยังสถานที่ที่เป็นของพวกเรา


มือข้างหนึ่งถูกยื่นมาตรงหน้า


เฉกเช่นเดียวกับรอยยิ้มที่ปรากฏบนริมฝีปากอย่างไม่อาจห้ามได้อีกต่อไป


แสงเพียงหนึ่งเดียวที่ไม่เคยทอดทิ้ง


และจึงได้ยื่นมือไปกอบกุมมือข้างนั้นไว้แนบแน่น




หวนคืนสู่ดินแดนถิ่นกำเนิด

สรวงสวรรค์ของนักรบที่ยังมีห่วงความปรารถนา

ที่ที่ไร้ซึ่งชีวิตและกาลเวลา

แต่หาได้มีสิ่งใดที่จะมาทำร้ายพวกเขาได้อีก

ความสุขที่จะคงอยู่ไปตลอดกาล


วัลฮัลลา

ยูโทเปียของแสงผู้วายชนม์



———————————————


//รีบเผ่นหลบอาวุธที่จะถูกปามาอย่างว่องไว—-


ผลงานเรื่องอื่นๆ ของ ๐KiMo_No_HoSHi๐ จากทั้งหมด 8 บทความ

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

5 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 12 เมษายน 2562 / 02:46

    อุกรี๊ดดด หลังจากหวีดความดาร์กของลูดี้ซามะแล้ว ชั้นก็ระทวยกับความละมุนขมอมหวาน ขอบคุณที่แต่งนิยายเรื่องนี้นะคะ

    #5
    0
  2. #4 Yume_Sorachi (@Loveanime14) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 18 มีนาคม 2562 / 21:19

    ฮือออ บรรยายดีมากเลยค่ะ เต็ม10ให้100 ;-; เป็นความสัมพันธ์เล็กๆที่ค่อยเป็นค่อยไป แม้จุดจบจะไม่ได้ดีมาก แต่แค่พวกเขาได้อยู่ด้วยกันอย่างมีความสุข เราก็รู้สึกว่าเป็นบทสรุปที่ดีที่สุดกับทุกฝ่ายแล้วจริงๆค่ะ ขอบคุณสำหรับนิยายดีๆนะคะ;-; ไม่เคยชิพคู่นี้เลย แต่เมื่อได้อ่านกับรู้สึกฟีลกู้ดมากๆ รู้สึกอิ่มเอมใจมากค่ะ//-//
    #4
    0
  3. วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2562 / 19:48
    โอ้ยยสย ดีต่อใจมากค่ะะะ แต่มันเศร้าาาาอ่ะะะ
    #3
    0
  4. วันที่ 16 มกราคม 2562 / 21:20

    ตับหนู ;-;

    #2
    0
  5. #1 bloodc2 (@bloodc) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 28 ธันวาคม 2561 / 22:46
    จะแต่งฟิคปวดตับทุกครั้งไม่ด๊ายยยย//ตบตี
    #1
    0