คัดลอกลิงก์เเล้ว

[OS] นับหนึ่งกับไอดิน #น้องนับหนึ่ง | เนียลอง

โดย Mind K.

Nubneung_1 : ดินไหน? เราไม่เห็นรู้จักเลย55555

ยอดวิวรวม

197

ยอดวิวเดือนนี้

0

ยอดวิวรวม


197

ความคิดเห็น


1

คนติดตาม


9
จำนวนโหวต : ยังไม่มีคนโหวต
เรื่องสั้น
อัปเดตล่าสุด :  19 ส.ค. 61 / 14:01 น.
นิยาย [OS] Ѻ˹觡ѺʹԹ #ͧѺ˹ | ͧ [OS] นับหนึ่งกับไอดิน #น้องนับหนึ่ง | เนียลอง | Dek-D

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้


I look at you now and I want this forever
I might not deserve it but there’s nothing better
Don’t know how I ever did it all without you

ผมมองคุณ และผมอยากอยู่ในช่วงเวลานี้ตลอดไป
ผมอาจจะไม่คู่ควรกับมันหรอก แต่ไม่มีอะไรดีไปกว่านี้แล้ว
ไม่รู้เลยจริงๆว่าตลอดชีวิตที่ผ่านมาผมอยู่โดยไม่มีคุณได้ยังไง

***


Paris in the rain - Lauv




b
e
r
l
i
n
?

เนื้อเรื่อง อัปเดต 19 ส.ค. 61 / 14:01


ในโลกใบนี้มักจะมีคนคนหนึ่ง

ที่ไม่ว่ายังไง เราก็จะ ‘แพ้’ ความเป็นเขาอยู่ตลอดเวลา

-

 

“นับหนึ่ง!

“จ๋า?”

เด็กหนุ่มร่างเล็กในชุดนักเรียนโผล่หน้าออกมาจากหลังครัวทันทีที่ได้ยินเสียงเรียกชื่อตัวเอง เจ้าของดวงตากลมโตภายใต้กรอบแว่นค่อยๆเดินออกมาหลังเคาท์เตอร์ตามที่พี่สาวเรียก

“ช่วยเอาอันนี้ไปเสิร์ฟที่โต๊ะตรงนั้นทีนะ”

มือบางของพี่สาวผลักหลังเด็กหนุ่มไปทางถาดสีน้ำตาลที่วางอยู่เบื้องหน้า กาแฟหนึ่งแก้วกับบานอฟฟี่เค้กหนึ่งชิ้น นับหนึ่งขมวดคิ้วอย่างงงๆแต่ก็จำใจยกถาดไปเสิร์ฟ

“เมนูที่สั่งได้แล้วครับ”

แก้วกาแฟถูกวางลงตรงหน้าพร้อมกับจานบานอฟฟี่ นับหนึ่งโค้งให้เล็กน้อยก่อนจะเดินกลับมาที่เคาท์เตอร์ จริงๆแล้วหน้าที่ประจำของเขาที่ร้านไม่ใช่การเสิร์ฟแต่เป็นลูกมืออยู่หลังครัว เพราะงั้นเขาจึงไม่ทันได้สังเกตลูกค้าที่หน้าร้านสักเท่าไหร่ แต่วันนี้แปลกออกไป

คงเพราะว่าเขาบังเอิญไปสบตากับลูกค้าที่สั่งเมนูเมื่อกี้ไปล่ะมั้ง

ขณะที่กำลังคิดว่าจะทำเป็นมองไปทางอื่นดีรึเปล่าเสียงเรียกจากพี่สาวก็ดังขึ้นอีกครั้ง

“นับหนึ่ง อย่ายืนจ้องลูกค้าแบบนั้นสิ!”

ก่อนที่จะเดินกลับเข้าไปในครัวนับหนึ่งก็แอบเห็นลูกค้าคนนั้นหัวเราะเขาจนตาหยี ให้ตายสิ น่าขายหน้าชะมัด

 

 

เวลาหกโมงเย็นถือว่าเป็นเวลาเลิกงานของนับหนึ่ง เขาตกลงกับพี่สาวไว้ว่าช่วงวันจันทร์ถึงศุกร์จะมาช่วยถึงหกโมงเย็นเพราะต้องรีบกลับไปทำการบ้าน ส่วนวันเสาร์อาทิตย์ถึงจะอยู่ช่วยงานที่ร้านได้เต็มวัน ถึงแม้จะเป็นคาเฟ่เล็กๆที่พี่สาวเปิดช่วยหารายได้ให้กับครอบครัว แต่นับหนึ่งก็ถือว่ามันเป็นประสบการณ์ที่ดี

ร่างโปร่งกระชับกระเป๋านักเรียนเมื่อต้องเดินขึ้นสะพานลอย โชคไม่ค่อยดีนักที่จู่ๆฝนก็ทำท่าเหมือนจะตกลงมา นับหนึ่งเงยหน้ามองท้องฟ้าที่ตอนนี้เปลี่ยนเป็นสีเข้มพร้อมกับเมฆฝนดำทะมึน และดูเหมือนว่าวันนี้เขาจะโชคร้ายที่ไม่ได้พกร่มมาด้วย

แต่ก่อนหน้าที่ฝนจะตกเขาก็ควรพาตัวเองไปหาที่หลบ นับหนึ่งเร่งฝีเท้าจนกระทั่งลงสะพานลอยและหยุดอยู่ที่ป้ายรถเมล์พร้อมกับถอนหายใจ

“เกือบไปๆ”

ถึงแม้ว่าฝนยังไม่ตกแต่ถ้าอยู่ในร่มยังไงก็คงไม่เปียก พอคิดได้แบบนั้นร่างโปร่งก็หยิบมือถือขึ้นมาเล่นตามความเคยชินระหว่างรอรถ ยังไม่ทันที่จะกดเข้าแอพพลิเคชั่นสนทนายอดฮิตฝนก็ตกลงมาอย่างหนักจนผู้คนที่มายืนรอรถเมล์แถวนั้นต้องพากันเบียดเช้ามาในร่ม นับหนึ่งขยับออกมาทางด้านข้างเล็กน้อยเพื่อไม่ให้โดนเบียดแต่ก็ไม่ให้ตัวเองต้องเปียกฝน มือบางกดเข้าแอพพลิเคชันสำหรับคนรักการถ่ายภาพพลางกดถ่ายบรรยากาศตอนนี้และอัพโหลดลงสตอรี่พร้อมกับข้อความสั้นๆ

ยังไม่ทันจะกดออกก็มีแจ้งเตือนขึ้นว่ามีคนส่งข้อความมา กดเข้าไปดูก็เห็นเพื่อนสนิทที่replyสตอรี่ของเขา

 

Mymynmyn : มีแอบถ่ายผู้ชายด้วยนะ ไม่เบา

 

“ผู้ชายอะไรของมัน”

เจ้าของสตอรี่หัวเราะน้อยๆก่อนจะพิมพ์ข้อความตอบกลับไปแล้วกดดูสตอรี่ของคนอื่นๆไปด้วย ดูเหมือนว่าจะมีหลายคนที่กำลังติดฝนเช่นเดียวกันกับเขาเพราะจากที่กดดูสตอรี่ของเพื่อนหลายคนแล้วก็เห็นว่าลงแต่เรื่องฝนตก

 

Mymynmyn : ก็คนที่หนึ่งถ่ายอ่ะ มองจากข้างหลังยังคิดว่าดูดีเลย

 

เพื่อนรักส่งข้อความตอบกลับมา นับหนึ่งขมวดคิ้วพลางกดดูรูปที่เขาเพิ่งอัพลงสตอรี่ของตัวเองไป ผู้ชายร่างสูงผมสีน้ำตาลอ่อนใส่เอียร์พอดในเสื้อสีขาวกางเกงยีนส์สีเข้มยืนหันหลังอยู่ พอดูชัดๆแบบนี้แล้วนับหนึ่งก็รู้สึกว่าเขาคุ้นๆลักษณะการแต่งตัวแบบนี้อยู่เหมือนกัน

 

 Mymynmyn : หรือเป็นคนที่หนึ่งแอบชอบ?

 

“ไอ้บ้า มั่วแล้ว!”

นับหนึ่งเผลอสบถออกมาเสียงดังเมื่อเห็นข้อความล่าสุดที่เพื่อนส่งมา ก่อนที่จะรู้สึกถึงสายตาของหลายคนที่กำลังมองมาที่เขา ร่างโปร่งก้มหน้ายิ้มแหยๆก่อนจะพิงตัวเองเข้ากับเสาป้ายรถเมล์ราวกับต้องการหายไปจากตรงนี้

เขาอาย

คนที่กำลังหัวเสียกับข้อความของเพื่อนเงยหน้าขึ้นอีกครั้งเพื่อจะสำรวจว่าคนอื่นหันกลับไปหมดรึยังแต่ก็สะดุดเข้ากับดวงตาคมคู่เดิม

อีกคนส่งยิ้มมาให้เขาเล็กน้อยแล้วหันกลับไป ตอนนี้นับหนึ่งไม่แน่ใจว่าตัวเองกำลังทำสีหน้าแบบไหนอยู่ ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตัวเองยิ้มตอบกลับไปรึเปล่า รู้แค่จู่ๆใบหน้าของเขาก็ร้อนเห่อขึ้นมาซะงั้น

 

กว่าที่จะฝ่าฝนกลับมาบ้านได้ก็ปาไปสองทุ่มกว่า ทั้งๆที่วันนี้นับหนึ่งวางแผนว่าจะทำการบ้านให้เสร็จก่อนสี่ทุ่มแท้ๆ ร่างโปร่งวางกระเป๋าสะพายไว้บนเก้าอี้ก่อนจะไปอาบน้ำเพราะรู้สึกว่าตัวเองเปียกเหมือนไปเดินตากฝนมา ถึงจะไม่ได้เดินตากฝนแต่การกลับบ้านโดยรถเมล์ไม่ปรับอากาศก็เหมือนกับตากฝนดีๆที่แหละ

พี่สาวของเขาจะปิดร้านตอนประมาณสามทุ่ม แต่กว่าจะเก็บของและจัดการบัญชีเสร็จกลับมาถึงบ้านก็ราวๆเที่ยงคืน เพราะงั้นการนอนดึกของนับหนึ่งก็ใช่เรื่องแปลกอะไร

ร่างโปร่งหยิบสมุดเคมีออกมาจากกระเป๋าเตรียมพร้อมในการทำการบ้าน แต่โทรศัพท์ก็แจ้งเตือนขึ้นมาขัดเสียก่อน เจ้าของมือบางจึงต้องหยิบขึ้นมาดูเพื่อจะพบว่าเป็นเพื่อนอีกคนที่ส่งข้อความมาจากสตอรี่ของเขา

 

Chayenmaisainom : ดูด้านหลังเหมือนพี่ดินที่เป็นคฑากรเลยอ่ะ

Chayenmaisainom : นับหนึ่งไปเจอพี่เขาที่ไหนนนน

 

สิ่งที่ควรจะงงไม่ใช่ข้อความล่าสุดแต่เป็นชื่อของบุคคลในรูป นับหนึ่งไม่แน่ใจว่าเขารู้จักคนที่ชื่อดินก็เลยได้แต่พิมพ์ตอบกลับไป

 

Nubneung_1 : ดินไหน? เราไม่เห็นรู้จักเลย55555

 

ก็เขาไม่รู้จักจริงๆนี่ ตอบข้อความเสร็จนับหนึ่งก็ตัดสินใจว่าเขาจะไม่จับโทรศัพท์อีกจนกว่าจะทำการบ้านเสร็จ

 

 

อากาศหลังเลิกเรียนเป็นสิ่งที่นับหนึ่งไม่ค่อยชอบ เพราความคาดเดาไม่ได้ว่าแดดจะออกหรือฝนจะตก ไหนจะนักเรียนหลายคนที่มายืนเบียดกันใต้ร่มสะพานลอยอีกกว่าที่เขาจะแทรกตัวเองผ่านมาได้ก็แทบแย่ กลิ่นหอมของหมูปิ้งลอยเตะจมูกคนที่กำลังจะมุ่งหน้าไปยังคาเฟ่ของพี่สาว นับหนึ่งในชุดพละสีเข้มเดินไปหยุดตรงหน้าร้านก่อนจะเอ่ยสั่งกับป้าเจ้าของร้านอย่างคุ้นเคย

“หมูปิ้งเหมือนเดิมครับ”

พูดจบก็ส่งยิ้มไปหนึ่งครั้ง

“วันนี้ก็จะรีบไปที่ร้านเหมือนเดิมเหรอจ๊ะ?”

นับหนึ่งพยักหน้าตอบ เขาซื้อข้าวเหนียวหมูปิ้งร้านป้ามาตั้งแต่อยู่ม.ต้นจนตอนนี้จะจบมัธยมแล้ว รอไม่นานถุงข้าวเหนียวหมูปิ้งก็ถูกยืนมาตรงหน้า แบงก์สีเขียวสองไปถูกยื่นให้ป้าเจ้าของร้านก่อนที่เขาจะได้เหรียญสิบเป็นเงินทอนกลับมา

“วันนี้ป้าแถมหมูปิ้งนมสดให้น้องหนึ่งไปลองชิมด้วยนะลูก”

ได้ยินอย่างนั้นนับหนึ่งก็ตาโต เปิดถุงดูพลางรีบกล่าวขอบคุณ

 “ขอบคุณครับป้า”

ร่างโปร่งเดินไปตามฟุตบาทเพื่อไปยังป้ายรถเมล์ถัดไป แดดที่ส่องมาทำให้นับหนึ่งตัดสินใจเอากระเป๋านักเรียนขึ้นมาบัง ระยะทางจากโรงเรียนไปยังคาเฟ่ไม่ได้ไกลมากนักแต่ด้วยสภาพการจราจรทำให้การเดินทางค่อนข้างกินเวลาพอสมควร ร่างโปร่งในชุดพละลงจากรถเมล์ทันทีที่ถึงป้าย บริเวณแถวนี้มีแต่เขาที่แต่งตัวแปลกแยกเพราะส่วนใหญ่จะเป็นนักศึกษามากกว่า นับหนึ่งเดินย้อนจากป้ายรถเมล์ไปเล็กน้อยก็ถึงคาเฟ่ของพี่สาวตัวเอง

“พี่ดาว หนึ่งมาแล้วนะ”

ส่งเสียงเรียกเจ้าของร้านก่อนที่เจ้าตัวจะเดินเข้าไปในครัวที่ประจำแต่ก็ไม่วายถูกเรียกไว้ก่อน

“เดี๋ยวหนับหนึ่ง เอาอันนี้ไปเสิร์ฟให้พี่ก่อน”

คนที่เป็นนักเรียนได้แต่ถอนหายใจ วางกระเป๋าด้านหลังเคาท์เตอร์ก่อนจะยกถาดไปเสิร์ฟตามหมายเลขโต๊ะที่เขียนไว้ บานอฟฟี่เค้กอีกแล้ว? นับหนึ่งขมวดคิ้วเมื่อมองไปยังคนที่นั่งอยู่ที่โต๊ะหมายเลขหก

ลูกค้าคนเดิมที่มาเมื่อวานอยู่ในชุดนักศึกษาธรรมดาแต่ผมสีน้ำตาลอ่อนกลับทำให้ร่างสูงดูโดดเด่นสะดุดตา

เดี๋ยวสิ ต้องไปเสิร์ฟกาแฟนี่นา

นับหนึ่งสะบัดศีรษะก่อนจะค่อยๆยกถาดเดินไปทางโต๊ะหกซึ่งอยู่ติดกับกระจกอีกฝั่งหนึ่งของร้าน เจ้าของออเดอร์ที่สั่งกำลังนั่งอ่านชีทในมือท่าทางเคร่งเครียดจนนับหนึ่งอดสงสัยไม่ได้ว่าอีกคนจะได้กินเค้กตอนไหน

“เมนูที่สั่งได้แล้วครับ”

“ขอบคุณครับ”

อีกฝ่ายตอบกลับโดยที่ยังไม่ละสายตาจากชีทตรงหน้า นับหนึ่งวางจานเค้กและแก้วกาแฟลงโดยกะให้ห่างจากกองชีทนิดหน่อยเผื่อหกชีทจะได้ไม่เปียกก่อนที่ตัวเองจะเดินกลับมาที่เคาท์เตอร์ จู่ๆท้องฟ้าที่แดดเปรี้ยงก็ค่อยๆมืดลง นับหนึ่งมองออกไปนอกร้านพลางขยับแว่น

“ฝนจะตกอีกแล้ว”

เขาพึมพำกับตัวเองเบาๆขณะที่กำลังจะหมุนตัวเดินเข้าไปในครัวนับหนึ่งก็รู้สึกเหมือนมีคนกำลังมองมาทางเขา ใบหน้าเล็กหันไปมองก็ไม่เห็นว่ามีใครมองมา นอกจากคนที่เขาเพิ่งไปเสิร์ฟกาแฟมาเมื่อกี้ คนผมสีน้ำตาลส่งยิ้มบางๆให้เขาแล้วละสายตาไปอ่านชีทต่อ

ให้ตายสิ นับหนึ่งรู้สึกว่าตัวเองเหมือนจะเป็นไข้ยังไงก็ไม่รู้

 

ท้องฟ้าครึ้มได้ไม่นานฝนก็ตกหนักลงมาอย่างที่นับหนึ่งคิดไว้ ลูกค้าในร้านบางส่วนก็ยังคงนั่งอยู่ที่เดิมเพิ่มเติมคือสั่งกาแฟและขนมเพื่อทำงานฆ่าเวลาแทนที่จะออกไปตากฝนข้างนอก นับหนึ่งยังเห็นลูกค้าประประจำโต๊ะหกนั่งอ่านชีทอยู่ที่เดิมแม้ว่าบานอฟฟี่เค้กจะหมดไปแล้วก็ตาม

“นับหนึ่งไปเก็บจานที่โต๊ะนู้นแล้วเอาชาร้อนไปเสิร์ฟเพิ่มด้วยนะ”

เสียงพี่นับดาวพูดขั้นขณะที่ตัวเองกำลังกดเครื่องชงกาแฟ นับหนึ่งพยักหน้าพลางลุกหยิบถาดเดินไปยังโต๊ะหกโดยไม่ลืมหยิบแก้วชาร้อนที่พี่นับดาวทำไว้ไปด้วย อาจจะดูเป็นเรื่องแปลกที่นับหนึ่งก็เคยถามพี่สาวตัวเองว่าทำไมถึงต้องเสิร์ฟชาร้อนทั้งๆที่ลูกค้าไม่ได้สั่ง แต่พี่ดาวก็ยิ้มแล้วตอบกลับมา

‘เพราะฝนตกอากาศก็เลยเย็นลง เวลาดื่มชาร้อนๆมันจะช่วยให้ร่างกายเราอุ่นขึ้นไง’

ไอ้เหตุผลนั้นน่ะมันก็เข้าใจได้อยู่หรอก แต่นับหนึ่งก็ยังไม่เข้าใจอยู่ดี

“ขออนุญาตเก็บแก้วนะครับ”

เขาเอ่ยด้วยน้ำเสียงสุภาพพลางเก็บแก้วกาแฟกับจานเค้กแล้ววางแก้วชาร้อนลงบนโต๊ะ

“บริการพิเศษจากทางร้าน ชาร้อนครับ”

อีกฝ่ายละสายตาจากชีทในมือมามองหน้าเขา นับหนึ่งส่งยิ้มให้อย่างเป็นมิตรเมื่อรู้สึกว่าคนตรงหน้ากำลังจะพูดอะไรบางอย่าง

“ขอบคุณครับ”

ถึงจะเป็นคำพูดขอบคุณสั้นๆแต่นับหนึ่งก็คิดว่าน้ำเสียงที่เอ่ยนั้นน่าฟัง ร่างโปร่งโค้งให้เล็กน้อยพลางเดินกลับมาที่เคาท์เตอร์ จัดการเอาแก้วกาแฟและจานเปล่าไปไว้ในครัว

 

 

เสียงฝนตกกับเพลงที่เปิดคลอเบาๆทำให้บรรยากาศดูผ่อนคลาย ไอน้ำที่เกาะอยู่บนกระจกร้านเป็นผลมาจากความต่างของอุณหภูมิ นิ้วเรียววาดรูปดวงอาทิตย์ยิ้มแฉ่งไว้บนกระจกก่อนที่จะใช้ปากกาเขียนข้อความสั้นๆลงบนกระดาษโพสต์อิทแผ่นเล็ก

‘ขอบคุณสำหรับชานะครับ น้องนับหนึ่ง : )’







Fin : ) 

ขอโทษที่หายไปนานนะคะ ฮือ แต่เรากลับมาแล้วค่ะ

จริงๆแล้วฟิคเรื่องนี้เรายังไม่แน่ใจว่าจะให้เป็น os หรือว่าเป็นเรื่องยาวดี

เพราะงั้นก็เลยอยากให้ทุกคนช่วยตัดสินใจค่ะ ^ ^

สุดท้ายนี้เราขอฝากฟิคเรื่องอื่นๆไว้พิจารณาด้วยนะคะ

(จิ้มลิงค์ได้เลยค่า)

 Never Ending Nightmare

Between US

Once Upon A Time กาลครั้งหนึ่งในฤดูหนาว

The YOU เพราะนายไม่เหมือนใคร


พูดคุยกันที่ได้  #น้องนับหนึ่ง นะคะ

 

 

 


ผลงานเรื่องอื่นๆ ของ Mind K. จากทั้งหมด 19 บทความ

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

1 ความคิดเห็น

  1. #1 pimka_n (@pimka_n) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 25 สิงหาคม 2561 / 20:34
    น้องนับหนึ่งน่ารักมากเลยววยย
    #1
    0