คัดลอกลิงก์เเล้ว
นิยาย My Roommate [Day6] | Jaehyungparkian My Roommate [Day6] | Jaehyungparkian | Dek-D

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้



僕らの出会いは 大きな世界で 小さな出来事
巡り合えた それって『奇跡』

การได้พบกันโดยบังเอิญของพวกเรา เป็นเหตุการณ์เล็กๆ บนโลกใบใหญ่

แต่การพบกันโดยบังเอิญนั้น นั่นคือ "ปาฏิหารย์"


***
cr.sqw

เนื้อเรื่อง อัปเดต 28 พ.ค. 61 / 23:06


ตลอดยี่สิบปีที่ผ่านมาเจไม่เคยคิดว่าตัวเองจะต้องมานอนร่วมห้องกับคนแปลกหน้า เขาพยายามสงบสติอารมณ์ที่กระเจิดกระเจิงหลังจากที่เมื่อเปิดประตูห้องพักนักศึกษาแล้วเห็นใครคนหนึ่งกำลังนอนหลับอยู่อย่างสบายใจบนเตียงชั้นล่าง

เอาน่า มันก็คงไม่แย่ขนาดนั้น ขนาดที่อเมริกายังมีโฮสต์เทลเยอะแยะไป เจพยายามคิดแบบนั้นขณะที่ค่อยๆลากกระเป๋าเดินทางใบใหญ่ไปวางไว้ที่มุมห้อง ดวงตาเล็กพิจารณาสภาพห้องพักที่เขาจะต้องอยู่ตลอดปีการศึกษา

กีตาร์แสนรักที่เขาอุตส่าห์ดื้อกับแม่เพื่อหอบมาจากบ้านเกิดก็ถูกวางไว้ใกล้ๆกระเป๋า เจยืนมองซ้ายทีขวาทีจากนั้นจึงค่อยๆเดินย่องไปสำรวจห้องน้ำซึ่งเขาพบว่าอย่างน้อยสภาพมันก็ยังดีกว่าที่เขาคิดไว้มาก

ในขณะที่เขากำลังตบตีกับความคิดในหัวตัวเองว่าจะทำอะไรต่อไปเสียงพลิกตัวของคนที่นอนอยู่ก็เรียกให้เจหันไปมอง เพราะว่าเมื่อกี้คนที่นอนอยู่บนเตียงนอนคว่ำหน้าอยู่ทำให้เจมองได้ไม่ถนัดนัก แต่พออีกคนพลิกตัวนอนตะแคงหันหน้ามาทางเขาแถมยังเอาผ้าห่มห่อตัวให้เป็นก้อนกลมๆเจก็มีความคิดอยู่หนึ่งความคิดในหัว

รูมเมทเขาก็น่ารักดีเหมือนกันนะ

 

ด้วยความที่เมื่อวานเขามาถึงที่หอพักค่อนข้างดึกบวกกับไม่อยากรบกวนคนที่อยู่มาก่อนด้วยการปลุกเพียงแค่แนะนำตัวเจก็เลยเลือกที่จะทำธุระส่วนตัวแล้วเขานอน ตื่นมาอีกทีก็ตอนที่รู้สึกว่าแสงแดดเริ่มแรงเกินไปซึ่งพอดูนาฬิกาเขาก็พบว่ามันเลยเที่ยงไปแล้วประมาณสามชั่วโมง

คนที่เพิ่งตื่นนอนหาวออกมาหวอดใหญ่ก่อนจะค่อยๆลงจากเตียงชั้นบนเพื่อเดินไปเข้าห้องน้ำ ระหว่างที่กำลังเดินผ่านโต๊ะอ่านหนังสือเขาก็เห็นว่ามีเรื่องดื่มวิตามินวางอยู่โดยที่บนขวดมีโพสต์อิสสีชมพูแปะไว้

‘I’m Brian Kang. Nice to meet you’

เนื้อความสั้นๆถูกเขียนด้วยลายมือที่อ่านง่ายแถมยังเป็นระเบียบทำให้เจระบายยิ้มออกมา มือหนาเปิดเครื่องดื่มวิตามินพลางกระดกดื่มรวดเดียวหมด เขาชักอยากจะเจอหน้ารูมเมทตัวเองแล้วสิ

เนื่องจากคณะที่เขาเข้าเรียนเป็นภาคอินเตอร์สำหรับชาวต่างชาติดังนั้นเจจึงไม่จำเป็นต้องไปทำกิจกรรมก่อนเปิดภาคเรียนเหมือนคนอื่น วันนี้ทั้งวัน(นับตั้งแต่ตื่นนอน)เขาจึงใช้เวลาไปกับการจัดข้าวของที่หอบมาจากบ้านเกิดให้เข้าที่จากนั้นจึงกางโน้ตบุ๊คเพื่อเล่นเกมโปรดของตัวเอง

shit shit shit!”

เจสบถออกมาเมื่อตัวละครที่เขาเล่นนั้นโดนฝ่ายตรงข้ามฆ่าตายมาแล้วแปดรอบติดจนเขาเริ่มรู้สึกว่าอากาศร้อนในประเทศเกาหลีเริ่มมารวมอยู่บนหัวของตัวเอง จนในที่สุดเขาก็ต้องยอมแพ้ให้กับความกากแบบเกินเยียวยา เจปิดโน้ตบุ๊คแล้วบิดขี้เกียจสองสามทีก่อนที่จะสังเกตผ่านทางหน้าต่างว่าด้านนอกเริ่มมืดแล้ว

เสียงกริ๊กจากประตูห้องทำให้เจตกใจ เขารีบร้อนถอดหูฟังออกก่อนจะหันไปทางทิศต้นเสียง คนที่เพิ่งมาใหม่กำลังหันหลังให้เขาอยู่พลางถอดรองเท้า เจนั่งหลังตรงเพื่อรอให้อีกคนหันมา

“เอ่อ”

hi”

คนที่เป็นฝ่ายทักทายก่อนคือเจ เขาไม่แน่ใจว่าวัฒนธรรมเกาหลีจะซีเรียสเรื่องการทักทายอะไรยังไงหรือเปล่าแต่เอาเป็นว่าเขาไม่ซีเรียสเป็นพอ

I’m Jae Park, nice to meet you”

เขายื่นมือออกไปทางอีกคน ไบรอันยื่นมือมาจับเบาๆพลางส่งยิ้ม

nice to meet you, too”

บทสนทนาระหว่างเขาและรูมเมทจบลงแค่นั้น เขามองไปทางไบรอันที่กำลังเดินเอาถุงพลาสติกที่หิ้วมาด้วยไปวางบนโต๊ะกินข้าวพลางหยิบสิ่งที่เรียกว่าบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปซองใหญ่จำนวนหกห่อออกมา

“กินรามยอนด้วยกันมั้ยครับ?”

“หื้ม?”

เจส่งเสียงในลำคอเพราะเขาได้ยินประโยคภาษาเกาหลีที่ไบรอันพูดไม่ค่อยถนัดเท่าไหร่ แต่อีกคนพอเห็นว่าเขาทำหน้างงก็รีบโบกมือปฏิเสธเป็นพัลวัน

“คือ ไม่ใช่แบบนั้นนะครับ หมายถึง เอ่อ Do you wanna have dinner together?”

“อ่า ครับ”

ร่างสูงลุกจากเก้าอี้เดินมาที่โซนครัวเล็กๆซึ่งมีโต๊ะกินข้าวตัวเล็กๆกับเคาท์เตอร์ คนที่เอ่ยปากชวนเขากำลังง่วนกับการฉีกซองรามยอนใส่หม้อต้ม เจเห็นว่าไบรอันฉีกไปแล้วสองซองและดูเหมือนกำลังลังเลอยู่ว่าจะฉีกเพิ่มอีกดีไหม เห็นแบบนั้นเจก็เอ่ยขึ้นทำลายความเงียบ

I thing it’s enough for  us”

“...........”

“ผมกินเผ็ดไม่ค่อยได้ด้วย”

ประโยคแรกเจพูดเป็นภาษาอังกฤษส่วนประโยคต่อมาเขาพูดเป็นภาษาเกาหลีช้าๆเพราะยังนึกคำไม่ค่อยออกเท่าไหร่ ไบรอันพยักหน้าแล้วเก็บรามยอนที่เหลือไว้ในตู้ ระหว่างที่รอให้น้ำเดือดทั้งเจและไบรอันก็นั่งอยู่ที่โต๊ะกินข้าวท่ามกลางความเงียบแต่เขาก็สังเกตได้ว่าอีกคนเหมือนมีอะไรอยากจะพูด

“ขอถามอายุได้ไหมครับ?”

“สอง เอ่อ.. ยี่สิบ? Twenty”

“ผมอายุ19 งั้นก็ต้องเรียกพี่ว่าพี่เจ”

“...........”

เจ้าของร่างสูงกระพริบตาปริบๆ

Nice to meet you again, Jae hyung”

รูมเมทของเขาส่งยิ้มแล้วลุกไปจัดการรามยอนในหม้อต่อเมื่อได้ยินเสียงน้ำเดือด ถ้าฟังไม่ผิดเหมือนว่าไบรอันจะเรียกเราว่าพี่เจ หรือเปล่านะ?

ไม่นานเกินรอรามยอนสองห่อที่ถูกต้มเรียบร้อยก็มาเสิร์ฟ ไบรอันส่งถ้วยแบ่งกับตะเกียบมาให้เขาก่อนจะจัดการของตัวเอง เจมองอีกคนคีบเส้นรามยอนสีเหลืองจากหม้อลงถ้วยตัวเองก็กลืนน้ำลายดังอึก เขาเองก็อยากกินเหมือนกัน แต่ปัญหามันติดตรงที่ว่าเจไม่รู้จะทำยังไงกับตะเกียบโลหะในมือ

“พี่เจไม่กินหรอครับ?”

“คือ ฉันใช้ตะเกียบไม่เป็นอ่ะ”

 

หลังจากที่ทั้งเจและไบรอันจัดการมื้อเย็นเรียบร้อยด้วยความทุลักทุเลเพราะอุปกรณ์การกินที่ไม่คุ้นเคย เจอาสาเป็นคนทำความสะอาดให้เพราะกว่าแปดสิบเปอร์เซ็นต์เป็นฝีมือเขาเองที่กินเลอะเทอะ หลังจากที่เขาทำความสะอาดเสร็จก็เห็นว่าไบรอันนอนเล่นอยู่บนเตียงชั้นล่างเรียบร้อยแล้ว อีกคนเอ่ยถามเขาขณะที่มือกำลังพลิกหน้ากระดาษหนังสือการ์ตูน

“พี่เจ เรียนคณะอะไรครับ?”

“คณะ? เอ่อ Political Science. What about you?

Business Administrationครับ”

เจพยักหน้ารับแล้วเดินไปนั่งที่โต๊ะอ่านหนังสือ ทีแรกเขาว่าจะเปิดเกมเล่นอีกรอบแต่คิดไปคิดมาเขาคิดว่าตัวเองน่าจะทำความรู้จักกับรูมเมทของตัวเองมากกว่า

“ไบรอัน”

“ครับ?”

You don’t have to be so formal with me, ok?”

“..........”

I just 1 year older than you so that’s alright”

“อ่า ก็ได้ครับ”

เจตัดสินใจพูดแบบนั้นออกไปเพราะเขาไม่อยากให้ไบรอันเกร็งเวลาอยู่ด้วยกัน เขาได้ยินมาบ้างเกี่ยวกับพวกเรื่องมารยาทของคนเกาหลีที่จะต้องสุภาพกับคนอายุมากกว่า หรือพวกคำเรียกต่างๆแม้กระทั้งเกิดต้นปีกับท้ายปี ซึ่งโดยส่วนตัวแล้วเขาคิดว่ามันไม่ค่อยจำเป็นสักเท่าไหร่

“ถ้างั้นพี่เจเรียกผมว่ายองฮยอนดีกว่านะ”

“ยองยอน?”

nah it’s Young-Hyun that’s my name”

“but Brian sounds easier”

เจแอบเห็นว่าไบรอันถอนหายใจแล้วยอมละทิ้งหนังสือการ์ตูนในมือเพื่อมาคุยกับเขา

“เรียกยองฮยอนดีกว่าครับ จะได้สนิทกันมากขึ้น”

“ก็ได้”

ถึงจะว่าอย่างนั้นแต่ชื่อภาษาเกาหลีของไบรอันก็ออกเสียงยากอยู่ดี

 

 

สองเดือนกว่าแล้วหลังจากที่เขาย้ายตัวเองจากอเมริกาบ้านเกิดมาอยู่ที่เกาหลี เจเริ่มจะมีเพื่อนคณะเดียวกันบ้างเพราะคุยกันถูกคอและแน่นอนว่าภาษาเกาหลีของเขาก็พัฒนาขึ้นแบบก้าวกระโดด ทั้งนี้เจคิดว่าเขาต้องยกความดีความชอบให้กับคังไบรอัน(ไม่สิ คังยองฮยอน)รูมเมทของเขาที่มักจะใช้เวลาก่อนนอนประมาณสิบนาทีเพื่อมาฝึกให้เขาออกเสียงภาษาเกาหลี

“คืนนี้อย่าลืมนัดนะ”

“ไม่ลืมหรอกน่า”

ร่างสูงโบกมือลาเพื่อนร่วมคณะก่อนจะเดินไปทางคณะบริหารธุรกิจเพื่อรอให้ยองฮยอนเลิกเรียนจะได้กลับห้องพร้อมกัน เจมีแพลนว่าวันนี้จะไปซื้อรามยอนกับพวกขนมมาเพิ่มเพราะเมื่อเช้าเขาเห็นว่าเสบียงที่ซื้อมาไว้ใกล้หมด และถ้าวันนี้เจจำไม่ผิดดูเหมือนว่าร้านปิ้งย่างจะลดราคา 15 % สำหรับนักศึกษา ก็เลยว่าชวนยองฮยอนไปกินด้วยกันสักหน่อย

ถ้าเป็นที่อเมริกาป่านนี้เจก็คงนั่งรถไปที่ร้านคนเดียวจากนั้นก็กินบุฟเฟต์คนเดียวโดยไม่ต้องสนใจใคร แต่เพราะเขามาอยู่ต่างถิ่นก็เลยต้องพยายามปรับตัวให้เขากับวัฒนธรรมเกาหลี อีกอย่าง เจชอบเวลาที่ยองฮยอนไปด้วย เขารู้สึกไม่เหงาเหมือนตอนเมื่อก่อนที่ต้องไปไหนมาไหนคนเดียว

“พี่เจ?”

คนถูกเรียกหันไปทางด้านหลังก็เห็นนักศึกษาคณะบริหารกำลังกึ่งวิ่งกึ่งเดินมาทางเขาพร้อมกับหนังสือในมือ ยองฮยอนหยุดพักหายใจประมาณสิบวิก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองเขาแล้วเอ่ยทัก

“สะพายกระเป๋าแบบนี้อีกแล้วนะ”

และนั่นทำให้เจเพิ่งรู้ตัวว่าเขาสะพายกระเป๋าเป้แบบเดิมอีกแล้ว

“ผมรู้ว่าพี่ยังไม่ชิน แต่อย่างน้อยก็ไม่ต้องจับสายกระเป๋าเวลาสะพายก็ได้”

มือเรียวจัดแจงปรับสายกระเป๋าเป้ให้เขาเสร็จสรรพแล้วยิ้มพอใจในผลงานของตัวเอง

“แล้วพี่อย่าปรับสายขึ้นอีกนะ”

เจพยักหน้า ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมต้องทำตามที่ยองฮยอนบอกด้วย แต่เขาก็ทำไปแล้ว

“แล้วนี่จะไปซื้อของเลยมั้ยอ่ะ?”

“ไปเลยก็ได้”

ยองฮยอนพยักหน้าพลางเก็บหนังสือเรียนสองเล่มเข้ากระเป๋าเป้ตัวเองแล้วเดินนำเขาไปทางป้ายรถเมล์หน้ามหาวิทยาลัย จริงๆแล้วถ้าไม่ต้องไปซื้อของด้านนอกเขาก็สามารถเดินกลับหอพักได้เลยเพราะตัวหอพักก็อยู่ในรั้วเดียวกัน

“รามยอนในตู้เหลืออยู่ห่อเดียวเอง ไม่พอมื้อดึกแน่ๆเลย”

what about buffet?”

เหมือนว่าเจจะเห็นรูมเมทตัวเองทำตาโตหลังจากที่พูดคำว่าบุฟเฟต์ออกไป เจยิ้มมุมปากอย่างขำๆเมื่อเห็นคนที่กำลังยืนเกาะราวรถเมล์อยู่แอบกลืนน้ำลาย

“เดี๋ยวฉันเลี้ยงเอง อยากกิน”

 

เมื่อกลับมาจากข้างนอกเจก็พบว่ามันใกล้เวลาที่เขานัดกับเพื่อนไว้ว่าจะเล่นเกมแล้ว มือหนาเปิดโน้ตบุ๊คแล้วใส่หูฟังเพื่อเตรียมพร้อม หลังจากกดเช้าเกมเซอร์ไววัลชื่อดังเขาก็พิมพ์ข้อความบอกเพื่อนว่าตัวเองรออยู่แล้ว ระหว่างที่รอให้คนครบเจก็ถือโอกาสฝึกฝีมือโดยการเข้าไปเล่นคนเดียวก่อนสักตาสองตา แต่ดูเหมือนว่าการฝึกจะไม่ค่อยได้ประโยชน์เท่าไหร่เมื่อเจถูกฝั่งตรงข้ามยิงตายสองครั้งติดทั้งๆที่เพิ่งจะได้โดดร่มลงมาแท้ๆ

You’re killed again”

เสียงของยองฮยอนดังอยู่ใกล้ๆทำให้คนที่เพิ่งกดเข้ามาหน้าล็อบบี้ต้องถอดหูฟังออกแล้วหันไปมอง เจเห็นว่าอีกคนอาบน้ำเรียบร้อยแล้วและตอนนี้ก็กำลังนั่งที่โต๊ะอ่านหนังสือของตัวเองและสายตากลับจ้องมาที่จอ

not because of my skill”

then what’s the problem?”

เจยู่ปาก เห็นว่ายองฮยอนยิ้มขำขณะที่กำลังล้อเลียนฝีมือการเล่นเกมของเขาแต่ก็ไม่ได้จริงเท่าไหร่ มั้ง?

“ขอผมเล่นด้วยคนสิ”

คนที่เพิ่งบอกกลายๆว่าฝีมือเขามันห่วยขยับเก้าอี้มาใกล้ๆ เจก็ยอมขยับเพื่อให้มีพื้นที่สำหรับอีกคน ยองฮยอนกดเลือกตัวละครใหม่พลางกดเริ่มเกม

Don’t you think it  will be better if  you team up with others?”

ไม่เอาอ่ะ”

ยองฮยอนตอบกลับเขาเป็นภาษาเกาหลีก่อนที่เกมจะเริ่มขึ้น นิ้วมือข้างซ้ายกดคีย์บอร์ดอย่างชำนาญโดยที่เจไม่ต้องอธิบายเลยว่าปุ่มไหนใช้ทำอะไร เจเห็นว่ายองฮยอนเก็บปืนสั้นได้พร้อมกระสุนและตอนนี้ก็กำลังค่อยๆฟาร์มของ

watch out!”

เจส่งเสียงเตือนเมื่อเห็นว่าฝ่ายตรงข้ามยิงมาที่ตัวละครของยองฮยอน แต่ดูเหมือนว่าคนเล่นจะเห็นก่อนแล้วจึงกลิ้งหลบได้พลางยิงตอบกลับไป

well done”

คนที่กำลังเล่นเกมแลบลิ้นเลียริมฝีปากเมื่อจัดการฝั่งตรงข้ามได้สำเร็จ เจนั่งมองอยู่ข้างๆด้วยสีหน้าอึ้งๆ เขาไม่คิดว่ายองฮยอนจะเล่นเกมแบบนี้เป็นด้วยซ้ำทำให้ต้องเอ่ยชมออกไป

you’re so good man I can’t believe”

“เพื่อนพี่มาแล้วนะ อ่ะนี่”

รูมเมทของเขาถอดหูฟังคืนให้พร้อมกับขยับเก้าอี้กลับไปที่โต๊ะตัวเอง พอเจใส่หูฟังเขาก็ได้ยินเสียงเพื่อนตัวเองดังขึ้นตามสาย นั่งเล่นอยู่ประมาณเกือบชั่งโมงเขาก็ตัดสินใจปิดเกมแล้วไปอาบน้ำ เจเห็นว่ายองฮยอนยังคงนั่งอ่านหนังสืออยู่ที่เดิมเขาจึงเลือกที่จะไม่รบกวนสมาธิอีกฝ่ายจนกระทั่งอาบน้ำเสร็จเจก็ค่อยๆปีนขึ้นเตียงชั้นสอง ยังไม่ทันทีเขาจะล้มตัวลงนอนก็สังเกตเห็นคนที่นั่งอ่านหนังสืออยู่เอนตัวพิงพยักเก้าอี้เหมือนคนหมดแรง ถ้าเดาไม่ผิดยองฮยอนน่าจะพูดว่า

“พี่เจ หิวอ่ะ”

นั่นไง เขาเดาผิดที่ไหนกันล่ะ

เจส่ายหน้าเล็กน้อยเมื่อมองไปทางยองฮยอน เวลาที่อีกคนหิวก็มักจะทำท่าทางเหมือนหมดแรงทั้งๆที่เมื่อเย็นพวกเขาเพิ่งกินบุฟเฟต์มื้อใหญ่ไปแท้ๆ

“กินตอนนี้เดี๋ยวหน้าบวมนะ”

“แต่ในเน็ตบอกว่าถ้าใส่นมด้วยหน้าก็จะไม่บวม”

“.............”

คนที่อยู่บนเตียงเงียบเมื่อได้ยินข้อมูลนากนักศึกษาคณะบริหาร

“พี่เจมากินด้วยกันหน่อย นะ”

ยองฮยอนพูดเสียงเบาพร้อมกับทำตาละห้อย ซึ่งเจรู้ดีว่าตัวเองพ่ายแพ้ต่อท่าทางแบบนั้นแน่ๆ จนสุดท้ายก็ต้องยอมปีนลงจากเตียงเพื่อไปนั่งเป็นเพื่อนอีกคนกินมื้อดึกอย่างที่เคยทำ

รามยอนรสเผ็ดสองห่อถูกแกะต้มโดยฝีมือของคนที่บ่นว่าหิว เจนั่งมองรูมเมทตัวเองเงียบๆ ใจนึงเขาก็อยากจะเตือนว่าการกินมื้อดึกแบบนี้เยอะๆมันจะทำให้อีกคนอ้วน แต่อีกใจเขาก็ชอบเวลาที่ยองฮยอนกิน ตอนที่เคี้ยวตุ้ยๆจนแก้มทั้งสองข้างพองออกเหมือนหนูแฮมสเตอร์อะไรแบบนั้น

“ทำไมจ้องผมแบบนั้นอ่ะ?”

พอใส่เส้นลงไปในน้ำแล้วยองฮยอนก็หันกลับมามองเขาซึ่งเจเองก็ไม่รู้ตัวว่าเผลอจ้องอีกคนตั้งแต่เมื่อไหร่ คนแก่กว่าส่ายหน้า

“ไม่มีอะไรหรอก แค่ it’s nothing”

“.............”

well, I don’t think it’s a good idea this time”

เมื่อเห็นว่ายองฮยอนไม่ได้ตอบอะไรเจก็เงียบ เขานั่งรอจนกว่าคนที่บ่นว่าหิวจะจัดการต้มรามยอนเสร็จจึงค่อยหาเรื่องมาพูดอีกครั้ง หม้อขนาดไม่เล็กไม่ใหญ่ถูกยกมาวางไว้กลางโต๊ะกินข้าว ยองฮยอนหยิบตะเกียบและถ้วยแบ่งของตัวเองมาก่อนจะเริ่มลงมือคีบเส้นโดยแล้วปิดฝา

“พี่เจไม่กินหรอ?”

should I?”

คนตรงข้ามเจพยักหน้าพลางเอี้ยวตัวไปหยิบตะเกียบส่งให้เขา เจ้าของมือหน้ารับมาถือไว้ก่อนจะเปิดฝาหม้อเพื่อใช้แทนถ้วย เจเห็นว่ายองฮยอนมองเขาอย่างงงๆแต่ก็ทำสีหน้าเหมือนร้องอ๋อในใจเมื่อเห็นเขาพยายามคีบเส้นรามยอนใส่ฝาหม้อ แค่คำแรกที่กินเจก็รู้สึกได้ถึงความเผ็ดร้อนของซอสเผ็ดจนต้องวางอุปกรณ์เพื่อลุกไปกินน้ำ

“โคตรเผ็ดอ่ะ”

ถึงแม้ว่าจะกินน้ำเข้าไปแล้วแต่ความเผ็ดร้อนก็ยังคงอยู่ในปาก เจพยายามอ้าปากเพื่อระบายความร้อนแต่ดูเหมือนว่ามันจะไม่ได้ช่วยอะไร ผิดกับยองฮยอนที่สามารถคีบเส้นเข้าปากได้อย่างปกติไม่เห็นมีอาการแบบเขา

“พี่เจกินเผ็ดไม่ได้หรอ?”

“จริงๆก็ได้นิดหน่อย แต่ไม่ขนาดนี้อ่ะ”

ยิ่งพอมองรามยอนสองห่อในหม้อแล้วก็รู้สึกความเผ็ดจี๊ดขึ้นสมอง จริงๆเจไม่ควรจะกินตั้งแต่เห็นสีแดงเข้มของซอสเผ็ดที่ยองฮยอนใส่ไปแล้ว แต่ด้วยความที่อยากลองดู เพราะฉะนั้นก็คือว่าเขาพลาดเอง

 

 

กว่าที่รามยอนในหม้อจะถูกเก็บกวาดจนหมดก็ปาไปเที่ยงคืนกว่า ยองฮยอนเป็นคนเก็บกวาดล้างจานจากนั้นจึงกลับมานั่งที่โต๊ะอ่านหนังสือของตัวเองต่อ ในขณะที่เจนั้นขึ้นไปนอนตั้งแต่ตอนที่เลิกกินแล้ว ร่างโปร่งชะเง้อมองคนบนเตียงชั้นบนก็เห็นว่าเจกำลังนอนห่มผ้าหลับสนิท ไฟกลางห้องถูกปิดเหลือแต่โคมไฟเล็กๆที่หัวเตียงชั้นล่าง

Good night Jae hyung”

ประโยคสุดท้ายก่อนที่คนพูดจะล้มตัวลงมุดผ้าห่มแล้วปิดโคมไฟ ยองฮยอนนอนพลิกไปมาสองสามรอบเพราะความอืดจากรามยอนที่กินเข้าไป

No!”

แทนที่จะได้หลับตาลงแต่ก็ต้องเปลี่ยนเป็นขมวดคิ้วแทนเมื่อได้ยินเสียงเจจากด้านบน

They shot me! Help!”

นอกจากเจจะละเมอพูดออกมาแล้วก็น่าจะนอนดิ้นด้วย ยองฮยอนคิดเพราะเขารู้สึกได้ว่าเตียงมันสั่นหน่อยๆจากการขยับตัวของเจ

I’m gonna die!”

เสียงตะโกนแหกปากของเจทำให้คนที่นอนเตียงชั้นล่างต้องลุกแล้วมาชะเง้อคอมอง คนที่เพิ่งกินรามยอนไปยังไม่ทันย่อยเห็นว่าเจกำลังละเมอทำท่าเหมือนถือปืนยาวชี้ขึ้นไปกลางอากาศ ขายาวถีบผ้าห่มจนร่นไปที่ปลายเตียง ชายเสื้อนอนเลิกขึ้น ท่าทางดูเหมือนกำลังฝันอยู่ในเกมทั้งที่ชีวิตจริงแล้วหลับอยู่

โทรศัพท์เครื่องบางถูกเจ้าของหยิบมาเปิดกล้องกดถ่ายวิดีโอ ยองฮยอนก็แค่คิดว่ากะจะถ่ายเอาไว้ให้เจดูสภาพตัวเองเท่านั้น นอกจากท่าละเมือถือปืนแล้วเขาก็ได้ยินเจสบถออกมาอีกเยอะแยะ ฟังรู้เรื่องบ้างไม่รู้เรื่องบ้างแต่มือก็ยังคงถ่ายต่อไป

แต่จะว่าไป ตอนพี่เจละเมอก็น่ารักดีแฮะ

 

FIN : )






*แนบหลักฐานประกอบ*

ฟิคเรื่องนี้ก็จะมีความดีเลย์เล็กน้อยนะคะ 55555

ประมาณว่าไลฟ์จบไปเป็นชาติแล้วแต่เพิ่งได้ฤกษ์มาเขียน

พล็อตอันนี้ก็ได้มาจากรูปเลยค่ะ ตอนที่เห็นเดย์นั่งโซ้ยมาม่ากันตอนดึก

แถมในไลฟ์ยองฮยอนยังเล่าว่าพี่เจเคยนอนละเมอทำท่ายิงปืนด้วย

ก็เลย ตู้มมม ออกมาเป็นวันช็อตเรื่องนี้ค่า

สำหรับใครที่แวะเข้ามาอ่านก็อย่าลืมแวะไปอ่านฟิคสั้นเจเคเรื่องอื่นๆด้วยน้า จิ้มที่ลิงค์ได้เลยค่า

Between US

Once Upon A Time กาลครั้งหนึ่งในฤดูหนาว

The YOU เพราะนายไม่เหมือนใคร

สุดท้ายนี้ก็ขอบคุณทุกคนที่แวะเข้ามาอ่านแล้วก็มาซัพพอร์ตเดย์ซิกไปด้วยกันนะคะ 

: )

ผลงานเรื่องอื่นๆ ของ Mind K. จากทั้งหมด 19 บทความ

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

3 ความคิดเห็น

  1. #3 Fang2508 (@Fang2508) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 26 กันยายน 2561 / 20:38
    เเงงงง น้องน่ารักกก💓💓💓
    #3
    0
  2. #2 thatsanee-kjys (@thatsanee-kjys) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 5 กรกฎาคม 2561 / 21:30
    น่ารักมากเลยค่า ภาษาดีอ่านงาย บรรยายได้ดีมากเห็นภาพตามเลยค่ะ ฟินนนนนนน ยิงตอนที่หิวแล้วทำท่าหมดแรงนี้ งื้อออออ น้อนนนนน
    #2
    1
    • #2-1 Amminexi (@mysterymelody) (จากตอนที่ 1)
      7 กรกฎาคม 2561 / 22:00
      ขอบคุณที่แวะเข้ามาอ่านนะคะ ^ ^
      #2-1
  3. #1 Fang2508 (@Fang2508) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 5 มิถุนายน 2561 / 21:52
    โง้ย น่ารักมากๆเลยค่า รอค่าาา 💓💓💓
    #1
    0