คัดลอกลิงก์เเล้ว

Investigation Rookie | นักไขปริศนามือใหม่

โดย Mind K.

“เธอ.. ชื่ออะไรงั้นเหรอ?” เด็กสาวมองหน้าเขาก่อนจะก้มหน้าลงแล้วพึมพำเสียงเบา “..ลิซ” “หื้ม โทษนะพอดีว่าฉันไม่ได้ยินน่ะ” ร่างโปร่งว่าก่อนจะส่งยิ้มให้อีกครั้ง เด็กสาวเงยหน้ามาสบตากับเขาก่อนจะพูดขึ้นช้าๆ

ยอดวิวรวม

71

ยอดวิวเดือนนี้

0

ยอดวิวรวม


71

ความคิดเห็น


0

คนติดตาม


5
จำนวนโหวต : ยังไม่มีคนโหวต
เรื่องสั้น
อัปเดตล่าสุด :  12 เม.ย. 61 / 21:24 น.
นิยาย Investigation Rookie | ѡ䢻ȹ Investigation Rookie | นักไขปริศนามือใหม่ | Dek-D

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้


“เธอ.. ชื่ออะไรงั้นเหรอ?” เด็กสาวมองหน้าเขาก่อนจะก้มหน้าลงแล้วพึมพำเสียงเบา

“..ลิซ”

“หื้ม โทษนะพอดีว่าฉันไม่ได้ยินน่ะ” ร่างโปร่งว่าก่อนจะส่งยิ้มให้อีกครั้ง เด็กสาวเงยหน้ามาสบตากับเขาก่อนจะพูดขึ้นช้าๆ

“ฉันชื่ออลิซ”







สวัสดีค่ะทุกคน เราคัมแบคแล้วค่าาา หลังจากที่หายไปแบบนานมากเราก็มีนิยายเรื่องใหม่มาเสนอให้ทุกคนค่ะ เรื่องนี้เป็นแนวสืบสวนสอบสวนซึ่งเป็นการเขียนแนวนี้ครั้งแรกและเรื่องแรก ยังไงก็ฝากนิยายเรื่องนี้ด้วยนะคะ ^ ^ 

Writer : Mind K.

Open : 01/03/18

END : ??/??/18






Thanks to THEMEMIE BUTTER

t
b

เนื้อเรื่อง อัปเดต 12 เม.ย. 61 / 21:24


เสียงเปียโนอันไพเราะดังมาจากทางหอคอยฝั่งอาคารทิศเหนือ ก่อนจะค่อยๆเงียบลง นิ้วเรียวยาวของเจ้าของเรือนผมสีน้ำตาลอ่อนเริ่มบรรเลงมันอีกครั้งด้วยอารมณ์ที่เศร้าหมอง ในที่แห่งนี้ เธอมีเพียงเสียงเปียโนที่คอยขับกล่อมและอยู่เคียงข้าง รอยยิ้มเศร้าปรากฏบนใบหน้าพร้อมกับน้ำตาใสๆที่เอ่อคลอแต่เจ้าตัวก็ยังคงดีดเปียโนต่อไป เพื่อหวังให้เสียงเพลงนี้ ส่งไปถึงในหัวใจของอีกคน

...ที่เธอเฝ้ารอ

 

 

“นิโคลัส!!!” เสียงจากระเบียงทางเดินเรียกให้เด็กหนุ่มในชุดนักเรียนผิดระเบียบสะดุ้งพลางเดินหนีเจ้าของเสียง ขายาวก้าวไปตามทางเดินที่คุ้นเคยก่อนจะหยุดเมื่อรู้สึกถึงมืออันเย็นเฉียบกำลังจับเข้าที่ไหล่ของเขา

อะไรวะ -  - แค่เขาไม่ได้เอาชายเสื้อใส่ในกางเกงแถมใส่ตุ้มหูมาโรงเรียนเนี่ย จะจับผิดอะไรกันนักหนา

นิโคลัสหันไปยิ้มแหยให้กับคนที่จับไหล่เขาอยู่

“เมื่อไหร่นายจะแต่งตัวให้เรียบร้อย?” เสียงทุ้มต่ำแฝงด้วยความเยือกเย็นของประธานนักเรียนพ่วงด้วยตำแหน่งเพื่อนสนิทของนิโคลัสหรี่ตามองพลางใช้มือข้างเดียวกับที่จับไหล่เพื่อนเมื่อกี้มาบิดที่หูของคนตรงหน้าอย่างเต็มแรง

“อ๊ากกกกกกกกกก!” นิโคลัสแหกปากร้องลั่น นักเรียนที่เดินผ่านไปมาแถวนั้นต่างก็หยุดดูพลางขำกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เรื่องแบบนี้ถือเป็นปกติสำหรับวันจันทร์ในทุกสัปดาห์ เนื่องจากนักเรียนจะสามารถกลับไปเยี่ยมบ้านในช่วงเสาร์-อาทิตย์ได้ และอย่างนิโคลัสนั้น ทุกวันจันทร์เขาจะมาพร้อมกับความผิดระเบียบตั้งแต่หัวจรดเท้า

“ให้ตายสิ” ประธานนักเรียนดันแว่นสายตาที่ใส่อยู่ “ฉันให้เวลานายสามวิในการถอดตุ้มหูนี่ออก” เขาพูดพลางกอดอกนับหนึ่งถึงสามในใจ แต่ไอ้คนบ้าตรงหน้าก็ยังทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้ 

“สาม”

“น่า.. เซย์จัง นีมันก็แค่แฟชั่นเอง”

“สอง”

“เนอะ?”

“หนึ่ง”

“อ๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกก!!!

 

 

“แล้วทำไมนายจะต้องเคร่งขนาดนั้นด้วยเล่า!” นิโคลัสพูดพลางหน้าบึ้ง หลังจากนับหนึ่งแล้ว ไอ้เพื่อนประธานก็ดึงตุ้มหูเขาออกอย่างแรงโดยไม่ถามกันก่อนสักคำ ดีนะที่เลือกไม่ออก แต่ว่าก็ว่าเถอะ ตั้งแต่เพื่อนเขามาเป็นประธานนักเรียนเนี่ย ก็ดูขรึมแปลกๆแฮะ

“ใครใช้ให้นายทำผิดล่ะ” เซย์ว่าอย่างไม่ใส่ในขณะที่กำลังพิมพ์เอกสารมือเป็นระวิงอยู่หน้าคอมฯ ผมสีบลอนด์ที่ถูกเซ็ตอย่างดีกับแว่นสายตาทำให้เขาดูมีความน่าเกรงขาม ผิดกับเพื่อนสนิทที่นั่งหน้าเป็นตูดอยู่ตรงนั้นลิบลับ

“เหอะ” นิโคลัสพ่นสมหายใจออกมาอย่างเซ็งๆ เขามองพวกสภานักเรียนทำงานแล้วก็รู้สึกง่วงขึ้นมา แต่ก่อนจะได้งีบตามที่คิดไว้ เสียงของเพื่อนสนิทก็ดังขึ้นขัดก่อน

“ไม่มีงานทำก็ไปเรียนไป - -“

ประธานมองเพื่อนสนิทตัวเองด้วยหางตาก่อนจะเห็นว่ามันค้อนเขาสองสามทีแล้วยอมออกจากห้องไป เซย์ยกยิ้มมุมปาก เขารู้ดีว่านิโคลัสเกลียดการถูกบังคับให้อยู่ในกฎเกณฑ์ แต่จะทำไงได้ ถ้านักเรียนคนอื่นเห็นว่าเขาเพิกเฉยกับนิโคลัสเพื่อนสนิทตัวเองแล้วก็อาจจะหาว่าเขาเป็นคนลำเอียงก็ได้ เพราะงั้น โทษทีนะเพื่อน

นิโคลัสเดินออกมาจากห้องสภานักเรียนอย่างเซ็งๆ ระหว่างที่กำลังจะเดินไปที่ห้องเรียนตัวเองซึ่งอยู่ที่ฝั่งของตึกแล้ว เขาก็เห็นผู้หญิงคนหนึ่งซึ่งน่าจะเป็นนักเรียนโรงเรียนเดียวกันยืนอยู่บนหอคอยทางทิศเหนือ เธอค่อยๆใช้สองมือเปิดหน้าต่างออก ไม่ทันได้สังเกตอะไรต่อ นิโคลัสก็รีบวิ่งไปยิ่งที่นั่นทันที แต่ด้วยระยะทางจากห้องสภานักเรียนซึ่งอยู่หอกลางกับหอคอยของอาคารฝั่งทิศเหนือนั้นห่างกันมากพอสมควรทำให้เมื่อเขาไปถึงก็ไม่เจอใครอยู่บนหอคอยนั่นแล้ว

ร่างโปร่งหอบหายใจพลางมองไปรอบๆห้อง เขาเห็นเพียงแกรนด์เปียโนสีขาวกับโน้ตเพลงวางอยู่ เมื่อลองดูที่หน้าต่างที่ถูกเปิดทิ้งไว้ก็ไม่พบใคร มองลงไปด้านล่างก็ไม่มีอะไร เขาถอนหายในอย่างโล่งอก

อย่างน้อย.. ก็ไม่มีใครคิดสั้นกระโดดลงไปจากตรงนี้

ขณะที่กำลังคิดว่าจะนั่งพักเหนื่อยก่อนค่อยเดินกลับไปห้องเรียนนั้นก็มีนักเรียนหญิงคนหนึ่งเดินเขามาพร้อมกับสมุดโน้ตในมือ นิโคลัสมองหน้าเธอก่อนจะส่งยิ้มทักทายด้วยใบหน้าที่เหนื่อย เธอชะงักไปนิดหน่อยก่อนจะวางสมุดลงบนแกนด์เปียโน

เกิดความเงียบระหว่างนิโคลัสกับเด็กสาว เขาเมื่อรู้สึกว่าเริ่มจะหายเหนื่อยก็ได้ลุกยืนชึ้นพร้อมกับเอ่ยอย่างมีมารยาท

“เธอ.. ชื่ออะไรงั้นเหรอ?” เด็กสาวมองหน้าเขาก่อนจะก้มหน้าลงแล้วพึมพำเสียงเบา

“..ลิซ”

“หื้ม โทษนะพอดีว่าฉันไม่ได้ยินน่ะ” ร่างโปร่งว่าก่อนจะส่งยิ้มให้อีกครั้ง เด็กสาวเงยหน้ามาสบตากับเขาก่อนจะพูดขึ้นช้าๆ

“ฉันชื่ออลิซ”

นิโคลัสตกใจเล็กน้อยกับแววตาที่ดูเศร้าก่อนจะยิ้มเมื่อเห็นสีหน้าประหม่าของคนตรงหน้า

“ฉันชื่อนิโคลัสนะ ว่าแต่ อลิซเนี่ยเก่งจังเลยเนอะ เล่นเปียโนได้ด้วย” เขาว่าพลางมองสมุดโน้ตที่เป็นโน้ตเปียโน สิ่งที่พูดออกไปทำให้สีแดงระเรื่องแต้มบนใบหน้าสวย ผมสีแดงพลิ้วไปตามลม อลิซเปิดสมุดโน้ตเล่มที่ถือมาก่อนจะว่าทับเล่มที่วางอยู่ก่อนพร้อมกับเริ่มใช้นิ้วเรียวดีดเปียโนด้วยท่าทางชำนาญ จนนิโคลัสที่เริ่มรู้สึกตัวว่าอาจจะทำลายสมาธิเธอได้ต้องขอตัว

“งั้น.. ฉันไปก่อนนะ ไว้เจอกัน” เขาส่งยิ้มอีกครั้งก่อนจะเดินออกมาจากห้องโดยที่ไม่ได้รอฟังเธอพูดเสียก่อน

“ไว้เจอกัน.. เหรอ” อลิซพูดเสียงเบา มือที่กำลังดีดเปียโนอยู่หยุดลงพร้อมกับน้ำตาที่ไหลออกมาด้วยความเจ็บปวดหยดลงบนหลังมือ

 

พักเที่ยงผ่านไปอย่างรวดเร็ว วิชาเรียนในช่วงบ่ายนั้นทีแรกนิโคลัสตั้งใจว่าจะโดดแต่เผอิญสวนกับเซย์ตอนเข้าห้องน้ำรายนั้นก็ดันขู่เขาเอาไว้ว่า

“ถ้าคิดจะโดดล่ะก็ นายโดนฉันตื๊บแน่”

ด้วยความที่ช่วงบ่ายวันนี้ทางโรงเรียนจะให้นักเรียนได้จัดการเรียนการสอนกันเองภายในห้อง แน่นอนว่ามันเป็นสิ่งที่น่าเบื่อสำหรับคนอย่างเขาอยู่แล้ว เลยว่าจะหามุมเงียบๆงีบสักหน่อยก่อนกลับหอ แต่มันช่วยไม่ได้ตรงที่ถ้าทำแบบนั้นจะโดนประธานนักเรียนกระทืบนี่ล่ะ เขาถึงต้องมาทนฟังการสอนกันเองของเพื่อนร่วมห้องที่ตกลงกันว่าจะเรียนเรื่องการไขคดีของ Sherlock Holmes

บอกไปแล้วว่าสำหรับเขาน่ะมันน่าเบื่อมากๆ - -

“ตอนที่โฮมส์เดินไปตรงนี้นะ ฉันว่าเขาต้อง...” เสียงของหัวหน้าห้องที่ยืนอธิบายการวิเคราะห์คดีไม่ได้เข้าโสตประสาทเขาสักนิด ความง่วงที่สะสมมันทำให้เขาเลือกที่จะฟุบหน้าลงกับโต๊ะเรียน เอาเถอะ อย่างน้อยก็ไม่โดยเซย์จังกระทืบ เพราะเขาก็ถือว่าเข้าเรียนไง เข้ามาแล้วก็หลับ

....

หลังจากเรื่องน่าเบื่อจบลง เพื่อนร่วมห้องก็ตกลงกันว่าวันนี้จะไปติวหนังสือกันที่ห้องสมุดของอาคารฝั่งทิศใต้ ด้วยความที่ไม่อยากขัดนิโคลัสจึงจำเป็นต้องตกลงไปด้วย เพื่อนของเขาหลายคนเหมือนกันที่ไม่ค่อยอยากไป แต่ทำไงได้ กิจกรรมห้องแบบนี้ถ้าไม่เข้าร่วมก็อาจจะโดนเขม่นเอา ร่างโปร่งถือกระเป๋าเรียนเดินลงบันไดมาที่ประตูของอาคารกลางเพื่อจะเอาของไปเก็บที่หอพักก่อน ระหว่างที่กำลังเปลี่ยนรองเท้าเขาก็ได้ยินเสียงซุบซิบของนักเรียนข้างๆก่อนที่คนเหล่านั้นจะพากันวิ่งไปทางอาคารทิศเหนือ เขาไม่ได้เอะใจอะไรแต่เมื่อได้ยินว่ามีเด็กผู้หญิงผมแดงอยู่เขาก็รีบวิ่งตามไปดูทันที

เมื่อวิ่งมาที่อาคารฝั่งทิศเหนือ ภาพที่เห็นทำให้ลมหายใจเขาสะดุด

นี่มัน... อลิซไม่ใช่เหรอ?

นักเรียนหญิงผมสีแดงที่นอนคว่ำหน้าอยู่ที่บริเวณแปลงดอกไม้ด้านหน้า ตามร่างกายมีรอยเลือด และที่แย่ไปกว่านั้นคือดูเหมือนเธอกำลังนอนนิ่ง นิโคลัสเดินผ่านกลุ่มนักเรียนที่ยืนมุงอยู่ด้านหน้าเขาไป เขาสังเกตบริเวณโดยรอบพร้อมกับนึกบางอย่างขึ้นได้ เมื่อมองขึ้นไปบริเวณหอคอยเขาก็เห็นว่าหน้าต่างห้องที่อลิซเล่นเปียโนวันนี้ยังคงเปิดอยู่ และถ้าตาไม่ฝาดไป เขาเห็นเงาของใครบางคนสะท้อนผ่านกระจกด้วย แต่ไม่นานก็เหมือนจะหายไป

“มีใครบอกอาจารย์รึยัง?” เขาถามเสียงติดกังวลกับนักเรียนอีกคนที่กำลังประคองร่างของอลิซอยู่ ร่างบางพยักหน้า

“ตอนนี้เธอยังหายใจอยู่ แต่ต้องรอรถพยาบาลก่อน” เธอว่า สองนาทีให้หลังอาจารย์และรถพยาบาลก็มาถึง พวกเขาพาร่างของอลิซขึ้นรถไปพร้อมกับตำรวจที่กันสถานทีไว้ นิโคลัสถอนหายใจเมื่อมาถึงห้องสำหรับรับรองแขก เขาเป็นหนึ่งในนักเรียนที่ตำรวจเรียกมาสอบปากคำ ใกล้ๆกันนั้นก็มีนักเรียนอีกจำนวนหนึ่ง

“สงสัยว่าวันนี้ฉันคงไปติวที่ห้องสมุดด้วยไม่ได้แล้วล่ะ โทษทีนะ” เขาโทรศัพท์บอกเพื่อนในห้องก่อนจะนั่งใช้ความคิดคนเดียวเงียบๆ ไม่นานนักตำรวจก็ออกมาจากห้องรับรองพร้อมกับที่เขาได้ยินสิ่งที่ตำรวจบอกกับอาจารย์ว่าน่าจะเป็นอุบัติเหตุ

อุบัติเหตุที่ไหนกันเล่า! เห็นชัดๆว่านี่มันจงใจฆาตกรรม

ไม่นานหลังจากนั้นนักเรียนทุกคนก็ถูกปล่อยให้กลับไปพักผ่อนได้ แต่นิโคลัสยังคงข้องใจ เหมือนๆกับเด็กสาวอีกคนที่นั่งอยู่กับเขาในตอนนี้

“นายคิดเหมือนกันใช่มั้ยว่านี่มันไม่ใช่อุบัติเหตุ?” นิโคลัสพยักหน้า

“คิดซะยิ่งกว่าคิด แถมฉันเพิ่งจะเจออลิซเมื่อเช้านี้เอง”  เขาว่าพลางหงุดหงิดตำรวจเล็กน้อย “แล้วทำไมเธอถึงคิดว่าไม่ใช่อุบัติเหตุล่ะญานีน?” ร่างโปร่งย้อนถาม ญานีนเจ้าของเรือนผมสีเงินกลอกตาไปมา

“ฉันดูตามร่างกายแล้ว มีรอยฟกช้ำหลายจุดเลยนะ โดนเฉพาะที่หน้า..” เธอว่าพลางนึกไปด้วย “แล้วก็ที่มือ ตามนิ้วมือเหมือนโดนตีด้วยอะไรสักอย่างอะ ช้ำหมดเลย”

“นั่นไง.. พวกตำรวจนี่ก็สรุปคดีกันง่ายเนอะ ทั้งๆที่หลักฐานมันก็มีอยู่” นิโคลัสถอนหายใจอย่างเหนื่อยหน่าย เขาลุกขึ้นพลางเดินไปรอบๆห้อง “ฉันอยากไปดูที่อาคารทิศเหนือหน่อยอะ เธอจะไปด้วยกันมั้ย?” ญานีนพยักหน้า

“ฉันก็ว่าจะชวนนายไปเหมือนกัน”

 

นิโคลัสและญานีนเดินขึ้นมาทางบันไดฝั่งหอคอย เขาค่อนข้างมั่นในว่านี่ไม่ใช่อุบัติเหตุ ส่วนหนึ่งก็เพราะการทีอลิซดูเป็นคนที่ไม่ค่อยสุงสิงกับใครด้วย และอีกอย่างคือนี่เป็นการจงใจผลักลงมาจากตึก บางที คนร้ายอาจจะทำร้ายร่างกายอลิซจนเธอหมดสติแล้วก็จับโยนลงมาจากทางหน้าต่างก็ได้

“นิโคลัส” เสียงเรียกจากคนข้างๆทำให้เขาเลิกคิ้ว

“นายบอกเซย์รึยัง?”

นิโคลัสพยักหน้า

“ฉันบอกแล้ว แต่เซย์จังบอกว่ากำลังยุ่ง เดี๋ยวตามมา” คนที่เดินมาด้วยพยักหน้ารับก่อนจะเดินไปยังห้องริมสุดของอาคารฝั่งเหนือ ก่อนจะเปิดประตูเข้าไป แต่..

“ห้องถูกล็อค?” ญานีนพูดเบาๆ “นายบอกให้หมอนั่นเอากุญแจของทุกห้องมาด้วยเร็ว”

กึก!

ทั้งสองคนหันไปตามเสียงเคลื่อนของสิ่งของทางด้านหลัง เพราะตอนนี้เป็นเวลาหัวค่ำ ไฟในอาคารจึงเปิด แต่น่าแปลกที่บริเวณบันไดที่เขากับญานีนเดินขึ้นมาเมื่อกี้ไฟกลับไม่เปิด ญานีนหยิบมีดพกสั้นที่เธอแอบพกไว้ขึ้นมาถือ นิโคลัสยกแขนเป็นเชิงห้ามก่อนจะค่อยๆเดินไปทางทิศทางของเสียงเมื่อครู่

เขาค่อยๆเดินช้าๆไปตามต้นเสียง แต่ก็ไม่พบใครหรืออะไรเลย

“บ้าจริง เมื่อกี้อาจจะเป็นคนร้ายก็ได้” ญานีนว่าพลางเก็บมีดพก เป็นเวลาเดียวกับที่ประธานนักเรียนเดินมาถึงพร้อมกับกุญแจห้องพอดี

“พวกนายเนี่ยนะ รู้มั้ยว่าตอนไปขอกุญแจมาอาจารย์แทบจะกินหัวฉัน” เซย์พูดอย่างหัวเสีย “แล้วนี่ยังไง? มันเกิดอะไรขึ้นเล่าให้ฟังหน่อย”

“ก่อนอื่นก็เข้ามาในห้องนี้ก่อน” นิโคลัสว่าพร้อมกับไขกุญแจเข้าไปในห้อง แกรนด์เปียโนสีขาวตัวเดียวกับที่เขาเห็นเมื่อเช้ายังอยู่เป็นปกติ ที่ไม่ปกติคือสมุดโน้ตที่อลิซเอามาวาง เมื่อเช้าเขาจำได้ว่าเธอเอามันมาวางซ้อนอีกอันนึงนี่.. สงสัยเธอคงจะเอาไปเก็บล่ะมั้ง

หลังจากที่เข้ามาในห้องแล้ว นิโคลัสก็เล่าเรื่องที่เขาเจอกับอลิซวันนี้และเรื่องที่เกิดขึ้นให้กับเซย์ ประธานนักเรียนขมวดคิ้วนิดหน่อยกับเรื่องที่ได้ยินก่อนที่จะนึกอะไรบางอย่างออก

“อลิซนี่ เหมือนจะเป็นแฟนของชาร์ลี นักเรียนเก่าโรงเรียนเราที่ตอนนี้รักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลนะ” เซย์พูดพลางใช้ความคิด มือข้างซ้ายยกขึ้นมาดันแว่นอย่างไม่รู้ตัว

“ชาร์ลีที่เรียงเก่งกว่าเซย์จังเหรอ?” ด้วยความปากไว้แถมปากหมาของนิโคลัส เขาจึงพูดจาทำร้ายประธานนักเรียนของตัวเองได้อย่างหน้าตาเฉย คนฟังคิ้วกระตุกก่อนจะพยักหน้า

“เออ - - แล้วมันทำไม” เซย์เอ่ยถามเสียงเย็น ไอ้หมอนี่.. เวลาปกติก็ว่ามันบ้าแล้วนะ แต่ตอนนี้มันบ้าสุดๆแถมยังปากหมาโคตรๆอีกต่างหาก

“เอาน่าเซย์ นิโคลัสก็พูดไปงั้นแหละ” เป็นญานีนเองที่ตบบ่าเพื่อนสนิทเบาๆพร้อมค้อนนิโคลัสที่ยืนไม่รู้ไม่ชี้อยู่ริมหน้าต่าง

“แล้วไงต่ออะ? ทำไมชาร์ลีถึงต้องเข้าโรงพยาบาล” ร่างโปร่งถามต่อพลางแกะอมยิ้มที่ซื้อมาเมื่อกลางวันเข้าปาก เขายืนอยู่ริมหน้าต่างที่เมื่อตอนเช้าเห็นอลิซยืนอยู่และดูบริเวณรอบๆนี้ไปแล้ว

“ก็เมื่อเทอมที่แล้วเขาโดนทำร้ายจากนักเรียนด้วยกัน เหมือนจะเริ่มจากการทะเลาะกันมั้ง ฉันเองก็ไม่แน่ใจ แต่หลังจากนั้นเขาก็เข้าโรงพยาบาล เห็นว่าซี่โครงหักด้วย สมองกระทบกระเทือนด้วย” เซย์ว่า

“ถ้าเป็นเรื่องนั้น เพื่อนฉันบอกว่าคนที่ทำร้ายชาร์ลีทำเพราะชอบอลิซแล้วก็เกลียดขี้หน้าเขาน่ะ” ญานีนเสริม

นิโคลัสที่ฟังเรื่องที่เพื่อนเล่าแล้วก็ขมวดคิ้ว เพราะงี้รึเปล่าอลิซถึงได้มีแววตาเศร้าขนาดนั้นตอนที่เขาเห็นเธอครั้งแรก ไหนจะท่าทางที่ดูบอบบางนั่นอีก แต่ยิ่งคิดเท่าไหร่เขาก็ยิ่งไม่เข้าใจว่าคนที่ทำร้ายอลิซจะทำไปเพื่ออะไร

“ฉันว่าพวกเราควรรีบกลับหอก่อนที่อาจารย์จะมาเจอนะ” เสียงของเซย์ทำให้คนที่ยืนพิงหน้าต่างอยู่หรี่ตามอง

“นายอยากตกลงไปข้างล่างรึไงน่ะยืนตรงนั้น” เป็นญานีนที่แขวะเขาอีกคน นิโคลัสโบกมือยอมแพ้เพื่อนสนิททั้งสองก่อนจะเดินตามทั้งคู่ออกจากห้อง หลังจากที่แยกกับญานีนและเซย์แล้วเขาก็กลับมาที่หอพัก ตอนแรกกะว่าจะทำการบ้านที่ค้างไว้ แต่คิดไปคิดมาเขาก็หยิบโทรศัพท์กับกระเป๋าเงินออกมาจากห้องพร้อมบอกรูมเมทว่าเดี๋ยวกลับมา

เขาว่าจะไปเยี่ยมอลิซที่โรงพยาบาลสักหน่อย..

นิโคลัสเดินออกไปโบกรถแท็กซี่ที่หน้าประตูพลางหมุนโทรศัพท์ในมือไปด้วยระหว่างรอ เขากำลังคิดว่าถ้าอลิซเป็นแฟนกับชาร์ลี ที่เธอโดนทำร้ายในครั้งนี้อาจจะเป็นฝีมือของคนที่ชอบชาร์ลีอะไรแบบนั้น ซึ่งแน่นอนว่าไม่จริง - - นักเรียนโรงเรียนนี้ส่วนใหญ่ก็เป็นพวกผู้ดีทั้งนั้น เรื่องแบบนี้คงไม่มีทางเกิดขึ้นได้

“กลับมาก่อนสี่ทุ่มล่ะไอ้หนู” เสียงยามที่เฝ้าประตูตะโกนบอกเมื่อนิโคลัสกำลังจะก้าวขึ้นรถ เขาหันกลับไปพยักหน้าก่อนที่หางตาจะมองเห็นเงาตะคุ่มๆของใครสักคนกำลังทำเหมือนเอาอะไรบางอย่างมาทิ้งที่ถังขยะ เขาพยายามมองตามแต่เมื่อรถออกตัวแล้วภาพที่เห็นก็ค่อยๆห่างออกไป ที่จริงมันก็ไม่ใช่เรื่องแปลกที่จะมีใครออกมาทิ้งขยะ แต่ที่แปลกคือเวลาแบบนี้ แถมดูเหมือนคนที่ออกมาจากเป็นผู้หญิงซะด้วย เอาเถอะ เขาอาจจะคิดมากไป


****


ร่างโปรงเดินเข้ามาในโรงพยาบาลด้วยชุดนักเรียน ติดต่อที่เคาท์เตอร์ก่อนเป็นอย่างแรก พยาบาลบอกเขาว่าอลิซตอนนี้กำลังพักอยู่และหมอไม่อนุญาตให้เข้าเยี่ยมจนกว่าจะถึงวันพรุ่งนี้

“ขอบคุณครับ” เขาเดินออกมาจากเคาท์เตอร์จากนั้นก็นั่งลงบริเวณใกล้กับหน้าลิฟต์ ถ้าหมอไม่ให้เข้าเยี่ยม งั้นก็แสดงว่าเขาก็มาเสียเวลาเปล่าน่ะสิ ร่างโปร่งถอนหายใจ นาฬิกาแถวนั้นบอกเวลาว่าตอนนี้สองทุ่มกว่าแล้ว ถ้าเขากลับดึกเกินสี่ทุ่มประตูโรงเรียนจะปิดแล้วก็จะเข้าหอไม่ได้ ถ้าโชคร้ายเจออาจารย์ที่เดินตรวจตอนกลางคืนจับได้ว่ากลับเกินเวลาก็อาจจะโดนทำโทษ แต่เขาก็นึกขึ้นได้ว่ารุ่นพี่ที่จบไปก่อนหน้านี้เป็นหมออยู่ที่นี่

งั้นลองใช้เส้นสายหน่อยแล้วกัน..

นิโคลัสหยิบโทรศัพท์ออกมากดโทร.หาคนที่คิดว่าจะพาเขาเข้าไปเยี่ยมอลิซได้ทันที ไม่นานปลายสายก็รับด้วยน้ำเสียงเหนื่อยๆ

[ว่าไง]

“หลุยส์ นายเข้าเวรรึเปล่าวันนี้?”

[ก็เข้า มีอะไรรึเปล่า?]

“คืองี้...”

เขาเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นให้กับหลุยส์ซึ่งตอนนี้กำลังเข้าเวรอยู่ ปลายสายฟังแล้วก็ตอบกลับมาว่าจะลองถามเจ้าของไข้ให้แล้วจะโทรกลับ จากนั้นเขาก็วางสายไป

“ขอบใจมาก”

ในระหว่างที่นั่งรอหลุยส์โทรกลับมา เขาก็นั่งเล่นเกมส์ในโทรศัพท์ไปเรื่อยจนกระทั่งมีใครบางคนในชุดกาวน์มายืนอยู่ตรงหน้า ยังไม่ทันจะเงยหน้าขึ้นมองอีกฝ่ายก็ใช้ชาร์ตคนไข้ที่ถือมาเคาะหัวเขาเต็มแรง

“นี่นาย!” นิโคลัสขมวดคิ้วใส่คุณหมอตรงหน้า หลุยส์เบ้ปากเล็กน้อย

“ตามมาเร็ว เดี๋ยวฉันต้องไปทำงานต่อ” ร่างสูงว่าพลางเดินนำหน้านิโคลัสไป หลุยส์พาเขาขึ้นลิฟต์มายังชั้นเจ็ด บรรยากาศเงียบๆของโรงพยาบาลทำให้เขาไม่ชินและแอบกลัวหน่อยๆจนต้องเดินใกล้ๆหลุยส์ไว้

“ห้องนี้แหละ ฉันถามเจ้าของไข้แล้วเขาบอกว่าที่ยังไม่ให้เยี่ยมเพราะตอนนี้คนไข้ยังสลบอยู่จากยาที่ให้ไป” หลุยส์ว่า “นายจะเข้าไปมั้ย?”

นิโคลัสนิ่งไปนิดหน่อยก่อนจะพยักหน้า เขาเปิดประตูห้องเข้าไปก็เห็นร่างของอลิซในชุดคนไข้นอนนิ่งอยู่บนเตียง มีผ้าก็อซพันศีรษะ แขน แล้วก็เหมือนจะเข้าเฝือกอะไรสักอย่างอยู่ ข้างๆกันก็มีเรื่องวัดชีพจรกับเสาน้ำเกลือ เขาสำรวจบริเวณใบหน้าของเธอ รอยช้ำที่เหมือนกับการถูกกระแทก ไหนจะรอยมือบนแก้มอีก ที่บริเวณคอเองก็ดูมีรอยบีบเหมือนกัน

“แล้วตั้งแต่มานี่มีใครมาเยี่ยมเธอมั้ย?”

“ไม่นะ แต่เดี๋ยวพรุ่งนี้เหมือนว่าหมอเขาจะย้ายเธอไปอีกห้องนึงน่ะ” หลุยส์ชาร์ตที่ถือมา “รู้สึกจะย้ายไปอยู่กับคนที่ชื่อชาร์ลี เห็นญาติที่มาบอกว่าพวกเขาเป็นแฟนกัน”

ร่างโปร่งหยักหน้า นึกในใจว่าถ้าเขาขอให้หลุยส์พาไปหาชาร์ลีอีกก็คงจะโดนชาร์ตฟาดหัวแล้วถีบตกตึกแทนที่จะได้ลงลิฟต์แน่ๆ

“ถ้าไม่มีอะไรแล้วฉันว่านายกลับเถอะ นี่มันสามทุ่มแล้วนะ” คุณหมอมองนาฬิกาข้อมือพลางเอ่ยเตือนคนที่กำลังยืนขมวดคิ้วอยู่ข้างๆ นิโคลัสพยักหน้า เขาทั้งคู่เดินออกมาจากห้องของอลิซก่อนที่หลุยส์จะขอกลับไปทำงานของตัวเองต่อ

 

เกือบไม่ทัน - -

นิโคลัสกลับมาที่โรงเรียนพอดีกับที่อีกสิบนาทีประตูโรงเรียนจะปิด ต้องโทษการจราจรที่จู่ๆรถก็ติดขึ้นมาซะงั้น และที่น่าหงุดหงิดคือคนขับแท็กซี่ก็รักษากฎจราจรเหลือเกิน แต่ช่างมันเถอะ

ร่างโปร่งกลับเข้ามาในห้องก่อนจะอาบน้ำและออกมาเช็ดผมให้แห้ง รูมเมทเขาที่นั่งอยู่ด้วยตอนนี้ก็กำลังเล่นเกมส์อยู่ ข้างๆกันก็มีถุงขนมที่แกะแล้ว เขาถือโอกาสหยิบมากินโดยไม่ขอ ซึ่งมันก็เป็นเรื่องปกติ แต่จู่ๆไอ้รูมเมทก็หยุดเกมแล้วลุกไปหยิบอะไรบางอย่างมา

“นี่ของนาย”

นิโคลัสขมวดคิ้วก่อนจะรับมาดู ชีท?

“คริสตัลฝากให้เอามาให้ เธอบอกว่าวันนี้นายไม่ได้ไปติวกับพวกเพื่อนในห้อง กลัวว่าจะตามไม่ทัน”

“อ๋อ ขอบใจ” รูมเมมทพยักหน้า

“ดีเนอะ มีสาวเป็นห่วง ฉันสิไม่มีใครมาเป็นห่วงแบบนี้เลย” คนที่กลับไปเล่นเกมต่อพูดขึ้นมาค่อย นิโคลัสหัวเราะใส่ไปทีนึงและลุกเอาชีทไปเก็บ อย่าหวังว่าเขาจะรีบอ่าน ไม่มีทาง ว่าแต่ อย่าบอกนะว่าที่ไอ้หมอนี่มันพูดกวนตีนเขาเมื่อกี้เพราะตัวมันชอบคริสตัล แน่ๆ

“นายชอบคริสตัลเหรอยูยะ”

และไอ้คนที่เพิ่งส่งชีทให้เขาเมื่อกี้ก็หันมามองหน้ากันด้วยสายตาเกรี้ยวกราด ยูยะหน้าขึ้นสีหน่อยๆ

“ใครๆก็ชอบเธอไม่ใช่รึไง? ทั้งสวย ทั้งเก่ง แถมยังไม่มีแฟนอีก”

“ก็เลยทำเหมือนอิจฉาล่ะสิ” นิโคลัสแขวะเพื่อนเบาๆจนฝ่ายนั้นหมั่นไส้โยนหมอนที่วางอยู่มาใส่เขาเต็มๆหน้า เอาเถอะ ถ้าเพื่อนเขาชอบเดี๋ยวเขาจะช่วยเป็นพ่อสื่อให้มันก็ได้

“เออว่าแต่ เรื่องที่นักเรียนโรงเรียนเราพลัดตกจากหอคอยอะ มันเป็นไงมาไงวะ?” ยูยะปิดเกมส์ที่เขาเล่นอยู่พร้อมกับย้ายตัวเองมานั่งตรงข้ามกับนิโคลัสที่กินขนมอยู่ เขาเองก็พอจะได้ยินข่าวว่ามีนักเรียนตกจากหอคอย ตอนนี้คงอยู่โรงพยาบาล แต่ที่ส่งสัยคือไอ้หอคอยของอาคารฝั่งเหนือมันค่อนข้างเงียบเลยไม่ค่อยมีคนเข้าไปเท่าไหร่ ไหงจู่ๆถึงมีนักเรียนตกลงมาได้

“จริงๆฉันว่ามันไม่ใช่อุบติเหตุอย่างที่ตำรวจบอกหรอก”

“เหรอ แล้วนายรู้ได้ยังไงอะ?”

“นายรู้จักคนที่ชื่ออลิซมั้ยล่ะ?” ยูยะพยักหน้าแถมเสริมอีกว่าเธอคือแฟนของชาร์ลี อีกแล้ว ชาร์ลีนี่เป็นใครวะทำไมดูมีคนรู้จักเยอะ แต่เขากลับไม่รู้จักเลย - -

“ฉันกับญานีนอยู่ก่อนที่ตำรวจจะมา ญานีนบอกว่าเธอมีรอยฟกช้ำตามตัว แถมนิ้วมือก็ดูช้ำๆ นายคิดดู ถ้ามันเป็นอุบัติเหตุจริงๆ ไอ้รอยพวกนั้นมันจะมาจากไหนล่ะ?”

รูมเมทเขาพยักหน้าเห็นด้วย นิโคลัสยักไหล่เล็กน้อย มันก็ไม่ใช่เรื่องแปลกถ้ามองผิวเผิน แต่ที่เขาสนใจนักก็คือเรื่องของชาร์ลีมากกว่า บางทีการถามจากยูยะคงจะไม่โดนแขวะกลับมาเหมือนถามไอ้ประธานโหดคนนั้นแน่นอน

“เออแล้ว คนที่ชื่อชาร์ลีนี่เป็นคนยังไงเหรอ?”

ยูยะยิ้มเล็กน้อยพลางเปิดรูปในมือถือแล้วส่งให้เขาดู ชาร์ลีเป็นผู้ชายที่หน้าตาจัดว่าดูดีพอๆกับเซย์ประธานนักเรียนเพื่อนเขา แต่ต่างไปตรงนี้หมอนี่ไม่ได้ใส่แว่น ผมที่ออกม่วงเข้มที่เซ็ตเหมือนคุณชายดูเรียบหรูและนัยน์ตาสีม่วงนั่นเองก็ทำให้รวมๆแล้วถือได้ว่าเป็นคือที่หล่อแบบลึกลับอะไรประมาณนั้น และอีกอย่างรูปนี้ก็เป็นรูปที่ถ่ายตอนรับรางวัลอะไรสักอย่างคู่กับคริสตัล

เดี๋ยวนะ... คริสตัลงั้นเหรอ?

“ตอนนั้นชาร์ลีกับคริสตัลเป็นตัวแทนโรงเรียนเราไปแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมที่ต่างประเทศน่ะ” ยูยะอธิบาย เขาค่อนข้างชื่นชมชาร์ลีมากพอตัว เรียกได้ว่าเป็นไอดอลเลยล่ะ

“คริสตัลเองก็ไปด้วยนะ ตอนแรกฉันก็นึกว่าพอกลับมาแล้วสองคนนั่นจะเป็นแฟนกันซะอีก แต่พอมีคนลือว่าขาร์ลีคบกับอลิซอยู่พวกผู้ชายก็ค่อยโล่งอก”

นิโคลัสมองรูปอย่างสงสัย รอยยิ้มตอนที่ถ่ายรูปของคริสตัลดูเหมือนชอบคนทื่ชื่นชาร์ลีอะไรนี่มาก แต่เอาเถอะ ตอนนี้เขาเริ่มจะง่วงนอนแล้วล่ะ ร่างโปร่งส่งโทรศัพท์คืนให้กับยูยะก่อนที่เขาจะเก็บเศษซากขนมที่จัดการกันสองคนไปทิ้ง

พรุ่งนี้เขาว่าจะลองไปคุยกับคริสตัลดูล่ะ  : )

 

นิโคลัสมองดูคนที่กำลังกินอาหารเช้าด้วยท่าทางสง่างามอยู่ตรงข้ามเขา ให้ตายสิ - - เซย์จังนี่จะดูดีทุกการกระทำเลยรึไงนะ ทีแรกเขาก็คิดว่าจะบอกเรื่องที่ไปเยี่ยมอลิซที่โรงพยาบาลเมื่อวานอยู่หรอก แต่พอไปหาที่ห้องสภาก็โดนประธานนี่ลากมากินข้าวเช้าเป็นเพื่อนซะงั้น

“เมื่อวานฉันไปเยี่ยมอลิซที่โรพยาบาลมา” นิโคลัสพูดหน้าตาเซ็งๆ คนที่กำลังเคี้ยวแซนวิชอยู่พยักหน้าพลางเลิกคิ้ว

“แล้วก็ไปถามเรื่องแฟนของเธอมาจากเพื่อนสนิท”

“....”

“ดูเหมือนว่าชาร์ลีเองก็เป็นที่นิยมของสาวๆพอๆกับนายเลยนะ” เขาว่าพลางยกยิ้มมุมปากเพื่อเป็นการกวนตีนเพื่อนรัก เซย์ยังคงทำหน้านิ่งไม่สนใจคำแขวะของนิโคลัส

“และฉันก็เดาว่าน่าจะมีคนอิจฉาอลิซอยู่มากเลยล่ะที่เธอคบกับชาร์ลี”

“งั้นก็อาจจะหมายความได้ว่าคนที่ทำร้ายอลิซคือพวกที่ชอบชาร์ลี?” ประธานนักเรียนพูดขึ้นหลังจากดื่มน้ำส้มในแก้ว คนตรงข้ามพยักหน้า

“แต่ก็ไม่ร้อยเปอร์เซ็นต์ เพราะมันก็นานมาแล้วที่อลิซกับชาร์ลีคบกัน”

“งั้นเหรอ”

เซย์เงียบไปเพื่อใช้ความคิด เขารู้จักสองคนนั้นตั้งแต่เข้ามาเรียนแรกๆ ทั้งคู่ก็ดูเป็นนักเรียนที่ดีไม่น่าจะมีศัตรูที่ไหนด้วย เพราะงั้นทำไม?

“เออใช่ เดี๋ยวฉันต้องไปขอบคุณคริสตัลที่เมื่อวานเก็บชีทมาให้ก่อนอะ ไปก่อนนะ” นิโคลัสเหมือนจะนึกขึ้นได้ทำให้เขาลุกขึ้นเดินไปทันที แต่ก็ยังไม่วายโบกมือมาให้เพื่อนที่นั่งอยู่ที่โต๊ะ แน่นอนว่าการทำแบบนี้กลางโรงอาหารเนี่ยก็ทำให้ประธานของเขาเป็นจุดสนใจขึ้นมา มุมปากยกยิ้มเมื่อแกล้งเพื่อนได้สำเร็จ

เขาเดินมาเรื่อยๆจนถึงห้องเรียนตัวเอง ตอนนี้ยังเป็นเวลาเช้าอยู่จึงมีนักเรียนมาที่ห้องไม่มากนัก คนที่เขาตั้งใจจะคุยด้วยเองก็เช่นกัน นิโคลัสหยิบชีทที่เพิ่งได้มาเมื่อวานออกมานั่งอ่านรอเวลา เขากะว่าถ้าคริสตัลมาแล้วเห็นเขานั่งอ่านชีทอยู่ก็คงจะเข้ามาทักกันเอง

“อ้าว ได้ชีทที่ฉันฝากไว้ให้แล้วเหรอนิโคลัส?”

เสียงใสเอ่ยทักเขาด้านหน้า เมื่อเงยหน้ามองก็เห็นคริสตัลกำลังยืนส่งยิ้มให้อยู่ เขายิ้มตอบก่อนจะพยักหน้าแล้วกล่าวขอบคุณเธอ

“อื้ม ขอบใจนะเรื่องชีท ตอนแรกถ้าเธอไม่ฝากไว้เราก็คงจะไปขอเพื่อนถ่ายเอกสารมาอ่านเอาน่ะ”

คริสตัลยิ้ม

“งั้นอยากตอบแทนอะไรมั้ยล่ะ?” เธอถามพลางหัวเราะน้อยๆในแบบที่ผู้ชายส่วนใหญ่มองว่ามันดูน่ารัก นิโคลัสแอบเหล่สายตามองเพื่อนๆในห้อง พวกนั้นก็ลอบมองพวกเขาสองคนอยู่เหมือนกัน

“งั้นกลางวันนี้ฉันเลี้ยงข้าวเธอเป็นไง? ดูป๋าเนอะ ฮะๆ” เขาตอบพลางยิ้มใสในแบบที่ผู้หญิงร้อยทั้งร้อยหลงเสน่ห์ คริสตัลพยักหน้ารับ

“เอางั้นก็ได้ค่ะคุณชายสายเปย์” เธอยิ้มขำก่อนจะเดินไปนั่งที่ตัวเอง หลังจากที่ร่างบางเดินออกไป เพื่อนผู้ชายที่เมื่อกี้คอยแอบมองอยู่ก็พากันมารุมที่โต๊ะของเซเลปนิโคลัสที่พวกเขาตั้งฉายาทันที

“พวกนายมาทำไมกันเนี่ย - -“ เจ้าของโต๊ะเอ่ยอย่างรำคาญเล็กๆทั้งๆที่รู้คำตอบดี เขาแอบขำในใจ บรรดาเพื่อนที่เขามารุมต่างก็โอดครวญขอให้เขาสอนเทคนิคจีบสาวระดับคริสตัลให้บ้างล่ะ ไม่ก็ฉันอิจฉานายมาก หรือแม้แต่บอกว่าถ้านายทำให้คริสตัลเสียใจพวกเขาจะรุมกระทืบ

ก็ช่วยไม่ได้นี่ ความหล่อมันไม่เข้าใครออกใครอยู่แล้ว Charisma เองก็เหมือนกัน

 

ถึงแม้ว่าเพื่อนๆจะอิจฉาเขาขนาดไหนแต่ก็ไม่ได้มาทำลายบรรยากาศระหว่างเขากับคริสตัล เวลาพักเที่ยงที่โรงอาหารเขาและเธอนั่งร่วมโต๊ะกินข้าวด้วยกันเป็นภาพที่หาดูยาก อันที่จริงนี่เป็นครั้งแรกเลยที่เขาได้มานั่งกินข้าวกับเธอ คริสตัลคือผู้หญิงที่พวกผู้ชายหลายคนลงความเห็นว่าอยากจะเดทด้วยมากที่สุด แต่ยกเว้นกับเขาน่ะนะ

“ฉันคิดว่านายจะล้อเล่นซะอีกนะ” ร่างบางพูดยิ้มๆไม่มีท่าทางเขินอาย ริมฝีปากบางกยิ้มเล็กน้อยเผยให้เห็นลักยิ้มที่ดูมีเสน่ห์

“ถือซะว่าเป็นการตอบแทนไง ขอบคุณอะไรแบบนั้น”

“งี้นี่เอง ถ้านายไม่บอกฉันคงจะคิดว่าเรากำลังเดทกันอยู่เลยอะ”

นิโคลัสส่งยิ้มให้ ตอนนี้สายตาของคนเกือบทั้งโรงอาหารมองตรงมาที่พวกเขาเป็นตาเดียว ถึงจะไม่ได้แอบมองตรงๆแบบน่าเกลียดเพราะส่วนใหญ่ก็ลูกหลานผู้ดีกันทั้งนั้นก็เถอะ แต่ไอ้ความรู้สึกไม่เป็นส่วนตัวนี่มันอะไรกัน ถัดไปไม่ไกลเขาก็เห็นเซย์กับญานีนนั่งอยู่แถมประธานเพื่อนรักเขาก็มองมาทางนี้เหมือนกัน

ไอ้คนหน้าม่อ

ประธานฝั่งนู้นเมื่อเห็นเขามองไปก็ขยับปากด่ากันแบบไร้เสียง อยากรู้จริงๆว่าไอ้พวกคนที่ปลื้มหมอนี่สมองไปหมดแล้วรึไง –

“คริสตัล ฉันมีเรื่องจะถามหน่อยน่ะ”

คริสตัลวางแก้วน้ำผลไม้ลงก่อนจะเลิกคิ้วสูง

“อะไรเหรอ?”

นิโคลัสมองซ้ายมองขวาก่อนจะแน่ใจแล้วว่าสายตาหลายสิบคู่ที่จ้องมาเมื่อครู่เลิกสนใจไปแล้ว

“ชาร์ลีเป็นคนยังไงเหรอ?”

พรวด!

คริสตัลสำลักนิดหน่อยก่อนจะกระแอมแล้วทำสีหน้าให้เป็นปกติ เธอขมวดคิ้วนิดหน่อยเหมือนจะไม่เข้าใจคำถาม

“เป็นยังไงนี่คือ? แบบนิสัยอะไรงี้อะนะ?”

เขาพยักหน้า

“ก็เป็นคนดี” ร่างบางตรงหน้าเว้นวรรค “ชาร์ลีเป็นคนเก่งนะ เขาเรียนได้ดีในทุกๆวิชาเลยล่ะ แถมยังนิสัยดีมากๆเลยด้วย เคยมีครั้งนึงตอนที่เราไปเป็นเราแทนแลกเปลี่ยนวัฒนธรรม เขาดูแลฉันดีมากๆเลยล่ะ”

นิโคลัสลอบมองท่าทางของคริสตัลอยู่ เวลาที่เธอพูดถึงชาร์ลีดูเหมือนกำลังพูดถึงคนที่ตัวเองชอบหรือชื่นชมมากๆอะไรงี้

“แล้วก็มีครั้งนึงที่ฉันไม่ค่อยเข้าใจเนื้อหา พอไปถามเขาก็อธิบายซะเคลียร์เลย” คริสตัลพูดไปยิ้มไปเมื่อนึกถึงท่าทางของชาร์ลีตอนนั้น เธอค่อนข้างที่จะชอบเขามาก แต่น่าเสียดาย

“แล้วเขามีแฟนรึยังอะ?” ร่างโปร่งทำไขสือไม่รู้เรื่องรู้ราวก่อนจะนึกขึ้นได้ว่าต้องแถอีกนิดเมื่อเห็นสายตาคู่สวยมองมาออกแนวเหวี่ยงๆก่อนจะกลับเป็นแววตาปกติ

“พอดีว่าเพื่อนฉันเขาพูดถึงน่ะ ก็เลยอยากรู้จัก”

“อ๋อ” ร่างบางเงียบไปสักพัก แล้วพูดต่อ “ดูเหมือนว่าจะมีแล้วนะ”

นิโคลัสมองผู้หญิงที่นั่งด้วยในขณะที่เธอไม่พูดต่อแต่กลับยกน้ำขึ้นมาดื่มเหมือนไม่ค่อยจะเต็มใจตอบคำถามเขาสักเท่าไหร่ เขาเองก็ไม่ได้ถามเซ้าซี้อะไรต่อเพียงแค่ก้มหน้ากินข้าวกลางวันที่ซื้อมา

น่าแปลก ทำไมตอนพูดถึงชาร์ลีกับตอนพูดถึงแฟนของหมอนั่นมันดูต่างกันจังวะ - -

“นิโคลัส”

เสียงหวานตรงหน้าเรียกให้เขาเงยหน้าขึ้นพลางเลิกคิ้วถาม

“ขอบคุณที่เลี้ยงข้าวนะ” คริสตัลพูดพลางส่งยิ้มมาให้เขา นิโคลัสพยักหน้ารับยิ้มๆกลับไป ถ้าสมมติว่าเขาไม่ได้มีคนที่ชอบอยู่แล้วก็คงจะอยากชมว่ารอยยิ้มนั่นสวยอยู่หรอก แต่โทษทีแล้วกันนะคริสตัล

“ไม่เป็นไรหรอก บอกแล้วไงว่าเป็นการตอบแทน จริงสิ เธออยากกินอะไรอีกรึเปล่า?”

คริสตัลหัวเราะน้อยๆพลางส่ายหน้า

“ขืนกินเข้าไปอีกฉันก็อ้วนกันพอดี แต่ว่าต้องขอตัวก่อนนะ พอดีนึกได้ว่าต้องเอาหนังสือไปคืนที่ห้องสมุดหน่อย” ร่างบางลุกขึ้นเก็บถาดอาหารของตัวเองแล้วกลับมายืนตรงหน้านิโคลัสสอีกครั้ง

“ขอบคุณนะ ไว้เจอกัน” แล้วเธอก็เดินออกไปจากโรงอาหาร นิโคลัสก้มหน้าลงพรอ้มกับยกยิ้มมุมปากนิดหน่อย พอเงยหน้ามาอีกทีก็เห็นว่ามีแขกไม่ได้รับเชิญมานั่งแทนที่คริสตัลเมื่อกี้เรียบร้อยพร้อมกับถาดอาหารวางอยู่หน้าเขา

“อะไรพ่อประธาน? อิจฉารึไง?” เซย์ไม่ตอบแถมยังทำหน้านิ่งจนนิโคลัสต้องนิ่วหน้า

“แล้วญานีนไปไหนแล้วล่ะ?” คราวนี้เซย์เลิกคิ้วพร้อมกับทำสีหน้าชั่วร้ายอยู่แวบนึงก่อนตอบ

“ก็คงทนเห็นภาพบาดตาบาดใจไม่ได้แล้ววิ่งไปร้องไห้ล่ะมั้ง”

ไอ้นี่มันเป็นเพื่อนเขาจริงๆหรอวะ - -

หลังจากที่เซย์พูดด้วยท่าทางสบายๆไม่เดือดร้อนแต่นิโคลัสกับชะเง้อมองทั่วโรงอาหารแต่ก็ไม่เห็นจะเจอคนที่พูดถึงเมื่อกี้เลย ไปไหนของเธอกันนะ ปกติก็ต้องมานั่งกินข้าวด้วยกันนี่นา

“นายอย่ามาล้อเล่นน่าเซย์จัง ฉันรู้ว่านีนไม่ทำแบบนั้นหรอก” พูดด้วยท่าทางมั่นใจเต็มอกพลางฉวยหยิบขนมที่วางอยู่ในถาดของประธานนักเรียนมาเคี้ยวตุ้ยๆหน้าตาเฉย

“ฉันเปล่าล้อเล่นสักหน่อย แล้วว่าแต่นายเถอะ” เซย์มองเขาผ่านแว่นสายตา “ทำไมถึงมากินข้าวกับคริสตัลได้?”

“ก็ไม่มีอะไร ฉันแค่เลี้ยงข้าวเป็นการตอบแทนที่เธอเอาชีทพี่พวกเพื่อนติวกันเมื่อวานมาให้ก็เท่านั้นเอง” เขายักไหล่ ประธานนักเรียนพยักหน้าพลางลุกขึ้น

“ฉันว่าฉันไปดีกว่า ไว้เจอกันนะ” ว่าแล้วร่างสูงก็เดินเอาถาดไปเก็บจากนั้นก็เดินออกไปจากโรงอาหารทิ้งเขาให้นั่งอยู่คนเดียว นิโคลัสลุกขึ้นเอาถาดไปเก็บบ้าง ระหว่างนั้นเขาก็เห็นคริสตัลยืนคุยกับผู้ชายร่างสูงคนหนึ่งที่บริเวณโถงทางเดินชั้นล่างของอาคารทิศเหนือ ดูเหมือนเธอกำลังถูกแขนทั้งสองข้างนั่นคร่อมติดกับกำแพงอยู่ นิโคลัสไม่ได้คิดอะไรมาก นั่นอาจจะเป็นแฟนของเธอและอาจจะกำลังแสดงความรักอยู่อะไรประมาณนี้ แต่เมื่อกี้คริสตัลบอกเขาว่าจะเอาหนังสือไม่คืนที่ห้องสมุดนี่ จะโกหกกันทำไม?

ด้วยความที่โรงอาหารอยู่ชั้นสองของตึกกลาง ทำให้คนที่อยู่ชั้นล่างไม่สามารถมองขึ้นมาได้ นิโคลัสแอบยืนมองท่าทางของสองคนนั้นสักพักแต่ก็ไม่มีท่าทีว่าจะทำอะไรเลยนอกจากคุยกันธรรมดา เขาถอนหายใจแล้วเดินออกจากโรงอาหารแต่สายตาก็พลันเห็นคริสตัลเดินเข้าอาคารไปกับผู้ชายคนเดิม ทีแรกเขากะว่ากินข้าวเสร็จแล้วจะไปนั่งเล่นที่ห้องสภานักเรียน แต่ตอนนี้มีเป้าหมายใหม่ละ

เอ๊ะ - - หรือเขาไม่ควรไปยุ่งเรื่องส่วนตัวของคนอื่นวะ

จิตสำนึกด้านดีเขาบอกว่าไม่ควรไปยุ่ง เขาจึงทำตามแผนเดิมคือเดินมาที่ห้องสภาเพื่อฆ่าเวลาเล่นๆ พอเข้าไปก็เห็นเซย์กำลังพิมพ์อะไรไม่รู่อยู่ในคอม ด้วยความที่รักเพื่อนมากก็เลยจะอาสาช่วยเล็กๆน้อยๆ

“เซย์จังงงง” เขาทำมือป้องปากแล้วตะโกนลั่นห้องสภานักเรียนทันที เซย์สะดุ้งแล้วหันมามองหน้าเขาอย่างคาดโทษก่อนจะใช้นิ้วกลางดันแว่นแล้วทำสีหน้าให้ปกติ ไอ้มาดหลุดเมื่อกี้มันอะไรกัน น่าขำ

“นี่ๆ ถามไรนายหน่อยดิ”

เซย์จิ๊ปากก่อนจะหยุดมือที่พิมพิม์อยู่แล้วหันมามอง พูดด้วยน้ำเสียงติดรำคาญ

“อะไร - -“

“คริสตัลมีแฟนแล้วเหรอ?” นิโคลัสถามพลางเอียงคอรอคำตอบ เซย์รู้สึกเหมือนเส้นเลือดบริเวณขมับจะปูดขึ้นมานิดหน่อยก่อนจะหยิบหนังสือกับแฟ้มที่วางอยู่แถวนั้นขึ้นมาฟาดเพื่อนตัวดีที่กำลังทำเขาเสียงาน

“ไร้สาระ ออกไปเลยไป” พร้อมด้วยการโบกมือไล่ด้วยท่าเจ้าชาย นิโคลัสทำหน้าเซ็งๆ อะไรวะ เขาแค่จะถามนิดเดียวเอง แถมจะเสนอตัวช่วยงานด้วยเนี่ย

“นี่เซย์จัง ฉันกะจะมาช่วยงานด้วยนะ แต่นายตอบคำถามฉันมาก่อน”

แม้ว่าจะไม่ได้หันหน้ามามองกันแต่นิโคลัสก็รู้สึกได้ว่าอีกฝ่ายดูจะรำคาญเขาอยู่ไม่น้อย เอาน่า เพื่อนกัน

“ฉันจะไปรู้เหรอ นายก็ไปถามเธอเองสิ”

“....”

“ว่าแต่จะช่วยทำงานใช่มั้ย”

นิโคลัสพยักหน้า

“เห็นตั้งเอกสารข้างหลังนั่นมั้ยเพื่อน?”

พยักหน้าอีกรอบพร้อมกับกลืนน้ำลายหนึ่งอึก ไม่นะ หรือว่า...

“จัดการมันให้เสร็จแล้วเอามาให้ฉันตรวจด้วยล่ะพ่อเซเลป”

ล้อเล่นน่า เยอะขนาดนั้นเนี่ยนะ..

***

หลังเลิกเรียนนิโคลัสกะว่าจะไปเยี่ยมอลิซที่โรงพยาบาลเลยเพราะหลุยส์ส่งข้อความมาบอกเขาว่าตอนนี้หมอให้เยี่ยมได้แล้ว และอีกอย่างเขาก็อยากจะเห็นหน้าชาร์ลีขึ้นมา แปลกที่เขาเองก็เรียนโรงเรียนนี้มาตั้งนานแต่ชื่อและหน้าของหมอนั่นเขากลับไม่เคยเห็น หรือว่าต้องไปอยู่กับพวกหัวกะทิอย่างเซย์งี้เหรอ? ร่างโปร่งส่ายหัวเบาๆขณะที่กำลังรออีกคน

“ไง รอนานป่ะ?”

เสียงใสของญานีนดังขึ้นด้านหลัง เขาหันไปมองพลางส่วยหน้าให้กับคำถาม ในมือของเธอมาดอกไม้ประดับช่อเล็กๆกับถุงพลาสติกที่น่าจะใส่อะไรมาสักอย่าง ไม่ทันได้สงสัยมือบางก็หยิบไอศกรีมแท่งในถุงนั่นออกมาส่งให้เขาก่อนจะหยิบของตัวเองออกมาบ้าง

“เลี้ยงเหรอ?” นิโคลัสถามขณะที่กำลังแกะเจ้าแท่งๆในมือพร้อมกับเลิกคิ้วกวนประสาท ญานีนที่ยืนกินไอศกรีมอยู่ข้างๆเบ้ปากด้วยความหมั่นไส้


“ใครบอก นายต่างหากที่ต้องเลี้ยงฉัน”

“เพื่อ?”

ญานีนเงียบไป

“เพื่อที่ฉันจะได้ไปเป็นเพื่อนนายที่โรงพยาบาลไง!”

พอได้ยินคำตอบข้างๆคูๆของคนที่ยืนกินอยู่นิโคลัสก็ยิ้มขำ จนกระทั่งพวกเขาทั้งคู่เรียกแท็กซี่มาถึงโรงพยาบาลในอีกสิบนาทีต่อมา

เขาพาญานีนมาที่ห้องพักผู้ป่วยห้องใหญ่ นั่นเพราะเขาเพิ่งได้รับข้อความจากหลุยส์ว่าอลิซถูกย้ายไปรวมกับชาร์ลีที่ห้องนี้

“นายอยากเห็นหน้าชาร์ลีก็บอก” ร่างบางที่ยืนอยู่ข้างๆเอ่ยขึ้น เธอกับนิโคลัสมายืนหน้าห้องได้พักนึงแล้ว แต่คนข้างๆก็ยังไม่ยอมเปิดประตูเข้าไปสักที

ญานีนใช้ศอกสะกิดสีข้างร่างโปร่งเบาๆ

“ไปๆ เข้าไปกัน” นิโคลัสตีหน้ามึนพลางเปิดประตูเข้าไป กลิ่นอันเป็นเอกลักษณ์ของยาทำให้เขาเบ้ปากเล็กน้อย ภายในห้องมีเตียงผู้ป่วยสองเตียง ทันทีที่อลิซเห็นเขาร่างบางก็ส่งยิ้มบางๆมาให้กัน

“สวัสดีอลิซ ฉันมาเยี่ยมน่ะ.. แล้วก็นี่..” นิโคลัสเว้นวรรคพลางผายมือไปทางญานีนที่ถือช่อดอกไม้อยู่ ญานีนส่งยิ้มให้อลิซอย่างเป็นมิตรก่อนจะพูดต่อ

“ญานีน ยินดีที่ได้รู้จักนะ”

หลังจากที่เพื่อนสนิทจัดการนำดอกไม้ที่มาเยี่ยมเข้าที่แล้ว ร่างโปร่งก็ลอบมองไปยังเตียงผู้ป่วยอีกหนึ่งเตียงที่เขาสันนิษฐานว่าเป็น ชาร์ลี เพราะผมสีม่วงเข้มที่ตอนนี้ค่อนข้างยาวตรงกับคนในรูปที่ยูยะให้เขาดู

“นี่แฟนฉันเอง ชาร์ลี” อลิซเอ่ยด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา แต่ถึงอย่านั้นบุคคลที่ถูกพูดถึงก็ยังคงไร้การตอบสนอง เจ้าของดวงตาสีม่วงไม่แม้แต่จะหันมามองเขา จนกระทั่งอลิซพูดต่อ

“เขา.. คงตอบอะไรไม่ได้ตอนนี้ ขอโทษที่เสียมารยาทด้วยนะ”

ญานีนกับนิโคลัสส่ายหน้า ร่างบางที่นอนอยู่บนเตียงถอนหายใจแผ่วเบา ดวงตาคู่สวยเริ่มคลอไปด้วยน้ำตายามที่เธอหันหน้าไปมองคนรักที่นอนนิ่งอยู่เตียงข้างๆ

“นิโคลัส นายถามเธอเกี่ยวกับเรื่องนั้นหน่อยสิ” ญานีนกระซิบ คนที่ถูกออกคำสั่งก็พยักหน้าตอบ

“อลิซ ขอถามอะไรหน่อยได้มั้ย?” เสียงทุ้มเอ่ยถามอย่างระมัดระวัง อลิซพยักหน้ารับ “ได้สิ”

“ที่เธอตกลงมา.. มันไม่ใช่อุบัติเหตุใช่มั้ย”

 

หลังจากกลับมาถึงโรงเรียนแล้วนิโคลัสกับญานีนก็ตรงไปที่ถังขยะบริเวณด้านหน้าโรงเรียนทันที ร่างโปร่งสาวเท้าไปยังถังบริเวณเดียวกับที่เขาเห็นว่ามีคนเอาขยะมาทิ้งเมื่อคืนแต่ก็พบว่าในถังนั้นว่างเปล่า

“นายไม่คิดว่าเขาจะเผาขยะไปแล้วหรอ? ทุกถังมันว่างหมดเลยนะ” ร่างบางว่าพลางใช้หลังมือปาดเหงื่อทีไหล่เพราะวิ่งมา นิโคลัสที่เห็นดังนั้นก็ยื่นผ้าเช็ดหน้าของเขาไปให้พร้อมกับถอนหายใจ

“อาจจะถูกย้ายถังก็ได้ ไปถามภารโรงกันเถอะ” ไม่ทันที่ญานีนจะตอบอะไรคู่สนทนาของเธอก็วิ่งไปยังตึกเรียนฝั่งเหนือทันที ร่างบางถอนหายใจก่อนจะวิ่งตามนิโคลัสไป เธอกำลังคิดว่ามันมีเหตุผลอะไรที่คนร้ายจะต้องเอาสิ่งที่เธอกับนิโคลัสตามหาไปทำลาย?

นิโคลัสหายใจหอบทันทีที่วิ่งมาถามลุงภารโรงแล้วได้ความว่าขยะที่จะเตรียมเผาวันนี้ถูกยกถังไปไว้หลังโรงเรียนแล้ว ญานีนเองก็เช่นกัน ไม่ทันที่ทั้งคู่จะได้พักลุงภารโรงก็บอกพวกเขาว่าอีกสักพักจะเผาขยะแล้ว

“คือว่าพวกผมเผลอทิ้งของสำคัญไปน่ะครับ ถ้าไปหาตอนนี้จะได้รึเปล่า?”

“ถ้าจะไปหาก็รีบไป อีกสักพักลุงจะเผาขยะแล้ว”

ทั้งคู่เอ่ยขอบคุณก่อนที่ญานีนจะโทร.เรียกเซย์ให้มาเป็นเพื่อน ประธานนักเรียนตอบตกลงทันที นิโคลัสเดินไปทางหลังโรงเรียนพลางถอนหายใจ

“ขอโทษที่ต้องให้มาวิ่งวุ่นวายด้วยนะนีน” ร่างบางเองก็หอบหายใจแต่ก็ส่ายหน้าเป็นเชิงว่าไม่เป็นไร

“ผ้าเช็ดหน้านี่เดี๋ยวซักแล้วจะคืนให้นะ”

“อืม”

ระหว่างทางที่จะไปหลังโรงเรียนนั้นเขาก็เผอิญสวนกับผู้ชายคนที่คุยกับคริสตัลวันนี้พอดี รอยแผลบริเวณใบหน้าทำให้เขานึกเอะใจจนต้องมองย้อนกลับไป

“เมื่อกี้..”

เขาขมวดคิ้วสงสัย

“คนเมื่อกี้ใช่เควินรึเปล่า?”

“หื้ม.. “ ญานีนว่าพลางหันกลับไปมองบ้างก่อนจะพยักหน้า “ใช่แล้วล่ะ คนนี้ไงที่เป็นหนึ่งในคนที่ทำร้ายชาร์ลี”

เมื่อได้คำขยายความแล้วนิโคลัสก็ร้องอ๋อในใจ ในหัวเขาตอนนี้เริ่มจะจับประเด็นอะไรบางอย่างขึ้นมาได้เพียงแค่รอคอนเฟิร์มให้แน่ใจเท่านั้น ไม่นานนักเขาและญานีนก็เดินมาถึงบริเวณเตาเผาขยะหลังโรงเรียนจนได้ ร่างสูงของประธานนักเรียนเพื่อนสนิทเขายืนรออยู่พร้อมกับจักรยานคู่ใจ

“นายจะมาหาอะไรนิโคลัส?” เซย์ถามพลางใช้แฟ้มเอกสารที่อยู่ในมือพัดเพื่อคลายร้อน นิโคลัสยกยิ้มมุมปากเล็กน้อยก่อนตอบ

“สมุดโน้ต : )”

 

“ไม่มี?!”

เสียงทุ้มเอ่ยเสียงดังเมื่อไม่ว่าจะค้นถังขยะกี่ถังก็ไม่เจอสิ่งที่ตัวเองตามหา นิโคลัสสบถคำหยาบออกมาก่อนจะนั่งลงบนพื้น เซย์และญานีนที่เห็นดังนั้นก็ถอนหายใจเฮือก ใช่ พวกเขาสามคนค้นทุกถังขยะที่เตรียมเผาในวันนี้ทั้งหมดแล้วแต่ก็ไม่เจอสมุดโน้ตที่ว่านั่นเลย

“นายแน่ใจเหรอว่าคนร้ายเอามันมาทิ้งจริงๆ” เซย์ถามขึ้นพลางปาดเหงื่อแล้วถอดถุงมือที่สวมไว้เพี่อค้นขยะออก

“แน่ดิ ก็ตอนที่ขึ้นรถไปโรงพยาบาลฉันเห็นเงาคนมาทิ้งแวบๆ”

“อะไรนะ - -“ เซย์มองเขาด้วยสายตาเรียบเฉย ทำไม? ก็เห็นแวบๆจริงๆนี่ ไม่ได้โกหกซักหน่อย

“แล้ว... ก่อนหน้าที่พวกเราจะมาถึงมีใครมาที่นี่ก่อนหรือเปล่า?” ร่างบางเอ่ยถามประธานนักเรียนเพื่อนสนิท เซย์หยุดคิดไปครู่หนึ่ง ก่อนที่เขาจะมาถึงก็เหมือนเห็นใครบางคนในชุดนักเรียนเดินสวนไปเหมือนกันนะจะว่าไป

“เหมือนจะมี.. ผู้ชายรึเปล่าวะ ไม่แน่ใจอ่ะ แต่เห็นว่าเดินสวนไปก่อนที่ฉันจะมาถึง”

นิโคลัสและญานีนเงียบไปพร้อมกันก่อนที่ทั้งคู่จะหันมองหน้ากันพร้อมกับเอ่ยชื่อบุคคลที่พวกเขาเจอ

“เควิน!”

 

“ยูยะ! เห็นเควินมั้ย” ร่างโปร่งตะโกนถามรูมเมทที่บังเอิญเจอกันอย่างร้อนรน เขารีบวิ่งมาจากหลังโรงเรียนเพื่อตามหาบุคคลที่เดินสวนกับเขาไป ยูยะส่ายหน้าก่อนจะพยักหน้าอีกครั้งเมื่อนึกได้

“เห็นเดินผ่านไปทางนู่น” รูมเมทของเขาชี้ไปทางหอพักหญิงฝั่งตะวันตก นิโคลัสพยักหน้าขอบคุณแล้วออกวิ่งไปตามที่ยูยะชี้ นักเรียนที่เดินสวนกับเขาไปต่างก็มองตามด้วยความสงสัยเพราะนิคโคลัสเป็นผู้ชายคนเดียวที่กำลังวิ่งเข้ามาในเขตหอพักหญิง แต่ก่อนที่จะโดนยามที่เฝ้าหอไล่เขาก็เห็นบุคคลที่คุ้นตาบริเวณข้างร้านสะดวกซื้อกับใครอีกคนที่ทำให้เขารู้สึกเหมือนเดจาวู

คริสตัล..

..กับเควิน

นิโคลัสลอบสังเกตการณ์อยู่ประมาณสองนาทีก่อนที่เป้าหมายของเขาจะหยิบสิ่งที่เขาไปตามหาขึ้นมา คริสตัลเบิกตากว้างเหมือนกับตกใจอะไรบางอย่างก่อนที่ร้อยยิ้มเย้อหยันจะปรากฏบนใบหน้าสวย ระยะห่างที่ไม่มากนักแต่เขาก็ฟังที่ทั้งสองคนนั้นคุยกันไม่รู้เรื่อง นิโคลัสพยายามอ่านปากคริสตัลให้ได้เพราะเจ้าหล่อนยืนในมุมที่หันหน้ามาทางเขาพอดี แวบนึงที่เขาเห็นคริสตัลเหมือนกังวลอะไรบางอย่างแต่ก็แค่แวบเดียว ร่างบางพยายามที่จะแย่งสมุดโน้ตในมือเควินมาแต่อีกฝ่ายก็ไม่ยอมให้ นิโคลัสแทบจะพุ่งเข้าไปคว้าสมุดโน้ตไว้เอง ถ้าไม่ติดว่าเขาแอบดูอยู่ในตอนนี้น่ะนะ

“พอสักทีได้มั้ย!” เสียงตวาดของเควินทำให้คริสตัสที่กำลังจะแย่งสมุดในมือเขาไปสะดุ้ง ร่างบางมองเควินด้วยสายตาเกรี้ยวกราด ริมฝีปากบางเม้มเข้าหากันแน่น หลังจากนั้นนิโคลัสที่แอบฟังอยู่ก็ได้ยินประโยคถัดไปของเควิน

“เธอจะทำร้ายที่คนชาร์ลีรักไปเพื่ออะไร?”

...

นั่นไง! เป็นอย่างที่เขาคิด

 

ร่างสูงของประธานนักเรียนอย่างเซย์กำลังเดินไปเดินมาในห้องสภานักเรียนเพื่อรอเพื่อนตัวดีที่บอกว่าตามหาตัวคนร้ายเจอแล้วและให้เขารอที่ห้องสภากับญานีน มือหนาเสยผมสีทองของตัวเองอย่างลวกๆเพื่อระบายความหงุดหงิดจากการรอ เพราะหลังจากที่วางสายจากนิโคลัสไปจนตอนนี้ก็เป็นเวลาเกือบครึ่งชั่วโมงแล้ว

“ไอ้หมอนั่นมันทำอะไรอยู่กันแน่วะ” ประธานนักเรียนบ่นออกมาอย่างหัวเสีย หญิงสาวร่างบางเรือนผมสีเงินเองก็หัวเสียไม่น้อยเช่นกัน มือบางกำผ้าเช็ดหน้าในมือแน่น

“ใจเย็นน่า นายใจร้อนไปตอนนี้นิคก็ยังไม่มหรอก”

“ถ้ามันโดนทำร้ายล่ะนีน?”

ร่างบางเงียบไป ดวงตาเรียวหลุบมองต่ำ นิคโคลัสมักจะเป็นแบบนี้เสมอเวลาที่มีเรื่องเสี่ยง เรื่องนั้นญานีรู้ดีแต่ก็อดเป็นห่วงไม่ได้อยู่ดีนั่นแหละ

“มาแล้วทุกคน” เสียงสดใสของบุคคลที่สามเอ่ยขึ้นพร้อมกับเสียงเปิดประตูห้องสภา เซย์และญานีนหันไปมองนิโคลัสพร้อมกันพลางถอนหายใจอย่างโล่งอก ถัดไปจากนิคโคลัสก็มีบุคคลที่คุ้นตาญานีนเดินตามเข้ามา เควินและคริสตัล ดูท่าทางก็รู้ว่านิโคลัสต้องไปบู๊อะไรมาแน่นอน ก็ถึงแม้ว่านิโคลัสจะชอบแต่งตัวผิดระเบียบแต่ชายเสื้อที่ออกนอกกางเกงนี่ไม่เคยไม่สักครั้ง ไหนจะเนคไทที่ดูเหมือนจะรูดลงนั่นอีก

“สรุปว่า?” เสียงทุ้มของคนผมทองเอ่ยถาม นิโคลัสยิ้มหวานไปทางเซย์ก่อนจะผายมือไปทางหญิงสาวข้างๆเขา

“เล่าเรื่องให้เซย์ฟังสิ คริสตัล : )”

ร่างบางมองค้อนหางตาใส่นิโคลัสก่อนจะยอมเล่าเรื่องราวทั้งหมดให้คนเป็นประธานฟัง

“เรื่องมันก็เริ่มขึ้นหลังจากที่ฉันกับชาร์ลีกลับจากเป็นตัวแทนแลกเปลี่ยนวัฒนธรรม..”

เซยที่ได้ฟังเรื่องราวทั้งหมดก็ถึงกับต้องกุมขมับ เขาไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่าคนคนนึงจะสามารถทำได้ขนาดนี้ ทั้งๆที่นักเรียนทุกคนในโรงเรียนนี้ถือว่าทางบ้านค่อนข้างมีฐานะทางด้านสังคมกันทั้งนั้น เพราะงั้นแล้วไอ้เรื่องที่จะมาอิจฉาแล้วลงมือทำร้ายกันได้ขนาดนี้ หลังจากที่บอกอาจารย์แล้วเขาก็มานั่งอยู่ที่โต๊ะประธานนักเรียนพร้อมกับบุคคลอีกสามคน นิโคลัส ญานีน และ.. เควิน

“ต้องขอโทษทุกคนด้วยนะครับที่ทำให้เดือดร้อน” เควินพูดอย่างเกรงๆเขา อาจเป็นเพราะมาดประธานนักเรียนบวกกับอารมณ์ในตอนนี้ของเขาก็เป็นได้ เซย์พยักหน้ารับส่งๆพลางเอนหลังพิงพนักเก้าอี้

“ฉันก็นึกว่านายจะทำลายหลักฐานนั้นะอีกนะ ผิดคาด” นิโคลัสว่าแล้วฟุบหน้าลงกับโต๊ะเพื่อแสดงความเหนื่อยล้า ญานีนที่นั่งข้างๆก็หยิบแฟ้มเอกสารแถวนั้นมาพัดให้

“นายไปได้แล้วล่ะเควิน ขอโทษที่ทำให้เสียเวลาแล้วก็ขอบคุณสำหรับการช่วยเหลือ”

ประธานนักเรียนเอ่ยไล่เควินอย่างสุภาพ เพราะว่าตอนนี้เป็นเวลาเกือบสามทุ่มแล้วแต่เขายังไม่ได้กลับหอไปทำงานของตัวเองเลยสักอย่าง ถ้าจะโทษก็โทษไอ้เพื่อนสนิทตัวแสบที่กำลังฟุบหน้าเหมือนเหนื่อยมากโดยมีสาวนั่งพัดให้อยู่ข้างๆนี่แหละ

“แยกย้ายได้แล้วมั้ง เรื่องทุกอย่างก็จบแล้ว”

“แล้วคริสตัลจะเป็นอะไรมั้ย?” คนที่นั่งฟุบหน้าอยู่เอ่ยถามเสียงอู้อี้

“ก็คงต้องปล่อยให้อาจารย์จัดการ เพราะเรื่องนี้มีคนต้องเจ็บตัวจากการกระทำของเธอไง” คนผมทองถอนหายใจรอบที่ล้านพลางใช้เท้าเตะขาเพื่อนสนิทให้มันตกเก้าดังโครม

“ไปได้แล้ว! ถ้าพรุ่งนี้มาสายฉันสั่งลงโทษนายแน่” เซย์มองลอดแว่นอย่างคาดโทษก่อนจะดึงนิโคลัสขึ้นมาจากพื้น ฝ่ายคนโดนเตะก็ทำสำออยร้องโอดครวญแล้วใช้มือลูบก้นป้อยๆ

“นายมันประธานนักเรียนสายเอส ซาดิสม์ ฉันจะป่าวประกาศให้ทุกคนรู้ว่านายทำร้ายเพื่อนตัวเอง” นิโคลัสโวยวายลั่นห้องสภา ญานีนที่ยืนรออยู่เมื่อเห็นภาพคนขรึมกับคนเด๋อทะเลาะกันก็อดขำไม่ได้

“หนวกหูน่า”

ไฟที่ห้องสภาปิดลงตามด้วยเสียงล็อคประตูดังแกร๊กของคนเป็นประธาน ก่อนที่จะเดินกลับหอนั้นเซย์และนิโคลัสตกลงกันว่าจะเดินไปส่งญานีนที่หอก่อนเพราะตอนนี้ก็มืดแล้ว พวกเขาไม่อยากให้เพื่อนผู้หญิงกลับคนเดียว ในระหว่างเดินไปถึงหน้าหอพักซึ่งอยู่ไม่ไกลจากตึกเรียนนั้น จู่ๆเสียงประหลาดก็ดังขึ้น

โครก!

“....”

ตาคมของเจ้าของเรือนผมสีทองหันมามองต้นเสียงแบบเนือยๆ เขารู้ว่าไอ้เสียงแปลกๆเมื่อกี้มาจากเพื่อนตัวแสบที่กำลังเดินไม่รู้ไม่ชี้อยู่

“บนห้องมีขนมอยู่ เดี๋ยวเอาลงมาให้ละกันนะ” หญิงสาวเพียงหนึ่งเดียวว่าพลางขำก่อนจะรีบขึ้นไปหยิบขนมในห้องลงมาให้เพื่อนสนิท นิโคลัสยิ้มเขินเล็กน้อยแต่เขาก็ไม่ได้สนหรือแคร์อะไรใดๆ ตรงข้ามยังแกะห่อขนมที่ญานีนส่งให้ซะตรงนั้น

“เจอกันพรุ่งนี้นะ ไปละ” แต่ก่อนที่ร่างบางจะหันหลังกลับไปนั้น เสียงทุ้มของคนที่กำลังกินขนมอยู่ก็เอ่ยขึ้น

“ฝันดีนะ”

แค่ถ้อยคำสั้นๆแต่ก็ทำให้คนฟังใจเต้นได้นิดนึงแหละนะ




END.

มีสเปเชียลนะคะ รอติดตามกันได้เลยยยยยยยยยย




ผลงานเรื่องอื่นๆ ของ Mind K. จากทั้งหมด 19 บทความ

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

0 ความคิดเห็น