[INFINITE][GYUWOO]REQUEST//เสน่ห์ร้าย ทำลายรัก

ตอนที่ 3 : Request CH3 ต่อหน้าฉันเธอ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 91
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    16 ธ.ค. 59

CH3 ต่อหน้าฉันเธอ



 

 

 



Howon part;

“แปลกว่ะ ทำไมผู้จัดการเรียกอูฮยอนแบบนั้น นายรู้ไหม” ผมค่อนข้างแปลกใจมากกับสิ่งที่ได้ยินและสิ่งที่ได้เห็นไม่คิดว่าคนที่ไม่สนใจใครอย่างคิมซองกยูกำลังวิ่งตามและเอาแต่ร้องเรียกชื่อของ อูฮยอน ผมมองซองยอลอย่างตกใจและต้องการคำอธิบายกับสิ่งที่เกิดขึ้น

 

“อย่าบอกนะว่านายไม่รู้ว่า 2 คนนั้นคบกัน” ทั้งที่ผมยังไม่ได้เอ่ยถาม ซองยอลมองหน้าผมอย่างสงสัย

 

“ผู้จัดการกับอูฮยอนคบกันงั้นเหรอ แบบพี่น้องรึเปล่า?” โฮวอนกระตุกชายเสื้อของเพื่อนอีกครั้งเพื่อยืนยันว่าสิ่งที่ตนคิดนั้นเข้าใจถูก

 

“แฟนสิ คบกันมานานแล้วด้วย นายทำตัวแปลกอย่างกับแอบชอบอูฮยอนงั้นแหละ” อาการมันออกขนาดนั้นเลยรึไง ออกจนอีซองยอลที่ไม่เคยสนใจการแสดงออกของผมต่ออูฮยอนกลับถามขึ้นมาตรงกับสิ่งที่ผมรู้สึก

 

“เอ... อะไรทำให้นายคิดยังงั้น อย่าพูดแบบนี้ให้อูฮยอนได้ยินนะ ฉันคงโดนตัดเพื่อนเพราะคำพูดนั้นเลยนะ” เพราะเหตุนี้สินะ นายถึงไม่ยอมรับรู้ความรู้สึกของฉัน ผู้ชายที่ไม่สมควรได้ความรักคนนั้นน่ะนะ 

 

ทำไมผู้ชายคนนั้นต้องเป็น คิมซองกยู

 

 

 

 

 

 

Sungkyu part;

“จะหนีไปไหน ฉันบอกให้หยุดไงไม่ได้ยินรึไง ไม่อยากเห็นหน้ากันขนาดนั้นเลยรึไง เกลียดกันแล้วใช่ไหม ไม่รักกันแล้วใช่ไหม”  ผมไม่เข้าใจเลยว่าทำไมอูฮยอนต้องหลบหน้า ผมเดินไปประชิดกับร่างเล็กที่หยุดยืนอยู่หน้าลิฟต์

 

“...” อูฮยอนไม่สามารถก้าวขาได้อีกต่อไป

 

“พี่ทำอะไรให้นายไม่พอใจ หรือว่านายโกรธอะไรพี่” ผมไม่รู้จริง ๆ ว่าทำไมอูฮยอนถึงแสดงท่าทีเหมือนโกรธผมมากขนาดนี้ ร่างเล็กหันหน้ามาสบตากับผมแต่ภายในดวงตานั้นกลับดูนิ่งเหมือนคนไม่มีความรู้สึก

 

“พี่ต้องการอะไร?” อูฮยอนตอบกลับมาเสียงเรียบ พอผมได้ยินสิ่งที่อูฮยอนพูดหัวใจผมเหมือนมีคนเอาก้อนหินมาทุบ ทุบจนหัวใจมันแตกสลายไม่เหลือชิ้นดี

“ทำไมพูดแบบนั้น? เป็นอะไร? ไปคุยกันหน่อย” ผมพาร่างเล็กมาที่บ้านของผม ในระหว่างทางที่อยู่ในรถด้วยกันอูฮยอนไม่พูดอะไรเลยแม้แต่ประโยคเดียว ผมถามออกไปเป็น 100 ประโยคแต่สิ่งที่ได้มาคือความเงียบ

 

“วันนี้กินข้าวกับอะไรหรอ?”

“...”

“ช่วงนี้งานหนักไหม?”

“...”

“ดูผอมมากเลย รึว่าช่วงนี้อ้วนไดเอท?”

“...”

“อ้วน... วันนี้น่ารักมากกว่าปกตินะ จะไปไหนรึป่าว”

 

“ผมมีนัดกับคนอื่น” ยอมพูดแล้ว ถามมาตั้งนานนึกว่าใบ้กินไปซะแล้ว ผมนั่งมองคนตัวเล็กด้วยความเอ็นดู ผมยิ้มออกมาเพียงแค่เขาตอบกลับมามันไม่มีเหตุผลให้ต้องยิ้มเลยด้วยซ้ำ หน้าม้าของอูฮยอนแปลกไปจากตอนที่เราเห็นกันครั้งล่าสุด ผมจึงยื่นมือไปเพื่อหวังจะจัดทรงให้

 

“ตัดผมมาใหม่เหรอ ทรงนี้เหมาะกับนายมาก...” อูฮยอนปัดมือผมออกแทบจะทันทีที่ผมแตะผมของเขา

 

“ครับผมตัดผมมาใหม่ พี่หมดเรื่องจะคุยแล้วใช่ไหม?” อูฮยอนยืนขึ้นพร้อมหยิบกระเป๋า

 

“เป็นอะไร อ้วนดูแปลกไปนะ” ชัดเจน... มันชัดเจนมากว่าอูฮยอนไม่ต้องการที่จะคุย ไม่แม้แต่จะมองเวลานั่งอยู่ด้วยกัน เขาเป็นอะไรกันแน่

 

“ผมก็เป็นผมเนี่ยแหละ ผมมีธุระ ฮัลโหล...ว่าไงฮงซอก” อูฮยอนหยิบโทรศัพท์แล้วรับสาย รอยยิ้มนั้นที่มันไม่มีให้ผม เขากำลังยิ้มเพียงเพราะคุยกับคนในสาย

 

“ฮงซอก?” ฮงซอกมันคือใคร ที่บอกว่ามีนัดมีนัด อย่าบอกนะว่ามีนัดกับคนที่ชื่อฮงซอก

 

“อืมเขากำลังจะไปแล้ว ฮงซอกมารอเขาที่ข้างล่างเลยนะ อีกสัก 5 นาทีเจอกันนะ” อูฮยอนพูดด้วยน้ำเสียงที่มีชีวิตชีวาซึ่งแตกต่างจากน้ำเสียงที่ใช้คุยกับผมกับผมนะเหรอเสียงเรียบและกว่าจะพูดออกมาได้แต่ละคำเหมือนดอกพิกุลจะล่วงจากปากด้วยซ้ำ  

 

“ใครคือฮงซอก มันคือใคร?” ผมกระชากแขนเล็กขณะที่เจ้าตัวกำลังจะเดินออกจากห้องไป มือเล็กผลักผมออกแต่แรงที่ผลักนั้นมันไม่ได้ทำให้ตัวผมสะท้านเลยด้วยซ้ำ

 

“ปล่อย... ไม่ว่าเขาจะเป็นใคร พี่ก็ไม่มีสิทธิ์มาแตะต้องตัวผม ปล่อยผมจะไปหาฮงซอก” อูฮยอนตะโกนเสียงดัง เขาไม่เคยเป็นแบบนี้มาก่อน เด็กที่ขี้อ้อน ใจดีในวันวานหายไปไหนกัน 

 

“แล้วมันเป็นใคร?” ผมกระชากร่างบางด้วยแรงทั้งหมดที่มีเข้ามาหาผมอีกครั้ง ร่างกายเราแนบชิดกันจนไม่เหลือช่องว่าง อูฮยอนมองหน้าผมแล้วแสยะยิ้มออกมา ผมไม่สามารถทนกับสิ่งที่เห็นได้ ถ้าไม่สั่งสอนเจ้าเด็กจอมผยองคนนี้อย่าเรียกผมว่าคิมซองกยู ปากเรียวกดลงที่ปากอวบอิ่มด้วยความรุนแรง เจ้าของเรือนปากสวยพยายามปฏิเสธลิ้นร้อนที่ลุกล้ำเข้ามาในโพรงปากโดยไม่ได้รับอนุญาต


“อือ อา ปา ลอย เขา นา” อูฮยอนพยายามขัดขืน ลิ้นที่ซุกซนของร่างสูงทำให้เกิดความโมโหมากกว่าความเคลิ้มตาม ร่างบางกัดลิ้นจนเจ้าตัวร้องโอดครวญลั่นห้อง

 

“มันเจ็บนะ” ผมกระชากอูฮยอนเข้ามาอีกครั้งแต่ครั้งนี้ร่างบางเอากระเป๋าที่สะพายอยู่ไหล่ขวาฟาดเข้าที่หน้าผมเต็มแรงโดนไม่มียั้งมือแม้แต่น้อยจนหางคิ้วแตก เจ้าตัวไม่ได้สนใจปาดแผลที่เปือนเลือดของผมทั้งยังสะบัดหน้าหนีแล้วเดินจากไปอย่างเลือดเย็น อะไรทำให้เขาเปลี่ยนไปได้มากขนาดนี้

 

 

Woohyun;

ร่างบางรีบวิ่งหนีออกมาจากห้องโดยใช้บันไดหนีไฟลงมา 3 ชั้นก่อนจะใช้ลิฟต์ต่อ หลังจากเข้ามาในลิฟต์น้ำตาที่พยายามกั้นไว้มาตลอดก็ไหลอาบแก้มกลมไม่ขาดสาย ความเข้มแข็งที่พยายามสร้างมันพังทลายลงพร้อมกับอารมณ์โกรธและแรงเหวี่ยงของกระเป๋า

 

ผมเหนื่อยแล้วกับความพยายามเหล่านั้น ผมก็มีหัวใจและความรู้สึก แม้จะหลอกตัวเองว่าไม่เสียใจที่โดนละเลยและทอดทิ้งอย่างไม่สนใจใยดีเเค่ไหน พอเห็นหน้าเขาความอดทนที่ผมทำมีทั้งหมดมันก็ลดน้อยลงจนไม่เหลือ

 

ผมเจ็บ เจ็บมาก เจ็บจนไม่อยากเห็นหน้าผู้ชายคนนั้นอีก


ต่อแต่นี้ไปเราไม่ควรเจอกันอีก...

 

การมีฮงซอกทำให้ผมไม่คิดถึงเขา เราทั้งคู่คุยกันมาตั้งแต่ก่อนที่ผมจะห่างกับพี่ซองกยูแต่ในตอนนั้นผมคิดกับฮงซอกเพียงแค่น้องชายคนหนึ่ง คุณได้ยินไม่ผิดครับผมคุยหรือจะเรียกว่าแอบคบกับคนที่อายุอ่อนกว่าผม 3 ปี แต่ฮงซอกมีความเป็นผู้ใหญ่มาก ทั้งอบอุ่นและพึ่งพาได้

 

“ตะหมา...” ชื่อที่ฮงซอกใช้เรียกผมหล่ะ เพียงแค่เขาเรียกผมก็สามารถยิ้มออกมาจนลืมสิ่งที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ไปหมด มือบางปาดน้ำตาที่เลอะแก้มออกเพื่อไม่ให้ผู้เข้ามาใหม่เห็นมัน

 

“ซ้ง... มาช้า 5 นาทีนะ” ผมมองนาฬิกาแล้วมองค้อนให้กับคนที่มาช้า

 

“ร้องไห้เพราะเขาคนนั้นอีกแล้วเหรอตะหมาของซ้ง ซ้งไม่อยากเห็นตะหมาร้องไห้อีกนะ ยิ้มให้ซ้งทีสิ ฉีกยิ้มกว้าง ๆ ด้วย” เขารู้ว่าผมกับคิมซองกยูคบกันและรู้เรื่องราวทั้งหมด เพราะเขาคือคนที่ผมไว้ใจและสนิทใจรองลงมาจากซองยอล ความสัมพันธ์ระหว่างเรามันค่อย ๆ เติบโตจากคนรู้จักเป็นพี่น้อง จากพี่น้องเป็นเพื่อนคุย จากเพื่อนคุยเป็นคู่นอน ผมฉีกยิ้มที่คิดว่าน่ารักและสดใสที่สุดให้แก่ชายที่ยืนยิ้มอย่างอ่อนโยนให้ผม

 

ภาพทั้งหมดอยู่ในสายตาของซองกยู คนที่แอบมองจากระเบียงบ้านของตัวเอง สิ่งที่เห็นมันมีความชัดเจนอยู่มากว่าอูฮยอนมีคนใหม่ ร่างสูงทำได้เพียงถอนหายใจออกมาและใช้มือทั้งสองข้างกุมหัว เมื่อคิดอะไรไม่ออกว่าสิ่งที่เกิดขึ้นจะจัดการยังไง ร่างสูงบรรจงขยี้หัวตัวเองจนผมหลุดออกมาเป็นกำแล้วตะโกนด่าออกมาอย่างบ้าคลั่ง

“โธ่เว้ย!!! เวลาแค่ไม่นานแต่สามารถมีคนใหม่ได้เลยหัวใจแม่งทำด้วยอะไรว่ะ”

 

 

อูฮยอนย้ายมาอยู่กับฮงซอกที่คอนโดสุดหรูได้เกือบอาทิตย์แล้วเพราะอูฮยอนไม่ต้องเจอกับซองกยู หลังจากเหนื่อยจากการร่วมรักกันทั้งสองนอนปราศจากอาทรภายใต้ผ้าห่มสีขาวหนานุ่มราคาแพง


“ตะหมา...” ฮงซอกโอบกอดร่างกายที่ไร้เสื้อผ้าของอูฮยอนด้วยความเคยชิน

 

“เสียงอ้อนเลยนะ ซ้งมีอะไรก็พูดมาเถอะ” ผมจูบลงปากสวยได้รูปของฮงซอกแล้วใช้หัวกลมหมุดเข้าจั๊กแร้ที่ไม่ว่าจะเหนื่อยแค่ไหนก็ยังมีกลิ่นหอมจากโคโลญจ์ราหาครึ่งแสนแต่ขวดเท่าฝามือของฮงซอกอย่างอ้อดอ้อน ร่างกายของฮงซอกน่าหลงใหลมาก ร่างกายที่เต็มไปด้วยกล้ามเนื้อ ผมสามารถใช้เวลานอนกอดเขาได้ทั้งวันโดยไม่คิดจะลุกไปไหนได้เลย

 

“ยังรักเขาอยู่เหรอ วันหนึ่งตะหมาจะทิ้งซ้งกลับไปหาเขาอีกครั้งใช่ไหม” ผมอึ้งไปกับสิ่งที่เขาพูดเพราะผมเองก็ไม่สามารถบอกได้เต็มปากว่าเลิกรักเขาแล้ว

 

ความรู้สึกของผมมันหลงเหลืออยู่มากกว่าคำว่าลืม

 

“อนาคตข้างหน้าเขาไม่รู้หรอกว่าจะเกิดอะไรขึ้น แต่ตอนนี้ตะหมาอยู่กับซ้งแล้วมีความสุขมากนะ ไม่ว่าจะเป็นสายตาก็หน้าจ้องมอง จมูกที่เป็นสันคมก็โดดเด่น คิ้วของซ้งก็ดูมีเสน่ห์ ปากของซ้งก็น่าจูบทุกครั้งที่มอง เขาหลงซ้งขนาดนี้แล้วซ้งยังไม่เชื่อใจตะหมาหยอ” มือป้อมลูบไล้ไปตามสิ่งที่ตนเอ่ยตั้งแต่ตายังปาก ไม่ว่าจะมองยังไงตอนนี้คนที่ชื่อฮงซอกก็มีอิทธิผลต่อหัวใจอูฮยอน เรียวปากอวบอิ่มกดจูบลงที่ปากของฮงซอกครั้งแล้วครั้งเล่าก็ดูยังไม่เพียงพอต่อความต้องการ

 

ผมเองก็ไม่รู้ว่าอนาคตจะเป็นเช่นไร แต่ตอนนี้ฮงซอกคือคนที่ทำให้ชีวิตผมมีความสุข สิ่งที่จะตอบแทนความรู้สึกทั้งหมดที่ได้รับก็คือความรู้สึกของผมเท่านั้น แม้มันจะโดนแบ่งมาจากคนที่ชื่อคิมซองกยู... เพียงเล็กน้อยแต่ผมก็มีความรู้สึกดี ๆ ให้แก่เขา ถึงแม้มันจะยังไม่สามารถเรียกว่าความรักได้ก็ตาม

 

ในตอนนี้ฮงซอกเป็นคนที่น่าอิจฉาที่สุดในเหล่าบรรดาคนที่ชอบอูฮยอน

แต่ใครจะรู้ว่าฮงซอกนั้นคือคนที่น่าสงสารที่สุด

 

 

อูฮยอนมาทำงานตามปกติแต่วันนี้ต่างจากทุกวันเพราะมาพร้อมกับใบลาออก ผมไม่สามารถอยู่ที่บริษัทนี้ได้อีกต่อไป ผมตั้งใจจะไปเรียนต่อเอกและฮงซอกเองก็จะไปเรียนต่อปริญญาโท เราสองคนตัดสินใจว่าจะไปอยู่ที่ต่างประเทศด้วยกัน และผมคิดว่ามันคนจะเป็นทางออกที่ดีที่สุดที่ผมเลือกแล้ว

“พี่จางดงอู” ผมเห็นพี่ผู้ช่วยของคิมซองกยูเดินออกมาจากห้องประชุมใหญ่จึงรีบเดินเข้าไปทักก่อนที่พี่เขาจะไปที่อื่น

“อ้าวอูฮยอนช่วงนี้ไม่เห็นไปที่แผนกเลยนะ ทะเลาะกับหัวหน้าพี่เหรอ”

“อืม... ไม่รู้สิครับมันเรียกว่าทะเลาะรึป่าวยังไม่รู้เลย ช่างมันเถอะครับ ผมอยากจะมาลาพี่นะครับ”

“ห๊ะ!!! ลาไปไหน แล้วหัวหน้าพี่รู้ยัง?”

“ไปเรียกต่อเอกที่เมืองนอกนะครับ หัวหน้าพี่ยังไม่รู้หรอกครับผมอยากขอให้เก็บเรื่องนี้เป็นความลับจะได้ไหมครับ ตอนนี้ผมยังไม่ได้ยื่นใบลาออกให้หัวหน้าผมเลย” อันที่จริงยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าหัวหน้าจะให้ออกไหมแต่ผมมีเวลาเตรียมตัวอีก 2 เดือนถ้าหัวหน้าไม่ยอมให้ออกทันทีก็คงจะต่อเวลาออกไปได้อีก 1 เดือน ผมฉีกยิ้มโชว์ฟันสวยให้พี่ดงอู “ผมขอตัวก่อนนะครับ”

 

เป็นอย่างที่ผมคิดไว้เลยหัวหน้าไม่ยอมให้ออกและขอให้อยู่ต่อจนกว่าจะสามารถหาคนมาแทนได้ แต่ผมไม่สามารถรอได้นานขนาดนั้น แค่ 1 เดือนเท่านั้นที่ผมจะทำงานอยู่ที่นี่ ผมปรึกษาเรื่องนี้กับฮงซอกแล้วฮงซอกก็ยินยอมให้ผมทำงานต่อได้ ถึงแม้เขาจะเป็นลูกประธานบริษัทก็จริงแต่เขาจะไม่ใช้อำนาจในทางที่ผิด เขาเป็นคนดีมากครับ...

 

 

 

 

Sungkyu part;

“จางดงอูนายทำตัวแปลก ๆ นะ พูดมาว่ามีเรื่องอะไร แล้วก็ห้ามบอกว่าไม่มีด้วย เพราะคุณนั่งมองผมเหมือนจะพูดอะไรมาหลายครั้งแล้วแต่คุณก็ดูเหมือนจะเปลี่ยนใจไม่พูดมันออกมา” ก็เล่นเอาแต่มองอยู่ตลอดจะไม่ให้ผมรู้ตัวได้ยังไง จางดงอูเป็นคนที่เก็บความลับอะไรไม่ค่อยเก่ง งานที่ผมแอบทำลับ ๆ จางดงอูยังไม่รู้เลยเพราะผมกลัวว่าแผนที่ผมสร้างมาทั้งหมดจะพังเพราะคนโกหกไม่เป็นอย่างจางดงอูเนี่ยแหละ

 

“พูดดักทางไว้ด้วยอ่ะ ถ้าผมพูดออกไปหัวหน้าต้องห้ามอารมณ์เสียนะ” ดงอูเดินมาใกล้ผมมากขึ้น ผมก็พยักหน้ารับเพราะก็อยากรู้ว่ามีเรื่องอะไร

 

“พูดมาเถอะ...”

 

“คุณอูฮยอนจะลาออกไปเรียนต่างประเทศครับ หัวหน้ารู้เรื่องนี้ยัง?” แน่นอนว่าผมยังไม่รู้แต่สิ่งที่ได้ยินก็ไม่ได้ผิดไปจากสิ่งที่ผมคิดเท่าไรแต่ไม่คิดว่าจะไปเรียนต่างประเทศ

 

“ไปเรียนต่างประเทศด้วยเหรอ ก็ดีหนิเพิ่มความสามารถให้กับตัวเอง” ที่ผมพูดออกไปแบบนั้นใช่ว่าไม่รู้สึกอะไรแต่ผมคิดอะไรไม่ออกเลยมากกว่า สมองเหมือนหยุดทำงานไปชั่วขณะ

 

“หัวหน้าเลิกกับคุณอูฮยอนแล้วเหรอ ทำไมถึงไม่รู้เรื่องนี้หล่ะครับ เรื่องนี้ค่อนข้างเรื่องใหญ่เลยนะ”

 

“เราห่าง ๆ กันได้สักพักแล้ว” ตอนนี้ในหัวก็ยังว่างเปล่า มันไม่สามารถคิดอะไรได้เลยนอกจากยินดีกับสิ่งที่อูฮยอนเลือก

 

“หัวหน้าจะปล่อยคุณอูฮยอนไปแบบนี้ไม่ได้นะ จะเอาแต่บ้างานและคิดว่างานคือทุกอย่างแบบนี้ไม่ได้นะครับ หัวหน้าต้องทำอะไรสักอย่างสิ อย่างน้อยก็น่าจะทำให้ความสัมพันธุ์มันชัดเจนกว่านี้หน่อยว่ายังคบกันอยู่หรือเลิกกันไปแล้ว อ่าหัวหน้าเนี่ยเป็นแฟนที่ไม่ได้เรื่องเลยอ่ะ”

 

“เพราะฉันมันเป็นแฟนที่ไม่เอาไหนไง” สิ่งที่ดงอูพูดมาทั้งหมดเป็นเรื่องจริงผมมันเป็นแฟนที่ไม่ได้เรื่อง เป็นแฟนที่ไม่เอาไหน

 

“อ่า... พี่นี่มันน่าเบื่อจริงๆ ถ้าผมเป็นคุณอูฮยอนผมจะทิ้งพี่ไปมีคนอื่นเลย ไม่เอาไหนจริง ๆ” ยิ่งพูดก็ยิ่งแทงใจดำ ผมรู้ตัวหรอกน่าว่ามันแย่แค่ไหนหยุดตอกย้ำกันสักที เพราะแบบนี้ไงอูฮยอนถึงมีคนอื่น มันก็เป็นอย่างที่นายพูดทุกอย่างนั้นแหละ

 

“ฉันกลับก่อนแล้วกัน นายก็ควรกลับได้แล้ว” ผมเก็บเอกสารทั้งหมดที่กองอยู่โต๊ะใส่กระเป๋า แต่ตอนนี้ผมยังอยู่ที่หน้าตึก ถ้าถามว่ายืนรออะไร

 

รอคนที่นอกใจผมไง...

 

อูฮยอนเดินคุยมากับซองยอลอย่างออกอรรถรสเพราะเพื่อนรักอย่างซองยอลเป็นคนที่รู้เรื่องว่าอูฮยอนจะลาออกเป็นคนสุดท้าย ซองยอลตีอูฮยอนมาตลอดทั้งทาง

 

“นายมันบ้าไปแล้ว ลาออกแต่ไม่ยอมบอกกันเลยสักคำ ฉันไม่สำคัญกับนายแล้วใช่ไหม” เสียงของซองยอลลอยดังมาแต่ไกลทำให้คนที่ยืนรออยู่ได้ยินมันชัดเจน

 

#%$^&**()(*&^%$” แต่เสียงของอูฮยอนกลับเบาบาง

 

“สรุปนายเลิกกับพี่ซองกยูแล้วไปคบกับเด็กที่ชื่อฮงซอกจริงใช่ไหม” ขนาดซองยอลเพื่อนสนิทยังไม่รู้เลยว่าเราสองคนมีปัญหากัน อูฮยอนคิดอะไรของเขา ครั้งนี้ผมก็ยังไม่ได้ยินคำตอบของอูฮยอนเช่นเดิม ทั้งสองแยกกันแล้วและอูฮยอนกำลังเดินมา

 

“จะไปทั้งที่ไม่ยอมบอกลากันเลยใช่ไหม?”

 

“คุณซองกยู...”

 

“คุณซองกยูเหรอ หึหึ ฉันกลายเป็นคนอื่นสำหรับนายแล้วสินะ” คำพูดที่เตรียมมาอย่างดีนั้นได้หายไปจากสมองและความทรงจำทั้งหมดเพียงเพราะการปฏิบัติของอูฮยอนต่อเขา ผมคงหมดความสำคัญและกลายเป็นคนอื่นในสายตาของอูฮยอนไปแล้ว ทั้งที่ยืนอยู่กับผมแต่อูฮยอนกับยุ่งแต่กับโทรศัพท์

 

“มีอะไรเหรอครับ” ห่างเหิน...

 

“นายจะลา...” ผมเริ่มถามคำถามที่ผมเตรียมมากับเขาแต่ยังไม่ทันจบประโยคอูฮยอนก็ยิ้มออกมาแล้วโบกมือไปมาให้กับคนอื่น... หัวใจของผมมันแตกสลายไม่เหลือชิ้นดีแล้ว อูฮยอนกำลังส่งยิ้มที่เคยมอบให้แค่ผมคนเดียวกับคนอื่น อูฮยอนกำลังให้ความสนใจคนอื่นมากกว่าผม

 

ตอนนี้ผมเป็นใครสำหรับเขากันแน่ ผมได้แต่เฝ้าถามคำถามเหล่านี้กับตัวเอง

แต่มันก็ได้คำตอบเหมือนเดิมทุกครั้งว่า... ผมมันก็แค่คนที่นัมอูฮยอนเคยรักเท่านั้น

 

 

“ซ้ง... เขาอยู่นี่...” ร่างบางเรียกชายที่สูงกว่าเขาเล็กน้อยที่เดินหน้าหล่อมาแต่ไกล ไม่ใช่แค่เรียกแต่ร่างบางวิ่งไปกอดเขาคนนั้นต่อหน้าผม...

 

ต่อหน้าต่อตา

 

แค่เห็นแผ่นหลังคนรักกอดออยู่กับคนอื่นที่ไม่ใช่ตัวเองมันเจ็บไปถึงขั้วหัวใจ เจ็บจนไม่มีแรงที่จะหายใจต่อ

 

ต่อหน้าฉันเธอทำอย่างนั้นได้อย่างไร...

 

 

 

 

----------------------------------

กลับมาแล้วหลังจากหายไปนาน อิอิ

อ่านแล้วรู้สึกยังไงบ้างค่ะ สดใส (?) มากเลยเนอะลูกเรา

อย่าด่าเรา.......... เรารักลูกและอยากให้ลูกมีใครหลาย ๆ คน (ห๊ะ)

ตอนนี้แค่จะสื่อออกมาประมาณว่าการรักใครสักคนเป็นเรื่องดีค่ะ

แต่เราไม่ใช่ของตายของใครที่คิดว่ามีตัวตนเมื่อไรก็สามารถกลับมาหาได้เสมอ

ดังนั้นคนที่รักเป็นคือคนที่เผื่อใจและรักตัวเองให้มาก ๆ การให้โอกาสคนอื่นและตัวเอง

มันไม่ได้ผิดแต่ผิดต้องที่ลูกเรามันไม่ยอมเลิกกับคุณซองกยูแล้วไปนอนกับฮงซอกเนี่ยแหละ

อันที่จริงฮงซอกไม่ใช่ชู้รักของอูฮยอนแต่เป็นชู้เด็กเราเอง 555555

คืออินมาก 555 ทำไมต้องเขียนออกมาให้ลูกเป็นคนแบบนี้

ดาวสวย ดาวไม่แคร์ ดาวเลือกได้...

 


ฮงซอก ลูกเศรษฐีอนาคตไกล อ่อนโยนเเละเเสนดี



อิมชางกยุน หนุ่มพูดน้อยเเต่ต่อยหนัก เด็กที่อ่อนกว่าอูฮยอนถึง 5 ปี 

(ยังไม่รู้จะมาตอนไหนเเต่สปอยไว้ก่อน)


 

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

15 ความคิดเห็น

  1. #14 Loveกยูอู (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 24 เมษายน 2560 / 08:27
    สมน้ำหน้าพี่กยูได้มั้ยเนี้ยแต่ก็อดสงสารไม่ได้อยู่ดีนั่นล่ะ อูฮยอนก็น่าตีจริงๆน่าจะคุยๆกับคนอื่นๆอย่างเดียวไม่น่าไปมีอะไรด้วยเลยง่ะ พี่กยูทำให้น้องรู้สิว่าพี่รักน้องมากแค่ไหนก่อนที่ทุกๆอย่างมันจะสายไปมากกว่านี้
    #14
    0
  2. #9 RabbitJJong (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 16 ธันวาคม 2559 / 11:03
    จะสมน้ำหน้าพี่มันก้อยากนะ
    แต่สงสารก็สงสาร
    พี่มันไม่ได้ขยันทำงานเพื่ออนาคตหรอกหรอ
    แต่การไม่คุยกันมันเป็นจุดเริ่มต้นอะไรแบบนี้จริงๆอะแหละ
    #9
    0
  3. #8 Fuse23 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 16 ธันวาคม 2559 / 09:37
    อูฮยอนนนนน ทำร้ายพี่กยูมากอ่ะ อ่านไปหน่วงไปจะร้องให้เลยค่ะ สงสารพี่กยูมาก ยิ่งตอนที่รู้ว่าอูฮยอนได้กับฮงซองเราแบบ ฮรื่อ น้ำตาไหลเลย สงสารพี่กยูแรง มาต่อไวๆนะคะ
    #8
    0