[INFINITE][GYUWOO]REQUEST//เสน่ห์ร้าย ทำลายรัก

ตอนที่ 2 : Request CH2_Changes

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 90
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    15 ธ.ค. 59

CH2 Changes






ดอกกุหลาบสีขาวที่ที่เพียงมองจะให้ความรู้สึกบริสุทธิ์และน่าทนุถนอม เพียงแค่อยู่ในแจกันกับดอกไม้หลากหลายถูกช่อดอกอื่นแย่งความโดดเด่น ดอกกุหลาบสีขาวก็มักจะทำให้ทุกสายตาจับมอง

 

ดอกสีขาวที่ไม่สะดุดตาแต่ควรค่าแก่การครอบครอง ความอ่อนโยนและเรียบง่ายต่างให้เหล่าแมลงมายมายต่างดอมดม

 

คิมซองกยูคือเมลงตัวโปรดของดอกกุหลาบขาวดอกนี้ โปรดให้ดอมดมและหาความสุขจากเกสรของตน

 

ดอกกุหลาบสีขาวที่ไม่เคยแตะต้อง กลีบดอกของมันยังงดงามไม่มีรอยช้ำหมอง

 

จนกระทั่ง...

 

ผมนัมอูฮยอน หรือจะเรียกว่าแฟนผู้จัดการคิมก็ได้ ผมเป็นคนง่าย ๆ ไม่ค่อยเรื่องมาก แต่เรื่องกินเนี่ยยอมไม่ได้นะ อาหารการกินมันสำคัญมากเพราะร่างกายต้องได้รับพลังงาน รวมทั้งสมองที่ใช้งานมาอย่างหนักหน่วงในแต่ละวันก็ควรจะได้รับพลังงานเช่นกันพูดง่าย ๆ เวลากินข้างควรจะมีทั้งของคาวและของหวานนั้นเอง

 

“อ้วนพอได้แล้ว พี่กินไม่ไหวแล้ว” มือเรียวรวบซ้อนหลังจากกินสเต๊กขาแกะจานหรู สายตาก็มองค้อนไปยังคนที่นั่งฝั่งตรงข้ามที่พยายามยัดไอศกรีมใส่ปากอย่างไม่ละความพยายามถึงแม้จะมีเพียงปฏิเสธไปแล้วก็ตาม

 

“ไม่ได้นะครับ พี่ต้องให้พลังงานกับสมองด้วย ผมสั่งผลไม้กับไอศกรีมสตอเบอร์รี่ให้พี่แล้ว ไม่รู้แหละยังไงพี่ก็ต้องกิน อ้าม อ้า อ้าปากสิครับผมเมื่อยแขนแล้วนะ” เจ้าของร่างบางผมผมที่น้ำตาลอ่อน ดวงตากลมแต่เรียวเล็ก จมูกโด่งและแหลมคมบ่งบอกว่าดื้อรั้นเพียงแค่มองใบหน้า เรียวปากที่อวบอิ่มที่ขบเม้นมันเล็กน้อยเนื่องจากคนตรงหน้าขัดใจไม่ยอมอ้าปากรับ

“แต่พี่ไม่ชอบกินของหวานนะอ้วน อย่าบังคับกันสิ ก็ได้ ก็ได้ ยอมแล้วครับ ผมจะกินแล้วครับ” ไอ้อาการเอาแต่ใจของแฟนผมธรรมดาที่ไหน ร่างเล็กจ้องตาเขียวทั้งที่ดวงตาใสไม่ได้มีความน่ากลัวแม้แต่น้อย ทุกการกระทำมันดูน่ารักและเหมือนเด็กเอาแต่ใจมากทั้งที่คนตรงหน้าจะอายุปาเข้าไป 25 แล้วก็ตาม

 

ซองกยูอ้าปากแล้วยอมให้อูฮยอนยัดผลไม้เข้าปากจนเต็มพุงแก้ม เจ้าเด็กคงจะคิดว่าที่ผมยอมคือผมกลัวสินะ บอกเลยว่าห่างไกลมากกับคำว่ากลัวที่ยอมเนี่ยเพราะว่ามันน่ารักมากเลยตั้งหาก คนอย่างคิมซองกยูเป็นหัวหน้าคนเป็น 100 จะมากลัวแฟนได้ไงไม่มีทาง

 

“อร่อยใช่ไหมครับ มันดีต่อร่างกายพี่มากนะ” ร่างบางตักไอศกรีมรสชาเขียวมัจฉะเข้าปากอย่างอารมณ์ดี

 

ผมกับอูฮยอนเราห่างกันแค่ 2 ปี แต่สำหรับผมอูฮยอนนั้นดูเหมือนเด็กทั้งเอาแต่ใจและไม่ค่อยมีเหตุผล พูดอะไรออกไปเนี่ย ผมพูดเล่นครับที่จริงอูฮยอนยังดูเด็กอยู่มากเมื่อเทียบกับผมมากกว่า เขาชอบชวนออกมากินข้าวนอกบ้านและชวนไปเที่ยวในวันหยุดแต่ด้วยภาระหน้าที่ที่มากกว่าอายุทำให้พักหลังมานี้ไม่ค่อยได้มีเวลาอยู่ด้วยกัน

 

 

 

Woohyun part;

 

“พี่ซองกยูวันนี้เลิกงานกี่โมงเหรอ” ผมเดินไปหาพี่ซองกยูที่โต๊ะ เอกสารกองสูงแทบท่วมหัว หน้าจอคอมพิวเตอร์ 2 เครื่องถูกเปิดใช้งามพร้อมกัน รวมทั้งโน้ตบุ๊คที่วางอยู่ด้านขวาของโต๊ะ ผมพอรู้คำตอบว่าพี่เขาไม่ได้ว่างเพียงแค่เห็นสภาพโต๊ะทำงาน

 

“ทำไม จะชวนไปไหนรึป่าว พี่ยังทำงานไม่เสร็จเลยอูฮยอนอ่า” พี่ซองกยูละสายตาจากคอมเครื่องที่อยู่ซ้ายสุดของริมโต๊ะ แล้วมองมายังผม ผมรู้ ผมรู้ดีว่าพี่เขาไม่ได้มีเวลามากมายเหมือนคนอื่น รู้ว่าพี่เขาทุ่มเทกับงานมากแค่ไหน แต่มันไม่มากไปหน่อยเหรองานมันสำคัญกับพี่เขามากกว่าผมมากเลยสินะ ผมไม่ใช่คนงี่เง่าและเข้าใจว่าทุกคนต้องทำงาน แต่อย่างน้อยควรมีเวลาส่วนตัวบ้างไม่ใช่รึไงอย่างเช่นในเวลาเลิกงานเหมือนในตอนนี้  

 

“แค่ถามเฉย ๆ งั้นผมลาก่อนแล้วกัน ถ้ากลับถึงห้องแล้วส่งข้อความหาด้วยนะ ผมรออยู่นะห้ามลืมเด็ดขาด ได้ยินใช่ไหมรับปากด้วยสิ” พี่เขาพยักหน้าให้ผมสองทีแล้วเดินมาหาผม แววตาของเขามันมีความรู้สึกผิดอยู่ก็จริง แต่ผมกับรู้สึกว่าพี่ซองกยูนั้นเริ่มเปลี่ยนไปตั้งแต่อาทิตย์ที่แล้ว แขนยาวโอบกอดผมจากด้านหลังอย่างอ่อนโยน

“กลับบ้านดี ๆ นะ พอถึงบ้านก็อาบน้ำนอนเลยนะ ห้ามแอบไปคุยกับใครหลับหลังพี่เด็ดขาด ได้ยินไหมอ้วน” มือของเขาหยิบแก้มผมอย่างเอาแต่ใจ ไม่ไปส่งแถมยังบอกให้กลับบ้านดี ๆ ดีบ้าบอนะสิวันนี้วันเกิดผมแต่พี่ก็ลืมมัน น่าผิดหวังจริง ๆ

วันเกิดแรกหลังจากที่เราคบกันพี่เขายังไม่รู้เลยแล้วในอนาคตผมต้องมายอมรับจุดนี้ใช่ไหมว่าวันสำคัญของผมไม่จำเป็นต้องเป็นวันสำคัญของเรา แต่ผมจะไม่ปล่อยวันนี้ให้เงียบเหงาต่างไปจากทุกปีหรอกนะ

 

 

“ฮงซอกวันนี้ว่างไหม...” ผมโทรหาใครคนหนึ่ง คนที่เข้ามีเวลาให้ผมอยู่เสมอ

 

 

 

 

 

สิ่งที่เกิดขึ้นมีช่วงที่ยากและเหนื่อยล้า ความรักยังเป็นเรื่องลำบากสำหรับเราสองคน ผมยังหลอกตัวเองเสมอว่าแฟนของผมนั้นเป็นคนบ้างานและมีโลกส่วนตัวสูง และผมยังเชื่อว่าพี่เขายังรักผมอยู่ ผมจะเชื่ออย่างนั้น

 

 “ตอนนี้พี่อยู่ไหนเหรอฮ่ะ ผมไปหาได้ไหม” อูฮยอนโทรหาซองกยูทั้งที่รู้ว่าวันนี้เขาอยู่บ้าน ร่างเล็กกระดิกขาไปมาอย่างมีความสุขอยู่บนเตียง การตื่นเช้าแล้วได้ยินเสียงคนรักเพียงแค่นี้คนน่ารักก็มีความสุข ผมตัดสินแล้วว่าจะไม่คิดมาก พี่เขาแค่ยุ่ง งานเยอะ ไม่มีเวลา วันนี้วันหยุดพี่เขาต้องว่างและมีเวลาให้ผม วันนี้ผมดูที่เที่ยวไว้ด้วยแหละไม่อยากจะอวดว่าจะไปทะเล

 

 

 

 

 

Sungkyu part;

 

“อยู่บ้านเนี่ยแหละ ทำไม? มีธุระอะไรรึป่าว? พี่ยุ่งอยู่นะอูฮยอนยังไม่ว่างคุย ไว้พี่ทำงานเสร็จแล้วจะโทรหานะอ้วน” ผมวางสายจากอูฮยอนแล้วรีบจัดการกับเอกสารมากมายที่กระจัดกระจายอยู่ทั่วพื้นห้อง ในขณะที่คนอื่นอาจจะเพิ่งตื่นนอนแต่สำหรับซองกยูนั้นยังไม่ได้หลับตานอนในวันหยุดของเขา งานประจำก็กินเวลาไปเกือบทั้งวันแล้วแต่ตอนนี้ซองกยูกำลังทำการใหญ่อยู่ลับ ๆ

 

“เอกสารการเบิกค่าซื้อสารเคมีฉบับนั้นอยู่ไหน ฉันว่าวางมันไว้กองนี้ไม่ใช่เหรอ” ผมประสาทเสียมากกับการจัดการเอกสารทรุจริตเหล่านี้ พวกมีอำนาจและมีอิทธิพลในบริษัทจับกลุ่มเล็กใหญ่โกงกันเป็นว่าเล่น พ่อผมเชื่อใจสามีของน้องสาวจึงได้มอบหมายให้เป็นผู้ดูแลธุรกิจผลิตชิ้นส่วนสำหรับอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ตั้งแต่ผมเข้ามาทำงานที่บริษัทแห่งนี้ถึงได้รู้ว่าระบบภายในนั้นน้ำเละมากแค่ไหน ผมยอมเรื่องแบบนี้ไม่ได้หรอกนะถึงพ่อผมจะยอมให้เกิดเรื่องแบบนี้มาก 5 ปีแล้ว แต่ผมจะไล่ทุกคนที่เกี่ยวข้องออกให้หมดในเวลาที่เหมาะสม

 

อูฮยอนรอพี่ก่อนนะพี่จัดการเรื่องพวกนี้ได้แล้วพี่จะโทรหานายและชดเชยเวลาที่ละเลยมา

 

ซองกยูรู้ว่าตอนนี้ละเลยหน้าที่แฟนแค่ไหน

จนลืมไปว่านัมอูฮยอนนั้นคือดอกกุหลาบสีขาว

ดอกไม้ที่ทุกคนอยากเด็ดออกมาจากต้นที่ถูกเจ้าของละเลย

 

รอพี่อีกนิดนะ อูฮยอน...

 

แล้วถ้าเป็นคุณ คุณจะสามารถรอเขาคนนั้นได้รึเปล่า คนที่หายเงียบไปเกิน 1 เดือน

แบบ ซองกยู...

 

 

 

Woohyun part;

 

ผมคิดมาตลอดระยะเวลาที่เราห่างกันว่าการที่ไม่มีพี่เขาผมสามารถใช้ชีวิตอย่างปกติได้ไหม คำตอบที่ได้ก็คือ ได้ เพราะตอนนี้มันช่างน่าอึดอัดกับความสัมพันธ์ที่เป็นแฟนแต่ความจริงเหมือนไม่มีใครแบบนี้ ระหว่างผมกับพี่ซองกยูมันคงไม่มีทางให้เราร่วมเดินไปด้วยกันอีกแล้ว

 

ถึงแม้จะไม่เปลี่ยนเบอร์

ก็ยังไม่โทรหา

ถึงแม้จะไม่ได้ปิดเครื่อง

ก็ยังไม่โทรหา

ถึงแม้จะไม่ได้คุยกับมาเป็นเดือน

ก็ยังไม่โทรหา

ผมควรรอมันต่อไป?

 

ผมสามารถสรุปมันได้ไหมว่าเรื่องระหว่างเราได้จบลงไปเรียบร้อยแล้ว แต่ที่ผ่านมาใช่ว่าผมจะไม่พยายามที่จะเข้าหา ผมโทรหาแทบทุกวันแต่สิ่งที่ได้ยินกลับมาเพียงแค่

 

อูฮยอนพี่ทำงาน แล้วจะโทรกลับนะ

 

แต่ผมก็ไม่เคยได้รับสายจากเข้าเม้แต่ครั้งเดียวจนผมล้มเลิกการติดต่อเข้าไปอีกเลย  ตอนนี้ในหัวผมมักจะคิดเรื่องการให้โอกาสคนที่รักผมและต้องการจะดูแลผมมากขึ้นมันคงไม่ผิดใช่ไหมที่ผมจะเปิดใจและให้โอกาสกับคนอื่น

 

ความรักที่แสนบริสุทธ์ดังดอกกุหลาบสีขาว จบลงไปพร้อมกับการละเลยของเจ้าของของมัน

ความเชื่อและความหวังได้หมดลงแล้ว...

 

อย่างที่รู้กันว่าใบหน้าที่สวยและน่ารักเหมือนผู้หญิงของนัมอูฮยอนนั้นเป็นที่หมายตาของคนมากมาย แต่ก็มีเพียงแค่ 2 คนที่สามารถเข้าถึงและได้พูดคุยกับหนุ่มดอกไม้งามของบริษัทแห่งนี้

 

“ขอโทษนะมยองซู เราไม่ได้มีความรู้สึกพิเศษอะไรกับนายนอกจากคำว่าเพื่อน” มยองซูสารภาพรักกับผมและขอคบอย่างเปิดเผย สิ่งเหล่านั้นผมไม่สามารถให้กับเขาได้เพราะผมยังไม่ได้เลิกกับพี่ซองกยูอย่างชัดเจน

 

“ทำไมหล่ะอูฮยอน เราสู้ฮงซอกไม่ได้ต้องไหนก็เห็น ๆ กันอยู่ว่าเราหล่อกว่า นิสัยก็ดีกว่าทำไมถึงปฏิเสธเราด้วย” คิมมยองซู ลูกน้องในแผนกของคิมซองกยู ผู้ชายที่มีใบหน้าหล่อเหล่าดังรูปปั้นในเทพนิยาย มีบุคลิกนิ่งเงียบแต่เมื่อได้รู้จักจริง ๆ เขานั้นร่าเริงและพูดมากสวนทางกับบุคลิก แม้มองแล้วจะสบายตาแต่ใบหน้าหล่อกลับไม่เคยทำให้หัวใจเต้นแรงได้เลยสักครั้ง

 

“ไม่ใช่เพราะฮงซอก อย่างดึงฮงซอกมาเกี่ยวด้วยจะได้ไหม” ผมเองก็คุยกับฮงซอกด้วย แต่มยองซูไม่รู้ว่าที่จริงแล้วผมเคย (?) คบกับหัวหน้าเขา ผมรู้จักจางฮงซอกจากจากเพื่อนแผนกอื่นแนะนำมา พอร็อีกทีจางฮงซอกไม่ใช่แค่เด็กที่มีอายุอ่อนกว่าผม 3 ปี แต่กลับเป็นลูกชายเจ้าของบริษัท

 

“แล้วทำไมถึงคบกับเราอย่างเปิดเผยไม่ได้ เราไม่อยากแอบคุย แอบไปไหนกับอูฮยอนแล้วนะ ทำไมถึงเปิดเผยเรื่องระหว่างเราไม่ได้” ผมควรจะตอบมยองซูไปว่ายังไง ถ้าผมบอกความจริงไปว่าผมยังรักใครคนหนึ่งอยู่มันจะโหดร้ายเกินไปสำหรับมยองซูไหม

 

 

เพียงเพราะคนเหล่านั้นไม่ใช่... คิมซองกยู

 

รวมถึง อีโฮวอน... เพื่อนที่คิดไม่ซื่อ

 

“อูฮยอนอ่า... ฉันมีอะไรจะสารภาพ” วันนี้โฮวอนชวนผมมากินข้าวทำให้ผมได้รู้ว่าคิมซองกยูยื่นซองขวาให้กับโฮวอน ผมได้แต่บอกโฮวอนว่า... อย่ายอมแพ้และให้หน้าด้านอยู่ต่อไปเถอะ นายควรปรับปรุงตัวเองและพัฒนาตัวเองก่อนจะยอมแพ้ แต่เหมือนว่าโฮวอนยังมีเรื่องจะพูดต่อจนผมได้ยินคำว่าจะสารภาพเท่านั้น ผมต้องรีบพูดตัดบทออกไปทันที

 

“ไปทำอะไรผิดมา ไม่เอาไม่อยากฟังไว้วันหลังแล้วกัน อาหารเย็นหมดแล้วรีบกินรีบกลับกันดีกว่า” แม้ไม่รู้ว่าอีกคนจะพูดอะไร ร่างเล็กก็ไม่ต้องการได้ยินคำสารภาพพวกนั้น ผมไม่ได้หลงตัวเองแต่ผมสังเกตุโฮวอนมาพักใหญ่แล้วว่าเข้าไม่ได้คิดกับผมแค่เพื่อน อูฮยอนจัดการกับอาหารที่อยู่หน้าพลางมองให้โฮวอนกินของตัวเองด้วย  

 

 

 

 

คนฉลาดอย่างอูฮยอนทำไมจะไม่รู้ว่าโฮวอนคิดยังไงกับตัวเอง เขารับรู้ความรู้สึกของทุกคนที่มีต่อเขา

 

ยกเว้น... คิมซองกยู

แม้รักแค่ไหนแสดงออกมามากเท่าไร

ก็ไม่เพียงพอให้อูฮยอนรับรู้มัน

 

 

 

ขณะที่กินข้าวอยู่โรงอาหารของบริษัท สายตาของอูฮยอนหยุดอยู่ที่ชายร่างสูงที่มีใบหน้ายุ่งเยิง หน้ากลมหันหน้าหนีทันทีก่อนที่ร่างสูงจะเห็นว่าตน อูฮยอนไม่ต้องการจะเห็นหน้าชายตาขีดคนนนั้นอีก ร่างเล็กคิดได้เพียงต้องหนีจากที่นี่เท่านั้น

 

“ฉันอิ่มแล้ว ฝากเก็บจานด้วยนะซองยอล” อูฮยอนเก็บข้าวของลงกระเป๋าของตัวเอง แต่ในจังหวะที่กำลังยืนขึ้นซองกยูก็หันมาทางที่ร่างเล็กพอดี

 

“อะไรว่ะ กินเองก็เก็บเองดิ นายก็ลุกไปแล้วก็เอาจานไปด้วยสิ ย๊าห์....” ซองยอลที่พยายามยัดจานขาวใส่มือของอูฮยอนร้องตามเมื่อเพื่อนรัก

 

“ฝากด้วยวันนี้คงลาครึ่งวันนะ” แล้วร่างเล็กก็เดินจากไป

 

 “ไอ้เด็กคนนี้นับวันยิ่งเอาแต่ใจ แม่ไม่เคยตามใจรึไงตอนเด็ก โตมาถึงเป็นคนเอาแต่ใจแบบนี้ เฮ้อคนหล่อเซ็ง แม่งมีเพื่อนหรือมีลูกว่ะเนี่ย” ซองยอลบ่นคนเดียวทั้งที่มือก็ลากจานข้าวของอูฮยอนมาวางไว้ข้างตัวเอง ร่างสูงหันหน้าไปหาโฮวอนก่อนจะส่ายหัวไปมา

 

“อูฮยอน!!! เสียงเรียกที่สร้างความสนใจให้คนทั้งโรงอาหารหันมามองเจ้าตัว ร่างบางหยุดชะงักไปเล็กน้อยก่อนจะเดินต่อไปอย่างไม่สนใจ แม้จะได้ยินเสียงเรียกก็พอรู้ว่าใครเป็นคนเรียก เสียงเรียกยังดังอยู่ต่อเนื่องแต่เจ้าของชื่อก็ไม่สนใจเหมือนกับเสียงของเขาเป็นเสียงนกเสียงกา

“อูฮยอน...”

“นัมอูฮยอน...”

“อ้วน...”

 

 

ฉันทำอะไรไม่ได้สักอย่าง เพราะทุก ๆ อย่างในชีวิตฉันคือเธอ

แค่ขยับเพียงนิดเดียว เธอก็ทำให้ฉันเจ็บ

ฉันต้องลบเธอทีละนิด ใช่ ฉันต้องลืมเธอออกจากหัวใจ

ไม่ว่าฉันกัดฟันพยายามจะลืมมันเท่าไร แต่แค่เริ่มต้นจะลืมยังทำไม่ได้

ต่อให้หลับตา ต่อให้ปิดหู แต่ฉันก็เห็นแค่ภาพเธอ

แต่ฉันก็ยังได้ยินเสียงเธอ...

 


“นัมอูฮยอน นัมอูฮยอน หยุดก่อน เดินหนีพี่ทำไม อูฮยอน นัมอูฮยอน...” ซองกยูก็ยังคงไม่รู้ตัวว่าทำไมนัมอูฮยอนถึงเปลี่ยนไปเเบบไม่ทันได้ตั้งตัว... รู้ตัวอีกทีก็กำลังวิ่งตามหลังอยู่งงงวย


"เป็นอะไร!!! อย่าทำตัวงี่เง่าเเบบนี้ได้ไหม ไม่ใช่เด็กเเล้วนะ มีเหตุผลหน่อย!!!" ซองกยูตะโกนออกไปด้วยความโมโห ท่าทีเอาเเต่ใจเเบบนี้เป็นอะไรที่ผมอยากจะแก้ให้หาย มันทำให้ผมหงุดหงิดเเละหัวเสียมากกว่าที่เขาเถียงผมอีก คนอะไรเอาเเต่ใจเป็นที่ 1

"..." ไม่มีเสียงตอบรับจากหมายเลขที่ท่านเรียก... 

"หยุด ไม่ได้ยินรึไงพี่ฟังให้หยุด" ซองกยูตะโกนเสียงดังออกไปสั่งร่างบางที่เดินไม่มีทีท่าจะหยุดอีกครั้ง เเละได้ผลร่างบางหยุดเเล้วหันหน้ามาสบตาด้วย

"คุณนั้นเเหละหยุด เเล้วไปซะ ผมไม่อยากเห็นหน้า" อูฮยอนตอบเสียงเรียบ น้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความเย็นชา ไร้ความรู้สึก เเละไม่หลงเหลือความน่ารักของเจ้าของเเก้มกลมเเต่เต็มไปด้วยดวงตาที่นิ่งสงบ

"อะไรนะ คุณ?" ซองกยูทวนคำว่าคุณอย่างตกใจ ตั้งเเต่รู้จักกันมาอูฮยอนไม่เคยเรียกว่าคุณสักครั้งเเล้วทำไมวันนี้ทำตัวเเปลก ๆ เหมือนโกรธอะไรมา 10 ชาติ




 

 

 

 

//////////////////////////////

 เรื่องนี้ดราม่าค่อนข้างหนักรับ 3 ตอนเเรกไปเบา ๆ ก่อนเเล้วกันเนอะ

เราแอบมาปรับเปลี่ยนเนื้อหาบางช่วงด้วย เพราะอันเก่าจะทำให้เล่าตอนต่อไปค่อนข้างยาก

ฝากติดตามด้วยนะค่ะ

บรั๊ยยยยยยยยยยยยย

 

 

 

 

 

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

15 ความคิดเห็น

  1. #13 Loveกยูอู (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 24 เมษายน 2560 / 08:09
    แล้วมันน่าโกดมั่ยล่ะยะพี่กยู ทำแต่งานไม่สนใจความรู้สึกของอูฮยอนเลยแถมวันเกิดของน้องพี่ก็ยังลืมอีกง่ะ ระวังนะจะโดนคนอื่นแย้งน้องไป
    #13
    0
  2. #7 winy22 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 6 ธันวาคม 2559 / 13:30
    นี่ผู้จัดการคิมไม่รู้จริงหรอว่านัมโกดเรื่องไร
    #7
    0
  3. #6 Fuse23 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 6 ธันวาคม 2559 / 03:20
    ไรท์จ๋าสู้ๆน๊าา เค้ารออยู่ลงให้เค้าอ่านด้วยคนน๊าาา อย่าเก็บไว้อ่านคนเดียวเลยเนอะ555 จุ๊บ รอตอนต่อไปนะคะ >3<
    #6
    0
  4. #5 RabbitJJong (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 5 ธันวาคม 2559 / 23:56
    ถ้าเราอยากแต่งก็แต่งไปเถอะค่ะ อย่ากังวลกับเรื่องอะไรก็แล้วแต่
    ฟิคเราจะสนุกได้เพราะตัวเราเอง สู้ๆนะคะ
    เรารออ่านอยู่นะ^^
    #5
    0
  5. #4 Hakao (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 5 ธันวาคม 2559 / 23:09
    ทำไมผู้จัดการคิมทำอย่างนี้ รอตอนต่อไปค่ะ^^
    #4
    0