[INFINITE][GYUWOO]REQUEST//เสน่ห์ร้าย ทำลายรัก

ตอนที่ 1 : Request CH1

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 117
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    6 ธ.ค. 59



Request1

 

True love doesn't have a happy ending because true love never ends.




ถึงแม้อากาศข้างนอกจะร้อนระอุเพียงใดก็คงไม่ร้อนไปกว่าใบหน้าของร่างเล็กที่ถูกขอเป็นแฟนแบบไม่คาดคิด เพียงแค่ถามความชัดเจนในความสัมพันธ์แต่สิ่งที่ได้ยินนั้นทำให้ผู้ได้ยินเกินอาการเขินจัด

“เป็นแฟนกันนะ”

“พี่พูดจริงหรือเล่นอีกหล่ะคราวนี้” ร่างเล็กนั่งอึ้งกับสิ่งที่ได้ยินจนไม่สามารถควบคุมความเขินอายได้

“ก็พูดจริง”

 “พี่พูดอะไรของพี่ อย่ามาพูดเล่นนะผมคิดจริงนะจะบอกให้” ร่างเล็กกลบเกลื่อนด้วยการตีแขนของผู้เป็นพี่

“หัวเร็วดีนี่ ฮ่า ฮ่าฮ่า” ถ้าคิดว่าพูดเล่นก็จงคิดต่อไปว่าไม่ใช่เรื่องจริงแล้วกัน ซองกยูส่งยิ้มให้อูฮยอนแล้วขยี้หัวไปมาจนผมที่จัดทรงมาอย่างดียุ่ง

“พูดเล่นจริงเหรอครับ” เอ่ยถามด้วยความน้อยใจ พี่ไม่เคยคิดจะรักผมแบบคนรักเลยสินะ ตอนนี้คงถึงเวลาที่นัมอูฮยอนคนนี้จะปล่อยให้คิมซองกยู “ตามนั้น” อูฮยอนคงจะพอแค่นี้

“ทำไมต้องทำหน้าโกรธขนาดนั้นหล่ะ” ทั้งที่จริงก็พูดจริง ๆ นั้นแหละ แต่พออูฮยอนถามซ้ำอีกฝ่ายก็เพียงเออออตามน้ำเพราะไม่อยากพูดมาก

“ขับรถต่อเถอะครับผมง่วง ถึงแล้วปลุกด้วย!!!” ไม่ทันพูดจบเสียงหวานก็เบาลงจนเงียบไป ถึงแม้ตอนนี้ซองกยูจะแสดงสีหน้ารู้สึกผิดแค่ไหนก็ไม่สามารถรับรู้ได้แล้ว การที่คุณพูดว่าพูดเล่นมันก็ชัดเจนแล้วว่าคุณเห็นผมเป็นแค่ ของเล่น

 

 

ณ ร้านกาแฟซองจง

หลายวันแล้วที่เดอะแก็งค์ไม่ได้รวมตัวกัน มือเล็กยกแก้วเหล้าถี่จนทุกคนแปลกใจ ซองยอลเองก็ไม่ยอมแพ้พยายามยกตามให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะตามอูฮยอนดื่มได้

“ย๊า!!! ยกถี่อะไรขนาดนั้นว่ะเหล้าจะหมดแล้วเนี่ยขี้เกียจเดินไปซื้อใหม่ ค่อย ๆ จิบสิว่ะ  แถมนี่ยกตามจนไม่มีแรงยกแล้วเนี่ย ฉันเมาแล้วนะเว้ย...” ซอลยอลยกจับแขนเรียวที่ยกแก้วไม่มีทีท่าหยุด

“พวกพี่อย่ามาเสียงดังที่ร้านผมสิ เพื่อนบ้านเขารำคาญกันหมดแล้ว พูดกันเสียงเบา ๆ ไม่เป็นรึไง?”

“ก็ไอ้อูฮยอนนะสิ นายดูมันดิ... กินเหล้ายังกับน้ำเปล่าทำตัวแบบนี้ผู้ชายเค้าถึงคิดว่าเป็นของเล่น”

“แม่ง... มึงหุบปากไปเลย กูไม่ได้เป็นของเล่นใคร กูจะอ่อยให้คนรักคนหลงกูกันทั่วบ้านทั่วเมืองแล้วเลยคอยดู คิมซฮงกยูเป็นใคร กล้ามาเล่นกับความรู้สึกคนอื่นแบบนี้ ฉัน ฉันนัมอูฮยอนคนที่ใคร ๆ ก็ต้องการเว้ย คอยดู!!! คอยดูก็แล้วกัน” อูฮยอนยกเหล้าขึ้นมาดื่นรวดเดียวจนหมดแล้วร่างเล็กในสภาพเมาก็ลุกขึ้นพูดพร้อมชี้หน้าเพื่อนรักอย่างโมโหทั้งที่ดวงตานั้นแทบจะปิด

“อย่ามาทำเป็นเก่งไอ้ลูกหมา ตื่นเลยนะมึง เมาแค่ไหนก็ต้องกลับเองดิว่ะ แม่งชอบเป็นภาระให้เพื่อนตลอด เมื่อไรมันจะมีแฟนเป็นตัวเป็นตนสักทีจะได้เลิกเดือดร้อนเพื่อนอย่างฉันเนี่ย แล้วที่มันบอกว่าพี่ซองกยูเห็นมันเป็นของเล่นเนี่ยต้องเอา 100 หารไหม ท่าทางก็ออกจะรักจะหลงขนาดนั้น บอกเลยอีซองยอลคนนี้มี 100 เล่น 100 คิมซองกยูรักอูฮยอน 100 เปอร์เซนต์” ซองยอลมองเพื่อนรักนั่งไหลตามเกาอี้แล้วก็ส่ายหน้า

“พี่ก็อย่าไปพูดแบบนั้นกับพี่อูฮยอนเขาสิ พี่อูฮยอนทุกข์ใจอยู่พวกเราก็ต้องให้กำลังใจพี่เขาสิครับ พี่พูดว่าพี่เขาเป็นของเล่นแบบนั้นจะยิ่งเสียใจมากกว่าเดิม เดี่ยวผมจะโทรบอกพี่ซองกยูให้มารับพี่อูฮยอนกลับบ้าน ดึกมากแล้วพี่กลับไปก่อนเถอะ”

ซองจงรู้ว่ามันเป็นวิธีการแสดงความรักของซองยอลถึงมันจะดูฮาร์ดคอไปหน่อยแต่ก็ยังไม่เข้าใจว่าคนที่ดูตามใจอูฮยอนทุกเรื่องจะทำให้พี่ชายอกหักเพราะมองเป็นของเล่น

 

 

รถหรูจอดหน้าประตูร้านได้ไม่นานขายาวก็ก้าวลงจากรถ ท่าทางรีบร้อนนั้นดูยังไงก็ไม่น่าใช่คนที่ทำให้พี่ชายของตนอักหักแน่นอน

“ผมฝากดูแลพี่ผมด้วยนะครับ แล้วก็ไปปรับความเข้าใจกันด้วยนะครับ”

“ความเข้าใจ?”

“ก็ใช่นะสิครับ พี่อูฮยอนมาคร่ำครวญบอกว่าพี่เห็นเข้าเป็นของเล่น แถมยังบอกว่าจะอ่อยผู้ชายทั่วบ้านทั่วเมืองด้วย”

“เฮ้อ...  ขอบใจมากนะซองจง”

 

ในวันหยุดเช่นนี้นัมอูฮยอนก็สามารถตื่นได้เท่าที่ใจต้องการ ร่างบางลืมตาขึ้นมือก็คว้าโทรศัพท์ขึ้นมาดูเวลา ตอนนี้ก็เกือบเที่ยงแล้วแต่แปลกจังทำไมแม่ไม่ขึ้นมาปลุกเหมือนทุกวัน

“อะไรกันเนี่ย” เตียงที่ดูไม่คุ้นเคยสร้างความตกใจไม่ว่าจะมองไปทางไหนก็ดูสะอาดตาไปหมด หรือว่าจะโดนฉุดระหว่างทางกลับบ้าน โอ้ยบ้าจริงคิดยังไงก็จำเรื่องเมื่อคืนไม่ได้

 “อย่าเสียงดังได้ไหมพี่จะนอน ถ้าตื่นแล้วก็ล้างหน้าล้างตาแล้วก็กลับบ้านสิ” ซองกยูบอกเสียงเรียบ

“แล้วทำไมผมมานอนที่นี่ ไม่ว่าผมจะมาที่นี่ยังไงพี่ก็ไม่มีสิทธิ์ขึ้นมานอนบนเตียงกับผมแบบนี้นะ ลงไปเลยนะ ออกไปไกล ๆ” มือเล็กผลักร่างหนาออกให้ห่างจากตัว

แต่ทำไมเหมือนคนที่นอนอยู่ข้าง ๆ ไม่ใส่เสื้อผ้า

“อย่าบอกนะจำไม่ได้ กินเหล้ายังไงให้เหล้ามันกินตัวเองนะอ้วน พอมาถึงบ้านก็เกือบตีหนึ่งแล้ว พี่ไม่อยากรบกวนแม่เลยพามาค้างที่นี่ ตื่นแล้วกลับบ้านสิ” ซองกยูดึงผ้าห่มมาปิดหัวหวังจะนอนต่ออีกหน่อย

“ทำไมพี่พูดง่ายแบบนี้ เมื่อคืนพี่ทำอะไรผมรึป่าว บอกมาก่อนไม่งั้นผมไม่กลับ พี่ลวนลามผมรึป่าว ตื่นสิลุกมาคุยกันก่อน”

 

อูฮยอนจิ้มเข้าที่ตัวของซองกยูอีกครั้งก็ยิ่งแน่ใจว่าชายที่อยู่ข้างกายไม่ได้ใส่เสื้อผ้า

“พี่ไม่ได้ทำอะไรนาย นายตั้งหากที่ทำ อย่ากวนได้ไหมบอกว่าจะนอนไง”

“ผม? แล้วทำอะไรไปบ้างอ่ะ ไม่เห็นจำอะไรไม่ได้เลยแค่รู้สึกเหมือนฝันเท่านั้นเอง” ร่างบางพยายมคิดทบทวนเรื่องราวที่เกิดขึ้นเมื่อคืน

“แล้วฝันว่ายังไง?”

“ผมด่าพี่ ตบหน้าพี่ จูบ แล้วก็... อ๊ากกกก อย่าบอกนะว่าเรื่องที่ฝันทั้งหมด...”

“เรื่องทั้งหมดไม่ใช่ความฝัน นายปล้ำพี่”

“ก็บอกว่าไม่ได้ทำไง อย่ามาใส่ร้ายนะ” อูฮยอนยังคงเถียงตาใส

อูฮยอนไม่เคยมีความคิดว่าจะอยากได้ตัวของซองกยูสักครั้งทำไมจิตใต้สำนึกต้องไปทำเรื่องแบบนั้น

“ดูนี่หน่อยไหม ไม่ได้ใส่ร้ายเลยครับหลักฐานมีอยู่เต็มตัวขนาดนี้ พี่คงไม่บ้าพอที่จะดูดตัวเองให้เป็นรอยช้ำเล่นหรอกนะ แล้วอีกอย่างพี่ยังไม่เคยกับใครเลยนะ อย่ามามองหน้าเหมือนไม่เชื่อแบบนั้น”

คิมซองกยูไม่เคยมีความรัก การใช้ชีวิตที่ผ่านมาหมดไปกับการเรียนและอ่านหนังสือเท่านั้น ถึงแม้มันยากที่จะเชื่อว่าคนที่หล่อมากขนาดนี้โสดจนอายุ 28 ปี แต่มันคือเรื่องจริง

“ผมไม่ได้ทำ” ร่างบางยังเถียงไม่ยอมหยุด

“ไม่ต้องเถียงอะไรทั้งนั้นพี่จะสรุปให้เองต่อไปนี้นายคือแฟนพี่ ไม่สินายคือเมียพี่ เข้าใจไหม?”

“แฟน!!! พูดจาไม่เข้าหู เมียเมออะไร ร่างเล็กรีบลุกออกจากที่นอนแล้วกลับบ้านก่อนที่จะได้เป็นเมียซองกยูอีกรอบ

 

หลายวันต่อมา ที่แผนกของคิมซองกยูก็เกิดเรื่องใหญ่เกิดขึ้นเมื่อน้องเล็กของทีมได้มีการตัดสินใจพลาดจนก่อให้เกิดความเสียหายมหาศาลอย่างที่ไม่เคยมีใครเคยทำมันมาก่อน

“นี่มันอะไรกันทำไมทำงานได้ชุ่ยขนาดนี้ ถ้าจะทำงานไม่มีสติแบบนี้ก็ลาออกไปเลย ผมไม่ต้องการหรอกนะคนที่ไม่มีประสิทธิภาพอย่างคุณอยู่ไปก็ทำให้บริษัทมีแต่เสียหาย” ผู้จัดการโยนเอกสารที่วิศวกรในแผนกของตนทำผิดพลาดใสหน้า

การกระทำครั้งนี้บริษัทเสียหายราว 10 ล้านบาทแต่เงินไม่ได้มากไปกว่าความไว้วางใจของลูกค้าที่เชื่อมั่นทางบริษัทตลอดระยะเวลา 10 ปีที่ผ่านมา

“ผมไม่รอบครอบเองครับผู้จัดการ” อีโฮวอนคุกเข่าและก้มหัวจรดพื้นเพื่อสำนึกผิด

“รู้ไหมว่าบริษัทต้องเสียอะไรไปบ้างกับความไม่รอบคอบของคุณ ความเชื่อมั่น ความไว้ใจ ปริมาณการส่งออก รวมทั้งสินค้าลูกค้าที่ประกอบกับชิ้นส่วนของเรามันเกิดความเสียหาย เงินมูลค่ามากมายขนาดนั้น คุณคิดว่าคุณจะรับผิดชอบยังไง หรือคุณคิดว่าตัวเองเป็นลูกผู้จัดการแผนกอื่นแล้วผมจะเกรงใจ ผมบอกเลยนะไม่ว่าหน้าไหนผมก็ไม่เอาไหวหรอก ไปเขียนใบลาออกซะ!!! คุณนี่มันไม่เอาไหนจริง ๆ ไม่ได้ครึ่งของพ่อเลยสักนิด” คราวมนี้ซองกยูก็ยื่นซองขาวให้แก่อีโฮวอน เพียงแค่ลงชื่อทุกอย่างก็จบลงอย่างง่ายดาย

 


ต่....

 


การเปรียบเทียบความสามารถกับพ่อของโฮวอนนั้นสร้างความเจ็บปวดมากกว่าการโดนยื่นซองขาวด้วยซ้ำ

“อย่ามาเปรียบผมกับพ่อ!!! พ่อก็คือพ่อ ผมก็คือผม” ใช่... ทุกคนเปรียบตัวเขากับพ่อ การที่มีพ่อเป็นคนเก่ง คนเป็นลูกนั้นก็ต้องพยายามให้เก่งเท่ากับหรือมากกว่าผู้เป็นพ่อเท่านั้น

 

แต่โฮวอนไม่สามารถทำสิ่งนี้ได้...

 

คิดว่าตัวเองเป็นผู้จัดการจะพูดยังไงก็ได้สินะ คิมซองกยู แล้วจะได้เห็นดีกัน....

 

ตั้งแต่วันนั้นมาโฮวอนก็โดนซองกยูประชดและบ่นให้แทบทุกวัน ไม่ว่ายังไงซองกยูเองก็จะบีบให้อีโฮวอนทนไม่ได้แล้วยอมลาออกไป

“นายคำนวณ OEE ยังไงทำไมได้ตัวเลขนี้ออกมา มันผิดเอาไปแก้มาใหม่ดู Stop loss ดี ๆ สิว่านายลืมอะไรไปรึป่าว” ซองกยูตีงานกลับอีกครั้งถึงแม้ครั้งนี้จะเป็นครั้งที่ 3 แล้วก็ตาม

OEE (Overall Equipment Effectiveness) คือการวัดประสิทธิผลของเครื่องจักรในอุตสาหกรรม เป็นเครื่องมือที่วิศกรนำมาวิเคราะห์เพื่อลดเวลาการสูญเสีย (Stop loss) และเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของเครื่องจักร

 


เมื่ออูฮยอนเดินเข้ามาที่โต๊ะซองกยูหลังเลิกงาน ซองกยูก็ปรับโหมดทันที

“รอพี่แบปหนึ่งนะขอปิดคอมก่อน ส่วนคุณก็ไปได้แล้ว” จากใบหน้าจริงจังปนไปด้วยความไม่พอใจกับเปลี่ยนไปเป็นส่งยิ้มให้แก่คนที่เข้ามาใหม่ปากแทบฉีก

“ถ้าติดงานผมนั่งรอก่อนก็ได้นะ คุยให้เสร็จก่อนก็ได้” อูฮยอนนั่งลงที่โต๊ะทำงานของผู้ช่วยผู้จัดการจางดงอูแล้วส่งยิ้มให้เพื่อนที่ยืนกุมมืออยู่หน้าโต๊ะของแฟนตัวเอง

“นายกลับไปแก้มาใหม่ ถ้าไม่มั่นใจก็ถามมินซอกหรือมยองซูก่อนที่จะเอางานมาส่งแล้วกัน” เป็นประโยคที่ดูแตกต่างไปก่อนหน้านี้ราวฟ้ากับดิน

“ครับ” โฮวอนหยิบงานที่ล่วงอยู่บนพื้นขึ้น จะว่าล่วงก็ไม่ถูกเพราะมันถูกซองกยูโยนทิ้งหลังจากดูถึงถึง 1 นาที


คนที่มันไม่ใช่ก็คงไม่ใช่สินะ ทำไมอูฮยอนถึงดูเป็นที่รักทั้งที่แทบจะไม่ได้มีการติดต่อประสานงานกันระหว่างแผนกเลย

 



หลังจากเดินออกมาจากบริษัททั้งสองก็เดินจับมือกันโดยคิมซองกยูเป็นฝ่ายมือมือไปขอมือของอูฮยอนรวมถึงการประสานระหว่างนิ้วของทั้งสอง

“ตะยอนวันนี้จะกินอะไรกันดี พี่หิวมากเลย” แล้วหัวของร่างสูงกว่าก็วางลงที่ไหล่เล็ก

“แล้วพี่อยากกินอะไร”

“แต่พี่ถามตะยอนก่อนนะ พี่ไม่อยากคิดแล้วอ่ะ วันนี้สมองโดนใช้งานมาหนักมาก” ซองกยูพยายามจะก้มจูบที่แก้มกลมแต่ก็โดนดันหัวออก อะไรกันจะมาหอมแก้มในที่สาธารณะแบบนี้ได้ไง

“ทำไมพี่ชอบทำตัวเป็นเด็กแบบนี้ อยากจะถ่ายรูปตอนอยู่ที่บริษัทไว้ให้ดูจริง ๆ ที่ทำหน้าหน้าดุแทบจะกินหัวน้องในแผนกนะ” ซองกยูบึนปากใส่อูฮยอนแล้วกระโดนตัว ดึ๋ง ๆ เมื่อโดนคนรักขัดใจ

“พี่ก็น่ารักเฉพาะกับอูฮยอนขอหอมแก้มเติมพลังหน่อยไม่ได้เหรอ” ไม่ค่อยหลงแฟนเลย

“ถึงพี่ไม่อายแต่ผมก็อาย ผมก็อายนะ จะบ้าหรอ!!!” อูฮยอนขึ้นเสียงใส่คนที่พยายามจะยื่นหน้าเข้ามาใกล้

 

คิมซองกยูผู้คิดว่าเมียต้องเป็นใหญ่กว่าใครในแผ่นดิน และเมียคือคนที่ควรเคารพบูชาเช้าเย็น

จงเรียกข้าว่า ....คิมซองกยูผู้กลัวเมีย....

 

 




 

 

Talks:

หลังจากที่หายไปเกือบเดือนวันนี้กลับมาเพราะเรือเราแล่นค่ะ

เรื่องนี้จะปนไปด้วยความน่ารักและความขัดใจนะ

เตือนลีดเดอร์ทุกคนไว้ก่อนว่าเรื่องนี้อาจจะทำให้ขุ่นเคืองใจ

ฝากติดตามด้วยนะค่ะ อาจจะมีคำผิดบ้างบอกเราได้นะ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

15 ความคิดเห็น

  1. #3 RabbitJJong (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 22 พฤศจิกายน 2559 / 00:26
    อูฮยอนน่ารักอะ ดูดื้อ 555
    มีคำผิดบ้างนะคะ
    #3
    0