[INFINITE] [GYUWOO] แอบรับ... Behide you

ตอนที่ 4 : END

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 141
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    1 พ.ย. 59





ร่างเล็กเดินยิ้มแก้มแทบแตกมายังร้านอีซองจง นอกจากคนที่แอบชอบจะตอบกลับใต้ภาพแล้วยังโทรหาหลังจากที่เห็นสายที่ไม่รับของตัวเอง นัมอูฮยอนมีแต่ฟินและฟินเท่านั้นแต่ยังไม่ทันจะเดินเข้าไปในร้านร่างกายก็หยุดมองคนที่ดูคุ้นเคยถึงแม้จะเป็นเเค่แผ่นหลังเเต่กับดูคุ้นเคย

“พี่ซองกยู” ร่างบางเอ่ยเสียงหวานก่อนจะถอยหลังหนึ่งก้าวอย่างอัตโนมัติ รอยยิ้มที่ยิ้มก่อนเข้าร้านก็ถูกปรับเปลี่ยนเป็นกัดเริมฝีปากล็กน้อย 

“นมร้อนไม่ใส่น้ำตาล” เสียงเรียบและดูไม่เป็นมิตรสั่งเครื่องดื่มเหมือนตัดรำคาญ ในขณะนั้นอูฮยอนก็มองหาที่นั่งเพื่อหลีกเลี่ยงการเจอหน้ากับซองกยูโดนตรง มองไปทั่วร้านก็เห็นเเค่ที่เดียวที่ดูน่าจะดีที่สุด

“ยิ่งใกล้ยิ่งปลอดภัย” ร่างบ่างทิ้งตัวนั่งหันหลังให้ซองกยูที่โต๊ะติดกับซองกยู รอยยิ้มที่เจือนหายไปจังกลับมาแต่งแต้มบนใบหน้าหวานอีกครั้ง เมื่อร่างบางคิดว่ามันเป็นโอกาสที่ดีที่ตัวเองได้ใกล้ชิดกับซองกยูถึงเเม้เจ้าตัวจะไม่รุ็ตัวกับตามเเค่มโนก็ทำให้ฟินได้เเล้ว มือเล็กปิดปากที่ขำกับสิ่งที่ตัวเองทำอย่างเขอะเขิน ความอบอุ่นที่แพร่รอบตัวของซองกยูส่งมายังหัวใจที่กำลังสั่นไหวอย่างไม่มีเหตุของอูฮยอน ความรู้สึกเเบบนี้มันเรียกว่าอะไรก็ไม่สามารถตอบตัวเองได้ว่าทำไมต้องเป็นหนักได้มากขนาดนี้แค่คิดอูฮยอนก็ฉีกยิ้มกว้างขึ้นมาอีกครั้ง

“นมร้อนไม่ใส่น้ำตาลนะครับ รอสักครู่ครับ อ่อ...วันนี้ไม่สั่งลาเต้เย็นเหรอครับ” ซองจงจดรายการเครื่องดื่มด้วยความสงสัยว่าปกติซองกยูสั่งให้ส่งลาเต้ให้ทุกวันในช่วงบ่ายแต่ทำไมวันนี้กลับสั่งนมร้อน แต่สิ่งที่ซองจงถามกับมีประโยชน์อย่างมากสำหรับอูฮยอน

 

 

โต๊ะทำงานที่มักจะมีแก้วลาเต้เย็นวางอยู่ทุกวัน โต๊ะนั้นคือโต๊ะของอูฮยอนนั่นเอง ในช่วงบ่ายของหลายคนอาจจะเป็นช่วงเวลาที่ง่วงนอนจากการทำงานเหนื่อยล้าในช่วงเช้า หรือหนังตาเริ่มหย่อนหลังจากหนังท้องตึงก็ตาม กาแฟในยามบ่ายช่างดีรึเกินสำหรับการช่วงพยุงหนังตาที่อยากจะปิดลง....

“ซองจงนายพอจะรู้ไหมว่าใครสั่งลาเต้ที่ร้านนายบ้าง”

“พี่ก็ถามแปลกนะคนเข้าออกร้านทุกวันผมจะรู้ได้ยังไง” มันก็จริงอย่างที่ซองจงบอกคนที่เอามาให้อาจไม่ประสงค์ออกนามว่าตัวเองเป็นใครไม่งั้นคงไม่ทำแบบนี้ต่อเนื่องกันเดือน 3 เน่นอน

“แล้วใครที่ซื้อมาให้” 

 

 

“ผมไม่กินกาแฟ” หลังประโยคดังกล่าวซองจงก็เห็นอูฮยอนที่นั่งอยู่ข้างหลังซองกยู เขายกมือขึ้นจะทักแต่อูฮยอนก็ส่ายหัวแล้วยกมือขึ้นเป็นรูปกากบาทเป็นการห้ามทันที แล้วเจ้าของร้านก็เดินจากไปด้วยความสงสัยมากยิ่งขึ้นว่าทั้งสองกำลังเล่นอะไรกัน 

“นมร้อนได้แล้วครับ” ซองจงวางนมร้อนลงโต๊ะ ไอร้อนจากความเเก้วเซรามิกอย่างดีของทางร้านได้เพิ่มความอบอุ่นให้แก่มือเรียวเนื่องจากอากาศภายนอกร้านนั้นติดลบ มืออีกข้างก็เอาแต่วุ่นอยู่กับการเลื่อนเปิดปิดหน้าจอโทรศัพท์

“...” ซองกยูไม่พูดตอบกลับแต่ใช้สายตาบอกแทนว่าขอบคุณสำหรับนมร้อนแก้วนี้ ซองกยูเอาเเต่คิดว่าถ้าโทรหาอีกแล้วปลายสายจะรับไหม? แล้วถ้าเบอร์นี้ไม่ใช่เบอร์อูฮยอน? ทั้งสองอย่างนั้นสร้างความกังวลให้เเก่ชายตาเล็กอย่างเห็นได้ชัด ทั้งสองสิ่งกำลังตีกันในหัวทั้งที่เมื่อก่อนมันมีไว้ใช้คิดเเค่เรื่องงานเท่านั้น ตอนนี้กับมีที่ว่างให้คิดเรื่องอื่นนอกจากเรื่องงานเเล้ว

 “ไม่ลองโทรให้รู้ไปเลยครับ นั่งมองแบบนี้ก็พลางทำให้กวนใจเฉย ๆ สู้ ๆ นะครับคุณลูกค้า” ซองจงเดินเข้าไปกระสิบที่ข้างหู ซองกยูมองโทรศัพท์อย่างชั่งใจแต่ไม่ทันจะได้กดโทรออกก็มีเสียงดังขึ้นเรียกความสนใจของคนทั้งร้าน

“อูฮยอน มาร้านก็ไม่บอกโทรหาตั้งหลายสายไมไม่รับสายเลยว่ะ” เสียงที่ดังมาเเต่ไกลทำให้ทุกคนให้ความสนใจร่วมทั้งซองกยูที่นั่งหันหลังให้ก็ตาม

“อีซองยอล” อูฮยอนแพ้แล้ว นี่ก็อุตส่าห์นั่งยิ้มนั่งเขินอยู่คนเดียวตั้งนานจะมาเสียงเรื่องก็ตอนที่อีซองยอลเด็กประถมก็มานี่เเหละ โอ้ยอยากจะบีบคอไอ้เพื่อนคนนี้มากแค่ไหนถามใจนัมอูฮยอนดู ใบหน้าหวานชักสีหน้าดุเพื่อนที่เข้ามาใหม่ เเต่ดูเหมือนซองยอลจะยังไม่รู้ตัวว่าทำอะไรผิดพลาดไป

“มึงนั่งยิ้มคนเดียวเมื่อคนบ้าเลยว่ะเพื่อน พี่ซองกยูตอบแค่นี้ทำหน้าฟินอย่างกับได้พี่เค้าเลยนะมึง เเล้วมึงตอบพี่เขากลับไปยังว่ะ?” อีซองยอลก็ยังคงพูดไม่หยุดสักทีจนอูฮยอนอดไม่ไหวเอาหมอนอิงฟาดหัวเต็มแรงที่มี ก็เจ้าเพื่อนตัวดีมันพูดอะไรไม่ดูรอบตัวเลยว่าคนที่เอ่ยถึงนะเขานั่งอยุ่ในร้านนี้ด้วย โอ้ยนัมอูฮยอนปวดหัว... 

“พอได้แล้ว” เสียงที่ลอดออกมาจากฟันด้วยความหมั่นไส้สั่งหยุดคำพูดของเพื่อนรัก นี่ก็นั่งเงียบมาตั้งนานเล่นมาเปิดเผยขนาดนี้แล้วจะเหลือความภาคภูมิใจให้นัมอูฮยอนคนนี้เล่นตัวได้อีกต่อไปไหม

“ไม่รับสาย... ไม่ได้ยินรึไง” ซองยอลยังคงหงุดหงิดไม่หายที่เพื่อนรักไม่ให้ความสนใจกับเบอร์ตัวเองเลยตั้งแต่ได้เบอร์ผู้ชายคนนั้นมาอูฮยอนก็ไม่ยอมรับสายใครเลยเอาแต่รอปลายสายจากคน ๆ เดียว นี่พูดเลยว่าอีซองยอลไม่เข้าใจ พูดแล้วก็หงุดหงิดทำไมพอมีความรักแล้วต้องทำตัวเหมือนทั้งโลกมีกันแค่สองคน

ร่างสูงได้ยินบทสนทนาทุกอย่างก็รับรู้ได้ว่าอูฮยอนนั่งอยู่ข้างหลังของตัวเอง แล้วยังรู้อีกว่าคนอ่อนวัยกว่าดีใจที่ตนมีการตอบไป แค่คิดตามว่าอูฮยอนกำลังยิ้มให้ตัวเองก็ยกยิ้มออกมาเล็กน้อยปนเสียงหัวเราะในลำคอ เวลานี้หล่ะที่นิ้วเรียวควรกดโทรออกที่เบอร์ล่าสุด

ตู๊ด...ต๊ด...

 

หลังจากที่โทรหาได้ไม่เกิน 2 วินาที ซองกยูก็ได้ยินเสียงเรียกเข้าโทรศัพท์ของโต๊ะด้านหลังทันที

 

ซารัมมึล อิจจี มดเเฮโด อุลดากา

คนเราเพราะไม่สามารถลืมได้จึงร้องไห้ออกมา คือต๊อก คือต๊อก คือต๊อก

 

อูฮยอนตกใจกับเบอร์ที่โทรเข้า เมื่อซฮงยอลไวกว่าร่างสูงก็รีบคว้าโทรศัพท์มาดูเบอร์ทันทีว่าใครกันที่ทำให้อูฮอยนสนใจสายเรียกเข้ามากกว่าเบอร์ของตัวเองอีก

“เบอร์ใครว่ะ PerfectMan อิ๊ ชื่อแบบว่า... อย่าบอกนะว่าพี่ซองกยูโทรหา หมั่นไส้ว่ะ... พวกมีความรักนี่มันน่ารำคาญอะไรขนาดนี้ว่ะ ทำไมฉันพูดอะไรผิด ทำไมต้องทำตาเขียวให้หยุดพูดขนาดนั้นหรือไม่จริง” แต่ไม่ทันที่ซองยอลจะกดรับเสียงโทรศัพท์ก็เงียบไป อูฮยอนดึงโทรศัพท์กลับคืนมาด้วยความไม่พอใจ แต่คนที่พอใจที่สุดกับเป็นซองกยู “PerfectMan” อะไรกันบันทึกชื่อแบบนั้นก็ไม่ถูกนะเพราะยังห่างไกลกับคำว่าสมบูณร์แบบอยู่มาก ซองกยูยิ้มเป็นครั้งที่สองเพียงเพราะชื่อที่นัมอูฮยอนตั้งไว้เเค่เพียงสิ่งเล็กน้อยก็สามารถทำให้คนที่ดูนิ่งและน่ากลัวยิ้มออกมาจนนับครั้งไม่ถ้วนเพราะเหตุผลของสาเหตุเพียงแค่สิ่งเหล่านั้นคือนัมอูฮยอน

“เอามา!!! ไม่ทันจะได้เก็บเข้ากระเป๋าดีเสียงโทรศัพท์ก็ดังอีกรอบ จนร่างเล็กหันกลับไปด้านหลังของตัวเองอย่างหัวเสีย คิดจะแกล้งกันเเบบนี้ใช่ไหมเเค่ครั้งเดียวก็น่าจะรู้เเล้วสิ ไม่สิก็น่าจะรู้ตั้งเเต่อีกซองยอลเข้าร้านมาเเล้วด้วยซ้ำยังจะทำเป็นไม่รู้เรื่องอยู่อีก

ซารัมมึล  

 “ชัดเจน หึ หึ ” ซองกยูกดวางสายแล้วลุกขึ้นไปจ่ายเงินเเต่ก่อนจะออกจากร้านก็ต้องเดินเฉียดโต๊ะของคนตัวเล็กให้หัวเสียสักหน่อย เเค่คิดก็มีความสุขเเล้วอ่ะที่ได้เเกล้งคน การมาครั้งนี้มีแต่กำไรกับกำไร ร่างสูงหัวเราะออกมาอย่างมีความสุข “อูฮยอนจริง ๆ ด้วยสินะ โทรหามาแต่พอโทรกลับไม่ยอมรับสาย ฮ่า ฮ่า ฮ่า งั้นเราก็เล่นเกมส์กันต่อไปนะที่รัก”

“ตาบ้าคิดจะแกล้งทำเป็นไม่รู้เรื่องแบบนี้ใช่ไหม แล้วทำไมต้องหัวเราะเสียงดังขนาดนั้นให้ได้ยินด้วย อ๊ากกก” อูฮยอนพูดจาคนเดียวจนซองยอลที่นั่งอยู่ด้วยตกใจกับการดึงผมของตัวเองของเพื่อนรักเเต่ไม่นานก็สามารถเข้าใจสถานะการณ์ได้อย่างรวดเร็วเมื่อเห็นซองกยูเดินขำออกไปนอกร้าน

อูฮยอนมองตามร่างสูงแล้วก็ต้องหันมาบึนปากใส่เพื่อน

“นั่นพี่ซองกยูหนิ” ซองยอลชี้ไปยังร่างสูงเพื่อหวังให้เพื่อนเห็น 

“ก็ใช่นะสิ นาย อี ซอง ยอล นายทำมันพังหมดเลยมาให้ฉันฆ่านายซะดี ๆ เพื่อนรัก” แล้วอูฮยอนทิ้งตัวนั่งลงข้างซองยอลมือเล็กบีบเข้าที่ต้นคอยาวแล้วโยกมันไปมา เสียงที่ดังลั่นไปทั่วร้านทำให้ซองจงวิ่งเข้ามาห้ามการตบตีของทั้งสอง

 

 

 

ทุกครั้งที่ซองกยูเดินผ่านอูฮยอนร่างสูงก็จะหลุดขำออกมาทุกทีอย่างจงใจจนทำให้ร่างบางชักสีหน้าไม่พอใจใส่ทุกครั้งเช่นกัน เรื่องกาแฟลาเต้ยังไม่ทันได้เคลียยังมีหน้ายิ้มเยาะ

“จะเล่นกันแบบนี้ใช่ไหมคิมซองกยู” อูฮยอนบ่นอยู่คนเดียวหลังจากร่างสูงเดินผ่านไปแล้ว

อูฮยอนต้องเผชิญหน้ากับผู้ชายตาตี๋ที่เอาแต่หัวเราะเยาะเย้ยคนนั้น เเต่อย่างหวังว่าจะทำเเบบนี้ได้ตลอดไป เล่นกับใครไม่เล่นมาเล่นกับนัมอูฮยอน รู้ไหมผมนะมีฉายาว่าเจ้าหมาจอมป่วนเลยนะ แค่คิดก็อยากจะเด็ดหัวมาจิ้มแจ๋วปลาร้าสับให้มันรู้แล้วรู้รอด คงคิดว่าตัวเองถือไพ่เหนือกว่ามากสินะนัมอูฮยอนคนนี้จะทำให้รู้เองว่าคุณคิดผิด

“เตรียมใจไว้เลย จะจีบให้อายกันไปข้างหนึ่งเลยคอยดู”

 

 

หลังจากที่จับสถิติการกลับบ้านของซองกยูอีก 3 นาทีข้างหน้าซองกยูจะมารอลิฟต์ อูฮยอนจึงรออยู่บริเวณใกล้เคียงถึงแม้การกระทำครั้งนี้มันเป็นการเปิดใจครั้งแรกแต่เมื่อตัดสินใจแล้วว่าคิมซองกยูจะต้องตกเป็นเบื้องล่างอย่างไม่มีข้อแม้ก็ต้องลุกกันหน่อย คนที่หน้าตาดี ฉลาด เเถมยังโสดอยู่แบบนี้ไม่ได้หากันง่าย ๆ เลยนะจะบอกให้ เมื่อเหยื่อก็เดินมาหยุดหน้าลิฟต์อย่างที่คาดคะเนไว้ ฝีเท้าที่ก้าวอย่างระวังนั้นก็เดินมาหยุดอยู่ด้านหลังของร่างสูง

“อูฮยอน” เบอร์โทรเข้าที่ทำให้ซองกยูขมวดคิ้วเข้มอย่างสงสัย “ทำไมอยู่ ๆ โทรหา รอต่อไปที่รัก” ระหว่างรอซองกยูก็ฟังเพลงรอสายต่อไปทั้งที่เห็นเบอร์โทรเข้าแล้วว่าเป็นเบอร์นัมอูฮยอนแล้วก็ตาม ส่วนคนที่ได้ยินคำว่า “ที่รัก” ก็แทบละลายไปกองอยู่ที่พื้นแต่เรื่องแค่นี้อูฮยอนไม่อ่อนไหวให้เสียงานหรอกนะ เมื่อร่างสูงหันหน้าออกมาด้านประตูก็พบร่างบางที่ยืนยิ้มส่วนมือก็ยกโทรศัพท์ขึ้นแนบหู

“...” แต่อูฮยอนไม่มีที่ท่าว่าจะตามเข้ามา ซองกยูจึงกดเปิดลิฟต์ก่อนที่มันจะปิดประตู

“ไม่ไป?” ซองกยูเอ่ยถาม

“...” อูฮยอนก็ยังไม่ยอมตอบ

“อูฮยอน” ซองกยูกดรับสายและกดเปิดประตูอีกครั้งก่อนที่มันจะปิด

“ยอมรับสายแล้วสินะ คุณลาเต้เย็น” ทุกการกระทำของอูฮยอนดูน่ารักในสายตาของซองกยูมาก ไม่ว่าจะรอยยิ้มแสนเจ้าเล่ห์หรือท่ายืนกอดอกที่ดูยังไงก็ไม่ต่างกับเด็กเอาแต่ใจ มองรวม ๆ แล้วคือมันน่ารัก



เสียงหวานเอ่ยถามร่างสูงที่เปิดประตูรถให้ “จะกลับบ้านเลยไหม” ร่างเล็กยัดตัวเองเข้าไปในรถจนเรียบร้อยเเต่เเผนก็ต้องดำเนินต่อถึงเเม้หัวใจมันบอกว่าฉันเต้นเเรงไปมากกว่านี้ไม่ได้เเล้วก็ตาม

“อืม กลับเลย ถามทำไม?” ร่างสูงเบิกคิ้วหนาใส่

“ผมกลับด้วย” แล้วอูฮยอนก็ขึ้นรถทั้งที่ยังไม่ได้รับอนุญาติ

 

ซองกยูไปส่งที่บ้านแต่อูฮยอนก็ไม่ยอมลงรถทั้งที่รอที่หน้าบ้านเกือบ 5 นาทีก็ไม่มีทีท่าว่าร่างเล็กจะลงจากลง

“ลงจากรถได้แล้ว”

“ก็ยังไม่ถึงจะลงทำไม” อูฮยอนนั่งมองหน้าซองกยูแล้วยิ้มออกมาอย่างเจ้าเล่ห์

“ถึงแล้วลงไปได้แล้ว” ซองกยูเดินมาเปิดประตูรถให้แต่เจ้าตัวก็ยังไม่ยอมลง

“ผมจะไปบ้านคุณซองกยู ไม่ใช่บ้านผม”

“บ้านฉันจะไปทำไม ลงได้แล้ว อย่ามาทำตัวเป็นเด็กแบบนี้หรือจะให้อุ้มลง ไม่สิอุ้มคงจะดีเกินไป หรือจะให้กระชากลง” ซองกยูยืนกอดอกรอให้อูฮยอนลง แต่เสียงแตรจากรถคันข้างหลังก็ทำให้ซองกยูต้องรีบวิ่งกลับไปนั่งที่เดิม “ลงไปได้แล้วนัมอูฮยอน เห็นไหมรถเริ่มติดแล้ว” แต่อูฮยอนก็ทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้จนทำให้ซองกยูจำใจต้องขับรถออกไปจากหน้าร้านของจอมแสบ

 

 “ทำไมไม่กลับบ้านจะเดินตามฉันไปถึงไหน”

“ทำไมคุณลาเต้เย็นพูดกับคนที่แอบชอบแบบนี้หล่ะครับไม่น่ารักเอาซะเลย เดี่ยวผมไม่รักนะจะบอกให้”

“อย่ากวนประสาท ไม่รักก็ไม่ต้องรักสิ ฉันง่วงแล้วไม่อยากเถียงกับนายแล้ว”



 “กลัว?” สุดท้ายซองกยูก็ยอมให้คนเด็กกว่าเข้าห้องอย่างไม่เต็มใจ 

“ห้องพี่สะอาดตาดีนะ คืนนี้ผมนอนที่นี่นะ” แล้วอูฮยอนก็ล้มตัวนอนลงที่เตียงหรูก่อนที่จะได้รับอนุญาตจากเจ้าของเตียง

“อะไรนะ!!! ไม่ได้” ไม่ทันพูดจบร่างบางที่นอนแผ่ราบที่เตียงก็โดนฉุดขึ้นแต่ร่างเล็กก็ยิ่งทิ้งตัวลงที่เตียงเพื่อให้เกิดแรงต้านกับแรงดึง

“ทำไมหล่ะครับ คุณลาเต้กลัวผมก็บอก ผมไม่จับคุณปล้ำหรอกน่า” อูฮยอนลุกขึ้นแล้วเริ่มสำรวจตามห้อง แต่ซองกยูต้องรีบวิ่งมาหยุดการกระทำดังกล่าวของอูฮยอนก่อนที่จะเปิดประตูห้องทำงานซึ่งในห้องเต็มไปด้วยรูปอูฮยอนนั่นเอง

“กลับบ้านไปเถอะวันนี้ก็ดึกมากแล้ว แม่ไม่ว่ารึไงทำตัวแบบนี้”ร่างเล็กเดินมาหยุดที่หน้าซองกยูแล้วเงยหน้ามองใบหน้าหล่อด้วยระดับความสูงที่ต่างกันเกือบ 10 เซนติเมตร

“พี่คิดไม่ดีกับผมหล่ะสิ ทำไมต้องหลบสายตาด้วย แม่ไม่ว่าหรอกไม่มีใครห้ามผมได้หรอกนะคุณซองกยู” สายตาที่ดูเหมือนหมาน้อยกำลังอ้อนเจ้าของของมันจดจ้องมาที่ร่างสูง ขาเล็กก็ก้าวเข้ามาใกล้ทีละนิดจนตัวแทบจะติดกัน ถ้าอยู่ต่ออีกนิดหนึ่งคาดว่านัมอูฮยอนคงได้เป็นเมียคนคูลแน่ ๆ เพื่อความปลอดภัยของนัมอูฮยอนมือแกร่งจึงดันร่างเล็กไปที่ประตู

“ฝันดี” แล้วปิดประตูใส่หน้า

“ตาบ้า เปิดประตูนะ” อูฮยอนพยายามให้ซองกยูพูดความรู้สึกที่มีออกมาแต่เหมือนจะไม่ใช่เรื่องง่ายเพราะซองกยูก็ฉลาดทันเล่ห์เหลี่ยมตนแทบจะทุกอย่าง แล้วอูฮยอนจะทำยังไงกับผู้ชายคนนี้ดี คงไม่มีแผนไหนดีไปกว่าการตีสนิทแล้วค่อย ๆ เปิดใจของอีกคนน่าจะเป็นวิธีที่ดีที่สุด

 

 

หลายเดือนต่อมาอูฮยอนกับซองกยูก็สนิทกันมากจนไปไหนมาไหนด้วยกันตลอดไม่ว่าจะไปทำงาน ดูหนัง กินข้าว หรือแม้แต่เที่ยวก็ตาม การกระทำของทั้งสองไม่ต่างจากคนคบกันแต่เมื่อมีใครถามอูฮยอนก็ยังคงบอกว่าโสดและยังไม่มีใครเพราะอะไรนะเหรอ ก็เพราะความไม่ชัดเจนของซองกยูนะสิ ส่วนซองกยูถ้ามีคนถามว่ามากับใครร่างสูงก็มักจะบอกไปเเทบทันทีว่าน้องชาย

“มองทำไม” เสียงงอนของคนตัวเล็กกว่าดังขึ้น น้องชายงั้นเหรอพูดออกมาได้ผมไม่ได้คิดกับพี่แค่พี่ชายสักหน่อย

“ก็มองคนน่ารักไง” ซองกยูยิ้มแล้วจิ้มเข้าที่แก้มกลม

“น่ารักแล้วไง แล้วพี่รักผมไหม”

“ไม่มองก็ได้” แล้วมันมักจบลงที่ซองกยูเปลี่ยนเรื่องหรือตัดบทไปเรื่องอื่นทุกครั้งไป

“...” อูฮยอนได้แต่บึนปากใส่อย่างอารมณ์เสียแล้วสรุปตัวเองอยู่ในฐานะอะไรสำหรับซองกยูกันแน่

 

 

น้องคนสนิท? หรือว่า แฟน?

 

 

 

ถึงแม้มันจะสิ้นสุดการแอบรักจนสามารถเปิดเผยความรู้สึกทั้งหมดให้กับคนที่รักได้แล้ว

ถึงแม้ว่าจะก้าวผ่านความกลัวมากมายกับการเริ่มตนใหม่แต่มันก็ผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบาก

ถึงแม้จะสมหวังที่ได้ใกล้ชิดจากที่เคยแต่แอบมองจากที่ไกล ๆ 

แต่ทำไม... ทำไมอูฮยอนถึงเอาแต่เรียกร้องคำว่า รัก จากเธอคนนั้น


 

“เป็นอะไร ทำไมไม่ค่อยพูด... หิวข้าวรึป่าว” ซองกยูเอ่ยถามร่างเล็กที่นั่งนิ่งอยู่ในรถ

“เราเป็นอะไรกัน” อูฮยอนหันไปถามซองกยูอีกครั้งไม่ว่าจะถามเป็น 10 ครั้งหรือ 100 ครั้งซองกยูก็เลี่ยงที่จะตอบมันทุกครั้งจนบางครั้งก็ทำให้ความท้อมาแทนที่คำว่าพยายาม

“ทำไมอยู่ ๆ ถามเรื่องนี้หล่ะ”

“ผมแค่ไม่แน่ใจว่าผมเป็นอะไรสำหรับพี่ น้องหรือว่าคนรัก พี่พูดมันออกมาบ้างไม่ได้รึไง หรือพี่ไม่ได้คิดอะไรกับผมเลย เเค่ปั่นหัวผมเล่นรึไง คิมซองกยู ถ้าคิดแบบนั้นก็พูดมันออกมาว่าเราสองคนไม่มีทางเป็นไปได้ ผมก็จะหยุด... พี่รู้ไหมว่าผมเหนื่อยแค่ไหนที่ต้องพยายามทำอะไรแบบนี้มาตลอด 3 เดือน ทั้งที่ไม่รู้เลยว่าสิ่งที่ทำลงไปจะได้อะไรกลับมาบ้างเเต่ผมก็ยังทำมันต่อ ตอนนี้...ผมไม่ไหวแล้วผมเหนื่อย” จากน้ำเสียงที่เรียบนิ่งกลายเป็นขึ้นเสียงจนทำให้ซองกยูที่กำลังขับรถอยู่หักรถชิดข้างทางอย่างกระทันหัน

“เป็นอะไร นัมอูฮยอน ผีเข้าสิงห์รึไง? ทำไมถึงชอบหาเรื่องแบบนี้ตลอดเลยนะ ถ้าไม่มีเรื่องคุยก็เเค่เงียบไม่ได้รึไง?” ซองกยูมองท่าทางเอาแต่ใจแล้วก็ทนไม่ไวจนต้องเขกหัวกลมที่นั่งหน้าบึ้งอยู่อีกฝั่งของรถ

“ผมถามพี่ไม่ได้ยินรึไง ผมเป็นอะไรกับพี่ บอกผมมาสิ หยุดปั่นหัวผมสักที ผมเหนื่อยที่จะตามพี่แล้วนะ ฮือออออ” เมื่อร่างเล็กคิดทบทวนตอลดเวลา 3 เดือนที่ผ่านมาซองกยูไม่เคยบอกเลยสักครั้งว่าเราคบกันในฐานะอะไร แต่อูฮยอนคงลืมไปว่าการกระทำของซองกยูนั้นสมารถอธิบายเรื่องที่ถามได้ดีเเค่ไหน ทุกอย่างนั้นสามารถบอกความรู้สึกทั้งหมดได้ดีกว่าคำพูดด้วยซ้ำ

“อย่างี่เง่าสิ มีเหตุผลหน่อย” ซองกยูควบคุมสติตัวเองถึงเเม้จะโกรธที่อูฮยอนไม่เคยรับรู็ความรู้สึกตัวเอง มือเรียวเอือมไปเช็ดน้ำตาที่ไหลลงมาอย่างไม่สมควรเสียให้กับเรื่องที่ไม่น่าเป็นเรื่องเเบบนี้

“ใช่ผมงี่เง่า ผมไม่มีเหตุผล แล้วพี่มีเหตุผลอะไรที่มาปั่นหัวผมแบบนี้” แล้วอูฮยอนก็ปัดมือเรียวออก

“เหตุผลคือพี่อยากให้เรารับรู้ความรู้สึกของพี่จากการกระทำมากว่าคำพูดไงอูฮยอน”

“ฮือออ”

“พี่ทำทุกอย่างเพื่อนายขนาดนี้นายไม่รับรู้ถึงมันเลยรึไง คำพูดมันจะไปสำคัญอะไรมันก็แค่ลมปากที่ใครก็สามารถพูดได้ แต่การกระทำที่พี่ทำมันออกมาจากใจนะสิที่บอกความในใจพี่ได้ดีกว่าลมปากเหล่านั้น นายไม่รู้จริงๆ หรอว่าพี่คิดยังไงกับนาย เด็กโง่...”

“ฮือออ”

“พี่รักนายขนาดนี้ไม่รู้สึกบ้างเลยรึไง”

“พี่รักผมใช่ไหม” ดวงตาใส่จดจ้องหน้าหล่อด้วยความรู้สึกผิด

“รักครับ รักมากด้วยอย่าร้องสิ ร้องไห้แบบนี้ขี้เหล่มากเลยนะ ดูสิน้ำหมูกไหลเข้าปากแล้ว”  นิ้วเรียวที่เช็ดน้ำหมูกออกให้แต่กับเตะมันที่ริมฝีปากหนา แต่ร่างเล็กก็ไม่ได้บ่นว่ามันเค็มออกมาสักคำเพราะตอนนี้บรรยากาศช่างหวานหอมจนไม่สามารถรับรสอื่นได้เลยนอกจากความหวาน

“ผมรักพี่ซองกยูนะ” หัวกลมซบลงที่ไหล่กว้างแล้วถูหน้าไปมาเพื่อหวังซับน้ำตาและน้ำหมูกที่ไหลออกมาให้หมดด้วยเสื้อราคาเเพงของซองกยู เสียงหัวเราะที่ซองกยูหลุดมันออกมาทำให้ร่างเล็กเเทบจะมองหน้าทันที ไม่ว่านัมอูฮยอนจะทำอะไรมันก็ดูน่ารักไปหมดในสายตาคิมซองกยูคนนี้อยู่ดี

 

 

 


 

เป็นแฟนกันนะ นัมอูฮยอน...” ริมฝีปากเรียวเตะลงบนริมฝีปากอิ่มอย่างเบาบาง เรียวปากอิ่มก็ตอบกับด้วยการแตะเบา ๆ กลับ ทั้งสองถอนจูบออกจากกันแล้วยิ้มออกมาอย่างมีความสุข การแอบรักได้สิ้นสุดไปแล้วนับจากนี้ก็คงจะเหลือแค่การประคองความรักให้ดำเนินอยู่ต่อให้นานแสนนานเท่าที่ใจต้องการ

แต่การเป็นแฟนกันใช่ว่าคือจุดสิ้นสิ้นของความรักแต่การเดินระหว่างทางนั้นตั้งหาก คือข้อพิสูจน์รักของคน 2 คนว่าจะรักและเชื่อใจได้นานแค่ไหน

 

 

 

 

รักของเราเกิดจากการแอบรัก

แล้วรักของคุณคืออะไร...

 

 

 

จบ....

 

 

 

 

ตอนพิเศษ (สปอย)

ซองกยูเป็นลูกชายคนเดียวของครอบครัวไม่ว่าจะทำอะไรพ่อจะสนับสนุนอยู่เสมอต่างจากพี่สาวแฝดผู้พี่ที่ไม่สามารถคิดหรือทำอะไรในสิ่งที่ต้องการได้เลย พ่อจะคอยกำหนดเส้นทางให้เดินตั้งแต่เด็กจนโตแม้ว่าสิ่งเหล่านั้นจะถูกหรือผิด คนเป็นลูกกลับมีหน้าที่แค่เดินตามทาง...

“ทำไมพ่อไม่ด่ามันบ้าง ลูกรักพ่อมันกำลังคบกับผู้ชายนะ”

“ซองกยูเลือกแล้วฉันคิดว่าสิ่งนั้นต้องดี แกอย่าพูดมากหน่อยเลยน้องมันจะพาแฟนมาแล้วจะพูดอะไรก็ระวังคำพูดหน่อย” คิมจุงยอบดุลูกสาวที่ชอบพูดจาให้ร้ายกับน้องตัวเอง

“มันไม่มากไปหน่อยเหรอคะ ทีหนูพ่อให้...  หนูเองไม่ต่างกับผู้หญิงขายตัวเลยด้วยซ้ำ แต่ลูกชายกับอยู่สุขสบาย”

“หยุดพร่ามสักที... คิมซองกยูของฉันจะมาแล้ว”

 

 

ซองกยูและอูฮยอนเดินมายังโต๊ะที่พ่อรออยู่แล้วซองกยูก็เข้าไปกอดผู้เป็นพ่อด้วยความคิดถึง ส่วนอูฮยอนโค้ง 90 องศาเพื่อทักทายผู้ใหญ่ด้วยรอยยิ้มที่แสนเอ็นดู แต่เมื่อเงยหน้าจะทักทายพี่สาวของซองกยูก็ต้องหยุดชะงักไปทันที

 

อูฮยอนปรับสีหน้าก่อนจะทำการทักทาย พ่อของซองกยูกับอูฮยอนสามารถสนิทกันได้อย่างรวดเร็ว คนเป็นพ่อดูชื่นชอบความช่างพูด ช่างเจรจาของอูฮยอนมาก อีกทั้งไม่ว่าอูฮยอนจะกินหรือดื่มน้ำก็ดูน่ารักและน่าเอ็นดูไปหมด อีกคนที่มีส่วนร่วมการสนทนาน้อยที่สุดได้สังเกตุเห็นการแสดงออกของตาแก่หัวงูที่คิดไม่ซื่อกับแฟนลูกชายตัวเอง

“กินอิ่มแล้วก็กลับกันเถอะ ฉันมีนัด” เสียงหญิงสาวหนึ่งเดียวในโต๊ะเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงบนเบื่อ

“ก็กลับก่อนสิ พ่อจะอยู่คุยกับอูฮยอนต่อ” จุงยอบก็ยังไม่สนใจลูกสาว

“พ่อ!!!

“งั้นก็กลับกันหมดเลยดีกว่าครับ” คนเป็นน้องรีบตัดประโยคก่อนที่พี่สาวจะหัวเสียไปมากกว่านี้ ปกติก็เถียงกับพ่อตลอดแต่วันนี้ซองกยูคงไม่ยอมให้ทั้งสองมาเถียงกันต่อหน้าแฟนตัวเองเด็ดขาด

“ก็ได้ อูฮยอนไปส่งพ่อหน่อยสิลูก” แล้วอูฮยอนก็เดินกอดจุงยอบออกไปล่วงหน้า ทั้งสองพูดจากันตามประสาคนแก่ที่ชอบเที่ยวรอบโลกกับเด็กที่เพิ่งกลับมาจากต่างประเทศ

“ฉันว่านัมอูฮยอนกับนายไม่เหมาะสมกันนะ เลิกกันก่อนที่จะเสียเวลาน่าจะดีกว่านะ คบกันไปยังไงก็ต้องเลิก ไม่ดีกว่าเหรอที่เลิกกันสะตั้งแต่ตอนนี้จะได้ไม่เสียใจมาก” พี่สาวฝาแฝดเอ่ยขึ้น จนร่างสูงต้องรีบหันกลับมามองหน้า

“พี่ต้องการอะไร” ไม่ว่าผมได้อะไร พี่สาวคนนี้ก็มักจะชอบมาแย่งตลอด แต่ตอนนี้เราทั้งสองก็โตกันมากจนพอจะรู้ว่าอันไหนควรไม่ควรแล้ว แต่สิ่งที่พี่สาวคนเดียวพูดกลับทำให้อดคิดไม่ดีไม่ได้เลย

“ถ้าฉันต้องการอูฮยอน นายจะให้ไหมหล่ะ...” ไม่ทันได้คิดระแวงเจ้าตัวก็พูดในสิ่งที่น้องชายคนนี้คิดไว้ล่วงหน้าไม่กี่วินาทีที่ผ่านมา ถึงผมจะยอมพี่ทุกอย่างใช่ว่าเรื่องนี้ผมจะยอม ซองกยูมองหน้าเธออย่างไม่พ่อใจ

“พี่จะแย่งทุกอย่างที่ผมต้องการหมดเลยรึไง...”

 

 

 

 

Next FIC >>> Request [GYUWOO][HONAM]

 

 

 

TAKLS :

ตอนนี้เปลี่ยนบ่อยมากเพราะเราสับสนว่าจะให้ไปแนวไหนดี

แต่สุดท้ายก็จบแบบนี้จนได้ เพราะการแอบรักของหลายคนมักจะไม่สมหวัง

แต่ในที่สุดคู่นี้ก็คบกัน... เหนื่อยนะค่ะที่จะทำให้เขาคบกันได้

ถ้ามีเรื่องหน้าเราไม่สามารถเขียนให้พี่กยูเป็นคนใจดีได้อ่ะ

พี่กยูต้องคูล พี่กยูต้องแบด แต่อูฮยอนก็ต้องขี้อ่อย มันจะไปด้วยกันได้ไหม 555

หลังจากเรื่องนี้จบแล้วเรามีภาคต่อของเรื่องนี้นะ ชื่อเรื่องว่าฉันต้องการเธอ

ชื่อเรื่องดูแปลก ๆ ไหม 555 //แปลกเหมือนคนเขียน

สุดท้ายนี้ ขอบคุณที่ติดตามมาจนถึงตอนจบนะค่ะ

 

 

 

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

13 ความคิดเห็น

  1. #13 Loveกยูอู (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 6 พฤศจิกายน 2559 / 17:18
    กว่าจะรักกันได้กว่าจะเข้าใจกัน เล่นเอาลุ้นไปเลยนะ555 ก็ปากแข็งกันทั้งคู่นี่นา ตอนที่สปอยมาก็น่าอ่านพี่สาวของพี่กยูจะแย่งอูฮยอนมาจากพี่กยูหรอ แล้วทีนี้พี่กยูจะทำยังไงล่ะลุ่นๆๆๆ รออ่านนะค่ะไรท์ สู้ๆค่ะ
    #13
    0