[INFINITE] [GYUWOO] แอบรับ... Behide you

ตอนที่ 3 : WRITE FOR U... ข้อความนี้เพื่อเธอ...

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 118
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    17 ต.ค. 59




Write for you...



“มีอะไรจะพูดกับผม” ร่างเล็กย่อตัวเพื่อนั่งบริเวณกลางสวนสาธารณะที่มีซองกยูนั่งรออยู่ก่อนหน้า

“ก็ไม่มีอะไรมากหรอก” ซองกยูเม้นริมฝีปากแน่นเมื่อคิดถึงเรื่องที่จะพูดคุยในวันนี้อูฮยอนยังไม่ควรได้รับรู้มันเเต่ถ้ายังปล่อยให้เรื่องดำเนินเเบบนี้ต่อไป ร่างสูงที่กำลังวิตกกังวลคิดทวนสิ่งที่จะพูดครั้งเเล้วครั้งเล่า ก็ได้ข้อสรุปว่าไม่ควรสารภาพความรู้สึกในวันนี้

“งั้นก็พูดในรถก็ได้ ผมหนาว กลับกันเถอะ” ในเมื่อบอกว่าไม่มีอะไรมากก็ไม่ควรทำให้คนอื่นต้องมาลำบากในวันที่อากาศเหน็บหนาวเช่นนี้ อูฮยอนเหล่ตามองชายหนุ่มที่นั่งข้างกายเเละมองรอบตัวที่มีหิมะปกคลุมไปทั่วทุกพื้นที่แต่ซองกยูก็ยังเงียบไม่พูดจาอะไร ซองกยูหันมาสบตากับตาใสก่อนจะเอ่ยถามอย่างกังวล

“อยากถาม และอยากรู้เหตุผลอะไรบางอย่างจากนาย”

“...” ร่างบางเอียงหัวเล็กน้อยด้วยความสงสัย ทำไมซองกยูถึงมีเรื่องสงสัยในเมื่อปกติก็ไม่ได้สนิทอะไรกันด้วยซ้ำไป ยิ่งคิดนัมอูฮยอนก็ยิ่งงง

“นายเกลียดฉันรึป่าว ฉันทำอะไรให้นายไม่พอใจรึป่าว ทำไมนายไม่เคยสบตาฉันหรือแม้กระทั้งยิ้มให้กัน ทั้งที่เราสองคน... ก็รู้จักกันไม่ใช่เหรอ หรือฉันคิดไปเองฝ่ายเดียวว่าเรารู้จักกัน” ซองกยูถามออกมาทั้งที่สายตาก็เอาแต่มองไปข้างหน้าเพื่อปิดบังดวงตาที่เริ่มสั่นเทา

“ป่าว” นั้นคือสิ่งที่อูฮยอนตอบออกไป สิ่งที่พูดซึ่งตรงข้ามกับความจริง ทั้งที่หัวใจเต้นเเรงทุกครั้งที่เจอ แอบยิ้มทุกครั้งที่มองเห็นรอยยิ้มจากที่ไกล ๆ เเต่การเเสดงออกที่มันตรงกันข้ามกับความรู้สึกก็เเค่พยายามปกป้องตัวเองจากความผิดหวังเท่านั้น เเต่สิ่งที่เสียใจมากกว่าในตอนนี้คือคนที่เเอบชอบรู้สึกอึดอัดกับการเเสดงออกของตน

“แล้วทำไมนายคุยกับทุกคน ยิ้มให้กับทุกคนยกเว้นฉัน”

“เราไม่ได้สนิทกัน” อูฮยอนไม่สามารถอยู่ในสถานการณ์นี้ได้อีกต่อไป ทั้งที่ใจอยากโอบกอดเเละบอกว่า "เพราะผมไม่สามารถสบตาพี่ได้เกินหนึ่งวินาที เพราะหัวใจผมมันไม่ใช่ของผมตั้งเเต่วันที่ได้เจอพี่" หัวใจที่ไม่สามารถบังคับมันได้

“อืม” มันก็จริงอย่างที่อูฮยอนบอกว่าทั้งสองไม่ได้สนิทกันและไม่มีความจำเป็นที่ต้องพูดคุยกันทั้งเรื่องส่วนตัวและเรื่องงานถึงแม้ทั้งสองจะทำงานร่วมกันแต่ด้วยตำแหน่งของซองกยูนั้นสูงกว่าอูฮยอนจึงแทบจะไม่ได้ติดต่อหรือพูดคุยกัน

“...” หลังจากที่อูฮยอนตอบประโยคนั้นไปก็ทำให้ทั้งสองกลับมาอึดอัดต่อกันอีกครั้ง ทั้งที่อยากให้มันออกมาดีกว่านี้ ทำไมปากเจ้ากรรมเอาแต่พูดจาไม่ได้เรื่องออกไป ร่างเล็กเอาแต่คิดโทษตัวเอง

“...” การพูดคุยของทั้งสองจบลงแล้ว หากจะถามต่อก็ไม่มีสิทธิที่จะไปรับรู้เรื่องราวมากไปกว่านี้ ซองกยูจึงเงียบและร่างสูงลุกขึ้นยืนแล้วบิดขี้เกียจเล็กน้อย ร่างเล็กกัดริมฝีปากตัวเองความสับสนที่ตีกันภายในจิตใจกำลังทำให้ร่างดังกล่าวนั้นต่อสู้กับความขัดแย้งอย่างหนักหน่วง

“คุณอยากรู้แค่นี้เหรอ”

“...” เงียบ

“ถามมาได้อีกนะ...” ต้องเเก้ไขสถานการณ์ถ้าจบลงเเบบนี้ ก็ไม่ต่างจากจบความสัมพันธ์ทั้งที่ยังไม่เริ่ม

 “อากาศหนาวเรากลับกันเถอะ” ซองกยูกระชับเสื้อเข้าหากัน

“ไม่” เเต่อูฮยอนจะยังไม่ยอมจบ

“นัมอูฮยอน...ไม่หนาวรึไง กลับกันเถอะ ฉันจะไปส่งที่ร้าน” ซองกยูหันหลังเดินเพื่อจะไปที่จอดรถเเต่...

"หยุดเลยนะ อย่าหันหลังให้ผม"

"อะไรน่ะ"

"ต่อไป... เรามาสนิทกันเถอะ" เเล้วร่างเล็กก็รีบวิ่งไปที่รถ ซองกยูยิ้มออกมาเป็นครั้งเเรกในวันนี้รอยยิ้มที่เกิดจากคนที่คอยทำให้กังวลใจอย่างนัมอูฮยอน 


 

 

เมื่อนานมาแล้วอูฮยอนเคยมีรักที่โดนปฏิเสธ รักที่ไม่สมควร เมื่ออูฮยอนนั้นได้หลงรักหญิงสาวที่ต่างจากตน เธองดงาม ใบหน้าเล็ก ดวงตากลมโต ผิวขาวดุจน้ำนม หญิงสาวคนนั้นอายุมากกว่าอูฮยอน 2 ปี ทั้งสองมีความสัมพันธ์ที่ยากจะอธิบายไม่ใช่แฟนแต่ก็ไม่ใช่น้องชายเพราะทั้งสองนั้นร่วมรักกันนับครั้งไม่ถ้วน แต่วันหนึ่งร่างบางที่กอดหญิงสาวอยู่บนเตียงหรูในคอนโดของเจ้าหล่อนก็ต้องหน้าชาเมื่อหญิงสาวกล่าวตัดความสัมพันธ์ทั้งที่นอนอยู่ข้างกาย

“อูฮยอนอา เราไม่ควรพบกันอีก” หญิงสาวที่อยู่ภายใต้ผ้าห่มนั้นใช้มือทั้งสองลูบไล้อูฮยอนอย่างเสน่หาแต่คำพูดกับสวนทางกับสิ่งที่กระทำ

“คุณไม่อยากเจอผมอีกเพราะผมขอคุณเป็นแฟนรึไง?” อูฮยอนลุกพรวดขึ้นนั่งทั้งที่ร่างกายเปื่อยเปล่า สายตาที่มองตามผิวขาวดุจน้ำนมของเธอที่กำลังลุกนั่งและใช้เสื้อคุมเรืองร่างตน “มินคยอง ผมเป็นอะไรสำหรับคุณกันแน่”

“อย่าให้ฉันตอบเลย คุณก็รู้ว่าเรื่องของเราเป็นไปไม่ได้ อาทิตย์หน้าฉันจะแต่งงานแล้วจะไปอยู่ต่างประเทศ” หญิงสาวนั้นไม่ได้มีความรู้สึกเสียใจกับการจากลา ถึงแม้การแต่งงานครั้งนี้มินคยองจะไม่ได้เต็มใจแต่ก็ไม่สามารถปฏิเสธได้ มีเพียงหนทางเดียวคือการปฏิเสธนัมอูฮยอน “ฉันไม่สมควรได้ความรักจากนาย ฉันให้นายได้เเค่ร่างกาย นายก็เเค่ใช้ร่างกายที่ไม่มีหัวใจกับฉันเช่นกัน” อูฮยอนรับรู้ว่ามินคยองเป็นลูกสาวนักธุรกิจที่ร่ำรวย ใครจะรับรู้ว่าเบื้องหลังความสวยงามที่ผู้คนหลงไหลในรูปลักษณ์เธอก็ไม่ต่างจากสินค้าที่ใช้ร่างกายเพื่อให้การเจรจาธุรกิจสำเร็จลุล่วง เเต่เธอเองก็มองเเค่ร่างกายของอูฮยอนไม่ต่างจากคนเหล่านั้นที่หลงไหลเเค่ร่างกายเธอ


ร่างกายที่เป็นเพียงเปลือกนอก...เเต่ผู้คนกลับต้องการมัน ช่างน่าตลกสิ้นดี... เเล้วจะมีหัวใจไปเพื่ออะไร... 


ความรักที่เจ็บปวดในครั้งนั้นทำให้ไม่สามารถที่จะรักใครอีกหากต้องโดนปฏิเสธอีกครั้งมันคงจะเจ็บปวดมากกว่าครั้งแรกหลายเท่า


จนกระทั่งได้พบกับ... ซองกยู... คนที่อยากจะลองเสี่ยงมอบหัวใจให้อีกครั้ง...


หลังจากวันนั้นอูฮยอนก็ไม่ได้พบซองกยูอีกเลย ถึงแม้อูฮยอนจะเฝ้ามองทั้งยามเช้า เวลาทำงาน หรือแม้กระทั้งตอนเลิกงาน ซองกยูก็ไม่ปรากฏตัวให้เห็นอีก อูฮยอนได้แต่โทษตัวเองที่ขี้ขลาด ในวันนั้น ร่างเล็กถอนหายใจบ่อยจนอีซองยอลและอีซองจงที่สังเกตุอาการอยู่มองหน้ากันแล้วส่ายหัวไปมา

“เอ็งจะมานั่งเสียใจกับการกระทำตัวเองทำไม”

“ใช่!!! พี่เป็นคนเลือกทางเดินของพี่เอง” น้องเล็กกล่าวเสริมซองยอลอย่างเห็นด้วย คนที่ไม่เคยมีความรักอย่างซองจงถึงเเม้จะไม่เข้าใจความรักเเต่ก็ไม่เข้าใจว่าทำไมคนที่มีความรักต้องเศร้าโศก ในเมื่อรักก็แค่แสดงออกและบอกออกไปก็ไม่เห็นจะยาก 

“นายไม่เข้าใจหรอกซองจง ถึงแม้ฉันจะชอบเขาแต่ก็ใช่ว่าเขาจะชอบฉัน เพราะเหตุนี้การที่เขาไม่รับรู้เป็นสิ่งที่ฉันสามารถปกป้องหัวใจของฉันจากความเจ็บปวดได้”

“เเต่มันไม่ยุติธรรมสำหรับคนดี ๆ ที่ชอบนายนะ ถึงเเม้เขาจะมีความจริงใจเเละรักนายเเค่ไหนเเต่นายเอาเเต่ยึดติดกับรักที่ไม่มีโอกาสรู้ว่าจะออกหัวหรือก้อยเเบบนี้ ทำไมไม่ลองให้มันรู้ไปเลยว่าใจตรงกันหรือไม่ ถ้าไม่ก็จบ ถ้าใช่ก็คบ นายควรเป็นฝ่ายเลือกไม่ใช่เป็นตัวเลือกของใครสินัมอูฮยอน” ซองยอลก็ไม่อยากให้อูฮยอนจมอยู่กับการแอบชอบที่ไร้จุดปลายของเพื่อน นี่ก็เกือบ 2 ปีแล้วที่เพื่อนปิดกั้นโอกาสตัวเอง

"ฉัน...ก็ไม่เข้าใจตัวเองทำไมถึงเป็นเเบบนี้ ฉันก็ไม่ชอบมันเหมือนกัน" ท้ายที่สุดน้ำตาจากความกังวลเเละกดอันก็หลั่งริน มันก็จริงอย่างที่ซองยอลพูด ไม่พูดเจ็บ พูดก็เจ็บ เเล้วทำไมต้องปิดกั้นหัวใจตัวเองเเบบนี้

 

แผนกเกิดความวุ่นวายเนื่องจากผู้จัดการไปอบรมที่บริษัทแม่ที่อเมริกา จางดงอูที่รับหน้าที่ในการประชุมต่าง ๆ แล้วแจกงานให้แก่รุ่นน้องตามที่ปรึกษาโดยตรงกับผู้จัดการผ่านการโทรวีดีโอ

“ตามที่ฉันบอกก็แล้วกันนะดงอู งานที่เป็นการทดลองเพื่อหาเงื่อนไขใหม่ให้กระบวนการก็มอบให้กับคิมมยองซู ปัญหาหลายวันก็ให้มันกับอีโฮวอนเพราะยังเป็นน้องใหม่อยู่แล้วให้คิมมินซอกประกบคอยสอนงาน ส่วนอีกอิมชางกยุนก็ให้รับผิดชอบเรื่องกฎระเบียบของพนักงานในกระบวนการ และยูกีฮยอนก็ให้ดูเรื่องเอกสารทั่วไป” ซองกยูอธิบายอย่างละเอียดให้กับผู้ช่วย

“ครับผู้จัดการ ผมส่งรายละเอียดของอาทิตย์นี้ให้ในพรุ่งนี้นะครับ”

“ฉันเชื่อใจนาย”

“ไม่ต้องเป็นห่วงครับทางนี้เรียบร้อยดี”

“เออ... แล้วไม่มีใครถามหาฉันเลยหรอ”

“ผู้จัดการแผนกอื่นก็ถามหาบ้างครับ”

“แล้วคนอื่นไม่มีเลย?” ซองกยูกำลังคาดหวังอะไรในเมื่ออีกฝ่ายบอกเองว่าไม่ได้สนิทกัน

 

 

ร่างเล็กมีจิตใจที่กระวนกระจายหลังจากรับฟังคำบ่นจากเพื่อนทั้งสอง เมื่อตระหนักได้ว่าจะอยู่ต่อก็เจ็บ จะลองดูก็เจ็บ ไม่ว่าจะทางไหนก็ไม่ได้มีตัวเลือกอื่นนอกจากเจ็บแล้วจะต้องกลัวอะไร แต่ตอนนี้มันก็เกือบ 1 เดือนอยู่แล้วที่ไม่ได้เจอซองกยู

“หลบหน้ากัน? ไม่อยากเจอกันขนาดนั้นนั้นเลยรึไง?” อูฮยอนเด้งตัวขึ้นอย่างหัวเสีย

“หรือจะลองโทรหาดีหล่ะ” ร่างเล็กยังคงเอาแต่พูดคนเดียว ถ้าใครมาเห็นตอนนี้คงได้บอกว่า นัมอูฮยอนบ้า ไปแล้วแน่ ๆ ใบหน้ากลมพูด 1 ประโยค ก็ส่ายหัวอีก 10 ครั้ง ทุกอย่างต่อต้านและขัดแย้งกันไปหมด

“ไม่ลองไม่รู้ เอาว่ะ... สงบสติเอาไว้นัมอูฮยอน”

 

ทางเลือกแรกที่อูฮยอนจะแสดงมันก็คือโลกสังคมออนไลน์

“ผมรอคุณอยู่ แต่คุณหายไปไหน...

อย่าปล่อยให้ผมรอนานสิ”

 

ถึงแม้เจ้าตัวจะไม่ได้เล่นหรือติดตามตนก็ตามอย่างน้อยก็ขอให้ได้บอกในสิ่งที่คิดอยู่ก็พอ

 

ตอบกลับจากอีซองยอล

“มาบอกในนี้เจ้าตัวจะรู้ไหม”

 

ตอบกลับจากอีซองจง

“รอต่อไปนะคนดี คนขี้เหล่แบบพี่ช่างน่าสงสาร”


ตอบกลับจากนัมฮยอนนี่

“ย๊าห์ พวกนายอย่ามาก่อกวนคนอื่นแบบนี้สิ พวกขี้เหล่กว่า”

 

คนขี้เหล่กว่าทั้งสองอ่านข้อความก็ได้แต่แค้นในใจ ถึงจะขี้เหล่กว่าก็ไม่ขี้ขลาดแบบนัมอูฮยอนคนหน้าตาดีแล้วกัน

 

ตอบกลับจากอีซองยอล

“แต่ฉันไม่ขี้ขลาดแบบคนแถวนี้”

มวยคู่เอกวันนี้ผู้ชนะที่แท้จริงนี้คือ อีซองยอลศิษย์จากวัดโคกอีเกิ้ง

อูฮยอนจะไม่ต่อความยาวสาวความยืดให้เสียเวลา ถ้าตอบไปอีดก็คงโดนเล่นงานกลับมาอีกเป็นเเน่ “แล้วฉันจะเอาคืนแล้วกัน” เช้าวันใหม่อูฮยอนยังรอคิมซองกยูเวลาเดิมที่หน้าร้านผ่านไป 10 นาทีก็ไม่มีวี่แวว ตอนนี้ก็ 1 เดือนแล้วที่ซองกยูได้หายไปจากวงโคจรรอบกาย

“อกหักทั้งที่ไม่ได้เริ่มเลย” อูฮยอนบ่นกับตัวเอง พอตั้งใจจะโทรหาก็โทรไม่ติด อูฮยอนพยายามโทรหาซองกยูจากเบอร์ที่ซองจงให้มา แต่ไม่ว่าจะโทรยังไงก็ติดต่อไม่ได้

“อีซองจงนายเอาเบอร์ใครมาให้ฉัน” อูฮยอนไปพาลใส่ซองจงที่ร้าน มือก็ยื่นเบอร์โทรให้ดูว่าเบอร์ที่ให้มาไม่สามารถติดต่อเจ้าของชื่อที่เขียนไว้ในกระดาษแผ่นเล็กใบนี้

“เป็นเบอร์พี่ซองกยูจริง ๆ นะ” ซองจงยื่นยันออกไปด้วยความมั่นใจก็เบอร์นี่ซองกยูเป็นคนให้มันกับมือ

“ฉันโทรไม่ติด เครื่องมันปิดอยู่แล้วเอาแต่บอกว่า เบอร์นี้ไม่สามารถติดต่อได้ในขณะนี้ ฉันฟังมันจนจะไปสมัครเป็นพนักงานคอลเซ็นเตอร์อยู่แล้ว” อูฮยอนโวยวายออกมาอย่างหัวเสียที่โดนอีซองจงหลอก ทั้งที่จริงแล้วเบอร์ที่ซองจงให้เป็นเบอร์ที่ซองกยูทิ้งไว้ให้ที่ร้านเพื่อที่จะใช้ในการสั่งกาแฟ แต่ที่โทรไม่ติดเกิดจากซองกยูอยู่ต่างประเทศและไม่มีสัญญาณ

“ไม่เชื่อผมก็ไม่รู้จะบอกว่ายังไงหล่ะ”

“ฉันเหนื่อยแล้ว ฉันไม่อยากทำมันต่อแล้ว” ร่างบางทิ้งร่างลงบนโซฟาที่ร้านของซองจงอย่างเอาเเต่ใจ ไม่นานอูฮยอนก็เอาถ่ายรูป ถ่ายไปลบไปจนได้รูปที่ดีที่สุด

“กินทุกอย่างที่ขวางหน้าเลยดีไหม โมโหเเล้วนะ”


ถ้าวันนี้ซองกยูยังไม่ปรากฏตัวให้คนเจ้าอารมณ์เห็น วันนี้คงจะเป็นวันที่อูฮยอนเลือกที่จะเปลี่ยนเส้นทางที่จะเดินเพราะตัวเองได้ลองแล้ว ทั้งโทรหา ลงข้อความที่บ่งบอกถึงซองกยู มันคงเหลือวิธีเดียวแล้วคือถามอีโฮวอนว่าซองกยูไปไหน แต่ถ้าถามว่าซองกยูหายไปไหนอาจจะทำให้อีโฮวอนรู้ว่าความจริงที่อยู่ภายในใจก่อนเจ้าตัว

“ผมจะไม่รอแล้วนะ...” อูฮยอนมองโฮวอนที่เดินไปมาด้วยความยุ่งนั้นก็ได่แต่คิดในใจ ซองกยูลาออก รึป่าวเพราะตอนนี้ก็ 1 เดือนแล้วกลับไม่เห็นเจ้าตัวมาทำงานเลยเห็นแต่คนที่ชื่อจางดงอูไปประชุมและดูแลแผนกในตอนนี้ ร่างเล็กได้แต่เถียงตัวเองในใจ “ถามดี” หรือ “ไม่ถาม” สุดท้ายร่างบางก็เดินจากไป แต่เสียงแจ้งเตือนของโทรศัพท์ก็ดังขึ้น

หมายเลขนี้สามารถติดต่อได้แล้ว เบอร์ของซองกยูส่งข้อความบอกมายังเบอร์ของตน อูฮยอนมองอย่างสงสัยได้ไม่นานเมื่อกล่องข้อความเด้งขึ้นอีกครั้ง


เมื่อเครื่องบินจอดลงพื้นประเทศเกาหลีก็มีข้อความเข้าที่เครื่อง

 ‘เบอร์ xxx พยายามติดต่อหมายเลขของคุณ

ถ้าเรื่องงานคงจะติดต่อดงอูไปแล้วแต่เบอร์นี้กับโทรมาไม่ต่ำกว่า 20 สาย อีทั้งโทรมาต่างเวลากันด้วยทำให้ร่างสูงกดพิมม์ข้อความกลับไปถามด้วยความอยากรู้


“มีธุระสำคัญอะไรรึป่าว”


หลังจากนั้นก็เช็คข้อมูลรวมทั้งข่าวสารต่าง ๆ ตลอดเวลาที่อยู่อเมริกานั้นยุ่งและนอนดึกทุกวันทำให้ไม่มีเวลาติดตามข่าวสาร ข้อความที่อูฮยอนพูดจะหมายถึงตัวเองรึป่าวหรือว่าจะมีคนอื่นนอกจากตนที่หายไปจากชีวิตของเด็กนั้นในช่วงนี้ ภาพที่กำลังจะกินดอกไม้ของอูฮยอนทำให้ซองกยูก้มยิ้มให้แก่โทรศัพท์อย่างไม่มีเหตุผล ไม่สิเหตุผลที่ยิ้มได้ก็คือนัมอูฮยอนไง


“กินทุกอย่างที่ขวางหน้าเลยดีไหม โมโหเเล้วนะ”

ตอบกลับจากคิมซองกยู

“ดอกไม้กินไม่ได้นะครับ”

 

ข้อความที่ซองกยูตอบกลับมาว่า “มีธุระสำคัญอะไรรึป่าว” อูฮยอนก็นึกคิดว่าตัวเองมีธุระอะไรที่ต้องกระหน่ำโทรหาเจ้าตัวขนาดนั้นก็ไม่สามารถหาคำตอบให้ตัวเองได้เช่นกันว่าทำแบบนั้นไปเพื่ออะไร แต่เมื่อเลื่อนดูข้อความตอบกลับจากรูปที่ตนทิ้งข้อความเอาไว้ก็ต้องตกใจเมื่อคนที่มาตอบกลับข้อความตนนั้นมีชื่อว่า คิมซองกยู

“นี่มันอะไรกัน” ร่างเล็กมองข้อความอย่างชั่งใจ “ดอกไม้กินไม่ได้นะครับ” อูฮยอนควรจะทำเช่นไรต่อไป ตอนนี้หัวใจมันเต้นรัวจนแทบจะไม่เป็นจังหวะ อีกทั้งสมองก็ขาวโผนจนคิดอะไรไม่ออก


ผมควรตอบกลับไป

หรือ

แค่รับรู้ว่าเขาไม่ได้หายไปไหนก็พอ

 

สิ่งที่อูฮยอนกำลังเจออยู่ตอนนี้กำลังขัดแย้งความต้องการกันอีกครั้ง

แล้วครั้งนี้ความรักจะสามารถเอาชนะความกลัวได้หรือไม่

 

"ผมควรทำยังไงกับสถานการณ์เเบบนี้"

 

 


ข้อความที่ส่งมาอีกครั้งจากหมายเลขเดิม

“คุณคือใคร นัมอูฮยอนรึป่าว”

 

 

 

 

Talks :

เฮ้อ... เหนื่อยแทนอูฮยอนนะค่ะ พยายามเท่าไรสุดท้ายก็เจ็บอยู่ดี

การเอาชนะความกลัวของอูฮยอนมันยากสำหรับเจ้าตัวแค่ไหนกัน

จนเรื่องจะจบแล้วก็ยังเอาแต่กลัวอยู่ได้ ///อย่ามามีน้ำโมตัวเองเขียนเอง 555

ตอนนี้ได้มีตัวละครใหม่เพิ่มเข้ามาอย่างมินคยองนะค่ะ

นางจะมีส่วนร่วมให้เรื่องราววุ่นวายแค่ไหนมาติดตามกันต่อด้วยนะจ๊ะ

อีกแหละนิสัยเสียสปอยทั้งที่ยังไม่ได้คิดได้ยังไง

ยังไงก็ฝากติดตามด้วยนะค่ะ เม้นๆ กันบางนะค่ะสักประโยคก็ยังดี อิอิ

ตอนหน้าเป็นตอนสุดท้ายของเรื่องนี้เเล้วค่ะ เเละจะมีภาคต่อเเน่นอนค่ะ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

13 ความคิดเห็น

  1. #11 Cheeetis (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 25 ตุลาคม 2559 / 23:54
    โอ้ยยย สารภาพกันเถอะค่ะทั้งคู่เลย ไม่ลองไม่รู้ เค้่ไม่เอาก็แค่ตัดใจ ถ้าเค้าตกลงก็กำไรนะคะ 5555555555 รอตอนต่อไปอยู่จ้าาา
    #11
    0
  2. #10 Loveกยูอู (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2559 / 17:52
    งื่อออออพี่กยูถามไปแล้วขนาดนั่นทำมั้ยอูฮยอนไม่บอกความรู้สึกตัวเองบ้างง่ะ ดูจิพอพี่เค้าหายไปก็คิดถึง555 มาต่ออีกนะคะไรท์
    #10
    0