[INFINITE] [GYUWOO] แอบรับ... Behide you

ตอนที่ 2 : Please don't ask (ซ่อนความรู้สึก)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 131
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    14 ต.ค. 59

                


Please don't ask...me why




          ซองกยูนั้นเลือกที่ใช้รถไฟฟ้าใต้ในการเดินทางไปทำงานเพราะสะดวกและรวดเร็ว วันนี้ก็เช่นทุกวันการเดินมาขึ้นรถไฟฟ้าที่สถานีเพื่อกลับบ้านนั้นใช้เวลาแค่ประมาณ 5 นาทีเท่านั้น แต่วันนี้ชายหนุ่มกลับอยากใช้เวลาเดินให้มากขึ้น ซองกยูพยายามถ่วงเวลาเพื่อให้ได้มีเวลาอยู่ใกล้กับเด็กแถวบ้านคนหนึ่งมากขึ้น ส่วนเด็กหนุ่มที่อายุน้อยกว่ากลับพยายามเดินให้ห่างมากที่สุดเท่าที่จะทำได้แต่การที่เห็นชายร่างสูงนั้นเดินไม่ต่างจากหอยทากคืบคลานอย่างเชื่องช้าก็พาลให้อารมณ์เสียไม่น้อย

“ปกติก็ไม่เห็นเดินช้าขนาดนี้วันนี้เป็นอะไรของเขา” อูฮยอนเอาแต่บ่นกับตัวเองเมื่อซองกยูยังคงเอาแต่เดินต่อเท้า ดวงตากลมนั้นมองแผ่นหลังที่ทำให้หัวใจตัวเองเต้นผิดจังหวะมือเล็กจับหัวใจที่เต้นแรงด้วยความอ่อนเหนื่อย การเข้าใกล้กลับทำให้หัวใจที่คิดว่าน่าจะรู้สึกดีที่ได้ชิดใกล้กับทรมานทุกครั้งที่พบเจออีกทั้งต้องคอยเก็บอารมณ์ ความรู้สึก และสีหน้าไม่ให้เจ้าตัวรับรู้ความรู้สึกนั้นยิ่งเป็นเรื่องยากและลำบากสำหรับคนแอบรัก ยามที่ไม่พบเจอก็เอาแต่ชะเง้อมองหา ยามพบเจอก็ต้องหลบหลีกสายตา...

“อูฮยอน” พนักงานใหม่ที่พึ่งเข้ามาอย่างอีโฮวอนนั้นสามารถสนิทกับอูฮยอนเพียงแค่ใช้เวลาเดือนเดียวอาจจะเพราะทั้งคู่นั้นมีอายุเท่ากันทำให้มีเรื่องพูดกันมากมาย โฮวอนนั้นเป็นคนพูดน้อยจึงไม่มีเพื่อนที่ทำงานเลยมีเพียงนัมอูฮยอนและอีซองยอลเท่านั้นที่คุยด้วย หัวกลมนั้นหันไปตามเสียงเรียกจากด้านหลังก็พบว่าเพื่อนใหม่ที่มีรูปร่างไม่สูงมากและมีใบหน้าบวมวิ่งตรงมายังจุดที่ตนยืนอย่างเร่งรีบ ซองกยูที่อยู่ไม่ห่างมากก็ชายมองตามเสียงเรียกเหมือนมีคนเรียกชื่อตัวเอง “นายลืมโทรศัพท์ไว้ที่ออฟฟิตนะ” พร้อมยื่นโทรศัพท์เครื่องหรูให้มือเรียว

 

“อาจจะรีบไปหน่อยเลยลืมทิ้งไว้บนโต๊ะ ขอบใจนะอีโฮวอน” อูฮยอนตบหลังโฮวอนใบหน้าก็ยิ้มอย่างขอบคุณ ภาพที่ปรากฏแก่สายตาของซองกยูจึงเป็นภาพที่นัมอูฮยอนถึงเนื้อถึงตัวผู้ชายอย่างเป็นธรรมชาติอีกตามเคย รอยยิ้มที่อูฮยอนส่งแก่โฮวอนก็เป็นรอยยิ้มที่พบได้ทั่วไปเวลาอูฮยอนพูดคุยกับผู้คน แต่ทำไมรอยยิ้มนั้นจะต้องเป็นข้อยกเว้นเพียงแค่คิมซองกยูคนเดียวทำให้ซองกยูคิดว่าอูฮยอนดูอ่อยผู้คนไปทั่ว ทั้งที่จริงแค่เป็นคนอัธยาศัยดีเพียงเท่านั้น แค่คิดคิมซองกยูก็ยกยิ้มที่มุมปาก “เพื่อเป็นการขอบคุณวันนี้ฉันเลี้ยงข้าวนายเอาไหม” อย่างน้อยโฮวอนก็น่าจะสามารถพาเขาไปจากสถานการณ์อันน่าอึดอัดนี้ได้ อูฮยอนเดินไปด้านหลังของโฮวอนหลังจากนั้นก็ยกมือทั้งสองดันไหล่เพื่อนใหม่ไปข้างหน้า หรืออีกนัยคือใช้ร่างกายของชายอีกคนปิดบังชายอีกคน

“เลี้ยงจริงดิ” ถึงแม้จะโดนดันตัวให้เดินนำหน้าเเต่โฮวอนก็ยังเอามือป้องปากอย่างตกใจ แถมยังเล่นใหญ่จนอ้าปากกว้างแทบเห็นลิ้นไก่ ครั้นเมื่อหันมาด้านหน้าก็พบกับหัวหน้าที่รับตนเข้ามาทำงานในบริษัทเเห่งนี้อย่าง “เจอร์กยู” โฮวอนนั้นเห็นซองกยูหยุดยืนรออะไรซักอย่างเเละค้นหาของจากกระเป๋าเปใบใหญ่ แต่ที่จริงเเล้วมันเป็นเเค่การเเสดงเพื่อจงใจให้ทั้งอูฮยอนและโฮวอนเห็นว่าตนยืนอยู่

 

“อยู่ไหนนะ” หลังจากได้ยินเสียงโฮย่าทักก็เนียนตอบกลับไปอย่างไม่รู้ตัวว่าเห็นโฮย่า “อ้าวอีโฮวอนบ้านนายไปทางนี้เหรอ” ซองกยูถามไปทั้งที่พยายามหาของที่ไม่รู้ว่าหาอะไร สายตาก็เหล่มองร่างเล็กที่เอาแขนเกาะไหล่โฮวอนที่เอาเเต่หลบอยู่หลังเหมือนไม่ต้องการพบหน้ากันทำให้ซองกยูหันความสนใจกลับมาที่โฮวอนอย่างไม่พอใจ “นิสัยอ่อยคนไปทั่วนี่มันเป็นนิสัยหรือสันดานกันแน่”


“ป่าวครับเจอร์ พอดีเอาของมาให้เพื่อนนะครับเจอร์กำลังจะกลับบ้านเหรอครับ” โฮวอนเองสังเกตเห็นว่าซองกยูนั้นมีสีหน้าไม่พอใจอะไรสักอย่าง แต่ก็คงไม่ใช่เรื่องแปลกเพราะปกติผู้จัดการของตนก็หน้าเหวี่ยงและบ้าอำนาจอยู่แล้ว

“อืมใช่ งั้นฉันไปหล่ะ” ร่างสูงไม่สามารถยืนดูอูฮยอนอยู่กับชายอื่นได้อีกต่อไป ถึงแม้จะรู้ว่าอูฮยอนใกล้ชิดกับคนมากมายเพียงไรแต่ก็ยังเอาแต่ให้ความสนใจแก่เด็กที่ไม่ควรได้รับความสนใจอยู่ดี

“แล้วเราจะไปที่ไหนอ่ะ บ้านนายไหมฉันได้ยินมาว่าร้านนายดังมากเลยนะ” โฮวอนเสนอร้านกับอูฮยอนถึงแม้จะเคยไปแล้ว คนอย่างโฮวอนก็คงไม่อยู่ในความทรงจำของอูฮยอนอยู่แล้วโกหกไปอูฮยอนก็คงไม่รู้ว่าตนเคยไปที่ร้านนั้นบ่อยเเค่ไหน "คนนอกสายตา"


ในตอนนี้นัมอูฮยอน อีโฮวอนและคิมซองกยูนั่งอยู่ด้วยกัน

“ฉันได้ยินมาว่านายจบปริญญาโทจากมหาลัยระดับโลกเลยเหรอ” คำถามที่โฮวอนถามนั้นช่วงคลายความสงสัยต่อตำเเหน่งที่คนไม่มีประสบการณ์อย่างนัมอูฮยอนไม่คู่ควรได้เป็นอย่างดี ซองกยูยังคงทำตัวเป็นผู้รับฟังที่ดี ในหัวข้อ 'เรื่องของชาวบ้านคืองานเผือกของฉัน' สายตาเเละท่าทางที่เเสร้งไม่สนใจนั้นทำให้ทั้งสองคุยกันอย่างต่อเนื่อง

“ใครบอกนาย นั้นเป็นความลับที่ไม่มีใครรู้เลยนะ” ใช่อูฮยอนไม่อยากให้ใครรับรู้ ใครที่อาจคิดว่าตนไปเพื่อใกล้ชิด...

“อย่าบอกใครนะผู้จัดการแผนกของนายนะพ่อฉันเอง” อะไรกันถึงว่าพี่อีดงซอกถึงแนะนำอีโฮวอนกับตนจัง ซองกยูก็เอาเเต่พูดตอบโต้กับตัวเองในใจ ใบหน้าก็ต้องปั้นให้นิ่ง หูก็ต้องฟัง ความอยากรู้ที่ครั้งนี้ยิ่งใหญ่ขนาดทำให้คนที่ไม่สนใจโลกซองกยูทำทุกอย่างเพียงเเค่ได้รับ

“จริงอ่ะ ข่าวใหญ่เลยนะเนี่ย เรื่องที่ฉันจบโทเป็นเรื่องจริงแต่คนทั่วไปก็คงจะคิดว่าฉันได้ตำเเหน่งเพราะหน้ามากกว่าความสามารถที่ฉันมี” เหมือนมีเข็มมาทิ่มเเทงที่หัวใจซองกยูเมื่อสิ่งที่อูฮยอนพูดออกมาเป็นสิ่งที่ตนก็คิดเเบบนั้น คนเราย่อมตัดสินคนจากภายนอกทั้งที่ไม่ได้รู้จักเบื้องลึกเบื้องหลังของคนนั้นเพราะ คิมซองกยูก็เป็นเช่นนั้น

 

ในระหว่างที่เดินเข้าซอยร้านของอูฮยอนทั้งสามก็ยังคงใช้ทางร่วมกัน

“บ้านเจอร์กยูก็ไปทางนี้เหรอครับ” โฮวอนพยายามทำลายความอึดอัดที่เกิดขึ้นระหว่างนัมอูฮยอนและคิมซองกยู

“อืม” ซองกยูตอบกลับไปเพียงเล็กน้อย

“เจอร์กยูไปกินข้าวด้วยกันเลยมั้ยครับ วันนี้อูฮยอนจะเลี้ยงข้าวผม ถือว่าเลี้ยงต้อนรับที่ผมทำงานกับเจอร์ก็ได้ แต่ถ้าคนที่บ้านรอกินข้าวด้วยก็ไม่เป็นไรนะครับ” โฮวอนทำหน้าที่พ่อสื่อโดยไม่รู้ตัวได้เป็นอย่างดี

“ฉันโสดนะ ไม่มีใครรอกินข้าวด้วยหรอกนะ” เป็นการตอบโฮวอนแต่สายตานั้นได้มองไปที่อูฮยอนอีกครั้ง เพียงเพราะคนที่ต้องการให้รับรู้คือนัมอูฮยอน ไม่ใช่อีโฮวอน

“ผู้จัดการอย่างพี่นะน่ะจะโสดไม่น่าเชื่ออ่ะ อย่ามาโกหกหน่อยเลย”

“โสดจริงเว้ย... เดี่ยวฉันเป็นคนเลี้ยงนายเอง” ซองกยูนั้นใช้โอกาสประกาศสถานะภาพของตน 

“...” อูฮยอนเองก็ไม่อยากเชื่อว่าคนอย่างซองกยูจะโสด คนที่หล่อ คนที่คูล คนที่ฐานะการงานดี มีความมั่นคงเเบบซองกยูจะโสดได้อย่างไร ไม่มีความเป็นไปได้ด้วยซ้ำฟังก็รู้ว่าโกหก ร่างเล็กบอกกัลตัวเองเเต่หัวใจกลับยิ้มออกมาภายในอย่างมีหวัง

“ผมขอไปกินข้าวด้วยคนได้ไหม” ซองกยูเป็นคนเริ่มชวนคุยกับอูฮยอนเพราะรู้สึกผิดที่คิดไม่ดีต่อร่างเล็ก เสียงที่ดูแข็งและเต็มไปด้วยความไม่สบอารมณ์นั้นได้เปลี่ยนเป็นเสียงอ่อนโยนอีกทั้งสายตาคมเรียวเล็กที่มองมายังอูฮยอนนั้นเเทบจะปิดด้วยการยิ้ม เเต่อูฮยอนปฏิเสธการพูดกับซองกยูโดยการเดินเข้าไปในร้านอย่างไม่ใส่ใจว่าคนร่างสูงจะพูดว่าอะไรทั้งที่ยังไม่จบประโยค

 

นัมอูฮยอนจะสามารถยืนต่อไปได้อย่างไร เมื่อรอยยิ้มนั้นมันทำให้หัวใจเต้นรัว จนร่างเล็กไม่สามารถทนต่อความเหนื่อยอ่อนที่พยายามข่มจังหวะการเต้นหัวใจให้อยู่ในอัตราปกติเพื่อไม่ให้ใครได้ยินมัน ในจังหวะที่หันหลังให้อูฮยอนได้ยิ้มออกมาอย่างไม่รู้ตัวมือซ้ายก็ยกมาเเนบที่อกเพื่อหวังบรรเทาอาการของหัวใจที่เกเรไม่ยอมเชื่อฟัง


หลังจากที่กินข้าวเสร็จโฮวอนและซองกยูได้นั่งดื่มต่อโดยมีการท้าดวลระดับต้านทานแอลกอฮอล์กัน แต่โฮวอนนั้นเมาอ้วกแตกจนต้องขอตัวกลับบ้าน หลังจากซองกยูส่งโฮวอนขึ้นรถแท็กซี่แล้วร่างสูงก็เดินกลับบ้านที่อยู่ไม่ไกลจากร้าน เป็นก้าวแรกที่ซองกยูเริ่มเข้าหาอูฮยอนอย่างเปิดเผยเเต่ก้าวต่อมากลับทำได้เเค่ปั้นหน้านิ่งตลอดเวลาที่อยู่ในร้าน 

 

“กลับบ้านอย่างปลอดภัยนะ” เสียงที่ต้องการจะส่งให้ถึงร่างสูงที่เดินเซไปมาอย่างทุลักทุเลให้ได้รับรู้นั้นเบาบางกว่าเสียงลม เสียงที่สามารถเอื่อยเอ่ยได้แค่เวลาที่คนที่ต้องการให้รับรู้ไม่สามารถได้ยินได้

“กลับถึงบ้านก็อาบน้ำก่อนนอนด้วยนะ” ทั้งหมดคือสิ่งที่ร่างเล็กต้องการจะพูดกับซองกยูแต่สิ่งที่ตนทำได้ในตอนนี้คือมองแผ่นหลังที่เดินอยู่บนถนนของซองกยู มือเล็กยื่นออกไปราวกับว่าต้องการจะช่วยพยุงให้เขานั้นเดินตรงและถึงห้องอย่างปลอดภัย ไม่ว่าซองกยูเซด้านว้ายมือก็คอยจะพยุงด้านซ้าย เมื่อเซขวามือก็เอียงตามไปด้านขวา ทั้งที่สิ่งที่ทำอยู่มันสูญเปล่าเพราะการประคองดังกล่าวเพียงเเค่ลม น้ำตาที่สามารถปลอบโลมใจตนได้เอ่อร้นห่อหุ้มดวงตาใส 

 

ใกล้กันแค่นี่แต่ทำไมมันเหมือนไกลแสนไกล....

 

“ถ้าผมไม่ขี้ขลาด พี่คงไม่ต้องเดินล้มกลับบ้านแบบนี้ ผมอยากจะดูแลพี่นะ... พี่ซองกยู” นัมอูฮยอนคนนี้ก็ได้แต่ปากเก่งเพียงแค่ลับหลังเท่านั้นจะให้เอาความกล้าจากไหนไปบอกว่าชอบเค้ามานานแสนนาน คนที่ไม่มีอะไรดีเลยแบบอูฮยอนเนี่ยนะ เพียงแค่คิดร่างเล็กก็เดินห่อไหล่กลับบ้านอย่างสิ้นหวัง สิ่งที่ทำได้ตอนนี้เพียงแค่ส่งผ่านความรู้สึกทางโลกสังคมออนไลน์ถึงแม้เจ้าตัวจะไม่รับรูปว่าข้อความที่พูดตลอดเวลานั้นจะเป็นตัวเองอย่างน้อย... อย่างน้อยอูฮยอนก็ได้พูดมันออกไป



“กลับบ้านอย่างปลอดภัย แล้วอาบน้ำนอนด้วยนะ ปล๊งงง”

 

 


     เวลาก็ล่วงเลยมาหลายเดือนแต่ทุกครั้งที่เจอกันก็ไม่มีมีการทักทายหรือแม้จะยิ้มให้อย่างคนรู้จัก ในวันนี้โชคชะตาคงเริ่มจะเบื่อและรำคาญที่ทั้งสองเล่นตัวกันเกินเหตุ ซองกยูกำลังจะกดปิดลิฟต์แต่ก็มีเสียงใสร้องห้าม

“รอด้วยครับ” อูฮยอนรีบวิ่งเข้าไปในลิฟต์ ในยามดึกขนาดนี้มีเพื่อนอยู่ในลิฟต์ด้วยก็ดีไม่น้อย

“...” เงียบ

“...” อูฮยอนก็เงียบ

“นายไม่ชอบขี้หน้าฉันเหรอ”

“...” อูฮยอนก็ยังนิ่ง

“โอเค ฉันจะไม่คุยกับนายก็ได้ แต่กลับบ้านดึกแบบนี้อย่างน้อยก็น่าจะใช้รถยนต์ส่วนตัวกลับหน่อยนะมันอันตราย” ตอนนี้ก็เกือบจะสี่ทุ่มแล้วถึงแม้จะยังมีรถไฟฟ้ารอบดึกอยู่แต่การกลับบ้านคนเดียวก็ดูน่าเป็นห่วงสำหรับร่างเล็กที่ทุกคนต่างอยากครอบครอง

 “...”

“วันนี้ฉันเอารถมา กลับด้วยกันไหมยังไงทางกลับบ้านเราก็ทางเดียวกัน อีกอย่างแม่นายฝากให้ฉันดูแลนายด้วย ฉันก็ไม่ได้อยากยุ่งเรื่องของนายมากหรอกนะ อย่างน้อยก็เพื่อนร่วมงานที่บริษัท และก็เห็นแก่เพื่อนร่วมโลกแค่นั้น” ทั้งที่บอกว่าจะไม่ชวนคุยแล้ว ซองกยูก็ยังเอาเเต่พูดเเละยกเหตุผลมากมายมากล่าวชวนให้อูฮยอนกลับพร้อมตน ทั้งที่ในใจก็เป็นแค่ห่วงและไม่อยากให้กลับบ้านคนเดียว

“ขอบคุณครับ แต่ผมดูแลตัวเองได้ ถ้าเห็นแก่เพื่อนร่วมโลกก็ไม่ต้องห่วงหรอกครับ”

“กลับด้วยกัน ฉันไม่อยากพูดมาก” ดังประโยคคำสั่ง อูฮยอนนั้นชักสีหน้าไม่พอใจหลังชายที่ไม่ได้มีความสนิทสนมออกคำสั่งกับตน ร่างเล็กได้เเต่คิดว่าคิมซองกยูเป็นใครทำไม่มาพูดเอาแต่ใจกับตนแบบนี้ แต่สุดท้ายอูฮยอนก็ยอมขึ้นรถมาด้วยเพราะการกลับคนเดียวมันน่ากลัวไม่น้อยเพราะข่าวตามทีวีมีทั้งปล้นชิงทรัพย์และฆ่าปาดคอไม่เว้นวัน 

“ปกติชอบยุ่งเรื่องชาวบ้านแบบนี้?” อูฮยอนก็ยังสงสัยกับการหยิบยื่นความเห็นใจแก่ตน

“ป่าว ยุ่งแค่เรื่องที่อยากสนใจ” สิ้นประโยคดังกล่าวหัวใจของอูฮยอนก็เต้นแรงขึ้นมาอีกครั้ง ร่างเล็กจึงรีบหันหน้านี้แล้วพยายามใช้สมาธิทั้งหมดควบคุมมัน

“คุณพูดอะไร จะบอกว่าสนใจผมอย่างงั้นเหรอ อย่ามาพูดตลกอะไรแบบนี้นะ แล้วนี่จะขับแข่งกับเต่ารึไง ขับช้าแบบนี้เมื่อไรจะถึง เฮ้อ... ผมน่าจะกลับเอง ปานนี้คงถึงบ้านแล้วมั้งเนี่ย ถ้าไม่ติดว่าเสียดายค่ารถแท็กซี่ไม่มาด้วยหรอกนะ” อูฮยอนโมโหกลบเกลื่อนความเขินอายของตนทั้งที่แทบจะหลุดยิ้มออกมาทุกวินาทีตั้งเเต่ได้มีโอกาสนั่งข้างชายที่แอบชอบ เมื่อนั่งมาสักพักเเละยังไม่ถึงบ้านรถก็จอดทำเอาร่างเล็กหันไปมองซองกยูอย่างสงสัย

“จอดทำไม?”

“มีเรื่องจะคุยด้วย ลงมาคุยกันหน่อยสิ” ซองกยูทิ้งประโยคไว้ก่อนจะดับเครื่องแล้วเดินไปรอที่สวนสาธารณะ อากาศที่หนาวเย็นนั้นยังเยือกเย็นน้อยกว่าดวงใจของอูฮยอน หากร่างสูงจับได้ว่าตนแอบชอบแล้วเรียกมาคุยให้เลิกความคิดที่ไม่มีทางเป็นไปได้ แค่คิดร่างเล็กก็ไม่อยากอยู่สถานที่แห่งนี้อีกต่อไป แต่ละก้าวนั้นสร้างความปวดร้าวให้กับร่างเล็กไม่ต่างกับการเดินเท้าเปล่าบนพื้นน้ำแข็ง

“มีอะไรจะคุยกับผม...”

 

 


 

 

Talks:

งงไหมค่ะ คือเรื่องนี้ไม่ได้มีแค่อูฮยอนที่แอบชอบซองกยูนะ

ซองกยูเองก็แอบชอบน้องน้องมันเหมือนกัน

เรื่องนี้คงจะประมาณ 4 ตอนจบนะค่ะ เพราะชื่อเรื่องมันคือแอบชอบ

แต่ถ้ารักกันไปแล้วอาจจะเป็นเรื่องราวหลังจากรักกัน

และความรักสำหรับเราก็ไม่เคยสีชมพูดด้วยสิ

ความมาคุเเละความหึงห่วง ดราม่ารอคุณอยู่

สปอยเรื่องต่อไปทั้งที่ยังไม่คิดพล็อตได้ยังไง 5555 

เเต่ตอนที่ 3 เสร็จเเล้วนะ รอตรวจคำเเละการเรียบเรียงอีกครั้ง

คงจะปล่อยเร็ว ๆ นี่เเน่นอนค่ะ ฝากติดตามด้วยนะค่ะ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

13 ความคิดเห็น

  1. #9 Loveกยูอู (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 16 ตุลาคม 2559 / 00:18
    ค้างงงมากกกกพี่กยูจะคุยอะไรกับอูฮยอนนะอยากรู้จัง พี่กยูกับอูฮยอนต่างคนก็ต่างชอบกันแต่ไม่มีใครยอมบอก งื่ออออเลิกปากแข็งแล้วบอกๆไปจิ สู้ๆนะคะไรท์
    #9
    0
  2. #8 pop Champathong (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 14 ตุลาคม 2559 / 09:51
    ค้างงงง สงสารน้องนัมจัง พี่กยูนี้คือะไรแหม่ๆบอกตัวเองโสดให้น้องรู้ด้วย
    #8
    0
  3. #7 CucumTK (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 14 ตุลาคม 2559 / 07:10
    ความกยูนี่คืออะไร5555
    #7
    0