[จบแล้ว] More than Words ไม่ต้องพูดก็รู้ว่ารัก [Fic SingtoKrist]

ตอนที่ 45 : Final Chapter คู่ชีวิต (100%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 5,557
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 384 ครั้ง
    8 ส.ค. 62

Krist

ผมไม่เคยคิดเหมือนกันว่าพี่สิงจะมาขอผมแต่งงาน เพราะจริงๆ แล้วแค่การได้อยู่ข้างๆ กันแบบนี้มันก็ดีมากพอแล้วสำหรับผม... แต่การที่เขาทำแบบนี้ มันก็ยิ่งทำให้ผมรับรู้ถึงความหนักแน่นและมั่นคงในตัวของเขา

มันเหมือนเป็นการตอกย้ำว่าความรักที่เขามีให้ผมนั้นมันมากมายจริงๆ...

เฮ้อ ผมคงเป็นคนที่โชคดีที่สุดในโลกแล้วล่ะ

หลังจากวันนั้นมา เราทั้งสองก็ไปคุยกับทางผู้ใหญ่ และก็เริ่มแพลนงานมงคลที่กำลังจะเกิดขึ้นกัน

ป๊าม๊าผมและพ่อพี่สิงต่างก็ตามใจพวกผมแทบทุกอย่าง พวกท่านคอยเป็นที่ปรึกษาให้คำแนะนำอยู่ห่างๆ ให้เราได้เลือกและตัดสินใจในสิ่งที่เราคิดว่าดีที่สุดเอง พวกท่านบอกว่ามันเป็นวันสำคัญของลูก อยากให้ทำออกมาในแบบที่พวกเราต้องการที่สุด

...และแน่นอนว่าพอถึงเวลาเตรียมงาน พวกเราสองคนก็ไม่ได้เห็นตรงกันไปซะทุกเรื่องหรอก ก็มีเครียดใส่กันบ้างเล็กน้อยตามประสา แต่ทุกครั้งที่เราเริ่มรู้สึกว่ากำลังจะร้อนแล้วนั้น เราจะหยุดและกอดกัน จะไม่ให้เรื่องนี้มาทำให้เราสองขุ่นหมองต่อกันอย่างแน่นอน

ผมทราบดีว่าช่วงก่อนแต่งงานก็เป็นช่วงที่ท้าทายที่สุดช่วงหนึ่งในชีวิตคู่เหมือนกัน หลายๆ คู่ทะเลาะกันในช่วงเวลานี้ ...แต่ก็อย่างที่บอก ว่าผมไม่ยอมให้มันเกิดขึ้นกับพวกเราหรอกครับ ก็เราเตรียมงานแต่งงานกันอยู่นี่นา แล้วที่เราเตรียมงานแต่งนี่ก็เพราะอะไรล่ะ มันเกิดขึ้นมาเพราะเรารักกันไม่ใช่เหรอ ถูกไหม ฉะนั้นอย่าให้สิ่งเหล่านี้มาทำให้รักของเรามันลดน้อยลงเลยเนอะ

เราคุยกันไว้ว่าจะจัดงานช่วงใกล้ๆ ปลายปี เลยทำให้เรายังมีเวลาอยู่บ้าง ซึ่งแทบจะทุกวันผมและพี่สิงขลุกอยู่กับเรื่องเตรียมงานกันตลอด แลกเปลี่ยนไอเดียกัน พูดคุยเสนอแนะบอกกล่าวสิ่งที่พวกเราต้องการกัน ซึ่งตอนนี้ก็ตกลงได้สถานที่และรายชื่อแขกแล้วเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

ตอนแรกว่าจะจัดแบบเล็กๆ... พอนับดูดีๆ ก็เยอะพอตัวอยู่เหมือนกัน

ผมนั่งเช็คการ์ดเชิญสีขาวปั๊มฟอยล์สีทองแล้วก็ได้แต่อมยิ้ม

เคยเห็นชื่อผมกับชื่อพี่สิงอยู่คู่กันมานักต่อนักก็จริง... แต่คราวนี้มันให้ความรู้สึกอีกแบบ

 

‘Perawat and Prachaya’

 

ครับ ผมเป็นบ้าแน่ๆ... อ่านไปอมยิ้มไป

จรดปลายปากกาลงที่หน้าซองจดหมาย ค่อยๆ คัดลายมือที่สวยที่สุดลงไปทีละใบ ก่อนจะปิดซองการ์ดด้วยสติ๊กเกอร์สีทอง ทำแบบนี้ซ้ำๆ ทุกเย็นหลังทำงานเสร็จ เนื่องจากจำนวนแขกเยอะ ก็ต้องใช้เวลาเยอะตาม

“เป็นไงบ้างครับ ทานข้าวเย็นหรือยัง…”

เสียงนุ่มๆ ดังอยู่ไม่ไกล ก่อนจะตามมาด้วยรอบแขนที่โอบกอดผมจากทางด้านหลัง

สิงต้วนของผมกลับมาแล้ว

“ยังเลยพี่ ผมรอพี่มาสิ”

ผมตอบไปแบบนั้น ก่อนที่จะโดนพี่สิงจรดปลายจมูกลงที่กลุ่มผมของผมด้วยความเอ็นดู

“แล้วนี่ทำอะไรอยู่น่ะ จ่าหน้าซองเหรอ”

“ช่ายยย ทำไปได้เยอะแล้วนะพี่” ผมยิ้มแป้นก่อนจะชี้นิ้วไปทางกองซองจดหมายที่วางกองกันอย่างเป็นระเบียบ

“เขียนมานานหรือยัง ปวดมือไหมคะ”

“หื้อ ปวดนิดหน่อย แต่ก็โอเคแหละ”

“เดี๋ยวพี่ช่วยเขียนนะ”

“พี่ไปอาบน้ำก่อนก็ได้ เดี๋ยวผมไปทำกับข้าวรอ”

ผู้กำกับของผมเลิกคิ้ว เหมือนจะชั่งใจเล็กน้อย แต่สุดท้ายก็ยอมไปอาบน้ำตามที่ผมบอก ช่วงนี้เขาเลิกกองดึก ผมเข้าใจว่าเขาเหนื่อยแหละ

ทำอาหารเย็นทานกัน เคลียร์ตัวเองเสร็จก็มานั่งจ่าหน้าซองต่อ โดยมีพี่สิงนั่งเขียนอยู่ข้างๆ ผมล่ะ

หลายสิบร้อยใบเลยเหมือนกันนะ... แต่ไม่เมื่อยเลย กลับมีความสุขซะมากกว่าอีก มีบางทีที่เขายกกล้องมาถ่ายวิดีโอบันทึกภาพผมที่กำลังยุกยิกๆ กับกองตรงหน้า ซึ่งผมก็ยกการ์ดขึ้นโชว์พร้อมยิ้มแฉ่งอารมณ์ดีใส่กล้อง

 

 

อีกเรื่องหนึ่งที่นอกเหนือจากการเตรียมงานแต่งคือ... การติดตามความคืบหน้าของบ้านของเราสองคน

ใช่ครับ ผมกับพี่สิงตกลงว่าจะย้ายไปอยู่บ้านหลังใหม่กัน จริงๆ ก็คุยกันมาสักพักใหญ่แล้วแหละครับ ตั้งแต่ก่อนที่เขาจะขอผมแต่งงานในวันนั้นอีก ซึ่งก็เป็นเรื่องดี... ดูท่าทางแล้วคงจะเรียบร้อยดีในช่วงสิ้นปีพอดิบพอดี เพราะตอนนี้ก็เริ่มเข้าสู่ช่วงเก็บรายละเอียดแล้ว

หลังไม่เล็กจนอึดอัดเกินไป แต่ก็ไม่ใหญ่จนรู้สึกเหงา มีพื้นที่รอบบริเวณบ้าน ตกแต่งสไตล์สมัยใหม่

จริงๆ แล้วก็ตื่นเต้นเหมือนกันนะ มันเหมือนเป็นช่วงแห่งความเปลี่ยนแปลงของผมเลยอะ

“ใกล้ความจริงแล้วเนอะพี่” ผมหันไปหาคนข้างๆ ที่กำลังตรวจเช็คงานอยู่ ก่อนที่รอยยิ้มจะปรากฏบนในหน้าของเขา

“เห็นแบบนี้แล้วก็ดูเหมือนกับว่ากำลังจะมีครอบครัวเลยพี่ บ้านก็ใกล้เสร็จ งานแต่งก็ใกล้เข้ามาแล้ว”

ฝ่ามืออันอบอุ่นยกขึ้นมาสางเส้นผมของผมไปมาอย่างเช่นเคย สัมผัสและแววตาของเขาทำเอาผมน้ำตาคลอได้ตลอดสิน่า

“พี่ว่าตรงนี้เราวางโซฟายาวๆ เลยได้ปะ ส่วนตรงนั้นเป็นชั้นหนังสือนิยายของพี่ ตรงนี้เป็นเค้าน์เตอร์บาร์”

และผมก็เริ่มจินตนาการสถานที่สำหรับเฟอร์นิเจอร์ต่างๆ จะว่าไปแล้วก็อดใจไม่ไหว อยากจะเห็นตอนที่มันเสร็จแล้วไวๆ จัง

มันต้องน่าอยู่มากแน่ๆ เลย

...

 

 

เหมือนจะง่าย แต่ก็ไม่ง่าย แพลนต่อไปของเราคือการหาของชำร่วยที่จะแจกในงาน ที่ไม่ง่ายไม่ใช่เพราะอะไรหรอก ก็ผมเองไม่อยากได้อะไรที่มันเห็นได้ทั่วๆ ไปนี่นา ส่วนพี่สิงก็อยากได้อะไรที่มันมีความหมายแฝง

จะว่าไปช้อนส้อม ตะเกียบคู่ ขวดใส่เกลือพริกไทยมันก็ดีอยู่แหละ แต่เป็นผมเองที่เรื่องมากและอยากได้อะไรที่สามารถสื่อความหมายได้มากกว่านั้น

“...”

นอนค้นข้อมูลไปก็แอบเครียดไป กลัวจะไม่ดีพอบ้างล่ะ กลัวจะเวอร์เกินไปบ้างล่ะ กังวลเรื่องคุณภาพของบ้างล่ะ เลยต้องนั่งทำรีเซิร์ชเสียยกใหญ่

“คริสๆ อันนี้ดีไหม น่ารักดีนะ ความหมายดีด้วย”

พี่สิงยื่นโทรศัพท์ให้ผมดู ผมที่นอนอิงไหล่เขาอยู่ก็ลุกมานั่งดีๆ ก่อนจะเลื่อนดูรูปที่เขาเปิดให้

เอ้อ ต้นไม้จิ๋วอย่างนั้นเหรอ

“น่ารักดีแฮะ”

เป็นต้นเล็กๆ อยู่ในกระถางจิ๋ว โรยกรวดตกแต่ง ดูเลี้ยงง่าย

“ทำไมถึงเลือกอันนี้อะพี่สิง”

“จะปลูกต้นไม้ ก็ต้องมีการเอาใจใส่ รดน้ำ ใส่ปุ๋ย ดูแลมัน เพื่อให้มันเติบโตไงครับ”

“...”

“เหมือนความรักไง”

“อ๋อออ...”

น่าสนนนน

กลายเป็นว่าก่อนนอนผมก็เอาแต่เลื่อนดูต้นไม้จากร้านต่างๆ สไตล์การตกแต่ง รีวิว ก่อนจะวูบคาโทรศัพท์ไปอย่างไม่รู้ตัวเพราะความเหนื่อยล้า

 

 

Singto

“คริส ร้านนี้ดีอะ”

“...”

สะกิดๆ เจ้าของชื่อ แต่ก็ไม่ได้เสียงตอบรับ

หลับแล้วแน่ๆ เลย

ว่าแล้วก็ก้มมองคนที่นอนหลับตาพริ้มพร้อมโทรศัพท์คามือ เขาที่นอนอยู่ข้างๆ ผม

ผมยิ้มออกมาบางๆ ก่อนจะดึงมือถือในมือของเขาออกและวางไว้ที่หัวเตียงแทน

...ก่อนที่ปลายนิ้วจะแตะผมที่ปรกหน้าผากขาวมนของเขาอย่างเบามือ

ผมเริ่มยาวแล้วแฮะ... ปกติคริสจะไม่ปล่อยให้ผมยาวขนาดนี้ ช่วงนี้เขาคงไม่ค่อยมีเวลาจริงๆ แหละ ทั้งงานโปรดิวฯเพลงของเขาเองที่เข้ามาไม่เคยหยุด ทั้งการเตรียมงานของพวกเราเอง

เจ้าคนเนี้ย เหมือนจะว่าง แต่ไม่ว่างหรอกครับ เขาแค่ขยันมากก็เท่านั้น แถมยังไม่เคยบ่นให้ผมฟังอีก

“…”

ผมลูบเส้นผมสีดำประกายน้ำตาลของเขา... จ้องมองใบหน้าของคนตรงหน้าด้วยความรู้สึกเต็มตื้น

ทั้งรัก ทั้งรู้สึกขอบคุณ ทั้งเอ็นดู เห็นแล้วอยากจะอยากจะหอมแก้มเขาเบาๆ สักหนึ่งที

...ว่าแล้วก็หอมเลยละกัน

 

 

“พี่สิง แบบนี้ก็ดูเท่อยู่นา”

อีกหนึ่งสิ่งที่ทำให้คริสตื่นเต้นที่สุดก็คงจะเป็นการได้เลือกและลองชุดแต่งงานกันนี่แหละ

เนื่องจากไม่ได้มีสไตล์ที่ตายตัว เลยทำการลองไปเรื่อยๆ เอา

ตอนแรกก็ลองทักซิโด้กันนะ แต่ว่า... เหมือนว่าจะดูเป็นทางการไปนิด เลยมาลองชุดสูทสีดำธรรมดาเอา

“แต่ผมว่า... อาจจะดูเข้มไปหรือเปล่า”

“ลองแบบอื่นได้นะ คริสอยากได้แบบไหนเหรอ”

“เบาๆ กว่านี้ไหมพี่ ลองสีนี้ด้วยไหม สีเทาก็น่าลองนะ”

“หรือสีขาว เราใส่สีขาวขึ้นนี่คริส”

“สีขาวอาจจะดูเด่นเกินไปอะผมว่า มาลองตัวนี้กัน”

คริสยิ้มก่อนจะชี้ไปที่สูทเซทสีเทาอ่อนที่ว่า

ผมกับคริสเปลี่ยนชุดกันอีกครั้ง

“ดูหล่ออย่างกับคุณชายเลย” เจ้าตัวเอ่ยชมเมื่อหันมาเจอผม

ส่วนผมก็ได้แต่มองความหวานของคนตรงหน้า

พอคริสเจอสีอ่อนเข้าไป ยิ่งดูหวาน ยิ่งดูสวย ...ใช่ครับ คำต้องห้ามนั่นแหละ ผมก็ได้แต่คิดในใจน่ะนะ อย่าริอาจเอ่ยออกไปเชียว

“ผมดูดีปะพี่”

“มาก... จริงๆ คริสใส่อะไรก็เหมาะไปหมดแหละ” และผมก็ไม่ได้อวยด้วยนะ ผิวน้องดี บอดี้น้องดี ใส่อะไรก็ดูดี

“ลองแบบสบายๆ คูลๆ บ้างดีมะพี่” นิ้วขาวๆ ชี้ไปทางสูทสีคราม และสีเขียว

ผมพยักหน้า ก่อนจะเปลี่ยนไปอยู่สูทสีครามน้ำเงินทรงเข้ารูปอย่างที่คริสได้แนะนำ

“พี่หล่อยัง” ผมล้วงกระเป๋ากางเกง เอียงคอมองเขาเล็กน้อย

ก่อนจะพบว่าคริสมองผมตาโต ค้างอยู่อย่างนั้นซักสามวินาทีได้

“พี่... ไม่ต้องเปลี่ยนแล้ว แบบนี้แหละ เหมาะมากเลย หล่อมากอะ”

“จริงเหรอ... สีนี้ก็เหมาะกับคริสเหมือนกัน น้ำเงินตัดกับสีผิวของคริส” ผมยิ้มก่อนจะเดินไปปลดกระดุมเม็ดล่างของตัวสูทออก และหันไหล่เจ้าตัวเข้าหากระจก

“แบบนี้ก็จะได้ลุคสบายๆ กว่าเดิม คริสว่าไง”

“สไตล์นี้ก็ดูดีนะพี่ ปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตด้านในด้วยไหม”

“ไม่เอา”

“แต่คริสว่—”

“ต้องใส่โบว์หรือเนคไทนี่นา มาเลือกกันครับ” ผมเปลี่ยนเรื่อง ที่จริงก็คือหวงนั่นแหละ และเหมือนเจ้าตัวจะอ่านออก ยิ้มกริ่มใส่ผมเชียว

เอ๊ะ... หรือว่ากำลังแกล้งผมอยู่นะ

“ขี้หวง...”

“อะไรนะ”

“เปล๊าาา ลองไทสีชมพูอ่อนไหมพี่”

นั่นไง จริงๆ ด้วย

ผมหรี่ตาคาดโทษ

ได้ครับ ถ้าอยากปลด เดี๋ยวคืนนี้จะจับปลดซะให้เข็ด

จบวันด้วยการวัดตัวเพื่อตัดชุด สรุปแล้วเราก็ตกลงจะเอาสไตล์นี้กัน ดูไม่เป็นทางการไป ไม่ชิลเกินไป กำลังพอดี บวกกับโทนอ่อนของเนคไทและเข็มกลัดดอกไม้ตรงหน้าอกแล้วก็ถือว่าสวยมากเลยล่ะ

 

 

อ้อ ส่วนพรีเว้ดดิ้งน่ะเหรอ...

จริงๆ ก็ไม่ต้องจ้างใครถ่ายหรอก ผมถ่ายเอง ตั้งกล้องเอง แต่งภาพเอง คอสตูมก็...คริสเลือกให้

ถ่ายภาพขึ้นมาใหม่ไม่กี่ภาพก็คงพอแหละ เพราะภาพอื่นๆ ที่ว่าจะใช้ตกแต่งในงานผมว่าจะใช้ภาพที่เราเคยถ่ายกันเองตั้งแต่สมัยเราเริ่มคบกัน

เขาถ่ายภาพผม...

ผมถ่ายภาพเขา...

เราถ่ายภาพด้วยกัน...

เป็นการถ่ายทอดเรื่องราวผ่านสายตาของเราสองคนไง ผมว่าดีออก เนอะ

“เอารูปนี้ด้วยพี่ ผมชอบ”

“ได้ครับ”

“นี่ด้วยนะ พี่ถ่ายสวยอะ เอาหมดเลยได้เปล่า”

“ครับ”

ตอนนี้ภาพกว่า 80% เป็นภาพที่คริสเลือกแล้วนะ

ถามว่าผมตามใจไหม ก็...ตามใจสิ

“คริส แล้วรูปพี่อะ” ผมแกล้งทำหน้าหมาหงอยใส่คู่หมั้นของผมที่ยืนคล้องคอผมอยู่จากทางด้านหลัง ก่อนจะละสองมือจากโน้ตบุ้คตรงหน้าเพื่อจับแขนของเขา

“ก็พี่ถ่ายรูปผมเยอะกว่าผมถ่ายพี่อะ...”

“ไม่ต้องเลย เราก็ถ่ายพี่เยอะค่ะ”

“ก็พี่ถ่ายผมสวยอะ...” เสียงเขาอ่อนลงเรื่อยๆ ผมเลยถือโอกาสดึงเขาลงมานั่งตัก ก่อนจะกดปลายจมูกลงเบาๆ ด้วยความหมั่นเขี้ยว

“หอม...ทำไมไม่เลิกส่งกลิ่นหอมสักทีหื้ม”

คริสขำคิกคักก่อนจะโดนผมอุ้มไปฟัดแก้มที่โซฟา ไปๆ มาๆ โดนคริสแกล้งกลับจี้เอวจนผมขำจนปวดท้องไปหมด ไม่พอมีการเอาหมอนฟาด สุดท้ายเขาก็วิ่งไปเอากล้องที่วางอยู่ข้างๆ โน้ตบุ้คมาถ่ายผมที่นอนหอบแฮ่กๆ อยู่บนโซฟา

“คิดดด ไม่เอาาา มุมนี้พี่หน้าบานสิ ฮ่าๆๆ”

เมื่อเห็นว่าผมเริ่มดิ้น เจ้าตัวก็ขึ้นมานั่งคร่อมอกผมไว้

แชะ แชะ แชะ

เสียงชัตเตอร์ดังรัวๆ ส่วนผมก็เอามือบังหน้าตัวเองบ้าง บังกล้องบ้าง ซึ่งก็ยิ่งทำให้คนถือกล้องได้ใจ สนุกใหญ่ ชอบใจเชียวล่ะ

“น่ารักออก ผมชอบบบ”

แชะ

อีกรอบ ซึ่งน่าจะโดนตอนที่ผมยิ้มหวานใส่เขาพอดี

“ถ้าผมเอารูปนี้ใส่งานแต่ง คนต้องเบะปากใส่เรากันแน่ๆ เลยพี่ ฮ่าๆๆ ดูสิ มีความสุขอะไรปานนั้นนน”

เสียงเจื้อยแจ้วเอ่ยแซว ซึ่งทำให้ผมยิ้มกว้างขึ้นไปอีก

ก็เพราะใครล่ะ...

“มานี่ซิ”

ผมเอื้อมสองมือไปหาเขา ในขณะนั้นก็ยังคงได้ยินเสียงชัตเตอร์ที่ดังอยู่ไม่ขาด

คริสละสายตาออกจากช่องมองภาพ ใบหน้าของเขาเปื้อนยิ้ม

ผมชอบเวลาที่เราได้หัวเราะไปด้วยกันจัง

เสียงหัวเราะจากริมฝีปากสีแดงฝาดนั่น...

“ขอจูบหน่อยครับ…”

ฝ่ามือทาบทับหลังคอขาว ก่อนจะรั้งให้เขาเข้ามาใกล้ จนลมหายใจของเรากระทบกัน

“ได้ครับ...”

ขอโทษล่วงหน้านะครับ... แต่ภาพนี้คุณคงไม่ได้เห็นหรอกนะ

--- 50% ---

 

 

สามเดือนต่อมา

พวกเราอยู่ที่งานประกาศรางวัลเหมือนแต่ก่อน แต่ที่ไม่เหมือนเดิมคือผมเปลี่ยนไปอยู่เบื้องหลังแทนแล้ว

ไม่ได้ขึ้นไปยืนอยู่บนเวทีก็ซักระยะใหญ่แล้วนะครับ พอได้ขึ้นไปมันก็คิดถึง… ได้เห็นภาพที่เต็มไปด้วยผู้คน แสงไฟที่ตกกระทบจนเห็นเป็นประกายสีขาว

ผมยืนอยู่ตรงนี้ในฐานะผู้กำกับ… ความรู้สึกแปลกใหม่ ที่เหมือนจะชิน แต่ก็ไม่ชินสักที

อีกหนึ่งรางวัล กับผลการกำกับภาพยนตร์ที่มีคริสเป็นตัวเอก

ที่สำคัญที่สุดคืออะไรรู้ไหมครับ คือการที่ได้รับรู้ว่า ยังมีคนที่รักผมกับคริสเยอะขนาดนี้ เวลาสิบปีที่พวกผมอยู่ในวงการบันเทิงมา ผมบอกได้เลยว่าเยอะกว่าที่ผมกับเขาได้คาดการณ์เอาไว้เสียอีก

มันน่าดีใจมากเลยนะ…

พวกคุณก็รู้ใช่ไหม ว่าพวกคุณสำคัญกับพวกผมมาก

“ขอบคุณทุกคนนะครับ”

“ขอบคุณครับ”

ขอบคุณที่อยู่ข้างกันมาตลอดนะครับ ทั้งสมุนจ้าวป่า... ทั้งยูยู่ของคุณพี... ทั้งทีมพีรญา...

 

 

หลังจากถ่ายรูปเสร็จ เราก็มาที่โซนสัมภาษณ์กันต่อ นักข่าวยังคงรุมล้อมเราเหมือนเดิม

“สวัสดีครับ”

“คริสและสิงโต ขอแสดงความยินดีกับรางวัลที่ได้รับด้วยนะคะ”

“ขอบคุณมากๆ ครับ ไม่คิดเหมือนกันว่า... จะได้รับรางวัลกับเขาด้วย”

“ผมยกความดีความชอบให้เขาเลยนะครับ กำกับดีครับ” คริสพูดจบก็แอบตีหลังผมไปทีหนึ่ง

ความขี้กังวลในฝีมือของผมนั้นยังคงมี แม้จะไม่ได้มากเหมือนเมื่อก่อน แต่ก็ยังคงคิดอยู่เสมอว่ามันยังมีช่องให้พัฒนาได้อยู่

“แล้วคริสสิงโตเป็นอย่างไรบ้างคะ อัพเดทชีวิตช่วงนี้กันหน่อย”

“ช่วงนี้ก็ ยุ่งหน่อยๆ ครับ แต่ก็สนุกดี”

“ส่วนคริสก็เหมือนกับพี่สิงโตน่ะครับ มีทั้งงานหลักงานรอง เลยป่วงๆ นิดๆ ครับ”

“งานเบื้องหลังใช่ไหมคะ เห็นว่าซุ่มทำหลายอย่างมากกก”

“ใช่ครับ ของพี่สิงก็มีซีรีส์ที่เพิ่งถ่ายทำเสร็จที่กำลังจะออนแอร์ ส่วนของผมก็มีซิงเกิ้ลของตัวผมเองที่เพิ่งปล่อยออกไปด้วย ส่วนงานอื่นนั้นจุ๊ๆ ไว้นะครับ จุ๊ๆ ครับ ยังไม่บอกๆ” คนที่ยืนข้างๆ ผมยกนิ้วชี้ขึ้นแตะปากตัวเอง ยักคิ้วหลิ่วตา

คงหมายถึงงานกำกับเพลงที่ทำให้ซีรีส์ของผมแหละครับ

“...”

อืมมม... น่ารักในวัย 30 มีจริงนะครับ ก็คือคริส พีรวัสนี่แหละ

“พี่สิงโตตต มองน้องตาหวานเยิ้ม ฮื้ออ”

ผมหันไปมองน้องนักข่าว อะไรนะ จะม้วนลงไปกองกับพื้นแล้วเหรอ

ก่อนจะขำออกมาเมื่อได้ยินนักข่าวท่านอื่นแซวว่า “ปกติๆ มองแบบนี้เรื่องปกติ”

“ขนาดไม่ใช่น้องคริสพี่ยังเขินแทนเลยเนี่ย”

และคริสก็หันมามองผม ก่อนจะเม้มปาก หน้าเริ่มแดง เป็นสัญญาณว่าน้องเริ่มจะเขิน

แต่ก็เป็นคนเขินนั่นแหละ ที่เกริ่นขึ้นมาเองว่า... “ที่บอกว่าวุ่นๆ กัน จริงๆ แล้วก็คือกำลังแพลนงานกันอยู่ด้วยแหละครับ”

แล้วเสียงฮือฮาก็ดังขึ้นพร้อมๆ กับเสียงชัตเตอร์ที่รัวไม่หยุด

“งานอะไรเหรอคะ”

คริสกัดริมฝีปากยิ้มๆ ริ้วสีแดงเริ่มลามไปถึงหู อาการเริ่มเก็บไม่อยู่

ผมยิ้มบางๆ ให้กับอาการของคนข้างๆ

คริสก็ยังคงเป็นคริส…

ผมหายใจเข้าเล็กน้อยก่อนจะเอื้อมมือไปแตะมือเขาที่แนบอยู่ข้างลำตัว และกอบกุมเบาๆ

ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่ายังมีความกังวลกันอยู่บ้าง เพราะทุกคนทราบดี มันคงจะแปลกในสายตาคนนอก... แต่ผมเลือกที่จะรักเขาแล้ว และผมก็จะไม่เสียใจ

ผมมีความสุขที่ได้รักเขา

ผมมีความสุขที่ได้ตกลงใช้ชีวิตร่วมกันกับเขา

และผมก็ภูมิใจที่จะบอกให้ทุกคนรับรู้ว่าผมรักเขามากแค่ไหน

คงถึงเวลาแล้วล่ะ ที่จะต้องบอกให้ทุกคนรับรู้...

“ปลายปีนี้... เรามีแพลนจะจัดงานแต่งงานกันครับ”

...

 

 

กว่าจะออกมาจากตรงนั้นได้ก็โดนสัมภาษณ์กันยาว ยาวมากๆ แตกตื่นกันหมด นักข่าวบางคนถึงกับแทบจะเป็นลม เห็นว่าทำข่าวสัมภาษณ์พวกผมมานานตั้งแต่เมื่อสิบปีก่อน เขาบอกว่าเหมือนได้เห็นการพัฒนาของความสัมพันธ์ของเราสองคน

ตั้งแต่ยังเป็นพี่น้องกัน จนมาถึงตอนเป็นแฟนกัน จนตอนนี้... ที่กำลังจะกลายเป็นคู่ชีวิต

อ้อ คำแซวจากเพื่อนเหรอครับ... โดนกันไปตั้งนานแล้ว ตั้งแต่ตอนที่ไปให้การ์ดเชิญกันแล้วครับ

ที่เหลือก็คง… คำแซวจากเหล่าแฟนคลับคู่ล่ะมั้งครับ

“เค้าน์ดาวน์เลยปะพี่… โทรศัพท์ค้างแน่ๆ เลยอะ”

ผมยิ้มออกมาบางๆ ก่อนจะวางโทรศัพท์ไว้ และให้เจ้าตัวเอนลงมานอนตักแทน สอดเรียวนิ้วสางผมนุ่มของเขาไปมา นั่งฟังคริสอ่านข้อความจากแฟนคลับไปขำไป

อาการไม่ได้ต่างจากตอนที่พวกเขารู้ว่าเราคบกันเลยครับ

‘กรี๊ดดดดดด เขาประกาศแต่งงานกันแล้วววว’

‘ทุกคนคะ คู่จิ้นในวันนั้น ก็คือคู่ชีวิตในวันนี้ ฮือออออออออออ’

‘ลูกๆ ดิฉันเป็นฝั่งเป็นฝาแล้ว ฉันตายตาหลับแล้ว~’

‘ห้องฉุกเฉินไปทางไหนคะะะะะะ โอ๊ยใจจจจจจ //อ่าวห้องฉุกเฉินเต็มไปด้วยร่างทีมพีรญา’

‘ยินดีด้วยนะคะน้องคริสน้องสิงโต อยู่ดูแลกันไปนานๆ เคียงข้างกันไปจนวันสุดท้ายนะคะ’

‘ไม่ต้องการอะไรแล้วชีวิตนี้ บรรลุทุกสิ่งที่เฝ้ารอมาทั้งชีวิต~’

‘เขินจนหมอนฉีกหมอนขาดไปหมดแล้วค่ะแม่ แงงงงงง’

‘คุณดูสายตาของพี่สิงโต ไม่ได้เปลี่ยนไปเลย ใจน้องบางยิ่งกว่ากระดาษสาชุบน้ำ’

‘ต้องหนีสามีมากรี๊ดในห้องน้ำ ฮื่อออออ ไม่ไหวแล้วววววว’

‘ฟินจนสลบแต่ยังไม่ตายที่แท้’

‘คลิปสัมจะทะลุแสนวิวแล้วกรี๊ดดดดดด //ก็คือฉันรีเพลย์ไปซะห้าหมื่นวิว แง้’

‘จังหวะนี้ฉันตั้ง ‘เรามีแพลนจะจัดงานแต่งงานกันครับ’ เป็นเสียงเรียกเข้าแล้วนะคะ!’

‘นี่เอามาตั้งเป็นนาฬิกาปลุกแล้วอะ สดใสทุกเช้า ฮึก’

‘ฉันนั่งยิ้มลำพัง หัวเราะลำพัง’

‘ติ่งมาสิบปี ไม่เคยเขินมือหงิกขนาดนี้ จะตายแล้วววววว หัวใจพี่ไม่ไหวแล้วค่ะน้องงงงงง’

‘ถ้าด้อมไร้การเคลื่อนไหวก็ไม่ต้องตกใจ เป็นลม สลบ ตายเรียบกันหมดแล้ว’

นั่งอ่านไปครึ่งชั่วโมงก็ไม่หมด ยิ่งอ่านยิ่งปวดแก้มกับคำยินดีที่มาพร้อมความหวีดสลบของเหล่าแฟนคลับ

ก่อนจะปิดท้ายด้วยการโดนคริสอ้อนว่าอยากไปเจอแฟนคลับ เพราะตั้งแต่มาจับงานเบื้องหลังกัน ก็ไม่ค่อยได้พบเหล่าแฟนๆ สักเท่าไหร่ ซึ่งผมก็ตอบตกลงนั่นแหละครับ

ถือว่าเป็นการฉลองงานแต่งงานย้อนหลังกับเหล่าแฟนๆ แล้วกันเนอะ

 

 

Krist

เสียงเพลงแจ๊ซที่คลอเบาๆ ไม่ได้ทำให้ผมหายตื่นเต้นเลยสักนิด

ตื่นเต้น... ตื่นเต้น... ตื่นเต้น...

“พี่สิง ผมไม่ไหวแล้วอะ”

เอื้อมมือไปหมายจะคว้ามือของคนที่นั่งบนเก้าอี้ข้างๆ แต่ก็หันคอไม่ได้กันทั้งคู่ เพราะกำลังโดนแต่งหน้าทำผมกันอยู่

“หายใจเข้าลึกๆ ครับ”

“ลึกๆ ฮึบ…”

ผมเม้มปากตาปริบๆ ใส่ตัวเองในกระจก แอบชายตามองเงาสะท้อนของอีกคนที่เหมือนจะกำลังยิ้มอยู่

“ไม่ต้องกังวลไปนะคริส ทุกอย่างเรียบร้อยดีหมดแล้ว”

ผมร้องงือๆๆ ในลำคอก่อนจะนั่งหลับตา สงบสติตัวเองก่อน

“...”

ไม่แล้วววว สงบสติไม่ได้ ทำไมคู่แต่งงานของผมดูดีขนาดนี้ครับเนี่ย ฮือออ

พอเขาเซ็ตผมแต่งหน้าแต่งตัวจัดเต็มแบบนี้ก็ยิ่งหล่อ หล่อกว่าตอนไปลองชุดล้านเท่า

เสื้อเชิ้ตแขนยาวสีขาว กางเกงขายาวสีครามน้ำเงิน เข็มขัดสีน้ำตาล ทับด้วยชุดสูทสีเดียวกันในทรงเข้ารูป ตรงหน้าอกด้านซ้ายกลัดด้วยดอกกุหลาบสีชมพูอ่อนที่เป็นสีเดียวกับเนคไท ที่ช่อแซมด้วยใบไม้และดอกยิปโซ ไม่รวมรองเท้าทรงอ็อกฟอร์ดสีน้ำตาลที่สุดแสนจะเข้ากันกับชุด พร้อมต่างหูสีเงินวาววับที่สลักชื่อของผม

หล่อ... สุขุม... นุ่มลึก...

ออร่าผู้ชายวัยสามสิบคือที่สุดแล้วจริงๆ

“คริสก็ดูดีเหมือนกันครับ” และนิ้วเรียวก็แตะลงที่ปกคอเสื้อของผม เขาไล่ขอบให้ดูเรียบตรงตั้งแต่ลำคอยันชายเสื้อ

พี่สิงโตก็ยังคงเป็นพี่สิงโตคนเดิม ไม่ได้เปลี่ยนไปเลย...

“...”

ผมสบมองแววตาของคนตรงหน้า ด้วยความรู้สึกที่ยากจะบรรยาย

“ขอบคุณนะครับ”

...ต้องเอ่ยอีกสักกี่ครั้งถึงจะเพียงพอนะ

 

 

หลังจากที่ช่างภาพส่วนตัวได้ทำการถ่ายรูปเราทั้งสองคนเสร็จ พวกผมก็ลงมาหาเหล่าเพื่อนๆ ที่กำลังวุ่นๆ กันอยู่ที่ห้องอีกห้อง

“กินกันไม่ลงเลยโอ๊ยยยยยย ไม่เหลือพื้นที่ให้เพื่อนเจ้าบ่าวอย่างกูเลยครับ”

เสียงแซวที่ดังมาเสียงแรกจะเป็นใครได้ ถ้าไม่ใช่พี่อ็อฟ จุมพลของพวกเรา

“มาถ่ายรูปกันก่อนมาๆๆ”

“ไอ้ท็อปแท็ปมายัง โทรตามมันทีๆ”

“พี่อ็อฟรอผมด้วยยย ผมยังแต่งตัวไม่เสร็จเลย” เสียงเฟียตลอยมา ผมชะโงกหน้าดู เหมือนจะยังผูกเนคไทไม่ได้

“ไม่ต้องผูกแล้วมึง ให้ไวๆ เจ้าบ่าวเขาจะไปเตรียมตัวแล้ว”

“หนูด้วยพี่อ็อฟ หนูๆๆๆ” เจ้าหมูมุกวิ่งมาเสริมทัพ

“โห ดูดีฉิบหาย โห ออร่ากระแทกตา”

จากสามคน ก็กลายเป็นสิบคนในไม่ช้า

“เต็มเฟรมแล้ว แขนผมไม่ถึงงงง”

คริสร้องลั่นยามเมื่อจะล้มลงไปทับเหล่าแก๊งค์เจ้าบ่าวทางด้านหลัง ผมรีบเอื้อมมือไปคว้าแขนเขาเอาไว้ ก่อนที่จะได้พี่ที่เป็นช่างแต่งตัวช่วยถ่ายรูปหมู่ให้

“อ่าวแจน มานี่ๆ”

ผมกวักมือเรียกเพื่อนมหาลัยของผมที่หลบอยู่ที่มุมๆ หนึ่ง

“แจนเขินดาราอะสิง ดาราเต็มเลย”

“กูชวนแจนไปคุยตั้งหลายรอบแล้ว หลบมุมอยู่นั่นแหละ” อาร์ตพูดขึ้นมาในขณะที่เดินมาสมทบกลุ่มถ่ายรูป และลากเพื่อนขี้อายมาด้วย

“รุจล่ะมาหรือยัง”

“กำลังมาถึงแล้วมึง เห็นบอกว่าลูกมันงอแง กว่าจะจับแต่งตัวเสร็จ อ่าว นั่นไง มาพอดี”

อาร์ตชี้ไปทางชายหนุ่มร่างคุ้นตาที่เดินมากับภรรยาและลูกสาววัยกำลังเตาะแตะ

“ไงมึงงง ยินดีด้วย โคตรหล่อเลยว่ะ” รุจเดินมาตบไหล่ผมปุๆ ผมยกมือไหว้ทักทายภรรยาของเขา ก่อนที่คริสจะย่อตัวลงไปคุยเล่นกับลูกสาวของเพื่อนผม

“สวัสดีค่ะน้องมินมิน วันนี้น่ารักจังเลยยยย จำพี่คริสได้ไหมคะ”

คริสยิ้มจนตาหยี ชี้นิ้วเข้าหาตัวเอง ซึ่งเป็นภาพที่น่าเอ็นดูมากนะ คือเขาเห็นเด็กเป็นไม่ได้เลย ต้องได้คุยได้กอดตลอด

ผมเผลอยืนมองคริสเล่นกับเด็กสาวตัวเล็กอยู่อย่างนั้น มองแล้วมีความสุขแฮะ...

“มาๆ พวกเรา คริส สิงโต รุจ คุณแพรว อุ้มน้องมินมาถ่ายรูปด้วยเร๊ว”

ได้ยินดังนั้นผมก็ยื่นมือไปหาเขา คริสยิ้มจนแก้มเป็นรอยบุ๋ม ก่อนจะวางมือลงบนฝ่ามือของผมเพื่อลุกขึ้นยืน

ทำไมเขาดูดีจัง ดูดีเกินไป จนกลัวว่าใครจะตกหลุมรักเขา ...อย่างที่ผมกำลังเป็นอยู่

“มดกัดดดดดด ดูแลดี โอ๊ยยยยย”

“อย่าไปแซวเจ้าบ่าววววว เดี๋ยวเถอะ”

นั่นแหละ... แซวกันเก่งเหลือเกิน

คริสเกาจมูกเล็กน้อยก่อนจะขยับมาอยู่ข้างๆ ผม

ชัตเตอร์ลั่นเป็นเวลาหลายนาที มีทั้งภาพกลุ่ม ภาพเดี่ยว ซึ่งถ่ายเล่นกันเองได้ไม่นานก็โดนพี่ออกาไนเซอร์เรียกไปเตรียมตัวกันต่อ

 

 

งานของเราถูกจัดขึ้น ณ บูทีครีสอร์ทแห่งหนึ่งที่รายล้อมไปด้วยสีเขียวของธรรมชาติ ตัดกับสีขาวของดอกไม้ สงบ ร่มรื่น อบอุ่น และเรียบง่าย

พิธีช่วงเช้าของเราเริ่มด้วยการทำบุญตักบาตรกับพระสงฆ์ เป็นการเริ่มต้นวันดีๆ ด้วยความเป็นสิริมงคล ไม่ได้มีพิธียกขันหมากใดๆ เนื่องจากไม่มีผู้ใหญ่ฝ่ายใดต้องการสินสอด มีเพียงการขอให้พวกเราเก็บเอาไว้เพื่อสร้างอนาคตด้วยกัน

และพิธีสาบานรักก็ได้เกิดขึ้น ณ ใต้ต้นฉำฉาอายุร่วมร้อยปีที่ตั้งตระหง่านอยู่ริมแม่น้ำ โดยมีผู้ใหญ่ฝ่ายผมและคริสพร้อมทั้งมิตรสหายอยู่เป็นสักขีพยานในพิธีแลกแหวนแต่งงาน

และตรงหน้าผม...ก็คือคนที่มีสถานะเป็นคู่ชีวิต

เสียงของนายพิธียังคงดำเนินต่อไป แต่ขอสารภาพได้ไหม ว่าทุกครั้งที่ได้มองเขา ผมก็แทบจะไม่ได้ยินเสียงอื่นใดอีกเลย

เพราะใบหน้าที่เปื้อนรอยยิ้ม ดึงดูดสายตาของผมเสมอ...

เอื้อมกอบกุมมือของเขาเอาไว้ ก่อนจะสัมผัสได้ถึงความชื้นเหงื่อเล็กน้อยนั่น ...เขากำลังตื่นเต้นอยู่แน่ๆ

ผมกระชับฝ่ามือเบาๆ และเผยรอยยิ้มให้เขาเพื่อเป็นการให้กำลังใจ ก่อนจะเอ่ยประโยคที่เขาก็เพิ่งได้ยินเป็นครั้งแรกไปพร้อมๆ กับพวกคุณ

“คริส... ในแววตาของคุณ ผมได้พบแหล่งพักกายใจ

ในหัวใจของคุณ ผมได้พบกับความรักของผม

ในจิตวิญญาณของคุณ ผมได้พบกับคำว่าคู่ทุกข์คู่ยาก

กับคุณ... ผมได้พบว่าตัวผมนั้นมีความสุขมากแค่ไหน

คุณทั้งทำให้ผมหัวเราะ และเป็นบ่าไหล่ให้ผมยามเมื่อผมร้องไห้

ในทุกช่วงเวลาชีวิต ผมมีคุณอยู่ข้างๆ เสมอ

คุณรู้ไหม ว่าคุณเปรียบเสมือนลมหายใจของผม

เปรียบเสมือนทุกๆ จังหวะการเต้นของหัวใจของผม

...

คริส ผมจะมีเพียงคุณอยู่ในหัวใจของผมตลอดไป

ผมจะรักและอยู่เคียงข้างคุณ...ตราบชั่วนิรันดร์

ผมสัญญา...”

สิ้นสุดคำมั่น หยาดน้ำตาใสๆ ก็ไหลออกมาจากดวงตาคู่สวย ริมฝีปากที่เม้มแน่นคล้ายกลั้นสะอื้น ภาพที่ทำให้ผมต้องเอื้อมนิ้วมือไปแตะขอบตาของเขาเบาๆ... ปลอบโยนเขาอย่างที่ผมเคยทำ

สักพักเสียงอันสั่นเครือก็ดังขึ้น

“พี่สิงโต... ผมสัญญา ว่าผมจะก้าวเดินไปพร้อมๆ กับคุณ

ทั้งในฐานะเพื่อนคู่คิด ในฐานะคนรัก และในฐานะคู่ชีวิต

ไม่ว่ายามทุกข์หรือยามสุข ไม่ว่าในยามป่วยไข้หรือสบายดี คุณจะมีผมอยู่ตรงนี้

ทุกครั้งที่คุณมองมาที่บ้านหลังนี้ คุณจะพบกับผม

ผมจะเป็นที่พักพิงกายใจในยามที่คุณเหนื่อยล้า

จะคอยเป็นแรงผลักดันในยามที่คุณตามหาฝัน

คุณรู้ไหม ว่าผมภูมิใจที่ได้แต่งงานกับคุณ

ผมภูมิใจที่ได้มีคุณเป็นคนรักของผม

และคุณรู้ไหมว่าผมมีความสุขที่ได้อยู่ข้างๆ คุณมากแค่ไหน

...

พี่สิงโต ผมขอมอบทั้งชีวิตของผมให้กับคุณ

ผมจะรัก และจะมีเพียงคุณตราบจนวันสุดท้ายของชีวิต

ผมสัญญา...”

เสียงของคริสถูกปิดท้ายด้วยรอยยิ้มและแววตาที่สื่อทุกความรู้สึกให้ผมได้รับรู้

นาทีนั้นผมพูดอะไรแทบไม่ออก มันเต็มตื้น ความรู้สึกมันแทบจะล้นออกมา

แหวนเกลี้ยงทองคำขาวที่ฝังด้วยเพชรเม็ดเล็กได้ถูกหยิบขึ้นมา ผมเอื้อมมือไปรองฝ่ามือข้างซ้ายของเขาไว้ ก่อนจะค่อยๆ บรรจงสวมแหวนแต่งงานลงไปที่นิ้วนางของเขา

เงยหน้าสบมองคนตรงหน้าก็พบว่าเขากำลังยิ้มทั้งริมฝีปากและดวงตา ทำเอาหัวใจของผมมันก็เต้นแรงไปหมด

และแหวนเกลี้ยงรูปทรงเดียวกันก็ค่อยๆ ถูกสวมลงมาที่นิ้วนางข้างซ้ายของผมเช่นกัน

สัมผัสของโลหะสีเงิน มันยิ่งตอกย้ำให้ผมรับรู้ว่าทั้งหมดของผม เป็นของเขา

“พี่รักคริส...”

ผมกระซิบแผ่วเบา ก่อนที่ริมฝีปากของเราจะแตะกัน...

“ผมก็รักพี่”

คอนเฟตติถูกโปรย

เสียงปรบมือดังเกรียวกราว

บรรยากาศแห่งความยินดี

อบอุ่น และอบอวลไปด้วยความสุข

...

 

 

หลังจากนั้นก็เป็นพิธีรับไหว้และยกน้ำชา ทำความเคารพและฝากเนื้อฝากตัวกับครอบครัวและญาติผู้ใหญ่ของอีกฝ่าย ซึ่งเป็นพิธีที่ทำให้คริสร้องไห้ไปหลายรอบพอดู

เพราะนอกจากคำอวยพรให้ศีลให้พรที่ทางท่านผู้ใหญ่ได้ให้ไว้กับเราแล้ว ของตอบแทนจากพวกท่านต่างก็ล้วนมีความหมาย บางสิ่งคือของรักของหวง แต่พวกท่านก็กลับเลือกที่จะมอบให้พวกเราได้ดูแลต่อ

ปิดท้ายพิธีช่วงเช้าด้วยการถ่ายรูปกับครอบครัวและเพื่อนๆ ก่อนที่จะขึ้นมาพักทานข้าวกลางวันกันในห้อง เตรียมพร้อมที่จะลุยงานเย็นกันต่อ

ผมมองดูใบหน้าของคนที่ได้ชื่อว่าเป็นคู่ครองของผมที่กำลังพินิจวงแหวนสีเงินบนเรียวนิ้วสวยของเขา

“ตรงนี้คือปราชญา”

เขาชี้ไปที่นิ้วนางข้างซ้ายของตัวเอง ก่อนจะค่อยๆ ไล้นิ้วชี้ขึ้นมาเรื่อยๆ ผ่านหลังมือ แขน ต้นแขนก่อนจะสิ้นสุดลงตรงที่เหนือหัวใจของเขา

“เขาว่ากันว่า มีเพียงนิ้วนางข้างซ้ายเท่านั้นที่มีเส้นเลือดใหญ่ที่ไหลตรงเข้าสู่หัวใจ เส้นเลือดแห่งความรัก ที่เรียกว่า Vena Amori”

ผมกลั้นยิ้มเอาไว้ไม่อยู่ยามเมื่อเจ้าตัวเล่าความเป็นมาของการสวมแหวนแต่งงานด้วยสีหน้าอันสดใส

เรื่องเล่าก็น่ารัก คนเล่าก็ยิ่งกว่าคำว่าน่ารัก

“...!”

ผมดึงแขนเขาเข้ามาใกล้ลำตัวเบาๆ ก่อนที่ตากลมโตจะจ้องมองผมกลับในระยะประชิด

...ผมจรดปลายจมูกลงที่ข้างแก้มของเขาและกระซิบเบาๆ

“เปลี่ยนใจให้มีพิธีส่งตัวเข้าหอทันไหมครับ...”

“พี่สิง...” แล้วก็โดนบีบเอวไปเข้าให้หนึ่งที

“พูดเล่นครับ”

“...”

“เดี๋ยวไม่มีแรงไปงานเย็นต่อ...”

“พี่สิง...!”

ริ้วสีแดงขึ้นชัดบนใบหน้าภายในเวลาไม่กี่วินาที

ก็หยอกเล่นแค่นั้นแหละครับ... ก็เขาอยากทำตัวน่ารักทำไมล่ะ

 

 

งานเย็นได้ถูกจัดขึ้น ณ สถานที่เดิม ท่ามกลางลานใต้ต้นไม้ใหญ่ แต่เนื่องจากพระอาทิตย์ได้ลับขอบฟ้าไปแล้ว ภาพตรงหน้าจึงถูกประดับประดาด้วยไฟสีนวลทั้งทาง จากเก้าอี้ที่วางเรียงหน้าซุ้มแลกแหวนเมื่อยามเช้าก็กลายเป็นโต๊ะลองเทเบิ้ลที่บนโต๊ะถูกประดับไปด้วยสีขาวแซมชมพูอ่อน เครื่องชามและเครื่องแก้วสะท้อนแสงเทียนที่อยู่ในขวดโหล

สวยจนผมอยากจะหยิบเอากล้องของตัวเองขึ้นมาถ่ายเก็บภาพเอาไว้ ติดอยู่ที่ว่าวันนี้ผมต้องเป็นคนถูกถ่ายรูปแทนที่จะเป็นคนถ่าย... เอาเป็นว่ารอภาพจากคุณเต ตะวันแล้วกันเนอะ

ข้าวของได้ถูกตระเตรียมจนสมบูรณ์แล้ว ตรงหน้างานมีรูปของผมกับคริสที่ถ่ายให้กันตั้งแต่เมื่อแปดปีก่อน เป็นภาพใบเล็กๆ ที่ถูกห้อยตามเชือกป่านและไฟประดับ เยอะมาก... นับไม่ถ้วน เหมือนกับความทรงจำของเราสองคน

ฝั่งตรงข้ามเป็นโต๊ะของชำร่วยและสมุดอวยพร ซึ่งก็คือต้นไม้ต้นเล็กๆ ที่มีคำว่า Thank you เพ้นท์อยู่บนกระถาง พร้อมทั้งชื่อของผมและคริสพร้อมทั้งวันที่เป็นตัวอักษรเล็กๆ ใต้คำขอบคุณนั้น... เพื่อนๆ ของพวกผมต่างก็ตื่นเต้นกันใหญ่ แย่งกันประจำโต๊ะบ้าง สลับสับเปลี่ยนกันไปถ่ายรูปที่จุดต่างๆ ของงานบ้าง

ต้อนรับแขกและถ่ายรูปหน้างานกันพักหนึ่ง แขกก็มากันครบ ถึงเวลาที่ผมกับคริสต้องเดินเข้างานกัน

“ตื่นเต้นไหม”

“ใจผมเต้นตึกตึกตึกเลยพี่สิง” ก่อนจะส่งเสียงงื้อออกมาเบาๆ

เรียวนิ้วของเราสอดประสานกันก่อนที่เสียงดนตรีจะดังขึ้น เป็นจังหวะเดียวกับที่เราสองคนก้าวเดินไปด้วยกัน

ทุกฝีก้าว มันแฝงไปด้วยความรู้สึกที่บอกไม่ถูก มันรู้สึกอบอุ่นไปหมด เพราะมองไปทางไหนก็มีแต่คนที่เรารัก คนที่เราสนิท ที่กำลังส่งรอยยิ้มแห่งความยินดีให้พวกเราพร้อมกลีบดอกไม้ที่ถูกโปรย

รุจ อาร์ต แจน พี่อ็อฟ พี่เต แบงค์ พี่อ็อฟ ก็อต มุก ท็อปแท็ป พี่เอิร์ธ พี่กาย น้ำมนต์ เฟียต และอีกนับไม่ถ้วน

และที่สุดปลายทางคือคนที่พวกผมรักที่สุด คุณพ่อ ป๊า ม๊า

“พอจะเล่าถึงกันให้พวกเราฟังกันหน่อยได้ไหมฮะ น้องรักทั้งสองคน”

คือเสียงพี่อ็อฟที่ตอนนี้ได้ทำหน้าที่พิธีกรให้พวกเรานั่นเอง ร เรือ ชัดมากเสียจนคริสหันไปมอง และภาพสองพี่น้องที่แซวกันทางสายตาทำเอาผมอดไม่ได้ที่จะเม้มปากขำ

“ก็... เฟิสอิมเพรชชั่นกับคุณปราชญาเหรอครับ”

“ครับผม”

“เราเจอกันในมหา’ลัยครับ ตอนนั้นเขาเป็นพี่ว้าก แล้วคือผมไม่ชอบพี่ว้ากไงครับ... ตอนนั้นเลยหมั่นไส้นิดหน่อย เพราะเจ้าระเบียบเหลือเกิ๊น แถมดึงหน้าเก่งมากกก ไม่รู้จะเก๊กไปถึงไหน”

เรื่องเล่าที่ผมได้ยินมานับครั้งไม่ถ้วนได้ถูกส่งต่อสู่สาธารณชนอีกรอบ

ผมส่งยิ้มกรุ้มกริ่มให้เขา เพราะผมรู้ว่าเรื่องระหว่างผมกับคริสมันเนี่ย มันเหมือนกับนิยายที่ได้กลายมาเป็นความจริง

“สำหรับผมแล้ว ผมรู้จักเขาเมื่อตอนที่เขามาตีกลองให้หลีดเมื่อปีสอง แต่ตอนนั้นคริสจำผมไม่ได้หรอก ผมเลยรู้จักเขาอยู่ฝั่งเดียว”

“ก็คือรู้จักเขา แต่เขาไม่รู้จักคุณ”

“ใช่ครับ ส่วนความรู้สึกตอนนั้นเหรอ... ก็เฉยๆ นะ ยังไม่ค่อยได้คลุกคลีเท่าไหร่ แต่ที่จำได้แม่นเลยก็คือตอนที่น้องแต่งตัวผิดระเบียบมามหา’ลัยครับ รู้สึกว่าเป็นเด็กที่ทำให้ผมปวดหัวดี”

“ฮ่าๆๆ สรุปคือไม่ได้เป็นการเริ่มต้นที่ดีสักเท่าไหร่”

“เริ่มที่ความหมั่นไส้และความปวดหัว” คริสตอบพี่อ็อฟก่อนที่ทุกคนจะหัวเราะออกมา

“จนเราได้มาแคสโซตัส และได้เล่นซีรีส์ด้วยกัน... ตอนนั้นแหละครับ ที่ผมกับพี่สิงโตได้ใช้เวลาด้วยกันมากขึ้น สนิทกันมากขึ้น”

“...”

“อะไรๆ มันก็ดีไปหมดนะ จนวันนึงที่เราไม่ค่อยได้ร่วมงานกัน เราก็เริ่มห่างหายกันไป และตอนนั้นเองที่ผมรู้ตัวว่า เออ ผมชินกับการที่จะมีเขาอะพี่ ผมชินกับการที่มีเขาอยู่ข้างๆ แต่ตอนนั้นน่ะผมยังไม่รู้หรอกนะว่าความรู้สึกนั้นคืออะไร”

ผมส่งยิ้มให้คนที่กำลังเล่าเรื่องราวด้วยน้ำเสียงอันเจื้อยแจ้ว รู้สึกเหมือนได้ย้อนอดีตไปยังตอนนั้นกับเขา

“และพอได้ใช้เวลากับเขามากขึ้น... อยู่ดีๆ รู้ตัวอีกทีก็ขาดเขาไม่ได้แล้วครับ”

เจ้าตัวพูดเสียงแผ่ว ก่อนจะพยายามเม้มปากกลั้นยิ้ม ยกมือเกาจมูกแดงๆ ของเขาแก้เขิน

เพื่อนๆ ที่มาร่วมงานมีทั้งปรบมือ ทั้งส่งเสียงแซว ทั้งเขิน ทั้งม้วน สารพัดปฏิกิริยาที่ทำเอาคริสแกล้งเดินถอยหลังเพื่อหนีพี่อ็อฟ

“อย่าเพิ่งไปไหนครับ ยังไม่หมดๆ อะ เอางี้ เนื่องจากเจ้าบ่าวของเราเป็นโปรดิวเซอร์กัน ใช่มะ คุณทำเพลงใช่เปล่า งั้นมีเพลงอะไรที่แบบ ฟังแล้วทำให้นึกถึงเขาอีกคนไหมครับ”

“อ่า ก็... สำหรับผมคงเป็นเพลง บังเอิญ โลกกลม พรหมลิขิตล่ะมั้งครับ ก็อย่างที่เล่าไปน่ะครับ เหตุการณ์ที่ทำให้สองเราได้รู้จักกัน มันเหมือนเป็นเรื่องบังเอิญมาตั้งแต่แรก วันที่ไปแคสน่ะมีคนเป็นร้อยเป็นพันเลยนะพี่ แต่ก็เป็นเขาอะ... จนผมรู้สึกว่า เออ มันเหมือนถูกกำหนดเอาไว้แล้วนิดหนึ่ง”

“เออจริง พี่ก็แอบคิดอย่างนั้นเหมือนกัน” พี่อ็อฟตบหลังคริสปุๆ ก่อนจะหันมาทางผมบ้าง “แล้วคุณสิงโตล่ะครับ”

“มันมีเพลงนึง ที่ผมรู้สึกว่าฟังแล้วก็นึกถึงเขา เพลง I won’t give up น่ะครับ”

“เดี๋ยว ยังไงอะ เล่าๆๆ”

“มันมีท่อนหนึ่งที่ถูกถึงความแตกต่าง บอกว่า ‘ความแตกต่างน่ะมันสอนให้เราเรียนรู้’ ...คือต้องเท้าความก่อน จริงๆ ผมกับคริสน่ะ แตกต่างกันมากพอสมควรนะครับ มองเผินๆ ก็เหมือนกับว่าเราเป็นคนละขั้ว แต่ตลอดเวลาที่เราคบกันมานั้น เราต่างก็พร้อมที่จะหาตรงกลางระหว่างกันเสมอ เราพร้อมที่จะเรียนรู้ซึ่งกันและกัน จนสุดท้ายแล้วเราก็เข้าใจกันและกันได้ในที่สุดครับ”

และมันก็เป็นเรื่องดีมากๆ ด้วย เพราะแบบนี้แหละ ทำให้ไม่ค่อยจะมีเรื่องอะไรที่ทำให้ขุ่นใจกัน

“ลึกซึ้ง... นี่ใช่ไหมที่เขาว่ากันว่า ต่างกันสุดขั้ว แต่ลงตัวกันสุดๆ มันเพราะอย่างนี้นี่เอง”

“จะว่าอย่างนั้นก็ได้ครับ เหมือนจิ๊กซอว์ครับ” คริสพูดพร้อมรอยยิ้มที่เปื้อนใบหน้า

ใช่ครับ... คงเป็นคำนิยามที่ดีที่สุดของสองเราแล้วล่ะ

 

 

Krist

หลังจากที่พูดคุยเล็กๆ น้อยๆ พอหอมปากหอมคอเสร็จ พวกผมก็ทำการรินแชมเปญกันต่อ ของเหลวใสสีทองไหลรินลงเป็นจากด้านบนของแก้วที่ถูกเรียงซ้อนกันเป็นชั้น

ผมกับพี่สิงโตที่ช่วยกันรินอย่างระมัดระวัง ก็เปรียบเสมือนการช่วยกันประคับประคองกันและกันให้มีความสุขสมหวังในชีวิตคู่ ...มันเป็นภาพที่สวยมากกก มองดูแล้วก็รู้สึกมีความสุขอย่างบอกไม่ถูก

จากนั้นผมกับพี่สิงก็นำแก้วเหล่านั้นไปแจกจ่ายให้เหล่าญาติสนิท ก่อนจะกล่าวขอบคุณแขกที่มาร่วมงาน ที่ได้ให้เกียรติมาร่วมเป็นส่วนหนึ่งของความทรงจำดีๆ ในวันนี้

พวกเพื่อนๆ ของผมและพี่สิงต่างก็สนุกกับเกมการถ่ายภาพที่เป็นไอเดียของคุณผู้กำกับเขาล่ะ

เกม I (Eye) Spy นั่นเอง โดยที่บนโต๊ะจะมีกล้องโพลารอยด์ชนิดกดได้ 10 ครั้งวางกระจัดกระจายอยู่ พร้อมๆ กับกระดาษที่มีรายชื่อหัวข้อการถ่ายรูปในนั้น โดยใครที่สามารถถ่ายรูปตามหัวข้อเราได้ทั้งหมดนั้นก็จะได้รับของรางวัลเล็กๆ น้อยๆ ไป ถือเป็นการสร้างความสนุกสนานให้กับงานของเรา แถมยังได้ภาพความทรงจำด้วยแหละ ดีสองต่อเลย

หัวข้อการถ่ายภาพก็อย่างเช่น ภาพหมู่ของทุกคนบนโต๊ะ, ภาพผมกับพี่สิงกำลังหัวเราะ, ภาพคนจับมือกัน, ภาพเพื่อนสนิทหรือแม้กระทั่งภาพคนที่นั่งถัดจากคุณ หรือช็อตไหนก็ได้ที่คุณคิดว่าสวยที่สุด

ซึ่งผมก็เอาบ้าง ยกมาถ่ายพี่สิงโต... ที่กำลังถ่ายผมอยู่เหมือนกัน

“หนายยยย เอามาดูหน่อยยย” ผมเดินไปข้างๆ เขาเพื่อรอภาพเปลี่ยนเป็นมีสีสัน

“โหสวยอะ ของผมคือพี่ดั้งหายไปเลย” ผมชูภาพที่ถ่ายเขาไปก่อนหน้านี้

ก่อนจะโดนเจ้าตัวยีหัว พร้อมส่งสายตาแห่งความเอ็นดูมาให้ผม

“ห้ามทิ้งนะ พี่เก็บหมดครับ”

 

 

และไม่นานนัก แขกผู้ใหญ่ก็ค่อยๆ ทยอยกลับกัน งานของเราเลยเริ่มที่จะเน้นเสียงเพลง ค่อยๆ กลายเป็นอาฟเตอร์ปาร์ตี้ในไม่ช้า

อันนี้คือไอเดียของผมเอง ให้ทุกคนในงานมาร้องเพลงกัน จะเรียกว่าคาราโอเกะกับดนตรีสดได้ไหมอะ ฮ่าๆ

ผมกับพี่สิงนั่งฟังพวกเพื่อนๆ สลับกันร้องเพลงไป มีทั้งเจ้ามุกที่นับวันก็เสียงดีขึ้นเรื่อยๆ พี่แบงค์ที่ขึ้นมาร้องเพลงแสดงความยินดีให้เรา หรือแม้แต่อาร์ตที่ขึ้นมาร้องเสียงหลงแกล้งผมและพี่สิงโตทำเอาทุกคนหัวเราะกันจนท้องคัดท้องแข็ง

“ตาผมบ้าง”

ว่าแล้วผมก็ลุกขึ้นไปรับไมค์ต่อจากเพื่อน กระซิบบอกชื่อเพลงกับพี่ๆ นักดนตรี ก่อนที่เสียงเพลงอันคุ้นหูจะถูกบรรเลงออกมาในเวอร์ชั่นอคูสติก

เพลงที่ทุกคนรู้จักดี... เพลงที่พี่สิงโตรู้จักดี...

เพลงที่ผมตั้งใจมอบให้เขา...

“เธอ คือทุกสิ่งในความจริงและความฝัน คือทุกอย่าง

เหมือนใจต้องการ เธอเป็นนิทาน

ที่ฉันอ่าน ก่อนหลับตาและนอนฝัน”

คนที่ผมตั้งใจส่งข้อความผ่านเสียงเพลงให้เผยรอยยิ้มออกมาจนตาแทบปิด ผมยิ้มให้เขาตอบ ก่อนจะยื่นมือไปตรงหน้า เพื่อย้ำเตือนว่ามันคือเขา

“เธอ คือหัวใจไม่ว่าใครไม่อาจเทียม เทียบเท่าเธอ

ช่างโชคดีที่เจอ ได้ตกหลุมรักเธอ

ได้มีเธอ เคียงข้างกัน

คงจะมีเพียงเธอทำให้โลกนั้นหยุดหมุน เพียงเธอสบตาฉัน

คงจะมีเพียงเธอที่หยุดหัวใจของฉันไว้ตรงนี้ ตรงที่เธอ”

ก่อนที่ผมจะเดินตรงไปหาเขา และสองมือของเราก็สอดประสานกันไว้

“เธอเพียงคนเดียวและเพียงเธอที่ต้องการ

ฉันจะทำทุกๆ ทางด้วยวิญญาณและหัวใจ

นั่นคือฉันจะรักเธอไม่ว่า เป็นเมื่อไหร่ สถานใด

ทั้งหัวใจฉันมีเธอเพียงคนเดียว...”

เสียงปรบมือดังเกรียวกราว ได้ยินเสียงแซวและเสียงชัตเตอร์ดังมาไม่หยุด ทำเอาผมหน้าร้อนหูร้อนไปหมด

และในขณะนั้นเองที่พี่สิงก็ร้องคลอขึ้นมา

“เธอ คือรักจริง ฉันยอมทิ้งทุกๆ อย่างเพียงเพื่อเธอ

ดั่งฟ้าให้มาเจอ ให้เธอคู่กับฉัน

ให้เราได้เดินเคียงข้างกันนับจากนี้

คงจะมีเพียงเธอทำให้โลกนั้นหยุดหมุน เพียงเธอสบตาฉัน

คงจะมีเพียงเธอที่หยุดหัวใจของฉันไว้ตรงนี้ ตรงที่เธอ”

เราร้องคลอกันไปเรื่อยๆ กอดและอิงลงที่บ่ากว้างด้วยความเคยชิน

เท้าทั้งสองข้างก้าวขยับไปมาเบาๆ เฉกเช่นการเต้นรำ

จนถึงคอรัสครั้งสุดท้าย... ผมก็ตั้งใจเปลี่ยนเนื้อร้องเพื่อมอบเป็นของขวัญให้เขาในวันแต่งงานของเรา

“พี่สิงโต...”

“...”

“You are the one that I want. That is you.

I will do every way with my heart and my soul.

That’s to be in love anytime, anywhere. I don’t care.

All I care about is you only.

You are the one that I will, I’m waiting for.

I sit on my knees make a wish to the sky.

That’s to be in love anytime, anywhere. I don’t mind.”

ไม่รู้ว่าแสงดาวระยับหรือแววตาของคนตรงหน้าที่สุกสกาวมากกว่ากัน

แต่ทุกครั้งที่ผมได้สบตา ผมก็เหมือนตกลงไปในห้วงความคิดของเขา

เป็นการบอกให้ผมรับรู้ว่าเขารักผมมากแค่ไหนโดยที่ไม่ต้องพูดอะไรออกมาสักคำ

และแรงกระชับจากฝ่ามือ ก็ตอกย้ำให้ผมรับรู้ว่าเขาจะไม่มีวันทิ้งผมไปไหน

ขอบคุณ... ที่เราได้มาพบกันในวันนั้น

ขอบคุณ... ที่ทำให้เราได้มีกันและกัน

ขอบคุณ... ที่ตกลงจะใช้ชีวิตร่วมกันตลอดไป

 

เกิดชาติไหน ฉันมีเธอ...

มีเธอเพียง คนเดียว...






- The End -




******

Writer Talks (100% - 4/5/19)

ในที่สุดเราก็เดินทางมาด้วยกันจนถึงบทสุดท้าย ฮือ รู้สึกมีความสุขและใจหายอย่างบอกไม่ถูก

หวังว่าภาพจำของคริสและสิงในแบบฉบับของไม่ต้องพูดก็รู้ว่ารักจะเป็นภาพที่สวยงามในใจของผู้อ่านนะคะ

ขอบคุณทุกเพื่อนร่วมทางที่คอยเป็นกำลังใจและแรงผลักดันเสมอๆ ลิสมีความสุขทุกครั้งที่ได้อ่านและได้พูดคุยกับพวกคุณ มันเป็นอะไรที่มีความสุขมากกกก มากมายจริงๆ

ขอบคุณทุกๆ การอ่าน ทุกๆ การติดตาม ทุกๆ ความน่ารักที่มีให้กัน ขอบคุณที่มาเป็นความสุขให้กันนะคะ ♥


Credit

เพลง คู่ชีวิต Acoutic Version โดย Cocktail ... ลองไปกดฟังกันได้นะคะ เวอร์ชั่นนี้หวานละมุนมากเลย~


เรื่องเล่ม

ตอนนี้ขอแจ้งรายละเอียด (คร่าวๆ) ล่วงหน้าเรื่องรูปเล่มนะคะ

จะเปิดพรีประมาณปลาย มิ.ย. เป็นเวลา ~1.5 เดือน หนังสือมี 3 เล่มค่ะ (รวมทั้งหมด~ 780 หน้า)

ราคาแบบรวมค่าส่งแล้วคือ แบบไม่มีบ็อก 1000 บาท / แบบมีบ็อก 1200 บาทนะคะ

มีของแถมทุกรายการ แล้วก็มีสเป และทำอีบุคด้วยค่ะ

เดี๋ยวยังไงใกล้ๆ แล้วจะมาแจ้งอีกทีน้า ♥


Twitter

@mynameisalicesk

#ไม่ต้องพูดก็รู้ว่ารัก

  

Cr. Justtan



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 384 ครั้ง

2,046 ความคิดเห็น

  1. #1983 TkKchk (@TkKchk) (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 23 พฤษภาคม 2562 / 00:39
    ต้องบอกว่าเหมือนได้เติบโตมากับพี่สิงและคริสจริงๆ ค่อยๆพัฒนาความสัมพันธ์ของเค้าทั้งคู่ ได้ดูเค้าค่อยๆรักกัน เติบโต พัฒนา รักษาความสัมพันธ์ จนมาถึงวันนี้ได้ อาจจะเป็นแค่ฟิคแค่นิยาย แต่อยากบอกว่ามันทำให้เรามีความสุขจริงๆ
    ยังคงชอบการที่บอกรัก โดยไม่มีคำว่ารัก เหมือนเค้าเป็นส่วนหนึ่งในชีวิต ' คู่ชีวิต ' ข้างๆตลอดไป
    มันดีมากจริงๆ ขอบคุณที่ทำให้เหมือนได้เจอคริสสิงในเวอร์ชันที่เราได้อยู่กับเค้าไปจนเค้าประสบความสำเร็จในชีวิต โดยที่เค้ายังมีเรา มีครอบครัว มีเพื่อน อยู่ประคองไปข้างๆ ฮืออ ชอบมากก
    #1983
    1
    • #1983-1 Alice.SK (@mynameisalice) (จากตอนที่ 45)
      28 พฤษภาคม 2562 / 02:04
      ขอบคุณนุ้งแตงที่อยู่ด้วยกันมาจนถึงวันนี้เหมือนกันนนนน ดีใจมากๆเลย

      เนอะๆ อยู่กันตั้งแต่ตอนยังเป็นพี่น้องกัน ยังไม่รู้ใจตัวเอง มาสับสนในความรู้สึก รักกัน ผ่านอุปสรรคมาด้วยกัน แต่งงานกัน เออมันยาวนานจริงๆ ;w;

      และแตงก็จะได้เห็นการ 'บอกรัก โดยไม่มีคำว่ารัก' อีกนาน เพราะตัวจริงนั้นทำแบบนั้นมาตลอด คิกๆ -..-

      ยินดีมากๆเลยยยยยย ดีใจที่ได้สร้างความทรงจำดีๆด้วยกันนะ รักกกก
      #1983-1
  2. #1980 _introvert (@apspaphas) (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 22 พฤษภาคม 2562 / 19:42
    ขอบคุณมากๆนะคะ เป็นฟิคที่อ่านแล้วมีความสุขมากๆเลย จริงๆอยากอ่านตอนที่ทั้งสองคนมาเจอแฟนคลับหลังงานแต่งด้วยอะ อยากรู้ว่าจะแซวกันหนักขนาดไหน 555
    #1980
    1
    • #1980-1 Alice.SK (@mynameisalice) (จากตอนที่ 45)
      22 พฤษภาคม 2562 / 23:55
      ยินดีมากๆค่ะ ขอบคุณที่ติดตามกันเช่นกันน้า เราจำชื่อคุณได้ด้วยยยย
      5555 เดี๋ยวอาจจะมีในสเปค่ะ ขอบคุณนะคะ เลิฟฟฟ
      #1980-1
  3. #1979 #067samran (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 13 พฤษภาคม 2562 / 10:52

    ชอบมากและรู้สึกรักในตัวน้องทั้งสองมากขึ้นไปกว่าเดิม

    อีกจนบรรยายไม่หมดขอบคุณนะคะที่นำมาให้เราได้สัมผัส

    และมีความสุขไปด้วยกันและเาาสัญญาว่าเราจะติดตามไป

    ตลอดค่ะทั้งน้องสองคนและไรท์

    เราอาจจะไม่ค่อยได้มาเม้นท์แต่เราตามและให้กำลังใจตลอดนะขอบคุณอีกครั้งค่ะ

    #1979
    1
    • #1979-1 Alice.SK (@mynameisalice) (จากตอนที่ 45)
      18 พฤษภาคม 2562 / 00:26
      ขอบคุณมากๆเลยนะคะ ชื่นใจเลยค่ะ ฮือ ;w;
      ดีใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของความสุขนะคะ
      ขอบคุณที่อยู่ข้างๆพวกเรากับน้องทั้งสองคนเนอะ น่ารักที่สุดเลย ;w; ♥
      #1979-1
  4. #1978 mita_aries (@mita_aries) (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 11 พฤษภาคม 2562 / 23:36
    น้ำตาคลอตั้งแต่ต้นจนจบเลยค่ะ ดีงามที่สุดเลย
    #1978
    1
    • #1978-1 Alice.SK (@mynameisalice) (จากตอนที่ 45)
      18 พฤษภาคม 2562 / 00:24
      ฮือออดีใจจังค่ะ ;w; ขอบคุณนะคะ
      #1978-1
  5. #1974 Sunantha-ct (@Sunantha-ct) (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 6 พฤษภาคม 2562 / 08:41
    น่ารักมาก เห็นภาพและยิ้มตามทุกตัวอักษร งื้อ
    #1974
    1
    • #1974-1 Alice.SK (@mynameisalice) (จากตอนที่ 45)
      18 พฤษภาคม 2562 / 00:23
      ขอบคุณนะคะ~ > < &hearts;
      #1974-1
  6. #1973 Sonsawan Kaewmora (@ploy_35) (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 6 พฤษภาคม 2562 / 03:03
    ร้องไห้แล้วพี่ลิส แง้งงง
    #1973
    1
    • #1973-1 Alice.SK (@mynameisalice) (จากตอนที่ 45)
      18 พฤษภาคม 2562 / 00:23
      ร้องเพราะเขารักกันใช่ม๊า~
      #1973-1
  7. #1972 ChitraPiromnukul (@ChitraPiromnukul) (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 5 พฤษภาคม 2562 / 20:27

    อ่านแล้วมีความสุขจัง..ขอบคุณสำหรับเรื่องน่ารักๆ หวานๆ
    #1972
    1
    • #1972-1 Alice.SK (@mynameisalice) (จากตอนที่ 45)
      18 พฤษภาคม 2562 / 00:23
      ขอบคุณนะคะ ยินดีมากๆเลยค่ะ > < &hearts;
      #1972-1
  8. #1970 นมเย็นสีฟ้า (@alissy) (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 5 พฤษภาคม 2562 / 08:51
    ฮือ~ ไม่อยากให้จบเลยจริงๆค่ะ ฟิคเรื่องนี้เป็นอะไรที่ทำให้เรามีความสุขและอมยิ้มได้ตลอดเวลาที่อ่านจริงๆค่ะ จะเรียกว่าเป็นหนึ่งในความสุขของเราเลยก็ได้ , ขอบคุณคูมลิซไรท์คนเก่งด้วยนะคะ ที่เขียนฟิคสุดจะอบอุ่นมาให้อ่านในวันที่หัวใจเหนื่อยล้า ฟิคของคุณเยียวยาได้เสมอจริงๆค่ะ รักนะคะ <3 ไว้มีโอกาส เจอกันเรื่องหน้านะคะ.
    #1970
    1
    • #1970-1 Alice.SK (@mynameisalice) (จากตอนที่ 45)
      18 พฤษภาคม 2562 / 00:22
      ฮื่อออคุณนมเย็นสีฟ้า ขอบคุณมากๆเลยนะคะ ยินดีมากๆเลยค่ะ แล้วก็ดีใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของความสุขนะคะ ;w;
      ลิสจำได้ว่าคุณมาอ่านตั้งแต่บทแรกๆเลยค่ะ แล้วก็อยู่ด้วยกันตลอดมาจนถึงทุกวันนี้ ดีใจมากๆเลยค่ะ ;w; ขอบคุณอีกทีนะคะ รักกกกก&hearts;
      #1970-1
  9. #1969 qsb2539 (@qsb2539) (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 5 พฤษภาคม 2562 / 07:59
    ขอบคุณ&#8203;ที่ทำให้ติ่งตัวน้อยๆได้มโนอย่างสมบรูณ์เเบบ&#8203; เเฮร่ๆขอบคุณ&#8203;จริงๆนะ&#8203; มีความสุขเเล้วอบอุ่น&#8203;หัวใจมากๆ&#8203; อินไปกับตัวละครทุกคนเลยย&#8203; สองความรู้&#8203;สึกเมื่ออ่านจบคือเศร้าอ่ะ&#8203;เรื่องนี้จบเเล้ว&#8203;กับ&#8203;อิ่มในหัวใจ
    #ขอบคุณ&#8203;ไรท์มากๆ&#8203; #จะเป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วย&#8203;#จะรอติดตาม&#8203;ผลงานชิ้นต่อไปนะคะ
    #1969
    1
    • #1969-1 Alice.SK (@mynameisalice) (จากตอนที่ 45)
      18 พฤษภาคม 2562 / 00:10
      ยินดีมากๆเลยค่ะ ;w; ดีใจที่ได้แจกจ่ายความสุขให้กันนะคะ
      ภาคต่อคงต้องส่งต่อให้ตัวจริงเนอะ คิกๆ
      ขอบคุณมากๆนะคะที่ติดตามกัน ขอบคุณที่ซัพพอร์ตกันนะคะ ^ ^
      #1969-1
  10. #1968 npltmm (@npltmm) (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 5 พฤษภาคม 2562 / 07:29
    เป็นฟิคเรื่องแรกที่อ่านเลยค่า มีความสุขแล้วก็อุ่นใจมากๆ ขอบคุณมากนะคะที่ถักทอเรื่องราวความรักนี้มาจนถึงบทสุดท้ายแล้ว :)
    #1968
    1
    • #1968-1 Alice.SK (@mynameisalice) (จากตอนที่ 45)
      18 พฤษภาคม 2562 / 00:08
      โหหเรื่องแรกเลยเหรอคะ ฮืออ ดีใจที่ได้เป็นประสบการณ์ดีๆนะคะ
      ยินดีมากๆเลยค่ะ ขอบคุณที่ติดตามกันนะคะ ;w; &hearts;
      #1968-1
  11. วันที่ 5 พฤษภาคม 2562 / 06:48

    เเขินนนน .////.

    อ่านการบรรยายบรรยากาศในงานยิ่งเขิน

    ต่อไปนี้เรียกน้องคริสเฉยๆไม่ได้แล้วนะ ต้องเรียกน้องคริส(ชีวู่)ของพี่สิงโต งืออ

    #1967
    1
    • #1967-1 Alice.SK (@mynameisalice) (จากตอนที่ 45)
      16 พฤษภาคม 2562 / 01:27
      งุ้ยย ขอบคุณนะคะ -///- เป็นงานแต่งที่น่ารักและอบอุ่น~
      ฮ่าา ชอบความคริสชีวู่จัง น่ารักกก
      #1967-1
  12. #1966 cmeblackss (@cmeblackss) (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 5 พฤษภาคม 2562 / 05:25
    ไม่รู้ตั้งใจหรือบังเอิญ ที่จบเรื่องนี้ในวันครบรอบ Sotus The Memories ขอบคุณบทบรรยายภาพงานแต่งที่สวยงาม ดีใจที่ได้มาอ่านเรื่องนี้ และเดินทางมาถึงตอนจบนี้ด้วยกัน คริสสิงในตัวอักษรที่น้องเขียนจะกลายเป็นความทรงจำดีๆอีกเรื่องในใจพี่จ๊ะ
    #1966
    1
    • #1966-1 Alice.SK (@mynameisalice) (จากตอนที่ 45)
      16 พฤษภาคม 2562 / 01:26
      งื้อออไม่ได้ตั้งใจเลยค่ะพี่โอ๋~ เรื่องบังเอิญจริงๆ ฮ่าาา
      ขอบคุณมากๆ นะคะที่ติดตามกันมาตั้งแต่ตอนนั้นจนถึงวันที่เขาจับมือใช้ชีวิตด้วยกัน
      ดีใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของความทรงจำดีๆ นะคะ ขอบคุณมากๆ เลยค่ะ ;w; &hearts;
      #1966-1
  13. #1965 Phan_126 (@PhantiwaKetsri) (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 5 พฤษภาคม 2562 / 05:12

    ขอบคุณอลิสที่แต่งเรื่องนี้ขึ้นมา มีความสุขและอินไปกับตัวอักษรทุกตัวที่คุณเขียนขึ้นมา ทำให้ดีใจและเศร้าไปกับมันได้ ขอบคุณจริงๆๆค่ะ จะติดตามไปทุกเรื่องเลยจ้า
    #1965
    1
    • #1965-1 Alice.SK (@mynameisalice) (จากตอนที่ 45)
      16 พฤษภาคม 2562 / 01:25
      ยินดีมากๆ เลยค่ะ ดีใจที่ตัวหนังสือและเรื่องราวความรักของลิสได้สร้างความสุขให้คนอ่านนะคะ ^ ^
      ขอบคุณที่ซัพพอร์ตกันนะคะ น่ารักที่สุดเลย งื้อออ
      #1965-1
  14. #1964 NiceKyung (@nicekyung) (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 5 พฤษภาคม 2562 / 00:33
    รู้สึกทั้งมีความสุขและก็ใจหายหน่อยๆอ่านเรื่องนี้มานานมาก สุดท้ายก็ถึงบทสรุปที่สวยงามแล้ว ขอบคุณไรท์นร้าที่แต่งฟิคดีๆ ให้ทีมพีรญาอย่างพวกเราได้อ่านกัน ฟิคเรื่องนี้จะเป็นฟิคอีกเรื่องของพีรญาที่เราชอบมากๆอีกเรื่องนึง
    #1964
    1
    • #1964-1 Alice.SK (@mynameisalice) (จากตอนที่ 45)
      16 พฤษภาคม 2562 / 01:24
      ขอบคุณมากๆ นะคะ ;w; ดีใจจัง ตามอ่านมานานเลยด้วย แงงง
      ยินดีมากๆ เลยค่ะ ดีใจที่ได้สร้างรอยยิ้มให้กันนะคะ
      ขอบคุณสำหรับคอมเม้นน่ารักๆค่ะ ปลื้ม ฮือ
      #1964-1
  15. #1963 Milky_Lhinping (@milkygumby) (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 5 พฤษภาคม 2562 / 00:20
    กรี้สสสสฮรืออออออจะรอรวมเล่มนะคะ เดินทางมาไกลมากจริงๆกับเรื่องนี้ ในที่สุดเค้าก็เป็นฝั่งเป็นฝาแล้ว จะรอสเปนะฮะ
    #1963
    2
    • #1963-1 Alice.SK (@mynameisalice) (จากตอนที่ 45)
      16 พฤษภาคม 2562 / 01:24
      ขอบคุณค้าบบบ ขอบคุณที่เดินทางมาด้วยกันน้าาา จวบจนวันที่เขาตกลงใช้ชีวิตร่วมกัน ฮรุก ;-;
      #1963-1
  16. #1962 Emptps (@farsaiii) (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 4 พฤษภาคม 2562 / 23:34
    งือออออ

    อ่านจบคือนิพพานแล้วจ้าาาา
    #1962
    1
    • #1962-1 Alice.SK (@mynameisalice) (จากตอนที่ 45)
      15 พฤษภาคม 2562 / 16:29
      งื้ออ ขอบคุณมาก ๆ นะคะ > <&hearts;
      #1962-1
  17. #1961 Atchyfone (@Atchyfone) (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 4 พฤษภาคม 2562 / 23:28

    น้ำตาจะไหล เพราะอินกับโมเมนต์​ของตัวจริง​ที่ห่างหายกันไปนานมาก ชอบที่มาของการสวมแหวนนิ้วนางข้างซ้ายจังค่ะ

    #1961
    1
    • #1961-1 Alice.SK (@mynameisalice) (จากตอนที่ 45)
      15 พฤษภาคม 2562 / 16:29
      ขอบคุณนะคะ ดีใจจังงง ;w;
      เส้นเลือดที่ส่งตรงถึงหัวใจเนอะ ความหมายน่ารัก ๆ จากคนรุ่นเก่า ๆ &hearts;
      #1961-1
  18. #1960 mooky9924 (@mooky9924) (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 4 พฤษภาคม 2562 / 22:56
    เค้าคือคู่แท้ของกันและกันจริงๆ สุดยอดอ่ะ
    #1960
    1
    • #1960-1 Alice.SK (@mynameisalice) (จากตอนที่ 45)
      15 พฤษภาคม 2562 / 16:28
      เกิดมาเพื่อกันและกัน เหมือนจิ๊กซอว์ที่ต่อกันลงตัว ~
      #1960-1
  19. #1958 oompizza (@oompizza) (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 4 พฤษภาคม 2562 / 22:35
    ดีมากเลยค่ะ ปลื้มปริ่มใจ ขอบคุณที่แต่งนิยายให้อ่านนะคะ อ่านเรื่องนี้แล้วรู้สึกมีความสุขมากๆ
    #1958
    1
    • #1958-1 Alice.SK (@mynameisalice) (จากตอนที่ 45)
      12 พฤษภาคม 2562 / 00:57
      ขอบคุณที่ติดตามกันเช่นกันนะคะ ดีใจที่ได้แจกจ่ายความสุขนะคะ ;w;&hearts;
      #1958-1
  20. #1957 SupAnida SettasPana (@supanida1998) (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 4 พฤษภาคม 2562 / 21:59
    แง๊มันดีมากๆๆๆ รอสเปนะคะ
    #1957
    1
    • #1957-1 Alice.SK (@mynameisalice) (จากตอนที่ 45)
      11 พฤษภาคม 2562 / 23:48
      ขอบคุณนะคะ~ สเปเหรอคะ เดี๋ยวรอเลยย จะแอบมาสปอยค่ะ > < &hearts;
      #1957-1
  21. #1956 praerysu0312 (@prearyn) (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 4 พฤษภาคม 2562 / 21:58

    ร้องไห้.... T__T
    ดีใจ..ปลื้มปริ่ม อิ่มกับความทรงจำมากมายที่มีอยู่ในฟิคเรื่องนี้ มีความสุขจนล้นใจเลย

    เศร้า..ที่เดินมาถึงปลายทาง บทสุดท้ายแล้ว แต่เรารู้ว่าความรักจะพาเขาทั้งสองคนให้เดินเคียงคู่กันไปแบบนี้ ...รักที่สุดเลย
    #1956
    1
    • #1956-1 Alice.SK (@mynameisalice) (จากตอนที่ 45)
      11 พฤษภาคม 2562 / 23:45
      ขอบคุณนะคะคุณแพรที่อยู่ด้วยกันจนถึงวันนี้ &hearts;
      ดีใจมากๆเลยค่ะ แงง ;w;
      เป็นบทสุดส้าย ที่เป็นจุดเริ่มต้นของชีวิตคู่เนอะ ^-^ รักคุณแพรเหมือนกันนะคะ กอดดด
      #1956-1
  22. #1955 BlossomYuyee (@BlossomYuyee) (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 4 พฤษภาคม 2562 / 21:49
    อ่านแล้วมีความสุขจังเลยค่ะ ขอบคุณนะคะคุณลิส เป็นฟิคที่อ่านทีไรก็ยิ้มไม่หุบ อบอุ่น ละมุน น่ารักมากๆๆๆ
    #1955
    1
  23. #1954 phetmanee33 (@phetmanee33) (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 4 พฤษภาคม 2562 / 21:49

    ไม่รู้จะพูดอะไรเหมือนกัน มันตื้นตันไปหมดเลย
    #1954
    1
  24. #1953 -ploysiwa- (@-ploysiwa-) (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 4 พฤษภาคม 2562 / 21:34
    มีความสุขมากที่ได้อ่าน เหมือนได้ร่วมเดินทางไปกับพวกเขา ได้มองดูความรักที่ก่อตัว
    ขึ้นจนทั้งสองคนได้ตกลงใช้ชีวิตร่วมกัน ขอบคุณคุณลิสนะคะที่เขียนให้อ่าน มันดีมากค่ะ ยิ้มไม่หยุดเลย
    #1953
    1
  25. #1952 oceanKL (@oceanKL) (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 4 พฤษภาคม 2562 / 21:18
    ดีใจที่ได้ร่วมเดินทางกับความรักของเค้ามาจนถึงตอนนี้เลย อบอุ่นและน่ารัก ขอบคุณนะคะ
    #1952
    1