[จบแล้ว] More than Words ไม่ต้องพูดก็รู้ว่ารัก [Fic SingtoKrist]

ตอนที่ 39 : Chapter 36 ไม่ใช่แค่ในความฝัน [Rewritten]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 6,897
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 447 ครั้ง
    4 ก.ค. 62

Krist

สลบอยู่บนเตียงพี่สิงอย่างยาวนานด้วยอาการเจทแลค เนื่องจากเวลาต่างจากประเทศไทยประมาณ 6 ชั่วโมงได้ ร่างกายผมจึงเพลียมาก เวียนหัวไปหมด ต้องพักร่างเพื่อปรับนาฬิกาชีวะใหม่

“ตื่นแล้วเหรอครับ...”

ยังไม่ทันลืมตาดีก็รู้สึกว่าตัวเองยิ้มจนปวดแก้มไปหมด

เสียงของพี่สิงโตที่ข้างหูผม... ไม่ต้องผ่านสายโทรศัพท์ใดๆ

ปลายนิ้วที่แตะริมฝีปากของผมอย่างอ่อนโยน

ยังคงรู้สึกถึงความสุขที่มีมากจนล้น จูบแรกในรอบหลายเดือนจูบนั้น มันเหมือนความรู้สึกที่ได้รับยามเมื่อผมได้เปิดใจกับเขาเมื่อตอนสามปีก่อน ...ตื่นเต้น ชื้นหัวใจ

การได้ห่างหายไปจากกันนานๆ มันก็ทำให้เรื่องธรรมดากลายเป็นเรื่องที่ทำให้หัวใจเต้นเร็วไปเสียหมด

...รวมไปถึงสายตาที่เขาส่งให้ผม ณ ตอนนี้ด้วย

รู้สึกเขินจนต้องหลบสายตา

ผมเดินทางออกมาจากไทยด้วยไฟลท์เที่ยงคืน เป็นการเดินทางที่ไม่ได้แจ้งแฟนคลับไว้ล่วงหน้าด้วย ไม่มีการเคลื่อนไหวใดๆ บนโซเชียลมีเดีย

ถือว่าเป็นการแอบมา

ไม่ได้กลัวว่าแฟนคลับจะรู้ว่าผมกำลังจะไปหาพี่สิงนะ

แต่กลัวว่าพี่สิงจะรู้ว่าผมแอบมาหา

เดี๋ยวจะเสียแผนเซอร์ไพรส์หมด

นึกขึ้นได้ก็ส่งข้อความไปหาพี่ริณว่าได้เจอพี่สิงแล้วและก็ถึงที่พักเป็นที่เรียบร้อย พี่ริณคือญาติพี่สิงโตที่อยู่อังกฤษคนนั้น คนที่ช่วยให้ผมมาถึงอังกฤษอย่างปลอดภัย คนที่ช่วยผมเรื่องการเดินทางต่างๆ ตั้งแต่สนามบินที่ลอนดอนมายังที่พัก

“เนียนจังเลยนะเจ้าตัวแสบ” เขากดจมูกลงกับกลุ่มผมของผมเมื่อเห็นผมคุยกับญาติของเขา

ตัวแสบตัวนี้แหละครับ จะอยู่กับพี่สิงยาวๆ ยันฤดูใบไม้ผลิไปเลย เพราะว่าผมได้สมัครเรียนคอร์สดนตรีระยะสั้นเอาไว้แล้วครับ

ถือว่าเป็นการเอาเวลาที่หยุดทำงานนี้ใช้มาใช้ในการร่ำเรียน พัฒนาสกิลตัวเอง ...มิหนำซ้ำยังได้เจอสิงต้วนด้วย คุ้มยิ่งกว่าคุ้ม

จะว่าไปที่พักที่พี่เขาพักอยู่นี่ถือว่าน่าอยู่มากนะ เป็นตึกที่ทำมาเพื่อนักศึกษาโดยเฉพาะ ผมเดินเข้ามาจากด้านล่างคือเห็นทั้งฟิตเนส ทั้งห้องนั่งเล่น ทั้งห้องทำงานกลุ่ม ทั้งสวนหย่อมเล็กๆ กลางตึก

ห้องพี่สิงอยู่ชั้นแทบจะบนสุด เป็นห้องสตูดิโอที่ขนาดไม่เล็กไม่ใหญ่ ครัวและห้องนอนไม่ได้แยกออกจากกัน เตียง โต๊ะทำงาน และครัวเล็กๆ ถูกจัดสรรอยู่ในพื้นที่เล็กๆ ได้อย่างลงตัว ผมว่าไม่อึดอัดนะ... กลับคิดว่าน่าอยู่ อบอุ่น

มองนาฬิกาอีกที เข็มสั้นก็ชี้ที่เลข 6 แล้ว... ผมน็อคยาวขนาดนั้นเลยว่ะ แต่การเดินทางไกลๆ มันเหนื่อยจริงๆ นะ ถึงแม้ว่าจะมีแค่การนั่งและนอนก็เถอะ

ว่าแต่... กระเป๋าผมหายไปไหนแล้วอะ อย่าบอกนะว่า... พี่สิงเอาไปจัดให้ผมหมดแล้ว

“ของคริสพี่เอาไปจัดให้หมดแล้ว เห็นคริสมาเหนื่อยๆ”

“เอาใจเก่งอะ”

“ก็ตั้งเกือบสี่เดือนแหนะ ที่พี่ไม่ได้เอาใจคริส” เขายิ้มๆ ก่อนจะจิ้มนิ้วชี้ลงที่แก้มของผมเบาๆ

จิ้ม... จิ้ม... จิ้ม...

“คิดถึงหมั่นโถวนิ่มๆ” แล้วก็งับลงมา “ข้าวเย็นของพี่” ตามด้วยการแทะๆๆ แก้มผมรัวๆ แล้วผมก็โดนแกล้งจนได้ โดนจี้เอว โดนฟัดจนจมเตียง ขำจนปวดท้องไปหมด

คิดถึงอะไรแบบนี้จัง

การได้หัวเราะไปด้วยกัน

ผมหยุด มองหน้าพี่สิง เขาก็เช่นกัน...

มีอยู่ครู่หนึ่ง ที่ผมรู้สึกว่ามันจุกที่คอ เหมือนอยากจะร้องไห้

อยากร้องไห้เพราะดีใจ

ดีใจที่ได้เธอเขาแบบตัวเป็นๆ เสียที

“...”

คนตรงหน้าเกลี่ยเส้นผมอันยุ่งเหยิงของผมก่อนจะจูบลงที่หน้าผาก ...คิดถึงสัมผัสแบบนี้จังแฮะ

“เริ่มเย็นแล้ว หิวหรือยังคริส อยากไปหาอะไรทานกันไหม หรือว่าจะให้พี่สั่งอะไรเข้ามาทานกันดี”

“สั่งอะไรมากินดีกว่าพี่ ผมว่าผมออกไปไม่ไหวอะ” ร่างกายยังฟื้นไม่เต็มร้อย แถมท่าทางข้างนอกจะหนาวด้วย

และเราก็จบที่การสั่งเคเอฟซี ไก่ทอดกรอบสุดโปรดของผม

ผมนั่งทานข้าวที่โต๊ะอาหารไปหนาวไป คิดถึงผ้าห่มบนเตียงนั่นจัง ฮือออ จะเอาข้าวไปกินบนเตียงก็ไม่ได้ พี่สิงจะว่าผมเข้าให้น่ะสิ

และเหมือนว่าคนตรงหน้าจะสังเกตเห็นอาการตัวสั่นเล็กน้อยของผม

เจ้าตัวเดินไปลากผ้าห่มมาที่โต๊ะ ก่อนจะแบคฮักพันผ้าห่มรอบตัวให้ผม

“คนขี้หนาว” เขายิ้ม ยีหัวของผมไปมาด้วยความเอ็นดู งือ ก็หนาวจริงนี่ อุณหภูมิในเดือนธันวาคมของที่นี่อยู่ที่ประมาณต่ำกว่า 10 องศาเลยนะครับ

ทานเสร็จพี่สิงก็หยิบจานต่างๆ บนโต๊ะไปล้าง

ผมมองตามก่อนจะลุกขึ้นยืนและเดินตามเข้าไปทั้งๆ ที่ผ้าห่มยังพันตัวอยู่

หมับ

คนโดนแบคฮักหันมาขำเล็กๆ กับการกระทำของผม ก่อนจะหอมแก้มผมอีกหนึ่งฟอด

“ไม่ไล่ผมน้า นะนะ” เปิดโหมดอ้อน ยืนกอดเป็นคนติดแฟนอยู่อย่างนั้นอย่างกับไม่ได้เจอกันมานาน ...แต่ก็ไม่ได้เจอกันนานจริงๆ นั่นแหละ แล้วก็แอบเห็นนะว่ายิ้มตลอดเลยอะ

เจ้าของห้องล้างจานเสร็จก็ต้มน้ำร้อนชงชาเป็นจำนวนสองแก้ว

“ดื่มนี่ค่ะ ร่างกายจะได้อบอุ่น”

รับแก้วใบนั้นมาด้วยสองมือก่อนจะอังไว้ใต้ใบหน้า สูดไออุ่นเข้าปอด อา...การได้ดื่มเครื่องดื่มร้อนๆ ในอากาศเย็นๆ มันรู้สึกดีแบบนี้นี่เอง

“มึนหัวไหม เดี๋ยวอาบน้ำแล้วนอนพักต่อไหมคริส”

“มันจะหนาวไหมอะพี่สิง...”

“เดี๋ยวพี่เปิดฮีตเตอร์ในห้องน้ำไว้ให้ก่อน แล้วเดี๋ยวคริสค่อยเข้าไปอาบ”

“ผมเอาผ้าห่มเข้าไปอาบด้วยได้ไหมอะ” ว่าพลางก้มลงดูผ้าห่มผืนหน้าที่พันรอบตัวเองอยู่ พี่สิงมองตามก่อนจะขำออกมาเล็กๆ

ขำทำไมง่ะ ก็ผมหนาวอะ

“เดี๋ยวพี่ไปอาบด้วยค่ะ”

 

 

Singto

คนตรงหน้าผมตอนนี้อยู่ในสภาพที่น่าเอ็นดูที่สุดในโลก ตอนแรกก็ไม่กล้าแตะน้ำอยู่หรอก แต่พอได้สัมผัสน้ำอุ่นๆ ในสภาพอากาศหนาวๆ แล้ว เขาก็ไม่ยอมเดินออกจากสายน้ำใต้ฝักบัวอีกเลย

พอผมขยับตัวเข้าไปหมายจะรับน้ำบ้าง คนตรงหน้าก็ไม่ยอมขยับออก แต่กลับยืนอยู่ที่เดิมแล้วอ้อมแขนมากอดผมเอาไว้

บีบแชมพูสระผมใส่ฝ่ามืออย่างทุลักทุเลเพราะอ้อมกอดของเขา ก่อนจะลูบลงที่เส้นผมประกายสีน้ำตาลตรงหน้า ขยี้ให้เป็นฟองเบาๆ

เจ้าของใบหน้าหลับตาหยี คงจะกลัวฟองเข้าตา แต่ผมที่เคยอาบให้เขาจนชินแล้วนั้นย่อมรู้วิธีสระอย่างดี ต่อให้ไม่ได้อาบให้นานแค่ไหนผมก็จำได้

บีบสบู่เหลวลงกับฝ่ามือของตัวเอง ก่อนจะเริ่มที่หน้าอกของเขา และไล้ลงไปเรื่อยๆ ตามแผ่นหลัง... ลำคอ... และต้นแขน

คราวนี้ไม่ใช่เพียงภาพจากวิดีโอคอลแล้ว

แต่เป็นอะไรที่ผมจับต้องได้

ขาว

เพลินมือ

เพลินตา

แต่เอ๊ะ... คริสผอมลงหรือเปล่านะ

“...”

สายตาพิจารณาร่างกายอันเปลือยเปล่าของคนตรงหน้าได้สักพัก ปากซนๆ นั่นก็งับเข้าที่หัวไหล่ของผมเบาๆ

“คริส...”

โดนงับอีกรอบพร้อมคมฟันที่ขบลงหยอกเย้า

“คริส... ไม่เอาค่ะ”

พยายามเอ่ยปรามเขาที่เริ่มเม้มแรงขึ้นเรื่อยๆ

แต่เขาก็ไม่หยุด จนความรู้สึกหนึ่งเริ่มที่จะก่อตัว

...คริสก็น่าจะรู้ว่าผมคิดถึง

...คริสก็น่าจะรู้ว่าทำแบบนี้แล้วมันทำให้ผมรู้สึกอะไร

และคริสก็น่าจะรู้ว่าร่างกายตัวเองไม่พร้อม

“...” คนถูกเตือนส่งสายตาลูกหมาน้อยให้ผมอย่างสื่อความนัย ก่อนจะถูสบู่เหลวลงบนตัวของผมบ้าง

สูดลมหายใจเข้าปอดอย่างยากลำบากยามเมื่อเป็นฝ่ายถูกอาบ ...สายตามองตามฝ่ามือของเขาที่ลูบไล้ผ่านผิวกายอย่างเชื่องช้า

นอกจากเสียงของสายน้ำที่กระทบพื้น ก็คือเสียงลมหายใจที่ดังผ่านริมฝีปากของเขา

ริมฝีปาก... ที่ดึงดูดสายตาของผม

ริมฝีปาก... ที่เผยอเล็กน้อย

น่าสัมผัส

ปลายจมูกสัมผัสกลิ่นหอมหวนประจำตัวของเขาที่ผสมปนกลิ่นสบู่ที่ผมใช้ทุกวัน เพิ่งรู้เหมือนกัน... ว่ากลิ่นมันหอมชวนสูดดมขนาดนี้...

คงจะเพราะเจ้าของกลิ่นมันเป็นคริสด้วยล่ะมั้ง

“สิง...โต...”

โอเค... ตัวแสบกำลังซนอยู่ เพราะผมรู้สึกได้ถึงแรงจิกที่บริเวณข้างลำตัวจนผมเองต้องหยีตา

“คริส...” กดริมฝีปากจูบเข้ากับข้างขมับของเขา “แต่คริสเหนื่อยอยู่...” และกระซิบเสียงเบา เม้มงับใบหูสีแดงนั่นเป็นการทิ้งท้าย แม้ว่าจะอยากหายใจหอบและพร่ำเรียกชื่อเขาข้างๆ ใบหูนั่นซ้ำๆ มากเพียงใดก็เถอะ

“แต่พี่ไม่คิดถึงผมเหรอ”

“...”

“ไม่คิดถึงคริสเหรอครับ...”

สายตาลูกแมวน้อยที่เขาส่งมาให้นั้น...

ตาย

ตายครับ

น่ารักชะมัด— เฮ้ยยย

“ค...คริสเดี๋ยวก่อน” หยุดหายใจไปชั่วขณะยามเมื่อคริสทรุดลงนั่งที่เบื้องหน้าผม ระดับใบหน้าของเขาอยู่ตรงส่วนนั้นอย่างพอดิบพอดี

ริมฝีปากสวยอ้าขึ้น...

ไม่... ไม่ได้ๆๆ

“...!”

ได้สติก็รีบฉุดต้นแขนให้เขาลุกขึ้นมาอย่างรวดเร็ว

ไม่ได้จริงๆ นะครับ เพราะถ้าคริสทำให้ผม ผมไม่หยุดแค่ตรงนี้แน่ๆ

ดึงเขาเข้ามาในอ้อมกอดแล้วกระชับแน่น ข้างหูได้ยินเสียงคริสออดอ้อน

คนเป็นแฟนกัน เคยมีอะไรกันมาแล้ว พอได้มาเจอหน้าหลังจากห่างกันไปเป็นเดือนๆ แบบนี้มีเหรอที่จะไม่อยากจะทำอะไรเขา

บอกเลยว่าผมน่ะอยากจะฟัดเขาคาห้องน้ำไปเลยด้วยซ้ำ แต่ผมรู้ว่าร่างกายของเขาน่ะยังไม่พร้อม ตอนนี้ร่างกายของเขาต้องการการพักผ่อน

“แค่คริสทำให้ก็ไม่ได้เหรอ”

“พี่จะไม่หยุดแค่ตรงที่ ‘คริสทำให้’ น่ะสิ” ว่าพลางจูบลงที่แก้มของคนขี้อ้อน

เจ้าของใบหน้าช้อนตามอง

“...” ให้ตาย มุมนี้ ผมแพ้

แพ้จนต้องหลับตาลง คิ้วขมวด หายใจเข้าช้าๆ... ออกช้าๆ...

แต่เหมือนว่าคนตรงหน้าจะใช้จังหวะนี้ดันผมติดกำแพงห้องน้ำ

“คริ..ส เดี๋ยว”

ต้นแขนผมถูกตรึง จ้องมองคนที่อยู่เบื้องหน้า ก่อนที่ริมฝีปากจะโดนบดเบียดลงมาจนหลังศีรษะของผมสัมผัสกับผนังเย็นๆ

ค่อยๆ ละเมียด มันเป็นจูบที่เบาหวิวเพียงแค่สามวินาที และกลายเป็นจูบอันลึกซึ้งภายในเวลาอันรวดเร็ว...

มือของเขาเริ่มซนเข้ากับร่างกายของผม

“อ๊ะ พี่สิ—”

และแรงผมก็ไม่ได้มีน้อยไปกว่าเขา

“...!”

ออกแรงพลิกให้หลังของเขาชนกำแพงแทน รวบข้อมือทั้งสองข้างนั้นไว้เหนือศีรษะ

“เป็นเด็กดื้อ...เหรอครับ” จรดปลายนิ้วอีกข้างไล้ไปตามลำคอขาวๆ นั่น

“...”

“หื้ม...” ลากขึ้นมายังปลายคางของเขา และเชิดขึ้น... บังคับให้เขามองตอบ

“ที่..รัก..” กระซิบแผ่วเบาก่อนจะค่อยๆ กดริมฝีปากทาบทับกับความหอมหวานตรงหน้า ดันเสยใบหน้าของเขาขึ้นเพื่อบดกลีบปากนุ่มได้ถนัดขึ้น...

ฝ่ามือกดรั้งหลังคอของเขาให้แนบชิดยิ่งกว่าเก่า

ลิ้นแตะสัมผัสรสชาติที่ขาดหายไปนาน

ยังคงหวานนุ่มละมุนลิ้น ชวนเสพติด

คิดถึงจนอยากจะกลืนกินคนตรงหน้า

และยิ่งใกล้ ยิ่งรู้สึก...

“สิงโ—”

คนที่พยายามกอบโกยอากาศหายใจโดนผมปิดริมฝีปากอีกครั้ง บิดปรับองศาให้แนบชิดยิ่งกว่าเก่า

“พี่ อือ— สิง”

น้ำอุ่นๆ ที่รดลงมาบัดนี้เริ่มแปรเปลี่ยนเป็นน้ำร้อนเนื่องจากอุณหภูมิร่างกายที่เริ่มสูงขึ้น

การหายใจเริ่มไม่เป็นจังหวะ ...และลมหายใจที่ติดขัดอยู่ในลำคอของคริสมันกำลังทำให้ผมอยากจะพังร่างกายของเขา...

สัมผัสที่เขาส่งกลับมาให้ผมกำลังทำให้ผมอยากจะพังร่างกายของเขา...

ข้อมือที่บิดเร่าหมายจะหลุดจากพัฒนาการกำลังทำให้ผมอยากจะพังร่างกายของเขา...

ผมอยากบดขยี้ร่างกายของคริส...

ผมอยากทำให้คริสแตกเป็นเสี่ยงๆ ภายใต้ร่างกายของผม

“คริส...” ถอนริมฝีปากออกก่อนกระซิบเสียงเบา หลับตาแน่น เลือกที่จะข่มอารมณ์ หน้าผากแตะแนบชิดกับหน้าผากของคนตรงหน้า

รู้สึกถึงความร้อนที่สูบฉีดไปทั่วร่างกาย

...ผมจะไม่ไหว

จูบปิดปากเขาอีกรอบเป็นการทิ้งท้าย ก่อนจะดึงเขาออกมาจากกำแพง เอื้อมมือคว้าผ้าเช็ดตัวและพาดลงบนร่างกายของเขา

อุ้มเจ้าตัวดีออกมาจากห้องน้ำ ก่อนจะวางเขาลงกับเตียง

“ไม่อยากได้ผมเหรอ...”

“อยากได้สิคริส”

“...”

“แต่ไว้ก่อนนะ...” กระซิบข้างหูเขา พลางแตะปลายจมูกที่แก้มแดงๆ นั่น

แทบจะพ่ายแพ้ให้กับน้ำเสียงและสายตาของคริส... เคลิบเคลิ้ม ปรือปรอย ออดอ้อน จนผมอยากจะฟัดเขาให้จมเตียง

แต่ขอบคุณพระเจ้า ในที่สุดคริสก็ยอมหยุดอ้อน อนุญาตให้ผมเช็ดตัวเช็ดผมให้ ...ด้วยความยากลำบาก

ความยากไม่ได้อยู่ที่การทำให้เขาแห้ง... แต่มันยากตรงที่ต้องทำใจให้สงบ

เป่าผมของเขาให้แห้งด้วยไดรเป่าผม อากาศที่นี่มันหนาว ผมไม่อยากให้เขาอยู่กับความเย็นชื้นนานๆ เดี๋ยวจะเป็นหวัดเอา

“นอนให้พอ ถ้าพรุ่งนี้อาการดีขึ้นแล้วเดี๋ยวพี่พาไปเที่ยว”

จุ้บปลายจมูกของเขาก่อนจะดึงผ้าห่มขึ้นมาให้ถึงหน้าอก คริสเป็นคนที่ขี้หนาว ฉะนั้นฮีตเตอร์ทำความร้อนจึงถูกผมปรับให้อุณหภูมิสูงขึ้นกว่าเก่า

ผมที่เคยใส่เสื้อแขนยาวนอน ตอนนี้จำเป็นต้องเปลี่ยนมาใส่เสื้อกล้ามแทน

“พี่สิง...”

“ครับ” หันกลับมามองหน้าของเจ้าของเสียงเมื่อไฟทั้งห้องได้ถูกปิดลง

“ได้นอนกอดพี่สิงอีกรอบแล้วอะ... ผมมีความสุข”

“พี่ก็เหมือนกัน”

มันอบอุ่นนะ... การได้ยินเสียงของคนที่เรารักใกล้ๆ แบบนี้ การได้สัมผัสกอด การได้ดูแล ได้เห็นคนที่คุณรักเผยรอยยิ้มให้ตรงหน้าแบบนี้อีกครั้ง

...การได้กลับมาทำอะไรให้เขาเหมือนอย่างที่เคย

มันเป็นอะไรที่ดีเกินคำบรรยาย

“ขอบคุณที่มาอยู่ตรงนี้นะคริส”

ใบหน้าของผมเปื้อนไปด้วยรอยยิ้ม รวบคนตรงหน้าเข้ามากอด กระชับอ้อมแขน ความอบอุ่นจากร่างกายของเขามันทำให้ผมรู้สึกสบายใจอย่างบอกไม่ถูก

“ฝันดีนะครับ”

และมีความสุขที่ได้พูดคำนี้ต่อหน้าเขาอีกรอบ อย่างที่เคยบอกกับตัวเองเอาไว้ว่าจะทำแบบนี้ไปทุกคืน

ขอบคุณคริส ที่ทำให้ความตั้งใจของผมเป็นจริงอีกครั้ง

ศีรษะแนบชิด เสียงลมหายใจของกันและกัน กลิ่นกายอันคุ้นเคย

“คราวนี้เราไม่ต้องเจอกันแค่ในความฝันแล้วเนอะ...”

 

 

Krist

ลืมตาขึ้นมาในความมืด... รู้สึกไม่ค่อยคุ้นที่สักเท่าไหร่ เพ่งมองเพดานห้องที่เปลี่ยนไป พร้อมสัมผัสของความเย็นของอากาศ... แล้วก็ได้แต่ยิ้มจนปวดแก้มเมื่อตระหนักได้ว่าผมไม่ได้อยู่ที่คอนโดของตัวเองอีกต่อไปแล้ว

ขยี้ตาเล็กน้อย หันมองคนที่นอนหลับพริ้มอยู่ข้างๆ คนที่กอดผมเอาไว้ทั้งคืน แล้วก็รู้สึกมีความสุขที่ได้รับรู้ว่า Safe zone และ Comfort zone ของผมนั้นอยู่ตรงนี้ ตรงหน้าผมอีกครั้ง

ณ ตอนนี้เป็นเวลาประมาณตีสามได้ สะดุ้งตื่นแล้วก็ดันนอนไม่หลับ จึงตัดสินใจเปิดโปรแกรมแชทและกดเข้ากลุ่มบ้านแสงโพธิรัตน์เพื่อคุยกับคนที่ผมคิดถึง ลุกไปถ่ายรูปท้องฟ้ายามเช้ามืดของที่นี่ให้เขาดู และเขาก็ส่งภาพท้องฟ้ายามเก้าโมงกลับมา

ท้องฟ้าเดียวกัน แต่หน้าตากลับไม่เหมือนกัน ตลกดีเหมือนกันเนอะ

สัมผัสอันเย็นเฉียบของพื้นห้องทำเอาผมอดไม่ได้ที่จะบ่นเรื่องอากาศอันหนาวเหน็บให้ป๊ากับม๊าฟัง

แต่ก็ได้แต่โดนแซวกลับมา

‘ม๊า: บอกแล้วว่าให้รอไปตอนหน้าร้อน เป็นไงล่ะคนขี้หนาว ไม่เชื่อม๊า’

‘ป๊า: กว่าจะถึงหน้าร้อน ลูกเราขาดใจตายก่อนพอดี’

‘คริส: แซวผมอะ จริงๆ ต้องปลอบผมสิ’

‘ม๊า: เขาไม่ปลอบคนดื้อกันหรอกนะ’

แล้วม๊าก็ส่งสติ๊กเกอร์หัวเราะมาให้ ป๊าแจ็คก็หัวเราะผสมโรง

ผมก็นอนกลั้นขำอยู่บนเตียงเนี่ย

ยอมรับครับว่าดื้อเอง ทั้งๆ ที่รู้ว่าตัวเองขี้หนาวแต่ก็ดันมาที่นี่ในฤดูที่อุณหภูมิเหลือเลขตัวเดียว …ก็ถ้าไม่มาตอนนี้ ก็คงต้องรอไปอีก 4 เดือน เหตุเพราะคิวงานของผมเนี่ยแหละ และผมก็คงขาดใจตายไปก่อนเป็นแน่

และแม้ว่าจะแซวผมกันแค่ไหน พวกเขาก็ยังคงเป็นห่วงผมอยู่ดีนั่นแหละ เขากำชับให้ผมดูแลตัวเองดีๆ ออกไปข้างนอกก็ต้องใส่เสื้อผ้าหนาๆ ทำตัวให้อบอุ่นเพราะผมเป็นคนป่วยง่าย

นอนคุยอยู่กับที่บ้านอยู่ครู่ใหญ่ รู้ตัวอีกทีก็หกโมงเช้า เลยจำต้องบอกลากันเพราะทางนั้นต้องไปทำธุระต่อ ผมเลยย้ายไปเปิดทวิตเตอร์เพื่อเช็คความเคลื่อนไหวของยูยู่

อ่านข้อความในกล่องเมนชั่นไปก็พยายามนึกไปว่าผมจะบอกพวกเขายังไงดีว่าผมไม่ได้อยู่ไทย ...ถ่ายรูปบ้านเมืองอังกฤษเซอร์ไพรส์ไปเลยดีไหม หรือถ่ายรูปคนข้างๆ อัพลงไอจีสตอรี่เลย

แต่ถ้าทำจริง... ผมอาจจะโดนแซวยับไปเลยก็เป็นได้ ดีไม่ดีมีแท็กทวิตเตอร์ติดเทรนด์อีกเอ้า

สุดท้ายผมก็ไม่ได้บอก เอาไว้ก่อนละกัน

วางโทรศัพท์ หันหน้าเข้าหาคนที่หายใจเขาออกเป็นจังหวะสม่ำเสมอ หมาป่าในคราบหนังแกะ เพลานี้ดูไร้พิษภัย

“...”

มือไม้แอบซนกับร่างกายของเขา คนบ้าอะไรใส่เสื้อกล้ามนอนในอากาศหนาวๆ แบบนี้แต่เนื้อตัวยังคงอุ่นได้อยู่ อุ่นจนร้อน ร้อนจนเหงื่อซึม

แต่แบบนี้ก็ยิ่งได้กลิ่นคุณสิงโตชัดเจน...

ว่าแล้วก็ งับลงที่ต้นแขนของเขาเบาๆ

“ฮืม”

คนเพิ่งตื่นส่งเสียงออกมา และผมก็เม้มลงที่ลำคอสีน้ำผึ้งของเขาอีกรอบ

“คริส ตื่นแล้วเหรอ... อือ ซนแต่เช้า”

เล็งจะงับลงอีกรอบตรงบริเวณข้างลำคอสวยอีกข้างของเขา แต่ทว่า...

หมับ

โดนรวบเข้าให้ แขนทั้งสองข้างโดนล็อคด้วยอ้อมกอดของเขา ก่อนจะถูกพลิกให้ไปอยู่ใต้ร่าง

“...”

ผมช้อนตามองคนที่เพิ่งตื่นจากความฝัน มุมนี้ไม่ได้เห็นนานแล้วแฮะ

“นอนไม่หลับเหรอคริส”

“อื้อ ตื่นตั้งแต่ตีสามแล้ว”

“นอนต่อไหม พี่ชงอะไรร้อนๆ ให้ดื่มไหม เผื่อจะหลับต่อได้”

ผมส่ายหน้าช้าๆ ก่อนจะใช้เสียงโทนต่ำดั่งการกระซิบ “ถ้าผมจะนอนต่อ ผมว่าต้องใช้วิธีออกกำลังกาย... ผมจะได้เหนื่อย จะได้ง่วง จะได้หลับ”

“แหนะ ตัวแสบ...” ได้ยินเขาพึมพำเบาๆ

ผมกัดริมฝีปากล่าง ยักคิ้ว

ซนไปงั้นแหละ แต่ถ้าได้ก็ดี

“หรือจะลุกเลยไหมล่ะ หิวอะไรหรือยัง พี่ทำไรให้กินไหม”

“หิว... แต่กินพี่สิงได้ปะ”

คนโตกว่าเลิกคิ้ว ก่อนจะหัวเราะในลำคอ “นอนให้พอก่อนเราอะ แล้วค่อยซ่า รู้ยัง”

ผมยิ้มขี้เล่น ชอบแกล้งพี่สิงแบบนี้จัง

“ส่วนตอนนี้ ...อรุณสวัสดิ์ครับ” แล้วฝ่ามืออุ่นๆ ของเขาสอดเข้าที่ใต้หลังคอของผม สบตาในระยะประชิดเพียงครู่หนึ่ง ก่อนจะโน้มใบหน้าให้ต่ำลงมา พร้อมกับรั้งลำคอของผมให้เข้าไปใกล้เขามากขึ้น

...ริมฝีปากเราแตะกันเบาๆ พร้อมๆ กับแสงยามรุ่งสางที่ตกกระทบใบหน้า

“มอนิ่งครับ สิงต้วนของผม”

 

 

อากาศตอนเช้าๆ ในหน้าหนาวของที่นี่คือหนาวมากนะ ตอนนี้อยู่ที่ประมาณ 4 องศาเซลเซียส ทำผมสั่นเป็นลูกนก ดีนะที่มินิมาร์ทไม่ได้อยู่ไกลจากที่พักของพี่สิงสักเท่าไหร่ ใช้เวลาเดินเพียงห้านาทีเท่านั้น

อ้อ ที่นี่คือ ถ้าไม่ได้ไกลมากเขาไม่ค่อยพึ่งยานพาหนะกันนะครับ ส่วนมากก็จะอาศัยการเดินเอา

คนที่เดินอยู่ข้างๆ ผมคว้าถุงช้อปปิ้งบางถุงไปช่วยถือและจับมือผมเดินไปด้วยกัน ...มันเป็นการกระทำเล็กๆ ที่ทำเอาผมก้มหน้าอมยิ้มและลืมความหนาวไปชั่วขณะ

อืม... ที่ยิ้มก็คงเพราะว่าตอนอยู่ไทยเราไม่ค่อยได้ทำอะไรแบบนี้กันสักเท่าไหร่ การได้มาจ่ายกับข้าวธรรมดาๆ แบบนี้ หรือแม้การเดินจับมือกันธรรมดาๆ แบบนี้

“อ่าว หวัดดีสิงโต คิดยังไงไปจ่ายตลาดแต่เช้าเลยเนี่ย แล้วนี่เพื่อนคุณเองหรอกเหรอ ถึงว่าเมื่อวานฉันเห็นเขาลากกระเป๋ามาพะรุงพะรัง ตอนแรกนึกว่าเป็นผู้เช่าใหม่ซะอีก” พนักงานรีเซฟชั่นประจำตึกทักขึ้นเมื่อเห็นเราเดินผ่านประตูตึกเข้ามา

“อรุณสวัสดิ์เบคกี้ อยากจะให้เขาได้ลองอาหารดั้งเดิมของอังกฤษหน่อยน่ะ เอ้อ...ลืมแนะนำไปเลย คนนี้ชื่อคริส เป็นแฟนผมเอง”

“...” สิ้นสุดคำแนะนำพี่สิง ผมก็ยืนอึ้งไปสามวินาที อยู่ๆ ก็รู้สึกเขินจนลืมการพูดไปชั่วขณะ

“ว้าว คุณคือคนๆ นั้นนั่นเอง ไฮ ฉันรีเบคก้า เรียกสั้นๆ ว่าเบคกี้ก็ได้”

“ยินดีที่ได้รู้จักครับ ผมคริส”

“แล้วนี่แพลนจะไปเที่ยวไหนบ้างหรือยัง ช่วงนี้ใกล้คริสต์มาสแล้วนะ มีหลายที่ที่น่าสนใจเลยล่ะ”

ผมยืนคิดอยู่พักหนึ่ง คิดออกก็แค่ย่านแลนด์มาร์คของอังกฤษอะ ไม่ได้วางแผนมา ในหัวคือพี่สิงๆ อย่างเดียวเลย

“งั้นฉันแนะนำ Winter Wonderland เลยคริส ตอนนี้กลายเป็นแลนด์มาร์คของลอนดอนตอนฤดูหนาวไปแล้วอะ เธอชอบเล่นเครื่องเล่นเปล่า ตรงนั้นน่ะมีเป็นล้านเลย แต่ไม่ได้มีแค่นั้นนะ ของกินก็เยอะ ร้านรวงก็แยะ เหมาะแก่การเดินเล่นสุดๆ หรือเธอชอบไอซเกตไหม มันคือจุดเด่นเลยคริส”

คุณเบคกี้รัวมาเป็นชุด ผมตอบแทบไม่ทัน

“อ้อ... ผมเคยได้ยินอยู่ครับ”

“แฟนผมไม่ชอบเล่นเครื่องเล่นครับ ผมเนี่ยชอบมากเลย ชวนทีไรเขาก็ไม่ยอมไปกับผมสักที”

“ก็ใครจะไปชอบเล่นอะไรเสียวๆ ผาดโผนๆ แบบพี่ล่ะ” ผมว่าเป็นภาษาไทย พลางดันกำปั้นใส่ต้นแขนพี่สิง

“ไม่อยากลองเล่นหน่อยเหรอ” แล้วเขาก็ทำหน้าหมาน้อยใส่ผม

“Aw~ You two are such a lovely couple” คุณเบคกี้ทักขึ้นแถมยิ้มน้อยยิ้มใหญ่

‘พวกคุณสองคนนี่เป็นคู่ที่น่ารักจังนะ’

เป็นคำชมที่ทำเอาผมเขินเงอะงะ ส่วนคนตรงหน้าก็ยิ้มหวานเชียว

“ขอบคุณเบคกี้ ถ้าวันไหนผมหายเจทแลคผมจะเที่ยวให้ทั่วเลย”

“ฮ่าๆ ฉันเข้าใจ แล้วนี่มีอะไรให้ช่วยก็เรียกฉันได้ตลอดเลยนะ เดี๋ยวฉันขอตัวทำงานต่อก่อนล่ะ เทคแคร์นะพวกคุณทั้งสอง ส่วนสิงโต อย่าลืมพาคริสไปเดินเล่นที่นั่นด้วยล่ะ ฉันแนะนำ” คุณเบคกี้ยิ้มก่อนจะเดินกลับไปยังหลังเคาน์เตอร์ รับโทรศัพท์และทำงานต่อ

ส่วนผมยังคงเขินๆ เอ๋อๆ อยู่เล็กน้อย... ก็แค่การแนะนำผมให้คนอื่นรู้จักในฐานะแฟนแค่นั้นเอ๊ง

“อ่าว ไม่หนาวแล้วเหรอคริส หน้าแดงหูแดงเชียว” กลับมาถึงห้องก็โดนเจ้าตัวเอ่ยปากแซวทันที

“ก็ทำผมตื่นเต้นอยู่เรื่อยเลยพี่เนี่ย” ว่าพลางเกาหูเกาจมูกตัวเอง เวลาเป็นแบบนี้ทีไรล่ะมือไม้มันอยู่ไม่เคยสุขตลอด

“หืม ยังไงคะ” คนฟังเดินเข้ามาใกล้และยิ้มบางๆ เหมือนรอคำตอบ

“ก็คริสอิสมายบอยเฟรนด์อย่างเมื่อกี้เนี่ยไง... สองรอบด้วย”

“ก็ไม่เห็นแปลกเลยนี่” จมูกกดลงที่ข้างแก้มผม

ก็...ไม่แปลกหรอก แต่ผมเขินเพราะคนนิ่งๆ คนโลกส่วนตัวสูงอย่างพี่สิงมาทำอะไรแบบนี้ไง

“ขอบคุณนะครับ”

 

 

Singto

เมนูที่ผมจะทำให้คริสทานในเช้านี้คือเมนู English Breakfast หรือแปลตรงตัวเลยก็คืออาหารเช้าสไตล์อังกฤษนั่นแหละครับ มันประกอบไปด้วยไข่ดาว ไส้กรอก เบคอนย่าง มะเขือเทศย่าง ถั่วในซอสมะเขือเทศ แฮชบราว และขนมปังปิ้ง

นี่คือเหตุผลว่าทำไมเราถึงกลับออกมาจากมินิมาร์ทด้วยถุงช้อปปิ้งถุงใหญ่

“เดี๋ยวผมชงกาแฟให้ กาแฟหวานน้อยสำหรับพี่สิง”

“จริงๆ คริสไปนอนเล่นรอก่อนก็ได้”

“ไม่เอา ผมอยากช่วย เป็นแฟนก็ต้องช่วยแฟนดิ” พร้อมแจกยิ้มสดใส ต้องใช้คำว่าน่ารักอีกสักกี่ครั้งก็ไม่อาจทราบได้

ผมจัดการทอดไข่ดาว เบคอน มะเขือเทศหั่นครึ่ง และเห็ดลงกับกระทะ แฮชบราวถูกจัดวางเข้าเตาอบ ขนมปังถูกนำไปปิ้ง ถั่วในซอสมะเขือเทศถูกนำไปอุ่นบนเตา

จริงๆ ก็ทำไม่ยากนะครับ แต่ว่ามันเยอะเฉยๆ จะทำทีมันต้องใช้เวลามาก

ไม่นานนักทุกสิ่งอย่างก็ถูกจัดใส่จาน และเสิร์ฟลงบนโต๊ะอาหาร

“ขอบคุณครับพี่สิง หอมอะ”

ผมไม่ได้ทานเมนูนี้มานานแล้วเหมือนกัน จริงๆ แล้วอย่าว่าแต่เมนูนี้เลย ทุกวันนี้กาแฟแก้วเดียวคือมื้อเช้าของผม ถ้าคริสรู้คริสด่าผมแน่ๆ

“ไส้กรอกที่นี่หน้าตาไม่เหมือนไส้กรอกบ้านเราเนอะพี่” คริสเอ่ยออกมายามเมื่อใช้มีดหั่นไส้กรอกย่างในจาน

“คนที่นี่เรียกไส้กรอกบ้านเราว่าฮอทดอก อันนั้นมันจะเป็นเนื้อบดผสมแป้ง ส่วนอันนี้ เจ้าไส้กรอกอังกฤษเนี่ยจะเป็นเนื้อหมูบดผสมเครื่องเทศ รสชาติและสัมผัสจะต่างไปจากฮอทดอก ลองกินดู”

แถมยังมีหลายสูตรด้วยนะ ทั้งสูตรคัมเบอร์แลนด์ สูตรลินคอนเชียร์ บางทีผมเจอเขาเอาพริกมาปรุงจนกลายเป็นไส้กรอกสูตรเผ็ดจัดจ้านก็มี

“แล้วอันนี้อะพี่”

“แฮชบราว เป็นมันฝรั่งบดคลุกแป้ง ข้างนอกจะกรอบ ข้างในจะนุ่ม”

“อ๋อออ เออคุ้นๆ อยู่นะ อันที่คล้ายเฟรนฟราย แต่ก็ไม่ใช่ คล้ายมันฝรั่งอบ แต่ก็ไม่ใช่ ...แล้วพี่สิง เบคอนนี่กะเอาผมอ้วนเลยปะเนี่ย”

“ยิ่งมันเยอะยิ่งอร่อยนะคิด” แต่กินบ่อยๆ ก็ไม่ดี

“นั่นแหละ ผมชอบไง แล้วถ้าผมร้อยโลขึ้นมา พี่อย่าทิ้งผมน้า” เจ้าตัวงับเบคอนย่างกรอบเข้าปากแล้วทำหน้างุยๆ

ไม่รู้ไปเรียนการอ้อนที่ไหนมา น่าดึงมากอดให้จมอก ฟัดแก้มให้พังสักรอบสองรอบ

“ตอนนี้อะ กินเยอะๆ ก่อน ตอนพี่กอดเรานี่รู้เลยนะว่าน้ำหนักลดอะ”

“งั้นพี่ก็ดูแลผมสิ ไม่ทิ้งผมไปไหนแล้วได้ไหมครับ” เจ้าก้อนนุ่มทำตาปริบๆ

เอ่อ ผมจะตายแต่เช้าไม่ได้

จะโดนความน่ารักฆ่าตายแต่หัววันไม่ได้

“เนี่ย แล้วพี่จะไปไหนรอดครับ”

ได้นั่งทานข้าวด้วยกันยามเช้าแบบนี้ก็มีความสุขดีเหมือนกันนะ กินไปคุยไป มือถือและไอแพดที่ตอนนี้ไม่รู้ไปอยู่ที่ไหน

ทุกสิ่งถูกลืมเมื่อคนในนั้นมาอยู่ตรงหน้า

 

 

Krist

พี่สิงหยิบกล้องตัวโปรดขึ้นมาสะพาย วันนี้เขาเลือกที่จะพาผมไปเดินเล่นแถวๆ ที่พัก ให้ผมได้คุ้นชินกับพื้นที่รอบๆ ก่อน แล้วถ้าวันไหนผมเริ่มปรับตัวเข้ากับเวลาและอากาศของที่นี่ได้แล้ว เขาบอกว่าเขาจะพาเขาไปเที่ยวในตัวเมืองลอนดอน

เห็นพี่สิงบอกว่าการเที่ยวในตัวลอนดอนมันต้องใช้พลังเยอะมาก อาศัยการเดินเท้าตลอด คนก็เยอะมาก คือถ้าร่างกายไม่พร้อม อาจจะพังกลางลอนดอนมันเลยนั่นแหละ

ยังดีที่วันนี้ท้องฟ้าโปร่งใส แสงอาทิตย์ยังพอทำให้อากาศอุ่นขึ้นบ้าง ...แต่ก็คงยังหนาวมากสำหรับผมอยู่ดี ทุกครั้งที่มีร่มเงา ผมมักจะเดินห่างออกเพื่อให้ร่างกายได้รับแสงแดด จนพี่สิงต้องคว้าผมให้กลับมาเดินบนทางเท้าดีๆ เพราะบางทีผมก็แทบจะลงไปเดินกับถนนอยู่แล้ว

ละแวกที่พี่สิงอยู่จะอยู่ห่างจากตัวเมืองเล็กน้อย ทำให้จำนวนรถมีปริมาณน้อยลงตาม ถนนค่อนข้างโล่ง มีผู้คนเดินสวนบ้างประปราย มีร้านรวงตามข้างทาง ทั้งมินิมาร์ท ร้านอาหารเทคอะเวย์ ร้านตัดผม ร้านดอกไม้ ต่างก็เป็นธุรกิจเล็กๆ ดูไม่แออัด มองแล้วก็เพลินตา สบายตาดี

สองข้างทางเต็มไปด้วยต้นไม้เรียงรายจนสุดลูกหูลูกตา แต่ส่วนมากจะไร้ซึ่งใบไม้เพราะเพิ่งผ่านช่วงฤดูใบไม้ร่วงมา กลายมาเป็นกิ่งไม้โล่งๆ ดูแปลกตา

คิดดูว่ามันหนาวแค่ไหน หนาวจนต้นไม้ก็ต้องจำศีล แล้วผมจะรอดเหรอเนี่ย

ผมดึงผ้าพันคอให้ขึ้นสูงกว่าเดิม ให้คลุมปากของตัวเอง ก่อนที่คนข้างๆ จะหยุดเดินแล้วจัดผ้าพันคอผืนนี้ให้กับผม

“...”

“ค..คนเยอะนะพี่”

“ไม่มีใครสนใจหรอก ดูสิ” และเอื้อมมากอบกุมมือผมเอาไว้

“...”

“ทำไม เขินเหรอคริส”

“เปล่าครับ...” กลั้นยิ้มจนแก้มจะแตกแล้วมั้งผมเนี่ย

แล้วไม่นานนัก เราก็เข้ามาอยู่ในสวนสาธารณะขนาดใหญ่ ใหญ่มากๆ

“เราจะหลงทางไปด้วยกันไหมคริส” พี่สิงเอ่ยยามเมื่อเราทั้งสองยืนอยู่ที่หน้าป้ายแผนที่ “เห็นเขาว่าวิวสวยๆ เงียบๆ ก็ข้างในนี้แหละ”

มันคือเส้นทางการเดินเท้ารอบๆ ทะเลสาบที่เป็นใจกลางของสถานที่แห่งนี้

เออผมก็ไม่ค่อยได้ทำอะไรแบบนี้เหมือนกัน ลองดูสักตั้ง

...

ไอ้ตอนแรกผมก็นึกว่าจะมีแค่พวกผมแค่สองคนนะ เพราะจากสภาพอากาศแล้ว ไม่น่ามีใครอยากออกจากบ้านกัน แต่คิดผิดถนัด เราเดินสวนทั้งคนที่มาเป็นกลุ่ม เป็นครอบครัว เป็นคู่รัก หรือแม้กระทั่งคนที่พาหมามาเดินเล่น

อีกเรื่องที่ทราบคือ คนที่นี่อัธยาศัยดีมากๆ เลยนะ ไม่รู้ว่าเป็นเฉพาะที่ที่อยู่หรือเปล่า แต่จะพบได้ว่าเกือบทุกคนที่เดินผ่านจะมีการทักทายกัน ทั้งแบบทักสั้นๆ หรือทั้งหยุดเดินแล้วคุยยาวๆ เลยก็มี ...อย่างเช่นเมื่อกี้ คุณตาสูงอายุที่จูงหมาพันธุ์สก็อตทิชคนนี้ คุยกันเป็นเรื่องเป็นราว เหมือนกับว่ารู้จักกันมานานแล้ว

ที่อังกฤษนี่คือ ผมเชื่อเลยว่ามันร่มรื่นจริงๆ ต้นไม้ใบหญ้าคือเต็มไปหมด อย่างตอนนี้ก็ต้นไม้ที่เรียงตัวกันเป็นระเบียบสองข้างทาง คล้ายกับอุโมงค์แต่ก็ไม่ใช่

เราสองคนเดินตามทาง เลาะทะเลสาบมาเรื่อยๆ ได้เห็นมุมสวยๆ อันเงียบสงบของสถานที่สีเขียวแห่งนี้

“พี่สิง มีหงส์ด้วยอะ เฮ้ยยย นั่นหงส์ใช่ไหม” ผมชี้ไปทางสิ่งมีชีวิตสีขาว คอยาวสวย ที่กำลังเคลื่อนตัวมาทางผม

แชะ

เขากดชัดเตอร์ ก่อนจะเดินเข้ามาใกล้

“เฮ้ยพี่ มีสองตัวอะ เนี่ยๆ โผล่ออกมาแล้ว เอ้า มีฝูงเป็ดด้วย นั่นลูกเป็ดดด น้องน่ารักกก”

“คริสระวังร่วงไปในน้ำ”

ไม่ทันขาดคำ ผมสะดุดรากต้นไม้แถวๆ นั้น หน้าเกือบคะมำ ดีนะที่พี่สิงคว้าไว้ก่อน

“อายุเท่าไหร่เนี่ยน้องคริส”

ผมบึนปาก จริงๆ น่าจะมีขนมปังมาด้วยนะ เอามาให้น้องเป็ดน้องหงส์ ผมขอยืมกล้องพี่สิงมากดถ่ายรูปธรรมชาติตรงหน้าแล้วเราก็เดินเล่นต่อ

มีหยุดพักให้หายเหนื่อย หยุดถ่ายภาพตามทางบ้าง แล้วพอมองย้อนกลับไป เราเดินออกมาจากจุดเริ่มต้นไกลมากนะ แทบจะครึ่งทางแล้วมั้ง

“พี่สิง ผมว่าไปทางนี้”

“แต่พี่ว่าไปทางนี้นะ”

ก้มมองดูแผนที่ที่ถ่ายมา ผมเลือกทางขวาสุด ส่วนพี่สิงเลือกทางตรง คือในแผนที่มันมีสองเส้นทางไง แต่ตรงหน้ามันเป็นสามเส้นทาง โผล่มาจากไหนไม่รู้หนึ่ง

แล้วพี่สิงก็ตามใจผม และก็ค้นพบว่าทางที่ผมเลือกนั้นมันแคบลงเรื่อยๆ เหมือนว่าไม่ค่อยมีคนเดินมา

“อ่าว ทางตันจริงด้วย” ผมว่าพลางขำแฮะๆ เมื่อปลายทางสิ้นสุดที่แม่น้ำใสสายเล็กๆ ที่คั่นกลางระหว่างตรงที่ๆ ผมอยู่กับเส้นทางที่คิดว่าน่าจะเป็นทางเดินหลัก

“โดดไหมพี่”

“กว้างขนาดนี้จะข้ามได้ไง”

“ได้ดิพี่ น้ำก็ตื้นนะ หรือพี่แก่แล้ว โดดไม่ไหว ฮ่าๆ โอ๊ะ...” ผมกลืนเสียงแซวลงคอทันทีที่พี่สิงขยับเข้ามาใกล้ในระยะประชิด

“แก่ไม่แก่ไม่รู้ แต่เคยทำคริสน็อคมาแล้วนะครับ”

ผมเอี้ยวตัวหลบจนหลังแทบจะแนบต้นไม้ ก่อนที่คนตรงหน้าจะขำออกมาเบาๆ เอื้อมมือมาบีบแก้มผม

“ทำไม เขินเหรอ แซวพี่ก่อนแท้ๆ”

“เปล๊า คนเยอะ” ถึงแม้จะไม่มีคนเลยก็ตามเถอะ

“แต่เดี๋ยวก็ชินค่ะ” แล้วเขาก็ประทับจูบที่หน้าผากผม

“...”

อยู่ๆ อากาศหนาวๆ ก็อุ่นลงทันตาเห็น หรือว่าผมจะแค่ตื่นเต้นเพียงเพราะว่าเราอยู่ข้างนอกกัน

...

สุดท้ายเราก็เลือกที่จะเดินอ้อมกลับไปที่ทางแยกเมื่อกี้ แล้วเราก็พบสะพานข้ามเล็กๆ ที่ถูกซ่อนอยู่หลังต้นไม้ใหญ่

“แม่น้ำจากมุมนี้ดูสวยมากเลยอะพี่ ดูแสงอาทิตย์ที่ลอดกิ่งไม้ลงมากระทบแม่น้ำดิ นั่น ตรงนั้นผมเห็นลูกปลาด้วย อยู่กันเป็นกลุ่มเลย”

และผมก็ได้ยินเสียงชัตเตอร์ ผมเลยหันไปยิ้มให้คนข้างหลังกล้อง เขากดภาพอีกทีก่อนจะก้มหน้ายิ้มให้กับหน้าจอแสดงผล

เพิ่งรู้ว่าการได้มาเดินหลงทางไปด้วยกันมันก็สนุกดีเหมือนกันนะ

ไม่นานนักผมก็เริ่มรู้สึกว่าท้องฟ้าเริ่มมืดลงเรื่อยๆ ก้มมองนาฬิกาอีกทีก็บ่งบอกได้ว่าเป็นเวลาสี่โมงกว่าแล้ว เป็นตอนที่เราสองเดินออกมาจากเส้นทางเดินป่าพอดี

พื้นที่พักผ่อนหย่อนใจที่มีผู้คนนั่งเล่น นอนอ่านหนังสือ ยืนคุยกัน สุนัขที่วิ่งเล่น

“ตรงนั้นที่ประจำของพี่” เขาชี้ไปยังตำแหน่งที่อยู่แถวๆ ข้างต้นไม้ต้นใหญ่ริมทะเลสาบ ก่อนจะจูงมือผมและเดินตรงไป

ถือเป็นการนั่งพักผ่อนไปในตัว หลังจากที่เดินกันมาเกือบชั่วโมงได้

พระอาทิตย์ที่นี่ตกดินเร็วกว่าบ้านเรา ทำให้ท้องฟ้าในยามสี่โมงค่อยๆ เปลี่ยนสี ตอนนี้เป็นสีฟ้าอมส้มปนชมพูแฮะ...

“ทุกครั้งที่พี่มองขึ้นไปบนท้องฟ้า ทุกครั้งที่เห็นความสวยงามของมัน พี่มักจะนึกถึงเราเสมอ และอยากให้คริสมาอยู่ตรงนี้ข้างๆ นั่งมองดูพระอาทิตย์ลับขอบฟ้าไปด้วยกัน”

สายตาที่จับจ้องภาพที่เป็นดั่งรูปวาดตรงหน้า หันมามองสบตาผม

ปกติตรงนี้จะเป็นที่ๆ พี่สิงมักจะถ่ายรูปท้องฟ้าแล้วส่งมาให้ผมสินะ

รูปท้องฟ้าที่ถูกบันทึกเก็บไว้ ทุกทีที่เขานึกถึงผม

รูปที่ถูกส่งมาให้ผมอย่างนับครั้งไม่ถ้วน...

“...”

อิงซบบ่าของเขา สายตายังคงจับจ้องรอยยิ้มของเขา ความห่างไกลที่ถูกร่นระยะทำให้อากาศหนาวๆ เปลี่ยนเป็นความอบอุ่น

“ผมรักคุณ...”

และเปลือกตาก็ปิดลงยามเมื่อเขาค่อยๆ ก้มใบหน้าลงมา

...รอยจูบที่เขาประทับลงบนริมฝีปาก เพียงแค่สั้นๆ ก็ทำเอาผมใจเต้นแรงจนไม่รู้จะทำยังไงดี

“ผมก็เหมือนกัน”

...

คงไม่มีใครเห็นหรอกเนอะ :)




******

Writer Talks (100% - 12/1/19)

นี่คือสิ่งที่น้องคริสต้องเจอ 555 อากาศหนาวๆ เสื้อโค้ทหนาๆ อาการเจทแลค ตื่นมามองเพดานแล้วหลับต่อไม่ได้ ;--;

หายเพลียเมื่อไหร่เดี๋ยวพี่พาไปทัวร์ลอนดอนนะน้อนคิด


Writer Talks (50% - 6/1/19)

ไม่รู้ว่าจะเรียบง่ายเกินไปไหม แต่อยากให้เห็นวันธรรมดาอันแสนพิเศษของคู่รักที่ไม่ได้เจอกันมาสามสี่เดือน > <

อยากให้เห็นว่าต่างก็คิดถึงทุกสิ่งอย่างจากกันและกันมากเพียงไหน

(สรุปคือห้องน้ำไม่หนาวละเนอะคริสเนอะ)



Twitter

@mynameisalicesk

#ไม่ต้องพูดก็รู้ว่ารัก


Cr. Vincent Prae



_____________________

Written on 12/1/19
Re-written on 13/4/19
_____________________

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 447 ครั้ง

2,057 ความคิดเห็น

  1. #1646 melodysing- (@YunJae-24) (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 21 มกราคม 2562 / 06:21
    น่ารักมาก.
    #1646
    1
    • #1646-1 Alice.SK (@mynameisalice) (จากตอนที่ 39)
      22 มกราคม 2562 / 00:34
      แง้ ขอบคุนนะคะ ;///;
      #1646-1
  2. #1639 Wan_L_ (@0859952994) (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 20 มกราคม 2562 / 15:59

    อบอุ่น
    #1639
    1
    • #1639-1 Alice.SK (@mynameisalice) (จากตอนที่ 39)
      22 มกราคม 2562 / 00:30
      ขอบคุฯนะคะ>_<
      #1639-1
  3. #1619 AirrUtai (@AirrUtai) (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 17 มกราคม 2562 / 23:56
    หวานกันตลอดคู่นี้..ฟินนน
    #1619
    1
    • #1619-1 Alice.SK (@mynameisalice) (จากตอนที่ 39)
      19 มกราคม 2562 / 18:18
      มดเริ่มขึ้นแล้วว อิอิ
      #1619-1
  4. #1618 ฮันจัง (@42534) (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 16 มกราคม 2562 / 10:30

    ใจเบามาก เจินแรง
    #1618
    1
    • #1618-1 Alice.SK (@mynameisalice) (จากตอนที่ 39)
      19 มกราคม 2562 / 18:18
      งุ้ยย ขอบคุณนะคะ > <
      #1618-1
  5. #1617 phoowhy (@phoowhy) (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 15 มกราคม 2562 / 10:16
    เขินเขินเขินไม่รู้จะเขินยังไงแล้วววววว งื้ออออออออออออ
    #1617
    1
    • #1617-1 Alice.SK (@mynameisalice) (จากตอนที่ 39)
      16 มกราคม 2562 / 03:36
      หายใจเข้าลึกๆ นะคะ > <## งี้ดดด
      #1617-1
  6. #1615 peangorPP (@peangorPP) (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 14 มกราคม 2562 / 21:07
    โอ้ย ละมุนมาก
    #1615
    1
    • #1615-1 Alice.SK (@mynameisalice) (จากตอนที่ 39)
      16 มกราคม 2562 / 03:34
      ขอบคุณนะคะะ >//<
      #1615-1
  7. #1614 TkKchk (@TkKchk) (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 14 มกราคม 2562 / 18:45
    งื้ออ ในที่สุดก็ได้อยู่ด้วยกัน วันธรรมดาทำอะไรธรรมดาแต่มันพิเศษเพราะความคิดถึง ชอบที่ได้ไปเที่ยวด้วยกัน ได้เดินจับมือกัน

    สุดท้ายนั้น รอคริสหายเหนื่อย 55555
    #1614
    1
    • #1614-1 Alice.SK (@mynameisalice) (จากตอนที่ 39)
      16 มกราคม 2562 / 03:34
      วันธรรมดาอันแสนพิเศษ~ อิอิ เปิดเผยกันไปอีก
      ปล. ฮั่นแน่ 55555
      #1614-1
  8. #1613 nuneay (@nuneay) (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 14 มกราคม 2562 / 04:32
    โอ๊ยยยยยยยอ่านแล้วมีแต่คำว่าตั้ลล้าค อบอุ่นใจสุดๆท่ามกลางอากาศหนาว

    ปล.อยากจับน้อนปั้นเป็นก้อนกลมๆนู้มๆกลืนลงท้องไปเล๊ย โทษฐานขี้อ้อนจัด
    #1613
    1
    • #1613-1 Alice.SK (@mynameisalice) (จากตอนที่ 39)
      16 มกราคม 2562 / 03:34
      งี้ดดด ดีใจจัง ขอบคุณมากๆ นะคะ > <~
      5555 รีบงั่มก่อนพี่สิงมาเห็นนะคะ ;-;
      #1613-1
  9. #1612 นมเย็นสีฟ้า (@alissy) (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 13 มกราคม 2562 / 10:21
    ฮือ อบอุ่นหัวใจจังเลยค่ะะะะ ;;/////;;
    #1612
    1
    • #1612-1 Alice.SK (@mynameisalice) (จากตอนที่ 39)
      16 มกราคม 2562 / 03:33
      ขอบคุณนะคะ แง่มมม -///-
      #1612-1
  10. #1611 ChitraPiromnukul (@ChitraPiromnukul) (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 13 มกราคม 2562 / 08:39

    เกินคำบรรยายจริงๆ น่าร๊ากกก..อบอุ่น

    หวานนน
    #1611
    1
    • #1611-1 Alice.SK (@mynameisalice) (จากตอนที่ 39)
      16 มกราคม 2562 / 03:33
      งุ้ยยย ขอบคุณมากๆนะคะ > <~
      #1611-1
  11. #1610 BlossomYuyee (@BlossomYuyee) (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 13 มกราคม 2562 / 08:03
    น่ารักกกก อบอุ่น ละมุน
    #1610
    1
    • #1610-1 Alice.SK (@mynameisalice) (จากตอนที่ 39)
      16 มกราคม 2562 / 03:33
      งื้ออขอบคุณมากๆ นะคะ > <
      #1610-1
  12. #1609 Atchyfone (@Atchyfone) (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 13 มกราคม 2562 / 08:03

    อบอุ่นหัวใจ​มากอ่ะ อยากให้น้องทำอะไรที่ไทยได้แบบตอนอยู่อังกฤษ​บ้าง​

    #1609
    1
    • #1609-1 Alice.SK (@mynameisalice) (จากตอนที่ 39)
      16 มกราคม 2562 / 03:33
      งื้อ ขอบคุณนะคะ
      เอ~ อาจจะได้ทำในเร็วๆ นี้ค่ะ ฮ่าา
      #1609-1
  13. #1608 Chowa (@Chowa) (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 13 มกราคม 2562 / 06:07
    งื้อออออน่ารัก หวานมากกกกกกกกกกกก
    #1608
    1
    • #1608-1 Alice.SK (@mynameisalice) (จากตอนที่ 39)
      16 มกราคม 2562 / 03:32
      งื้อออ ขอบคุณนะคะ ><
      #1608-1
  14. วันที่ 13 มกราคม 2562 / 03:28

    น่ารัก
    #1607
    1
    • #1607-1 Alice.SK (@mynameisalice) (จากตอนที่ 39)
      16 มกราคม 2562 / 03:32
      ขอบคุณนะคะ > <
      #1607-1
  15. #1606 Me The Ripper (@MeTheRipper) (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 13 มกราคม 2562 / 01:11
    our sky มากๆ
    #1606
    1
    • #1606-1 Alice.SK (@mynameisalice) (จากตอนที่ 39)
      16 มกราคม 2562 / 03:32
      ความห่างไกลจะไม่ทำให้เราห่างกัน~
      #1606-1
  16. #1605 nongpe41 (@nongpe41) (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 13 มกราคม 2562 / 01:02
    งื้อออออออ น้องงงงงงงงงง ละมุนทั้งคู่อะ
    #1605
    1
    • #1605-1 Alice.SK (@mynameisalice) (จากตอนที่ 39)
      16 มกราคม 2562 / 03:31
      งื้อออ หวานเจ๊าะกันไปเลยย > <~
      #1605-1
  17. #1604 praerysu0312 (@prearyn) (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 12 มกราคม 2562 / 23:46
    เห็นนนนนนนนน!!! เราเห็นนะ งื่อออออ เขินเลย แต่รู้สึกได้ถึง ความรัก ความผูกพันแบบสัมผัสได้ชัดเจน การมีกันและกันทำให้ได้รู้ว่า เราจะรักษาความรักของเราให้คงอยู่ตลอดไปได้ยังไง..เนอะ ^_^
    #1604
    2
    • #1604-1 Alice.SK (@mynameisalice) (จากตอนที่ 39)
      16 มกราคม 2562 / 03:31
      ฮ่าาาา เห็นกันหมดเลยยย จะมาหวานอออกสื่ออย่างนี้ไม่ได้น้าาา เขินน -///-
      ช่ายแล้วเนอะ ทำยังไงดีให้ทุกนาทีมีค่า ให้เป็นความทรงจำดีๆ ^ ^
      #1604-1
  18. #1603 noorung_smile (@noorung_smile) (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 12 มกราคม 2562 / 23:33
    งื้อออออ โรแมนติกกันจัง อิจฉาอย่างแรงเลยค่าาาาาา ^_^
    #1603
    3
    • #1603-1 Alice.SK (@mynameisalice) (จากตอนที่ 39)
      12 มกราคม 2562 / 23:39
      ทำความหนาวให้หลายเป็นความอบอุ่นนน
      ทำทุกที่ให้เป็นเบาหวาน > <~
      #1603-1
    • #1603-3 Alice.SK (@mynameisalice) (จากตอนที่ 39)
      16 มกราคม 2562 / 03:32
      งื้ออ ขอบคุณนะคะ
      #1603-3
  19. #1602 joykitti (@joykitti) (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 12 มกราคม 2562 / 22:00
    งืออออ ใจฉัน
    #1602
    1
    • #1602-1 Alice.SK (@mynameisalice) (จากตอนที่ 39)
      12 มกราคม 2562 / 23:38
      ใจยังไหวนะคะ > <~
      #1602-1
  20. #1601 rainnanda (@fonnanda87) (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 12 มกราคม 2562 / 21:54
    ที่สุดแล้ววววว มันดีมาก ดีที่สุด ละมุนละไม จังค่ะ
    #1601
    1
    • #1601-1 Alice.SK (@mynameisalice) (จากตอนที่ 39)
      12 มกราคม 2562 / 23:37
      แงงง ขอบคุณมากๆ นะคะ ;-;
      #1601-1
  21. #1600 chwaraphorn (@chwaraphorn) (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 12 มกราคม 2562 / 21:46
    น่ารักมากๆค่ะ ดูอบอุ่นใจ หายหนาวเลย
    #1600
    1
    • #1600-1 Alice.SK (@mynameisalice) (จากตอนที่ 39)
      12 มกราคม 2562 / 23:37
      ขอบคุณนะคะ > < จากหนาวๆ กลายเป็นอุ่นเฉยเลย~
      #1600-1
  22. #1599 247miles (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 12 มกราคม 2562 / 21:34

    เราชอบความเรียบง่ายนะ การใช้เวลาอยู่ด้วยกันทั้งวัน ทำโน่นนี่นั่นด้วยกัน มันคือความทรงจำที่แสนมีค่าที่สุด

    #1599
    1
    • #1599-1 Alice.SK (@mynameisalice) (จากตอนที่ 39)
      12 มกราคม 2562 / 23:37
      งื้ออดีใจจัง ดีใจที่ชอบนะคะ > <
      เนอะๆ แค่ได้ใช้เวลาด้วยกันก็มีความสุขแล้วงะ
      #1599-1
  23. #1598 JaoJean (@Yeme_sama) (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 12 มกราคม 2562 / 20:57
    โอ๊ยยย ใจช้าน
    #1598
    1
    • #1598-1 Alice.SK (@mynameisalice) (จากตอนที่ 39)
      12 มกราคม 2562 / 23:37
      ใจยังอยู่ดีนะคะ > <~
      #1598-1
  24. #1597 mooky9924 (@mooky9924) (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 12 มกราคม 2562 / 20:49
    หวานได้อีก แค่เดินเล่นในสวนก็พาฟินได้แล้ววว
    #1597
    1
    • #1597-1 Alice.SK (@mynameisalice) (จากตอนที่ 39)
      12 มกราคม 2562 / 23:00
      สวนหวานได้ถ้าพาแฟนมาเดิน> <~
      #1597-1
  25. #1595 Lungleafandek (@Lungleafandek) (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 12 มกราคม 2562 / 00:05
    น่ารักกกก ลงไปกองกะพื้นนนน
    #1595
    1
    • #1595-1 Alice.SK (@mynameisalice) (จากตอนที่ 39)
      12 มกราคม 2562 / 22:56
      ขึ้นมาก่อนน้าาา ดึงมาเพื่อล้มลงไปต่อ อิอิ
      #1595-1