RP } Farentier Kingdoms ( ปิดรับสมัคร )

ตอนที่ 4 : STORY 1

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 408
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    7 เม.ย. 58

 

 

Guardian Of The Dawn Prince

Character :  อัสลาน นิตซาน เซซิด คาเรนท์ ครัสเทเนีย แคโรล กาเรน 

 

            สงครามวนว่ายกลับมาถึง เหล่าองค์รักษ์ทั้งสี่ตามคำนายโบราณได้กลับมาพานพบ เจ้าชายแห่งรุ่งอรุณปรากฏตัว ชะตากรรมของพวกเขาเปลี่ยนไป จากเด็กเร่ร่อนไร้บ้านอย่างอัสลานต้องมาปกป้องคนที่ไม่น่าจะสำคัญอย่างเซซิด ไม่สิตอนนี้เขามีศักดิ์เป็นเจ้าชายแล้ว ส่วนนิตซานคงต้องไปบอกลาครอบครัวเพื่อทำหน้าที่อันยิ่งใหญ่นี้สักที การเตรียมกองกำลังเท่าที่จะหาได้นั้นไม่ใช่หนทางที่ยากลำบากสักเท่าไหร่ คนแห่งภูผามีเยอะก็จริงแต่นั่นไม่พอสำหรับสงครามครั้งนี้ การที่ไททันจากหุบเขากาลเวลามาช่วยนั้นเป็นเรื่องดีเลยทีเดียว 

            ส่วนครัสเทเนียเขาได้ส่งข่าวไปหาคนที่โนวาเดด ยังมีผู้ที่ศรัทธาในตัวของตระกูลมายาอยู่ จึงมีกองกำลังเพิ่มอีกในฟาเรนเทียร์ จดหมายอีกฉบับถูกส่งไปที่ป่าแห่งแสง กษัตริย์แห่งเอลฟ์ยินดีที่จะร่วมสงครามในครั้งนี้เพื่อบุตรชายของตน

          สามปีต่อมา....

การปะทะกันระหว่างโรโนแวนและวาเทเนีย สร้างความเสียหายเป็นวงกว้าง เนิ่นน้ำแห่งความหวังตอนล่างอาบไปด้วยเลือด เกิดการสูญเสียมากมาย และนอกเหนือจากนั้นเหนือความคาดหมายนัก โรโนแวนแพ้ในสงครามครั้งนี้ เนื่องจากกองกำลังของวาเทเนียนั้นแข็งแกร่งนัก กษัตริย์และเจ้าชายดานันสิ้นพระชนม์ในสงคราม เจ้าชายเซฟิรอธหนีรอดออกมาได้พร้อมกับแม่บ้านสองคนและองค์รักษ์ส่วนพระองค์อีกหนึ่ง....

บัดนี้กองทัพของเจ้าชายแห่งรุ่งอรุณพร้อมแล้วที่จะสู้อีกครั้ง....

 ค่ายแห่งภูผาหมาป่า 

“โรโนแวนผ่ายสงครามงั้นรึ....”  หัวหน้าเผ่าเอ่ยเสียงแข็งในขณะที่กำลังประชุมกับเหล่าองค์รักษ์

“เราจะทำเช่นไรดี” อัสลานเอ่ย

“เราคงต้องบุกแล้วใช่มั้ยคะท่านพ่อ”  แคโรลเอ่ยอย่างร้อนรน

“ข้าว่าเราควรให้เจ้าชายเติบโตกว่านี้ก่อนดีกว่ามั้ย”  ครัสเทเนียเอ่ย

“ไม่มีเวลาแล้วนะ”  คาเรนท์เอ่ย

“บ้าเหรอ เจ้าจะให้เด็กตัวเล็กๆ ไปอยู่ในสงครามนั่นนะรึ”  ครัสเทเนียเอ่ยเสียงแข็ง

“แต่เขาเป็นเด็กในคำนายต้องยอมรับโชคชะตานะ”  คาเรนท์สวนทันควัน

“แต่เขายังเด็กเกินกว่าจะร่วมสงคราม”  ครัสเทเนียถอนหายใจไม่พอใจ

“ให้เขาร่วมสงครามและปกป้องเขาก็ได้ เพราะเขาคือขวัญกำลังใจสำหรับกองทัพและเหมือนแสงสว่างแห่งกองทัพ”  อัสลานเอ่ย

“แล้วใครจะเชื่อว่าเขาคือเจ้าชายแห่งรุ่งอรุณนอกจากพวกเรา”  ครัสเทเนียเอ่ยทำเอาเงียบทั้งหมด

“ไม่มีเซซิด พวกเราก็รบได้นะ ลองคิดดูดีๆ”  ครัสเทเนียยังไม่เลิกพูดกระแทกกระทั่ง

“เขาจะพิสูจน์ตัวเองยามได้อยู่ในสงคราม”  หญิงชราเอ่ยเสียงแห่บพร่า

 

The Last Gold Blood 

Character : เซนิ อเดลล์ เคเลส กษัตริย์เซฟิรอธ 

            หลังจากประชุมแผนการรบเสร็จเรียบร้อยแล้ว การปะทะกันก็เกิดขึ้นที่ไลบราระหว่างลัทธิมืดกับกองทัพของฟาเรนเทียร์ แต่น่าแปลกที่พวกลัทธิมืดนั่นแข็งแกร่งเกินกว่าจะต้านกองทัพที่ตีนเขาก็มาสนับสนุนหลายด้าน จนทำให้ทัพของโรโนแวนพ่ายไปใช้เวลาเจ็ดวันในการรบ ส่วนอาณาจักรฟาเรนเทียร์นั้นโดยยึดทันที อเดลล์และเคเลสนั้นได้หนีออกจากปราสาทพร้อมกับเจ้าชายและองค์รักษ์ส่วนพระองค์ แต่หน้าเศร้าที่กษัตริย์ เจ้าชายรัชทายาทอันดับสอง นั้นสิ้นพระชนม์ ส่วนเจ้าหญิงองค์เล็กหายสาบสูญ

            ณ ป่าแห่งหนึ่งด้านทิศตะวันออกห่างจากฟาเรนเทียร์ไม่ไกลนัก

            “เรารอดแล้วพะยะค่ะ”  เซนิหายใจหอบถี่พลางวางเจ้าชายลงที่หิน

            “พระบิดา ฮือ...  ท่านพี่”  เจ้าชายร้องไห้ก่อนจะทุบลงที่หินอย่างเจ็บใจ

            “ไม่เป็นไรหม่อมฉันอยู่นี่แล้ว”  เซนิลูบหัวเจ้าชายเบาๆ

            “แล้วเราจะทำยังไงกันต่อดี”  อเดลล์เปิดประเด็น

            “เราคงต้องพักอยู่ที่นี่ สร้างที่อยู่อาศัยไปเลย”  เคเลสเสนอ

            “งั้นก็ดี”

            สามปีต่อมา....

 
 

 

Fire Spirit 

Character :  โคริ ไอนาซิสท์

            ทั้งสองเดินทางไปที่เนวาดอเมืองเวทมนตร์และต้องพบกับสถานการณ์ฉุกเฉินเมื่อสงครามนั้นเริ่มขึ้นแล้ว หญิงสาวและชายร่างยักษ์รู้ดีว่าไม่ปลอดภัยเขาจึงตกลงกันที่จะไปหมู่บ้านแห่งไฟ หมู่บ้านที่อยู่แถวหุบเขากาลเวลา...  ทั้งสองเดินทางโดยใช่เรือจ้างจากเนิ่นน้ำแห่งความหวังและลัดเลาะไปตามเขาถึงที่หุบเขากาลเวลาทั้งสองเดินทางไปที่หมู่บ้านแห่งไฟ

            เมื่อไอนาซิสท์มาถึงที่นี่ทุกคนต่างวิ่งกรูออกมาต้อนรับ และข้าเองก็โดนต้อนรับราวกับเป็นเจ้าหญิงเลยล่ะ มองไปรอบๆ ที่นี่มีภูเขาขึ้นจากหุบเขาการเวลาเหมือนแตกหน่ออกมามันล้อมที่นี่ไว้ มิน่าละถึงเรียกว่าหมู่บ้านแห่งไฟ

            “ท่านพาคนนอกหมู่บ้านมาด้วยเหรอ ท่านไอนาซิสท์”  หญิงสาวร่างบางเอ่ย

            “ใช่ เขาเป็นผู้มีพระคุณ”  ร่างหนาตอบ

            “เห.....”  

            “ค่อยว่ากัน แม่หญิงต้องการพักผ่อน”  ว่าจบทุกคนก็หลีกทางให้เขาราวกับเป็นผู้วิเศษ

            “ไม่เข้าใจเท่าไหร่แต่ก็เอาเหอะ”  ว่าจบข้าก็เดินตามไปแต่ก่อนที่จะไปดันมีหญิงสาวประมาณห้าหกคนมาบังข้าราวกับจะรุมข้าเสียให้ได้

            “รู้มั้ย กฏของหมู่บ้านแห่งไฟห้ามคนนอกเขามา แต่ถ้าเอาเข้ามานั้นคือคนคนนั้นต้องมีบุญคุณและสอง ก็คือจะเอาเข้ามาเพื่อแต่งงาน”  หญิงสาวเอ่ยอย่างอารมณ์เสีย นี่ข้า.....งงไปหมดเลยนะเนี่ย

            3ปีต่อมา....

 
 

Wind spirit

Character : ออล์ ไพรท์

            แม้การบินของออล์จะไม่แข็งแรงเท่าไหร่นัก หญิงสาวยังคงประคองตัวเองจากเรเซียร์มุ่งหน้าไปยังป่า การบินของหล่อนผ่านไปราวกว่าหกชั่วโมงและถึงป่าแถบบนของเรเซียร์ป่าเขตุลึก

            หญิงสาววางเด็กชายตัวเล็กลงและหายใจหอบถี่

            “เราปลอดภัยแล้ว”

            สามปีต่อมา....

 
 

Predictor

Character : เรเวน

            หญิงสาวตื่นกลางดึกและพบกลุ่มคนชุดดำบุกเข้ามาในโรงเตี๊ยม ไม่ต้องสงสัยอะไรมากนักคงจะเพราะมีคนกลัวจะโดนฆ่าเลยปริปากบอกออกไปเพื่อประโยชน์ของตน หญิงสาวหายใจเขาก่อนที่จะเอาตู้ในห้องมาบังประตูและกระโดดออกนอกหน้าต่าง ร่างกายเริ่มเปลี่ยนแปลงกายเป็นสีดำและมีขนออกมา ร่างกายหดเล็กและเปลี่ยนรูป หญิงสาวใช้ร่างกาของตนบินไปสถานที่ที่ปลอดภัยสำหรับเธอ

            ถ้ำโบราณ

            สามปีต่อมา.....

 

 

Migratory

Character : เร็กซ์ เบรุตาร์

            หญิงสาวอาศัยอยู่ในบ้านหลังเล็กและหวังจะใช้ชีวิตอย่างเรียบง่ายแต่เมื่อเกิดสงครามฝันของเธอก็พังทลาย  หญิงสาวเตรียมจะหนีหล่อนรู้ภัยสงครามอย่างดีและบัดนี้อาณาจักรล่มสลายแล้ว  แต่จะกลับไปที่ไหนดี  คิดแล้วก็หนักใจอยู่ไม่น้อย ในขณะที่ร่างเล็กกำลังนั่งที่เรือขนาดกลางชายชราก็ถามหล่อนเสียงเบา

            “ไปไหนดี---แม่หนู”

            “........” หญิงสาวนิ่งเงียบดูเหมือนหล่อนนึกไม่ออก

            “ไปที่ทะเลทรายมังกรตอนบนครับ” ชายหนุ่มร่างสูงเดินลงมายังเรือลำนี้ พร้อมกับเข้ามานั่งใต้หลังคาหน้าตาเฉย

            “นะ...นั่นไกลมากเลยนะพ่อหนุ่ม” ชายชราว่า

            “ก็จะให้ทำยังไงละครับคุณตาเหลือเรือของตาลำเดียว เจ้าเองก็คิดที่ไปไม่ได้ใช่มั้ยในยามสงครามเช่นนี้” ชายหนุ่มกล่าว

            “ดูดูไปเจ้าก็คงไม่ใช่คนแถวนี้?” หญิงสาวจ้องหน้าเขาเขม่ง

            “ไปที่นั่นก็ได้ค่ะ” หญิงสาวเบะปากถอนหายใจ แม้หญิงสาวจะไม่ใช่คนยอมคนแต่ครั้งนี้ก็ยอมๆ ไป แม้จะไม่อยากช่วยเท่าไหร่ แต่หล่อนก็ไม่รู้จะไปไหนจริงๆ เช่นกัน

            “เงินค่าเดินทาง100Sนะพ่อหนุ่ม” ถึงกับอึ้งกับค่าเดินทางแต่ก็ไม่แปลกมันไกลมากคงต้องนั่งเรือพร้อมกับพักด้วยประมาณสามวันห้าวันไม่ก็อาทิตย์หนึ่งถ้าพักนาน

            “ตกลงเรื่องเงินกันก่อนเลยละกัน” ชายชราว่า

            “ที่นั่นมันมีอะไรไม่ทราบ” หญิงสาวเปิดประเด็น

            “หมู่บ้านหมาป่าไงละ เจ้าไปพักอยู่นั่นก็ได้” ชายหนุ่มเอ่ยอย่างหัวเสีย

            “นี่ข้าไม่รู้จักเจ้าเลยนะ” เบรุตาร์เอ่ย

            “ข้าก็ไม่รู้จักแต่เรือมันเหลือลำเดียวหนิ” ทั้งสองว่าจบก่อนที่จะตกลงไปที่นั้น

            [เสียเงิน1000Sแบ่งกันจ่ายก็ได้นะ]

            สามปีต่อมา.....

            


 

 

Dark Emperor

Character : เอลก้า มิริน นายพลเลซาน

            การเดินทางสู่ฟาเรนเทียร์นั้นเป็นไปอย่างง่ายดาย เมื่อการรบที่พยายามมานานนั้นเกิดสำฤทธิ์ผลสักที ชายหนุ่มยิ้มอย่างดีใจพร้อมกับเพื่อนสาวมิริน ในขณะที่ฝ่าดวงนักรบเขาไปจนถึงปราสาทและจัดการกษัตริย์ บัดนี้นายพลเลซานได้ครองบัลลังก์ชั่วคราว จนกว่าวาเทเนียตัวจริงจะมารับช่วงต่อ เอลก้ามีศักดิ์เป็นหัวหน้าอัศวินกุหลาบแดง มิรินมีศักดิ์เป็นหัวหน้าฝ่ายมนตรา

            สามปีต่อมา....

            “กิ้กกกกก” เสียงของมังกรตัวน้อยคำรามเล็กน้อย

            “มันชอบเจ้า” มิรินเอ่ย

            “ฮ่าๆๆ กินซะเจ้าหนู” เอลก้าเอ่ยก่อนที่จะโยนเนื้อให้มังกรน้อย

 

God’s Way

Character : เลช

            ชายหนุ่มบอกลาหญิงสาวก่อนจะมุ่งหน้าไปที่ฟาเรนเทียร์ แต่เมื่อถึงที่นั่นและกลับต้องผิดหวังเมื่อเขามายามสงคราม การเดินทางของเขาต้องเปลี่ยนเปลี่ยนเป็นการหนีแทน เลชเลือกเดินทางไปที่หมู่บ้านถัดออกไปไกลจากเรเซียร์เกือบถึงในป่าที่นั่นเงียบสงบ รอว่าสักวันออาจจะได้เจอครอบครัว ขอให้พวกเขาปลอดภัย

            “ไม่ได้อะไรอีกจนได้” เลชเอ่ยสั้นๆ ก่อนที่จะเคาะกระท่อมหลังหนึ่งที่อยู่ลึกสุดของหมู่บ้าน

            “ใครน่ะ” เสียงจากหลังประตู

            “ข้าเป็นแพทย์พเนจร ข้าเพียงผ่านมาและต้องการที่พัก” เลชเอ่ยหญิงสาวในนั้นเพียงเปิดออกมาดูเล็กน้อยก่อนที่จะเปิดออกกว้างๆและ...

            “ท่านแม่”

            สามปีต่อมา....

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

631 ความคิดเห็น

  1. #400 Justin X270 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 6 เมษายน 2558 / 21:45





    ZETH



    "ขอบคุณนะฮะที่ให้ยืมเสื้อ"ผมยิ้มให้คุณป้าคาราวานที่

    ให้ยืมเสื้อที่เอาไว้ขายของเธอ

    ถึงมันจะเป็นเสื้อผู้หญิงก็เถอะ...

    "ถึงแล้วล่ะฟาเรน...เทียร์"คุณป้าพูดแต่เธอกลับอึ้ง

    ผมเลยชะเง้อดู สภาพตอนนี้คือเละแบบไร้ที่ติ..

    "นี่คือ...เมืองหลวงฟาเรนเทียร์แน่หรือเนี่ย"

    ด้านหน้ากองคาราวานหยุดลงและวนกลับมาอย่างรวดเร็ว

    และกองทัพเอลฟ์ที่ไม่ใช่เอลฟ์ธรรมดา

    "ดาร์กเอลฟ์!!!!หนีเร็ว"

    ผมกระโดดลงจากกองคาราวาน แล้วบินเข้าไปในน่านฟ้าของ

    ฟาเรนเทียร์

    "มันต้องมีคนอื่นมั่งแหละน่า"

    แต่เมื่อเขาไม่พบผู้คนเขาจึงบินออกจากฟาเรนเทียร์

    และไปที่ป่าแห่งสรรพสัตว์เพื่อไปฝึกฝนตนเองต่อไป

    #400
    0
  2. #399 Z★N (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 6 เมษายน 2558 / 18:54




    "หว..หวาา..ป้ายอะไรเยอะแยะเนี่ย"

    เวโรน่าผงะกับป้ายประกาศที่มีจำนวมหาศาล

    "เฮ้อ..ไหนดูซิมีข่าวอะไรบ้าง"

    เธอขมวดคิ้วเป็นปมก่อนจะเริ่มต้นอ่านป้ายประกาศเหล่านี้
    #399
    0
  3. #398 blueliking (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 6 เมษายน 2558 / 15:22

    ZENII
     
           ข่าวคราวใหม่ที่ได้รับทำเอาตกใจไม่น้อย พวกเขาตามตัวองค์ชายที่หนีหายไปจากปราสาทเจอแล้วงั้นหรือ บอลกระจกที่ซื้อมาถูกเก็บใส่กระเป๋าเสื้อคลุมไว้ก่อนจะโหนตัวขึ้นม้าของนายทหารผู้มาแจ้งข่าว เมื่อฝากฝังงานสำคัญ(?)เรียบร้อยแล้วเขาก็เตะม้าควบไปอย่างรวดเร็ว.. เจ้านายของเขาคงอยู่ที่นั่นแล้ว

           เป้าหมายคือพระราชวัง..

           เพียงไม่นานนัก ภาพปราการสูงตระหง่านก็ปรากฏเบื้องหน้า สถาปัตยกรรมหลังกำแพงสูงถูกก่อสร้างอย่างวิจิตรงดงามกระนั้นก็แข็งแกร่ง มีนายทหารเฝ้าระวังอยู่แน่นหนาสมกับเป็นสถานที่ที่ราชาอาศัยอยู่ เซนิกว่าวรายงานตัวต่อทหารเฝ้ายามจึงได้รู้ว่าการประชุมเริ่มต้นขึ้นแล้ว

           หลังจากส่งม้าเข้าโรงเก็บ สองเท้าก้าวยาวๆไปตามโถงทางเดินหรูหราในตัวปราสาทอย่างรีบร้อน มาสาย เขามาสาย! เรื่องนี้ถึงหูคนในตระกูลต้องโดนตัดออกจากกองมรดกแน่! ใบหน้าคมเครียดขรึมขึ้นมาจนกระทั่งเดินมาถึงหน้าห้องประชุม

           "การประชุมเป็นยังไงบ้างแล้ว" เขาถามนายทหารตรงนั้น ดวงตาสีมะกอกจ้องมองอย่างรอคอยคำตอบ..
    #398
    0
  4. #397 PangPond YHSM (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 6 เมษายน 2558 / 14:20

    [UL]
    "เอ...ถ้าตรงไปก็ออกนอกอาณาเขตป่าแห่งแสงแล้ว"
    เธอพึมพำ
    "แถวนี้มีที่ไหนน่าไปบ้างน้า"
    เธอก้มดูแผนที่
    "แถวนี้มีน้ำตกนี่...น้ำตกอะไรไม่ได้เขียนไว้รีบไปดีกว่า"
    เธอรีบเดินไป
    #397
    0
  5. #396 「薔薇」 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 6 เมษายน 2558 / 02:43

    เบรุตาร์ ซี เบจา

     

    เด็กสาวจับกรอบประตูไม้อย่างใจลอย เมื่อครู่เพิ่งจะผ่านเหตุการณ์สะเทือนอารมณ์มาหยกๆ ก็เพิ่งมารู้จากชาวบ้านที่เดินผ่านไป (โดยบังเอิญ)ว่าที่นี่คือเมืองท่า โนวาเด็ด ซึ่งอยู่ถัดจากเมืองโจหานมาอีกนิดนึง

    บริเวณที่เบรุตาร์ถูกจับมาเป็นแถบชานเมืองที่ค่อนข้างไกลหูไกลตาคน เด็กสาวอาศัยม้าแก่ๆ ตัวหนึ่งที่ขโมยมาได้วิ่งควบเข้าไปในเมืองก่อนที่จะดึกไปมากกว่านี้

                    สามวันถัดมา

                เบรุตาร์เริ่มเป็นที่รู้จักในเมืองโนวาเด็ดมากขึ้นในฐานะของแพทย์อาสาคนหนึ่ง เด็กสาวชนเผ่าคนแคระทำงานเป็นหมอคอยรักษาอาการบาดเจ็บจากการชกต่อย แม้กระทั่งอาการเมาเรือเล็กๆ น้อยๆ ของนักเดินทางส่วนใหญ่ จนมีเงินเก็บจำนวนหนึ่ง

                    เด็กสาวตัดสินใจไว้ว่า จะใช้ชีวิตอยู่ที่เมืองโนวาเด็ดสักพัก เพื่อรอข่าวคราวของอะไรบางอย่างต่อไป


    #396
    0
  6. #395 franzes (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 6 เมษายน 2558 / 00:00

    Rowan Z. Myth Knight
     
              ชายหนุ่มจับตามองเหตุการณ์ตรงหน้าซักครู่ก่อนจะเห็นว่าเด็กชายผู้มีปีกสีใสอยู่ด้านหลังกำลังถูกรุมอยู่ มิธไนท์คว้ามีดสั้นที่เหน็บอยู่ที่เอวแล้วปาออกไปด้วยความเร็วเพื่อสกัดการเคลื่อนไหวของกลุ่มคนนั้นไว้

     

     
     
    #395
    0
  7. #394 Menirala Renaissance Mariamela de. Batrolenzia (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 5 เมษายน 2558 / 23:39

    วางกิ่งไม้ดัน
    #394
    0
  8. #393 AliceRabbiT (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 5 เมษายน 2558 / 23:20


     Raven C. Stromborn  
    เมื่อได้ฟังข่าวสารประกอบกับข้อมูลที่มีอยู่ ทำให้อาหารมื้อนั้นไม่ค่อยเป็นที่อภิรมย์ใจเท่าไหร่นัก


    .. สรุปคือ สงครามกำลังเริ่มขึ้นที่ใกล้ๆเมืองไลบรา แถมยังมีพวกฮู้ดดำอยู่ที่เมืองจาเลนอีก แถมไปเมืองหลวงยิ่งอันตราย ข้าอยู่ ตรงกลางแบบนี้แล้วข้าควรจะไปที่ไหนดีละ ..

    เรเวนเขี่ยผักในจานพลางครุ่นคิดหาทางไปต่อ

    ..ถ้าหากข้าใช้ไพ่อีก คงไม่ดีแน่ ยึดติดโชคชะตามากเกินไปชะตาจะเล่นตลกกับข้าแน่..

    "โถ่ว้อยยยยยยย แล้วข้าคนนี้จะไปไหนต่อละฟะ
    !"

    ด้วยความลืมตัว บีสท์สาวก็เผลอตะโกนออกมาเสียงดังลั่นโรงเตี๊ยมกันเลยทีเดียว

    "เอ่อ .. ข้าขอโทษค่ะ"

    ว่าแล้วก็ขอโทษขอโพยกันใหญ่ ยิ่งขอโทษยิ่งอาย เธอจึงหยิบจานอาหารที่เหลือแล้วเดินกลับไปทานในห้องต่อ
    แต่ก่อนที่จะได้เข้าห้องไปก็มีเสียงหนึ่งพูดขึ้น

    "มีสงครามอยู่แบบนี้ ผู้หญิงอย่างเจ้านะ หาที่ซ่อนตัวเพื่อความปลอดภัยไปเถอะ"

    หญิงสาวสะดุดกึกหยุดตรงประตูนิ่งๆก่อนจะเอ่ยสวนกลับไป

    "เจ้านะเป็นใครกัน ไม่รู้จักข้าหรือไง? ข้านะเป็นนักพยากรณ์ที่โด่งดังนะ! และข้าก็ไม่ได้มีดีแค่การพยากรณ์เท่านั้น
    วิชาต่อสู้ข้านะไม่แพ้พวกนายกองทหารเลยนะ
    !"

    พูดจบเธอก็เข้าห้องตัวเองปิดประตูและล็อคเสร็จสรรพ

    ..พวกบ้า! คิดว่าข้าเป็นผู้หญิงแล้วข้าทำได้แค่อยู่แนวหลังหรือไง? ฮึ่ยยย คิดแล้วของขึ้น! ..

    เรเวนยืนฮึดฮัดอยู่หน้าประตูซักพักก็วางจานอาหารลงบนเตียงก่อนจะจิ้มกินราวกับโกรธแค้นอาหารมานานนับสิบปี(?)
    เมื่อทานหมดก็ยกจานวางไว้บนโต๊ะข้างๆเตียง ก่อนจะหยิบไพ่ที่ได้มาใหม่นั้นวางเรียงลงบนโต๊ะข้างหน้าต่าง
    เพื่อให้ไพ่ได้รับแสงจันทร์อย่างเต็มที่

    เรเวนถอนหายใจเบาๆก่อนจะรินไวน์ที่โรงแรมแถมมาให้ดื่มเล็กน้อยแล้วจึงล้มตัวลงนอนบนเตียง
    ไม่รู้ว่าการที่เธอแสดงตัวตนออกไปว่าเป็นนักพยากรณ์นั้น จะอันตรายสำหรับตัวเธอรึเปล่า?

     
    #393
    0
  9. #392 Jetstream Sam (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 5 เมษายน 2558 / 23:18


    "ท่านเลซาน ข้ามีเรื่องจะเสนอ"

    เอลก้ากล่าวออกมาขณะที่กำลังเดินทางไปเพื่อประชิดเมือง ทำให้ผู้เป็นนายเลิกคิ้วขึ้นอย่างประหลาดใจ

    "มีอะไร?"

    เลซานกล่าวห้วนๆ ทำให้องครักษ์หนุ่มเรียบเรียงคำพูดที่จะพูด แล้วกล่าวออกมาในทันที

    "ข้าเห็นว่ากำลังทางฝ่ายนครลึกลับมากกว่าทางข้าศึกนัก จึงแลดูจะไม่เป็นการดีที่จะเข้าปะทะตรงๆ หาเช่นนั้นก็มิต่างอะไรกับนำน้ำน้อยไปราดกองเพลิง ซึ่งแทบไม่เห็นหนทางชนะเลย"

    เอลก้าเว้นวรรคเล็กน้อย ก่อนจะพูดต่อ

    "อีกทั้งกำลังทหารส่วนใหญ่ซึ่งเป็นทหารวาเทเนียก็ยังติดพันศึกอยู่ที่หุบเขาไลบรา ข้าจึงเห็นว่าเราควรแบ่งกำลังไปช่วยทางทหารวาเทเนียบ้าง ส่วนกำลังที่เหลือให้ตั้งป้อมให้แน่นหนา คุ้มกันส่วนสรรพาวุธและขบวนสเบียงให้มั่น....แล้วเมื่อใดทัพของวาเทเนียพร้อม...เราก็จะบุกฟาร์เรนเทียร์จากทิศตะวันออกและทิศใต้พร้อมกัน...ท่านเห็นเป็นอย่างไร?"
    #392
    0
  10. #391 xLupusx (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 5 เมษายน 2558 / 23:17



    [ Regulus ]

         เรกูลัสมองเธอจากไปโดยไม่ได้พูดอะไร เพียงแต่หันหลังแล้วเดินออกจากตรอกแคบๆที่พวกเขาสนทนากันเมื่อครู่ ชายหนุ่มมองไปรอบๆตัวที่เป็นสลัมแล้วได้แต่ถอนหายใจ เป็นบรรยากาศที่ไม่ชอบเอาซะเลย แถมสุดท้ายก็ได้มาแค่สองร้อย เสียเที่ยวชะมัด...

         เนื่องจากถ้าหากวนกลับไปปักหลักบริเวณเดิมแล้วบังเอิญพบเศรษฐีคนนั้นโดยที่งานไม่เสร็จก็คงจะไม่ดีนัก (เดี๋ยวโดนยึดค่ามัดจำสองร้อย(?)) เขาจึงตัดสินใจว่าจะเดินทางออกจากโจหานภายในวันนั้นเลย

         ถ้าจำไม่ผิด...บริการรถม้าอยู่ตรงประตูเมืองฝั่งที่ข้าเข้ามาล่ะมั้ง? เร็กซ์เดินย้อนเส้นทางที่เขาจำได้ในหัว นับว่าเป็นโชคดีที่บริการรถม้าตั้งอยู่ตรงนั้นจริงๆ เมื่อลองนับเงินที่มีติดตัวแล้ว เขาจึงเลือกเดินทางไปเมืองที่ใกล้ที่สุดเพื่อประหยัดค่าใช้จ่าย เร็กซ์จัดการเช่ารถม้าไปโนวาเด็ด และออกเดินทางทันที (เงินปัจจุบัน 920 S ยังไม่หักลบค่าโดยสาร)



    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 5 เมษายน 2558 / 23:34
    แก้ไขครั้งที่ 2 เมื่อ 5 เมษายน 2558 / 23:43
    #391
    0
  11. #389 xSerinSxPAOx (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 5 เมษายน 2558 / 23:12

                เมื่อได้ข้อมูลที่ต้องการแล้วออล์ก็ไม่คิดจะสนใจหญิงสาวข้างกายอีก

                เธอหันไปมองทางแท่นพิธีด้วยความสนใจมากขึ้น หลังจากที่ตอนแรกไม่ได้ตั้งใจมอง และจึงได้เห็นว่าตรวนวายุที่อีกฝ่ายพูดถึงนั้นเป็นมนุษย์

                แต่...แล้วอย่างไรล่ะ

                ถึงจะตกใจอยู่บ้างที่ตรวนเป็นสิ่งที่มีเลือดเนื้อ หากเธอก็ไม่ได้คิดอะไรไปมากกว่านั้น

                หญิงสาวทบทวนสิ่งที่ตนเองได้ยินมาให้ดี พิธีกรรมนี้มีสิ่งสำคัญอยู่สามอย่างคือกระจกมนตรา อาวุธลับ และตรวน

                ถ้าขาดสิ่งใดสิ่งหนึ่งไป พิธีจะต้องล่มอย่างแน่นอน

                ดวงตาสีชามองขึ้นไปบนฟ้า ช่วงเวลานี่เป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการทำพิธีอย่างแน่นอน นั่นหมายความว่าเธอเหลือเวลาเตรียมตัวในการ ทำลายพิธีนี้อีกไม่นานแล้ว

                ใช่ เธอจะทำลายมัน

                ด้วยเหตุผลเดียวคือเธอ เกลียด สงคราม

                จากทั้งสามปัจจัยในการทำพิธี ออล์เห็นว่าการทำลายกระจกมนตรานั้นง่ายที่สุดแล้ว ที่ไม่เลือกอีกสองอย่างเพราะถ้าเป็นอาวุธลับ เธอไม่มั่นใจว่ามันจะเป็นอาวุธประเภทไหนกันแน่ และเธอก็ไม่ได้เก่งด้านต่อสู้นัก ส่วนมนุษย์นั้นยุ่งยาก และเธอก็ไม่ได้มีใจนึกอยากช่วย

                หญิงสาววางแผนในหัว เธอมั่นใจว่าเธอจะทำได้ ต่อให้ตัวจริงต้องเปิดเผย และกางปีกของตัวเองออกมาก็ตาม...

                ข้าจะไปดูพิธีใกล้ๆ

                เธอเอ่ยด้วยเสียงทุ้มกับหญิงสาวข้างๆ ก่อนเดินไปอยู่เบื้องหน้าแท่นพิธี

                ในเวลาเดียวกันนั้น หนึ่งในชุดดำก็เดินขึ้นไปบนแท่นพิธี บรรยากาศรอบกายเริ่มเงียบกริบ กลิ่นอายล้วนแฝงไปด้วยความตื่นเต้นและความกระหายเลือดบางอย่าง

                ออล์เผลอสบตากับมนุษย์ผู้เป็นโซ่ตรวนในตอนนั้น อีกฝ่ายเป็นเด็กหนุ่ม ซึ่งเด็กกว่าเธอมาก

                เป็นเพียงเด็กน้อยคนหนึ่งเท่านั้น

                “จงยินดีพวกเจ้า พิธีกรรมจะเริ่มขึ้นแล้ว!”

                เสียงของอีกฝ่ายกระตุ้นเธอให้หันกลับไปมองชายชุดดำตรงหน้า แต่เธอเริ่มลังเลบางอย่าง

                กระจกมนตราถูกหยิบออกมาจากเสื้อคลุมแล้ว เธอรู้ตัวดีว่าเธอไม่มีเวลาคิดอะไรอีกต่อไป

                “พิธีนี้จะดำเนินต่อไม่ได้!!”

                ออล์ตวาดออกไปเพื่อให้สถานการณ์ชะงัก ก่อนเธอจะถอดเสื้อคลุมสีดำของตนแล้วโยนไปปิดตรวน เรียกความสนใจให้หันไปทางนั้น

                ท่ามกลางความสับสน หญิงสาวในคราบชายหนุ่มก็ขึ้นไปยืนอยู่บนแท่นพิธี เธอชิงความได้เปรียบที่อีกฝ่ายไปทันตั้งตัวคว้าปืนที่เหน็บตรงเอวออกมา และยิงไปที่กระจกมนตราทันทีหนึ่งนัด

                ปัง! เพล้ง!!

                “บัดซบ!!”

                อีกฝ่ายตวาด และเอื้อมมือมาจะคว้าตัวเธอ

                ออล์ใช้ความคล่องตัวหลบหลีกได้ไปในทีแรก แต่ตอนนี้ทุกคนกำลังจะรุมจับเธอ เธอไม่สามารถหลบได้อีกครั้งแน่ๆ

                ต้องกางปีกแล้ว!

                เธอตัดสินใจทันทีในสถานการณ์ที่บีบบังคับ ปีกสีใสถูกกางออก มันระยิบยับเหมือนเก็บเอาท้องฟ้ายามค่ำคืนที่เต็มไปด้วยดวงดาวมาระบายลงบนปีก

                แฟรี่! แฟรี่นี่น่า!”

                “จับมันให้ได้!”

                เสียงอื้ออึงดังขึ้นในทันที หญิงสาวกำลังจะทะยานบินขึ้นสู่ท้องฟ้า แต่ในตอนนั้นเธอก็ได้มองสบตากับเด็กน้อยอีกครั้ง

                สายตาคู่นั้นเต็มไปด้วยประกายวิงวอน

                บ้าชะมัด!

                เธอสบถในใจ เปลี่ยนทิศจากบินขึ้นเป็นถลาไปชิงตัวตรวนขึ้นมาแทน

                ทันทีที่เด็กน้อยอยู่ในอ้อมกอด เธอก็กัดฟันหักปีกบินขึ้นอีกครั้ง แต่ใครสักคนเกือบคว้าปีกเธอได้ มันทำให้เธอบินเฉ และนั่นทำให้ใครอีกคนจับขาเธอเอาไว้

                ออล์รู้สึกเหมือนถูกกระตุก เธอกำลังจะหล่นลงพื้น และถ้าเป็นแบบนั้นเธอต้องไม่รอดแน่

                อะดรีนาลีนที่หลั่งทั่วร่างทำให้เธออึดกว่าเคย เธออุ้มเด็กน้อยเอาไว้ได้ด้วยมือเดียวและหันไปยิงโต้ตอบอีกนัดทันที

                ปัง!

                ได้ผล ขาของเธอถูกปล่อย และเธอก็ไม่รอช้าที่จะสะบัดปีกของตัวเองทะยานขึ้นฟ้าด้วยความเร็วสูงสุดที่ตัวเองจะทำได้ทันที

                ปัง!

                เสียงปืนดังขึ้นอีกหนึ่งนัด ใครสักคนข้างล่างยิงมันขึ้นมา แต่โชคดีที่ไม่ถูกเธอ ออล์รู้ตัวว่าเธอผ่อนความเร็วลงไม่ได้ หญิงสาวกัดฟันบินไปให้เร็วที่สุดอย่างไม่รู้ทิศทาง ขอเพียงแค่หนีพ้นให้ได้เท่านั้น

                สาบานเลย จบงานนี้เมื่อใครข้าจะไปฝึกเวทย์มามากกว่านี้!



    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 5 เมษายน 2558 / 23:16
    #389
    0
  12. #387 ♚ O L Y M ♚ (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 5 เมษายน 2558 / 23:09

    เขาว่ากันว่าความซวยมักจะไม่หยุดที่จุดๆหนึ่ง

    แต่จะต่อเนื่องมาเรื่อยๆ

    อเดลล์เชื่อแล้วค่ะ

    .

    .

    .

    เพราะวันนี้ข้าเจอแต่เรื่องซวยไม่จบไม่สิ้นไงล่ะะะะะะะะ!!!!


    #ดาวล่ะเครียด ขอยาแก้ปวดหัวที


    อเดลล์อยากจะทึ้งหัวตัวเองกรีดร้องเมื่อเรื่องยุ่งๆที่คิดว่าควรจะจบลงไปได้แล้ว

    มันไม่ยอมจบเสียที

    เด็กสาวส่งเสียงในลำคอด้วยความไม่พอใจ

    แต่ก็ก้าวไปยังห้องครัวกับชายหนุ่มแปลกหน้าที่มาจนถึงตอนนี้เธอก็ยังไม่รู้ชื่อเขาเสียที

    เธอสังเกตเห็นว่าชายหนุ่มดูมีท่าทางจิตตกไม่น้อยเมื่อรู้ว่าตนเองอาจต้องใส่ชุดผู้หญิงไปอีกนาน

    เด็กสาวถอนหายใจ ก่อนจะหยุดยืนที่ด้านหน้าห้องครัวของปราสาท


    “เจ้ารอข้าตรงนี้สักครู่นะ”


    เธอกล่าวกับเขา แล้วเดินเข้าไปภายในครัว

    ตรงเข้าไปหาพ่อบ้านหนุ่มที่ดูมีรูปร่างใกล้เคียงกับชายในชุดเมดที่อยู่กับเธอ


    “แม่บ้านคนนั้นต้องการจะคุยอะไรกับเจ้านิดหน่อยน่ะ ตามข้ามาสิ”


    เธอกล่าวพลางเดินนำชายหนุ่มออกมา

    เขามีท่าทีงุนงงเล็กน้อย แต่ก็เดินตามเธอมาแต่โดยดี


    อเดลล์เดินมาหาชายหนุ่มผมขาวแล้วดึงเขาให้เดินตามไปในที่ลับตาคน

    หางตาลอบมองไปทางด้านหลังตลอด


    เมื่อมาถึงจุดที่คิดว่าปลอดภัยแล้ว เด็กสาวก็ทำการถอดรองเท้าส้นแข็งของตนเองออกมา

    ฟาดหัวพ่อบ้านคนนั้นอย่างเต็มแรงในทันที


    “โอ๊ย!”


    เขาร้องออกมา แต่ยังไม่สลบไป

    เด็กสาวฟาดซ้ำลงไปอีกหลายต่อหลายครั้ง

    พยายามยั้งมือไม่ให้อีกฝ่ายเลือดออก เพราะกลัวจะเปรอะเปื้อนเสื้อผ้า

    จนในที่สุดเขาก็สลบไป

    ...ย้ำว่าสลบไป ไม่ได้ตายแต่อยากใด


    “เอ้า! เจ้าลากเขาไปเปลี่ยนเสื้อผ้าทางโน้นสิ!”


    ชายหนุ่มผมขาวยิ้มแล้วรีบทำตามที่เธอบอกในทันที

    ไม่นานเขาก็เปลี่ยนเสื้อผ้าเสร็จ


    “จะว่าไป...ข้ายังไม่รู้จักชื่อเจ้าเลย!

    อยู่กันมาขนาดนี้แล้วไม่รู้จักกันเลยมันคงจะแปลกไปหน่อย---ข้าอเดลล์นะ!”


    อเดลล์เอ่ยถาม ซึ่งชายหนุ่มก็เอ่ยตอบกลับมาสั้นๆ


    “เคเลส”


    เมื่อรับรู้ชื่อของอีกฝ่ายแล้ว เด็กสาวกับชายหนุ่มก็เดินกลับที่ยังห้องครัว

    มีแม่บ้านบางคนเอ่ยทักว่าพ่อบ้านที่ออกไปกับอเดลล์หายไปไหน

    เด็กสาวจึงทำได้เพียงแค่คลี่ยิ้มมีเลศนัยแล้วตอบกลับไปว่า


    “เขาเพิ่งจะตกลงคบกับสาวใช้คนนั้นเลยอยากมีมุมสองต่อสองกันน่ะ

    แต่ก็ส่งพ่อบ้านคนนี้มาทำงานแทนแล้วล่ะ!”


    เป็นเรื่องธรรมดาที่พวกผู้หญิงจะชอบเรื่องซุบซิบเชิงรักใคร่

    ทำให้ไม่มีใครถามอะไรต่ออีก


    อเดลล์กับเคเลสรีบช่วยกันทำอาหารสักอย่างที่น่าจะสามารถยกไปให้องค์ชายให้

    ก่อนรีบนำไปถวายทันทีด้วยความที่กลัวว่าจะถูกสงสัยหากใช้เวลามากเกินไป


    เมื่อมาถึงหน้าประตูห้องประชุม ชายคนที่สั่งการพวกเธอขมวดคิ้วเล็กน้อยด้วยความสงสัยเมื่อเห็นเคเลสในชุดพ่อบ้าน


    “แล้วแม่บ้านอีกคนที่อยู่กับเจ้าล่ะ?”


    อเดลล์คลี่ยิ้มตอบกลับไปแล้วเอ่ยว่า


    “แม่บ้านคนนั้นถูกสั่งให้ทำงานอย่างอื่นน่ะเจ้าค่ะ เลยส่งพ่อบ้านคนนี้มาแทนเจ้าค่ะ”


    ชายหนุ่มพยักหน้ารับอย่างไม่ติดใจอะไร

    แล้วปล่อยให้อเดลล์กับเคเลสเข้าไปในห้องประชุม


    อเดลล์ก็ได้แต่หวังว่า


    หลังจากจัดการเสิร์ฟอาหารแล้วเรื่องวุ่นๆนี่จะจบลงเสียที




    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 5 เมษายน 2558 / 23:09
    แก้ไขครั้งที่ 2 เมื่อ 5 เมษายน 2558 / 23:10
    #387
    0
  13. #386 ผู้พิทักษ์หนังสือ (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 5 เมษายน 2558 / 22:53

    "ขอให้จริง ถ้าไม่พาไป ข้าจะซัดหน้าเจ้า" โคริยิ้มแป้นก่อนจะล้มตัวลงนอนเอาแรง... ไอนาทิสซ์ลุกมาก่อนจะถอดเสื้อคลุมที่โคริให้มาคลุมให้ตัวโคริเอง

    “ขอบคุณที่ช่วยเหลือข้าไว้...” ไอนาทิสซ์พูดเสียงเบาพลางมองไปนอกถ้ำ เขาไม่ได้นอนหลับตลอดทั้งคืนพลางรุ่มคิดบางอย่าง

    ...

    “งื้ม... ถ้าตามแผ่นที่ที่เรายืมมาจากเมืองจาเลน ไปตามเส้นทางนี้” โคริใช้นิ้วชี้ลากจากจุดที่ตัวเองอยู่คือถ้ำโบราณเพราะโดนพัดมาตามกระแสน้ำก่อนจะชี้ไปที่เมืองหลวง... “ข้าอยากไปเมืองหลวง... จะพาไปได้ไหม?”

    ไอนาทิสซ์เลิกคิ้วมองนิดๆ “ทำไมถึงอยากไป?”

    “ง่ายมาก! เพราะเป็นแหล่งรวมสิ่งต่างๆ ข้าอยากไปเปิดหูเปิดตา” โคริตบมือพร้อมยิ้มร่าก่อนจะหันไปเก็บข้าวของ แต่ไอนาทิสซ์พลารุ่มคิดบางก่อนจะถอนหายใจ “ไม่ใช่ที่คนแคระอย่างเจ้าสมควรไป โคริ”

    “ข้าอยากไป ใครจะทำไม?” โคริยกยิ้มก่อนจะเก็บของให้เรียบร้อยพลางหาชุดให้ไอนาทิสซ์... “ใส่ซะ ตัวเจ้าหนาขนาดนี้คงอึดอัดไปหน่อยนะ แต่ข้าไม่ชอบเห็นผู้ชายเปลือยเท่าไร”

    “ข้าไมได้เปลือยขนาดนั้น...” ไอนาทิสซ์กุมขมับพลางรับมาใส่เป็นเสื้อเชิดสีน้ำตาลอ่อนมีรอยไหม้นิดๆ  ทั้งสองลงจากถ้ำก่อนจะเดินไปตามแนวแม่น้ำเพื่อไปเมืองหลวง ระหว่างทางโคริก็แวะชมนกชมไม้ หาของไปตามทางทำให้เดินทางช้าขึ้น ส่วนไอนาทิสซ์ก็เหมือนพี่เลี้ยงเด็กที่ค่อยช่วยโคริเวลาเธอพลาดตกน้ำ หรือตกต้นไม้เวลาปีนขึ้นไป

    “โคริ... เจ้าช่วยอยู่เฉยๆ บ้างจะได้ไหม...” ไอนาทิสซ์เอ่ยอย่างอ่อนแรงเพราะตอนนี้พวกเขานั่งพักกันตรงทุ่งหญ้ากว้างมีลมพัดเย็นสบาย ตามเนื้อตัวไอนาทิสซ์มีแต่กิ้งไม้และเศษใบไม้เต็มไปหมด ส่วนโคริกำลังเอาของที่เก็บตลอดทางออกมาวางเรียง เพื่อแยกว่าส่วนไหนจำเป็นหรือไม่จำเป็น แต่ส่วนมากจะเป็นขยะซะส่วนใหญ่....

    “ไอนาทิสซ์ ข้าอยากได้กระเป๋าเพิ่มอีกสักใบจัง...” โคริหันมามองเพื่อนร่วมเดินทางพลางยิ้มหวาน ส่วนชายหนุ่มนั้นได้แต่สะดุ้งเพราะรู้ชะตากรรมตัวเองแน่ๆ ถ้าได้มาอีกใบไม่พ้นเขาต้องแบกเพิ่ม... “ข้าว่าพวกเรารีบเดินทางกันเถอะ”

    “ก็ได้ๆ แต่ขอแวบไปเติมน้ำก่อนนะ” ว่าจบโคริก็คว้าเอากระบอกน้ำมาก่อนจะเดินไปที่แม่น้ำใกล้ๆ นี้ พลางฮัทเพลงไปในตัว...

    ตอนนี้ทั้งสองอยู่ระหว่างเมืองเนวาดอกับเมืองหลวงโดยเลือกใช้เส้นทางเลี่ยงจากเมืองเนวาดลมากที่สุดเพราะไม่อยากเจอเหตุการณ์เหมือนตอนไปเมืองจาเลน



    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 6 เมษายน 2558 / 00:25
    #386
    0
  14. #385 KaneRad (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 5 เมษายน 2558 / 22:52

    เลชทำหน้าครุ่นคิดบางอย่าง...(แล้วพวกท่านจะไม่เป้นไรหรอ...ท่ามสงครามนั้นน่ะ)
    นักบวชสาวกล่าวตอบ (ก็คงเป้นเช่นเดิมนั้นล่ะค่ะ...รอบที่แล้วก็แย่)....
    (ตอนรักษาคน...ข้าเห้นมีเอลฟ์ด้วย...)
    (ใช่ค่ะ....ทีนี้มีทั้งคนเจ้บของทั้ง2ฝ่าย...หมุ่บ้านเราไม่ได้เลือกฝ่ายจึงช่วยทั้งหมด)...
    (เป็นคนดีจังน่ะ...ข้าก้อยากอยู่ช่วยต่อน่ะ...แต่ข้าต้องเดินทางต่อ..งั้น..เอานี้ไว้..)
    เลชเปิดกระเป๋าและหยิบสมุนไพร2ชนิดยื่นให้นักบวชสาว..
    (นี้สมุนไพร2ชนิดนี้จะช่วยรักษาบาดแผลได้บ้าง..ในป่าแถวนี้มีเยอะตอนข้าเดินดู)...เลชยื่นสมุนไพรให้นักบวชสาว..นักบวชสาวรับไว้..เลชเอ่ยขึ้นมาว่า...
    (ถ้าสงครามนี้จบลง..และข้าได้พบครอบครัว..ข้าจะกลับมาอยู่ที่นี้กับเจ้าน่ะ)
    เลชยิ้มเล็กน้อย..
    (ข้าฝากอะไรอีกเรื่องน่ะ..เจ้าเห้นสัตว์ประหลาดที่มากับข้าไหม...ข้าขอฝากพวกเขาไว้กับเจ้า...ถ้าไปกับข้าพวกเขาคงเป้นอันตรายแน่แท้..) นักบวชสาวพยักหน้าช้าๆ
    (ข้าสัญญา...ถ้าสงครามจบ..ข้าจะกลับมาหาเจ้าน่ะ..ตอนนี้ข้าขอตัวไปนอนพักก่อน..ฝันดีน่ะ)

    ในช่วงเช้ามืด..เลชได้เก้บข้าวของและออกเดินทางต่อไปอย่างเงียบๆทิ้งไว้เพียงความทรงจำดีๆไว้....


    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 5 เมษายน 2558 / 23:04
    #385
    0
  15. #384 AliceRabbiT (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 5 เมษายน 2558 / 22:49





     Raven C. Stromborn  




    "ให้ตายเถอะ พร้อมใจกันปิดหรือไงกัน"



    หญิงสาวบ่นพึมพำกับตัวเองก่อนจะตัดสินใจเดินตรงไปยังโรงเตี๊ยม

    ทั้งๆที่ตัดสินใจว่าจะไปตั้งแคมป์นอกเมือง




    "หิวขนาดนี้ ให้ไปล่าสัตว์คงจับตัวอะไรไม่ได้แหง ช่วยไม่ได้.."



    หญิงสาวบ่นไปตลอดทางจนถึงโรงเตี๊ยม เมื่อเข้ามาก็จัดการจ้องห้องพักทันทีเพราะ

    กลัวจะไม่มีที่ซุกหัวนอนก่อนค่ำ...



    เมื่อจ้องห้องพักเสร็จก็สั่งอาหารมาทานพร้อมลอบฟังชาวบ้านคุยกันเรื่องสงครามไปด้วย



    [ จ่ายค่าอาหาร+ที่พัก 200S ]



     

    #384
    0
  16. #383 SYTEM (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 5 เมษายน 2558 / 22:47
     ถึง เร็กซ์ 
    "มันจะไม่ยุ่งยากเลย
     ถ้าท่านเก็บเป็นความลับ" หญิงสาวเอ่ยนางทำท่าจะเดินออกไปก่อนที่จะหันมาบอกลาท่านเล็กน้อย
    "ข้าไปละ"
    #383
    0
  17. #382 SYTEM (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 5 เมษายน 2558 / 22:45
    -ดัน-
    #382
    0
  18. #381 xLupusx (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 5 เมษายน 2558 / 22:43



    [ Regulus ]

     


        "...แฟรี่? นึกว่าสูญพันธุ์ไปแล้วซะอีก..." ชายหนุ่มขมวดคิ้วมุ่น แบบนี้ข้าก็เอาเคล็ดลับไปใช้ไม่ได้น่ะสิ แย่จัง (...) แต่เอาเถอะ ข้อมูลที่ว่าแฟรี่ยังแฝงตัวอยู่ในมนุษย์ก็ถือว่าเป็นข้อมูลล้ำค่าที่พอจะทดแทนกันได้ คิดได้ดังนั้นก็ยิ้มออกมาอีกรอบ "จะว่าข้าพอใจแล้วก็คงได้ล่ะมั้ง แล้วการที่เจ้าเป็นแฟรี่มันจะทำให้ชีวิตข้ายุ่งยากขึ้นยังไง?"

     

    #381
    0
  19. #379 SYTEM (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 5 เมษายน 2558 / 22:42
     ถึง นิตซาน และ อัสลาน
    "พวกท่านคือองค์รักษ์ที่มาจากคำทำนายผู้ที่จะช่วยให้สงครามจบลง...."
     แคโรลเอ่ย
    "โปรดช่วยพวกเราด้วยเถอะ"
     หญิงชราก้มเล็กน้อย
    "สงครามครั้งนี้มันมีอะไรมากกว่านั้น
     ได้โปรดหยุดที" หญิงชราว่าต่อ
    เสียงผู้คนในเผ่าต่างร้องสวนเสกัน
    บากะ
     บากะ บากะ 
    #379
    0
  20. #378 Sefer Karnet Romanov (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 5 เมษายน 2558 / 22:36


    [ Srphiroth ]

    '' ท่านพ่อ.. งั้นเวลาเรามีไม่มากแล้ว.. รีบจัดทัพไปสมทบที่เชิงเขาไลบร้าที่กองทัพวาเทเนียร์ตั้งอยู่เถอะ จัดกองทัพม้าเร็วเพื่อใช้บุกทะทะลวง จัดทัพให้เป็นรุปลิ้มเพื่อบุกทะลวง โดยให้กองทัพพลธนูเป็นฝ่ายสนับสนุนกองทัพม้านี้ จัดกองทัพไปอย่างละ 1 กองร้อย ''

             [ทัพม้า]                        [กองทัพพลธนู] 
     

    ชายหนุ่มกล่าวออกไปอย่างฉะฉานก่อนจะชี้ลงไปที่แผนที่ตรงที่เป็นจุดที่รบกับวาเทเนียร์

    '' ส่วนกองทัพของนครลึกลับเราจะตั้งรับกันที่แนวชายป่า..ตรงนี้ โดนมีทัพหน้าเป็นก้องทัพม้าเช่นกัน ส่วนกองทัพบกและกองทัพพลธนู ให้นำไปให้ได้มากที่สุดนะท่านพ่อ เตรียมทหารที่มีผีมือในระดับหนึ่งเบื่อตัดทำลายสะเบียงของพวกมันด้วย..'' 
         

                      [กองทัพม้า]                  [กองทัพบก+ธนู]                


    ชายหนุ่มกล่าวพร้อมกับชี้ไปที่แนวชายป่าที่ติดกับทะเลทราย

    '' หากเราตัดเสบียงของพวกนครลึกลับได้เราจะทำการบุกพวกมันทันทีในยามที่มันอ่อนแรงเพราะขาดอาหาร แต่แผนนี้มีความเสี่ยง.. พวกเราต้องชนะวาเทเนียร์ให้ได้.. ไม่งั้นอาจโดนพวกมันตลบหลัง เข้าใจใช่ไหามครับ ''

    ชายหนุ่มกล่าวออกมาในที่รปะชุมอย่างใจเย็นพร้อมกับกวาดสายตาไปทั่วห้องประชุม



    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 5 เมษายน 2558 / 22:46
    #378
    0
  21. #377 The Darkness Sky (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 5 เมษายน 2558 / 22:34

    Nitzan

    สำหรับนิตซาน สิ่งที่ได้มาเห็นหลังจากออกจากบ้านมานี่มันเกินบรรยายจริงๆ (?)
    เมื่อแสงสีส้มอ่อนแตกสายแยกออกมาทางเขา เพื่อนอีกสองคนของเซซิด และเด็กหนุ่มคนที่แย้งขึ้นมาก่อนหน้านี้
    เพื่อนสองคนของเซซิดก็ทำท่าจะทะเลาะกันจนต้องปรามเอาไว้
    จนเมื่อรู้สึกว่าตัวเองลอยขึ้น นิตซานก็เริ่มสังหรณ์ใจว่าอะไรที่มันเกินบรรยายกว่านี้จะตามมา
    แล้วมันก็ใช่จริงๆ เมื่อคนทั้งหมู่บ้านย่อตัวลงเคารพพวกเขา
    ขณะที่เด็กหนุ่มตั้งคำถาม นิตซานจึงหันไปมองด้านหลังเล็กน้อย
    สิ่งที่เห็นทำเอาเขาขมวดคิ้วก่อนจะหันกลับมาเอ่ยเสริมว่า

    "ใช่จ้ะ หากเป็นไปได้ช่วยอธิบายสิ่งที่ทำทั้งหมดด้วย"

    นิตซานกล่าวเสียงนุ่มแต่แฝงความเครียดอยู่ในที

    "หากไม่อธิบาย เกรงว่าจะเป็นการทำให้เสียขวัญเอามากกว่านะจ๊ะ"
    #377
    0
  22. #376 SYTEM (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 5 เมษายน 2558 / 22:34
     ถึง โคริ
    "หมู่บ้านที่เก็บรักษาพลังแห่งเทพอัคคีน่ะ"
    "ไว้ว่างๆ
     ข้าจะพาเจ้าไปที่เมืองของข้า เพื่อเป็นการขอบคุณ" ชายร่างหนายิ้มบาง
    #376
    0
  23. #375 ❝ sodasan ✖ (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 5 เมษายน 2558 / 22:33

     CAELESTINUS 

    เวรแล้วไง!
    ชายหนุ่มกัดริมฝีปาก ทั้งอัดอั้นทั้งหงุดหงิด ทั้งพาลก่นด่าในโชคชะตา
    องค์ชาย... องค์ชายเชียวนะเฮ้ย!
    แต่ถึงอย่างนั้น เพื่อไม่ให้เป็นที่ต้องสงสัย
    สองขาของเขาก็เดินมาทางห้องครัวกับหญิงสาวแปลกหน้า
    ที่ตอนนี้กลายเป็นเพื่อนร่วมชะตากรรมอย่างถาวรไปเสียแล้ว

    เอาวะ ถึงครัวค่อยหาทางใหม่!

     
    #375
    0
  24. #374 SYTEM (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 5 เมษายน 2558 / 22:32
     ถึง เลช
    หญิงสาวม้วนด้วยความอาย
     
    "ก็เรื่องมันยาวน่ะค่ะ
     วาเทเนียตระกูลชั้นสูงทรยศฟาเรนเทียร์ด้วยการนำทัพไปตีครั้งที่สามแต่ก็ไม่เป็นผล ครั้งแรกนั้นเกิดแรงเสียหายมากตามประวัติศาสตร์ ครั้งที่สองมีวีรบุตรมาช่วยพวกเรา ส่วนครั้งนี้มันเริ่มปะทุมาอีกแล้ว และดูเหมือนพวกดาร์คเอลฟ์จะยื่นมือเข้ามาช่วย ท่านก็รู้สงครามมันนำมาซึ่งความบาดเจ็บ ทั้งๆ ที่เป็นเรื่องของคนกลุ่มน้อยแท้ๆ...."
    #374
    0
  25. #373 Jetstream Sam (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 5 เมษายน 2558 / 22:27


    ถ้าทิ้งไข่นี่ไว้....มันไม่รอดแน่...

    เอลก้าคิดในใจ ก่อนจะจ้องมองซากมังกรอย่างสังเวช  มือของชายหนุ่มค่อยๆช้อนไขมังกรใบโตขึ้นมาอย่างทนุถนอม

    "ลูกของเจ้า...ข้าจะดูแลเอง..."

    เอลก้ากล่าวเบาๆพลางเก็บไข่มังกรไว้อย่างมิดชิด แล้วออกเดินทางต่อไป...
    #373
    0