[SF] Good memory [ChanBaek,HunBaek]

ตอนที่ 1 : วันที่ฝนพรำ [ChanBaek]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 419
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 10 ครั้ง
    26 ก.ค. 61

วันที่ฝนพรำ

 

            ซ่า

 

                        เสียงฝนที่ตกอยู่นอกหน้าต่าง ดังเล็ดลอดเข้ามาในห้อง ทำให้คนตัวเล็กที่หลับอุตุอยู่ต้องลืมตาขึ้นมาด้วยความงัวเงีย อ่า ฝนตกอีกแล้วเหรอ หน้าฝนนี่ไม่ดีเลยน้า

                        คนตัวเล็กคิดในใจ เพราะตลอดทั้งที่นั่งเรียน ตอนกลางวันแดดก็แรง จนทำให้เค้าไม่อยากจะออกไปข้างนอก พอจะเลิกเรียน ฝนก็ดันมาตกสะได้ วันนี้ไม่ได้พกร่มมาด้วยแหะ

                        แบคฮยอนเดินออกจากห้องเรียน ลงไปข้างล่าง เพื่อรอเวลาให้ฝนหยุด เดินตรงเข้าไปที่ห้องสมุดชั้น 1 เพื่อฆ่าเวลา



                         และไม่รู้ว่าตั้งแต่เลิกเรียนเค้าหลับไปนานแค่ไหน พอลงมาข้างล่างที่ตอนนี้แทบไม่เหลือนักเรียนคนไหนอยู่แล้ว คงเป็นเพราะอาจจะรีบกลับไปก่อนแล้วก็ได้มั้ง คงเหลือแต่เค้าที่หลับไม่รู้เรื่องจนฝนตก ทำให้ต้องมาติดแหงกอยู่ที่นี่คนเดียว

                        ร่างบางเดินไปเรื่อยๆ หาหนังสือที่น่าสนใจอ่าน จนสะดุดเข้ากับร่างของคนๆนึง ที่ฟุบหลับอยู่ที่โต๊ะ

                        แบคฮยอนตัดสินใจเดินเข้าไปใกล้ๆ เพื่อดูว่า ใช่คนรึไม่ ไม่ใช่ว่าเค้ากลัวหรอกนะ แต่เวลานี้ มีเพียงแค่บรรณารักษ์กับเค้าเท่านั้นในตอนแรก บังเอิญเดินมาเจอคนนอนอยู่ก็ต้องสงสัยเป็นธรรมดา

                        คนตัวเล็กเดินมายืนข้างๆ อีกคน ทำให้เห็นผู้ชายที่กำลังนอนหลับตาพริ้มอยู่ คนตรงหน้ามีผมหยักศก ใบหน้าคมคายถึงแม้จะหลับ จมูกโด่งได้รูปทีเดียว คนอะไร ขนาดหลับยังดูดีเลย แบคฮยอนได้แต่คิด จึงตัดสินใจ เดินไปนั่งอ่านหนังสือ ห่างจากที่อีกคนนอนไม่มากนัก เรียกได้ว่าอยู่ในระยะที่มองเห็นใบหน้าอีกคนได้ชัดเจน



                         ด้านคนตัวสูงที่ความจริงแล้วไม่ได้หลับสนิทแต่อย่างใด เค้าได้ยินเสียงเปิดประตูเข้ามาของใครบางคนอยู่ก่อนแล้ว แต่ที่หลับตาก็เพราะไม่ได้อยากให้ใครมารบกวนหรือเค้าไปรบกวนใคร ร่างสูงยังรู้อีกว่า ใครอีกคนนั่งอยู่ไม่ไกลจากเค้าเท่าไหร่นัก เพราะเสียงเลื่อนเก้าอี้ทำให้ร่างสูงรู้

 

                        แบคฮยอนอ่านหนังสือไปได้ครึ่งนึงก็หันไปสังเกตร่างสูงที่ยังคงนอนอยู่ท่าเดิมไม่ผิดเพี้ยน และมองออกไปด้านนอกที่ตอนนี้ฝนเริ่มซาลงจากเมื่อครู่แล้ว แต่ก็ยังไม่สามารถฝ่าออกไปได้อยู่ดี เพราะเค้าเองก็ไม่มีร่ม กลัวว่าข้าวของที่อยู่ในกระเป๋าจะเปียกไปด้วย

                        ร่างบางตัดสินใจเดินไปเก็บหนังสือที่อ่านได้ครึ่งเล่มที่ชั้นวาง ขากลับเดินผ่านร่างสูงที่ยังคงหลับตาพริ้ม อดไม่ได้ที่จะยืนจ้องอีกคนใกล้ๆ เผลอเอาหน้าของตัวเองเข้าไปใกล้อีกคน เพราะอยากเห็นหน้าอีกคนชัดๆ แต่ด้วยอะไรก็ไม่รู้ อยู่ดีๆ อีกคนก็ลืมตาขึ้นมา



                         “จ้องกันแบบนี้ไม่ดีเลยนะครับ” เสียงทุ้มของอีกคนที่เอ่ยขึ้น พร้อมกับลืมตา ทำให้แบคฮยอนที่จ้องกันอยู่ก่อนแล้วตกใจ หดคอหนี

                        “เอ่อ โทษที พอดีเห็นว่านายหลับอยู่” แบคฮยอนรู้สึกประหม่าไปอีกขั้น เมื่ออีกคนตื่นขึ้นมาสบตากันตรงๆ

                        “ครับ ไม่เป็นไร” ร่างสูงพูด พร้อมลุกขึ้นยืน ทำให้แบคฮยอนรู้เลยว่า ตัวเค้าเองเตี้ยกว่าอีกคนแค่ไหน

                       

                        คนตัวสูงเดินไปหยิบกระเป๋าขึ้นมาสะพาย กำลังจะเดินออกจากห้องสมุด โดยไม่ลืมที่จะหันไปมองร่างบางที่ยังคงยืนอยู่ตรงนั้นไม่ขยับไปไหน

                        ร่างสูงแอบยิ้มน้อยๆ ให้กับตัวเอง ไม่รู้ว่าคนตัวเล็กตรงนั้นตกใจที่เค้าตื่น หรือว่าตกใจในความหล่อของเค้ากันแน่ ไม่ได้มั่นหน้า แค่พูดความจริงเพียงเท่านั้น

 

                        “ไม่กลับบ้านเหรอครับ” ไม่ได้เดินออกไปไหน ร่างสูงหันไปพูดกับคนตัวเล็กที่ยืนอยู่ไม่ไกลนัก

                        “เอ๋ ?” คนตัวเล็กหันหน้ามาอย่างงงๆ




                         “กลับด้วยกันมั้ยครับ ผมมีร่ม” ร่างสูงชูร่มที่ถืออีกข้างให้คนตัวเล็กดู

                        “ห้ะ”

                        “ไม่มีร่มใช่มั้ยล่ะ ถึงได้มาหลบฝนอยู่ในนี้”

                        “อื้อ รู้ได้ยังไง” มันก็ไม่แปลกหรอกนะที่อีกคนจะรู้ เพราะตอนนี้ก็ไม่เหลือใครในโรงเรียนแล้ว ถ้าจะเหลือ ก็คงเหลือพวกที่ไม่มีร่มอย่างเค้าเนี่ยแหละ แต่ทำไม อีกคนถึงยังอยู่ที่นี่กันนะ

 

                        “รออะไรล่ะครับ ไปกันเลยมั้ย” อีกคนพูดพร้อมทำท่าให้เดินออกไป

                        “ห้ะ”

                        “ตกใจอะไรบ่อยๆ ครับ ไปด้วยกัน มาเร็ว ก่อนที่มันจะตกหนักกว่าเดิม”

 

                        แบคฮยอนพยักหน้าเข้าใจ ได้แต่รีบเก็บกระเป๋าก่อนวิ่งตามร่างสูงที่เดินออกจากห้องสมุดไปแล้ว

                        “นี่ รอด้วยสิ” ร่างบางตะโกนไล่หลังอีกคนไป จริงๆ เค้าก็ไม่ได้วิ่งช้าเลยนะ แต่อีกคนตัวสูง ก้าวขายาวกว่าเค้าเป็นไหนๆ

 


                        “เร็วเข้าครับพี่แบคฮยอน” เสียงเรียกชื่อจากคนตัวสูงทำให้ร่างเล็กอดแปลกใจไม่ได้

                        แบคฮยอนวิ่งตามอีกคนเข้ามาอยู่ในร่มได้สำเร็จ ตอนนี้เราอยู่ในร่มคันเดียวกัน เราได้อยู่ใกล้กันแล้วสินะ แบคฮยอน ชานยอลคิดแบบนั้น

                        “นายรู้จักชื่อฉันได้ยังไง” ร่างบางเอ่ยคำถามที่ตัวเองสงสัยในทันที จำไม่ได้ว่าไปรู้จักคนตัวสูงตอนไหน อาจจะเคยเห็นหน้าอีกคนอยู่บ้างตามโรงอาหาร แต่ไม่รู้หรอกว่าเรียนอยู่ชั้นอะไร

 

                        “พี่ไม่รู้จักผมจริงๆหรอครับ ?”

                        “ไม่รู้จักผมไม่เป็นไร แค่ผมรู้จักพี่ก็พอแล้วหนิครับ” ร่างสูงข้างๆ ยิ้มให้อย่างเป็นมิตร อ่า รอยยิ้มแบบนี้เค้าเคยเห็นที่ไหนนะ คุ้นๆ แต่นึกไม่ออก




                         “ชานยอลครับ ปาร์คชานยอล ม.5 ห้อง B” ร่างสูงข้างๆ แนะนำตัว

                        “ชานยอล ชานยอลหรอ ?” ร่างบางทำหน้านึกคิด คุ้นจริงๆด้วยแหะ แต่เค้าจำไม่ได้จริงๆ ว่าเคยได้ยินชื่อนี้ ที่ไหน

                        “ไม่เป็นไรครับ จำไม่ได้ไม่เป็นไร แต่หลังจากนี้พี่ต้องจำผมให้ได้แล้วนะครับ” ชานยอล มอบรอยยิ้มที่แสนอบอุ่นให้คนตัวเล็กอีกครั้ง มันเป็นรอยยิ้มแบบเดิม แบบเดียวกับที่เค้าเคยเห็นจากร่างบางเมื่อ 3 ปีก่อน รอยยิ้มที่คนตัวเล็กมอบให้เค้าในวันที่เค้าลำบาก ชานยอลมอบรอยยิ้มแบบเดียวกับที่เค้าเคยได้รับจากอีกคน

 

                        “ขอโทษทีนะ เราจะไม่ลืมนายแล้ว เราแบคฮยอน บยอนแบคฮยอน ม.6 ห้องA นะ”

                        “ครับ ผมรู้แล้ว”




                        ท่ามกลางสายฝนที่ตกลงมา มีร่างของนักเรียนสองคนที่ยังอยู่ในชุดนักเรียนเดินอยู่ในร่มคันเดียวกัน บริเวณนั้นไม่มีผู้คนเดินผ่านเลยแม้แต่คนเดียว คงเป็นเพราะทุกคนคงรีบกลับบ้านเพื่อหลบฝนกันหมดแล้ว บรรยากาศรอบๆ ยิ่งทำให้ร่างบางรู้สึกหนาวสั่นไปหมด เพราะเป็นคนขี้หนาวอยู่แล้ว เจออากาศแบบนี้เข้าไป ยิ่งทำให้ร่างบางหนาวขึ้นไปอีก

 

                        “หนาวเหรอครับ” ชานยอลเห็นคนตัวเล็กลูบแขนไปมา

                        “อืม นิดหน่อยน่ะ”

 

                        “ถือร่มแปปนึงสิครับ” ร่างสูงยื่นร่มให้แบคฮยอนถือ ก่อนจะหยิบเสื้อโค้ทที่ยัดอยู่ในกระเป๋าออกมา

                        “ใส่ไว้สิครับ” ก่อนที่จะคลุมมันให้กับร่างบางที่ยืนหนาวสั่นอยู่

                        “อื้อ ขอบใจนะ” คนตัวเล็กเงยหน้าไปมองอีกคนที่กำลังคลุมเสื้อให้กับตัวเอง แบคฮยอนก็นึกออก ว่าเคยเจออีกคนที่ไหน เพราะเหตุการณ์แบบเดียวกัน ในวันที่ฝนตกเหมือนกัน....





3 ปีก่อน

 

                        “นี่ ไอ้แว่น มึงอยากลองดีใช่มั้ย” เสียงเด็กผู้ชายหลายคนกำลังทะเลาะกันอยู่ข้างโรงเรียนทำให้กลุ่มของแบคฮยอนถึงกับชะงัก

                        “เราไม่มีแล้วจริงๆ ปล่อยเราไปเถอะ” เสียงของใครอีกคนยิ่งทำให้แบคฮยอนกับพวก ต้องรีบเดินไปดู

                        “เห้ย พวกเราจัดการมัน” 



                         พอได้ยินประโยคนั้น ร่างบางกับเพื่อนก็ตัดสินใจรีบวิ่งไปดู เพราะตอนนี้ฝนก็เริ่มตกลงมาแล้ว ยิ่งมาได้ยินอะไรแบบนี้อีก ยิ่งต้องรีบเข้าไปช่วย ถึงแม้เค้าจะอยู่แค่เพียงม.3 แต่ตอนนี้เค้ามากับเพื่อนๆอีกหลายคน น่าจะไปช่วยอีกคนได้

                        “นี่ทำอะไร หยุดนะ” เสียงของร่างบางที่เปล่งออกไปทำให้พวกเด็กนักเรียนที่กำลังรุมเด็กอีกคนวิ่งหนีไป

 

                        “เป็นอะไรมั้ย” แบคฮยอนเดินไปถามเด็กที่ถูกรุม มองสภาพแล้ว น่าจะโดนดึงทึ้งเสื้อ จนทำให้เสื้อขาดวิ่นแบบนี้

                        “แบค น่าจะเด็กม.2 พวกเมื่อกี้เป็นรุ่นน้องที่กูเคยเห็น เด็กนี่ก็เหมือนกัน” เสียงของเพื่อนสนิทเอ่ย หลังจากที่เดินกลับมาจากการวิ่งตามเด็กพวกนั้น

                        “งั้นเหรอ”



เปาะ แปะ

                         เสียงของหยดน้ำที่ตกลงมาจากท้องฟ้า ทำให้ร่างบางต้องเงยหน้าขึ้นไปมองก็พบว่า ฝนเริ่มเทลงมาแล้ว

                        “นี่เป็นอะไรมั้ย ไม่เป็นไรแล้วนะ”

                        “ครับ ขอบคุณครับ” เด็กแว่นเอ่ยคำขอบคุณแต่ก็ยังไม่ได้เงยหน้ามองร่างบางที่มองหน้าตัวเองอยู่

                        “นี่ ใส่ไว้นะ” แบคฮยอนถอดเสื้อของตัวเองออก แล้วคลุมที่ตัวเด็กแว่นนี่เอาไว้

                        “ลุกไหวมั้ย” ร่างบางถามอีกคน ตอนนี้เด็กแว่นยอมเงยหน้ามาสบตาเค้าแล้ว คงจะดีขึ้นมาบ้างแล้วสินะ

                        “กลับเองได้ใช่มั้ย” เด็กแว่นพยักหน้า

                        “อืม ต้องไปแล้วนะ กลับดีๆละ” ร่างบางบอกลาพร้อมรอยยิ้มที่แสนอบอุ่นก่อนจะรีบวิ่งไปหาเพื่อนๆ ที่เริ่มวิ่งหาที่หลบฝน



                         “พี่ชื่ออะไรครับ” ยังวิ่งไม่ถึงไหน เด็กแว่นก็ตะโกนมา

                        “แบคฮยอน บยอนแบคฮยอน” แต่แบคฮยอนก็ยังใจดี ตะโกนชื่อของตัวเองกลับไป หลังจากนั้นก็รีบวิ่งเข้าตึกไป เพราะฝนเริ่มตกหนักขึ้นทุกที

                       

                        “ขอบคุณครับ พี่แบคฮยอน ผมชานยอลนะ” เด็กแว่นพูดออกไปด้วยเสียงที่ไม่ได้ดังนัก ก่อนวิ่งเข้าอีกตึกไปเช่นกัน


                         จากเด็กแว่นชานยอลคนนั้น ที่ร่างบางเคยช่วยเอาไว้ ตอนนี้กลายเป็นเด็กหนุ่มหน้าตาดี ที่ใครๆ ต่างชื่นชมในความหล่อ เค้าจะไม่มีวันนี้เลย ถ้าหากอีกคนมายื่นมือเข้ามาช่วย เค้ามักจะถูกเพื่อนรุ่นเดียวกันทำร้ายอยู่บ่อยครั้ง เพราะเป็นเด็กเนิร์ด ไม่ชอบเข้าสังคม จึงถูกเพื่อนหลังห้องรังแก แต่ด้วยความที่เป็นชานยอล ไม่ค่อยพูดค่อยจากับใคร จึงไม่กล้าเอ่ยปากบอกพ่อและแม่ ตั้งแต่วันนั้นที่รุ่นพี่มาเจอเค้าโดนทำร้าย พวกเพื่อนๆ ก็ไม่มีใครกล้ามาทำอะไรเค้าอีก

                        ต้องขอบคุณร่างบาง ที่ทำให้เค้าคิดอยากเปลี่ยน อยากเปลี่ยนตัวเองให้ดีกว่านี้ อยากเปลี่ยนตัวเองให้ดีเพื่อที่จะเป็นฝ่ายดูแลอีกคนได้บ้าง




            

ปัจจุบัน

 

                        “ยะยะอย่าบอกนะว่า นายคือเด็กแว่นคนนั้น” แบคฮยอนเอ่ยอย่างติดขัด ไม่รู้ว่าจะใช่จริงๆหรือเปล่า เพราะว่าเค้าไม่เคยได้เจอกับเด็กแว่นคนนั้นอีกเลยตั้งแต่วันที่ฝนตกวันนั้น

                        “ถ้าบอกว่าใช่ พี่จะเชื่อมั้ยครับ” ร่างสูงยื่นหน้ามาใกล้ ทำให้แบคฮยอนหดคอหนี

                        “ครับ ผมคือเด็กแว่นคนนั้นเอง”

                        “ขอบคุณพี่มากเลยนะครับ ที่เข้ามาช่วยผมในตอนนั้น”

                        “นายเปลี่ยนไปมากเลยนะ” ร่างบางเอ่ย ก็อดแปลกใจไม่ได้ ที่อีกคนแตกต่างจากตอนนั้นโดยสิ้นเชิง ต่างกับแบคฮยอน ที่ชานยอลคิดว่า อีกฝ่ายน่ารักยังไง ก็ยังคงความน่ารักอยู่อย่างนั้น เผลอๆ น่ารักกว่าเดิมสะอีก

                        “ครับ ที่ผมเปลี่ยนก็เพราะว่าพี่”



                         “พี่ทำให้ผมมีแรงที่จะเปลี่ยนตัวเอง.....”

                        “เปลี่ยนตัวเอง....เพื่อพี่”

 

                        คำพูดของอีกคนทำให้หน้าของร่างบางเห่อร้อน ลามไปถึงหูที่ตอนนี้รู้สึกได้ถึงความร้อน รู้เลยว่าตอนนี้หูของเค้าต้องแดงมากแน่ๆ

                        แต่ไม่ต่างกับคนตรงหน้า ทั้งที่เป็นฝ่ายพูดเอง แต่ก็เขินเองด้วยเช่นกัน หูของร่างสูงขึ้นสีแดงอย่างเห็นได้ชัด 



                        “หมายความว่ายังไง”

                       

                        “หมายความว่า ทุกสิ่งทุกอย่างในวันนี้ผมตั้งใจ ในวันนี้ผมพร้อมที่จะทำความรู้จักกับพี่แบคฮยอนในนามของชานยอลคนนี้ คนที่พี่เคยช่วยเหลือในตอนนั้น ตอนนี้ผมขอดูแลพี่บ้างนะครับ”

 

                        พูดจบ ร่างสูงก็เขยิบเข้าไปใกล้ร่างบางที่ยืนอยู่ห่างกันแค่เอื้อม จรดริมฝีปากหนาบนหน้าผากของคนตัวเล็กอย่างแผ่วเบา

                        อยากให้รู้ไว้ ตลอด 3 ปีที่ผ่านมา เค้าพยายามเพื่ออีกคน พยายามเปลี่ยนตัวเองให้เหมาะสมกับอีกคนมากแค่ไหน....



                        “ผมชอบพี่นะครับ ปาร์คชานยอลชอบบยอนแบคฮยอน”

                        เพื่อวันนี้ วันที่จะได้บอกความรู้สึกทั้งหมดที่มีตลอด 3 ปีให้อีกคนได้รู้ ต่อจากนี้ ผมจะดูแลพี่เอง.... 






---------------------------------------------------------

---วันที่ฝนพรำ---

ฝากเม้น ฝากแชร์ ฝากกดติดตาม ฝากให้กำลังใจกันเยอะๆนะคะ

สามารถคอมเม้นติชมกันได้เลยนะคะ อยากรู้สึกถึงความรู้สึกของคนอ่าน และจะได้มีกำลังใจในการเขียนมากขึ้น

สามารถพูดคุยกันได้ที่

Twitter : @MdabJp


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 10 ครั้ง

37 ความคิดเห็น