ตาม(ใ)บัญชา

ตอนที่ 6 : Chapter 5 : ทั้งคู่

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 38
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    9 ก.ค. 61

Chapter 5 : ทั้งคู่

 

              วันนี้เป็นวันที่ผมเรียนแทบไม่รู้เรื่องเลย เมื่อเช้าตอนตื่นมาก็ไม่เจอร่างของคนที่นอนด้วยกันเมื่อคืนอย่างแทน มันคงจะออกไปตั้งแต่เช้ามืดละมั้ง ทิ้งไว้เพียงข้อความบนโพสอิทที่แปะอยู่บนหัวเตียง

 

                        กลับก่อนนะ เจอกันที่คณะ

แทน

 

                        ผมอ่านและแปะมันไว้ที่เดิม และตัดสินใจมาเรียนโดยที่ไม่ได้มากับไอ้หมอกเพราะสภาพมันยังเดี้ยง คงไม่สามารถขี่มอไซค์มาได้อย่างทุกที..

                        วันนี้ผมก็ไม่รู้จะทำตัวยังไงกับแทนเหมือนกันต่อหน้าทุกคนต้องทำตัวให้เหมือนกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น สมองผมยังคงประมวลผลสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อคืน ทั้งคืนผมเลยนอนแทบไม่หลับ มาหลับเอาอีกทีก็เกือบเช้าแล้ว เลยไม่ได้ยินเสียงตอนที่ไอ้แทนออกจากห้องไป



                         “ชาเป็นไรวะ กูเห็นมึงเหม่อๆ ตั้งแต่เช้าแล้ว ไอ้แทนทำไรมึง” เสียงของไอ้หมอกที่นั่งอยู่ข้างๆเอ่ย

                        “กูนอนไม่หลับ วันนี้เลยแบลงค์ๆนิดหน่อยวะ” ผมตอบ ตอนนี้ก็พักกลางวันแล้ว ตอนบ่ายเราทั้งห้าต้องแยกกัน ไม่สิ ผมไปกับไอ้แทน เพราะตอนบ่ายมีตรวจแบบ ผมกับไอ้แทนดันอยู่กลุ่มเดียวกันอีก


                        วันนี้ตั้งแต่เช้าผมยังไม่ได้คุยกับแทนเลย มันมาถึงก็นั่งในสุดตามด้วยทันที่มากับมัน เมื่อคืนผมก็ไม่ได้ว่าอะไรมันสะหน่อย ทำไมวันนี้ถึงได้มีบรรยากาศแบบนี้ก็ไม่รู้

 

                        “ชา มึงอยู่กลุ่มเดียวกับแทนหนิ ดีจังวะ”

                        “ดียังไงวะ”

                        “โหย ก็ไอ้แทนอะเก่งสุดในกลุ่มล่ะ มีไรมึงก็ปรึกษามันได้”

                        เสียงของตะวันพูด ทำให้ผมถึงกับเงยหน้ามองอีกคนที่กำลังก้มหน้าก้มตากินข้าวโดยไม่สนใจผมสักนิด

                        “ไม่ขนาดนั้นหรอก” แต่มันกลับเงยหน้าขึ้นตอบไอ้ตะวัน...


                        “กูอิ่มแล้ว เดี๋ยวขึ้นไปทำแบบต่อที่สตูนะ มึงก็ตามมาแล้วกันแทน” ผมพูดก่อนลุกขึ้นเก็บจานแล้วเดินออกไป

 

                        ผมไม่รู้ว่าผมเป็นอะไร ทั้งที่มันเป็นคนขอโอกาสผมแท้ๆ แต่ทำไมวันนี้มันถึงหมางเมินผม หรือจะเป็นเพราะพี่พายุที่มาเมื่อคืน...

                        พูดถึงร่างสูงอีกคน รายนั้นหายเงียบไปตั้งแต่กลับจากห้องของผม ผมรู้ว่าเค้ากำลังเข้าใจผมผิด เค้าอาจจะคิดว่า ผมกับแทนมีอะไรกันก็เป็นได้ เพราะสภาพตอนนั้นของแทนมันก็น่าคิดจริงๆ แต่ด้วยความปากหนักของผม ที่ยังคงอยากประชดอีกฝ่ายด้วยละมั้ง ถึงปากหนักไม่พูดออกจนอีกฝ่ายกลับ

 

                        “เฮ้อ” ผมเดินมาสตูชั้นบนที่ตอนนี้มีเพื่อนบางคนที่กำลังปั่นแบบอยู่บนโต๊ะอย่างเอาเป็นเอาตาย



                         “ไงหม่อน เมื่อคืนไม่ได้ทำเหรอ” ผมทักเพื่อนสาวที่กำลังนั่งปั่นงานหน้าเครียด

                        “อือดิ ดูเคสแล้วหลับไปอ่ะ” หม่อนเงยหน้ามาตอบก่อนลงมือทำงานต่อ

 

                        ผมเดินผ่านเธอไป แล้วก็นั่งทำงานของตัวเอง จริงๆผมก็เคยนะ นั่งทำงานอยู่ดีๆแล้วก็หลับไปเลย ตื่นมาอีกทีงานยังไม่เสร็จโห ผมนี่รีบเลย ปั่นอย่างไม่คิดชีวิตสุดท้ายก็ไม่ทันอยู่ดี งานที่ออกมาก็ห่วยแตกจนโดนอาจารย์ว่าไปหลายที...

 

                        ผมนั่งมองกระดาษที่เป็นรูปเป็นร่างบ้างแล้วตรงหน้า ก่อนจะลงมือวาดเติมในส่วนที่มันยังขาดๆ และเขียนอธิบายแนวคิดที่มาของงาน แต่เสียงแจ้งเตือนโทรศัพท์ก็ทำให้ผมละความสนใจจากงานตรงหน้า


                           PPaYu : พี่มีเรื่องจะคุยด้วย

                          PPaYu : เย็นนี้ว่างมั้ย

 

                       

                        ไม่รู้ว่าเป็นเพราะข้อความของเค้าที่ดูสั้นได้ใจความง่ายๆ แบบนี้หรือเปล่าที่ทำให้ใจแป้ว ทั้งที่ผมรอคอยการติดต่อมาของเค้าแทบทั้งคืนแต่ไร้วี่แววของรุ่นพี่ตัวสูง

 

                        B’Cha : ว่างครับ

 

                        ผมพิมพ์ตอบกลับไป มันขึ้นว่าอ่านทันทีที่ผมกดส่งไป

 

                        PPaYu : เดี๋ยวตอนเย็นพี่ไปรอที่คณะนะ

              B’Cha : ครับ

 


                        ข้อความของเราจบด้วยประโยคของผมที่ตอบรับเค้าไปอย่างง่ายดาย จริงๆ ผมไม่รู้ว่าเค้าจะคุยอะไรกับผม แต่จริงๆ ผมตังหากที่มีเรื่องจะคุยกับอีกฝ่าย แต่ไม่กล้าที่จะทักไปก็เท่านั้นเอง ผมไม่รู้ว่าเมื่อวานสิ่งที่ผมเห็นมันจะเป็นแบบนั้นหรือเปล่า แต่ความรู้สึกของผมมันบอกว่ามันใช่...

                        ใจของผมมันก็สั่นจนควบคุมตัวเองไม่ได้เช่นกัน ถ้าพี่เค้าเลือกที่บอกว่าสนใจผมตรงๆ ผมก็ยินดีที่จะเปิดรับเหมือนกัน



                         “ชา ขอคุยด้วยหน่อย” ผมเงยหน้าจากโทรศัพท์เพราะเสียงเรียกจากแทน ที่เดินเข้ามาตั้งแต่ตอนไหนก็ไม่รู้

                        “อืม”

 

                        แทนพาผมเดินออกมาหน้าสตู ที่ตอนนี้ไม่มีใครอยู่ เพราะคงกำลังกินข้าวไม่ก็ปั่นงานกันอยู่

 

                        “เมื่อคืน”

                        “ขอโทษนะ ที่ทำแบบนั้น” เป็นแทนที่พูดออกมา

                        “ไม่เป็นไร”

                        “กูรู้ว่ากูไม่มีสิทธิ์ แต่กูแค่หวงมึง กูไม่อยากให้มึงไปยุ่งกับมัน” แทนเงยหน้าขึ้นสบตากับผม แววตาของมันมีความรู้สึกแบบที่มันพูดออกมาจริงๆ

                        ผมไม่รู้เลยว่ามันรู้สึกกับผมมากมายขนาดนี้ ผมอยากจะตอบรับความรู้สึกของมัน แต่ตอนนี้มันยังไม่ใช่ แถมยังมีใครอีกคนที่เข้ามาเหมือนกัน

 

                        “อืม” ผมตอบมันเพียงเท่านั้น

                        “เมื่อคืนกูก็นอนไม่หลับ”

                        “กูเห็นมึงนอนไม่หลับทั้งคืนเหมือนกัน” แทนพูดออกมาก่อนจะจ้องมาที่หน้าของผม

                        “มึงคิดเรื่องกู หรือเรื่องไอ้พี่นั่น” คำถามที่แทนยิงมาทำให้ผมถึงกับจุก จริงๆถ้าให้พูดตรงๆ ผมกำลังสับสน ความรู้สึกดีที่ก่อตัวขึ้นกับรุ่นพี่ร่างสูง กับความรู้สึกสับสนต่อความเป็นเพื่อนที่มีต่อคนตรงหน้า

 

                        “ไม่ตอบ....นั่นคือคำตอบหรอชา” สีหน้า แววตาของแทนมีความเจ็บปวดแสดงออกมาอย่างเห็นได้ชัด

                        “กูสับสน กูคิดทุกเรื่องนั่นแหละ” ผมตอบมัน เพราะไม่อยากให้มันคิดมากไปกว่านี้

                        “กูไม่รู้ว่ากูควรทำยังไงให้มึงมองกูคนเดียว เพราะกูยังไม่มีสิทธิ์ แต่กูแค่ขอโอกาสที่กูจะดูแลมึงในฐานะผู้ชายคนนึงเหมือนกับที่มึงให้มัน” มันพูดด้วยน้ำเสียงสั่นเครืออีกครั้ง จนผมใจแป้ว ที่มันกลับก่อนเมื่อคืนคงทนเห็นผมนอนไม่หลับไม่ได้หรือเปล่า ผมเอาแต่นอนพลิกไปพลิกมาตลอดทั้งคืน...

 

                        “กูรู้แล้ว กูก็ให้โอกาสมึงแล้วไง” ผมบอก

                        “แล้วทำไมมึงต้องทำหน้าเหมือนโกรธกูตอนที่กูเดินไปหน้าห้องเมื่อวาน ที่มันเข้าใจผิด มึงทำเหมือนมึงโกรธกู เพราะมึงรู้สึกอะไรกับมันแล้วใช่มั้ย” คราวนี้น้ำเสียงของมันอ่อนลงไปมาก ประโยคหลังเบาจนแทบไม่ได้ยิน


                         “กูไม่รู้ ถ้ามึงจะถามเรื่องนี้ กูจะไม่ตอบ เข้าไปข้างในเถอะ เพื่อนเริ่มขึ้นมากันแล้ว” ผมบอกก่อนจะแทรกตัวแล้วเดินเข้าห้อง โดยที่ไม่ได้หันหลังไปมองมันอีก

 



                        ใช้เวลานานมาก กว่าทุกคนจะตรวจเสร็จ เพราะวันนี้เป็นวันแรกที่เริ่มตรวจแบบ ทุกคนเลยต้องอยู่ร่วมกันตั้งแต่ต้นยันจบ เพื่อรับฟังแนวคิดของเพื่อนแต่ละคน และผมเป็นคนที่ตรวจเกือบคนสุดท้าย ทำให้ผมตาจะปิดตั้งแต่เริ่ม เพราะเมื่อคืนนอนไม่ค่อยหลับ ตอนนี้เลยมีสภาพไม่ต่างจากซอมบี้เลยทั้งที่งานก็ไม่ได้เดือดจนต้องมานั่งปั่นหัวฟูแบบคนอื่น

                        ตอนนี้เป็นคนสุดท้ายที่อาจารย์กำลังแนะนำ แนวทางในการหาไอเดียในการทำโปรเจ็ก ผมนั่งฟังไปสักพัก แจ้งเตือนผมก็ดังขึ้นอีกครั้ง

 


                          PPaYu : พี่รออยู่ใต้ตึก 4 ชั้นนะ


 

                        ผมเปิดอ่านข้อความเพียงเท่านั้น แต่ไม่ได้ตอบอะไรไป แทนที่เหมือนจะรู้อะไรก็เงยหน้าขึ้นมามองผมด้วยแววตาตัดพ้อ ผมมองมันกลับแต่ก็ไม่ได้พูดอะไรออกไป หันไปนั่งฟังเพื่อนพูดแนวคิดต่อโดยที่ไม่ได้หันไปสนใจมันที่ยังคงมองมาตลอดการตรวจแบบ




--ตาม(ใ)บัญชา—

30 %




                         ทันทีที่อาจารย์ปล่อย ผมก็เดินออกจากสตูทันทีโดยที่ไม่ได้สนใจไอ้แทนที่ทำท่าเหมือนจะเรียกผม

 

                        “ชา ชา ไอ้ชา จะไปไหน” ยังไม่ทันถึงลิฟต์ เสียงแทนที่ดังอยู่ไม่ไกลก็ร้องทักขึ้นพร้อมกับแขนของผมที่ถูกคว้าเอาไว้

                        “ธุระ”

                        “ธุระอะไร เดี๋ยวกูไปส่ง”

                        “ไม่เป็นไรเดี๋ยวกูไปเอง”

                        “มึงจะไปหาไอ้พี่นั่นใช่มั้ย” ประโยคคำถามของมันทำให้ผมชะงักไม่ทันที่จะเดินเข้าลิฟต์ ผมก็ต้องปล่อยให้ลิฟต์มันปิดต่อหน้าไป แล้วหันหลังกลับไปเผชิญกับแทนที่มีสีหน้าไม่พอใจอย่างเห็นได้ชัด

 

                        “ใช่” ผมตอบมันตามตรง

                        “ทำไม” มันก็ถามผมตรงๆเหมือนกัน

                        “เค้าแค่อยากคุยกับกู”

                        “ไม่ไปได้มั้ย” เสียงของมันอ่อนลง แววตาเว้าวอนแบบที่ผมไม่เคยเห็นมาก่อน แต่ผมตัดสินใจแล้ว ผมอยากไปคุยกับพี่เค้า

 

                        “คงจะไม่ได้สินะ...”

                        “งั้น ถ้ากลับถึงห้องแล้วไลน์มาด้วยนะ” มันสบตาผมในประโยคสุดท้ายก่อนจะหันหลังไปที่สตูแล้วเดินจากไป ผมเห็นแววตาของมันแล้วก็อดใจแป้วไม่ได้ ผมไม่อยากทำร้ายมัน แต่ผมก็ไม่อยากเสียโอกาสที่จะคุยกับพี่เค้าเหมือนกัน

                        “แทน” มันหันมาตามเสียงที่เรียก

                        “เอ่อ ไม่มีอะไร กลับดีๆนะ” ผมตั้งใจจะขอโทษมัน...แต่แล้วประโยคนั้นก็ต้องเก็บพับไป ผมเพียงแต่บอกลามันเท่านั้น ก่อนจะเดินเข้าลิฟต์ไป




                         ผมเดินลงมาข้างล่าง ก็สังเกตเห็นผู้ชายตัวสูงที่ใส่เสื้อช็อปสีเข้มอยู่ล่างตึกสีชั้น ผมรีบเดินไปหาอีกคน ไม่รู้มารอผมนานหรือยัง

 

                        “รอนานมั้ยครับ”

                        ร่างสูงเงยหน้าขึ้นจากโทรศัพท์ ก่อนหน้านี้ก่อนที่ผมจะเอ่ยทัก ก็เห็นร่างสูงพิมพ์โทรศัพท์อยู่ก่อนแล้วด้วยสีหน้ามีความสุข รอยยิ้มที่ประเปื้อนหน้าก่อนหน้านี้หายไปเมื่อเจอผม...

 

                        “ไม่นานเท่าไหร่”

                        “พี่จะคุยเรื่องอะไรครับ”

                        “เมื่อคืน”



                         ทันทีที่เปิดโอกาสให้เค้าถาม เค้าก็ถามเรื่องเมื่อคืนโดยทันที สีหน้าของพี่พายุตอนนี้มีสีหน้าที่ดูเคร่งเครียดอย่างเห็นได้ชัด

                        “ผู้ชายคนที่อยู่ในห้องน่ะ...” ยังไม่ทันที่ร่างสูงจะเอ่ยจบ ผมก็พูดแทรกขึ้นมาก่อน

                        “เพื่อน มันมาขอนอนด้วยเท่านั้นครับ” ผมตอบอย่างชัดเจน ถึงแม้ว่าไอ้แทนจะไม่ได้คิดกับผมแค่เพื่อนก็เถอะ แต่สำหรับผม มันยังคงเป็นเพื่อนอยู่ดี

                        “งั้นเหรอ”

                        “แต่สภาพที่พี่เห็นไม่ใช่เลยหนิ” ร่างสูงยิ้มเหยียด

 



                         “ถ้าพี่จะเรียกผมมาคุยแล้วเอาแต่ความคิดตัวเองแบบนี้ก็ไม่ต้องมาคุยกันครับ” ผมพูด

                        “แล้วพี่ละครับ มีอะไรจะบอกผมมั้ย” ผมย้อนถามอีกฝ่ายกลับบ้าง

 

                        “ไม่มี เรื่องอะไรละ” ร่างสูงมีสีหน้าที่งงงวย เหมือนกับว่าตัวเองไม่ได้ทำอะไรผิด

                        “เมื่อวานตอนเย็นพี่ไปกินข้าวกับใครมาครับ” ผมจ้องไปที่นัยน์ตาร่างสูงที่ตอนนี้ดูเหมือนอีกคนจะมีนัยตาที่สั่นระริก สีหน้าที่ออกอาการเหวออย่างเห็นได้ชัด ไม่คิดละสิว่าผมจะเห็นหน่ะ

 

                        “เอ่อ....เพื่อนน่ะ” ร่างสูงตอบอย่างอ้ำอึ้ง

                        “แน่ใจเหรอครับ”

                        “ผมเห็นแทบจะเกยตักกันอยู่แล้ว” เป็นผมที่ยิ้มเหยียดบ้าง

                        “ถ้าพี่ไม่คิดจะจริงใจกับผมจริงๆก็เลิกยุ่งกับผมเถอะ อย่าคิดว่าพี่หล่อแล้วจะทำอะไรก็ได้นะครับ ขอตัว”

                        ผมพูดก่อนจะเดินหันหลังให้ร่างสูงแล้วเดินออกมา แต่ยังไม่ทันก้าวออกไป อ้อมแขนแกร่งที่เข้ามาสวมกอดผมทางด้านหลังก็กระชับอ้อมแขนทำให้ตอนนี้เค้ายืนซ้อนผมอยู่ทางด้านหลัง



 

                        “นี่ พี่ทำอะไรอ่ะ ปล่อยผมเดี๋ยวนี้เลยนะ” ดีที่ตอนนี้เป็นเวลาเย็นแล้ว เลยไม่ค่อยมีใครอยู่แถวนี้เท่าไหร่

                        “ไม่ ไม่ปล่อย” เสียงของเค้าดูอ่อนลงจากก่อนหน้านี้

                        “อย่าพูดให้พี่เลิกยุ่งกับใบชาได้มั้ยครับ พี่ไม่อยากทำแบบนั้น” เสียงของเค้าสั่นเครือราวกับคนขาดใจ

                        “พี่ขอโทษ พี่ขอโทษนะใบชา พี่จะไม่ทำแบบนั้นอีก”

                        “ขอโทษเรื่องอะไรครับ”

                        “เรื่องที่โกหก ใช่พี่ก็มีคนที่คุย แต่พี่จะเลิก เลิกกับเค้านะครับ” ผมสัมผัสได้ถึงแขนแกร่งที่กระชับให้แน่นขึ้น

                        “เหรอครับ แต่เราไม่....” ไม่ทันที่ผมจะพูดจบ แรงกระชากจากด้านหลังทำให้ผมหลุดออกจากอ้อมแขนของร่างสูง

 

                        “เห้ยมึงทำไรวะ” ไม่ใช่ใคร แต่เป็นแทนที่เข้ามากระชากพี่พายุออกจากตัวผม แถมยังซัดเข้าที่หน้าอย่างจัง

                        “เห้ยไรวะ” คราวนี้เป็นพี่พายุบ้างที่ลุกขึ้นมาหลังจากที่โดนต่อยเข้าที่หน้าอย่างไม่ทันตั้งตัว ผมที่ถูกลูกหลงไปก่อนหน้านี้จากแรงกระชากของแทนเซมาอยู่ตรงต้นไม้ที่อยู่ใกล้ๆ ก็ค่อยๆลุกขึ้นมา มองเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

 

 


                         ทั้งสองคนยังคงซัดกันอย่างไม่มีใครยอมใคร พออีกคนต่อย อีกคนก็สวนกลับมาอย่างทันท่วงที ผมที่เริ่มทนไม่ได้ก็เลยเดินเข้าไปเพื่อที่จะห้าม

 

                        “แทน หยุดนะ แทน แทน!” ผมเดินเข้าไปจับแทนที่ตอนนี้อยู่ด้านบน กำลังจะซัดหมัดเข้าที่หน้าของพี่พายุอีกหมัด แต่เหมือนจะไม่เป็นผล เมื่อแทนสะบัดมือผมทำให้ผมเซล้ม หัวกระแทกพื้น

 

                        “โอ๊ย”

                       

                        แทนที่กำลังง้างหมัดเงยหน้ามามองผมที่เงยหน้าขึ้นมาเหมือนกัน เลือดสีเข้มไหลออกจากหน้าผาก ลงมาที่แก้ม ผมจับแผลที่ตอนนี้เลือดไหลเริ่มเยอะแล้วอย่างตกใจ แทนและพี่พายุก็ไม่ต่างกัน หมัดที่แทนค้างอยู่ต้องลดมือลง ด้วยความตกใจ



                         “ชา”

                        “ใบชา”

 

                        เสียงตะโกนของคนทั้งคู่ไม่ทำให้ผมคืนสติได้เลย เพราะผมน่ะ..กลัวเลือด หลังจากนั้น ผมก็ไม่รู้เรื่องอะไรเลยอีก...

 



                        แสงที่เล็ดลอดจากหน้าต่างทำให้ร่างบางที่นอนหมดสติค่อยๆ ลืมตาขึ้น ผู้ชายร่างสูงสองคนที่เดินวนไปวนมารอบร่างบางที่นอนหมดสติไปเกือบ 2 ชั่วโมง จากการกลัวเลือด คนที่ผลักชาจนล้มลงมีสีหน้าเคร่งเครียดกว่าใคร เป็นเพราะตัวเองคลั่งจนไม่มีสติ ทำให้ร่างบางต้องเจ็บตัว

                        ส่วนอีกคนก็มีส่วนผิดด้วยเช่นกัน ด้วยความโมโหที่ถูกทำร้ายก่อน คนอย่างพายุไม่เคยยอมใครอยู่แล้ว ด้วยความคิดแบบนี้เลยซัดอีกคนไม่ยั้งเหมือนกัน ตอนนี้ทั้งสองคนสภาพก็ไม่ได้ต่างกันเลย แต่เมื่อเห็นร่างบางเป็นลมไปตั้งแต่เห็นเลือด ทั้งคู่ก็หยุดอย่างอัตโนมัติ โดยที่แทนเพื่อนของร่างบางเข้าไปอุ้มร่างบางที่นอนหมดสติ แต่เค้ารีบลุกขึ้นไปจับมือของเพื่อนร่างบางออก เพื่อที่จะเป็นคนพาใบชาทำแผล

                        


                         ร่างบางไม่ได้เป็นอะไรมาก หัวแตกเพราะแรงกระแทกเพียงเท่านั้น แต่ที่เป็นลมไปเพราะกลัวเลือดและที่นานก็สงสัยจะช็อก เลยทำให้หลับไปนานถึง 2 ชั่วโมง

 

                        “ชา” เสียงของแทนที่นั่งอยู่ข้างเตียงร่างบางเอ่ย หลังจากที่คนตัวเล็กเริ่มลืมตาขึ้น ทำให้ร่างสูงอีกคนที่อยู่อีกด้านเดินเข้ามาหาทันที

 

                        “ทะแทน พี่พายุ” ร่างบางค่อยๆพูดออกมาหลังจากมองไปทั้งสองฝ่าย ที่ตอนนี้เข้ามาหาร่างบางที่เพิ่งตื่น

                        “เป็นไงบ้าง ขอโทษนะ แทนขอโทษ” แทนพูดก่อนเอื้อมมาจับแก้มใส

                        “ไม่เป็นไร”

                        “เพราะมึงอะ” คราวนี้เป็นเสียงของพี่พายุที่พูดขึ้น

                        “อะไร” แทนพูดด้วยน้ำเสียงแข็งกร้าว

                        “ก็เพราะมึง ทำให้ใบชาถึงเป็นแบบนี้” คราวนี้เสียงของพี่พายุก็ดังขึ้นเช่นกัน

                        “เพราะมึงเหมือนกันที่ลวนลามชาอ่ะ”

                        “กูไม่ได้ลวนลาม เค้าเรียกปรับความเข้าใจ”

                        “แล้วก็มึงไม่ใช่เหรอที่เข้ามาต่อยกูก่อนอ่ะห้ะ” ทั้งสองคนจ้องหน้ากันอย่างไม่มีใครยอมใคร ทั้งที่ผมเป็นแบบนี้แล้ว แต่พวกเค้ายังจะไม่ยอมหยุดกันอีกหรอ

                        “แต่ถ้าไม่ใช่เพราะมึง กูก็คงไม่ผลักชาไปแบบนั้นหรอก!” เสียงของแทนตะโกนลั่นห้อง คราวนี้ไม่ใช่แค่จ้องหน้ากัน ต่างฝ่ายต่างเดินไปหากัน เหมือนจะมีเรื่องกันอีก


                         “มึงว่าไงนะ” พี่พายุพูด

                        “กูบอกว่าเพราะมึงเหมือนกันไง” พูดจบ แทนก็ซัดเข้าที่หน้าของพายุอีกครั้ง โดยที่ร่างบางนั่งมองทั้งสองด้วยสีหน้าไม่พอใจ

 

                        “นี่หยุดนะนะ พอ หยุด บอกให้หยุดไง”

                        “พอ พอได้แล้ว”

                        “ออกไปทั้งคู่นั่นแหละ ถ้ายังไม่เลิกเป็นหมาบ้า ก็ไม่ต้องมายุ่งกับผมทั้งคู่นั่นแหละ”

           

                        ทันทีที่ได้ยินเสียงประกาศกร้าว ทั้งสองคนก็เริ่มมีสติขึ้นมาทันทีหลังจากที่เหมือนฟิวส์ขาดด้วยกันทั้งคู่

 

                        “ไป ออกไปทั้งคู่นั่นแหละ ไปเลยไป” ร่างบางไม่ฟังคนทั้งสองคนที่อยู่ปลายเตียง ตัดสินใจใช้ผ้าห่มขึ้นมาคลุมโปง โดยที่ไม่สนใจอีกสองคนเลย


                         “ชา ฟังแทนก่อน”

                        “ใบชา พี่ขอโทษ”

 

                        ทั้งสองคนเรียกคนที่อยู่บนเตียง แต่ไร้วี่แววการตอบกลับ ดูเหมือนว่าร่างบางจะโกรธพวกเค้าทั้งคู่เข้าให้แล้ว ทั้งพายุและแทนมองหน้ากัน ถึงแม้พวกเค้าจะไม่ถูกกัน แต่ตอนนี้ทั้งคู่อยู่ในสภาพเดียวกัน คือโดนโกรธ ทั้งสองคนตัดสินใจลุกแล้วเดินออกจากห้องของอีกคนไป...

 


---ตามบัญชา---

100 %


มาแล้วจ้า มาเกริ่นให้นิดนึงก่อน ฝากติดตามใบชากับพายุหน่อยน้า

เรื่องอาจจะไปช้าหน่อย เพราะอยากให้ทุกคนค่อยเป็นค่อยไปกับสองคนนี้น้า

----------------------------------------------------------

Talk ครบ 100 %

ลงให้ครบ 100 แล้วน้า ฝากติดตามด้วยนะคะ 

ยิ่งกด fav หรือเม้นก็จะยิ่งเป็นกำลังใจให้ไรท์มากขึ้นไปอีกน้า

ขอบคุณทุกคนที่ติดตามนะคะ ^^

ฝากติดตามด้วยค้า #ตามบัญชาใบชาพายุ



2 ความคิดเห็น