ตาม(ใ)บัญชา

ตอนที่ 4 : Chapter 3 : บังเอิญ หรือ ตั้งใจ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 38
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    27 มิ.ย. 61

Chapter 3 : บังเอิญ หรือ ตั้งใจ

 

            แสงสว่างจากภายนอกเล็ดลอดมาตามช่องว่างจากหน้าต่าง ทำให้คนที่นอนหลับไม่รู้เรื่องอย่าง ใบชา ถึงกับขมวดคิ้ว เพราะแสงที่ส่องเข้ามามันกำลังแยงตาเค้าอยู่

            ร่างบางค่อยๆ ลืมตาช้าๆ ปรับสายตามองภาพตรงหน้าให้ชัดมากขึ้น เมื่ออะไรๆ เข้าที่ ร่างบางถึงกับตะลึงกับภาพตรงหน้า คือ นาฬิกาที่ตั้งอยู่บนตู้ ขณะนี้ เข็มสั้นชี้เลข 9 เข็มยาวชี้เลข 3 เท่ากับ 9.15 น. ชิบหาย ตายแน่ ไอ้ชาตายแน่ ด้วยความตกใจ


            ร่างบางจัดการกับตัวเองอย่างว่องไว เพราะเค้ามีเรียน 9.30 น. อีกไม่กี่นาทีก็จะเริ่มเรียนแล้ว แถมตอนนี้เค้าก็เพิ่งตื่น ใบชารีบจัดการตัวเองให้เสร็จภายในเวลา 10 นาที ก่อนที่เค้าจะลงจากหอเพื่อเรียกวินมอไซค์ไปส่งที่คณะ

            หลังจากวินมาส่งถึงหน้าตึกเรียน ร่างบางก็รีบวิ่งขึ้นตึกด้วยความเร็ว ไม่รอลิฟต์อะไรทั้งสิ้น เมื่อถึงชั้นที่ต้องการ ก็รีบใส่เกียร์หมา วิ่งเข้าห้องเรียนทันที

 



ปัง!

 

            เสียงประตูจากคนตัวเล็ก ทำให้คนในห้องหันมามองเป็นตาเดียว แต่ก็เพียงแวบเดียวเท่านั้น และก็ไม่สนใจอะไร ก้มหน้าเข้าสู่โลกส่วนตัวของใครของมัน เค้าหันไปมองหน้าห้องเรียน ก็พบว่า อาจารย์ยังไม่เข้า ใบชาถึงกับโล่งอก ปกติเค้าไม่ใช่คนมาสายอะไรเท่าไหร่ แต่เป็นกับวิชาหลักเท่านั้นแหละ และวันนี้ก็เป็นวิชาที่เค้าไม่เคยสาย พอวันนี้ลืมตาตื่นก็เกือบจะเข้าเรียน ก็ถึงกับตั้งตัวไม่ติด เกือบจะไม่อาบน้ำแล้วไหมล่ะ

            แต่เมื่อก้าวเข้ามาในห้องเรียนก็พบกับเพื่อนในชั้นเพียงไม่กี่คน ทั้งที่ตอนนี้ก็ 9.40 น. เข้าไปแล้ว ยังมีไม่ถึงครึ่งห้อง อีกทั้งไอ้เพื่อนตัวดีอีก 4 คนก็ยังไม่มีวี่แววว่าจะมา


B’Cha : พวกมึงจะมากันมั้ยเนี่ย วันนี้เรียนคอนนะเว้ย อย่าขาด

           

          ร่างบางกดโทรศัพท์ ส่งข้อความหาเพื่อนๆที่เหลือในกลุ่มไลน์ ขึ้นอ่าน 3 ก็เท่ากับว่า พวกมันอ่านข้อความของเค้าครบทุกคนแล้ว เพราะคิดว่า ทันน่าจะอยู่กับแทน

กูแทนไม่ใช่ทัน : ทันกำลังจอดรถ เดี๋ยวรีบขึ้นไป จารย์มาแล้วอ่อ

            เพียงไม่นาน ข้อความก็ถูกส่งกลับมาจากแฝดพี่

B’Cha : ยัง

TaWann : กำลังไปเหมือนกัน

M : กูเพิ่งตื่น เดี๋ยวรีบตามไป

B’Cha : ไอ้เหี้ยหมอกกกกก มึงเล่นเกมยันเช้าใช่มั้ย ถึงได้ตื่นสาย ให้ไวเลยมึง กูไม่เช็คชื่อให้นะโว้ย คนที่เหลือรีบมา มีอยู่ไม่กี่คนเองในห้อง เร็วๆ กูเหงา

 

            ผมรัวข้อความไม่หยุด ก็ไอ้เพื่อนตัวดีอย่างไอ้หมอกต้องเล่นเกมยันเช้าอีกแน่ ๆ ถึงได้ตื่นสายแบบนี้

M : เออๆ รู้แล้วๆ กำลังรีบอยู่เนี่ย

B’Cha : เอออออออ


               ผมวางโทรศัพท์ ได้แต่ถอนหายใจ ไม่น่ารีบเลยกู รู้งี้น่าจะค่อยๆมา ดันตาลีตาเหลือกตอนตื่น ข้าวก็ไม่ได้กินอีกแล้ว โอย เริ่มหิวอีกแล้วสิ

 

                        “ไงมึง มาสะเช้าเชียว” เสียงคนที่มาใหม่ทักขึ้น ทำให้ผมต้องเงยหน้าไปมอง อ่อ เสียงไอ้แทนนี่เอง แฝดพี่

                        “เช้าไรละ นี่มันเลยเวลาเรียนมาแล้ว” ผมบอก

                        “เออน่า วันแรกของวิชานี้มันก็แบบนี้ แถมเปิดเทอมด้วย มันก็ต้องมีเลทบ้าง” คราวนี้แฝดน้องอย่างไอ้ทันเป็นคนพูดบ้าง แล้วนั่งลงข้างๆ ผม





ปัง!



                        เสียงประตูปิดที่ให้นักศึกษาที่มีจำนวนเกินครึ่งเงยหน้ามองผู้มาใหม่ ซึ่งไม่ใช่ใคร อาจารย์ยังไงล่ะ มือเรียวหยิบโทรศัพท์กดเข้าแอพลิเคชั่นสีเขียวทันที

 

                        B’Cha : ไอ้หมอก อาจารย์มาแล้ว เร็วๆ

                        

                        คนตัวเล็กวางโทรศัพท์ไว้บนโต๊ะก่อนหยิบอุปกรณ์การเรียนขึ้นมาวาง เมื่ออาจารย์มาได้ไม่นาน การเช็คชื่อจะเริ่มขึ้นทันที ตัวเค้าเองน่ะ ชื่ออยู่ต้นๆ เหมือนกับไอ้หมอก แต่ไอ้หมอกนี่สิ ชื่อ ก. รหัสเลยอยู่แรกๆ เค้าบอกแล้ว ว่าเค้าน่ะ จะไม่เช็คชื่อให้หรอกนะ จนกระทั่งชื่อของหมอกถูกเอ่ยขึ้น ก็ไร้ซึ่งเสียงตอบรับ ผ่านไปเรื่อยๆ จนมาถึงชื่อของตัวเอง


                       “คชาธร”

                       “ครับ” ร่างบางเอ่ย พร้อมยกมือขานรับอาจารย์ ชื่อถูกเรียกจนถึงลำดับสุดท้าย แล้ววนมาถึงชื่อของไอ้หมอกอีกรอบ แต่ไร้ซึ่งการตอบรับ ไอ้บ้านี่ บอกแล้วใช่มั้ยว่าอาจารย์มาแล้ว ทำไมถึงยังไม่รีบมา


                       ร่างบางหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาโทรหาเพื่อนตัวดี แต่มันไม่รับโทรศัพท์ ทำให้เค้าถอดใจ นั่งเรียนไปจนจบคาบ


                       เวลาล่วงเลยมาถึงตอนกลางวัน ก็ยังไม่เห็นแม้แต่เงาของไอ้หมอก จนคนอื่นต้องถาม

                      “มึง ไหนบอกไอ้หมอกกำลังมาไง ไม่เห็นหัวมันเลยเนี่ย” ทันหันมาถามผม

                      “กูจะรู้มั้ยเนี่ย โทรไปมันก็ไม่รับ”

                      “มันหลับต่อป่าว” คราวนี้เป็นตะวันบ้าง ที่เอ่ยขึ้น

                      “เออนั่นดิ แบบลุกขึ้นมาตอบแล้วนอนต่องี้” แทนเสริม

                      “มึง นี่มันวิชาคอนนะเว้ย แถมเพิ่งเปิดเทอมวันที่สอง จะรีบใช้สิทธิ์ขาดไรขนาดนั้นวะ” ผมเริ่มหงุดหงิด เพราะพวกเราถึงแม้จะมีการโดดเรียนกันบ้าง แต่สำหรับวิชาหลัก เราตั้งใจกันไว้แล้วว่าจะไม่โดดถ้าไม่ฉุกเฉินจริงๆ แถมวิชานี้ถ้าขาดเกิน 3 ครั้ง หมด สิทธิ์สอบ อาจทำให้เราต้องลงเรียนเพิ่ม และจบช้ากว่าเพื่อนๆ ก็ได้ ว่าแล้วก็หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาโทรหาหมอกอีกครั้ง

                         คราวนี้รอสัญญาณเพียงไม่นาน ปลายสายก็รับ

                         “ฮัลโหล ไอ้หมอก มึงอยู่ไหนเนี่ย”

                         “ฮัลโหล เอ่อ ขอโทษทีครับพอดีผมไม่ใช่หมอก” เมื่อได้ยินปลายสายพูดมาแบบนั้น คนตัวเล็กถึงกับงง อ่าว ไม่ใช่ไอ้หมอก แล้วใครวะ ทำไมมารับโทรศัพท์เพื่อนของเค้าได้

                         “แล้วนั่นใคร ทำไมมารับโทรศัพท์เพื่อนผม”

                         “คือตอนนี้เพื่อนคุณกำลังทำแผลอยู่ที่ห้องฉุกเฉิน พอดี ผมเจอเค้ารถล้มอยู่ตรงหน้าคณะเลยพาเค้ามาทำแผล เค้าฝากโทรศัพท์ไว้ที่ผมน่ะครับ” อีกฝ่ายอธิบาย ตายล่ะหว่า ที่มันไม่มา เพราะรถล้มนี่เอง

                         “อ้อ ขอบคุณมากเลยนะครับ ว่าแต่มันไม่ได้เป็นอะไรมากใช่มั้ย”

                         “ก็น่าจะ แผลถลอก ฟกช้ำล่ะมั้งครับ ตอนนี้อยู่ที่ห้องพยาบาลของตึกรวมน่ะครับ”

                         “โอเคครับ เดี๋ยวผมจะรีบไป ขอบคุณมากๆครับ” ผมบอกอีกคน ก่อนจะหันไปบอกเพื่อนคนอื่นๆ แล้วพวกเราทั้งหมดก็มุ่งหน้าไปยังห้องพยาบาลของตึกรวม






 

--ตาม(ใ)บัญชา—



ไม่นานเราทั้งสี่ก็มาถึงห้องพยาบาล  เห็นผู้ชายคนหนึ่งนั่งรออยู่หน้าห้องฉุกเฉิน น่าจะเป็นคนที่พาหมอกมาที่นี่

 

            “ขอโทษนะครับใช่คนที่ช่วยหมอกใช่มั้ย” ทันทีที่ผมเอ่ยถาม อีกฝ่ายก็เงยหน้าขึ้น เราสบตากันโดยที่ไม่มีใครยอมใคร

            “เอ่อ มึงโทษนะ จะจ้องกันอีกนานมั้ย” เสียงไอ้ตะวันที่นานๆ ทีจะพูดออกมาสักที

            “โทษที เอ่อ พี่พายุเองเหรอ”

            “อ้าว น้องใบชา เราเป็นเพื่อนหมอกหรอ”

            “ครับ พวกเราเป็นเพื่อนหมอก”

            “พี่เป็นคนช่วยหมอกเหรอครับ ต้องขอบคุณจริงๆ”

            “จะว่าอย่างงั้นสะทีเดียวก็คงไม่ได้ จริงๆ รถพี่เกือบชนกับรถหมอกน่ะ เหมือนหมอกกำลังรีบ เลยขับมาตัดหน้ารถพี่ หมอกเลยล้มลงไป แต่พี่เบรกทัน” อีกฝ่ายอธิบาย

            “อ่อ ครับ”

            “เพื่อนผมอยู่ข้างในหรอ” ไอ้ทันหันไปถามรุ่นพี่ตัวสูงบ้าง

            “ใช่ คงต้องรอสักพัก คงต้องทำแผลเยอะหน่อย เห็นพยาบาลบอกว่าถลอกเยอะ” อีกฝ่ายว่า พลางนั่งลงอีกครั้ง

            “งั้นเหรอครับ”

            “มึง คาบบ่ายก็ไม่มีเรียน รอมันทีเดียวเลยแล้วกัน”

            “มึง กูหิว” ตะวันหันมาบอกกับผม

            “กูก็เหมือนกัน พวกมึงไปซื้อของกินกันเลย เดี๋ยวกูเฝ้าไอ้หมอกเอง” ผมบอกพวกที่เหลือ เพราะเผื่อไอ้หมอกออกมาแล้วไม่เจอใคร

            “เดี๋ยวกูอยู่เป็นเพื่อน” ไอ้ทันเดินมานั่งข้างที่ยังว่าง

            “ไม่เป็นไร มึงไปเลย กูฝากซื้อเอาก็ได้”

            “ชา มึงมาคุยกับกูหน่อย” เป็นแทนที่เรียกให้ผมออกไป

            “ทำไมวะ” ผมเดินตามมันไป มันเดินนำผมออกมาจากบริเวณตรงนั้น ซึ่งเป็นบริเวณข้างตึกรวม

           

 

            “มึงรู้จักกับไอ้รุ่นพี่คนนั้นได้ไง” ทันทีที่มาถึง ไอ้แทนก็ถามทันที

            “เค้าเก็บกระเป๋ากูได้ แค่นั้นแหละ”

            “ทำไมมันมองมึงแบบนั้น”

            “แบบนั้น ? แบบไหน” ทำไมอยู่ๆ แทนมันถึงถามผมแบบนี้

            “ไม่รู้ แต่ที่รู้ๆ คือมันมองมึงเหมือนจะกินเข้าไปทั้งตัวแล้ว กูจะบอกอะไรให้นะ ไอ้นี่น่ะ มันเสือผู้หญิงมากๆ จริงๆ จะว่าผู้หญิงทั้งผมก็ไม่เชิงเรียกได้ว่า ได้ทุกเพศ”

            “ละละแล้วเกี่ยวกับกูยังไง” ผมไม่ได้ใสซื่อที่ขนาดไม่รู้ว่าที่ไอ้แทนจะบอกกับผมมันคืออะไร แต่ผมแค่ไม่คิดว่า มันจะมาคุยเรื่องนี้กับผมก็เท่านั้นเอง เพราะผมไม่ใช่คนที่ชอบเพศเดียวกันเลยไม่ได้ใส่ใจอะไรแบบนี้เท่าไหร่นัก

            “เกี่ยวไม่เกี่ยวไม่รู้ แค่อยากให้มึงระวังตัวไว้ กูเห็นมันมองมึงแบบนั้นเลยไม่ไว้ใจ”

 

 

            “พวกมึงคุยอะไรกันวะ กูหิวจะแย่ ไอ้แทน ไปเหอะ” เสียงตะวันที่ดังขึ้นมาจากข้างหลัง ทำให้เราทั้งสองต้องหยุดบทสนทนาลง

            “เออๆ กำลังไป” แทนหันไปตะโกน ก่อนจะหันมาพูดกับผมประโยคสุดท้าย

            “กูบอกมึงไว้แล้วนะ อย่าไปยุ่งกับพี่มัน” แทนพูดก่อนเดินหันหลังตามคนอื่นๆ ไป

 

            คำพูดของแทนยังคงต้องก้องอยู่ในหัวผม จนกระทั่งเดินมาถึงหน้าห้องฉุกเฉินอีกครั้ง ที่มีคนตัวสูงนั่งรออยู่ที่เดิม




              “เป็นอะไร พี่เห็นเราเหม่อตั้งแต่เข้ามาแล้วนะ” อีกคนเอ่ยถามเมื่อผมหย่อนก้นลงนั่งถัดมาจากเค้าประมาณสองสามที่

        “แล้วทำไมต้องนั่งห่างขนาดนั้น ทำไมมาไม่นั่งตรงนี้” เค้ายังคงถามผมที่เอาแต่จ้องหน้าเค้าเพียงอย่างเดียว ไร้ซึ่งเสียงขอผมตอบรับ ไม่รู้สิ ทำไมผมถึงได้รู้สึกแย่กับสิ่งที่ไอ้แทนบอก ทั้งที่ผมยังไม่ได้รู้จักกับคนตรงหน้ามากขนาดนั้นสักหน่อย แถมคนตรงหน้าก็ไม่น่าจะมีผลกับความรู้สึกของผมอีกด้วย

 

                        “อ่อ แค่คิดว่าพี่อาจจะอึดอัดเฉยๆ น่ะครับ” ผมตอบ แล้วเขยิบไปนั่งข้างๆ คนตัวสูง

                        “พี่ไม่อึดอัดหรอก ถ้าเป็นใบชา” คนตัวสูงพูดพร้อมหันมามองผมด้วยแววตามีเลศนัย

                        “อะอะเอ่อ เรียกชาเหมือนที่คนอื่นเรียกก็ได้ครับ”

                        “ถ้าเรียกใบชา ว่าชาเหมือนคนอื่นๆ พี่ก็ไม่พิเศษสิครับ” อีกคนว่า ทั้งที่ตายังจ้องผมไม่เลิก

                        “เอ่อ พิเศษ พิเศษยังไงครับ”

                        “เพราะพี่ อยากพิเศษสำหรับน้องใบชายังไงละครับ” หลังจากที่ได้ฟังประโยคที่อีกคนพูดออกมา สิ่งที่มันกำลังเต้นอยู่ในอกด้านซ้าย ก็เต้นรัวอย่างไม่รู้สาเหตุ ทำไมผมถึงใจเต้นกับประโยคธรรมดาที่เค้าเอ่ยออกมา แต่สำหรับผม มันดูมีอะไรมากกว่านั้น

 

                        “ชา” เสียงเรียกจากด้านหลังของคนตรงหน้าทำให้ผมหลุดจากภวังค์

                        “อ้าว ไอ้หมอก เป็นไงมั่ง” ผมลุกขึ้นเดินไปหาคนที่เดินกระเพกมาหาผม

                        “ไม่เป็นไรมาก ก็ถลอกแล้วก็ช้ำนิดหน่อย” มันหันมาบอกผมก่อนจะหันไปหาอีกคนที่ยืนอยู่ด้านหลัง

                        “ขอบคุณพี่มากเลยครับ จริงๆ มันเป็นความผิดของผมเองที่รีบจนไม่ดูรถ ทำให้พี่ต้องเสียเวลาเลย” ไอ้หมอกยกมือไหว้ขอบคุณอีกคน

                        “ไม่เป็นไร พี่ก็ขับเร็วเหมือนกัน ทำให้เราตกใจ”

                        “แล้วนี่มึงรู้จักกับพี่เค้าเหรอวะ” ไอ้หมอกหันมาถามผม

                         “ก็นี่ไง คนที่เก็บกระเป๋ากูได้อ่ะ” ผมบอกไอ้หมอก ไอ้หมอกถึงกับหน้าเอ๋อไปเลย คงไม่คิดว่าจะได้เจอกันอีก

                        “อ้อ พี่นี่เองที่เก็บกระเป๋าไอ้ชาได้ วันนั้นมันหาพี่แทบพลิกมหาลัยเลยนะ 555555 บังเอิญจังเลยนะครับ ” ผมใช้มือฟาดไปที่ไหล่ไอ้หมอกอย่างไปที จะไปบอกเค้าทำไมเล่าว่า ตามหาขนาดนั้น จริงๆ วันนั้นผมเดินสะทั่วมหาลัย เหงื่อนี่เต็มตัวเลย ก่อนจะตัดสินใจโทรให้มันมารับผม

 

                        “ไม่รู้ว่าบังเอิญ หรือเปล่านะครับ แต่พี่ดีใจที่ได้เจอกันอีกนะ” คนตัวสูงพูดพร้อมยิ้มแบบเดียวกับวันแรกที่เราเจอกัน

                        “เอ่อ ยังไงก็ขอบคุณที่พาไอ้หมอกมาทำแผลนะครับ แต่พวกเราต้องไปแล้ว ขอตัวก่อนนะครับ” ผมบอก โค้งหัวให้น้อยๆ เป็นเชิงขอบคุณ ก่อนพยุงไอ้หมอกเดินไปอีกทาง

                        “แล้วกลับยังไงครับ ให้พี่ไปส่งมันมั้ย”

                        “ไม่เป็นไร” ไม่ใช่เสียงของผม แต่เป็นเสียงของไอ้แทนที่เดินมากับทัน แล้วก็ตะวัน

                        “เอ่อ ไม่เป็นไรครับ ผมกลับกับเพื่อน” ผมว่า พลางพยุงไอ้หมอกไปหาคนอื่นๆ

              “โอเคครับ งั้นพี่ไปก่อนนะ หวังว่าจะได้เจอกันอีก” อีกคนบอกก่อนจะหันหลังแล้วเดินออกจากตึก

 

 


                        ผมเดินออกมาพร้อมกับคนอื่นๆ ตอนนี้เราอยู่บนรถของไอ้แทนแล้ว มันดูหงุดหงิดที่เห็นผมไปคุยกับพี่พายุ ไม่ใช่ผมไม่ฟังคำเตือนของมัน แต่จริงๆ ก็ดูไม่ได้มีอะไรนี่นา แถมผมเป็นผู้ชายด้วย อีกฝ่ายก็หล่อสะขนาดนั้น คงไม่ได้มาสนใจอะไรผมหรอก คงมีสาวๆ ที่เข้ามาอย่างไม่ขาดสาย

 

                        หมอกขับรถไปส่งทุกคนจนครบ บนรถเหลือแต่ผม แทน แล้วก็ไอ้ทันเท่านั้น มันขับรถมาส่งผมที่หอ

 

                        “ชา ลงไปคุยกับกูหน่อยดิ”

                        “คุยไรวะ คุยบนรถก็ได้” เสียงไอ้ทันที่หันไปบอกไอ้แทน

                        “เออน่า มึงไม่ต้องรู้หรอก เดี๋ยวกูมา มึงนั่งบนรถนี่แหละ คุยไม่นาน ไอ้ชา ลง” แทนอธิบายก่อนลงจากรถ





                         “มึงจะคุยไร”

                        “กูบอกมึงแล้วไม่ใช่เหรอว่าอย่าไปยุ่งกับไอ้รุ่นพี่นั่น”

                        “กูไม่ได้ยุ่งอะไรป่ะวะ ก็ตรงนั้นมันมีกันแค่นี้ จะให้กูไม่คุยกับเค้าเลยก็ไม่ใช่ป่าว” ผมบอก สีหน้าไอ้แทนดูหงุดหงิดเอามากๆ ไม่รู้ว่า มันไปรู้อะไรมา ทำไมถึงได้ไม่ชอบขี้หน้าพี่พายุมากมายขนาดนี้

 

                        “มันคุยอะไรกับมึง” ทันทีที่ไอ้แทนถามประโยคนี้ คำว่า พิเศษ ที่คนตัวสูงบอกกับผม มันยังทำให้ผมใจเต้นแรงกับคำๆนั้น เมื่อนึกถึง

                        “ปะปะเปล่า เค้าแค่ถามอะไรเรื่อยเปื่อย” ผมไม่สามารถมองหน้าอีกฝ่ายได้ เพราะผมไม่ได้บอกเรื่องที่เราคุยกัน เพราะผมคิดว่า มันไม่มีอะไร

                        “มองหน้ากู แล้วพูดประโยคเมื่อกี้ออกมาใหม่ มันคุยอะไรกับมึง” ทำไมแทนต้องมาจี้ผมขนาดนี้ มันไม่ได้มีอะไรสักหน่อย ผมเงยหน้ามองหน้ามันก่อนจะตอบออกไป

                        “ไม่ได้คุยอะไร เค้าก็พูดเรื่องของเค้าเรื่อยเปื่อย โอเคยัง” ผมบอก อีกฝ่ายจ้องผมไม่หยุด ก่อนจะพยักหน้า เชิงเข้าใจ

                        “อืม กูจะเชื่อมึง กูเป็นห่วงมึงนะ อย่าไปยุ่งกับมันอีก” แทนมองผมด้วยสายตาที่ดูได้ยาก มันไม่เคยจริงจังอะไรขนาดนี้ นอกจากไอ้หมอก ก็แทนนี่แหละ ที่คอยเตือนผมนั่นนี่ ผมคงคิดมากไป...

                        “อืม กูรู้ แต่กูไม่ได้คิดอะไรจริงๆ ไม่มีอะไรหรอก มึงขึ้นรถเหอะ ไอ้ทันจ้องจะแดกหัวมึงอยู่ละ” ผมบอกมันก็เพยิดหน้าไปอีกทาง เห็นไอ้ทันที่มีสีหน้าไม่ต่างจากแทนตอนนี้เลย สงสัยจะหงุดหงิดที่ตัวเองไม่ได้เป็นหนึ่งในวงสนทนา

                        “อืม กูกลับก่อน มีอะไรต้องบอกกูเลยนะ” อีกฝ่ายกำชับ

                        “รู้แล้วๆ ไปได้แล้วๆ” ผมผลักมันก่อนมันจะขึ้นรถแล้วขับออกจากหอไป ผมยืนมองรถที่ขับไกลจนพ้นสายตา จึงตัดสินใจเดินขึ้นหอ




ติ๊ง

 

                      PPaYu เพิ่มคุณจากหมายเลขโทรศัพท์                                                                                                        

 

                      ผมหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูก็ต้องตกใจ พะพะพายุ งั้นเหรอ..... เพิ่มคุณจากหมายเลขโทรศัพท์ ? พี่พายุเอาเบอร์ของผมมาจากไหนกัน ?




ติ๊ง

 

            PPaYu : ถึงหอหรือยังครับ ?

 

                   ไม่ทันไร เสียงแจ้งเตือนก็ดังขึ้นอีกครั้ง คิ้วที่ขมวดเป็นปมยังไม่ทันคลาย ก็ต้องขมวดเข้าหากันอีกรอบ...

 

            B’Cha : พี่พายุเหรอครับ ?

 

            PPaYu : ครับ พี่เอง

            B’Cha : พี่เอาเบอร์ผมมาจากไหนครับ ?

       PPaYu : บังเอิญได้มาครับ J

 

                                  บังเอิญได้มา ? บังเอิญ มันจะบังเอิญได้ยังไงเล่า คนตัวเล็กขมวดคิ้วหนักเมื่ออีกฝ่ายเล่นลิ้น

 

            B’Cha : เอาดีๆ สิครับ

 

            PPaYu : พี่ขอเพื่อนเรามาครับ

 

                                  คำตอบของอีกฝ่ายทำให้คนตัวเล็กถึงกับร้องอ้อในใจ เพื่อนของเค้าคงไม่ใช่ใคร คงเป็นหมอก ที่นอนขาเดี้ยงอยู่ที่หอน่ะสิ คงเป็นคนอื่นไม่ได้ ยิ่งแทนยิ่งไม่ใช่เลย

 

            B’Cha : ครับ 


                                   ผมพิมพ์ตอบไปเพียงเท่านั้น เพราะไม่รู้จะคุยอะไร ผมวางโทรศัพท์ไว้ข้างเตียง ก่อนจะลุกไปทำธุระส่วนตัว คิดไว้ว่าวันนี้จะทำงานที่ไม่ได้ทำตั้งแต่วันจันทร์ เมื่อคืนก็หลับไม่รู้เรื่อง ทำให้ไม่ได้งานเลยแม้แต่น้อย 




ติ๊ง

ติ๊ง

ติ๊ง

ติ๊ง

 

                        เสียงแจ้งเตือนโทรศัพท์ที่ดังระรัว ทำให้คนตัวเล็กต้องเงยหน้าจากงานแล้วหันไปสนใจโทรศัพท์ที่วางอยู่ข้างเตียง ก็พบกับข้อความของคนตัวสูงที่ส่งมาไม่หยุด



              PPaYu : ใบชาครับ

          PPaYu : หายไปเลย เป็นอะไรครับ

                 PPaYu : ทำอะไรอยู่ครับ ว่างมั้ยครับ

                 PPaYu : พี่อยากคุยกับเรานะ.



                       

                        ข้อความสุดท้ายที่อีกฝ่ายส่งมา ทำให้คนตัวเล็กถึงกับยิ้มกับตัวเองน้อยๆ ใจดวงน้อยที่เต้นรัวเมื่ออ่านข้อความของคนตัวสูงจบ “อยากคุยกับเรางั้นเหรอ” 


                         คนตัวเล็กพึมพำกับตัวเองก่อนจะพิมพ์ข้อความตอบอีกฝ่ายไป


             B’Cha : พี่มีอะไรหรือเปล่าครับ

            PPaYu : ว่างคุยมั้ยครับ พี่กวนหรือเปล่า

            B’Cha : ผมทำงานอยู่ครับ แต่พอคุยได้

 

                        ปกติใบชาเป็นคนที่มีสมาธิกับงานมาก ไม่ว่าอะไรก็ไม่สนใจ แต่ทำไม มือเจ้ากรรม ถึงพิมพ์บอกอีกฝ่ายไปว่า พอคุยได้ กันนะ

 

            PPaYu : งั้นเหรอครับ พี่ไม่กวนแล้วดีกว่า ไว้ทำเสร็จแล้ว ทักมาหาพี่ได้มั้ยครับ

            B’Cha : พี่มีอะไรหรือเปล่าครับ ตอนนี้ก็ได้เลยครับ

            PPaYu : ไว้ทำงานเสร็จก่อนค่อยคุยก็ได้ครับ พี่ไม่อยากกวน ไปทำงานเร็วครับ

            B’Cha : งั้นก็ได้ครับ

 

                        ข้อความของผมถูกอีกฝ่ายกดอ่านแล้ว ผมวางโทรศัพท์ไว้โต๊ะข้างๆ ก่อนลงมือทำงานอีกครั้ง โดยไม่ได้สนใจโทรศัพท์อีก




                         เวลาผ่านไปประมาณ 3 ชั่วโมง ร่างเล็กที่วางดินสอไว้ที่โต๊ะ แกะกระดาษร่างออกจากโต๊ะเขียนแบบก่อนม้วนมันเข้ากระบอกซูม

 

                 “ฮ้า เสร็จสะที” คนตัวเล็กพูดหลังจากเก็บอุปกรณ์ที่ใช้เสร็จ ก่อนจะล้มตัวลงบนเตียง เหลือบไปเห็นโทรศัพท์ที่นอนแอ้งแม้งอยู่ข้างโต๊ะเขียนแบบ

 

                         พี่เค้าบอกให้ทักหลังจากทำงานเสร็จนี่นา....ทักไปดีมั้ยนะ แต่นี่ก็ดึกแล้ว พี่เค้าจะนอนไปรึยังนะ ทักไปก่อนแล้วกัน...


            B’Cha : พี่ครับ นอนรึยัง ผมทำงานเสร็จแล้วครับ

 

                        ตอนนี้เวลาก็ล่วงเลยมาถึงตีหนึ่งกว่า ๆ ไม่รู้ว่าอีกคนจะนอนไปหรือยัง แต่เค้าไม่อยากผิดคำพูด ในเมื่อบอกให้ทักตอนทำงานเสร็จก็ทักไปแล้ว แต่ถ้าอีกฝ่ายนอนแล้ว เค้าก็ไม่ผิด

 

ติ๊ง

                        เสียงแจ้งเตือนของอีกฝ่าย ทำให้ร่างเล็กต้องรีบพิมพ์ตอบกลับไป แล้วก็ได้รู้ว่า อีกฝ่ายยังไม่นอน

 

            PPaYu : ยังครับ ทำงานถึงดึกเลยนะครับ พี่นึกว่าใบชาจะไม่ทักมาแล้ว

            B’Cha : พอดี ดองงานไว้น่ะครับ เลยเยอะนิดหน่อย ตกลงพี่มีอะไรหรือเปล่าครับ

            PPaYu : อ้อ พี่แค่อยากจะบอกใบชาน่ะครับ

            B’Cha : บอก ? บอกอะไรครับ

            PPaYu : ใบชาครับ....

            PPaYu : หลังจากนี้จะไม่ใช่เรื่องบังเอิญอีกแล้วนะครับ

            PPaYu : เพราะหลังจากนี้ พี่ตั้งใจเข้าไปในชีวิตของใบชาอย่างจริงจังแล้วนะครับ ตัวเล็ก J







--ตาม(ใ)บัญชา—




ตาพี่เริ่มรุกแล้วนะคะ เอาแล้วๆ ฝากติดตามกันด้วยน้า 

ขอโทษที่หายไปหลายวันนะคะ กลับมาต่อให้แล้ว

ติชม หรือพูดคุยกันได้ที่

Twitter : @MdabJP

สกรีมแท็ก

#ตามบัญชาใบชาพายุ

#ใบชาพายุ



 

 

 

 






ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

2 ความคิดเห็น