ตาม(ใ)บัญชา

ตอนที่ 2 : Chapter 1 : เปิดเทอมวันแรก

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 90
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 5 ครั้ง
    14 มิ.ย. 61

       


        วันเปิดเทอมก็เหมือนวันทั่ว ๆ ไป มันจะต่างกับวันอื่นๆ ก็แค่ มันเป็นวันที่เค้าต้องตื่นเช้ากว่าปกติ ต่างจากวันปิดเทอม ต่างจากวันหยุด ใช่และมันไม่น่าต่างอะไรจากวันเรียนทั่วๆ ไป เพราะวันเปิดเทอมวันแรก เค้าก็ได้รับโปรเจ็กให้มาทำสะแล้ว จึงทำให้เค้าไม่ได้รู้สึกแตกต่างไปจากวันเรียนวันอื่น ๆ มากสักเท่าไหร่


            และใช่ ใบชา นักศึกษาชั้นปีที่ 2 คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิยาลัย K กำลังนั่งอ่านใบโปรแกรม ที่อาจารย์แจกให้กับเหล่านักศึกษาปี 2 ที่เพิ่งเปิดเทอมวันแรก แต่ก็ได้รับโปรเจ็กเป็นของขวัญต้อนรับเปิดเทอม เสียงอื้ออึงที่ดังไปทั่วห้องเรียนดังขึ้นหลังจากทุกคนได้อ่านใบโปรแกรมที่อาจารย์แจกให้ ตัวเค้าเองก็ไม่ต่างกัน เหมือนต้องรื้อฟื้นความรู้อะไรหลายๆ อย่าง เพราะสมองที่ไม่ได้ใช้งานมานาน เปิดเทอมวันแรกก็ต้องงัดออกมาใช้สะแล้ว


          “เฮ้ยไอ้ชา มึงอ่านใบโปรแกรมยัง” เสียงเพื่อนซื้อย่าง หมอก หันมาถามเค้าที่นั่งอ่านใบโปรแกรมอยู่พอดี เพื่อนๆ รู้ว่าเค้าชื่อใบชา แต่เค้าเป็นคนบอกเพื่อนเองแหละ ว่าเรียก ชา เฉยๆ ก็พอ เรียกใบชา มันดูหน่อมแน้มไปหน่อย 


          “อืม กำลังอ่านอยู่ มึงอ่ะ” เค้าก็เป็นเพียงผู้ชายคนนึงที่พูดมึงกูกับเพื่อน แต่เฉพาะกับเพื่อนผู้ชายเท่านั้นแหละ กับเพื่อนผู้หญิง เค้าพูดเพราะกว่านี้มาก ก็แหม ถึงแม้ว่าเค้าจะเป็นผู้ชายตัวเล็ก แต่ใจเค้าน่ะไม่เล็กหรอกนะ สามารถรับหญิงสาวเข้ามาเดินเล่นในใจได้สบาย

          “มึงเห็นล่ะชะ โปรเจ็กนี้ทำบ้าน 2 ชั้น มึงมีไอเดียอะไรบ้างยัง” หมอกยังคงถามเรื่องโปรเจ็ก

           “จะไปมีได้ไง คิดอะไรไม่ออกหรอกว่ะ วันนี้มีเล็กเชอร์ป้ะ หรือเอาใบโปรแกรมเสร็จก็กลับได้เลย” ผมหันไปถามหมอกบ้าง แค่อยากรู้ว่า กลับได้เลยมั้ย หิวจะแย่ เมื่อเช้าก็ตื่นสาย เลยไม่ได้กินข้าวเช้าก่อนมา

            “ไม่มีหรอก อาจารย์แจกเสร็จก็ปล่อยกลับ เดี๋ยวรอเค้าอธิบายอีกนิดหน่อยก็คงจะปล่อยละมั้ง” หมอกว่าพลางพยักหน้าไปหน้าห้อง ผมก็เห็นอาจารย์กำลังอธิบายใบโปรแกรมที่อยู่ในมือ


               ไม่นาน อาจารย์อธิบายเสร็จ ก็ปล่อยพวกผมได้พัก วันนี้วันแรก แจกเสร็จก็ปล่อยกลับ ไม่มีอะไรมาก

 

            “หมอก ไปกินข้าวกันป้ะ กูหิวมาก” ผมหันไปถามหมอกทันทีหลังจากอาจารย์เดินออกไปจากห้อง เพราะอะไรเลยน่ะหรอ หิวน่ะสิ ท้องผมเนี่ย ร้องเป็นเพลงได้แล้วมั้ง

             “เออไปดิ กินไหนอ่ะ โรงถาปัตย์ หรือวิศวะ” หมอกถาม ทั้งที่หน้าก็ไม่ได้เงยมามองผมเลย เอาแต่เล่นเกมส์ในโทรศัพท์

 

            “ วิศวะแล้วกัน วันนี้กูอยากกินก๋วยเตี๋ยววะ” ผมบอกพลางลูบท้องไปด้วย

            “ถาปัตย์ก็มีก๋วยเตี๋ยว มึงจะไปวิศวะทำไมวะ” มันหันมาถามอย่างไว สงสัยขี้เกียจเดินไปวิศวะแหง

 

            “ก็กูอยากกินโรงวิศวะ ก๋วยเตี๋ยวมันไม่เหมือนกัน กูอยากกินก๋วยเตี๋ยวน้ำตก” ก็มันจริงหนิ ไม่ใช่ว่าที่โรงถาปัตย์ไม่อร่อยนะ แต่ก๋วยเตี๋ยวมันคนละแบบกัน วันนี้ผมอยากกินก๋วยเตี๋ยวที่โรงวิศวะมากกว่า

            “แต่กูอยากกินโรงถาปัตย์อ่ะ” หมอกเริ่มงอแง

            “เอ้า แล้วมึงจะถามกูทำไมแต่แรกว่าอยากกินไหน ไม่ต้องมามอง ไป ลุก กูจะไปกินโรงวิศวะ” ผมบอกพลางหยิบกระเป๋าขึ้นมาสะพาย เตรียมเดินออกจากห้อง

 

            “เออๆ วิศวะก็วิศวะว่ะ” เสียงหมอกที่พูดขึ้นดังหลังจากที่เค้าเดินออกมาแล้ว

            “เอ้า เร็วๆ กูหิว” ผมแง้มประตูไปบอก เพราะมันมัวแต่เล่นเกมส์จนไม่ได้เก็บของลงกระเป๋าสักที”

           “เออๆ รู้แล้วๆ รีบอยู่เนี่ย สั่งจัง นี่เพื่อนหรือเมียเนี่ย” ไม่พูดเปล่า ยังทำท่าล้อเลียน แล้วเอามือมาจับคางผมอีก

            “ โว้ย ไอ้ห่านี่ เร็วๆ” ผมสะบัดมือมันออกแล้วรีบเดินนำมันก่อนที่ผมจะกระทืบมันก่อนกินข้าว 


               ผมไม่ได้โกรธอะไรมันหรอก ออกจะตลกด้วยซ้ำเวลามันพูดแบบนี้ แต่ก็อดขนลุกไม่ได้ จะอะไรสะอีก ผมก็ผู้ชายทั้งแท่งนะครับ ถึงแม้ว่าตัวเล็ก แต่อย่างอื่นไม่เล็กนะ คนที่ไม่รู้จักผม ก็มักคิดว่าผมไม่ใช่ผู้ชาย เพราะเวลาผมเดินไปไหนมาไหนกับไอ้หมอก เนี่ย ตัวผมอยู่แค่ไหล่มันเอง ผมไม่ได้เตี้ยสะหน่อย ผมก็สูงตามมาตรฐานชายไทยนะครับ แต่ไอ้คนข้างๆ ผมเนี่ย ดันสูงเกินไปเองตังหาก

            ไม่เอาและ ผมไม่เดินข้างมันและ เดินข้างมันทีไร รู้สึกเป็นคนแคระทุกที เดินนำมันไปสักหน่อยดีกว่า


"มึงจะรีบเดินไปไหนเนี่ย โรงอาหารมันไม่หนีมึงไปไหนหรอกหน่า” ไม่พูดเปล่า มันก็เดินตามผมมาอย่างว่องไว อะไรวะ ผมเดินเป็นสิบกว่าเก้าจะเดินนำมันขนาดนี้ ดูมัน เดินแค่ไม่กี่ก้าวก็ถึงตัวผมแล้ว คอยดูแล้วกัน ไว้สูงเมื่อไหร่ ผมจะเล่นหัวมันทั้งวันเลย

 

            “กูรีบ กูหิว มึงเดินช้าเองช่วยไม่ได้” ผมหันไปบอกไอ้หมอก ที่ตอนนี้มันเอาแขนมาพาดคอผมไว้ เหมือนล็อกไม่ให้ผมเดินนำมันไปอีก

            “แล้วแขนมึงเนี่ย เอาออกไป กูหนัก” ผมบอกพลางหยิบแขนของมันออกจากคอ

       “ไม่เอา เดี๋ยวมึงเดินหนีกูอีก” พูดจบก็เอาแขนมาพาดคอผมใหม่ ไอ้นี่หนิ หนักโว้ย

            “เออๆ รีบๆเดินกูหิว จะแดกมึงได้ทั้งตัวละ” ผมได้แต่เออออตามมันไป ขี้เกียจเถียงด้วยละ เปลืองพลังงาน

 

         ไม่นานเราทั้งคู่ก็เดินมาถึงโรงอาหาร จริงๆ โรงอาหารวิศวะก็ไม่ได้ไกลหรอก คือ ตัวคณะสถาปัตย์กับคณะวิศวะอยู่ในรั้วเดียวกัน แค่มีถนนกั้นระหว่าง 2 คณะก็แค่นั้นเอง 



               วันนี้เปิดเทอมวันแรก คนเลยเยอะน่าดู เฮ้อ รู้งี้ผมน่าจะเชื่อไอ้หมอกตั้งแต่แรก เพราะจำนวนนักศึกษาสถาปัตย์กับวิศวะ ต่างกันอยู่หลายเท่า เหมือนวันนี้ทุกคนพร้อมใจมากินข้าวกลางวันกันที่นี่เลยแหะ ทั้งที่มันก็ยังไม่เที่ยง แต่สงสัยทุกคณะจะเป็นแบบนี้เหมือนกัน วันแรกคงยังไม่สอนอะไรมาก เลยปล่อยก่อนเวลา แล้วเป็นไงละครับ คนแน่นเอี๊ยดเต็มโรงอาหารเลยเนี่ย


               “คนเยอะชิบ เห็นมั้ยกูบอกแล้วให้ไปกินโรงถาปัตย์ ไม่เชื่อกู” ไม่ทันไรผมก็ได้ยินเสียงบ่นจากไอ้หมอกที่เดินอยู่ข้างๆ

               “ก็วันนี้วันเปิดเทอมนี่หว่า คนเยอะเป็นธรรมดา อย่าบ่น ไปกินไหนก็คนเยอะเหมือนกันแหละ ไปต่อแถวเหอะ ก่อนคนเยอะกว่านี้ มึงกินเหมือนกูป่าว” ผมหันไปบอกมัน หงุดหงิดเรื่องหิวแล้ว ยังหงุดหงิดเรื่องคนเยอะอีก เมื่อไหร่ผมจะได้กินข้าวเนี่ย

 

         “เออ กินเหมือนมึงอ่ะ ฝากซื้อด้วยแล้วกัน กูไปหาที่นั่งก่อน” เป็นแบบนี้เสมอเวลามากัน 2 คน แล้วก็เวลาที่กินเหมือนกัน มักจะให้คนนึงซื้อ อีกคน นั่งเฝ้าโต๊ะเสมอ วันนี้วันแรก ยอมให้มันก่อนแล้วกัน มันตามใจเรื่องที่มากินที่นี่ละ

 

            “โห แถวยาวจริง” ผมเดินมาถึงหน้าร้านก๋วยเตี๋ยวร้านโปรด ร้านนี้อร่อย ผมชอบกินมาก แต่คนอื่นก็ชอบกินเหมือนกัน คนเลยเยอะขนาดนี้ แถวยาวเหยียดยันบันไดเลย แต่ก็ต้องต่อ เพราะที่มากินที่นี่เพราะอยากกินร้านนี้นี่นา 


               แถวค่อยๆ ขยับไปเรื่อยๆ ผมที่ไม่รู้จะทำอะไรก็หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเล่นบ้าง ผมไม่ได้เล่นอะไรมากมายหรอก แค่ไลน์ เฟสบุ๊ค ทวิตเตอร์ เอง ไลน์ก็มีเอาไว้คุยงาน แชทสาวๆ หรือครอบครัว ส่วนเฟสบุ๊คนี่มีไว้อัพเดทสเตตัส กับเลื่อนฟีดข่าวเท่านั้น แต่ทวิตเตอร์นี่ เอาไว้บ่นล้วนๆ เลยครับ ผมไม่รู้หรอกนะว่าผู้ชายคนอื่นเค้าเล่นกันหรือเปล่า แต่ผมไม่ได้สนใจอะไรอยู่แล้ว  ผมคลิกที่แอพลิเคชั่นนกสีฟ้าทันที หลังจากที่ปลดล็อคโทรศัพท์ 



หิวแล้ววววว เมื่อไหร่จะได้กินเนี่ย

ผมพิมพ์ข้อความนี้ลงในทวิตเตอร์ของผม หลังจากที่ยืนรอมาได้สักพัก ท้องเจ้ากรรมก็ส่งเสียงร้องออกมาเป็นระรอก ไม่รู้คนที่ยืนอยู่ใกล้ๆ ผมจะได้ยินหรือเปล่า ไม่น่าตื่นสายเลยจริงๆ แถวก็เขยิบไปข้างหน้าอย่างช้าๆ ไม่รู้ว่าคนเยอะเกินไปหรือเค้าทำช้ากันแน่เนี่ย เริ่มหงุดหงิดแล้วนะ


เอ๊ะ รู้สึกแปลกๆ เหมือนมีอะไรมาโดนหลัง ผมเลยหันหลังไปมองก็พบกับโทรศัพท์เจ้ากรรมที่มันกำลังดันผมอยู่จากคนตัวสูงทางด้านหลัง ผมหันไปมองคนข้างหลังสักพัก แต่เค้าก็ยังไม่รู้ตัวว่า เค้าขยับเข้ามาใกล้ผมมากเกินไปจนโทรศัพท์ที่เค้าเล่นอยู่มันดันหลังผมแล้วเนี่ย


“เอ่อ ขอโทษนะครับ ช่วยถอยไปนิดนึงครับ พอดีโทรศัพท์มันดันหลังผม” ผมพูดเสียงเรียบ พยายามกดความหงุดหงิดเอาไว้ จริงๆ ถ้าไม่หิวนี่จะไม่อะไรเลยนะ

“โอ๊ะ โทษที ไม่ได้มอง” ร่างสูงเงยหน้าจากโทรศัพท์ แล้วสบตากับผม พลางยิ้มเล็กๆ

“ไม่เป็นไรครับ” ผมพูดเท่านั้นแล้วก็หันหน้ากลับมาที่เดิม ใจสั่น สั่นเลย รู้แต่ว่าหล่อ ผู้ชายอะไรวะ ผมที่แมนทั้งแท่งยังใจสั่นเลยอะ หล่อมาก ตัวก็สูง ผิวก็เนียน ตาคม คิ้วเข้ม โห ครบสูตร นี่ขนาดผมมองเค้าแค่แปปเดียวนะเนี่ย

 

หันกลับมาได้ไม่นาน ก็รู้สึกถึงสิ่งที่กำลังดันผมอยู่อีกครั้ง ผมเลยค่อยๆ หันไปมองคนข้างหลังครั้งอีกที ก็ไอ้โทรศัพท์เครื่องเดิมที่มันกำลังดันหลังผมอยู่เนี่ย มันดันมาที่ผมเรื่อยๆ เลย


 

“ขอโทษนะครับ มันดันผมอีกแล้ว แหะๆ” ผมหันไปพูดเสียงแห้งเลยทีนี้ 2 รอบแล้วนะไอ้หล่อ

“โทษทีตัวเล็ก เล่นโทรศัพท์เพลินไปหน่อย” ทีนี้ไม่พูดเปล่า ยังยิ้มแบบกวนมาให้ผมอีก โว้ยยยยย จะไม่อะไรเลย ถ้าไม่เรียกกูตัวเล็ก อย่ามาเรียกแบบนี้ได้มั้ย ผมไม่ชอบเลย

“ครับ” ผมตอบแล้วรีบหันหน้ามาที่เดิมอย่างไว ไม่น่าไปชมมันเลยเมื่อกี้ ถึงจะชมมันในใจก็เถอะ พูดเหมือนผมเป็นผู้หญิงตัวเล็กน่ารักอย่างนั้นแหละ มาเรียกผมแบบนั้น โอยยยยแล้วเมื่อไหร่จะถึงคิวผมเนี่ย


ไม่นาน เออ ไม่นานจริงๆ ก็ถึงคิวผมสักที

“ผมเอา เส้นเล็กน้ำตก ใส่ใข่ 2 ชาม ครับ” พอถึงคิว ผมก็รีบสั่งทันทีแบบไม่ต้องคิด เวลามาร้านนี้ ก็กินอยู่ไม่กี่อย่างเท่านั้นแหละ

“2 ชาม 74 บาทจ้า” แม่ค้าบอกพลางยื่นถ้วยก๋วยเตี๋ยวมาให้ผม

“นี่ครับ” ผมเตรียมเงินไว้พอดี เพราะผมมาร้านนี้จนจำราคาได้ทุกเมนูแล้ว ผมเขยิบตัวไปด้านซ้าย เพื่อที่จะได้ปรุงของตัวเอง ส่วนของไอ้หมอก ไม่ต้องปรุง เพราะไอ้นี่กินก๋วยเตี๋ยวแบบไม่ปรุง เวลาผมถาม มันก็มักจะตอบกลับมาว่า อยากกินแบบรสธรรมชาติ จ้า ธรรมชาติจ้า


“เอาอะไรจ้ะ” เสียงแม่ค้าถามไอ้หล่อ

“ผมเอา เหมือนของคนนี้อ่ะครับ” ไม่พูดเปล่า ยังใช้นิ้วจิ้มมาที่หัวผมอีก เออ รู้แล้วว่าเตี้ย ไม่ต้องย้ำหรอกแหม่

 

“โทษที พอดีอยากกินแบบตัวเล็กน่ะ” เหมือนเค้าจะรู้ว่าผมมองเค้า เค้าเลยหันมาบอกผมด้วยหน้าตาที่ไม่ได้รู้สึกรู้สาอะไรเลย แถมยังยิ้มตาหยีมาให้อีก อะไรกูไม่ใช่ผู้หญิงนะโว้ย ไม่ต้องมายิ้มแบบนี้ ไม่รู้สึกอะไรหรอก

 

“ครับไม่เป็นไร แต่อย่าเรียกผมว่าตัวเล็กอีก ไปนะครับ” ผมบอกเสียงเรียบ แล้วรีบหยิบชามก๋วยเตี๋ยวทั้งสองชามออกจากหน้าร้านแล้วเดินไปที่โต๊ะของหมอก

ไม่ต้องสงสัยว่าทำไมผมถึงหาโต๊ะของหมอกเจอ เพราะส่วนใหญ่มีไม่กี่โต๊ะเท่านั้นที่พวกเราจะนั่ง เรามักจะนั่งโต๊ะริมสุด เพราะมันติดกับบรรยากาศด้านนอก ที่นี่ไม่ใช่โรงอาหารติดแอร์ แต่เป็นแอร์ธรรมชาติ มหาวิทยาลัยของผมปลูกต้นไม้เยอะ มันก็เลยสบายตาหน่อย แถมไม่ต้องไปเบียด อึดอัดกับคนทั้งโรงอาหารอีก


“ช้าจังวะ” มาถึงกูได้ยินเสียงบ่นจากไอ้หมอกเลย

“คนเยอะนี่หว่า เอ่า เอาไป ก๋วยเตี๋ยวไม่ปรุงของมึง” ผมยื่นชามก๋วยเตี๋ยวของไอ้หมอกให้มันก่อนจะลุกไปซื้อน้ำ

“ไปไหนอีก” หมอกเอ่ยพลางเงยหน้าจากชามก๋วยเตี๋ยว

“ไปซื้อน้ำ มึงเอาไรมั้ย” ผมหันไปบอกมัน

“กูเอาเหมือนมึง” อีกแล้ว อีกแล้ว กินเหมือนกูตลอด แล้วงี้จะไม่ให้คนอื่นเข้าใจพวกผมผิดได้ยังไง



แบบเวลาไปไหนมาไหนกับไอ้หมอก 2 คน ผมกับมันมักกินอะไร หรือทำอะไรเหมือนๆ กัน คนรอบข้างก็มักเข้าใจผิด คิดว่าผมกับมันอะเป็นแฟนกัน ทั้งที่ความจริงไม่ใช่เลย แต่ผมก็ไม่ได้อะไรมากหรอก ขี้เกียจไปตามอธิบาย ยังไงคนพวกนั้นก็ไม่ได้เป็นอะไรกับพวกผมอยู่ละ นอกจากเพื่อนผู้หญิงในรุ่นนี่สิ ที่ชอบแซวผม 2 คนเหลือเกิน มักจะพูดว่า หมอกชา หมอกชา อะไรนี่ละ คู่จิ้น อ่ะ ที่เค้าเรียกกัน ในรุ่นผมมีสาววาย ที่แบบชอบให้ผู้ชายกับผู้ชายชอบกันอยู่เยอะพอสมควร แต่พวกนั้นก็รู้ดี ว่าพวกผมน่ะเพื่อนกัน แต่แค่แซวเล่นไปอย่างนั้นแหละ ผมกับไอ้หมอกก็เลยไม่ได้ว่าอะไร บางทีนึกสนุก ก็แกล้งทำเป็นซบกันบ้าง ให้พวกเธอกรี๊ดกันเล่น


ความจริงผมไม่ได้มีแค่ไอ้หมอกหรอกนะ กลุ่มผมมีกัน 5 คน มีผม หมอก ตะวัน แล้วแฝดนรกอย่าง แทน กับ ทันอีก แต่จะว่าไป วันนี้ผมยังไม่ได้คุยกับอีก 3 คนเลยนี่หว่า วันนี้ตอนนั่งเรียนก็ไม่เห็น ไม่ได้มองหาด้วย เพราะมัวแต่อ่านใบโปรแกรม กับนั่งหลับตอนต้นคาบ 



“เอาน้ำเปล่า 2 ขวด ครับ”

“14 บาท” เสียงเจ้าของร้าน พร้อมยื่นขวดน้ำ 2 ขวดมาให้ผม

“นี่ครับ” ผมรับขวดน้ำมา แล้วเดินกลับไปที่โต๊ะ

 

ระหว่างเดินก็นึกถึงอีก 3 คนที่วันนี้ผมยังไม่ได้เจอหน้า อะไรกัน วันแรกก็ขาดสะแล้วหรอวะ

“อะ คืนกูด้วย 44 บาท” ผมบอกแล้วดันขวดน้ำไปตรงหน้าไอ้หมอก

“เออๆ รู้แล้ว” มันบอกพร้อมกับคีบลูกชิ้นมาให้ผม

“มึงให้กูทำไม มึงไม่กินหรอ” ผมถามพลางคีบลูกชิ้นเข้าปาก เอ้า ก็มันให้แล้ว ก็กินสิครับ รออะไร

“แหม่ กินเข้าไปแล้วยังจะถามกูอีกหรอ กินไปเถอะ กูเห็นมึงหิว กินเยอะๆ จะได้โตไวๆนะ” ไม่พูดเปล่ายังมาขยี้หัวผม ไอ้เพื่อนเวร ผมเสียทรงหมด

“เออมึง วันนี้มึงเห็น ไอ้ตะวัน แทน ทัน มั่งมั้ย เมื่อเช้า” ผมถาม แต่ปากก็ยังเคี้ยวอยู่

“เออ ไม่เห็นวะ พวกมันไม่มากันหรอวะ กูลืมไปเลย” มันบอก ปากก็ยังเคี้ยวก๋วยเตี๋ยวไม่ต่างจากผม

“สงสัยไม่มา มึงลองไลน์ไปในกลุ่มดิ๊ เผื่อมันตอบ” ผมสั่งไอ้หมอก เพราะผมกำลังกินอยู่ ขี้เกียจหยิบโทรศัพท์มาไลน์เอง เลยใช้มันนี่ละ

“เออ แปป” มันหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา พิมพ์อยู่สักพัก

“แทนบอกว่า ทันไม่สบายเลยไม่ได้มา ส่วนตะวัน ตื่นสายเลยไม่ได้ไป” หมอกว่า แล้วก็ก้มกินต่อ

“อ่าว แล้วไมไม่บอกก่อนวะ ตอนหยิบใบโปรแกรมจะได้หยิบเผื่อ” ผมบ่น แต่ก็ยังกินอยู่

“ช่างเหอะ สงสัยพวกมันลืม ค่อยไปซีร็อกให้พวกมันก็ได้ กินเหอะ อยากกลับไปนอนและ” ไอ้หมอกว่า

“กลับไปนอนหรือกลับไปเล่นเกมส์กันแน่ เอาให้ดี” ผมพูด พลางทำหน้าตาล้อเลียนใส่มันไปที

“แหม่ ทำมาเป็นรู้ทัน เล่นเกมส์สิวะ 5555”

“กูกินหมดแล้วนะ มึงเสร็จยังเนี่ย” ผมถาม พลางชะโงกไปดูก๋วยเตี๋ยวของไอ้หมอก

“เออๆ เสร็จละ เอาชามไปเก็บ จะได้รีบกลับหอสักที”

“เออๆ” ผมลุกขึ้น เอาชามไปเก็บโดยที่มีหมอกเดินตามมาด้านหลัง

 

 


 

--ตาม(ใ)บัญชา—




Payu’s Part

 

“พี่ครับ ชาเขียวเย็นแก้วนึงครับ” หลังจากที่กินข้าวเสร็จผมก็เดินมาซื้อน้ำร้านข้างๆ ร้านก๋วยเตี๋ยว

ไม่นานแก้วชาเขียวก็ยื่นมาตรงหน้า พร้อมกับกระเป๋าสตางค์สีดำใบนึง

“เอ่อ กระเป๋านี่ ?” ผมชูกระเป๋าสีดำที่รับมาด้วยความงุนงง

        “อ๋อ ใช่ของเพื่อนน้องหรือเปล่า น้องเค้าลืมไว้หน้าร้าน น้องเค้ามาซื้อน้ำได้สักพักแล้วละ พี่เห็นน้องยืนคุยกับน้องคนนั้นเลยคิดว่าเป็นเพื่อนกัน พี่ฝากไปคืนน้องคนนั้นหน่อยสิ”


               ผมเปิดกระเป๋าสตางค์ด้วยความสงสัย แต่ก็ต้องร้องอ๋อ เพราะรูปในบัตรประชาชนกับบัตรนักศึกษาทำให้ผมรู้ว่า น้องคนนั้น ที่พี่ร้านน้ำพูดถึงคือใคร....

 

            “อ๋อ เพื่อนผมเองครับ เดี๋ยวผมเอาไปคืนให้เอง ขอบคุณนะครับ” ผมบอกแล้วเดินออกมาจากตรงนั้น ผมได้แต่คิดว่า ฟ้าเค้าคงอยากให้ผมได้รู้จักกับน้องคนนี้อย่างจริงจังสักที...

 

          Payu End 








--ตาม(ใ)บัญชา—

#ตามบัญชาใบชาพายุ

#ใบชาพายุ

 


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 5 ครั้ง

2 ความคิดเห็น

  1. #2 Blue_Sapphire (@blue_sapphire) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 17 มิถุนายน 2561 / 16:17
    ติดตามค่ะ
    #2
    0
  2. #1 แมวเหมียวจอมซน (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 15 มิถุนายน 2561 / 01:15

    รอพาร์ทสามอยู่งับ

    #1
    2
    • ความเห็นย่อยนี้ถูกลบแล้ว :(
    • #1-2 'mdab (@mydearesty) (จากตอนที่ 2)
      17 มิถุนายน 2561 / 00:51
      อัพแล้วจ้า
      #1-2