ร้ายมา รั ก ก ลั บ ไม่โกง : Fleet of love

ตอนที่ 9 : ร้ายมารักกลับครั้งที่ 8 : ความบังเอิญ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 457
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 23 ครั้ง
    9 พ.ย. 63

 

 

“พี่มาทำอะไรที่นี่” เสียงไม่คุ้นหูดังขึ้นพร้อมกับแรงจับที่แขน สะบัดแขนออกแล้วหันกลับไปดูจึงเห็นว่า คนที่จับแขนฉันอยู่คือเด็กหน้าตี๋ ตัวสูงราวๆ185 หน้าตาค่อนข้างดีไปจนถึงดีมาก ใบหน้าขาวเนียนใส แถมดวงตาข้างในยังดำขลับจนผู้หญิงอาย แต่ที่เห็นได้ชัดกว่าเครื่องหน้าคือ... เขาอยู่ในชุดนักเรียน

ฉันว่าฉันรู้จักเด็กคนนี้เป็นอย่างดีเลยแหละ

“ฉลาม” เอ่ยปากเรียกชื่อออกไป ในใจรู้สึกปลอดภัยขึ้นมาอย่างน่าประหลาด อาจจะเป็นเพราะว่าได้เจอคนรู้จักในที่ๆไม่คุ้นเคย

“พี่มาทำอะไรในที่นี่ครับ” คนตรงหน้าทวนประโยคเดิมพลางจ้องมาที่ฉันด้วยแววตาสงสัย

“แล้วฉลามล่ะ มาทำอะไร” ฉันถามกลับ ที่แบบนี้ไม่ใช่ที่ๆอยู่ๆใครจะมาก็มาได้ ไม่รู้สิ มันค่อนข้าง... เถื่อนน่ะ

“ตอบผมก่อนครับ” คนตรงหน้ามุ่นคิ้ว

“พี่หนี เอ่อ... พี่เข้ามาเพราะหลงน่ะ” โกหกออกไปเกี่ยวกับสาเหตุที่ทำให้ฉันเข้ามาที่นี่ แต่หลงทางคือเรื่องจริง ฉันไม่เคยมาแถวนี้ จึงไม่รู้ว่าทางออกมันอยู่ตรงไหน วิธีเดียวที่จะออกไปได้คือต้องย้อนกลับไปทางเดิม “แล้วฉลามล่ะ” ฉันรีบถามกลับ ก่อนที่เด็กมันจะถามอะไรไปมากกว่านี้

“ผมเอารถมาซ่อมให้เพื่อน” พูดพลางหันกลับไปมองอู้ซ่อมรถด้านหลัง มีมอเตอร์ไซค์ยี่ห้อไทรอัมพ์ที่กำลังเป็นที่นิยมในกลุ่มวัยรุ่นขณะนี้จอดอยู่ ไม่คิดว่าจะบังเอิญมาเจอคนรู้จักแถวนี้นะเนี่ย โชคดีเป็นบ้า

“แล้วจะกลับเลยไหม” รีบโพล่งถามออกไป 

“ครับ รถซ่อมเสร็จแล้ว” 

“งั้นพี่ขอไปด้วยคน” 

“ครับ? ” คนตรงหน้ามีแววตาประหลาดใจ

“ฉลามพาพี่ออกไปจากตรงนี้หน่อย... พี่หลงไง” ฉันพูดขยายความหลังจากที่เด็กมันทำหน้างง

“อ๋อ ครับ งั้นรอแป๊บนะ” พูดจบ ฉลามก็หมุนตัวเดินตรงไปที่อู่ซ่อมรถ แต่ดูเหมือนเด็กมันจะพึ่งนึกบางอย่างขึ้นได้ จึงหยุดเดินแล้วหันกลับมามองฉัน “ตามมาสิครับ จะอยู่ให้ไอ้พวกนั้นมันมองทำไม” 

ดุคนก็เป็นแฮะ เห็นหน้าซื่อๆหงิมๆแบบนี้ แต่เอ๊ะ เกือบลืมไปเลยว่าเดือนที่แล้วฉันเจอฉลามตอนที่เกือบจะมีซัมติงกับยัยนกหวีดนั่น... ไม่รู้ป่านนี้จะมีไปแล้วหรือยัง เพราะถ้ามีคงเสียดายของแย่

ฉันหมายถึงฉลามน่ะนะ

“ใส่ไว้ครับ” ได้สติตอนที่หมวกกันน็อคถูกยื่นมาตรงหน้า รับมันมาก่อนที่เด็กมันจะหันไปสวมหมวกให้ตัวเองบ้าง เสื้อนักเรียนที่ถูกดึงออกมานอกกางเกง บวกกับกระดุมเม็ดบนที่ถูกปลดออกสามเม็ดทำให้ฉันเผลอนึกถึงเรื่องคืนนั้นขึ้นมาอีกหนพลางลอบกลืนน้ำลาย

‘ไหนฉลามบอกว่าอยากลองมีครั้งแรกกับพี่ไง’

‘ครั้งแรกของฉลามทั้งที เราไปที่ดีๆกว่านี้กันเถอะ’

สรุปเด็กมันถูกพรากความบริสุทธิ์ไปแล้วหรือยังวะ

“อ๊ะ” อยู่ๆวัตถุบางอย่างก็ถูกโยนเข้าใส่ร่างจนฉันเกือบคว้ามันไว้ไม่ทัน นี่มัน... เสื้อกันหนาวหรอ? “อะไรฉลาม” ถามออกไปอย่างงงๆ หรือเขาจะรู้ว่าฉันแอบคิดอะไรอยู่ ถึงได้ลงโทษฉันด้วยการปาของใส่แบบนี้

บ้าน่า เป็นเทวดาหรือไงถึงอ่านความคิดฉันออก

“ใส่ไว้ครับ” พูดพลางหลุบตามองร่างกายส่วนล่างของฉัน สายตาคู่นั้นไม่ได้ส่อแววลามกแต่อย่างใด เด็กมันแค่เตือนฉันเท่านั้น 

ที่แท้ก็เอามาให้ฉันปิดขาอ่อน สุภาพบุรุษจังเลยพ่อคุณ

“ถ้าไม่อยากให้พวกไอ้หื่นนั่นจำภาพพี่ไปทำอย่างอื่นก็รีบขึ้นรถ” เดี๋ยวนะ ว่าแต่นี่มันประโยคแบบไหนกัน แสดงความเป็นห่วงเป็นใยหรือว่าแอบแขวะฉันอยู่

“เดี๋ยวสิ แล้วอย่างอื่นที่ว่านี่มันอะไรหรอ” ก้าวเข้าไปหาเด็กที่อายุห่างจากฉันไม่น่าจะต่ำกว่าสามปี พลางกระพริบตามองอย่างไร้เดียงสา ทั้งๆที่รู้อยู่แก่ใจดีว่า ‘อย่างอื่น’ ที่ฉลามพูดหมายถึงอะไร

ฉันแค่อยากกำราบเด็กที่มันกล้าสั่งสอนผู้ใหญ่น่ะ

“ขัดจรวดครับ” แต่ไม่คิดว่าเด็กมันจะสวนกลับโต้งๆแบบนี้ แถมยังตรงซะจนคนถามอย่างฉันหน้าเหวอไปเลย

“ฮึ่ม” แกล้งกระแอมไอแล้วเฉไฉหันไปมองทางอื่น ไม่น่าเล่นเลยกู น่าจะรู้แต่แรกแล้วว่าเด็กมันใสแค่หน้า แต่นิสัยไม่ได้ใสตามไปด้วย

นี่อิปลามันจะรู้ไหมว่าน้องมันต่อปากต่อคำกับผู้หญิงเก่งแบบนี้

“ใส่หมวกกันน็อคด้วยครับ” หลังจากเด็กมันใส่ของตัวเองเสร็จก็สตาร์ทรถแล้วหันมาออกคำสั่งกับฉัน เมื่อกี้ฉันว่าฉันเห็นเด็กมันยิ้มนะ แต่ช่างเหอะ ตอนนี้รีบออกไปจากตรงนี้ก่อนดีกว่า ก่อนที่คณินจะตามหาฉันเจอ

หลังจากผูกเสื้อไว้กับเอวและใส่หมวกเสร็จเรียบร้อยแล้ว ฉันก็ขึ้นมาคร่อมมอเตอร์ไซค์คันโตโดยใช้ไหล่ของฉลามเป็นตัวช่วยพยุง ที่เด็กมันใจดียอมให้ฉันซ้อนรถมาคงเห็นว่าฉันเป็นเพื่อนไอ้ปลานั่นแหละ ไม่เสียแรงที่วันนั้นบังเอิญเจอกันเข้า ไม่อย่างนั้นฉลามก็คงจำฉันไม่ได้

ทางที่ฉลามพาฉันกลับคือทางเดิมที่ฉันเข้ามา ผู้คนค่อนข้างพลุกพล่านจึงขับเร็วมากไม่ได้ แต่ถึงอย่างนั้นฉันก็ต้องหาที่ยึดอยู่ดี นั่งรถสูงๆแล้วตัวมันเหมือนจะปลิวยังไงไม่รู้

“ฉลาม” เอ่ยเรียกชื่อคนขับโดยที่ไม่รู้ว่าเขาจะได้ยินหรือเปล่า แต่ดูจากท่าทางการชะลอรถนั่นแล้ว เลยทำให้ฉันรู้ว่าเขากำลังรอให้ฉันพูดอยู่ ดังนั้นฉันจึงไม่รีรอแล้วถามออกไป “พี่จับเสื้อนายได้ไหม” ตะโกนออกไปผ่านหมวกกันน็อค 

“...” แต่ปรากฏว่าไร้เสียงตอบรับจากหมายเลขที่ท่านเรียก ตกลงได้ยินหรือไม่ได้ยินวะ

“พี่กลัวตก ไม่ได้อยากแต๊ะอั๋ง” หรือเด็กมันกำลังคิดลบกับฉันอยู่ถึงได้เงียบไปแบบนั้น “งั้นไม่... ” 

หมับ

“จับได้ครับ ไม่จับเดี๋ยวก็ปลิว” อยู่ๆแขนก็ถูกดึงไปจากฝีมือของคนข้างหน้า หัวโขกเข้ากับหมวกกันน็อคของเขาโดยไม่ตั้งใจ แต่มือนี่สิ มันอยู่ผิดตำแหน่งหรือเปล่า

ที่ฉันจะจับคือชายเสื้อแถวๆเอวเขา ไม่ได้อยากกอดซะหน่อย

ระหว่างที่กำลังสับสนว่าจะเอามือไปไว้ตรงไหนดี อยู่ๆหางตาฉันก็สบเข้ากับร่างสูงที่แสนคุ้นตากำลังเดินอยู่อีกฝั่งของถนน... นั่นมันคณินนี่

ขวับ

รีบหันหน้ามาอีกทางเพราะกลัวคณินเห็น มืออีกข้างคว้าหมับไปที่เอวของฉลามก่อนจะมุดหน้าลงที่แผ่นหลังและหลับตาพริ้ม ภาวนาให้เด็กมันรีบขับรถออกไปจากตรงนี้เร็วๆ

ทันทีที่รู้สึกว่ารถออกมาจากซอยนั้นแล้ว ฉันจึงค่อยๆผละตัวออกมาจากแผ่นหลังหนา ก่อนจะหันกลับไปมองด้านหลัง

คณินไม่ได้อยู่ในระยะสายตาที่ฉันจะมองเห็นแล้ว เด็กนั่นจำฉันไม่ได้ ต้องขอบคุณหมวกกันน็อคใบโตนี่ ไม่งั้นฉันคงโดนตามตัวกลับแล้ว

 

TO BE CONTINUED

V
v
เจิม

ไม่มีคำอธิบาย

ต่อปากต่อคำเก่งจังเลยพ่อคู้นนน มวยถูกคู่ก็วันนี้แหละ

ตามมาให้กำลังใจบรรดาเหล่าลูกเล็กเด็กแดงของเจ๊พีทเราได้นะค้าาา

เริ่มเจ้มจ้นแล้ว

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 23 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

35 ความคิดเห็น