ร้ายมา รั ก ก ลั บ ไม่โกง : Fleet of love

ตอนที่ 8 : ร้ายมารักกลับครั้งที่ 7 : เปลี่ยนไป

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 506
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 29 ครั้ง
    4 ธ.ค. 63

 

 

@ บนรถ

“วันนี้อยากกินไรไหม เดี๋ยวเลี้ยง” หันไปถามคนข้างกายที่เงียบไปตั้งแต่ที่รถแล่นตัวออกมา นี่กะจะไม่พูดกันเลยใช่ไหม ฉันง้อใครไม่เก่งหรอกนะ ที่ง้อเนี่ย เพราะเห็นว่าปกติคณินไม่เคยเป็นแบบนี้ และเด็กมันก็ทำตัวดีกับฉันมาตลอด

“ผมไม่หิวครับ” ดูสิ ประหยัดคำพูดยิ่งกว่าประหยัดเงินในกระเป๋าอีก

“งั้นไปซุปเปอร์ฯ ซื้อของไปกินที่ห้องนายกัน” ฉันเสนอ ไม่ได้ไปห้องเด็กมันก็นานแล้วเหมือนกัน ก็คงจะเรียบร้อยไม่มีแม้แต่ไรฝุ่นเหมือนเดิมนั่นแหละ

“เอาไว้วันหลังดีกว่าครับ” หึ ว่าละว่าต้องได้คำตอบแบบนี้

“เพราะอะไร” หันขวับไปถาม ดูซิว่าจะแถไปได้อีกนานแค่ไหน

“เพื่อนผมมาอยู่ด้วย” 

“เพื่อน? ” เอียงคอถามอย่างไม่เชื่อหู ปกติคณินไม่เคยพาใครไปที่ห้องนี่ เขาเคยบอกฉันว่าไม่ชอบให้ใครเข้ามายุ่งวุ่นวายในพื้นที่ส่วนตัว แต่อย่าเหมารวมฉันนะ

เพราะฉันเป็นกรณีพิเศษ ที่มักจะไปหาเขาโดยไม่รับคำชวนอยู่บ่อยๆ

“ครับ เพื่อนมาอยู่ด้วย วันนี้เลยไม่สะดวกพาพี่ไป” ตอบกลับมาโดยที่สายตายังคงโฟกัสอยู่ที่ถนน

“อ้อออ หรอ งั้นไม่เป็นไร ส่งฉันที่คอนโดแล้วนายขับรถกลับเลย” ถ้าจะให้ฉันเชื่อแบบนั้นฉันก็จะยอมเชื่อเขาดูสักครั้ง แต่ถ้าหากฟังน้ำเสียงดูดีๆแล้วก็จะรู้ว่าฉันตั้งใจประชด

“ไม่ดีกว่าครับ เดี๋ยววันนี้ผมจะเรียกรถกลับเอง พี่จะได้มีรถใช้” แต่แทนที่เด็กมันจะง้อฉันกลับยิ่งเติมฟืนเข้าไปในไฟอีก

ยุบหนอพองหนอไว้อีพีท อย่าพึ่งระเบิดมันออกมา 

“แต่พี่อยากให้คณินมารับ ได้ยินชัดไหม” สูดหายใจเข้าเฮือกใหญ่ก่อนจะเค้นเสียงพูดออกมา แถมยังเปลี่ยนมาแทนด้วยคำว่า ‘พี่’ เพื่อบ่งบอกว่าฉันซีเรียส 

“...” 

“คณิน พี่ถามหน่อยเหอะ ตกลงเป็นอะไร แบบนี้มันไม่ปกติเลยนะ รู้ไหมว่าคณินกำลังทำพี่หงุดหงิด” ครั้งนี้มันคือฟางเส้นสุดท้ายของฉัน ฉันไม่รู้จะง้อเด็กมันยังไงแล้ว 

“...” เงียบนักใช่ไหม ได้

“ถ้ายังไม่ตอบก็จอด พี่จะลงตรงนี้” ทำท่าจะเปิดประตูลงไปแต่เด็กมันกลับไม่มีปฏิกิริยาอะไรเลย สุดท้ายก็หันกลับมานั่งหลังตรง ซัดหลังลงกับเบาะรถอย่างหัวเสีย ต่างจากอีกคนที่เงียบ เงียบ แล้วก็เงียบ

“...” 

“พี่ทำอะไรให้คณินไม่พอใจมากนักหรอ... หรือเป็นเพราะว่าวันนั้นพี่ลืมจ่ายตังค์ค่าตัวให้คณินแล้วหนีกลับห้อง” 

เอี๊ยดดด 

อยู่ๆคณินก็หักพวงมาลัยเข้าข้างทางแล้วเบรคลงกระทันหัน หึ แสดงว่าได้ผลสินะ

“พี่ก็รู้ว่ามันไม่ใช่แบบนั้น ผมไม่เคยอยากได้เงินจากพี่” เด็กมันหันมาจ้องหน้าฉันทันทีที่รถจอดสนิท ฉันรู้ว่าคณินไม่ได้โกรธฉันเพราะเรื่องนี้ แต่ถ้าฉันไม่พูดแบบนั้นออกไปเด็กมันจะหันมาคุยกับฉันดีๆหรอ

“แล้วคณินมาทำงานนี้ทำไม” ฉันเล่นไปตามน้ำเพราะถ้าไม่หยิบเอาเรื่องนี้ขึ้นมาพูด ฉันก็ไม่รู้จะหาเรื่องไหนมาคุยกับเด็กมันแล้ว

ที่ผ่านมาฉันกับคณินไม่ได้อยู่ด้วยกันเพราะความชอบพอ ฉันจ่ายเงินให้เขาเพื่อให้มานั่งดื่มเป็นเพื่อนฉัน ครั้งแรกเราเจอกันที่ผับ มีรุ่นพี่ที่รู้จักเป็นคนแนะนำให้ หลังจากนั้นคณินก็คอยดูแลฉันมาตลอด และทั้งหมดนี้เราต่างฝ่ายต่างรู้ว่ามันคืองาน คนอื่นก็แบบนี้ เพียงแค่คณินต่างจากคนพวกนั้นตรงที่เด็กมันไม่ได้เห็นแก่เงินอย่างเดียว เด็กมันดีกับฉันมากซะจนฉันรู้สึกว่าคณินไม่ใช่แค่เด็กนั่งดริ๊งก์ เราไม่ใช่แค่ลูกจ้างกับนายจ้าง

แต่พักหลังๆมานี้คณินมักจะขอไม่รับเงินค่าจ้างทั้งๆที่ก่อนหน้านี้เราเคยตกลงกันไว้ แล้วถ้าไม่รับ เด็กมันจะเอาเงินที่ไหนไปส่งตัวเองเรียน คิดว่าฉันไม่รู้หรอว่าที่คณินมาทำงานแบบนี้เพราะอะไร คนๆเดียวต้องรับหน้าที่หาเลี้ยงทั้งครอบครัว ไหนจะแม่ที่ป่วยและน้องที่ยังเรียนไม่จบอีกล่ะ

“...” 

“เป็นอะไรก็พูดมาสิคณิน พี่ไม่ชอบนะที่เห็นเราเป็นแบบนี้” วางมือไปที่ท่อนแขนที่กำลังจับพวงมาลัยอยู่

“ผมแค่อยากออกมาอยู่ในที่ของตัวเอง” ในที่สุดคนตรงหน้าก็ขยับริมฝีปากขึ้นพูด

“...” 

“วันก่อนผมได้ยินเพื่อนพี่คุยกันว่าแฟนเก่าพี่กลับมา เลยคิดว่าไม่ควรเข้าไปแทรกกลางระหว่างพี่กับเขา” ที่หายหน้าหายตาไปหลายวันเพราะเรื่องนี้จริงดิ นี่มันน่าโมโหยิ่งกว่าการถูกเมินอีกนะ 

“เลยคิดจะเว้นระยะห่างกับฉันเพราะเรื่องนั้น? ” กลับมาใช้สรรพนามแทนตัวเองเหมือนเดิมเพราะความโมโห

“...” เงียบแบบนี้แปลว่าจริงสินะ

“นายดูถูกฉันเกินไปแล้ว คิดว่าฉันจะกลับไปคบกับไอ้คนเลวๆพรรค์นั้นหรอ” ผละมือออกจากแขนคนตรงหน้าแล้วหันมานั่งท่าตรง คณินโคตรน่าโมโหเลย

“แต่ตลอดเวลาที่ผ่านมา การที่พี่ไม่คบใครมันแปลว่าพี่ยังไม่ลืมเขา” อะไรนะ คิดงั้นจริงดิ

“เป็นฉันหรอถึงมาคิดแทนฉัน” โพล่งออกไปพลางสูดหายใจเข้าเฮือกใหญ่เพื่อให้ตัวเองไม่ระบายอารมณ์ใส่คนตรงหน้า ถือว่าเก่งนะคณินที่ไม่ถูกคนเจ้าอารมณ์อย่างฉันด่ากลับด้วยถ้อยคำแรงๆ “ฉันกับไอ้ศรเราจบกันไปนานแล้ว ไม่มีทางจะกลับไปเป็นเหมือนเดิมได้ และที่ฉันไม่คบใคร ไม่ได้แปลว่าฉันยังไม่ลืมคนเก่า... เพราะฉันไม่เชื่อในความรักต่างหาก ฉันไม่เชื่อว่ารักแท้มันจะมีอยู่จริงบนโลกใบนี้ ทุกคนล้วนแต่หักหลังกันไปกันมา” 

“...” ใบหน้าคมหันมาสบตา แววตามันก้ำกึ่งระหว่างความสับสนและความรู้สึกผิด

“และถ้าเผื่อนายลืมนะ ฉันจ้างนายให้มาอยู่เป็นเพื่อนฉันตอนเหงา ไม่ได้จ้างให้มาตัดสินชีวิตฉันแบบนี้” 

ปัง

“พี่พีท” เสียงเรียกดังขึ้นหลังจากที่ฉันเปิดประตูแล้วลงจากรถมา ฉันต้องไปจากที่นี่ให้เร็วที่สุด ก่อนที่ฉันจะเผลอระบายอารมณ์ใส่เด็กคนนี้ ทุกครั้งที่มีเรื่องไอ้ศรเข้ามาเกี่ยวข้อง ฉันมักจะหัวร้อนขึ้นมาง่ายดายเสมอ พอรู้ว่าที่คณินเป็นแบบนี้เพราะเรื่องไอ้ศร ฉันก็ยิ่งโกรธ ยิ่งโมโห ทำไมคนอย่างมันต้องเข้ามามีบทบาทในชีวิตฉันซ้ำแล้วซ้ำเล่าด้วย 

เดินหลบเข้ามาในซอยที่คิดว่าคณินน่าจะขับตามฉันเข้ามาไม่ได้เพราะซอยนี้ห้ามรถยนต์เข้า และข้างนอกก็ไม่มีที่สำหรับจอดรถ เป็นซอยเล็กๆที่มีคนขายกับข้าวตามข้างทาง รถประเภทเดียวที่วิ่งได้คือมอเตอร์ไซค์ ไม่ก็จักรยาน  

รู้ตัวอีกทีฉันก็เดินเข้ามาจนลึกสุดซอยแล้ว

“บ้าเอ๊ย” สบถออกมาเมื่อเห็นว่าทางข้างหน้าเป็นทางตัน ส่วนซอยที่อยู่ขวามือก็ดันมีแก๊งค์เด็กแว๊นจอดรถเรียงรายเต็มไปหมด ทางไหนดีวะ กลับไปก็เสี่ยงเจอคณิน แต่ถ้าเลี้ยวก็ต้องผ่านกลุ่มชายที่นั่งอยู่เป็นสิบๆ วันนี้ฉันดันใส่ทรงเอผ่าหน้าความยาวแค่ 16 เซนติเมตร มาด้วยสิ

ไหนๆก็ไหนๆแล้ว เอาวะ ตายเป็นตาย ตอนนี้ฉันยังโกรธคณินอยู่ โดนสายตาพวกนั้นจ้องคงดีกว่าต้องไปเจอหน้าคนที่ไม่อยากเจอ

แต่ในขณะที่ฉันกำลังจะก้าวเท้าออกไป แขนฉันก็ถูกคว้าไว้จากทางด้านหลังซะก่อน

หมับ

“พี่มาทำอะไรที่นี่” 

 

วรั๊ยยย ใครคะ ใครคว้าแขนพี่พีทททท
 

TO BE CONTINUED

 

 

เม้นบ่อยๆนะค้าบบบ ไรต์จะอัปบ่อยๆๆๆๆๆเลยยย

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 29 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

35 ความคิดเห็น