ร้ายมา รั ก ก ลั บ ไม่โกง : Fleet of love

ตอนที่ 14 : ร้ายมารักกลับครั้งที่ 13 : คนนั้นหรือคนไหน (อัปครบ)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 486
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 35 ครั้ง
    20 พ.ย. 63

 

 

ตะวันที่สาดส่องเข้ามาผ่านทางหน้าต่างทุกๆเช้าๆมันคอยตอกย้ำให้ฉันอยู่กับความเป็นจริงที่ว่า หมอนั่นไม่ได้รักฉัน ทุกๆเช้าที่ฉันลืมตาตื่นขึ้นมาจะต้องพบกับคราบน้ำตาที่คลอตรงหน่วยตาเนื่องจากฝันอย่างเดิมซ้ำๆ นายคือแผลเป็นที่ฉันรักษาเท่าไหร่ก็ไม่หาย... คันศร

“อย่าไปนะศร” 

หมับ

“บอกว่าอย่าไป! ” เปล่งเสียงออกมาจนสุดเสียง คว้าบางอย่างมาไว้ในมือแน่น ก่อนจะรับรู้สึกลมร้อนที่เป่ารดเหนือใบหน้า ค่อยๆปรือตาขึ้นมองเพื่อปรับโฟกัสจึงพบเข้ากับดวงตาดำขลับที่อยู่ห่างออกไปไม่ถึงคืบ

เฮือก

“ฉลาม” เอ่ยเรียกชื่อคนตรงหน้าแล้วผละมือออกมาจากคอเสื้อไหมพรมตัวหนาทันที

“ครับ ผมเอง” คนตรงหน้าขยับริมฝีปากขึ้นพูด ตั้งสติแล้วหันมองไปรอบๆจึงเห็นว่าตอนนี้ตัวเองยังอยู่ในห้องสมุดของมหาลัย นี่ฉันหลับไปกี่ชั่วโมงเนี่ย แถมข้างนอกยังมืดแล้วด้วย

“ยังไม่กลับอีกหรอ” ยกมือขึ้นจัดผมเผ้าก่อนจะยกข้อมือขึ้นดูนาฬิกา เกือบจะสองทุ่มแล้ว ถ้าฉันตื่นช้ากว่านี้อีกสักสิบนาที บรรณารักษ์คงได้มาไล่ด้วยตัวเอง

“กลับไม่ได้ครับ” 

“? ” มองกลับด้วยสีหน้างุนงง หรือเขาจะทำตามที่ฉันบอกจริงๆ ที่บอกว่าให้เฝ้าน่ะ

“มีคนหลับ ไม่กล้าปลุก” 

“อ้าว แล้วทำไมไม่ปลุก” 

“ไม่เป็นไรครับ ไม่รีบ... ว่าแต่เมื่อกี้คิดว่าผมเป็นใครหรอ” คนตรงหน้าพูดพลางก้มลงมาเท้าแขนทั้งสองข้างลงกับโต๊ะ

“คิดอะไร” 

“ก็ที่อยู่ๆก็ละเมอว่าศรหรืออะไรสักอย่าง” แสดงว่าได้ยินหมดเลยสินะ

“อ่อ เรื่องนั้น... ไม่มีอะไรหรอก กลับบ้านกันเถอะ” ผุดลุกขึ้นจากเก้าอี้ พลางเก็บกระเป๋าและเดินนำฉลามออกมา เสียงโต๊ะถูกลากเข้าไปเก็บตามมาด้วยเสียงฝีเท้าที่เดินตามมาด้านหลัง

เมื่อไหร่ความฝันโง่ๆนั่นมันจะหายไปสักที เห็นไหม ขายหน้าคนอื่นอีกจนได้ นอกจากเพื่อนในกลุ่มที่โรงเรียนเก่าฉันอย่างมุกและจูน เพื่อนที่มหาลัยก็ไม่มีใครรู้รายละเอียดเกี่ยวกับคันศร พวกมันรู้แค่ว่าฉันมีปัญหากับแฟนเก่า และฉันก็เลี่ยงที่จะพูดถึงเรื่องนี้มาโดยตลอด พวกมันเลยไม่หยิบเรื่องนี้ขึ้นมาพูด 

“พี่กลับยังไง” เสียงทุ้มดังขึ้นด้านหลัง ฉันจึงชะลอฝีเท้าลงเพื่อให้เด็กมันตามทัน

“น่าจะแท็กซี่ วันนี้ไม่ได้เอารถมา” 

“อ่า... ” ตอบกลับมาสั้นๆก่อนจะเงียบเสียงไปแล้วตามฉันออกมาเงียบๆจนถึงหน้ามหาลัย 

“งั้นแยกกันตรงนี้นะ” หันไปกล่าวลา ก่อนจะแยกตัวไปขึ้นแท็กซี่อีกทาง

“ไปด้วยกันไหม เดี๋ยวผมนั่งไปส่งพี่ก่อน” คนข้างๆเสนอ ดูมีน้ำใจนะ แต่ว่าน้องมันเสียเวลาเพราะฉันมาหลายชั่วโมงแล้ว 

“แยกกันกลับไวกว่า บ้านอยู่ไกลจากที่นี่ไม่ใช่หรอเราอะ” หันไปตอบ เห็นปลาทูมันเล่าว่าบ้านนั้นหวงน้องชายคนสุดท้องคนนี้มาก ถึงขั้นประกาศว่าถ้ายังไม่จบม.6 ก็ไม่อนุญาตให้ออกมาอยู่ข้างนอกเอง ฉันยังแอบสงสัยเลยว่า คืนนั้นที่ฉันเจอเด็กมันที่ผับคือมาได้ยังไง แอบออกมาเที่ยวหรอ หรือจะปีนหน้าต่างออกมา 

“ไม่เป็นไรครับ ดึกแล้ว นั่งแท็กซี่คนเดียวมันอันตราย ตามผมมา” พูดจบก็คว้าแขนฉันให้เดินตาม ก่อนจะผละมือออกไปโบกแท็กซี่ให้อย่างเสร็จสรรพ เออ ไปก็ไปวะ งั้นถ้าโดนแม่ด่าก็อย่ามาโทษฉันทีหลังแล้วกัน

ฉันยิ่งมีปมกับเรื่องพวกนี้ด้วยสิ เหมือนในอดีตที่แม่ของคันศรไม่ชอบฉันเพราะกลัวจะทำลูกเขาเสียคน ใครมันจะไปชอบเด็กหลังห้องที่ชอบโดดเรียนอย่างฉันกันล่ะ จนท้ายที่สุดเราก็เลิกกัน ถึงจะไม่ใช่เพราะเหตุผลนั้นก็เถอะ

แม่ไอ้ศร ท่านคงดีใจไม่น้อยที่ฉันออกมาจากชีวิตลูกของท่านได้ และถ้าเดาไม่ผิดที่ไอ้ศรมันย้ายไปเรียนกับแฟนมันถึงเชียงใหม่ ส่วนนึงท่านคงอยากพามันไปพ้นหูพ้นตาฉัน และคงเข้ากันได้ดีกับแฟนใหม่ไอ้ศรไม่ใช่น้อย

มือที่โบกไปมาตรงหน้าทำให้ฉันได้สติกลับมา หลังจากขึ้นรถมาก็เอาแต่คิดถึงเรื่องในอดีตจนลืมไปว่ามีอีกคนที่กำลังนั่งรถมากับฉัน

“คิดอะไรอยู่ครับ” คนข้างๆผละมือออกไปแล้วเอ่ยถาม

“ปะ เปล่า... ลุงคะ ถึงแยกข้างหน้าเลี้ยวซ้ายเลยนะคะ คอนโดชื่อเดอะรีเจ้นท์” ตอบกลับไปก่อนจะหันไปบอกคนขับแท็กซี่ ไม่ถึงห้านาทีรถก็จอดลงที่หน้าคอนโด 

ก้าวลงจากรถแล้วปิดประตูลง กะว่าจะหันไปโบกมือลาเด็กมันสักหน่อย แต่คนขับก็ขับออกไปไวเกินเลยไม่ทันได้ร่ำลา ค่าแท็กซี่ก็ไม่ได้ให้ ไม่รู้จะรีบอะไรขนาดนั้น

ครืด

ขณะที่กำลังรอลิฟท์ โทรศัพท์ในกระเป๋าสะพายก็สั่นขึ้น

SHARK: ถึงห้องแล้วใช่ไหมครับ

ใครวะ ชื่อไม่คุ้น แถมยังส่งมาจาก iMessage ฉันมีเบอร์นี้อยู่ในเครื่องด้วยหรอ

PETE :  ใครอะ 

SHARK: พึ่งรู้ว่าพี่ไม่เก่งอิ้ง

ยังไม่ทันได้กดออก ข้อความใหม่ก็เด้งขึ้นมา เหมือนกับว่าคนๆนั้นกำลังเปิดหน้าต่างแชตค้างเอาไว้ แถมคนที่ส่งมายังเรียกฉันว่าพี่อีกต่างหาก เดี๋ยวนะ SHARK ภาษาอังกฤษที่แปลว่า ฉลาม น่ะหรอ

PETE : ฉลาม?

SHARK: อ่า แสดงว่าโทรศัพท์มี Google Translate

ทำไมกวนแบบนี้นะ ฉันไม่ได้เปิดสักหน่อย เห็นดังนั้นจึงรัวนิ้วลงไปบนคีย์บอร์ดทันที

PETE : ฉลามหรอ เอาเบอร์พี่มาจากไหน

 

….

 

พอดีกับที่ประตูลิฟท์เปิดกว้างออก ฉันจึงเข้ามาข้างในและเก็บโทรศัพท์ลงกระเป๋าก่อน ปกติเวลาอยู่ในลิฟท์ที่คอนโดมักไม่มีสัญญาณ กะว่าเดี๋ยวขึ้นไปข้างบนแล้วจะตอบ แต่พอถึงห้องแล้วก็มัวแต่ทำนั่นทำนี่เลยลืมไปเลยว่าฉันคุยกับคนในแชตค้างไว้ มาเห็นเอาตอนที่กำลังเตรียมตัวจะนอนว่ามีอีกหลายข้อความที่เด็กคนนั้นส่งมา

20.30 น.

SHARK: เจอในซองมาม่าครับ

SHARK: ฮ่าๆ

SHARK: ล้อเล่น 

SHARK: แอบเม็มตอนพี่หลับ เผื่อว่าวันไหนโทรหาปลาน้อยไม่ติด จะได้ตามถูก

 

22.30 น.

SHARK: อ้อ

SHARK: เมื่อกี้ตอนอยู่บนแท็กซี่ตัวพี่รุมๆ ว่าจะบอกแต่เรียกไม่ทัน ทานยาด้วยนะครับ

หลังจากอ่านข้อความเสร็จจึงยกฝ่ามือขึ้นแนบกับหน้าผากทันที ตัวรุมๆเหมือนที่ฉลามบอกเลย ทำไมตอนอาบน้ำเมื่อกี้ไม่รู้สึกนะ ถึงว่าหนักตาแปลกๆ ทีแรกก็นึกว่าแค่อาการง่วงนอนของคนนอนน้อย ที่ไหนได้น่าจะมีไข้

แต่เดี๋ยวนะ มีเรื่องนึงที่ฉันติดใจ ที่ฉลามบอกว่าแอบเอาเบอร์ฉันไปตอนฉันหลับนั่นก็แปลว่าเด็กมันแอบเล่นโทรศัพท์ฉันน่ะสิ

PETE : นายแอบเล่นโทรศัพท์ฉันหรอ

ลุกลงจากเตียงพลางกดพิมพ์ไปด้วยขณะที่กำลังเดินไปหยิบยาแก้ไข้ในลิ้นชัก แกะออกมาจากแผงก่อนจะยัดเข้าปาก

SHARK: คราวหน้าก็หัดตั้งรหัสซะบ้างสิครับ

PETE : อือ ยาโคตรขม

ตอบกลับไปพลางแอบบ่นให้เด็กมันฟังด้วย ฉันไม่ชอบทานยามาตั้งแต่ไหนแต่ไรแล้ว 

SHARK: ฮ่าๆ ทานยาแล้ว?

PETE : อืม

ตอบกลับไปสั้นๆก่อนจะหมุนตัวเดินออกจากห้องแล้วตรงปรี่ไปยังห้องครัวเพื่อดื่มน้ำ รู้งี้ค่อยหยิบออกมากินข้างนอก ไม่น่ามักง่ายเลยฉัน

ครืด

SHARK : 55

เป็นการหัวเราะเพื่อจบบทสนทนาเพียงสั้นๆ กดปิดหน้าจอแล้วเดินกลับมาล้มตัวลงนอนที่เตียงอีกครั้ง ก่อนจะนึกขึ้นได้ว่าเมื่อกี้ยังไม่ได้ออกค่าแท็กซี่ให้ฉลามเลย จึงหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาแล้วกดเข้าไปที่แอปพลิเคชั่นธนาคาร

โอนเงินพร้อมเพย์จำนวน xxx ให้หมายเลข 080-123456X

หลังจากนั้นหนังตาก็ปิดลงอีกครั้ง ไม่รู้ตัวแม้กระทั่งว่ามีสายโทรเข้ามา และมือเผลอกดรับไปแล้ว

 

08.00 น.

เสียงนาฬิกาปลุกที่ดังลั่นห้องไล่ให้ฉันลุกขึ้นมาควานหาโทรศัพท์แล้วปิดมันลง หรี่ตามองแสงที่เล็ดรอดผ่านเข้ามาทางหน้าต่างก่อนจะมุดตัวลงไปนอนอีกรอบ เป็นอีกคืนนึงที่ฉันลืมปิดม่านนอนเหมือนเช่นเคย ความง่วงเพราะพิษไข้ทำให้ฉันลืมแม้กระทั่งปิดไฟนอน

เสียงเตือนและแสงไฟสว่างวาบบนหน้าจอปลุกให้ฉันปรือตาขึ้นมามองเจ้าเครื่องสี่เหลี่ยมอีกครั้ง เป็นการแจ้งเตือนให้ชาร์จแบตเตอรี่ ซึ่งฉันจำได้ว่าเมื่อคืนมันเหลืออยู่เกือบครึ่ง ทำไมอยู่ๆถึง Low Battery ได้

สไลด์หน้าจอขึ้นพลางหรี่ตามองเมื่อเห็นหน้าประวัติการโทรถูกเปิดค้างไว้ รายชื่อล่าสุดที่โชว์หราบนหน้าจอทำให้หัวคิ้วขมวดเข้าหากันอย่างอัตโนมัติ

SHARK

FaceTime แบบวีดีโอ           23.05 น.

เดี๋ยวนะ เฟซไทม์งั้นหรอ แถมเบอร์ที่โทรเข้ามายังเป็นเบอร์ของเด็กที่ฉันพึ่งโอนเงินค่าแท็กซี่ไปให้เมื่อคืน อาจจะเป็นไปได้ว่าเด็กมันมือลั่นเผลอกดโทรออก แต่ทว่าพอกดเข้าไปดูกลับเห็นระยะเวลาการโทรที่แสดงบนหน้าจอถึงห้าชั่วโมง

ห้าชั่วโมง!! 

ไม่ปล่อยให้ความสงสัยเข้าครอบงำ จึงกดถ่ายภาพหน้าจอและส่งข้อความไปหาคนที่น่าจะอธิบายเรื่องนี้ให้ฉันฟังได้ทันที

PETE : นี่มันอะไรฉลาม

แนบภาพไปพร้อมกับข้อความ แต่จนแล้วจนรอด ผ่านไปห้านาทีก็แล้ว สิบนาทีก็แล้วฉลามก็ยังไม่ตอบ จึงฉุกคิดขึ้นได้ว่า เวลานี้เด็กมันก็ไปโรงเรียนปะวะ ใครจะมานอนตื่นสายขึ้นอืดเหมือนมึง

เด้งตัวผุดลุกจากที่นอน ก่อนจะทิ้งโทรศัพท์ไว้บนเตียงแล้วหอบผ้าเช็ดตัวเข้าไปอาบน้ำ วันนี้ฉันยังมีภารกิจที่ต้องทำอีกหนักหนาสาหัส เรื่องนี้เอาไว้ว่ากันทีหลัง 

 

14.00 น.

@ สนามกีฬามหาวิทยาลัย

และแล้วก็ถึงวันที่อิปลารอคอย ป่านนี้มันคงนั่งหัวเราะจนเหงือกแห้งอยู่ไหนสักที่ที่เห็นฉันกับอิกุนแพ้พนันตัวเอง แต่ไหนๆก็ไหนๆแล้ว สัญญาต้องเป็นสัญญา นุ่งโจงวิ่งรอบสนามแค่นี้ไม่ถึงตายหรอก อย่างมากก็แค่เล็บตีนที่อุตส่าห์จ่ายตังค์เข้าร้านแพงๆทำมาพัง

“เอาจริงดิมึง” เสียงกระซิบดังขึ้นข้างหูตามมาด้วยแรงสะกิดที่แขน

“ขนาดนี้แล้วมึงยังต้องถามอีกหรออิกุน” ตอบกลับไปพลางหลุบตามองโจงกระเบนสีทองที่สวมอยู่บนร่างเข้ากันกับเข็มขัดสีเงินที่หยิบยืมมาจากห้องนาฏศิลป์

“หมดกัน เรตติ้งที่กูสั่งสมมา” มันเบะปากทำท่าจะร้องไห้พลางหันซ้ายหันขวามองผู้คนที่เดินผ่านไปผ่านมา 

“บ่นเสร็จแล้วตามมานะ” หันไปบอกก่อนจะแกะมือมันออกจากแขนแล้ววิ่งเข้าสู่สนาม อยู่ดีไม่ว่าดีเสือกไปท้ามันว่าใครมีแฟนก่อนคนนั้นรอด ทั้งๆที่ตัวเองไม่คิดจะมีแฟน แล้วสุดท้ายเป็นไง ได้มานุ่งโจงวิ่งอวดชาวบ้านกลางวันแสกๆ อายเขาไหมล่ะมึง

สองรอบผ่านไปไวเหมือนโกหก เหลือรอบสุดท้ายก็จะครบตามที่ตกลงกันไว้ ส่วนอิกุน รายนั้นวิ่งบ้างพักบ้าง พอเห็นผู้แม่งก็หลบเข้าต้นไม้ข้างทางจนหัวเกือบทิ่ม ฉันเลยวิ่งนำมันมาไกลแล้ว

ปกติฉันไม่ใช่คนเหนื่อยง่าย แต่ด้วยเอฟเฟคจากพิษไข้เมื่อวานทำให้วันนี้ไม่ค่อยมีแรง มาได้ถึงขนาดนี้ก็ถือว่าเก่งแล้ว ผ่านปะรำพิธีข้างหน้าก็ครบสามรอบพอดี ถ้าไม่ติดที่ว่าหางตาเหลือบไปเห็นบุคคลที่มีใบหน้าแสนคุ้นตากำลังมองมาจากตรงนั้น… คณิน

 

คณินมาแล้วค้าา ไรต์มีตังค์จ้างแล้ว55555
รออ่านต่อตอนหน้าจ้าา วันนี้เอาเงาน้อลไปก่อน ><

Next : “ตกลงเราดีกันแล้วใช่ไหม”

v

v

To be continued

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 35 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

35 ความคิดเห็น

  1. #10 failAM (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 20 พฤศจิกายน 2563 / 19:11
    ชอบคณินดูอบอุ่น ละมุน น่าค้นหา
    #10
    0