ร้ายมา รั ก ก ลั บ ไม่โกง : Fleet of love

ตอนที่ 11 : ร้ายมารักกลับครั้งที่ 10 : ชิมแล้วจะติดใจ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 544
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 28 ครั้ง
    20 พ.ย. 63

 

 

[ฉลาม บรรยาย]

หลังจากที่เหตุการณ์ชุลมุนเมื่อครู่จบลง ผมสามารถพาร่างสูงโปร่งของคนที่ผมพึ่งเจอไม่ถึงชั่วโมง แต่คงทำผมปวดหัวไปเป็นวันกลับมาที่รถได้สำเร็จ เธอไม่ได้ขัดขืนที่ผมลากเธอออกมา แต่กลับมีสีหน้าอึ้งปนงงราวกับตกอยู่ในภวังค์ 

“พี่โอเคไหม” ย่อตัวลงนั่งที่รถพลางเอ่ยถามคนที่ยืนเหม่ออยู่ตรงหน้า

“อ่อ อืม พี่โอเค” เธอกระพริบตาสองสามทีก่อนจะจ้องหนาผมด้วยแววตาว่างเปล่า ดูก็รู้ว่าไม่โอเค 

“ฉลาม” อยู่ๆก็เอ่ยเรียกชื่อขึ้นมาราวกับอยากจะพูดอะไร

“ครับ? ” 

“เมื่อกี้... พี่ดูเป็นยังไงบ้างหรอ” ประโยคคำถามหลุดออกมาจากริมฝีปากบาง การกระทำเมื่อครู่ทำให้ผมนึกถึงตอนที่พึ่งเข้ามาเรียน ม.ปลายใหม่ๆ มีครั้งนึงผมเคยเกือบจะมีเรื่องกับผู้ชายคนนึงที่เข้าใจผมผิด คิดว่าผมไปยุ่งกับแฟนมันที่เรียนอยู่ห้องเดียวกับผม มันจึงมาหาเรื่องผมถึงที่ 

ครั้งนั้นผู้หญิงก็ช่วยห้าม แต่เนื่องจากผู้ชายโกรธจนหน้ามืดตามัว มันเลยไม่ยอมฟังคำอธิบายและยกพวกมารุมผมกับเพื่อนของผมทั้งๆที่พวกนั้นไม่เกี่ยวอะไร พอผู้หญิงเห็นแบบนั้นก็ร้องห่มร้องไห้จนสติหลุด เธอปาข้าวของทุกอย่างที่วางอยู่ใกล้มือใส่ผู้ชายคนนั้นจนหัวแตก ใครห้ามก็ไม่ฟัง แถมยังควบคุมตัวเองไม่ได้เหมือนพี่พีทเมื่อครู่ไม่มีผิด แต่พอมีคนมาดึงสติ ผู้หญิงคนนั้นก็มีท่าทีมึนงงราวกับไม่รู้ตัวว่าก่อนหน้านี้ทำอะไรลงไป

และที่ผมกอดเธอเมื่อครู่ มันคือการเลียนแบบพฤติกรรมของคนที่เข้ามากอดผู้หญิงคนนั้นให้สงบลง ไม่คิดว่ามันจะได้ผล

“ก็ไม่ยังไงครับ กลับกันเถอะ” วางมือไปที่กลุ่มผมที่ยุ่งเหยิง ก่อนจะหันไปหยิบหมวกกันน็อคส่งให้เธอ

“เมื่อกี้นายกอดพี่ทำไม” ดวงตายาวรีจ้องมาที่ผมอย่างหาคำตอบ

“ครับ? ” ไม่คิดว่าเธอจะยกเรื่องนี้ขึ้นมาเป็นประเด็น

“ก็ที่เมื่อกี้กอด กอดทำไม” คนตรงหน้าถามย้ำ

“ผมแค่รั้งตัวพี่ออกมา ไม่ได้กอดครับ” ผมโกหกออกไป เพราะถ้าขืนบอกไปว่าผมกอดเธอเพียงเพราะอยากให้เธอสงบลง เธอคงไม่เชื่อ

“แต่นั่นมัน... ” 

“จะกลับไหมครับ ถ้าไม่กลับก็คืนหมวกกันน็อคมา” รีบพูดแทรกขึ้นเพราะไม่อยากให้คนตรงหน้าถามอะไรไปมากกว่านี้ ดีไม่ดีอาจจะคิดว่าผมฉวยโอกาสแต๊ะอั๋งเธอก็เป็นได้ “ขึ้นมาสิครับ จะอยู่ตรงนี้ให้เขาแจ้งตำรวจมาจับก่อนหรือไง” หันไปเร่งคนที่ยืนทำหน้างงราวกับเด็กไร้เดียงสาก่อนจะสวมหมวกกันน็อคให้ตัวเองแล้วเบนหน้าหันมาอีกทาง

 

อ้อ ได้ยินเรื่องผมมาก็นานแล้ว สำหรับใครที่ยังไม่รู้ว่าผมเป็นใคร ผมจะเล่าประวัติตัวเองให้ฟังคร่าวๆแล้วกัน ผมชื่อ ‘ฉลาม’ หรือจะเรียกว่าหลามเฉยๆก็ได้ เป็นนักเรียนชั้นม.6 ที่เกือบจะถูกเปิดซิงไปแล้วเมื่อเดือนก่อน แต่ดันมีผู้หญิงคนนึงที่อยู่ตรงหน้าผมตอนนี้เข้ามาขัดจังหวะซะก่อน มันเป็นเหตุสุดวิสัยที่ผมได้เจอกับเธอ ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมอยู่ๆวันนั้นเธอถึงเข้าไปในห้องน้ำชาย แถมเธอยังเป็นเพื่อนสนิทกับพี่สาวสุดที่รักของผมอีก

ผมรู้แค่เพียงว่าผู้หญิงคนนี้ชื่อพีท เธอน่าจะอายุมากกว่าผมราวๆ 3-4 ปีได้ หน้าตาค่อนข้างสวยไปจนถึงสวยมาก สวยกว่าพี่เฌอคู่ควงเก่าของผมอีก หุ่นบางร่างเพรียวดูเซ็กซี่นิดๆ ทั้งๆที่เธอไม่ได้แต่งตัวโป้หรือล่อหูล่อตาแต่อย่างใด เธออยู่ในชุดนักศึกษา 

เอาล่ะ ผมจะแอบมองคนอื่นแล้ววิจารณ์รูปร่างเธอแบบนี้ไม่ได้ มันเสียมารยาท และดูท่าว่าคืนนี้ผมกับพี่สาวคนนี้คงต้องใช้เวลาอยู่ด้วยกันอีกยาว

[จบบทบรรยาย ฉลาม]

 

20 นาทีต่อมา

“นายพาพี่มาที่นี่ทำไม” เอ่ยถามคนที่อยู่ๆก็จอดรถทั้งๆที่อีกตั้งไกลกว่าจะถึงคอนโดฉัน

“ร้านนี้อร่อยครับ” ไม่บอกเหตุผลแต่กลับเอ่ยชมร้านอาหารริมทางตรงหน้าแทน มีโต๊ะตั้งอยู่ประมาณสองถึงสามโต๊ะ ดูแล้วก็เป็นร้านรถเข็นธรรมดาทั่วไป

“นายหิวหรอ” 

“เปล่าครับ ก่อนขับรถออกมาผมได้ยินเสียงท้องพี่ร้อง” 

“ท้องพี่? ” ถามออกไปพลางยกมือขึ้นกุมหน้าท้อง ร้องตอนไหนวะ ไม่เห็นได้ยินเลย 

“ครับ ชิมแล้วจะติดใจ” พูดออกมาพลางเปรยตามองเป็นเชิงบอกให้ฉันลงจากรถ ลงก็ลงวะ ไหนๆวันนี้ทั้งวันฉันก็แทบไม่มีอะไรลงท้อง กะว่าจะซื้ออะไรไปทำกินที่ห้องคณิน แต่แพลนที่วางไว้กับพังไม่เป็นท่า กินแถวนี้ก็ดีเหมือนกัน จะได้ไม่ต้องแวะซื้อของขึ้นไปกินที่ห้อง

“นายสั่งก๋วยเตี๋ยวหรอ” เอ่ยถามคนตรงหน้าเมื่อเห็นเขาพลิกเมนูไปดูอีกฝั่ง ร้านนี้มีทั้งอาหารตามสั่งแล้วก็ก๋วยเตี๋ยว ถึงแม้จะเป็นร้านเล็กๆแต่เมนูค่อนข้างหลากหลายเลยจากที่ฉันชะเง้อดู

“ครับ พี่สั่งเหมือนผมไหม ก๋วยเตี๋ยวร้านนี้เด็ด” เงยหน้าขึ้นจากเมนูพลางเอ่ยถาม โปรโมทซะขนาดนี้ฉันคงต้องลองแล้วล่ะ ถ้าไม่รู้จักนี่คงคิดว่าเป็นลูกชายเจ้าของร้านแล้วนะเนี่ย

“ได้ แต่เอาบะหมี่นะ ไม่ผัก” 

“โอเค ไม่ผักสอง” ตอบออกมาอย่างเป็นธรรมชาติก่อนจะลุกขึ้นจากโต๊ะแล้วเดินไปสั่งอาหารที่หน้าร้าน พอแผ่นหลังหนาเดินไกลออกไป ฉันจึงหันกลับมามองบรรยากาศโดยรอบ ร้านรถเข็นริมทางเท้า ไม่ได้มีอะไรพิเศษ ข้างๆเป็นลานกว้างเล็กๆ พอให้โต๊ะสามตัวเข้ามาวางได้ ถัดออกไปเป็นคลอง ไม่ได้มีทิวทัศน์สวยงามอะไร ไม่คิดว่าลูกคนรวยอย่างฉลามจะชอบทานอะไรในที่แบบนี้

“พี่เล่นเกมนี้ด้วยหรอ” คนตัวสูงเดินเข้ามานั่งพลางหลุบตามองหน้าจอโทรศัพท์ของฉัน

“อืม นายอะ” เงยหน้าขึ้นถามคนที่พึ่งวางแก้วน้ำลงตรงหน้า

“เกมนี้ไม่เหมาะกับคนหัวร้อนนะ” คนตรงหน้าผุดยิ้ม จริงเหมือนที่ฉลามว่า เกมที่ฉันเล่นเป็นเกมที่กำลังฮิตในช่วงนี้ หมุนสปินเพื่อรับ coins ไปสร้างหมู่บ้าน แต่ต้องโจมตีและขโมยเงินเพื่อนในเกมด้วยถึงจะได้ coins เยอะขึ้น ตอนเราขโมยคนอื่นมาได้ก็แอบสะใจ แต่พอเขามาแก้แค้นเรากลับเราดันโกรธ มันไม่เหมาะกับคนหัวร้อนเหมือนที่ฉลามบอกจริงๆนั่นแหละ

“นายหาว่าพี่เป็นคนหัวร้อนหรอ” เอียงคอถามคนตรงหน้า ไม่บอกเขาก็รู้กันทั้งโลกแล้วไหม ตบแฟนเก่าเขาจนได้เลือดขนาดนั้น

“ผมไม่ได้ว่าพี่” ปฏิเสธแต่ริมฝีปากกลับมีรอยยิ้ม

“แล้วว่าใคร” วางโทรศัพท์ลงก่อนจะเท้าคางจ้องเด็กมันอย่างจับผิด

“ใครเป็นคนนั้นก็รับไป” ตอบออกมาพลางผุดยิ้มมุมปาก ก่อนจะเบือนหน้าหนีไปอีกทาง ไม่คิดเลยว่าฉันจะมาอยู่ตรงนี้กับน้องชายของอิปลาได้ จากที่เคยเห็นผ่านหน้าจอสมาร์ทโฟนอยู่บ่อยๆ พอวันนี้กลับได้มาสัมผัสตัวเป็นๆ พูดได้เลยว่าไม่แย่ แต่ติดที่กวนไปหน่อย

 

สิบนาทีผ่านไป ฉันมองชามก๋วยเตี๋ยวตัวเองสลับกับชามของฉลาม ฉันสั่งบะหมี่ไม่ผัก แต่กลับมีผักบุ้งกองจนพูนชาม ส่วนของฉลามเขาสั่งเส้นใหญ่ ไม่ใส่ผักก็ถูกแล้ว สงสัยแม่ค้าจะทำให้ฉันผิด

“ฉลาม” 

“ป้าน่าจะทำผิด” ยังไม่ทันได้พูดอะไร ฉลามก็พูดแทรกขึ้นซะก่อน 

“อ่า” ฉันพยักหน้าก่อนจะก้มลงมองชามตัวเองอีกรอบ ไม่เป็นไรหรอกมั้ง ตอนกินก็แค่เขี่ยออกไว้ข้างๆ ไม่ต้องเอาเข้าปากก็แค่นั้น

“เอามาใส่ชามผม” คนตรงหน้าเอ่ยพูดขึ้น

“นายกินผักหรอ” เงยหน้าถามอย่างแปลกใจ

“กินผัก แต่ไม่กินผักบุ้งครับ” อ้าว แต่ในชามนั่นผักบุ้งทั้งนั้นเลยนะ

“งั้นไม่เป็นระ... ” 

“ผมตักออกให้” พูดจบก็ยกชามฉันไป ก่อนจะเขี่ยผักบุ้งใส่ชามตัวเอง ไหนบอกไม่กินไง แล้วทำไมถึงแย่งไปแบบนั้น

“แค่ครึ่งนึง” ฉันโพล่งขึ้น

“ครับ? ” 

“เอาออกไปครึ่งนึงพอ แบ่งกันทานคนละครึ่ง” ฉันอธิบาย

“อ่า ได้ครับ” พยักหน้าอย่างเข้าใจก่อนจะทำเหมือนที่ฉันบอกแล้ววางชามลงที่เดิม “พี่ทานได้แน่นะ” เอ่ยถามพลางจ้องมาที่ชามของฉันด้วยสีหน้ากังวล

“ทานของนายไปเถอะ ถ้าเป็นผู้หญิงคนอื่น ดูแลดีขนาดนี้เขาคงคิดว่าฉลามจะจีบแล้วนะเนี่ย” เอ่ยแซวคนตรงหน้าพลางหลุดขำออกมา ดีที่คนอย่างฉันภูมิต้านทานเยอะ เลยไม่หวั่นไหวกับใครง่ายๆ

“ผมดูเหมือนคนที่กำลังจีบผู้หญิงอยู่หรอครับ” เด็กตรงหน้าเอ่ยถาม

“ปกติทำแบบนี้กับผู้หญิงบ่อยหรอ” เงยหน้าขึ้นถามอย่างสงสัย ดูจากการคาดคะเนแล้ว ถ้าคบกับยัยนกหวีดนั่นได้ เด็กคนนี้ก็คงคบกับผู้หญิงมาไม่น้อย

“ไม่บ่อยครับ ทำกับแค่ปลาน้อย” ตอบกลับมาโดยไม่หลบสายตา แสดงว่าพูดจริง

ปลาน้อยที่ฉลามพูดถึงคงจะเป็น ปลาทูเพื่อนฉันนั่นแหละ ดูเหมือนที่บ้านเขาจะเรียกกันแบบนั้น แถมเวลามันคุยกับน้องยังแทนตัวเองว่า ‘เค้า’ อีก ทำอย่างกับคนเป็นแฟนกัน

“กินเถอะ เดี๋ยวจะเย็นซะก่อน” เอ่ยพูดพลางก้มลงมองชามก๋วยเตี๋ยว กลิ่นหอมตีขึ้นจมูกขณะที่กำลังคนเส้นให้เข้ากัน ประเมิณจากกลิ่นแล้วรสชาติคงเด็ดเหมือนที่เด็กมันบอก ตีนไก่ก็ดูนุ่มมากด้วย เหมือนตุ๋นมาหลายชั่วโมง

“พี่ทานตีนไก่ได้ใช่ไหม” คนตรงหน้าเอ่ยถาม

“ได้ดิ” ตอบออกไปก่อนจะใช้ตะเกียบคีบมันขึ้นมาเตรียมจะเอาเข้าปาก

“ทานแบบนั้นมันจะอร่อยได้ไงครับ ใช้มือเลย” 

“ห๊ะ” ชะงักมันไว้แค่นั้น ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองคนที่พูด

“เช็ดมือก่อน” อยู่ๆวัตถุบางอย่างก็ถูกยื่นมาตรงหน้า มันคือทิชชู่เปียก

“จะให้พี่ใช้มือกิน? ” 

“ครับ ไม่ต้องอาย ผมกินแบบนี้ตลอด” พูดจบก็หยิบตีนไก่ในชามขึ้นมา ก่อนจะเอาเข้าปากแล้วเคี้ยวจนสันกรามขยับ 

เหลือเชื่อ เกิดมาพึ่งเคยพบเคยเจอใครที่กินง่ายอยู่ง่ายขนาดนี้ มันไม่ได้น่าเกลียดอะไรหรอกนะ แต่ฉันแค่ไม่เชื่อสายตาตัวเองว่าที่คือเด็กที่ในไอจีมีคนติดตามเป็นหมื่น ซึ่งกำลังนั่งแทะกระดูกไก่อยู่ตรงหน้าฉันอย่างไม่แคร์สายตาใคร

หรือคนหล่อเขาเป็นกันแบบนี้วะ

 

หลังจากที่เราทานกันเสร็จ ฉันก็เดินมารอฉลามอยู่ที่รถ ส่วนเด็กมันอาสาไปจ่ายตังค์ ทีแรกฉลามอาสาเป็นคนเลี้ยง แต่ฉันไม่ยอม เราเลยตกลงว่าจะแชร์กัน สมัยนี้ใครเขาให้ผู้ชายเลี้ยงกันล่ะ มีเงินก็จ่ายเองสิ

“ติดสายรัดคางด้วยครับ” พอเดินกลับมา ร่างสูงก็เอ่ยพูดขึ้น

“ติดไม่ได้” 

“ตอนมาเมื่อกี้ก็ไม่ได้ติดหรอครับ” เรียวคิ้วหนามุ่นเข้าหากัน ก่อนจะจ้องมองมาที่สายหมวกกันน็อคที่ฉันใส่อยู่

“อืม เหมือนปุ่มตรงนี้มันจะเสียน่ะ” ดึงมันขึ้นมาให้ฉลามดู

“ไหนขอผมดูหน่อย” พูดพลางโน้มตัวลงมาดู เนื่องจากเด็กมันสูงกว่าฉันอยู่หลายสิบเซนจึงทำให้ต้องโน้มตัวเข้ามาดูใกล้ๆ มือข้างนึงเอื้อมไปจับสายรัดคาง ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมาสบตากับฉันแล้วเอ่ยพูดขึ้น “ดูท่าจะเสียจริงๆครับ” กลิ่นนี้อีกแล้ว สรุปมันคือกลิ่นของอะไรกันแน่ น้ำหอมหรอ

“... ” ฉันเผลอจ้องไปที่ริมฝีปากสีสดตรงหน้าพลางขบคิดไปว่าริมฝีปากคู่นี้มันเคยทำอะไรไปแล้วบ้าง หอมยัยนกหวีด จูบยัยนกหวีด และคงจะหมดแค่นั้นเพราะยัยนั่นเป็นคนพูดออกมาเองว่ายังไม่เคยมีอะไรกับเด็กมัน

“พี่พีท” 

“หะ ห๊ะ” ได้สติกลับมาก็ตอนที่ถูกคนตรงหน้าเอ่ยเรียกชื่อ

“มันเสียแล้วครับ” ริมฝีปากหยักขยับขึ้นพูด 

“อะ อ๋อ อือ ไม่เป็นไรหรอก เดี๋ยวก็ถึงคอนโดพี่แล้ว อีกสามแยก” ตอบออกไปอย่างเลิ่กลั่กเพราะเผลอนินทาเขาในใจ ต่อหน้าต่อตาเลยนะมึงอิพีท

“เอาของผมไปใส่ก่อนไหม” หันไปหยิบหมวกกันน็อคอีกใบส่งมาให้ ซึ่งเป็นใบที่เขาใส่มาตลอดทางนั่นแหละ

“ไม่เป็นไรๆ” ฉันโบกมือปัด 

“เป็นครับ ไม่เคยได้ยินหรอที่เขาบอกว่า แค่ก้าวขาขึ้นมอไซหนึ่งข้างก็เหมือนตายไปครึ่งชีวิตแล้ว” พูดด้วยท่าทางจริงจังกว่าครั้งไหนๆ

“โห พูดงี้พี่คงไม่กลับด้วยแล้ว” พูดพลางทำท่าจะหมุนตัวหนี

หมับ

“ผมพูดเล่นครับ” มือหน้าคว้าแขนฉันไว้แล้วเอ่ยพูดขึ้น อืม เมื่อกี้ฉันก็แกล้งเด็กมันเล่นเหมือนกัน ไม่ได้คิดจะไปจริงๆ 

“ใครว่าพี่จะไปจริงล่ะ” หันไปส่งยิ้มพลางหลุดขำออกมา

“พี่นี่ขี้แกล้งจังเลยนะครับ” มือหนาวางลงบนหมวกกันน็อคราวกับว่าถ้าไม่มีหมวก จุดที่เขากำลังสัมผัสอยู่คือกลุ่มผมฉัน ถ้าไม่ติดว่าเป็นน้องเพื่อนนี่ฉันจะคิดแล้วนะว่าเด็กมันพยายามทำตัวสนิทสนมกับฉันอยู่

“เอ้อ แล้วนายไม่ต้องเอารถไปคืนเพื่อนแล้วหรอ” อยู่ๆฉันก็นึกขึ้นได้ เมื่อกี้เขาบอกว่าเพื่อนจะมาเอารถที่หน้าโรงเรียนไม่ใช่หรอ

“ผมไลน์ไปบอกมันแล้วครับ เดี๋ยวพรุ่งนี้ผมค่อยเอาไปคืน” 

“อ่าาา” พยักหน้าอย่างเข้าใจ 

“กลับบ้านเรากันครับ” ประโยคมันไม่ค่อยน่าฟังเลยว่าไหม ‘กลับบ้านเรากัน’ ฟิลเหมือนสามีที่อยู่ใต้ชายคาเดียวกันชวนภรรยากลับบ้าน ดีที่เด็กมันพูดประโยคถัดมา เลยพอทำให้ประโยคดูดีขึ้นมาหน่อย “เดี๋ยวผมไปส่ง” 

 

@ เดอะ รีเจ้นท์

ฉันให้ฉลามส่งฉันที่หน้าคอนโด ยืนมองตามหลังจนกระทั่งเด็กมันขับรถจากไปจึงหมุนตัวเดินมายังล็อบบี้หรือพื้นที่ส่วนกลางของคอนโด ขณะที่กำลังเดินผ่านเคาท์เตอร์รีเซ็ปชั่นเพื่อตรงไปที่ลิฟท์ พนักงานคนนึงก็เอ่ยเรียกชื่อฉันขึ้นมาซะก่อน

“คุณพีทคะ... มีคนฝากกุญแจรถไว้ให้คุณพีทค่ะ” พร้อมกับบอกจุดประสงค์ที่เรียกฉันออกมา จึงก้าวเข้ามาหยุดตรงหน้าเธอก่อนจะเพ่งสายตาไปยังกุญแจรถสีดำที่มีพวงกุญแจเป็นที่เปิดขวดไวน์ กุญแจดอกนี้คือของฉันไม่ผิดแน่ ฉันได้พวงกุญแจนี่มาเป็นของชำร่วยในงานแต่งญาติเมื่อปลายปีที่แล้ว มันมีชื่อเจ้าบ่าวกับเจ้าสาวติดอยู่ด้านหลัง

“ขอบใจนะ” ยื่นมือไปรับพลางกล่าวขอบคุณ

“คนที่ฝากกุญแจเอาไว้ให้เขาทิ้งเบอร์ให้ดิฉันโทรบอกถ้าคุณพีทมาถึงคอนโดแล้ว คุณพีทโอเคไหมคะ” คนตรงหน้าพูดออกมาด้วยท่าทางติดเกร็ง คงกลัวว่าฉันจะไม่พอใจเพราะถือเป็นการลุกล้ำความเป็นส่วนตัวกันมากเกินไป ปกติฉันไม่ใช่คนที่จะเดินไปทักทายหรือแม้แต่ส่งยิ้มให้คนแปลกหน้าอยู่แล้ว นั่นจึงเป็นสาเหตุให้พวกเธอไม่กล้าคุยกับฉัน

“อืม” ตอบกลับไปสั้นๆเพื่อจบการสนทนาพลางพยักหน้าให้เธอทำตามที่เขาบอกได้เลย นี่คงจะเอารถมาจอดทิ้งไว้ให้ฉันแล้วเรียกรถกลับเองสินะคณิน

 

100%

ใต้ความอีกคนมาส่ง อีกคนเอากุญแจมาฝากไว้ให้
คนไหนมันน่าเอ็นดูกว่ากัน หึ้
หาทีมได้ยังคะพรี่ๆ

 

TO BE CONTINUED
 

“กลับบ้านเรากันครับ” 
- ฉลาม -
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 28 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

35 ความคิดเห็น

  1. #29 Taetaeiscute (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 26 ธันวาคม 2563 / 11:26
    ทีมลุ้นพระเอก บทดีทั้งคู่เลยฮืออ
    #29
    0
  2. #8 11booddy (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 10 พฤศจิกายน 2563 / 07:22
    เรือฉลามกำลังพาย
    #8
    1
    • #8-1 FareeyaWriter(จากตอนที่ 11)
      11 พฤศจิกายน 2563 / 20:41

      ขึ้นเรือลำนี้ได้จ้าาา
      #8-1
  3. #7 Puechsing (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 9 พฤศจิกายน 2563 / 07:06
    ใครภูมิต้านทานดีกว่ากันจ้ะ
    #7
    1