ผ ม เ ป็ น ข อ ง พี่ ค น เ ดี ย ว - Trapped in love

ตอนที่ 6 : 2 - พี่มีผัวแล้ว

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,925
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 164 ครั้ง
    10 ก.ค. 63

 

2 ปีต่อมา

@มหาวิทยาลัย

ปึก ปึก

แรงจากการกระทุ้งศอกฝีมือชะนีแท้อย่างกุญแจซอล หรือที่เพื่อนเรียกมันว่าอีกุน(ที่แปลว่าหมู) สั้นๆแต่ได้ใจความ กระแทกเข้ากับสีข้างฉัน อะไรของมันยิกๆอยู่ตั้งนาน

“อะไรอีกุน สะกิดกูทำไม” หันไปถามอย่างรำคาญขณะที่เรากำลังเดินผ่านสนามฟุตบอล

“มึงดูให้กูหน่อยว่าคนนั้นพี่เวย์แฟนเก่ากูใช่ปะ ในสนามอะ” มันโพล่งขึ้นพลางชี้มือชี้ไม้ไปที่สนามฟุตบอลของมหาลัย

“ไกลขนาดนั้น ใครมองออกก็แปลกแล้วอีกุน” หันไปมองก่อนจะหันกลับมากรอกตาใส่มันแล้วมุ่งหน้าเดินต่อ

“อีพีท มึงดูดิ๊ว่าใช่ไหม” พอฉันไม่สนใจ มันก็หันไปสะกิดอีพีทแทน พีทคือเพื่อนสนิทอีกคนในกลุ่ม มันขยับแว่นตากรอบหนาเตอะของมันเล็กน้อยก่อนจะหันไปมองตามที่อิกุนบอก สงสัยวันนี้ลืมใส่คอนแทคเลนส์มาอีกสีท่า

“กูว่าใช่”

“เออ กูก็ว่าใช่” แล้วมันสองตัวก็จูงแขนกันปลีกตัวแยกออกไปเดินติดขอบสนาม ชะเง้อมองคนนั้นทีคนนี้ที ปล่อยให้ฉันเดินกับไอ้เป้งสองคน ไอ้เป้งที่ว่าคือเพื่อนชายคนเดียวในกลุ่ม เนื่องจากพวกเราเรียนบริหาร คณะเราจึงเต็มไปด้วยนักศึกษาทั้งชายและหญิงเกือบครึ่งต่อครึ่ง จึงไม่แปลกที่กลุ่มฉันจะมีเพื่อนผู้ชายอยู่ด้วย

“เหลือแค่กูกับมึงแล้ว” ไอ้เป้งเดินมาขนาบข้างฉันแล้วพูดขึ้น เห็นชื่อมันห้าวแบบนี้แต่หน้าตามันไม่ได้ห้าวตามไปด้วย ออกจะลูกคุณหนู

“เอาไง จะไปเชียร์บอลกับพวกมัน หรือแดกข้าว”

“แดกดิ ถามได้” ยกแจ็คเก็ตที่ถือมาด้วยขึ้นพาดไหล่อย่างเท่ๆ ก่อนจะเดินนำหน้าฉันไป เท่ตายล่ะไอ้หน้าตี๋ แต่เห็นแบบนี้ดีกรีมันเป็นถึงรองเดือนคณะเลยนะ แพ้ผลโหวตไปแค่สามแต้ม ซึ่งสามแต้มนั้นเป็นเพราะฉัน อีพีท อีกุน พากันโดดกิจกรรมรับน้องตอนปี 1 เลยไม่ได้โหวตให้มัน แต่ก็ดีแล้วล่ะที่มันไม่ได้เป็น ฉันเห็นพวกที่เป็นดาวเป็นเดือนทำกิจกรรมนั่นนี่กันทั้งเทอม แทบไม่ได้พัก แล้วอย่างไอ้เป้งจะเอาเวลาที่ไหนไปทำ แค่เรียนก็เหนื่อยแล้ว ถามว่ากล้าแสดงออกไหม ก็ไม่อีก

 

@โรงอาหาร คณะบริหารธุรกิจ

“กูเอาบะหมี่ต้มยำ” นี่ไม่ใช่เสียงฉันแต่เป็นเสียงไอ้เป้ง สุภาพบุรุษฉิบหาย อาสานั่งจองโต๊ะแล้วให้เพื่อนไปซื้อข้าวให้ แล้วเพื่อนที่เหลืออยู่ก็มีแค่ฉันคนเดียว กว่าอีพวกนั้นจะตามมาถึงข้าวที่โรงอาหารคงไม่เหลือให้พวกมันแดก มัวแต่อ้อร้อผู้ชายอยู่นั่น

ฉันเดินมาที่ร้านขายกับข้าวอย่างว่าง่ายโดยไม่บ่น เพราะฉันชินแล้ว ก็เป็นซะแบบเนี้ยมันถึงไม่มีแฟนสักที ตั้งแต่ปีหนึ่งจนถึงปีสามไม่เห็นเคยจีบสาวที่ไหน พอมีคนเข้าหาก็ทำเป็นไม่สนใจ วันๆเอาแต่เดินตามพวกฉันต้อยๆ อ้อ บอกไว้ก่อน ถ้าคุณกำลังหาสเปคผู้ชายหนาตี๋ เรียนดี ว่าง่าย ก็ไปหาเอาที่อื่น เพราะไอ้เป้งแม่งตรงข้ามหมดทุกอย่าง เข้าอยู่อย่างเดียวคือหน้าตี๋ เรียนก็ไม่ได้เรื่อง ไร้ความเป็นสุภาพบุรุษ แถมยังด้านชาไร้ความรู้สึก สาวที่ไหนได้ไปคงอกแตกตาย

บะหมี่ต้มยำพิเศษลูกชิ้นวางลงตรงหน้าไอ้เป้งที่กำลังก้มเล่นโทรศัพท์ ก่อนที่ชะนีสองตัวจะโผล่เข้ามา

“มีแต่ของไอ้เป้ง แล้วไหนของกู”

“ซื้อดิ” วางชามของตัวเองลงฝั่งตรงข้าม นั่งลงที่เก้าอี้แล้วหันไปตอบอิกุน

“รักเพื่อนไม่เท่ากันนี่หว่า เอ๊ะ ลืมไป นี่ผัวมึง” มันกระโดดลงมานั่งข้างฉันก่อนจะกระแซะตัวเข้ามาใกล้

“เออ ผัวกู คนเนี้ยกูรักมาก จบไหม” ยัดลูกชิ้นใส่ปากก่อนจะหันไปตอบ

“เชรดดดด มีบอกรักกันด้วยว่ะ” อิพีทที่นั่งลงข้างไอ้เป้งเอ่ยแซว

“ถ้ากูเอาปลาทูมันทำเมีย กูคงได้แดกมาม่าทุกวัน” ไอ้คนที่ถูกกล่าวถึงพูดขึ้น

“กูก็ซื้อข้าวให้มึงกินดิวะ ไม่เห็นยาก” ฉันพูด ทำอาหารไม่เป็นไม่ได้แปลว่าฉันจะปล่อยให้แฟนตัวเองอดตายสักหน่อย

“ตกลงจะรับมันไปเลี้ยงแล้วช่ะ?” อีกุนสะกิดถามอีกที

“โง่แบบนี้กูไม่เลี้ยงให้เสียข้าวสุกหรอก” เบะปากใส่ไอ้คนตรงหน้าก่อนจะซู้ดมาม่าในชามเข้าปากเล็กๆของตัวเอง เห็นตัวเล็กหุ่นเล็กแบบนี้ แต่ฉันกินจุกว่าใครเพื่อนนะบอกให้

จึก จึก

สะกิดอะไรอีกล่ะ สะกิดเก่งจังเลยอิกุนวันนี้

“อิปลาๆ”

“ไร” ตอบพลางก้มยัดมาม่าเข้าปากไปด้วย ของกินเต็มปากยังจะชวนคุยไม่เลิก

“นั่นใช่คนที่กูคิดไหมวะ” ใครอีกล่ะ วันๆมันไม่คิดจะทำอะไรนอกจากมองหาผู้ชายหรือไงเนี่ย“อิปลา เงยหน้ามาตอบกูก่อน”

“ใครวะ แค่ก” พอเงยหน้าขึ้นมองตามมือมันไป ฉันก็แทบสำลักเส้นมาม่าในคอตัวเองทันที

นั่นมัน...

ไอ้เด็กคนนั้นนี่!

“ใช่ ใช่ไหม” มันถามฉันขึ้นอีกครั้ง พลางกระทุ้งศอกรัวๆ

“กูคิดว่าใช่ แม่งมาได้ไงวะ” วางช้อนวางตะเกียบลงในชามทันทีเพราะไม่มีอารมณ์จะกินแล้ว

“เออ อย่าบอกนะว่าน้องมันเป็นเฟรชชี่ปีนี้น่ะ”

“ไม่มีทาง! ” โพล่งออกไปแทบจะทันที สายตาโฟกัสอยู่เบื้องหน้า ชายร่างสูงโตเต็มวัยในชุดนักศึกษาหลุดรุ่ยกำลังยืนคุยกับใครคนนึงอยู่ โตเต็มไว้งั้นหรอ หึ โตเกินตัวมาตั้งนานแล้วต่างหาก แต่เรื่องนี้เอาไว้ก่อนเหอะ ประเด็นมันอยู่ที่ว่าเด็กนี่โผล่มาที่นี่ทำไมต่างหาก ฉันอุตส่าห์หลบหน้าเขามาตั้ง 2 ปี ไม่คิดเลยว่าอยู่ๆจะเจอก็เจอ จะเรียกว่าเจอซะทีเดียวก็ไม่ได้หรอก เพราะฉันเห็นเด็กมันอยู่ฝ่ายเดียว

“ไม่มีทางกับผีอะไรล่ะ มึงดูเนคไทสิ นี่ชุดมอเราชัดๆ”

นั่นแหละที่เรียกว่าเวรของจริงล่ะ

“มันคงจำกูไม่ได้หรอก” คิดในแง่ดีเข้าไว้ ป่านนี้เด็กนั่นอาจจะลืมเรื่องของเราไปแล้วก็ได้... เรื่องของเรางั้นหรอ หึ คิดบ้าอะไรของมึงวะปลาทู

ทุกคนคงสงสัยล่ะสิว่าพวกนี้รู้เรื่องของฉันและเด็กนั่นเยอะมากน้อยแค่ไหน คำตอบคือ ทุกเรื่องนั่นแหละ ทีแรกฉันก็เล่าให้อิกุนมันฟังแค่คนเดียว แต่ด้วยปากไม่มีหูรูดของมัน เลยทำให้อิพีทกับไอ้เป้งรู้เรื่องนี้ด้วย นี่ก็ผ่านมาหลายปีแล้ว ไม่คิดว่าอยู่ๆต้องมาเจอเด็กนี่อีก แถมยังเข้ามาเรียนมหาลัยเดียวกันกับฉันอีกต่างหาก

“ถ้างั้นก็ดีไป แต่เอาจริงๆเด็กมันคงไม่มาตามตอแยมึงหรอก ไม่เคยเห็นโผล่หัวมาเลยตั้งแต่วันนั้น” อิกุนสาธยาย วันนั้นที่มันหมายถึง คือวันรุ่งขึ้นหลังจากที่ฉันหนีออกมาจากห้องนั้น เด็กนั่นมาดักรอฉันหน้ามหาลัย ฉันเลยส่งตัวแทนคืออิกุนนี่แหละให้ออกไปคุย ไม่รู้มันไปคุยอีท่าไหนเด็กนั่นถึงไม่เซ้าซี้ฉันอีก แถมยังหายเข้ากลีบเมฆไปเลย

“ก็ดีแล้วนี่” ฉันยักไหล่พลางเบนสายตากลับมาจดจ่อที่ชามก๋วยเตี๋ยวต่อ เลิกกันแล้วก็ต่างคนต่างอยู่ กับอีแค่คนที่คบกันเดือนเดียวมันจะมีปัญหาอะไรวะ ผูกพันหรือเปล่าก็ไม่ แค่คนที่ไปไหนมาไหนด้วยกันตลอด 1 เดือนเต็มเท่านั้นเอง ไม่มีอะไรให้ต้องจดจำสักหน่อย ฉันไม่ตีหัวมันก็ดีเท่าไหร่แล้ว โทษฐานที่มาหลอกฉันเรื่องอายุ

“สมมุตินะอิปลา ถ้าน้องมันทักมึงมึงจะทำไง”

“ถามเพื่อไรอิพีท” ฉันถึงกับกลืนเส้นลงคอไม่ลง จะเป็นไปได้ยังไงล่ะ เคยเห็นแฟนเก่าที่ไหนเขาทักกันบ้าง เลิกกันแล้วก็แล้ว ไม่มีใครมาทักทายกันหรอก

“เออ ก็กูอยากรู้ กูแค่สมมุติ” หลังจากเห็นสีหน้าของฉันมันเลยรีบโพล่งขึ้นทันควัน

“กูไม่มีคำตอบให้ เพราะมันจะไม่มีวันนั้น” ตอบด้วยน้ำเสียงเฉียบขาด

“แล้วถ้ามีล่ะ”

“กูก็จะบอกให้แม่งไปตายที่ไหนก็ไป จบนะ” พูดตัดบทออกไปตามใจอยาก ฉันกับเด็กนั่นชาตินี้ตายไปก็อย่ามาเผาผีกันเลย

“เออ กูจะรอดูว่าปากจะเก่งเหมือนที่พูดไหม” มันสวนกลับ

“มึงคอยดูแล้วกัน” พูดขึ้นอย่างมั่นใจก่อนจะปลีกตัวลุกเอาชามไปเก็บ คนอย่างฉันเกลียดก็คือเกลียด ไม่มีทางเปลี่ยนเป็นชอบ ไม่เชื่อก็คอยดู

 

“ขอโทษนะครับ” หลังจากเก็บชามเก็บช้อนอะไรเสร็จ ขณะที่ฉันกำลังจะเดินกลับมาหาพวกมันที่โต๊ะก็มีใครไม่รู้มาเดินขวางทางไว้ซะก่อน สวมแว่นหนาเตอะ จากการแต่งตัวแล้วน่าจะอยู่ปี 1 ฉันเอียงคอเป็นเชิงถามว่ามีอะไร แต่เด็กนั่นก็อ้ำๆอึ้งๆราวกับลังเลว่าจะพูดดีหรือไม่พูดดี

“ถ้าน้องคิดออกว่าจะพูดอะไรก็เดินไปหาพี่ที่โต๊ะนะคะ” ฉีกยิ้มให้อย่างใจดี แต่ทว่าในใจฉายแววรำคาญ ฉันเจอแบบนี้มาเยอะละ ท่าทางแบบนี้ถ้าไม่ถูกรุ่นพี่ใช้ให้มาขอเบอร์ ก็คงมาขอให้เพื่อนอะไรทำนองนั้น

“ใครวะอีปลา” อิพีทที่มองเหตุการณ์อยู่ตั้งแต่แรกถามขึ้นทันทีที่ฉันเดินไปถึงโต๊ะ ฉันเหลือบมองไปแถวๆที่ไอ้เด็กนาทีนั่นยืนอยู่เมื่อกี้ ก็เห็นว่าเขาไม่อยู่แล้ว

“ไม่รู้”

“อ้าว”

“มายืนอ้ำๆอึ้งๆอยู่ได้ จะพูดอะไรก็ไม่พูด”

“ชู่วว น้องเขามานู่นแล้ว” อิพีทเตะเข้าที่หน้าแข้งฉันเพื่อส่งซิก ทำไม กลัวเด็กมันได้ยินที่ฉันนินทาหรอ

“น้องมีธุระอะไรกับอิปลาเพื่อนพี่รึเปล่าคะ” อิกุนถามขึ้นอย่างสนใจทันทีที่เด็กคนนั้นเดินมาถึง เรื่องเสือกอะขอให้บอก

“คือว่า... เพื่อนผมให้มาถามพี่ปลาทูครับ ว่าพี่ปลาทูสบายดีไหม” หืม ถามฉันหรอ แล้วเพื่อนที่ว่า เพื่อนคนไหน

“เพื่อนที่ไหนคะน้อง” อิกุนถามแทนฉัน ส่วนฉันที่นั่งหันหลังให้อยู่ก็ได้แต่เงี่ยหูฟัง

“เพื่อนผมชื่อนาทีครับ คนที่ยืนอยู่ตรงพุ่มไม้นั่น มันฝากมาถามว่าพี่ปลาทูสบายดีไหม” เดี๋ยวนะ นาที? พุ่มไม้?

ขวับ

ฉันหันกลับไปมองจุดเดิมที่ไอ้เด็กนาทีอะไรนั่นยืนอยู่เมื่อกี้ทันที เบือนสายตามองไปทางขวาเล็กน้อยก็เห็นพุ่มไม้และมีคนยืนอยู่ตรงนั้นจริงๆ หมอนั่นกำลังจ้องมาทางนี้พร้อมกับรอยยิ้มที่มองไกลๆยังรู้ว่าเด็กนั่นกำลังยิ้มอยู่ ยิ้มกับผีสิ แล้วสบายดีไหมนี่อะไร ถามทำไม ไม่รู้จักกันแล้ว ทำไมต้องถาม

“งั้นก็ฝากบอกมันด้วย ว่าพี่มีผัวแล้ว ไม่ต้องถาม ผัวพี่นั่งอยู่ตรงนี้” หันขวับกลับไปตอบไอ้เด็กส่งสารก่อนจะชี้มือไปที่ไอ้เป้ง ขอยืมตัวมาอ้างหน่อยแล้วกัน พอเห็นหน้าไอ้เด็กบ้านั่นอารมณ์ฉันก็พุ่งขึ้นสูงปรี๊ดทันที กล้าดียังไงมาหาฉันถึงที่นี่

“อะ เอ่อ...”

“อิปลา! มึงก็พูดไป พี่ขอโทษแทนเพื่อนพี่ด้วยนะคะที่หยาบคาย เพื่อนพี่มันยังไม่มีผัวหรอกค่ะ คนนี้เพื่อนสนิท”

“อิกุน!! ” ฉันหันไปตะคอก ฉันอุตส่าห์โกหกไว้ดิบดี อิเพื่อนเวร

“ใช่ไหมไอ้เป้ง มึงบอกเขาไปสิ” มันหันไปหาพรรคพวก

“ใช่ครับ เพื่อนพี่ยังโสด บอกไว้เผื่อไม่รู้” ไอ้เป้งฉีกยิ้มพร้อมกับขายฉันอย่างเสร็จสรรพ ไอ้เวรนี่ก็อีกคน ไม่คิดจะปกป้องกูเลย

“อ่อ ครับ เสร็จธุระของผมแล้ว งั้นผมขอตัวก่อนนะครับ” ไอ้เด็กหน้าตาใสซื่อค้อมหัวให้แล้วเดินจากไป ฉันมองตามจนสุดสายตาจนกระทั่งเด็กนั่นไปหยุดยืนอยู่ตรงพุ่มไม้ มันพูดอะไรกันสักอย่างก่อนที่ฉันจะเห็นรอยยิ้มปนขำผุดขึ้นบนหน้าของนาที มันยิ้มทำซากอะไรวะ พ่อมันเป็นตลกหรอ!

 

...

 

555555555 นางเอกเรื่องนี้บอกเลยว่าปากคอเราะร้าย

รีดเดอร์เตรียมใจปวดหัวได้เลย

กด Next เลยจ้าาา

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 164 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

204 ความคิดเห็น

  1. #131 Bambxmsocute (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 26 กรกฎาคม 2563 / 14:15
    เเทนที่จะช่วยเพื่อน ถถถถถ 55555
    #131
    0
  2. #91 tanyong1990 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 25 มิถุนายน 2563 / 21:36
    55555 ขำนางเอก
    #91
    0
  3. #16 09122547 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 13 พฤษภาคม 2563 / 07:40
    ช่วยเพื่อนปิดหน่อยเถอะะะ555555
    #16
    0
  4. #3 r-mean (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 2 พฤษภาคม 2563 / 22:11
    5555รอลุ้นปลาทูจะหนีน้องได้ซักกี่น้ำ
    #3
    0
  5. #2 oummy1991 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 2 พฤษภาคม 2563 / 15:40

    ปลาทูฮาดี
    #2
    0